27 ธันวาคม 2566 – 07 มกราคม 2567
วันเดินทาง
ออสเตรียแอร์ไลน์ (OS)
สายการบิน
สวิตเซอร์แลนด์
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป ทัวร์อิตาลีโดโลไมท์ : WONDER DOLOMITES & JULIAN ALPS ออสเตรีย – สโลวีเนีย – อิตาลี 12 วัน (OS/LH)

กำหนดการเดินทาง : 27  ธันวาคม  2566 – 07 มกราคม 2567

ประเทศ : ออสเตรีย – สโลวีเนีย – อิตาลี

สายการบิน : ออสเตรียน (OS)

ราคา : 233,800 บาท

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพฯ – เวียนนา

20.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 4  แถว G เคาน์เตอร์ สายการบินออสเตรียน (OS) เจ้าหน้าที่จากบริษัทเร้นจ์ฯ จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

23.40 น. เดินทางสู่ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยสายการบินออสเตรียน เที่ยวบินที่ OS 026

2

วันที่สองของการเดินทาง

เวียนนา (ออสเตรีย) – กราซ (ออสเตรีย)

05.35 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินเวียนนา หลังจากผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ ตัวเมืองเวียนนา (VIENNA) (20 กิโลเมตร)

กรุงเวียนนา (VIENNA)

กรุงเวียนนา VIENNA  เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ที่มีความเจริญตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาร็อคและร็อคโคโคที่เป็นแบบของออสเตรียที่งดงามที่สุดในยุโรปเป็นสักขีพยานแห่งความรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ และสมัยจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์เบิร์กในอดีต อีกทั้งเป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติในปัจจุบัน และเป็นสถานที่รวมคีตกวีเอกของโลก อาทิ โมสาร์ท บีโทเฟ่น โยฮันสเตราท์ เป็นต้น

เที่ยวชมกรุงเวียนนา (VIENNA)

กรุงเวียนนา ผ่านชมสถานที่สำคัญรอบถนนวงแหวน อาทิเช่น โรงละครโอเปร่า อาคารรัฐสภาซึ่งสร้างด้วยศิลปะแบบกรีกโบราณ สวนสาธารณะ STADTPARK ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์โยฮันสเตราท์ซึ่งฤดูร้อนมีดนตรีบรรเลงเพลงวอลซ์ในสวนแห่งนี้ และถ่ายภาพกับโบสถ์สเตฟาน ซึ่งเป็นโบสถ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเวียนนา และช้อปปิ้ง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองกราซ (200 กิโลเมตร)

กราซ (GRAZ)

เมืองกราซ เมืองใหญ่อันดับที่สองรองจากกรุงเวียนนา อยู่ริมแม่น้ำเมอร์ อีกทั้งยังเป็นเมืองหลวงด้านอาหารของประเทศอีกด้วย เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมที่แปลกตา อาคารสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลศิลปะมากมายตั้งแต่บาโรค ยุคกลาง และเรอเนสซองส์ ไปจนถึงอาร์ตเดโค ตัวเมืองเก่าของกราซจึงได้รับยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO ในปี 1999 และในปี 2003 ยังได้รับยกย่องให้เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมของยุโรปอีกด้วย สิ่งโดดเด่น คือ เกาะลอย (Murinsel /Island of the Mur) ซึ่งอยู่เหนือแม่น้ำเป็นเกาะจำลองรูปเปลือกหอย มีสะพานเชื่อมข้ามแม่น้ำ

จากนั้นนำท่าน ขึ้นรถราง (SCHLOSS BERGBAHN) ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1894 ขึ้นชมวิว THE SCHLOSSBERG (CASTLE HILL)  

(THE SCHLOSSBERG)

อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 473 เมตร ซึ่งเดิมเป็นที่ตั้งของ ป้อมปราการในใจกลางเมืองกราซ ปัจจุบันเนินเขาเป็นสวนสาธารณะและมองเห็นวิวเมืองได้กว้างไกล เป็นที่ตั้งของสถานบันเทิง คาเฟ่ และร้านอาหารหลายแห่ง ใกล้กันจะมี สัญลักษณ์ของเมืองนี้ คือ หอนาฬิกา (Clock Tower-Uhrturm) ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ โรงแรมที่พัก GRAND HOTEL WIESLER 4 ดาวหรือเทียบเท่า

3

วันที่สามของการเดินทาง

กราซ –  มาริบอร์ (สโลวีเนีย) – ชิมไวน์ – ลูบลิยานา – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ มาริบอร์ (MARIBOR) ประเทศสโลวีเนีย (68 กิโลเมตร)

 มาริบอร์ (MARIBOR)

เมืองใหญ่อันดับที่ 2 และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ และหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของประเทศสโลวีเนีย เนื่องจากเป็นแหล่งที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการทำไร่องุ่นที่มีความเก่าแก่ รวมถึงการที่มีถนนแห่งไวน์เป็นจำนวนมาก เถาองุ่นเก่าแก่ที่ว่านี้มีอายุมากกว่า 500 ปีรวมไปจนถึงประวัติของเถาองุ่นที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโลกจนได้รับการขนานนามว่า ดินแดนแห่งไวน์ของประเทศสโลวีเนียอีกด้วย

จากนั้นนำท่านสู่ จัตุรัส Glavni Trg Square (MAIN SQUARE) / ป้อมปราการ (WATER TOWER)

จัตุรัส GLAVNI TRG SQUARE 

จัตุรัสที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเมือง อาคารบ้านเรือน สร้างในสไตล์บาโรค, เรอเนสซองส์ และร็อคโคโค่ เป็นจุดศูนย์กลางของเมือง ที่ชาวเมืองจะมารวมตัวพักผ่อนกัน มีคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านขายของ ฯลฯ    

ป้อมปราการ (WATER TOWER)

ผ่านชมป้อมปราการยุคกลางในเมืองมาริบอร์ประเทศสโลวีเนีย ยุคเรอเนสซองส์ตอนปลาย ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำดราวาและมีอายุตั้งแต่ปีค.ศ.1555 สร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากอาณาจักรออตโตมัน มีรูปทรงห้าเหลี่ยมและประกอบด้วยบล็อกหินขนาดใหญ่สลับกับรอยนูน ถูกสร้างขึ้นเพื่อรักษาความปลอดภัย

จากนั้นนำท่านสู่ VINAG WINE CELLAR

 (VINAG WINE CELLAR)

VINAG WINE CELLAR เป็นห้องเก็บไวน์แบบคลาสสิกที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1847 ห้องใต้ดินอยู่ใต้ใจกลางเมืองมาริบอร์ ที่มีความยาวถึง 2 กิโลเมตร ขนาด 15,000 ตรางเมตร รับฟังประวัติความเป็นมา, ขั้นตอน การผลิตไวน์ พร้อมทั้งชิมไวน์คุณภาพสูงของยุโรป    

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ ลูบลิยานา (LJUBLJANA) (127 กิโลเมตร) เมืองหลวงสีเขียวที่มีเสน่ห์น่าหลงใหลของ ประเทศสโลวีเนีย เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมศิลปะสไตล์บาโรค แล้วนำท่านเที่ยวชมเมือง

แล้วนำท่านชม ตัวเมืองลูบลิยานา (LJUBLJANA)

สะพานมังกร (DRAGON BRIDGE)

เดิมชื่อ สะพานจูบิลีแห่งจักรพรรดิฟรานซ์โจเซฟที่ 1 เพื่อระลึกถึงการครองราชย์สี่สิบปี สะพานมังกรสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1900-1901 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นสะพานมังกร ข้ามแม่น้ําลูบลิยานา เดินไปมาเพียง 5นาที แต่เป็นอาคารสัญลักษณ์ของเมืองสะพานมังกรตกแต่งได้วิจิตรงดงามมาก คือ มังกรปีกสําริดสี่ตัว ประติมากรรมหัวสะพานทั้งสองข้าง

จัตุรัสพรีเซเรน (PRESEREN SQUARE) Square)

จัตุรัสพรีเซเรน ตั้งอยู่ที่เชิงสะพานTRIPLE BRIDGE อันโด่งดัง

อุทิศให้กับกวีแห่งชาติ FRANCE PRESEREN  และมีรูปปั้นอยู่กลางจัตุรัสพรีเซเรน ที่นี่เป็นสถานที่ที่สโลวีเนียประกาศความเป็นอิสระ และมีความสําคัญทางประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นแลนด์มาร์ค เป็นที่พบปะสังสรรค์ของคนที่นี่

ตลาดคริสต์มาสลูบลิยานา
(LJUBLJANA CHRISTMAS MARKET)

ตลาดคริสต์มาสที่ ลูบลิยานา เมืองทรงเสน่ห์ของยุโรปที่เต็มไปด้วยศิลปะบาโรคและอาร์ตนูโว ซึ่งปีนี้จัดประมาณวันที่ 24 พฤศจิกายน-02 มกราคม 2567 ตลาดคริสต์มาสหลักจะจัดอยู่ที่ จัตุรัส Prešeren ใจกลางเมือง ทั้งเมืองจะประดับประดาไปด้วยไฟ ที่สวยงาม ต้นคริสต์มาส แผงขายของ นำเสนองานฝีมือ ของขวัญ อาหารและเครื่องดื่มแบบดั้งเดิม และมีกิจกรรมทางวัฒนธรรม คอนเสิร์ต การแสดงกลางแจ้ง ท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศที่รื่นเริงและสนุกสนาน อบอุ่นล้อมรอบด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ โรงแรมที่พัก BEST WESTERN PREMIER HOTEL SLON 4 ดาว หรือเทียบเท่า อยู่ใจกลางเมืองลูบลิยานา

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ลูบลิยานา – ปราสาทเพรดจามา – ถ้ำโพสทอยน่า – ลูบลิยานา   

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ปราสาทเพรดจามา (57  กิโลเมตร)  

ปราสาทเพรดจามา (PREDJAMA CASTLE)

ปราสาทเพรดจามา เป็นปราสาทแห่งเดียวในโลกที่สร้างขึ้นในถ้ํา มีการบันทึกว่าสร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่12 จนกระทั่งสร้างในปี ค.ศ. 1570 ใช้เวลาประมาณ สี่ศตวรรษ ถ้ำแบ่งออกเป็นสามชั้นบน กลาง และล่าง ปราสาทถูกสร้างขึ้นที่ทางเข้าถ้ําด้านบน เดิมเป็นป้อมปราการทางทหารของหัวหน้าชนเผ่าในศตวรรษที่ 16 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ ภายในถ้ําจัดแสดงทหารโบราณ เครื่องใช้ในการใช้ชีวิต ห้องนั่งเล่น ห้องประชุม และสถานที่สอบสวน ภาพยนตร์เรื่อง Long Long ที่กํากับโดยเฉินหลง Chenglong ก็ถ่ายทําที่นี่

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางต่อสู่ ถ้ำโพสยานา (10.กิโลเมตร)

ถ้ำโพสทอยน่า (POSTOJNA CAVE)

ถ้ำหินปูนที่เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำใต้ดินจนกลายเป็นระบบถ้ำขนาดใหญ่มีโครงสร้างที่ถูกสลักเสลาโดยธรรมชาติ ก่อให้เกิดเป็นห้องโถงและโพรงใหญ่น้อย ที่ประดับประดาด้วยหินงอกหินย้อยอันงดงามหลากหลายรูปแบบ จนได้รับฉายาว่า “ราชินีแห่งถ้ำ” จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของสโลวีเนียเลยก็ว่าได้

นำท่านเดินทางกลับสู่ ลูบลิยานา (LJUBLJANA) (55 กิโลเมตร) และมีเวลาให้ท่านเดินเล่นชมตลาด คริสต์มาสในเมือง เลือกซื้อหาของที่ระลึก ของขวัญ หรือ ลองชิมอาหาร และเครื่องดื่ม

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก BEST WESTERN PREMIER HOTEL SLON 4 ดาวหรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

ลูบลิยานา – เบลด – ปราสาทเบลด – ทะเลสาบเบลด – ครานสกาโกรา                                          

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เบลด (BLED) (55 กิโลเมตร) เมืองพักผ่อนที่มีความสวยงามมากของสโลวีเนีย เคยได้รับรางวัลชนะเลิศรีสอร์ทโลก ขึ้นชื่อในเรื่องสภาพอากาศที่เย็นสบาย ความงดงามของภูเขาที่สะท้อนในทะเลสาบ มีความสงบร่มรื่นท่ามกลางอากาศที่บริสุทธิ์ แวดล้อมด้วยธรรมชาติของขุนเขาแอลป์ที่เรียกว่า Julian Alps Mountain จึงถูกขนานนามว่าไข่มุกแห่งเทือกเขาแอลป์ ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนที่นี่ตลอดทั้งปี

นำท่านเที่ยวชม ปราสาทเบลด (BLED CASTLE)

ปราสาทเบลด (BLED CASTLE)

ปราสาทเบลดตั้งอยู่บนริมผาสูง ระดับความสูงกว่า 130เมตร ติดทะเลสาบเป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดในสโลวีเนียจักรพรรดิเฮนริคที่ 2 แห่งเยอรมนียกให้เป็นสถานที่พักของบิชอป อัลเบี่ยม แห่งบริเซน (Bishop Albium of Brixen)ในปี ค.ศ.1004  ตัวปราสาทสร้างในสไตล์โรมาเนสก์ และส่วนก่อสร้างอื่นๆ ในสไตล์เรอเนสซองส์ ปัจจุบันปราสาทได้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าความเป็นมาของเมืองและจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้สมัยโบราณ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในปราสาทเบลด (BLED CASTLE)

บ่าย นำท่าน ล่องเรือชมทะเลสาบเบลด (LAKE BLED)

ทะเลสาบเบลด (LAKE BLED)

นำท่านนั่งเรือไม้โบราณข้ามไปยังเกาะกลางทะเลสาบ เบลด (Lake Bled) ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะชองธารน้ำแข็งโบฮินจ์ในยุคน้ำแข็ง แต่น้ำในทะเลสาบนั้นกลับไม่ได้มาจากการละลายของธารน้ำแข็งแต่มาจากบ่อน้ำร้อนใต้ดินหลายแห่ง

โบสถ์พระแม่มารี (MARIA CHURCH)

นำท่านเข้าชม โบสถ์พระแม่มารี (Assumption of Maria Church) ของเหล่านักแสวงบุญตั้งแต่ศตวรรษที่ 13-14 จากท่าเรือจะต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก 99 ขั้นก็จะถึงยัง ตัวโบสถ์ ซึ่งมีประเพณีท้องถิ่นสโลวีเนียที่เชื่อกันว่าคู่สมรสใหม่ให้ฝ่ายชายอุ้มฝ่ายหญิงปีนบันได 99 ขั้นนี้ และฝ่ายหญิงจะต้องไม่ส่งเสียงดังใดๆทั้งสิ้น ถ้าทำสำเร็จชีวิตสมรสจะรักกันยืนยาว และที่โบสถ์กลางน้ำยังมีกระดิ่งที่เชื่อกันว่าใครได้ไปสั่นกระดิ่งแล้วจะโชคดี 

*** การล่องเรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศหรือลมแรง หากล่องเรือไม่ได้พาท่านเดินเล่นชมเมือง หรือ ในกรณีที่ทะเลสาบจับตัวเป็นน้ำแข็ง ซึ่งบางทีจะมีคนมาเล่นสเก็ตบนลานทะเลสาบ หรือ สามารถเดินไปยังโบสถ์ได้***      

จากนั้นนำท่านเดินเล่น ชมตลาดคริสต์มาสริมทะเลสาบเบลด (CHRISTMAS MARKET ON LAKE BLED) ตลาดคริสต์มาสตั้งอยู่ที่ CESTA SVOBODE ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่ทอดยาวไปตามทะเลสาบที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาจูเลียนแอลป์ที่สวยงามแห่งนี้ ท่านสามารถซื้อของขวัญสำหรับวันหยุดคริสต์มาสและลิ้มลองอาหารสโลวีเนีย และเพลิดเพลินไปกับการแสดงแสงสีในเทศกาลที่ไม่เหมือนใคร และดื่มด่ำกับบรรยากาศที่สวยงามของทะเลสาบเบลด

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ ครานสกา โกรา (KRANJSKA GORA) (40 กิโลเมตร) ตั้งอยู่บนพรมแดนติดกับออสเตรียและอิตาลี เป็นรีสอร์ทสกีบนภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดในสโลวีเนีย เป็นสถานที่จัดงานแข่งขันสกีและกระโดดสกีระดับโลกประจำปี และเที่ยวชมเมืองที่มีทิวทัศน์ภูเขาที่สวยงาม

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ ที่พัก RAMADA RESORT BY WYNDHAM KRANJSKA GORA 4 ดาวหรือเทียบเท่า  

6

วันที่หกของการเดินทาง

ครานสกาโกรา –  VOGEL VIEW POINT ZELENCI NATURE RESERVE

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางไปยัง ทะเลสาบโบฮินจ์ (LAKE BOHINJ) (59 กิโลเมตร) ไปยังสถานีกระเช้า

ทะเลสาบโบฮินจ์ (LAKE BOHINJ)

ทะเลสาบธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในสโลวีเนีย เปรียบเสมือนอัญมณีสีเขียวซ่อนเร้นความงดงามอยู่ภายในหุบเขาโบฮินจ์ของเทือกเขาจูเลียนแอลป์ (Julian Alps) และยังเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทริคลาฟ (Triglav National Park) อุทยานที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และมีความสวยงามอย่างน่าอัศจรรย์

นำท่านขึ้นกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ สู่ ยอดเขาโวเกิล (VOGEL VIEW POINT)

VOGEL VIEW POINT

นำท่านขึ้นกระเช้าที่ระดับความสูง 1,535 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งท่านจะสัมผัสถึงความสวยงามอันน่าทึ่งของทะเลสาบโบฮินจ์ และเทือกเขาจูเลียนแอลป์ ในประเทศสโลวีเนีย ที่มีชื่อว่ายอดเขาตริเกลา (Mount Triglav) ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตริเกลา และจัดเป็นอุทยานแห่งชาติที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และนำท่านขึ้น กระเช้า ORLOVE GLAVE  CHAIRLIFT ไปยังจุดชมวิวที่ระดับความสูง 1,682 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร       

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ ZELENCI NATURE RESERVE (73 กิโลเมตร)

ZELENCI NATURE RESERVE

ได้รับประกาศเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติเมื่อปี ค.ศ. 1992 ล้อมรอบด้วยป่า Vitranc และ Karavanks เป็นสวรรค์แห่งธรรมชาติท่ามกลางเทือกเขา Triglav มีชื่อเสียงจากการที่มีทะเลสาบสีเขียวมรกตที่สวยงาม และเป็นที่มาของชื่อทะเลสาบนี้

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบแจสนา (LAKE JASNA) (6 กิโลเมตร)  

ทะเลสาบแจสนา (LAKE JASNA)

อยู่ที่ระดับความสูง 833 เมตร ทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์ตั้งอยู่ที่จุดบรรจบของลำธาร Mala Pišnica และ Velika Pišnica อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ TRIGLAV โดยมีฉากหลังเป็นภูเขา PRISANK และ MOUNT RAZOR ที่โดดเด่น และที่ทะเลสาบมีรูปปั้น ZLATORG  หรือ GOLDEN HORN ซึ่งเป็นสัตว์ในตำนานของภูเขา TRIGLAV และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของทะเลสาบแห่งนี้

จากนั้นนำท่านกลับเข้าสู่ RAMADA RESORT BY WYNDHAM KRANJSKA GORA 4 ดาวหรือเทียบเท่า หากมีเวลานำท่านเดินเล่นชมความงามของเมือง ครานสกาโกรา (KRANJSKA GORA) หรืออิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

ครานสกาโกรา – กิจกรรมสุนัขลากเลื่อน – ไร่ไวน์ – อูดิเน (อิตาลี)                                   

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม แล้วนำท่านทำ กิจกรรมสุนัขลากเลื่อน (HUSKY SLEDDING)  

กิจกรรมสุนัขลากเลื่อน

(HUSKY SLEDDING) ท่านจะได้สัมผัสกับความน่ารักของสุนัขฮัสกี้ที่กระตือรือล้นที่จะพาท่านออกไปสัมผัสธรรมชาติของทิวทัศน์อันน่าทึ่ง ภูเขาและป่าไม้ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ให้ท่านได้ขับสุนัขลากเลื่อนด้วยตัวท่านเอง ประสบการณ์ใหม่ในสโลวีเนีย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ CASTELLO DI SPESSA ประเทศอิตาลี (144 กิโลเมตร)  ปราสาทในสมัยศตวรรษที่ 12 ที่ล้อมรอบด้วยสวนและไร่องุ่น Capriva Del Friuli และมีห้องเก็บไวน์ที่มีมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง แล้วนำท่าน ชิมไวน์รสเลิศของสโลวีเนีย รับฟังประวัติความเป็นมา พร้อมทั้งชิมไวน์รสเลิศที่มีกระบวนการผลิตแต่ละขั้นตอนอย่างพิถีพิถ้น ตั้งแต่ การปลูกที่คำนึงพันธุ์องุ่น, เวลาในการเก็บองุ่น, การบ่มหมักในถังไม้โอ๊คของฝรั่งเศส เป็นต้น

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ อูดิเน (UDINE) (30 กิโลเมตร)

อูดิเน (UDINE)

เมืองหลวงทางประวัติศาสตร์และเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาค Friuli Venezia Giulia เป็นอัญมณีที่มักถูกมองข้าม เมืองนี้มีการผสมผสานวัฒนธรรมของอิตาลี ออสเตรีย และสโลวีเนีย ทำให้เมืองมีบรรยากาศที่ไม่เหมือนใคร ในจัตุรัสหลัก (PIAZZA DE LLA LIBERTA) มีศาลากลาง (LOGGIA DEL LIONELLO) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1448-1457 ในสไตล์โกธิคแบบเวนิส  อยู่ตรงข้ามหอนาฬิกา (TORRE DELL’OROLOGIO) หอนาฬิกาสีขาว สีทอง และสีน้ำเงินอันโดดเด่นที่มีเด็กหนุ่มสองคนประคองระฆังเป็นสัญลักษณ์ของเมือง และอาคารต่างๆ ของเมืองที่มีตั้งแต่ศิลปะเรอเนสซองส์จนถึงอาร์ทนูโว

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ ที่พัก BEST WESTERN HOTEL CONTINENTAL 4 ดาวหรือเทียบเท่า  

8

อูดิเน – เบลลูโน่ – ทะเลสาบคาเรซซา – โบลซาโน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ เมืองเบลลูโน่ (BELLUNO) (158 กิโลเมตร) เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นโดย Paleovets ชื่อ Belluno มาจากภาษาเซลติก belo-dunum แปลว่า “เมืองอันรุ่งโรจน์” ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงเหนือแม่น้ำ Piave เมืองที่มีความสวยงามด้วยสไตล์เรอเนสซองส์ผสมผสานกันทัศนียภาพชองเทือกเขาแอลป์ที่งดงาม ใจกลางเมือง Piazza del Duomo ล้อมรอบด้วยอาคารที่สวยงาม ศาลากลางสไตล์นีโอโกธิค และพระราชวัง Piazza del Mercato เคยเป็นที่ตั้งของฟอรัมโรมันโบราณ Palazzo dei Rettori อันหรูหราซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านของผู้ปกครองเมือง เบลลูโน เมืองนี้ตกแต่งอย่างหรูหรา โบสถ์ น้ำพุ อาคารบ้านเรือน ถนนที่มีลักษณะเฉพาะและร้านกาแฟที่มีเอกลักษณ์

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบคาเรซซา (LAGO DI CAREZZA) (86 กิโลเมตร)

ทะเลสาบคาเรซซา (LAGO DI CAREZZA)

ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ วิวหลักล้าน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอุทยานโดโลไมท์มีอีกชื่อคือ “Lec de ergobando” แปลว่า ทะเลสาบสายรุ้ง ตั้งชื่อตามสีของน้ำในทะเลสาบที่มีหลายเฉดสี ทั้ง สีเขียว สีฟ้าเทอร์คอย และสีน้ำเงิน ผสมกันสวยงาม มีฉากหลังเป็นป่าสนและเทือกเขาสูงเสียดฟ้า สะท้อนสีสันที่หลากหลายของธรรมชาติได้เป็นอย่างดี ถือเป็นอีกจุดแวะถ่ายรูปที่พลาดไม่ได้

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โบลซาโน่ (26 กิโลเมตร)

 เมืองโบลซาโน (BOLZANO)

เมืองที่ถือว่าเป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติโดโลไมท์ 

โบลซาโน่เป็นเมืองหลวงของภูมิภาคทีโรลใต้ (South Tyrol) ซึ่งล้อมรอบด้วยแม่น้ำ เนินเขาที่เป็นป่า ทุ่งหญ้า ไร่องุ่นและเทือกเขา Dolomites ในทางทิศตะวันออกนั้นเหมาะกับการพักผ่อนแบบผ่อนคลายอย่างยิ่ง เมืองโบลซาโน่รู้จักกันทั่วไปเมื่อครั้งที่ NATIONAL GEOGRAPHIC ไปถ่ายทำสารคดีการค้นพบซากมนุษย์ที่ฝั่งอยู่ใต้หิมะบนยอดเขาสูงในแคว้นทีโรลของออสเตรีย และนำร่างนั้นมาไว้ที่เมืองโบลซาโน่ เรียกกันว่ามนุษย์หิมะแห่งโบลซาโน่ ที่เป็นข่าวไปทั่วโลก เดินทางถึง เมืองโบลซาโน่

นำท่านเดินชมเมืองเก่า ชมวิหาร Duomo  โบสถ์ Chiesa dei Domenican และอนุสาวรีย์ที่จัตุรัสกลางเมือง Piazza delle Erbe แถบถนนคนเดิน Piazza Walther และย่านอาเขตโบลซาโน ให้ท่านได้ เดินเล่นชมเมือง  

จากนั้นนำท่าน ชมตลาดคริสต์มาส (CHRISTMAS MARKET) เป็นงานที่มีประเพณีจัดมากว่า 200 ปี เทศกาลสำคัญของทาง SOUTH TYROL ปีนี้จัดระหว่างวันที่ 24 Nov 23-6 Jan 24 สถานที่จัด คือ บริเวณ  
PIAZZA WALTHER  ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 ตลาดคริสต์มาสโบลซาโน (หรือที่รู้จักในชื่อ MERCATINO DI NATALE DI BOLZANO ในภาษาอิตาลี และ CHRISTKINDLMARKT BOZEN ในภาษาเยอรมัน) จะมี
นักท่องเที่ยวและชาวท้องถิ่นมาเยือนเป็นจำนวนมาก ท่านจะเพลิดเพลินกับบรรยากาศรื่นเริงและ สนุกสนาน อบอวลไปด้วยกลิ่นขนนอบอันเป็นเอกลักษณ์ มีทั้งของที่ระลึก งานฝีมือ อาหาร ไวน์ร้อน
เกาลัดร้อน น้ำตาลอัลมอนด์ อีกมากมาย 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ ที่พัก FOUR POINT BY SHERATON BOLZANO 4 ดาวหรือเทียบเท่า

9

โบลซาโน – อินสบรูก  – การ์มิช พาร์เทนเคียร์เช่น

 เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อินสบรูก (INNSBRUCK) ประเทศออสเตรีย (123 กิโลเมตร)

อินน์สบรูก (INNSBRUCK)

เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในอ้อมกอดของเทือกเขาแอล์ปที่สูง เสียดฟ้า และมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดปีประทับใจไปกับบ้านเรือนที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านสถาปัตยกรรมไว้ได้อย่างงดงาม

ถ่ายภาพกับหลังคาทองคำ (GOLDENES DACHL) ประดับด้วยแผ่นทองแดงเคลือบทอง 2,657 ชิ้น นำท่าน ชมและเลือกซื้อ สวารอฟสกี้ เช่น เครื่องประดับบ้าน ชุดน้ำชา สร้อยฯลฯ ให้ท่านได้ซื้อหาไว้เป็นที่ระลึก

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ มิทเทนวาลด์ (MITTENWALD) ประเทศเยอรมนี (41 กิโลเมตร)

หมู่บ้านมิทเทนวาลด์  (MITTENWALD)

เป็นหมู่บ้านน้อยที่มีบรรยากาศน่ารัก คล้ายหมู่บ้านตุ๊กตาริมภูเขาสูง และมีประชากรอาศัยอยู่เพียงแค่หลักพันเท่านั้น นอกจากจะมีบรรยากาศน่าเดินเล่นแล้ว ยังมีชื่อในเรื่องการ

ทำไวโอลินมาเกือบ 300 ปี อีกด้วย จุดเด่นที่ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นหมู่บ้านสุดแสนโรแมนติก ด้วยองค์ประกอบทุกอย่างรวมกัน ทั้งอาคารบ้านเรือน โบสถ์ ผู้คน และวิถีชีวิต จนเกอเธ่ ศิลปินคนดังแห่งเยอรมัน ต้องบันทึกไว้ว่า นี่คือ A living picture book หนังสือภาพที่มีชีวิต เพราะทุกผนังอาคารถูกวาดไว้ด้วยลวดลายสวยงาม อิสระให้ท่านเดินเล่นและถ่ายภาพเมืองที่สุดแสน โรแมนติกแห่งนี้ตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองการ์มิช-พาร์เทนเคียร์เช่น (GARMISCH-PARTENKIRCHEN) (18 กิโลเมตร)

การ์มิช-พาร์เทนเคียร์เช่น   

(GARMISCH PARTENKIRCHEN)

เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ในเทือกเขาแอลป์ ในเขตที่เรียกว่า Wetterstein-Gebirge เป็นเมืองเดียวของเยอรมนีที่ติดอันดับ BEST OF THE ALPS ด้วยตัวเมืองน่ารักที่เต็มไปด้วยภาพวาดบนกําแพงที่ชมได้อย่างไม่รู้เบื่อ อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมือง จนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ ที่พัก HOTEL ZUGSPITZE 4 ดาวหรือเทียบเท่า

10

การ์มิช พาร์เทนเคียร์เช่น – ซุกซปิทเซ่  พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ – การ์มิช พาร์เทนเคียร์เซ่น

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบไอบ์เซ (EIBSEE) (10 กิโลเมตร) เพื่อนำท่านนั่งกระเช้าลอยฟ้า ขึ้นสู่ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (ZUGSPITZE)

ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (ZUGSPITZE)

ยอดเขาซุกสปิตเซ่ ZUGSPITZE ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมนี บนความสูง 2,964 เมตรจากบนยอดเขาท่านจะมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบตัวซึ่งประกอบไปด้วยยอดเขากว่า 400 ยอดในเขตแดนออสเตรีย อิตาลี สวิส อิสระให้ท่านชมวิวแบบพาโนรามาที่งดงามจนลืมหายใจ และด้วยทิวทัศน์อันงดงามงดงาม และมีเสน่ห์เฉพาะตัวของเทือกเขาแอลป์ ทำให้บริเวณนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่สามารถมาเยือนได้ตลอดทั้งปี ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเล่นหิมะ และถ่ายภาพสวยๆ ไว้เป็นที่ระลึกบนลานซุกสปิตเซ่ตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ (LINDERHOF PALACE) (31 กิโลเมตร)

พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ (LINDERHOF PALACE) 1 ใน 3 พระราชวังที่พระเจ้าลุควิกที่ 2 ทรงโปรดให้สร้าง และเป็นพระราชวังเดียวเท่านั้นที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ เดิมเป็นที่ประทับไว้ล่าสัตว์ เป็นพระราชวังที่เล็กที่สุด  การตกแต่งเน้นใข้สีน้ำเงินเป็นหลัก ได้รับอิทธิพลจากพระราขวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส การก่อสร้างในสไตล์บาโรคและร็อคโคโค และเอกลักษณ์ที่สำคัญ คือ นีโอร็อคโคโค ซึ่งเป็นอิทธิพลของเยอรมันทางใต้ที่เข้มแข็ง ซึ่งทางพระเจ้าลุควิกที่ 2 คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ท่านจะทึ่งในความงดงามโอ่อ่า หรูหรา และผลงานศิลปะ, ประติมากรรมที่สุดยอดหาที่เปรียบมิได้ 

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ การ์มิช พาร์เทนเคียร์เช่น (GARMISCH PARTENKIRCHEN) (48 กิโลเมตร)   

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ ที่พัก HOTEL ZUGSPITZE 4 ดาวหรือเทียบเท่า

11

การ์มิช พาร์เทนเคียร์เช่น  – มิวนิค (เยอรมนี) – กรุงเทพฯ 

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ มิวนิค (MUNICH) (123 กิโลเมตร)

 มิวนิค

มิวนิค มหานครแห่งแคว้นทางตอนใต้ เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สวยงามมากมาย อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางทาง วัฒนธรรมของภูมิภาค และเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์ที่เด่นที่สุดในประเทศเยอรมนีอีกหลายแห่ง ชมอาคารบ้านเรือนที่เก่าแก่สวยงามจากยุคสมัยอันรุ่งเรืองของราชวงศ์ WITTELSBACH  บริเวณจัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ (MARIENPLATZ) ซึ่งถือเป็นหัวใจของเขตเมืองเก่า และเป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มชมเมือง

บ่าย อิสระช้อปปิ้งที่ จัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ (MARIENPLATZ)

จัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ (MARIENPLATZ)

ช้อปปิ้งบริเวณรอบๆ จัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ (MARIENPLATZ) ซึ่งมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านไอศกรีมมากมาย มีโต๊ะเก้าอี้ตั้งวางเรียงรายอยู่ด้านนอกสำหรับนักท่องเที่ยวได้นั่งจิบเบียร์ หรือทานอาหารพร้อมชมความสวยงามของท้องที่นี้ไปด้วยโดยเฉพาะวันที่อากาศดี หรือแม้แต่แดดจ้าคนเยอรมันก็มักนิยมออกมานั่งตากแดดเป็นประจำ อีกทั้งบริเวณย่านนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังเรียงรายอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Hugo Boss, Chanel, Giorgio Armani เป็นต้น อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

17.30 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินมิวนิค (34 กิโลเมตร)

22.20 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินลุฟท์ฮันซ่า เที่ยวบินที่ LH 772

12

กรุงเทพฯ 

14.55 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…