12 – 21 เมษายน 2565
วันเดินทาง
สายการบินเอมิเรตส์ (EK)
สายการบิน
ฝรั่งเศส, สเปน
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป : SOUTH FRANCE & NORTH SPAIN 10 วัน  (EK) ทัวร์ช่วงสงกรานต์ 2565

กำหนดการเดินทาง : 08 – 17 เมษายน 2565

ประเทศ : ฝรั่งเศส

สายการบิน : เอมิเรตส์ (EK)

ราคา : 195,800 บาท

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ – ปารีส

22.15 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) เจ้าหน้าที่จาก บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด จะคอยต้อนรับ และอำนวยความสะดวกแก่ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

2

วันที่สองของการเดินทาง

ปารีส – ชมเมือง – ล่องแม่น้ำแซน

20.35 น. ออกเดินทางสู่ กรุงมาดริด โดย สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 385/073

(แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินดูไบ เวลา 04.45 –  08.20 น.)

13.30 น. เดินทางถึง กรุงปารีส (PARIS) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว

นำท่านเดินทางสู่ ชมเมืองปารีส มหาราชินีแห่งเมืองหลวงของโลก

ชมเมืองปารีส / ล่องแม่น้ำแซน

นำท่าน ผ่านชมมหาวิหารนอทเทรอดาม (NOTREDAME CATHEDRAL) ที่เป็นตัวอย่างผลงานด้านสถาปัตยกรรมแบบกอธิคที่วิเศษสุดไม่ว่าจะมองจากมุมไหนๆ ชมย่านนักศึกษาศิลปิน ย่านการค้าโอเปร่าเฮาส์ ปลาช เดอ ลา ค็องคอร์ด (PLACE DE LA CONCORDE) จัตุรัสแห่งความสามัคคี โบสถ์มาเดลเลน (The Madeleine church) ที่สร้างแบบกรีกโบราณ โดมแองวาลิค (church of les Invalides) สถานที่เก็บพระศพของนโปเลียน นำท่าน ถ่ายภาพกับหอไอเฟล (EIFFEL TOWER) สัญลักษณ์ที่สำคัญของนครปารีส

นำท่าน ล่องแม่น้ำแซน ชมวิวทิวทัศน์ของเกาะอิล เดอ ฟรองซ์ สถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือน โบสถ์นอทเทรอดามซึ่งยังคงอนุรักษ์ความงดงามคลาสลิค ไว้ได้อย่างงดงาม น่าประทับใจ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร 

 ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก AC Hotel Paris Porte Maillot by Marriott หรือเทียบเท่า

3

วันที่สามของการเดินทาง

ปารีส – พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ – ช้อปปิ้ง – La Samaritaine

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Musée du Louvre)

พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Musée du Louvre)

เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีผู้มาเยี่ยมชมมากกว่า 8.3 ล้านคนต่อปี  ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน  ตั้งแต่สมัยราชวงศ์คาเปเทียง ตัวอาคารเดิมทีเคยเป็นพระราชวังหลวง ปัจจุบันเป็นสถานที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมาก เช่น ภาพเขียนโมนาลิซา  The Virgin and Child with St. Anne, Madonna of the Rocks ผลงานของลีโอนาร์โด ดาวินชี หรือภาพ Venus de Milo ของอเล็กซานดรอสแห่ง Antioch

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน อิสระช้อปปิ้ง ณ ห้าง La Samaritaine และแกลลอรี ลาฟาเยส ห้างชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งมีสินค้าแบรนด์เนมกว่า 50 ยี่ห้อ อาทิ Burberry, Lowe, Dolce & Gabbana, Gucci, Louis Vuitton, Longchamp ฯลฯ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม AC Hotel Paris Porte Maillot by Marriott หรือเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ปารีส – ปราสาทเชอนองโซ – ตูร์ – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ปราสาทเชอนองโซ (Château de Chenonceau) (240 กิโลเมตร)         

เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเข้าชม ปราสาทเชอนองโซ (Château de Chenonceau)

ปราสาทเชอนองโซ (Château de Chenonceau) เป็นปราสาทเก่าแก่มีอายุมากกว่า 400 ปี ในแคว้นนอร์มังดี ของฝรั่งเศส

อาณาบริเวณโดยรอบเป็นทุ่งหญ้าและป่าเขา จึงมีทัศนียภาพที่งดงามอย่างยิ่งตัว ตัวปราสาทหลังใหญ่จะตั้งอยู่ริมน้ำ และมีการต่อเติมส่วนแกลลอรี่บนตอม่อโค้ง 5 ช่อง คร่อมลงบนแม่น้ำแชร์ จนทำให้ตัวปราสาททั้งหมดขวางอยู่กลางลำน้ำแต่ไม่ขวางกระแสน้ำ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองตูร์ (TOURS) (80 กิโลเมตร)

เมืองตูร์ (TOURS) เมืองที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นแบบโรมัน อดีตเคยเป็นเมืองหลวงของ  ฝรั่งเศสก่อนที่จะมีการย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่ปารีส นำท่าน ชมเมืองในเขตเมืองเก่า โดยบริเวณใจกลางของเมืองเก่าจะเป็นที่ตั้งของจัตุรัส PLUMEREAU เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของ เมือง โดยจัตุรัสถูกโอบล้อมไปด้วยเหล่าอาคารบ้านเรือนสมัยยุคกลางที่งดงามซึ่งบางส่วนถูกสร้างด้วยไม้ซุง อีกทั้งยังรายล้อมด้วยร้านอาหาร และผับตั้งเรียงรายเต็มสองข้างทางอันเป็นบรรยากาศที่เพลิดเพลินแก่การเดินเล่นชมเมืองเป็นอย่างมาก จนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักสไตล์ชาโตว์ CHATEAU D’ARTIGNY หรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

ตูร์ – ลา โคแชล – ชมเมือง – บอร์กโดซ์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองลา โคแชล (LA ROCHELLE) (240 กิโลเมตร)

เมืองลา โคแชล (LA ROCHELLE) เมืองท่าเรือเก่าแก่ ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ศูนย์กลางของอาหารทะเลรสเลิศ โดยเฉพาะหอยนางรมสดๆ อาหารขึ้นชื่อของฝรั่งเศส เป็นเมืองที่มีเสน่ห์และสวยงามอีกแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส จนกระทั่งเดินทางถึง เมืองลา โคแชล นำท่าน ชมเมือง ผ่านชมและถ่ายรูปกับป้อมปราการโบราณ ที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันเมืองในอดีต จากนั้นนำท่านชมบริเวณ ท่าเรือริมทะเล ซึ่งเป็นจุดจอดเรือยอร์ชมากมาย จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองท่าริมทะเลอันมีเสน่ห์แห่งนี้ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบอร์กโดซ์ (BORDEAUX) (190 กิโลเมตร)

เมืองบอร์กโดซ์ (BORDEAUX) เมืองท่าที่สำคัญตั้งแต่ก่อนยุคโรมัน ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของฝรั่งเศส ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำกาโรนน์ (GARONNE) และชายฝั่งทะเลทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เป็นเมืองหลวงของแคว้นอากีแตน (AQUITAINE) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ (UNESCO) อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งไวน์และไร่องุ่นที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสและของโลกอีกด้วย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมหรือระดับเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

บอร์กโดซ์ – ชมเมือง – Wine Tasting  – ซาน เซบัสเตียน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารโรงแรม

จากนั้นนำท่านชมเมืองบอร์กโดซ์ พร้อมผ่านชม สะพานปิแอร์ (PONT DE PIERRE)

สะพานปิแอร์ (PONT DE PIERRE) สะพานข้ามแม่น้ำกาโรนน์ สัญลักษณ์ของเมืองบอร์กโดซ์ จากนั้นนำท่านชม จตุรัสพลาสเดอลาบูร์ซ (PLACE DE LA BOURSE) จัตุรัสใจกลางเมืองบอร์กโดซ์ เป็นที่ตั้งของอาคารสำคัญหลายแห่งของเมือง อาทิ อาคารรัฐสภา และที่ทำการราชการต่างๆ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ไร่ไวน์ชื่อดังของเมืองบอร์กโดซ์

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน พร้อมชิมไวน์อันขึ้นชื่อแห่งเมืองบอร์กโดซ์

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซาน เซบัสเตียน (SAN SEBASTIAN) (240 กิโลเมตร)

เมืองซาน เซบัสเตียน (SAN SEBASTIAN) เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงของสเปน ได้ชื่อว่าเป็น สเปนนิชริเวียร่า (SPANISH RIVIERA) ตั้งอยู่บริเวณ  พรมแดนฝรั่งเศสกับสเปน จึงมีวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างสองประเทศ จนกระทั่งเดินทางถึง เมือง ซาน เซบัสเตียน อิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมชายหาดอันสวยงาม หรือ เลือกซื้อของที่ระลึกภายในย่านเมืองเก่า จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม NH Collection San Sebastian Aranzazu   หรือระดับเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

ซาน เซบัสเตียน – Monte Igueldo – ลา ลิโอฮา เอลซีเอโก้

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านสู่จุดชมวิว “Monte Igueldo”

จุดชมวิวยอดเขา Monte Igueldo ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมือง และจะมาทำให้คุณรู้สึกเสมือนกับเป็นเหยี่ยวที่บินมองลงมาเห็นวิวพาโนรามาอันกว้างใหญ่ของ หาดBahía de la Concha ตลอดจนแนวชายฝั่ง ภูเขาโดยรอบ และตัวเมือง ซาน เซบัสเตียน งดงามเป็นทัศนียภาพระดับโลกที่ห้ามพลาดเป็นอันขาด  จนถึงเวลาอันควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ฮาโร (Haro), แคว้น ลา ลิโอฮา (La Rioja) (150 กิโลเมตร)

ลา ลิโอฮา (La Rioja)  ตั้งอยู่ในตอนเหนือของสเปน เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่กำลังรอให้คุณได้ไปค้นพบ กับแคว้นที่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการผ่อนคลายแบบสบาย ๆ ท่ามกลางทิวทัศน์งดงาม ของธรรมชาติที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่แห่งนี้คือแคว้นของคนรัก ไวน์ ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องรสชาติอันโดดเด่นขององุ่นเทมพานิลโล เลื่องชื่อไปไกลระดับโลก ไม่แพ้ Bordeaux เลยทีเดียว

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร Vivanco Museum of Wine

Vivanco Museum of Wine

พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมไวน์ที่เหล่าผู้ชื่นชอบไวน์บอกว่าห้ามพลาดเป็นอันขาด ด้วยพิพิธภัณฑ์เจาะลึกประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของไวน์ ตลอดจนกระบวนการต่างๆ ที่นำไปสู่การผลิตไวน์แดงระดับโลก ให้คุณได้ชิมไวน์ พร้อมรับประทานอาหารรสเลิศที่มีการปรุงด้วยไวน์ ที่จะมาส่งเสิรมประสบการณ์การชิมไวน์ ท่ามกลางทิวทัศน์ใต้เทือกเขาอันงดงาม และไร่ไวน์สุดลูกหูลูกตา

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง เอลซีเอโก้ (Eltziego)(20 กิโลเมตร)

เอลซีเอโก (Eltziego) เป็นเมืองและเขตเทศบาลที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของจังหวัดอลาวา ในประเทศแคว้นบาสก์ ทางตอนเหนือของสเปน เมืองนี้ตั้งอยู่ในภูมิภาคการผลิตไวน์ ลา ลิโอฮา (La Rioja) ที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็นที่ตั้งของ Hotel Marqués de Riscal ที่มีการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมล้ำสมัย โดย Frank Gehry สถาปนิกชื่อดัง อิสระให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย ภายในโรงแรมที่พัก หรือเดินชมเมืองคลาสสิกน่ารักอันตั้งอยู่ใต้เทือกเขา “Sierra de Cantabia” แห่งนี้ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเก็บภาพถ่ายมากมาย จนถึงเวลาอันควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม Hotel Marques De Riscal หรือระดับเทียบเท่า

8

 เอลซีเอโก้ – เซโกเวีย – มาดริด – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง เซโกเวีย (Segovia)(320 กิโลเมตร)

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านชม สะพานส่งน้ำโบราณ (THE AQUEDUCT OF SEGOVIA)

ชมสะพานส่งน้ำโบราณ (THE AQUEDUCT OF SEGOVIA) สิ่งก่อสร้างสไตล์โรมันที่ใหญ่ที่สุดที่ยังคงเหลืออยู่ในสเปน และถือเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเมืองเซโกเวียอีกด้วย บริเวณส่วนโค้งของสะพานมีทั้งหมด 166 ช่วง และมีความสูง 29 เมตร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงมาดริด (MADRID) (95 กิโลเมตร)

กรุงแมดริด (MADRID) เมืองหลวงของประเทศสเปน มหานครอันทันสมัยล้ำยุคที่ เมื่อพระเจ้าฟิลลิปที่ 3 ได้ย้ายไปอยู่ที่วัลลาโดลิด(VALLADOLID) แมดริดก็ได้ความเป็นเมืองหลวงสืบมาจนถึงบัดนี้

นำท่านเดินเล่นและช้อปปิ้ง ณ ถนน GRAN VIA

แกรนด์ วีอา (Gran Via) ศูนย์รวมความบันเทิง แหล่งช้อปปิ้ง และวัฒนธรรมของมาดริด ถนนที่ครึกครื้น และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เรียงรายด้วย ร้านค้าแบรนด์เนมริมถนน และร้านบูติกสุดหรู นอกจากนี้ยังมีอีกหลายแห่งสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในขณะที่คุณเดินเล่น ได้แก่ อาคารเทเลโฟนิกาอันกว้างใหญ่ซึ่งสร้างขึ้นในปี 2471 และตัวอย่างตึกระฟ้าในยุคแรกเลยทีเดียว จนถึงเวลาอันควร

ปัวร์ต้า เดล โซล หรือจุดกึ่งกลางเมืองกิโลเมตรที่ศูนย์ ซึ่งเชื่อกันว่า หากตั้งจิตอธิษฐานในระหว่างที่เหยียบบนจุดกลางเมืองนี้จะสมปรารถนาในสิ่งที่หวังไว้ทุกอย่าง จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพกับสัญลักษณ์ที่สำคัญของกรุงแมดริด รูปปั้นหมีเกาะต้นเชอรี่ อิสระให้ท่านได้ชมเมือง พร้อมช้อปปิ้ง จนกระทั่งได้เวลาอันควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร – พร้อมชมโชว์ระบำฟลาเมงโก ศิลปะที่มีรูปแบบซับซ้อนทั้งเพลงดนตรี และการเต้นรำซึ่งเป็นศิลปะประจำชาติและสร้างชื่อของชาวสเปน

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่โรงแรม NH Collection Madrid Suecia หรือระดับเทียบเท่า

9

มาดริด – ชมเมือง – โทเลโด – พระวิหารโทเลโด – มาดริด – กรุงเทพ ฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเข้าชม พระราชวังหลวง (PALACIO REAL)

พระราชวังหลวง (PALACIO REAL) ตั้งอยู่บนเนินเขาบริเวณริมฝั่งแม่น้ำแมนซานาเรส ที่มีความงดงามโอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังอื่นในทวีปยุโรป พระราชวังหลวงแห่งนี้ถูกสร้างด้วยหินทั้งหลัง ในปี ค.ศ. 1738 ในสไตล์บาร็อค โดยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบฝรั่งเศส และอิตาเลียน ประกอบด้วยห้องต่างๆ มากมายถึง 2,830 ห้อง ซึ่งนอกจากจะมีการตกแต่งอย่างงดงามแล้ว ยังเป็นที่เก็บภาพเขียนชิ้นสำคัญ ที่วาดโดยศิลปินในยุคนั้น รวมทั้งสิ่งของมีค่าต่างๆ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโทเลโด (TOLEDO) (75 กิโลเมตร)

เมืองโทเลโด (TOLEDO) เมืองได้รับการ

บันทึกโดยองค์การยูเนสโกว่าเป็นมรดกโลก เมื่อปีค.ศ 1986 เมืองประวัติศาสตร์ของสเปนที่ซึ่งมีความหมายว่า เมืองป้อมน้อย ในอดีตเป็นเมืองหลวงเก่าของสเปน ปัจจุบันอารยธรรมของชนต่างชาติครั้งก่อนยังคงฝังแน่นคละกันอยู่ในชีวิตประจำวันของชาวเมืองลักษณะผังเมืองโทเลโดเป็นเอกลักษณ์ที่น่าชื่นชมที่สุดของการจัดสร้างเมืองโบราณอันสมบูรณ์แบบตัวเมือง

รายล้อมด้วยเนินเขาประดุจกำแพงธรรมชาติ 3 แห่งโดยมีแม่น้ำทาโคเป็นเส้นทางคมนาคม

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเข้าชมมหาวิหารโทเลโด (TOLEDO CATHEDRAL)

มหาวิหารโทเลโด (TOLEDO CATHEDRAL) มหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในสเปน ที่เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี 1227 อันเป็นสมัยที่ศิลปะแบบโกธิคกำลังแพร่หลายอยู่ในยุโรป และเสร็จสิ้นสมบูรณ์เมื่อปี1493 ถือเป็นมหาวิหารสไตส์โกธิคที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติ มาดริด (90 กิโลเมตร)

อิสระรับประทานอาหารค่ำ ภายในสนามบินตามอัธยาศัย

22.05 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพ ฯ โดย สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 144/372

10

(แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโดฮา เวลา 07.15 –  09.40 น.)

18.55 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..