30 ต.ค. – 11 พ.ย. 2565
วันเดินทาง

ทัวร์ :  SECRETS OF TURKIYE 13 วัน (TK)

กำหนดการเดินทาง : 30 ต.ค. – 11 พ.ย. 2565

ประเทศ : ตุรกี

สายการบิน :  Turkish Airline

ราคา : 135,800 บาท

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพฯไกเซรี

20.30 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 สายการบิน “Turkish Airline” เจ้าหน้าที่จาก บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด จะคอยต้อนรับ และอำนวยความสะดวกแก่ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

23.00 น.  ออกเดินทางสู่ เมืองไกเซริ (Kayseri) โดย สายการบิน “Turkish Airline” เที่ยวบินที่ TK 69/2010

2

วันที่สองของการเดินทาง

ไกเซรี – Cappadocia – เกอเรแม – Red & Rose Valley

(แวะเปลี่ยนเครื่อง ณ สนามบินนานาชาติ อิสตันบูล เวลา 05.15 – 06.35)

07.50 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง ไกเซรี (KAYSERI), ตุรกี (TURKEY) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองบ้านหิน  เกอเรแม (Goreme) (90 กิโลเมตร)

เกอเรแม (GOREME)

หมู่บ้านสีน้ำผึ้งอันน่าทึ่งที่รายล้อมไปด้วยหุบเขาสีทองอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ มีอนุสรณ์สถานมากมายตั้งแต่สมัย Seljuks และ Ottomans โดยเมืองตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหม และมีชื่อเสียงในด้านพรมอย่างมาก หมู่บ้านที่จะมาเปิดประสบการณ์ การพักผ่อนภายในถ้ำแบบหรูหรา แปลกใหม่ ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์เปิดเกอเรแม (Goreme Open Museum)

Goreme Open Museum

พิพิธภัณฑ์มรดกโลก แห่งนี้เป็นสถานที่ห้ามพลาดเป็นอันขาดของคัปปาโดเกีย สถานที่ที่จะให้คุณได้สัมผัสโบสถ์สงฆ์แบบไบแซนไทน์ และเป็นสถานที่แสวงบุญตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ให้คุณได้ศิลปะไบแซนไทน์อันวิจิตรงดงาม และอารามที่แกะสลักจากหิน ตระการตา จนถึงเวลาอันควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านชม Fairy Chimneys และร่วมกิจกรรม Cappadocia Jeep Safari Tour

Fairy Chimneys

หุบเขาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ระหว่างหมู่บ้าน Goreme และ Cavusin และแบ่งออกเป็นหุบเขาเล็กๆ ซึ่งมีเอกลักษณ์ความสวยงามาจากหินสีกุหลาบที่เปลี่ยนสี และความเข้มตลอดเวลาไปตามช่วงเวลาของวัน ฤดูกาล และสภาพอากาศ ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในสุดยอดสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกดินอย่างมาก ด้วยคุณจะได้สัมผัสแสงทองอร่ามทอดไปยังหินขาวแดง เป็นประสมการณ์ที่ต้องมาให้เห็นด้วยตนเอง จนถึงเวลาอันควร

CAPPADOCIA JEEP SAFARI

กิจกรรมตะลุย Cappadocia ที่คุณจะไม่มีวันลืม เป็นการนำท่านตะลุยไปในจุดสำคัญต่าง ๆ ภายใน Cappadocia รวมถึง หมู่บ้านหินโบราณ Ibrahimpasa , หุบเขา Pancarlik และจุดชมวิวอันงดงามมากมายเหลือเชื่อ และปิดเส้นทางการผจญภัยด้วยการชมพระอาทิตย์ตกดิน ให้คุณเก็บภาพสวยงามมากมาย พร้อมทัศนียภาพเอกลักษณ์พิเศษของ Cappadocia อันงดงามตระการตาจนถึงเวลาอันควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร SEKI RESTAURANT


จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Argos Cappadocia https://www.argosincappadocia.com/home-page ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

3

วันที่สามของการเดินทาง

เกอเรแม – หุบเขา Ihlara – คอนย่า – Seljukian Caravanserai

05.00 น. (Optional) กิจกรรม HOT AIR BALLOONING

(OPTIONAL)

CAPPADOCIA HOT AIR BALLOON

คัปปาโดเกีย หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตุรกี และซึ่งมีภูมิทัศน์จากด้านบนยามเช้าอันงดงามตระการตา  ให้คุณได้ล่องลอยในความเงียบสงัดในยามเช้าเหนือความอลังการของคัปปาโดเกียจนถึงเวลาอันควร

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านชมโรงงานผลิตพรม ให้ท่านได้อิสระซื้อพรมชั้นดีผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของโลกจนถึงเวลาอันควร

จากนั้นนำท่านเดินทางชม หุบเขา “Ihlara” (90 กิโลเมตร)

หุบเขา “Ihlara”

หุบเขาอิห์ลาราเป็นหุบเขาอันน่าทึ่งที่มีแม่น้ำที่สวยงามไหลลงสู่ใจกลางหุบเขาหินภูเขาไฟ ถือหนึ่งในสถานที่ที่จะเหมาะสำหรับการเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ และร่มรื่น พร้อมชมสถาปัตยกรรมโบราณภายในเมืองถ้ำโบราณ นอกจากนี้ยังป็นศูนย์กลางของโบสถ์ในถ้ำ ซึ่งคุณจะพบได้มากมายตลอดเส้นทางในการเดินชมอย่างร่มรื่นอีกด้วย จนถึงเวลาอันควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางถ่ายรูป “Sultan Han Caravanserai” (85 กิโลเมตร)

SULTAN HAN

คาราวานสุลต่านฮานเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดในอนาโตเลียตอนกลาง อีกทั้งยังเป็นคาราวานเซลจุกที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในตุรกีอีกด้วย ให้คุณได้ชมสถาปัตยกรรมมรดกโลกอันทรงคุณค่าที่สุดแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายไหม จนถึงเวลาอันควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่  เมือง คอนย่า (Konya) (110 กิโลเมตร)

คอนย่า (Konya)

เมืองมหาอำนาจเศรษฐกิจ และเมืองอนุรักษ์นิยมแห่งอันโทเนีย ที่ให้กำเนิดการเต้น พื้นเมือง Whirling Dervish อันเป็นเอกลักษณ์ของตุรกี ทำให้เมืองแห่งนี้อุดมด้วยวัฒนธรรม Seljuk ผสมผสานกับความมอเดิร์นไว้อย่างลงตัว

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารโรงแรม
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Ramada Plaza by Wyndham Konya ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

คอนย่า – เมืองทะเลสาบ Egirdir – อิสปาร์ต้า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านชมพิพิธภัณฑ์ เมฟลาน่า (Mevlana Museum)

Mevlana Museum

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ ณ ใจกลางเมือง ประกอบด้วยเต็กเกะ (บ้านพัก) อันเก่าแก่ของนิกายเดอร์วิชที่มีชื่อเสียงระดับโลกของลัทธิซูฟี (ก่อตั้งโดยผู้ติดตามของเมฟลานา รูมิ) เป็นสถานที่ห้ามพลาดเป็นอันขาดเมื่อมาเยือนเมืองคอนย่า

ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์เมฟลานา มีทั้งผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยวต่างพากันมาที่นี่เพื่อแสดงความเคารพต่อหนึ่งในผู้ลึกลับทางศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตุรกีและของโลก อีกทั้งยังได้สัมผัสสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ตกแต่งด้วยโดมสีฟ้างดงามมีความพิเศษของตนเอง ให้คุณได้ชมความสวยงามทั้งภายในและภายนอกจนถึงเวลาอันควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองทะเลสาบ Egirdir (215 กิโลเมตร)

EGIRDIR PENINSULA

เมืองทะเลสาบเล็ก ๆ สุดแสนโรแมนติกแห่งนี้ ซ่อนตัวอยู่ กลางทะเลสาบ โอบอ้อมด้วยภูเขา ให้ความรู้สึกอันรมรื่น เงียบสงบ และ โรแมนติกที่สุด ให้คุณได้พักผ่อนริมทะเลสาบอันงดงาม ใส และเงียบสงบโดยรอบ เป็นเมืองรีสอร์ทกลางทะเลสาบที่ห้ามพลาด และต้องแวะชม จุดชมวิวทะเลสาบที่จะให้คุณเห็นบรรยกาศของทะเลทราบอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ทั้งหมด

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร Felekabad restaurant หรือเทียบเท่า

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอิสปาร์ต้า พร้อมนำท่านชม Ercetin Rose Oil Distillery (50 กิโลเมตร)

ERCETIN ROSE OIL DISTILLERY

อิสปาร์ต้า เป็นเมืองแห่งกุหลาบที่แท้จริง ด้วยเพราะเมืองแห่งนี้เป็นเมืองส่งออกสินค้าที่ผลิตจากกุหลาบเป็นอันดับหนึ่งของโลก ประกอบกับดอกกุหลาบมีความหอม และเอกลักษณ์พิเศษเป็นอันดับต้นของโลกอีกด้วย โดย ณ โรงกลั่นน้ำมันกุหลาบ Ercetin แห่งนี้ท่านจะได้เพลิดเพลินกับสินค้าเสริมความงามที่ผลิตจากกุหลาบมากมาย อีกทั้งชมสวนกุหลาบที่ใหญ่เป็นอันดับต้นของโลกอีกด้วย จนถึงเวลาอันควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Ramada by Wyndham Isparta ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

อิสปาร์ต้า – เมืองโบราณ Sagalassos – Antalya

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินชมเมืองโบราณ Sagalassos (50 กิโลเมตร)

SAGALASSOS ANCIENT CITY

เมืองโบราณของ Sagalassos  เมืองที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมหานครโรมันที่พลุกพล่าน มีโครงสร้างขนาดใหญ่ ห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ และโรงละครขนาด 9,000 ที่นั่ง ซึ่งการขุดค้นซากเมือง Sagalassos นั้นได้เผยให้เห็นใจกลางเมืองขนาดใหญ่ โรงละครที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี และรูปปั้นขนาดมหึมาของจักรพรรดิ Hadrian และ Marcus Aurelius อีกด้วย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง Antalya (120 กิโลเมตร) พร้อมนำท่านชม Old Town Antalya & Harbor

Antalya

ตั้งอยู่บนอ่าวอันตัลยา (Antalya Körfezi) เมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดบนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตกของตุรกี ทั้งสวยงามคลาสสิกและทันสมัย ด้วยเพราะมีเมืองเก่า Kaleiçi นั้นเป็นหัวใจของเมือง เป็นเขตที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม  เป็นเขตที่จะให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศดีในบ้านสไตล์ออตโตมันที่ได้รับการบูรณะอย่างประณีตบนตรอกที่คดเคี้ยว ล้อมรอบด้วยท่าเรือยุคโรมันอันวิจิตรงดงามพร้อมทิวทัศน์บนยอดผาของเงาภูเขาสีฟ้าครึ้มที่คู่ควรแก่การฉลองจนถึงเวลาอันควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Ramada by Wyndham Antalya ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

Antalya – เมืองโบราณไมร่า – เมืองบาดาล เคโคว่า – เฟทิเย่

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง Demre (150 กิโลเมตร) พร้อมนำท่านชมเมืองโบราณ MYRA

MYRA ANCIENT CITY

Myra เป็นหนึ่งในเมืองของ “Lycian Union” กลุ่มเมืองอันทรงอิทธิพลในสมัยโบราณ ซึ่ง Myra นั้นเป็นเมืองศูนย์กลางที่ทรงพลัง จะเห็นได้จากอัฒจันทร์ และสุสานยุคโรมันที่แกะสลักจากหินด้านล่างยังคงตั้งอยู่จนถึงทุกวันนี้ ทำให้ ณ เมืองนี้ท่านจะได้เห็นสถาปัตยกรรมหินโบราณหลายแห่งที่มีเอกลักษณ์พิเศษ และ น่าฉงน ให้คุณเพลิดเพลินกับการชมความคลาสสิคนี้ จนถึงเวลาอันควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย จากนั้นนำท่านล่องเรือชม เมืองใต้บาดาล Kekova

Kekova Ancient City

ด้วย Lycians เป็นสมาพันธ์นครรัฐอันสงบสุขที่สามารถย้อนไปถึงประมาณ 2000 ปี ก่อนคริสตศักราชได้เลยทีเดียว ซึ่งหนึ่งในสมาพันธ์นั้นคือเมือง Simena เมืองค้าขายทางทะเลด้วย ซึ่งในศตวรรษที่ 2 นั้นตัวเมืองได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวรุนแรงหลายครั้งทำให้ค่อยจมอยู่ใต้บาดาล อย่างไรก็ตามปัจจุบันเรายังสามารถชม อู่ต่อเรือ อาคารบ้านเรือน และโบสถ์ ใต้ทะเลเมดิเตอริเนียนสีคราม เป็นทัศนียภาพที่งดงามอย่างเหลือเชื่อ จนถึงเวลาอันควร

จากนั้นนำท่านเดือนทางสู่ เมืองเฟทิเย่ Fehtiye (140 กิโลเมตร)

Fehtiye

ปัจจุบัน เมืองแห่งนี้เป็นเมืองศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตกอีกครั้ง และเป็นฐานหลักสำหรับการล่องเรือกูเลต์ (เรือยอทช์แบบตุรกี) แม้ว่าเฟทิเยจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่เฟทิเยนั้นเป็นเมืองขนาดเล็ก เนื่องจากตัวเมืองนั้นมีข้อจำกัดความสูงของอาคาร ทำให้ตัวเมืองสวยงาม น่ารัก และมีชายหาดขาวยาว เป็นหนึ่งในหาดที่สวยสุดในตุรกีอีกด้วย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารซีฟู้ด
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Orka Boutique Hotel ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

เฟทิเย่ – ดัลยัน – คอนอส – Iztuzu Beach – โบดรัม

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง ดัลยัน (Dalyan) (50 กิโลเมตร) พร้อมนำท่านชม Kaunos

KAUNOS

ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 9 BC ภายใต้การปกครองของอาณาจักรคาเรีย (Caria) และติดชายแดน”สมาพันธ์ “Lycian” ทำให้เมือง Kaunos สามารถสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมของทั้งสองอาณาจักรได้อย่างชัดเจน เช่น โรงละครได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ซากเมืองอะโครโพลิสโบราณ และทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตาของชนบทโดยรอบ ให้คุณได้สัมผัสความสวยงามมรดกโลกแห่งนี้จนถึงเวลาอันควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย จากนั้นนำท่านชม หาด อิสทูซู (Iztuzu Beach)

IZTUZU BEACH

ชายหาดยาว 4.5 กม. ใกล้ Dalyan ชายหาดนี้เป็นพื้นที่แคบๆ ซึ่งเป็นแนวกั้นตามธรรมชาติระหว่างสามเหลี่ยมปากแม่น้ำดาลยัน และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นหนึ่งในแหล่งเพาะพันธุ์หลักของเต่าทะเลหัวค้อน (Caretta caretta) ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ดังนั้นจึงมักเรียกกันว่าหาดเต่า ทั้งนี้เต่าหัวค้อน (Caretta caretta) อยู่ในรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ให้คุณได้เดินชมชายหาดอันงดงาม ฟ้าใส ทะเลสีคราม และจุดชมวิวที่ให้เห็นบริเวณโดยรอบทั้งหมดจนถึงเวลาอันควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโบดรัม (Bodrum) (110 กิโลเมตร)

โบดรัม (BODRUM)

โบดรัม เมืองที่มีมากกกว่าหนึ่งล้านนักท่องเที่ยวทุกปี เป็นเมืองริมชายหาดที่เรียงรายด้วยอาคารขาวสวยงามตามสถาปัตยกรรมกรีก (เพราะในอดีตเป็นเมืองฮาลิคาร์นาสซัส ปกครองโดยชาวกรีกในสมัยโบราณ) ที่จะมาทำให้คุณรู้สึกเย็นสบาย มากกว่าสถานที่พักผ่อนริมทะเลอื่นๆ ของตุรกี นอกจากนี้ยังมีความสง่างามลึกลับที่แผ่ซ่านไปทั่ว ตั้งแต่ปราสาทอันสูงตระหง่านของเมืองและท่าจอดเรือที่ระยิบระยับ ไปจนถึงร้านกาแฟที่เต็มไปด้วยดอกไม้และถนนด้านหลังที่ฉาบด้วยปูนขาว

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารโรงแรม
ากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Raddison Bodrum Hotel ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

8

วันที่แปดของการเดินทาง

โบดรัม – ชมเมือง – Sunset Cruise

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นอิสระให้คุณได้พักผ่อนยามเช้า ณ หาดส่วนตัวของโรงแรม

MIVAA PRIVATE BEACH

ด้วยโรงแรมตั้งอยู่ริมทะเล บนชายหาดที่จะให้คุณได้สัมผัสทะเลมรกต ใสงดงาม ให้คุณได้ผ่อนคลายจากการเดินทาง หรือลงเล่นน้ำทะเลใสมรกตของทะเลเมดิเตอร์ริเนียน อีกทั้งยังมีบาร์น้ำให้คุณได้ลิ้มลอง และดื่มด่ำกับเครื่องดื่มต่าง ๆ จนถึงเวลาอันควร

จากนั้นนำท่านชม กังหันลมโบดรัม (Bodrum Windmills)

กังหันลมโบดรัม (Bodrum Windmills)

แลนด์มาร์คของเมืองโบดรัม สถานที่ที่จะให้คุณได้สามารถชมทัศนียภาพทั้งของทั้งเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง “Bodrum Bay” และ “Gumbet Bay” ได้ และเป็นที่ตั้งของเหล่ากังหันลมสีขาวตามสถานปัตยกรรมกรีก ที่คุณสามารถเก็บภาพอันงดงามมากมายได้จนถึงเวลาอันควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย จากนั้นนำท่านชม เมืองเก่า โบดรัม (Bodrum Old Town)

เมืองเก่าโบดรัม (Bodrum Oldtown)

หนึ่งในสถานที่บนทะเลเมดิเตอร์ลิเนียนที่คุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ด้วยเพราะหัวใจของโบดรัมแห่งนี้เป็นสถานที่ซึ่งคุณจะได้สัมผัสประวัติศาสตร์ยุโรปตั้งแต่โรมันโบราณ จนถึง ยุคกลางได้ในที่เดียว และยังได้เห็นโบราณสถานที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น Wonders of the World แห่งโลกโบราณอีกด้วย นำท่านชม “Castle of St.Peter” ปราสาทที่สร้างขึ้นโดยกลุ่มอัศวินครูเสดระหว่างปี 1402 ถึง 1437 ประกอบด้วยบรรดาหอคอยต่างๆ และในรัชสมัยของสุลต่าน “Suleiman” ผู้ยิ่งใหญ่ นั้นได้มีการสร้างมัสยิดภายในปราสาทอีกด้วย ปัจจุบัน ห้องโถงขนาดใหญ่หลายแห่งภายในปราสาทได้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีใต้น้ำแห่งโบดรัม จากนั้นนำท่านสู่ใจกลางเมืองเก่าโบดรัม สถานที่ที่จะให้คุณเดินไปตามอาคารขาวฟ้าเรียงรายสถาปัตยกรรมแบบเดียวกับ มิโคนอส และ ซานโตรินี อิสระให้คุณได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งท่ามกลางบรรยากาศที่โรแมนติก และเก็บภาพคาเฟ่ขาวฟ้าริมทะเลน่ารักมากมาย จนถึงเวลาอันควร

จากนั้นนำท่านร่วมกิจกรรมล่องเรือ ชมพระอาทิตย์ตกดิน

BODRUM SUNSET CRUISE

หนึ่งในทัศนียภาพพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดในเมดิเตอร์เลเนียน นำพาคุณล่องเรือไปบนทะเลสีคราม และเมื่อแสงพระอาทตย์ทอดแสงลงเหนือผืนทะเลนั้น คุณจะได้ชมทะเลทองอร่ามอยู่เบื้องหน้าอย่างใกล้ชิด เป็นประสบการณ์บนทะเลเมดิเตอร์ริเนียนที่ครั้งหนึ่งต้องสัมผัสให้ได้ในชีวิต

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ บนเรือ
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่ โรงแรม Raddison Bodrum Hotel ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

โบดรัม – เดนิซิลี – Laodikeia Ancient City

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทาสู่ เมืองเดนิซิลี (Denizili)(260 กิโลเมตร)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร Varol Gurme

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางชม Laodicea Ancient City

LAODICEA ANCIENT CITY

คอมเพล็กซ์เมืองโบราณ Laodicea ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 3 โดย Seleucid King Antiochus II เพื่อเป็นเกียรติแก่ Laodice ภรรยาของเขา และเป็นเมืองสำคัญทางการค้าคาราวานตามธรรมชาติจากทะเล Aegean ไปยังแผ่นดินหรือในทางกลับกัน เมืองแห่งนี้จึงเคยรุ่งโรจน์อย่างมากทั้งในด้านสถาปัตยกรรม ความงาม และความโรแมนติก จนถึงเวลาอันควร

จากนั้นอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย ภายในโรงแรม Adem Pira Thermal & Spa หรือเทียบเท่า

ADEM PIRA THERMAL & SPA

อิสระให้คุณได้พักผ่อนกับโรงแรมบ่อน้ำร้อนอันขึ้นชื่อแห่ง Pammukale ให้คุณได้คลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง กับสิ่งอำนวยความสะดวก อย่างห้องซาวน่าหินร้อน สปา และสระน้ำร้อน เต็มอิ่มกับการดูแลระดับ 5 ดาว จนถึงเวลาอันควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารโรงแรม


จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม ADEM PIRA THERMAL & SPA ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

** กรุณาเตรียมชุดสำหรับแช่น้ำร้อนนะ Pamukkale; Cotton Castle & Trevestine **

10

วันที่สิบของการเดินทาง

Pamukkale – ปราสาทฝ้าย  – อิสตันบูล

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านชมปราสาทฝ้าย (Pamukkale; Cotton Castle & Trevestine)

COTTON CASTLE & TRAVESTINE

Pamukkale หมายถึง “ปราสาทฝ้าย” หนึ่งเขตพื้นที่ธรรมชาติ และบ่อน้ำพุพันปีที่ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาแล้วทุกยุค สมัยโดยตัวปราสาทนั้นเกิดจากแร่คาร์บอเนตที่ไหลมาจากน้ำพุร้อนขาวโพลนเป็นชั้น จนเกิดเป็นตำนานเล่าว่าการก่อตัวเป็นฝ้ายที่แข็งตัว (พืชผลหลักของพื้นที่) ซึ่งยักษ์ทิ้งไว้ให้แห้ง ให้คุณได้พักผ่อนแช่น้ำร้อนท่ามกลางบรรยากาศ สุดโรแมนติกจนถึงเวลาอันควร

จากนั้นนำท่านกลับสู่โรงแรมที่พัก เพื่อให้ท่านได้เปลี่ยนชุด และพักผ่อนตามอัธยาศัย จนถึงเวลาอันควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร Miske

บ่าย จากนั้นนำท่านชม “Denizli Textile”

DENIZLI TEXTILE

ด้วยเมืองเดนิซลีเป็นเมืองที่ส่งออกผลิตภัณฑ์สิ่งทอผ้าอันดับต้น ๆ ของโลก ณ สถานที่แห่งนี้คุณจะได้สามารถเลือกซื้อสินค้าระดับโรงแรมห้าดาวต่าง ๆ รวมไปถึงผ้าทอผลงานตุรเคียอื่น ๆ อีกมากมาย อิสระให้คุณได้ ช้อปปิ้งตามอัธยาศัยจนถึงเวลาอันควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบิน นานาชาติ เดนิซีลี (Denizli International Airport)
20.35 น. ออกเดินทางสู่สนามบินนานาชาติอิสตันบูล โดย สายการบิน “Turkish Airline” เที่ยวบินที่ TK 2579

21.35 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติ อิสตันบูล
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Windsor Hotel & Convention Center ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

11

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

อิสตันบูล – ชมเมือง – Hagia Sophia – ล่องเรือ Bosphorus

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านชมเมืองอิสตันบูล โดยเริ่มนำท่านชม พระราชวังทอปกาปิ

พระราชวังทอปกาปึ (TOPKAPI PALACE)

พระราชวังทอปกาปึ (TOPKAPI PALACE) ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 เพื่อให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน พระราชวังทอปกาปึนี้มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กินเนื้อที่เกือบ 700,000 ตารางเมตรล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตามแนวฝั่งทะเลมาร์มารา ภายในพระราชวังประกอบด้วยตำหนักน้อยใหญ่ พลับพลา พระคลังมหาสมบัติ มัสยิด โรงเรียน ฮาเร็ม ฯลฯ ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า ให้คุณได้สัมผัสความสวยงาม และโออ่านี้อย่างใกล้ชิด

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารไทย

บ่าย จากนั้นนำท่านขม “Blue Mosque”, “Hagia Sophia”

สุหร่าสีน้ำเงิน (BLUE MOSQUE)

สุหร่าสีน้ำเงิน (BLUE MOSQUE) ซึ่งสร้างขึ้นใน

สมัยสุลต่านอะห์เมตที่ 1 ซึ่งมีพระปรสงค์ที่จะสร้างมัสยิดของจักรวรรดิออตโตมันที่มีความงดงาม และยิ่งใหญ่กว่าโบสถ์เซนต์โซเฟียของจักรวรรดิไบแซนไทน์ให้ได้ แต่อย่างไรก็ตามโบสถ์เซนต์โซเฟียก็ยังคงเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกีจวบจนปัจจุบัน

โบสถ์ฮาเกีย โซเฟีย

(Hagia Sophia)

โบสถ์ฮาเกีย โซเฟีย (Hagia Sophia) โบสถ์ศิลปะแบบไบเซนไทน์ ที่ได้รับการขนานนามให้ควรเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก และการเดินภายในโบสถ์แห่งนี้นั้นถือเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้สักครั้งในชีวิตอีกด้วย  ทั้งนี้เพราะโบสถ์นั้นได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิคอนสแตนตินของจักรวรรดิไบแซนไทน์ ซึ่งเดิมใช้เป็นโบสถ์ คริสต์ แต่หลังจากจักรวรรดิออตโตมันเข้ามาปกครองจึงได้เปลี่ยนโบสถ์ดังกล่าวเป็นมัสยิส แต่ได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในสมัย เคมาล อะตาเตริ์ก ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงาม และความยิ่งใหญ่ ภายในมีภาพประดับโมเสกที่สวยงามจนกระทั่งไว้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกดิน ณ ช่องแคบบอสฟอรัส (BOSPHORUS SUNSET CRUISE)

BOSPHORUS SUNSET CRUISE

ช่องแคบบอสฟอรัส (BOSPHORUS CRUISE) ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (THE BLACK SEA) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (SEA OFMARMARA) ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ข้างทางไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาชเช่หรือบ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐี อีกทั้งชมพระอาทิตย์ตกดิน ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามตระการตาทั้งสิ้น

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Windsor Hotel & Convention Center ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

12

วันที่สิบสองของการเดินทาง

อิสตันบูล – ชมเมือง – พระราชวังโดลบาชเช่ – ย่าน Istiklal

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม     

จากนั้นนำท่านร่วมสนุกกับกิจกรรม Istanbul Rooftop Photo

Istanbul Rooftop Photo

กิจกรรมถ่ายรูปที่จะให้คุณได้เก็บภาพบรรยากาศความคลาสสิกของเมืองอิสตันบูลแห่งนี้ พร้อมที่จะลงโซเชียลมีเดีย อย่างงดงาม เป็นความทรงจำที่คุณไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน จนถึงเวลาอันควร

จากนั้นนำท่าน เข้าชมพระราชวังโดลมาบาชเช่ (DOLMABAHCE PALACE)

พระราชวังโดลมาบาชเช่ (DOLMABAHCE PALACE)

พระราชวังโดลมาบาชเช่ (DOLMABAHCE PALACE) พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยสุลต่านอับดุลเมอซิท ในปีค.ศ.1843 ภายนอก  ประกอบด้วยสวนไม้ดอกรายล้อมพระราชวังบริเวณ  เหนืออ่าวที่ช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ และฮาเร็ม ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรง แก้วเจียระไน และโคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน นาฬิกาทุกเรือนของที่นี่จะชี้เวลา 09.05 น. เป็นนิจนิรันดร์ เพื่อระลึกถึงเวลาของการจากไปเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1938 ของคามาล อาตาเติร์ก (KAMAL ATATURK) 1 อิสระให้ท่านชมความงดงามตามอัธยาศัยจนถึงเวลาอันควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางชมย่าน “Istiklal”

ISTIKLAL

ISTIKLAL ถนนสายที่โด่งดังที่สุดแห่งอิสตันบูล สถานที่ถือได้ว่าได้รวบรวมจิตวิญญานของเมืองอิสตันบูลไว้ ณ ที่แห่งนี้ เปรียบเสมือนกับ ถนนอ็อซ์ฟอร์ดของประเทศอังกฤษเลยก็ว่าได้ เพราะถนนสายยาวแห่งนี้เรียงรายด้วยร้านค้าแบรนด์เนม คาเฟ่ ภัตตารดัง และอื่นๆ อีกมากมาย  เช่น “The Flower Passage” ระแวกสุดดังที่รวมคาเฟ่ ภัตตาคาร ไวน์เนอรี่ให้คุณได้ลิ้มลอง ซึ่งชื่อของระแวกนี้ได้มาจากอดีตนั้นบรรดาสาวรัสเซียนั้นมักมาขายดอกไม้ภายในระแวกนี้นั้นเอง ดังนั้นภายในย่าน Istiklal ยังมีสถานที่อีกมากมายที่มีเรื่องเล่ารอให้คุณได้สัมผัสถึงจิตวิญญาณของอิสตันบูล อยู่นั้นเอง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินอิสตันบูล

20.55 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบิน  Turkish Airline (TK) เที่ยวบินที่ TK 064

13

วันที่สิบสามการเดินทาง

กรุงเทพ

10.10 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…