19 – 29 กรกฏาคม 2567
วันเดินทาง
อิตาลี
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป : KINGDOM OF SICILY & MALTA 11 วัน

กำหนดการเดินทาง :  19 – 29 กรกฏาคม 2567

ประเทศ : อิตาลี

สายการบิน : Lufthansa เที่ยวบินที่ LH773/1866

ราคา : 245,800 บาท

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพฯ – อิสตันบูล

19.00 น.   พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 3 เคาน์เตอร์ G สายการบิน TURKISH AIRLINE (TK) เจ้าหน้าที่จากบริษัทฯ จะคอยต้อนรับและอำนวย ความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

23.05 น. เดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล ประเทศทูร์เคีย โดย สายการบิน TURKISH AIRLINE
 เที่ยวบินที่ TK 69

2

วันที่สองของการเดินทาง

อิสตันบูล – บารี – ปอร์ลิกนาโน่ อา แมร์

05.15 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินเมืองอิสตันบูล ประเทศทูร์เคีย
(แวะเปลี่ยนเครื่อง ณ สนามบินอิสตันบูล 05.15 – 07.15 น.)

07.15 น. เดินทางสู่ เมืองบารี่ ประเทศอิตาลี โดย สายการบิน Turkish Airline เที่ยวบินที่ TK 1445

08.15 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงเมืองบารี่ ประเทศอิตาลี พร้อมนำท่านชมเมืองบารี

BARI

เมืองหลวงอันน่าทึ่งของอาปูเลียที่ปัจจุมันได้กลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตก บารีเป็นเมืองที่โดดเด่นในประเพณี วัฒนธรรม และอาหารรสชาติอันเข้มข้น นอกจากนี้ยังเป็นเมืองติดทะเลอันน่าทึ่งและอบอวลด้วยเสน่ห์อันสุดแสนโรแมนติค ซึ่งคุณจะต้องตกหลุมรักดินแดนมหัศจรรย์แห่งศิลปะและประวัติศาสตร์ แห่งนี้ตั้งแต่แรกสัมผัสจนต้องปรารถนาที่จะกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน

BARI CITY TOUR

นำท่านชมเมืองบารี เมืองท่าที่อบอวลด้วยความโรแมนติค ให้คุณได้เก็บภาพบรรยากาศคลาสสิคของเมือง พร้อมนำท่านชม โบสถ์เซนต์นิโคลัส (BASILICA ST.NICHOLAS) ซึ่งเดิมเคยใช้เป็นที่พานักของผู้ปกครองเมืองชาวไบแซนไทน์เมื่อราวปี ค.ศ.1000 ต่อมาในปี ค.ศ.1087 สถานที่ซึ่งปัจจับันเป็นสถานที่ประดิษฐานกระดูกของเซนต์นิโคลัสไว้ภายใน ซึ่งเชื่อกันว่า เซนต์นิโคลัส ก็คือที่มาของซานตาคลอสนั่นเอง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ปอร์ลิกนาโน่ อา แมร์ (Poligano a Mare)  (35 กิโลเมตร)

อัญมณีอันแวววาวบนชายฝั่ง Valle d’Itria เมืองริมหน้าผาหินปูนสูง 20 เมตรเหนือน้ำทะเลใสดุจคริสตัลของทะเลเอเดรียติก ต้นกำเนิดของสถานที่ที่มีเสน่ห์แห่งนี้นั้นต้องย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล เมื่อผู้ตั้งถิ่นฐานชาวกรีกก่อตั้งเมืองเนอาโพลิสขึ้นเหนือผาแห่งนี้ และได้เจริญรุ่งเรืองภายใต้ยุคโรมัน ซึ่งเมืองแห่งนี้นั้นมีความสำคัญมากจนจักรพรรดิทราจันได้สั่งการสร้าง Via Traiana ของเขาขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 108-110 ตัดผ่านเมือง เป็นเมืองประวัติศาสตร์ริมผาที่มากด้วยเสน่ห์อย่างมาก

เที่ยง รับประทานอาหรกลางวัน ณ ภัตตาคาร Grotta Palazzese

ภัตตาคาร ที่ไม่เพียงแต่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม และเอกลักษณ์ที่ตั้งริมผาเท่านั้น แต่ยังประณีตในการปรุง อาหารต่างๆ ใ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบ เพื่อให้เป็นประสบการณ์โรแมนติกที่สุด

บ่าย จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ ปอร์ลิกนาโน่ อา แมร์ (Poligano a Mare) ประสบการณ์การถ่ายภาพเหนือริมผาที่ถือว่าว่าเป็นหนึ่งในผาที่สุดแสนโรแมนติคของโลก ให้คุณได้เก็บภาพมุมที่งดงามมากมาย

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเมือง บารี่ (35 กิโลเมตร)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู้ที่พักโรงแรม The Nicolaus Hotel  ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

3

วันที่สามของการเดินทาง

บารี่ – ออสตูนี – เลชเช่ – กัลลิโปลี่ – ออทรันโต้

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมือง ออสตูนี (85 กิโลเมตร) พร้อมนำท่านชมเมือง

OSTUNI

เมืองที่ตั้งตระหง่านยิ่งใหญ่เหนือที่ราบสูงที่ปูพรมไปด้วยฟาร์มมะกอกอันกว้างใหญ่ของปูเกลียตอนล่าง เป็นสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนที่เดินทางข้ามปูเกลียมายาวนาน ด้วยกำแพงป้องกันที่แข็งแกร่งและบ้านเรือนสีขาวที่ล้อมรอบไหล่เขา และเพราะเมืองแห่งนี้นั้นได้ผ่านการปกครองจากหลายอารยธรรม คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติค และกลิ่นอายของแต่ละอารยธรรมในเมืองสีขาวแห่งนี้

จากนั้นนำท่าน สู่เมือง เลชเช่ (LEECE) (95 กิโลเมตร

LEECE

THE BAROQUE CITY

เลชเช่มนต์เสน่ห์เมืองสไตล์บาโรกอันน่าทึ่งและงดงามจนได้รับฉายาให้เป็น “Florence of the South” ด้วยเพราะเมืองนั้นมีสถาปัตยกรรมย้อนหลังไปถึงสมัยโรมัน และที่โดดเด่นที่สุดคืออาคารสมัยศตวรรษที่ 17 ที่เผยให้เห็นสีอันเป็นเอกลักษณ์ของหินในท้องถิ่น เป็นเมืองที่พร้อมจะดึงดูดคุณด้วยตรอกซอกซอยที่หรูหราเหนือกาลเวลา และอาหารท้องถิ่นแสนอร่อย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน ชมเมือง เลชเช่ (LEECE)

LEECE CITY TOUR

ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเลชเช่ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งอย่างแท้จริงเลยก็ว่าได้ ด้วยเฉพาะ Piazza Duomo สไตล์บาโรคอันงดงาม ที่จะให้คุณได้เก็บภาพบรรยากาศที่หรูหราเหนือกาลเวลา ในตรอกซอกซอยขณะที่เดินสู่อาคารอันสำคัญของเมืองคุณจะสัมผัสได้ถึงความเรียบหรูได้รอบตัวคุณ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมือง กัลลิโปลี่ (GALLIPOLI) (30 กิโลเมตร)

GALLIPOLI

Gallipoli มีความหมายว่า “เมืองที่สวยงาม” เป็นเมืองบรรยากาศสบาย ๆ ที่อบอวลด้วยความโรแมนติค และ  เมืองเก่าที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในเทพนิยาในฝัน นอกจากนี้คุณจะได้สัมผัสกับอนุสาวรีย์ยุคกลาง โบสถ์ที่สวยงาม และหาดทรายที่มีน้ำทะเลใสดุจคริสตัลอีกด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองออทรันโต้ (OTRANTO) (70 กิโลเมตร)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารโรงแรม

นำท่านเข้าสู้ที่พักโรงแรม  VITTORIA RESORT POOL & SPA HOTEL ระดับ 4 ดาว
หรือเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ออทรันโต้ – บรินดิซี่ – อัลเบโรเบลโล – มาเทรา

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่าน แวะถ่ายรูปกับ GROTTA SFONDATA

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบรินดิซี่ (BRINDISI) (90 กิโลเมตร)

BRINDISI

เมืองท่าอันสำคัญตั้งแต่จักรวรรดิโรมัน จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญของประเทศอิตาลี ที่เชื่อมต่อไปสู่ ประเทศกรีซ และ “Balkan” บรรยากาศเมืองอบอวลด้วยความผ่อนคลาย และเนิบช้า โดยเฉพาะถนน Corso Garibaldi ที่มีต้นปาล์มเรียงรายเป็นทางเดินเที่ทอดยาวริมทะเล ให้คุณได้เดินไปบนไปบนความเรียบหรูอย่างเนิบช้า แสนสบาย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอัลเบโรเบลโล (ALBEROBELLO) (80 กิโลเมตร)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน ชม อัลเบโรเบลโล (ALBEROBELLO)

หมู่บ้านกระโจมหิน (TRULLI VILLAGE) หมู่บ้านเก่าแก่ รูปทรงแปลกตา มีเอกลักษณ์ทางด้านสถาปัตยกรรมซึ่งมีหลังคาบ้านเป็นรูปทรงกรวยเกือบทุกหลัง ซึ่งเป็นเค้าโครงมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะเป็นบ้านที่มีวิวัฒนาการ การตั้งถิ่นฐานของคนแถบ Greece, Egypt, Sardinia and Sicily รอบๆทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีการตั้งบ้านเรือนแบบนี้มาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 14-15

ให้คุณได้เดินผ่านบรรยากาศที่เรียบหรู เนิบช้า และสบายตา เป็นบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติค ที่คุณต้องหวนกลับมาอีกครั้ง

จากนั้นนำท่านชิมไวน์ ณ Albea Museum & Winery

ALBEA WINE TASTING

หนึ่งในโรงบ่มไวน์ที่ได้รับความนิยมและเก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ซึ่งได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อต้นทศวรรษ 1900 ปัจจุบันเป็นต้นแบบอันล้ำค่าของการผสมผสานการผลิตไวน์สมัยใหม่ และโบราณไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยยังคงรูปแบบสถาปัตยกรรมคลาสสิกของห้องเก็บไวน์ที่สร้างจากหินในท้องถิ่นทั้งหมด พร้อมใช้ถังที่จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์การเรียนรู้รอบด้านเกี่ยวกับไวน์ กระบวนการผลิตไวน์ และเทคนิคการผลิตไวน์ที่ใช้โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และอาณาเขตอนุรักษ์ UNESCO

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมาเทรา (MATERA) (70 กิโลเมตร)

MATERA

เมืองมาเทรา เมืองโบราณเล็กๆ ทางตอนใต้ของอิตาลี เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีความสาคัญทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ในแคว้นบาซีลีกาตา (BASILICATA) ได้รับขนานนามว่าเป็น เมืองใต้ดินหรือ เมืองมนุษย์ถ้า เมืองนี้จะมีสองส่วนคือส่วนเมืองเก่าและส่วนเมืองใหม่ที่รัฐบาลพยายามอพยพผู้คนให้มาอยู่ที่เมืองใหม่ แต่ก็ยังมีพลเมืองบางส่วนยังคงอาศัยอยู่ในถ้าหินของเมืองเก่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู้ที่พักโรงแรม  Le Suite Matera Hotel & Spa ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

มาเทรา  – ชมเมืองหินมาเทรา – โคเซนซ่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านชม เมืองหินมาเทรา (Matera)

MATERA CITY TOUR

สัมผัสเสน่ห์เมืองหินมาเทรา ด้วยการนำท่านชม ถ้ำ Citta Vecchi – Sassi ที่ให้ภาพยามเช้าอันสวยงามของเมืองเป็นอีกมุมของเมืองที่ตระการตา จากนั้นชม หมู่โบสถ์หิน Santa Maria De Idris ที่เรียงรายเป็นชั้น ๆ แปลกตา ท่ามกลางบรรยากาศอันมีเสน่ห์ นอกจากนี้ยังเก็บเหล่าภาพหิน (Fresco) อันล้ำค่าของพระแม่มารี และบุคคลสำคัญทางศาสนาไว้ข้างในมากมายอีกด้วย          

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโคเซนซ่า (Cosenza) (210 กิโลเมตร)

COSENZA

โคเซนซา หรือที่รู้จักกันในชื่อเมืองแห่ง
บรูซิส (Bruzis) เป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในกาลาเบรีย และครอบคลุมเนินเขาเจ็ดลูกในหุบเขาแม่น้ำกราติ และเป็นเมืองที่เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเศรษฐกิจ ศิลปะและวัฒนธรรม 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู้ที่พักโรงแรม Italiana Hotel  ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

โคเซนซ่า – วิลล่า ซาน จิโอวานี – เมสินา – ทาวร์มิน่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมือง วิลล่า ซาน จิโอวานี (San Giovanni) (180 กิโลเมตร) เมืองริมชายฝั่ง ที่ใกล้กับเกาะซิซิลี จากนั้นนำท่านล่องเรือข้ามฝากด้วยเรือเฟอร์รี่ (Ferry) สู่ เมืองเมสินา, เกาะซิซิลี (Mesina, Sicily)

MESSINA

ประตูสู่ซิซิลี ซึ่ง คุณสามารถมองเห็นชายฝั่งคาลาเบรียอันสวยงามได้อย่างเต็มตา ประกอบด้วยท่าเรือโค้งที่ตั้งอยู่จุดเหนือสุดของชายฝั่งไอโอเนียนของซิซิลี ห่างจากแผ่นดินใหญ่ของอิตาลีเพียงไม่กี่กิโลเมตร เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งที่สำคัญมานานหลายศตวรรษ โดยยังคงเป็นประตูสำคัญเข้าและออกจากเกาะซิซิลี

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่  เมืองทอร์มิน่า (Taormina) (55 กิโลเมตร)

TAORMINA

เมืองพักตากอากาศซึ่งเริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 เป็นเมืองที่มีชายหาดติดกับทะเลไอโอเนี่ยน (IONIAN SEA) ทะเลซึ่งแบ่งเขตระหว่างประเทศอิตาลี และประเทศกรีซ ที่มีทัศนียภาพที่เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง

ชมบริเวณจัตุรัสโอเดียน (ODEON) เป็นโรงละครโบราณที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับจักรพรรดิ์อ๊อกตาเวียน (EMPEROR OCTAVIAN) เดินต่อไปอีกประมาณ 500 เมตร ท่านจะพบกับ โรงละครกรีกโบราณ (GREEK-ROMAN THEATRE) สัญลักษณ์ของเมืองทอร์มิน่า เนื่องจากในสมัยศตวรรษที่ 2 โรงละครแห่งนี้ได้ถูกบูรณะขึ้นใหม่โดยชาวโรมัน นับจากนั้นสถานที่แห่งนี้จึงมีความผสมผสานระหว่างกรีก และโรมัน  ให้ท่านดื่มด่ำกับทัศนียภาพที่สวยงามของเทือกเขาน้อยใหญ่และผืนน้ำทะเลสีครามเป็นฉากหลังที่จะทำให้ท่านประทับไม่มีวันลืมเลือน

จากนั้นนำท่านชมเมือง ทอร์มิน่า และ อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

TAORMINA CITY & SHOPPING

นำท่าน ถ่ายภาพกับดูโอโม่ประจำเมือง สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ 1400 เป็นโบส์ถที่ได้รับอิทธิพลบางส่วนมาจากแถบอาหรับ พร้อมกันนี้ท่านจะได้ชมความสวยงามของน้ำพุที่ตั้งเด่นเป็นตระง่านอยู่บริเวณด้านหน้าของโบส์ถ ผ่านชมวิหาร PIAZZA 9 APRILE จากที่นี้ท่านจะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่งดงามจากมุมสูง และชมความเก่าแก่ของหอนาฬิกาโบราณประจำเมือง (CLOCK TOWER) ไปพร้อมๆกัน อิสระให้ท่าน ดื่มด่ำกับบรรยากาศ และเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพตามอัธยาศัย ผ่อนคลายอิริยาบถโดยการเดินเล่น เลือกซื้อสินค้า ของที่ระลึกบริเวณถนนคอร์โซ อัมเบอร์โต้ ได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ ที่พักโรงแรม Excelsior Palace Hotel ระดับ 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า   

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

ทอร์มิน่า – ภูเขาไฟเอทน่า – คาตาเนีย                                          

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

 จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ภูเขาไฟเอทน่า(MOUNT ETNA) (60 กิโลเมตร) พร้อมนำท่าน ขึ้นสู่ภูเขาไฟโดยเคเบิ้ลคาร์ และรถ 4wd

CABLE CAR & 4WD

นำท่านขึ้นรถ เคเบิ้ลคาร์ สู่ภูเขาไฟ เอทน่า ประสบการณ์ที่จะให้คุณได้เห็นทิวทัศน์ของภูเขาแห่งนี้จากมุมสูง สวยงาม จากนั้นนำท่านขึ้นรถ 4wd ผ่านชมบรรยากาศของภูเขาแห่งนี้ เป็นการนั่งรถผจญภัยเล็กน้อย และเนิบช้า ที่ค่อย ๆ นำพาคุณสู่ทัศนียภาพอันตระการตาของภูเขาไฟแห่งนี้

 “THE RINGS OF FIRE” VILLAGE.

สัญลักษณ์ของซิซิลีที่หากไม่มาถือว่ามาไม่ถึงซิซิลี ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป หนึ่งในภูเขาไฟที่สูงที่สุดในโลก และอยู่ในรายชื่อมรดกโลกของ UNESCO ตั้งแต่ปี ซึ่ง UNESCO ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญทางวิทยาศาสตร์ของสถานที่นี้ ตลอดจนคุณค่าทางวัฒนธรรม และการศึกษาของสถานที่นี้นั้นมีความสำคัญระดับโลก ให้คุณได้ชมทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ และทรงคุณค่านี้อย่างพาโนราม่า ตระการตา

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านชิมไวน์ Murgo Wine Experience

MURGO

WINE EXPERIENCE

นำท่านชมไร่องุ่น โรงบ่มไวน์เก่าแก่ บริเวณใกล้ภูเขาไฟเอทน่า ซึ่งถือเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุประกอบกับภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้องุ่นมีคุณภาพดี มีความโดดเด่น เป็นผลให้ผลผลิตไวน์มีคุณภาพสูงเช่นกัน นำท่าน ชมกรรมวิธีการผลิด และชิมไวน์รสเลิศที่ได้รับการผลิตออกมาอย่างพิถึพิถัน และอาจกล่าวได้ว่าไวน์ดีที่สุดของอิตาลีบางส่วนมาจากซิซิลี เป็นหนึ่งในประสบการณ์ชิมไวน์ที่ดีที่สุดในอิตาลี และจะทำให้คุณหวนนึกถึงรสชาติของไวน์ซิซิลีอย่างแน่นอน

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคาตาเนีย (CATANIA) (35 กิโลเมตร)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู้ที่พักโรงแรม NH CATANIA PARCO DEGLI ARAGONESI หรือเทียบเท่า

8

คาตาเนีย – วัลเลตต้า – เอมดินา                                       

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน คาตาเนีย-ฟอนตาโนรอสซา (CTA)

07.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองโรม (Rome) โดยสายการบิน ITA Airways เที่ยวบินที่ AZ1736
08.25 น.   เดินทางถึง สนามบินกรุงโรม ประเทศอิตาลี
เที่ยง อิสระตามอัธยาศัย ณ ภัตตาคารบริเวณสนามบิน มอบ CASH BACK ให้ท่านละ 30 EURO(แวะเปลี่ยนเครื่อง 08.25 – 13.05 น.)

13.05 น. ออกเดินทางสู่ เมืองวัลเลตต้า (VALLETTA) โดยสายการบิน ITA Airways เที่ยวบินที่ AZ884

14.30 น. เดินทางถึง สนามบินเมืองวัลเลตตา ประเทศมอลตา (MALTA)

ประเทศมอลตา หรือสาธารณรัฐมอลตา (MALTA) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของยุโรปในฝั่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Sea) เมืองหลวง คือ วัลเลตตา (Valletta) ประกอบไปด้วย 3 เกาะหลักๆ ด้วยกันคือ เกาะมอลตา (Malta) เกาะโกโซ (Gozo) และ เกาะโคมิโน (Comino) มีเนื้อที่รวมๆ แล้วประมาณ 316 กิโลตารางเมตร ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับที่ 5 ของทวีปยุโรป แต่ถึงจะเป็นประเทศที่เล็ก กลับอัดแน่นไปด้วยสถาปัตยกรรมอารยธรรมในดินแดนตะวันตกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กรีก โรมัน อาหรับ นับเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งหนึ่งในยุโรป

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเอมดินา (MDINA) (15 กิโลเมตร) เมืองเก่าแก่ที่ถูกขนานนามว่าเป็น เมืองแห่งความเงียบ (The Silent City) เพราะเป็นเมืองเก่าที่มีขนาดเล็ก และมีประชากรเพียงประมาณ 300  คนเท่านั้น

MDINA

เมืองเก่าที่สร้างในสมัยปลายยุคสำริด (Bronze Age) ช่วง ก่อนคริสตกาล อีกทั้งยังเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของมอลตาในสมัยยุคกลางอีกด้วย โดยการเข้าชมเมืองนี้เปรียบเหมือนนำตัวเองหลงเข้าไปในยุคกลาง เพราะนอกจากความเงียบสงบแล้วนั้น ถนนหนทาง อาคารบ้านเมืองก็ยังคงความยุคกลางไว้ได้อย่างครบถ้วน เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์มากมายอันควรค่าแก่การไปเยี่ยมเยียนเป็นอย่างมาก นำท่าน ถ่ายภาพกับมหาวิหารเซนต์พอล (Saint Paul Cathedral) หรือมหาวิหารเอมดิน่า (Mdina Cathedral) นิกายโรมันคาทอลิก สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 เพื่ออุทิศให้แก่นักบุญพอล เดินเล่นไปตามตรอกซอกซอยเล็กๆ จะได้สัมผัสถึงความสวยงามของบ้านเรือนสีเหลืองอ่อนแปลกตาไปตามช่วงเวลาที่แสงแดดตกกระทบในแต่ละวัน จนกระทั่งถึง จัตุรัสเมสควิตา (Mesquita Square) หนึ่งในฉากซีรีย์ Game of Thrones ให้ท่านเดินเล่นถ่ายภาพชมเมืองบรรยากาศน่ารักไปอีกแบบตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม  MALTA MARRIOTT HOTEL & SPA. หรือเทียบเท่า

9

วัลเลตตา – ถ้ำบลูกร็อตโต้ – หมู่บ้านมาร์ซักลอกก์ 

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ถ้ำบลู กรอตโต (Blue Grotto) (20 กิโลเมตร) อีกหนึ่งสุดยอด ความสวยงามทางธรรมชาติของเกาะมอลตา

BLUE GROTTO

ชื่นชมความงามของถ้ำบลูกรอตโต (Blue Grotto) ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นถ้ำที่เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของธรรมชาติมีลักษณะคล้ายกับซุ้มประตูโค้งขนาดใหญ่สูง

ประมาณ 30 เมตร ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือ การล่องเรือเข้าไปชมความสวยงาม และยิ่งใหญ่ของถ้ำ ซึ่งการได้เห็นวิวของผืนน้ำทะเลสีฟ้าคราม สะท้อนแสงอาทิตย์ผ่านช่องของปากถ้ำถือเป็นภาพที่สวยเกินคำบรรยาย

**** หมายเหตุ – ความสวยงามในแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ณ วันนั้นเป็นสำคัญ และกรุณาปฎิบัติ ตามคำแนะนำของไกด์ท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด ****

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ หมู่บ้านประมง มาร์ซักลอกก์ (Marsaxlokk) (15 กิโลเมตร)

MARSAXLOKK

เมืองท่าที่มีบรรดาเรือประมงพื้นเมืองที่เรียกว่า Luzzus จอดเรียบรายอย่างสวยงามด้วยสีสัน และรูปทรงของเรือ ที่เก๋ไม่เบา ด้านหลังท่าเรือเป็นโบสถ์มาร์แมกซ์ลอกก์ (Parish Church of Our Lady of Pompei) นิกายโรมันคาทอลิก สร้างในศตวรรษที่ 19 ตึกรามบ้านช่อง เป็นตรอกซอกซอยสไตล์ดั้งเดิม สีสันสดใส เก๋ไก๋ ไม่แพ้เมืองอื่นในยุโรปเลย เดินลัดเลาะไปทางด้านหลังจะพบกับป้อมปราการเดลีมารา (Fort Delimara) หนึ่งในป้อมปราการตามแนวป้องกันชายฝั่งท่าเรือมาร์แมกซ์ลอกก์ จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ เมืองวัลเลตตา (The City of Valletta) เมืองหลวงของมอลตา
(10 กิโลเมตร) เพื่อนำท่านเดินเล่นชมเมือง

VALLETTA CITY TOUR

เมืองวัลเลตต้า หรือเมืองแห่งอัศวิน แห่งนี้นั้น เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศยุคกลาง ที่จะโอบล้อมคุณด้วยกลิ่นอายของยุคแห่งอัศวิน ให้คุณได้เดินไปในย่าน Old Mint Street อาคารที่เรียงรายด้วยระเบียงสีแดง และตกแต่งด้วยหินโทนสีน้ำตาลอ่อน รวมไปถึงการ ผ่านชมสถาปัตยกรรมอันงดงามมากมาย และพลาดไม่ได้กับการแวะถ่ายรูป ณ Upper Barakka ที่จะให้ภาพอันสวยงามของเมืองผ่านหน้าต่างบานยักษ์ยุคกลาง

จากนั้นอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้ง ณ Republic Street

REPUBLIC ST.

ถนนช้อปปิ้งหลักของเมือง และทอดยาวจากสถานีขนส่งหลัก และอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ไปจนถึงถนนวงแหวนในเมือง ซึ่งบนถนนเส้นนี้นั้นคุณจะสามารถช้อปแฟชั่นไฮสตรีท เครื่องสำอาง และของฝากระดับนานาชาติมากมาย นอกจากนี้คุณยังสามารถแวะถ่ายรูปที่เชิงบันได้อาคารรัฐสภาได้ด้วยตนเอง เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ให้ภาพสวยอย่างมาก ให้คุณได้ ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย จนถึงเวลาอันควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม  MALTA MARRIOTT HOTEL & SPA. หรือเทียบเท่า

10

วัลเลตตา – อิสตันบูล – กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินเมืองวัลเลตต้า

10.35 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพ ฯ โดย สายการบิน Turkish Airways เที่ยวบินที่ TK1370/58

*** แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินอิสตันบูล เวลา 14.00 – 16.25 น. ***

11

กรุงเทพฯ

06.05 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…