16 – 25 ก.ย. / 07 – 15 ต.ค. / 21 – 29 ต.ค. / 04 – 12 พ.ย. 2565
วันเดินทาง
ฟินน์แอร์ (AY)
สายการบิน
ลิทัวเนีย – ลัตเวีย – เอสโทเนีย – ฟินแลนด์
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป :  IN LOVE BALTIC 9 วัน (AY) 

กำหนดการเดินทาง : 16 – 25 ก.ย. / 07 – 15 ต.ค. / 21 – 29 ต.ค. / 04 – 12 พ.ย. 2565

ประเทศ : ลิทัวเนีย – ลัตเวีย – เอสโทเนีย – ฟินแลนด์

สายการบิน :  ฟินน์แอร์(AY)

ราคา :  129,800 บาท

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพฯ – วิลนิอุส (ลิทัวเนีย)

19.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 4 เคาน์เตอร์ สายการบินฟินน์แอร์ (AY) เจ้าหน้าที่จากบริษัท ฯ จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

21.30 น. ออกเดินทางสู่ เมืองวิลนิอุส ประเทศลิทัวเนีย โดย สายการบินฟินน์แอร์ เที่ยวบินที่ AY 144/101

2

วันที่สองของการเดินทาง

วิลนิอุส (ลิทัวเนีย) – ทราไค – ปราสาททราไค – วิลนีอุส – ชมเมือง

(แวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงเฮลซิงกิเวลา 05.50 – 07.45 น.)                                                                                    

09.30 น. เดินทางถึง ถึง สนามบินวิลนิอุส ประเทศลิทัวเนีย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทราไค (TRAKAI) (40 กิโลเมตร)

ทราไค (TRAKAI) / ปราสาททราไค

เมืองเก่าแก่ที่มีประชากรจากหลายเชื้อชาติมาอยู่รวมกัน อาทิ ลิทัวเนียนโดยแท้ รัสเซียน ทาทาร์ จิวซ์ และโปลซ์ เป็นต้น เป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยทะเลสาบมากกว่า 200 แห่ง โดยเฉพาะทะเลสาบ GALVE ทะเลสาบที่มีความลึกที่สุด และยังเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติทางประวัติศาสตร์ของเมืองทราไค (TRAKAI HISTORICAL NATIONAL PARK) อีกด้วย เดินทางถึง เมืองทราไค

จากนั้นนำท่าน เข้าชมปราสาททราไค (TRAKAI CASTLE) หรือ “LITTLE MARIENBURG” ปราสาทที่ตั้งอยู่บนเกาะริมทะเลสาบ

GALVE เป็นปราสาทที่สร้างจากหินล้วนๆ เริ่มก่อสร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 และก่อสร้างเสร็จสิ้นในปีค.ศ. 1409 โดยจักรพรรดิ VYTAUTASผู้ที่ต่อมาได้เสียชีวิตลงภายในปราสาทแห่งนี้ในปีค.ศ. 1430

จากนั้นมาเมืองทราไคจึงกลายเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของลิทัวเนียมาตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน อิสระให้ท่านชมความงดงามของปราสาท และชื่นชมกับธรรมชาติของวิวทิวทัศน์ที่ท่านจะต้องประทับใจมิรู้ลืม จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองวิลนีอุส (VILNIUS) (40 กิโลเมตร) เมืองหลวงของประเทศลิทัวเนีย

วิลนีอุส (VILNIUS) เป็นเมืองที่ได้ชื่อ ว่าใหญ่ และสวยงามที่สุดของประเทศลิทัวเนีย ค้นพบในปีค.ศ. 1323 ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำวิลเนีย และแม่น้ำเนริส อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้เมื่อปี ค.ศ. 1994 อีกด้วย เดินทางถึง เมืองวิลนีอุส

วิลนีอุส / ชมเมือง

นำท่าน ชมย่านเมืองเก่าของเมืองวิลนีอุส (VILNIUS OLD TOWN) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเขตเมืองเก่าที่ใหญ่ที่สุดในเขตยุโรปกลาง มีตึกอาคารเก่าแก่งดงามที่ย้อนยุคไปในช่วงศตวรรษที่ 15 – 16 ผ่านชมโบสถ์เซนต์แอน (ST. ANNE’SCHRUCH) โบสถ์แบบโรมันคาทอลิก ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าของวิลนีอุส แต่เดิมในช่วงศตวรรษที่ 14 เคยเป็นโบสถ์ไม้ และต่อมาในปี ค.ศ. 1495 – 1500 มีพระฟรานซิสกันได้สร้างโบสถ์ที่ทำจากหินขึ้นมาแทนที่ และเสร็จสมบูรณ์ในปี 1581 หลังจากนั้นได้มีการต่อเติมหอระฆังแบบนีโอ กอธิคขึ้นมาในปี 1874 นอกจากนี้โบสถ์เซนต์แอนแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้อีกด้วย   

จากนั้น เข้าชมโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ แอนด์ พอล (ST.PETER AND PAUL CHURCH) โบสถ์ที่ถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกในแบบลิทัวเนียบาร็อคของศตวรรษที่ 17 ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกจากมิลานของอิตาลี ตัวโบสถ์ดั้งเดิมนั้นเป็นโบสถ์ไม้ และได้ถูกทำลายไปในช่วงสงครามกับประเทศรัสเซีย และได้ถูกสร้างขึ้นใหม่โดย HETMAN MYKOLAS KAZIMIERAS PACAS ผู้ซึ่งเรียกร้องอิสรภาพของลิทัวเนียคืนจากรัสเซีย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก RADISSON BLU  LIETUVA ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

3

วันที่สามของการเดินทาง

วิลนีอุส – ชัวเลย์ – เบาสเก (ลัตเวีย) – พระราชวังรันดาเล – ริก้า – ชมเมือง

 เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองชัวเลย์ (SIAULIAI) (220 กิโลเมตร)

ชัวเลย์ (SIAULIAI)เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความเก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศลิทัวเนีย ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1236 ในอดีตเป็นเมืองที่เคยถูกเผาในช่วงยุคสงครามถึง 7 ครั้ง 7 คราวด้วยกัน แต่ปัจจุบันสามารถฟื้นฟูได้จนกลายเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม และอุตสาหกรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของลิทัวเนีย

ถ่ายภาพกับสุสาน ไม้กางเขน (Hill of Crosses) สถานที่อันแสดงถึงความเชื่อของผู้คนที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมัน คาทอลิก ซึ่งมีมายาวนานนับตั้งแต่ช่วงยุคสงคราม พบสุสานไม้กางเขนนับแสนชิ้นที่มีมากมายนับไม่ถ้วน จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังมีคนนำมาทิ้งไว้อย่างต่อเนื่อง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ประเทศลัตเวีย มุ่งหน้าสู่ หมู่บ้าน Pilsrundāle (80 กิโลเมตร) สถานที่ตั้งของพระราชวังรันดาเล (RUNDALE PALACE)

พระราชวังรันดาเล (RUNDALE PALACE)

นำท่าน เข้าชมพระราชวังรันดาเล (RUNDALE PALACE) พระราชวังที่ตั้งอยู่ในเขต BAUSKA REGION สร้างและออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลีชื่อ FRANCHESCO BARTOLOMEO RASTRELLI ซึ่งเป็นคนเดียวกับคนออกแบบพระราชวังฤดูหนาวในกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของประเทศรัสเซีย สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1736 และสร้างเสร็จเมื่อปี 1740 โดยเจ้าของคนแรกของพระราชวังแห่งนี้ก็คือ ERNST JOHAN BIRON สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงจักรพรรดินีแห่งรัสเซียชื่อ ANNA JAONOVNA พระราชวังแห่งนี้มีทั้งหมด 138 ห้อง ล้อมรอบไปด้วยสวนแบบบาร็อคที่งดงาม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองริก้า (RIGA) (80 กิโลเมตร) เมืองหลวงของประเทศลัตเวีย

ริก้า (RIGA)

ตั้งอยู่ริมทะเลบอลติก เป็นเมืองที่มีส่วนผสมของอิทธิพลแบบลัตเวียน รัสเซียน และเยอรมันรวมกันโดยมีหลักฐานการอยู่อาศัยของชาวเยอรมันในช่วง 6 ศตวรรษแรกของการค้นพบเมืองริก้าในปี ค.ศ. 1158 และหลังจากนั้นก็ได้ไปตกอยู่ภายใต้การปกครองของโปแลนด์ สวีเดน และรัสเซียตามลำดับ และบริเวณย่านเมืองเก่าของเมืองริก้ายังได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกอีกด้วย

 นำท่าน ชมเมืองริก้า ผ่านชมอนุสาวรีย์อิสรภาพ (FREEDOM MONUMENT) อนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ในย่านดาวน์ทาวน์ของเมืองริก้า สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1935 ในช่วงของการเรียกร้องอิสรภาพของประเทศลัตเวียระหว่างปีค.ศ. 1918 – 1940 โดยมีชื่อเรียกหญิงสาวคนนี้ว่า “MILDA” โดยอนุสาวรีย์แห่งนี้ออกแบบโดย ERNESTS SHTALBERGS มีความสูงประมาณ 42 เมตร ด้านบนประดับด้วยรูปปั้นของหญิงสาวที่ถือดาว 3 ดวงไว้ ซึ่งสื่อความหมายถึงภูมิภาคทั้งสามของประเทศลัตเวีย นั่นก็คือ KURZEME, VIDZEME และ LATGALE ในช่วงเปเรสตรอยก้า (PERESTROIKA) อนุสาวรีย์แห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นสถานที่หลักสำหรับชุมนุมเรื่องการเมือง ในปี1994 อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา บิล คลินตันได้ใช้สถานที่แห่งนี้ประกาศสนับสนุนการเรียกร้องอิสรภาพของภูมิภาคบอลติกในนามของอเมริกาอีกด้วย ผ่านชมโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (ST.PETER’S CHURCH) หนึ่งในโบสถ์กอธิคที่สำคัญสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองริก้า ในอดีตโบสถ์แห่งนี้มีชื่อว่า “โบสถ์พ่อค้า” (MERCHANTS CHURCH) เนื่องจากเคยใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดประชุมของเหล่าพ่อค้าในยุคนั้นๆ โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ เป็นโบสถ์แบบกอธิคมาจนถึงปี ค.ศ. 1523 จนกระทั่งถึงช่วงการเปลี่ยนนิกายจากคาทอลิกมาเป็นแบบลูเธอรัน โบสถ์แห่งนี้จึงเปลี่ยนมาเป็นโบสถ์สไตล์บาร็อคแทน จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก AC MARIOTT RIGA ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ริก้า – พาร์นู (เอสโทเนีย) – ทาลลินน์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองพาร์นู (PARNU) (180 กิโลเมตร)  

พาร์นู (PARNU) เป็นเมืองท่าทางทะเลของประเทศเอสโตเนีย บนอ่าวพาร์นู เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมท่องเที่ยวในฤดูร้อน มีรีสอร์ต โรงแรม ร้านอาหาร และชายหาดหลายแห่ง ตั้งเป็นเมืองราวปี 1251 โปแลนด์ได้ยึดครองตั้งแต่ ค.ศ. 1561 ต่อจากนั้นสวีเดนได้ยึดครองตั้งแต่ ค.ศ. 1629 และรัสเซียเข้ายึดครองระหว่าง ค.ศ. 1710-1918 เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองรีสอร์ทตากอากาศริมทะเลที่มีชื่อเสียงเมืองหนึ่งของเอสโตเนีย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน ผ่านชมโบสถ์เซนต์เบอร์กีต้า (PIRITA CONVENT RUINS) ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1436 แม้ในปัจจุบันจะไม่สามารถบูรณะซากปรักหักพังให้ได้คงเดิม แต่ก็มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมไม่ขาดสาย  

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองทาลลินน์ (TALLINN) (10 กิโลเมตร) เมืองหลวงของเอสโทเนียประเทศเล็กๆ แห่งหนึ่งริมทะเลบอลติก หรือทะเลเหนือ ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เดินทางถึง เมืองทาลลินน์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก SAVOY BOUTIQUE TALLINN ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

ทาลลินน์ – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง – นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามทะเลบอลติก – เฮลซิงกิ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่าน ชมเมืองทาลลินน์ ประเทศเอสโทเนีย ซึ่งผ่านการครอบครองโดยหลายเชื้อชาติในอดีต ไม่ว่าจะเป็นเดนมาร์ค สวีเดน รัสเซีย และได้เป็นไทแก่ตัวจากสหภาพโซเวียตเมื่อปี ค.ศ. 1994

ทาลลินน์  / ชมเมือง

นำท่านชมจัตุรัสเมืองเก่าของทาลลินน์ (TALLINN OLD TOWN SQUARE) ย่านศูนย์กลางของเมือง ในอดีตเป็นสถานที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า ใช้เป็นที่เฉลิมฉลองเทศกาลต่างๆของเมือง รวมทั้งเป็นที่ประหารชีวิตนักโทษอีกด้วย ผ่านชมศาลาว่าการเมืองทัลลิน (TALLIN’S TOWN HALL) เป็นสถาปัตยกรรมแบบกอธิคและเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของเมือง ศาลาว่าการเมืองทาลลินน์นี้ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสเมืองเก่า สร้างขึ้นเมื่อสมัยศตวรรษที่ 13 และเพิ่งฉลองครบรอบ 600 ปีไปเมื่อปี ค.ศ. 2004

ทาลลินน์  / ชมเมือง

ถ่ายภาพกับโบสถ์อเล็กซานเดอร์ เนฟสกี้ (ALEXANDER NEVSKY CATHEDRAL) โบสถ์ใหญ่ที่มียอดโดมใหญ่ที่สุดในเมืองทาลลินน์ เป็นโบสถ์คริสต์ออร์โธด็อกซ์ที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1900 ในช่วงที่เอสโทเนียเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิซาร์แห่งรัสเซีย สถาปนิกผู้ออกแบบโบสถ์แห่งนี้ก็คือ MIKHAIL PREOBRAZHENSKI จากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โบสถ์นี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเจ้าชายอเล็กซานเดอร์ ยาโรสลาวิทซ์ เนฟสกี้ (PRINCE ALEXANDER YAROSALVITZ NEVSKY) ด้านบนของโบสถ์ท่านจะพบกับหอระฆังใหญ่ ซึ่งประกอบไปด้วยระฆังถึง 11 อัน รวมถึงอันที่ใหญ่ที่สุดในเมืองซึ่งมีน้ำหนักถึง 15 ตัน จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือ

16.30 น. นำท่าน นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามทะเลบอลติก มุ่งหน้าสู่ กรุงเฮลซิงกิ (HELSINKI) เมืองหลวงของประเทศฟินแลนด์ เจ้าของนาม “ธิดาแห่งทะเลบอลติก” นครลูกครึ่งที่มีประชากรกว่าสี่แสนคนที่นี่มีทั้งชาวฟินน์ และสวีดิช เนื่องจากฟินแลนด์เคยอยู่ในอารักขาของสวีเดนในอดีต ต่อมาในสมัยพระเจ้าชาร์ของรัสเซีย

ได้ทรงขยายอำนาจเข้ามาในฟินแลนด์ และได้ย้ายเมืองหลวงมาตั้งอยู่ที่เฮลซิงกินับแต่นั้นมา

18.30 น. เรือเทียบท่า กรุงเฮลซิงกิ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก RADISSON BLU ROYAL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

เฮลซิงกิ – ตูรกุ – ชมเมือง – นานทาลี สปารีสอร์ท

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองตูรกุ (TURKU) (170 กิโลเมตร)

ตูรกุ (TURKU)

เมืองที่มีความสำคัญ และเก่าแก่อีกเมืองหนึ่งของประเทศฟินแลนด์ ปัจจุบันเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศและพลเมืองราว 2 แสนคนก่อตั้งในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 13 เคยเป็นเมืองท่าสำคัญช่วงที่อยู่ภายใต้การปกครองของประเทศสวีเดน และเคยเป็นเมืองหลวงในช่วงเป็นราชรัฐฟินแลนด์ระหว่างปีค.ศ. 1809 – 1812 ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกรุงเฮลซิงกิจวบจนปัจจุบัน เดินทางถึง เมืองตูรกุ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน ชมเมืองตูรกุ

ตูรกุ / ชมเมือง

นำท่านชมตัวเมืองเก่าบน 2 ฝั่งแม่น้ำโอราโจกิ ชมสภาพบ้านเมือง ตึกอาคารเก่าแก่อย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งถือว่าเป็น 1 ใน 10 เมืองน่าท่องเที่ยวในปี 2011 ด้วยความเป็นเมืองแห่งสถาปัตยกรรมอันเต็มเปี่ยมไปด้วยศิลปะและวัฒนธรรมที่น่าสนใจมากมาย อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน จึงได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมยุโรปคู่กับเมืองทาลลินน์ของเอสโตเนีย นำท่าน ถ่ายภาพกับวิหารแห่งตูรกุ ซึ่งเป็นโบสถ์เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในฟินแลนด์ จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ ที่พักโรงแรมหรูหราระดับ 5 ดาว NAANTALI SPA HOTEL (15 กิโลเมตร) โรงแรมที่พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆของโรงแรม อาทิ เซาว์น่า สระว่ายน้ำแบบ

 IN-DOOR & OUT-DOOR ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นหรือโปรแกรมสปาหลากหลาย 

*** กรุณาเตรียมชุดว่ายน้ำสำหรับซาวน่า หรือสปาไปด้วย ***

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ แบบบุฟเฟ่ต์ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

นานทาลี – อิสระตามอัธยาศัย – เฮลซิงกิ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

อิสระให้ท่านพักผ่อนอิริยบถตามอัธยาศัย ภายในบริเวณ NAANTALI SPA & HOTEL พร้อมสิ่งอำนวยความ สะดวกและกิจกรรมมากมาย  อาทิ สระว่ายน้ำในร่ม และกลางแจ้ง ซาวน่า กิจกรรมสปาเพื่อผ่อนคลาย หรือปั่นจักรยานออกกำลังบริเวณที่พัก เป็นต้น จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเฮลซิงกิ (HELSINKI) (180 กิโลเมตร)

เฮลซิงกิ (HELSINKI)

กรุงเฮลซิงกิ (HELSINKI) เมืองหลวงของประเทศฟินน์แลนด์ ที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง ท่านจะประทับใจไปกับสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียที่จัตุรัสหน้าโบสถ์ อันเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ที่ชนะรางวัลออสการ์เรื่อง”เรดส์” โดยใช้ฉากมโหฬารของเฮลซิงกิแทนกรุงเลนินกราดในสหภาพโซเวียต ถ่ายภาพกับมหาวิหารเฮลซิงกิ (Helsinki Cathedral) ซึ่งในอดีตเรียกว่า โบสถ์นิโคลัส เป็นมหาวิหารสีขาวบริสุทธิ์สวยงาม ตั้งเด่นตระหง่านจนเรียกว่าเป็นจุดแลนด์มาร์กของเฮลซิงก็ว่าได้ เป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่งดงามคลาสสิคอย่างยิ่ง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก RADISSON BLU ROYAL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

8

เฮลซิงกิ – ปอร์วู – ชมเมือง – เฮลซิงกิ – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง – กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปอร์วู (PORVOO) (50 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความสุข ความงามล้ำค่าของบรรยากาศเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีสมกับเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของฟินแลนด์ 

ปอร์วู (PORVOO)

นำท่าน ชมเมืองบริเวณเขตเมืองเก่า (The Old Town) ซึ่งยังมีกลิ่นอายของชุมชนแบบพื้นบ้าน บ้านไม้หลากสีสวยงามที่ปลูกเรียงรายริมแม่น้ำเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่น่าหลงใหลของเมือง บรรยากาศมองดูคล้ายบ้านตุ๊กตา ชาวฟินน์มักจะแวะเยี่ยมชมบ้านของ เจ. แอล. รูเนอเบิร์ก (J.L. Runeberg) ศิลปินคนสำคัญผู้แต่งเพลงชาติฟินแลนด์ แวะชมโบสถ์ใหญ่ในเมือง (Porvoon tuomiokirkko) เป็นลูเทอรันที่เก่าแก่ที่สุด ชาวเมืองเชื่อกันว่าแม่พระที่นี่ศักดิ์สิทธิ์นัก ขออะไรก็จะได้อย่างนั้น โดยเฉพาะเรื่องความรัก ถนนคนเดินในเขตเมืองเก่าเป็นย่านช้อปปิ้งที่มีทั้งร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านกาแฟเก๋ๆ ร้านขนมพื้นบ้านต้นตำรับของเมืองนี้ อบอุ่นใจไปด้วยรอยยิ้มของชาวเมืองที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างน่าประทับใจ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เฮลซิงกิ (50 กิโลเมตร)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน ชมเมืองเฮลซิงกิ

TEMPPELIAUKIO CHURCH

จากนั้นนำท่าน เข้าชม TEMPPELIAUKIO CHURCH หรือ ROCK CHURCH เป็นโบสถ์ที่มีสถาปัตยกรรมแปลกกว่าที่อื่น คือระเบิดเนินหินตรงกลาง เพื่อสร้างโบสถ์ในนั้น ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น โบสถ์แห่งความรัก และมีความเชื่อว่าเมื่อใครก็ตามจุดเทียนอธิฐานเรื่องเกี่ยวกับความรักในโบสถ์นี้แล้วจะสมหวังในสิ่งที่อธิษฐาน เนื่องจากโบสถ์นี้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2511 และเสร็จเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป โดยโบสถ์แห่งนี้ยังเป็นหนึ่งใน “Helsinki’s most popular tourist attractions” อีกด้วย

จากนั้นอิสระให้ท่าน ช้อปปิ้งบริเวณถนนเอสปลานาดิ (Esplanadi) ย่านถนนคนเดินสำหรับนักช้อปที่ต้องไม่พลาดมาเยือน เป็นแหล่งช้อปปิ้งใจกลางเมืองซึ่งมีทั้งสินค้าพื้นเมือง จากนั้นอิสระให้ท่าน ช้อปปิ้งบริเวณห้างสรรพสินค้าสต๊อกแมนน์ (STOCKMANN) ห้างใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวีย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน เพื่อเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ

9

เฮลซิงกิ – กรุงเทพฯ

00.45 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินฟินน์แอร์ เที่ยวบินที่ AY 143

16.25 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…