17 – 26 ก.ย / 8 – 17 ต.ค. / 15 – 24 ต.ค. / 05 – 14 พ.ย. 2565
วันเดินทาง
สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ (SQ)
สายการบิน
อิตาลี
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป : BEST OF SOUTH ITALY 10 วัน (SQ) 

กำหนดการเดินทาง :  17 – 26 ก.ย / 8 – 17 ต.ค. / 15 – 24 ต.ค. / 05 – 14 พ.ย. 2565

ประเทศ : อิตาลี

สายการบิน : สิงคโปร์แอร์ไลน์ (SQ)

ราคา : 159,800 บาท

 

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพฯ

17.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 5 แถว K เคาน์เตอร์ สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ (SQ) เจ้าหน้าที่จากบริษัทเร้นจ์ฯ จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

ให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

20.10 น. เดินทางสู่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดย สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ 713/366 (แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินนานาชาติสิงคโปร์ชางงี เวลา 23.30 – 01.30 น.)

2

วันที่สองของการเดินทาง

โรม – สเปอร์ลอนกา – ชมเมือง คาปัว – ชมเมือง – ซอร์เรนโต

08.05 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินฟูมิชิโน กรุงโรม ประเทศอิตาลี หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองจากนั้น   นำท่านเดินทางสู่ เมืองสเปอร์ลอนกา (SPERLONGA) (130 กิโลเมตร)

สเปอร์ลอนกา (SPERLONGA)

ตั้งอยู่ในจังหวัดลาติน่า (LATINA) แคว้นลาซิโอ (LAZIO) แคว้นเดียวกับเมืองหลวงอย่างโรม  อยู่ห่างจากกรุงโรมลงไปทางใต้  อยู่กึ่งกลางระหว่างโรมกับเนเปิลส์หรือนาโปลี ชื่อ Sperlonga หมายถึง ถ้ำ ซึ่งคงเป็นภูมิประเทศหลักของเมืองนี้ เดินทางถึง เมืองสเปอร์ลอนกา นำท่านชมเมือง สเปอร์ลอนกาเป็นเมืองท่องเที่ยวริมทะเล ตัวเมืองเก่าตั้งอยู่บนเขา มีทางเชื่อมเป็นบันไดหิน  สามารถเดินลัดเลาะลงไปสู่ทะเลด้านล่างได้  มีชายหาดที่เป็นที่นิยมของชาวอิตาเลียนในหน้าร้อนที่หนีร้อนจากกรุงโรมมาที่นี่ และยังเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวที่นิยมมาเยี่ยมชม และเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองคือบ้านเรือนสีขาวที่สร้างเรียงรายลดหลั่นกันลงไป 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ แคว้นคัมพาเนีย (CAMPANIA)(80 กิโลเมตร)

แคว้นคัมพาเนีย (CAMPANIA)

แคว้นคัมพาเนีย (CAMPANIA)  แคว้นทางตอนใต้ของอิตาลี สู่เมืองคาปัว (CAPUA) ซึ่งอยู่เหนือเมืองนาโปลี เดินทางถึงเมืองคาปัว นำท่านชมเมืองโบราณคาปัว  เมืองที่ถูกทำลายในระหว่างการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตก  นำท่าน เข้าชม SANTA MARIA CAPUA VETERE AMPHITHEATER  (ANFITEATRO CAMPANO) ซากอัฒจันทร์โบราณที่ให้เห็นถึงร่องรอยประวัติศาสตร์

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซอร์เรนโต้  (SORRENTO) (90 กิโลเมตร)

ที่มาของเพลง “คัมแบค ทู ซอร์เรนโต้” และเป็นบ้านเกิดของ เอนริโก คารูโซ (ENRICO CARUSO)  นักร้องโอเปราชื่อดัง เป็นเมืองในฝันที่งดงามล้ำเลิศ เมืองที่มีทัศนียภาพสวยงาม โดยเฉพาะเวลาตอนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า นำท่านชม เมืองซอร์เรนโต้  เมืองตากอากาศเล็กๆ ริมอ่าวเนเปิล แต่มีชื่อเสียงในฐานะเมืองท่องเที่ยว ตัวเมืองตั้งอยู่บนหน้าผาสูง และไล่ระดับลงมาตามความลาดชันจนลงมาถึงระนาบเดียวกันกับหาดทรายสีเทาที่ได้รับการจัดระเบียบไว้อย่างเรียบร้อย และมีชายฝั่ง Amalfi ที่เลียบริมทะเลไปตามหน้าผายาวถึง 50 กม. เดินทางถึง เมืองซอร์เรนโต้  

จัตุรัสทาซโซ่ (PIAZZA TASSO)

นำท่านชม จัตุรัสทาซโซ่ (PIAZZA TASSO) ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง เป็นจัตุรัสที่เต็มไปด้วยโบสถ์ วิหาร ที่มีความโดดเด่นงดงามเป็นเอกลักษณ์ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบบารอค และสีสันของร้านรวงที่ตั้งเรียงรายตลอดสองข้างทางของถนนสายที่ได้ชื่อว่าเป็นช้อปปิ้งสตรีทอันมีชื่อเสียงของเมืองซอร์เรนโต้ พร้อมทั้งยังได้ชมวิถีชีวิตของผู้คนพื้นเมืองที่นิยมมานั่งจิบกาแฟ หรือมานั่งพูดคุยสังสรรค์กันในร้านอาหาร อิสระท่านเดินเล่น ชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย จนได้เวลาสมควร

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู้ที่พักโรงแรม HILTON SORRENTO PALACE ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่าโรงแรมหรูกลางเมืองเซอร์เรนโต้ ใกล้อ่าวเนเปิลส์ มองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมือง และอ่าวเนเปิลส์ ให้ท่านได้พักผ่อนอย่างสุขสบาย หรูหรา ท่ามกลางบรรยากาศที่งดงาม

3

วันที่สามของการเดินทาง

ซอร์เรนโต – เส้นทางอมัลฟี่โค้สท์ – โพสิตาโน – อมัลฟี – ราเวลโล – ซาเลอร์โน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางลัดเลาะชายฝั่งทะเลที่เรียกว่า อมัลฟี่โคสท์  (AMALFI COAST)

อมัลฟี่โคสท์  (AMALFI COAST)

ชายฝั่งทางตอนใต้ของคาบสมุทรซอร์เรนตีเนของอิตาลี (Sorrentine Peninsula) ซี่งได้รับการยกย่องว่าเป็นชายฝั่งที่สวยที่สุดในยุโรป โดยถนนจะแคบมาก และเส้นทางจะเลียบไปตามหน้าผาสูงชัน จนถึงเมืองหลัก 3 เมือง คือ โพสิตาโน อมัลฟี และราเวลโล เส้นทางเลียบชายฝั่งและเมืองทั้งสามได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปี ค.ศ.1997

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโพสิตาโน (POSITANO) (15 กิโลเมตร)

เมืองโพสิตาโน (POSITANO)

เมืองเล็กๆแต่มีเสน่ห์ชวนให้หลงใหลตั้งอยู่ตามหน้าผาแคบๆ อันมียอดโดมของโบสถ์ซานตา มาเรีย อัสสันต้า เป็นสัญญลักษณ์ของเมือง ผ่านชมบ้านเรือนที่ตั้งเรียงรายอยู่บนหน้าผา ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศชวนมองอย่างไม่กระพริบตาตลอดเส้นทางที่ผ่านจึงทำให้เมืองชายฝั่งทะเลในแคว้นคัมพาเนีย แห่งอิตาลีใต้นี้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี เดินทางถึง เมืองโพสิตาโน

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เส้นทางคดเคี้ยวเลาะริมผา ชมธรรมชาติอันงดงามกับบ้านเรือนที่ถูกสร้างอย่าง

ลงตัวบริเวณผาสูงสู่ เมืองอมัลฟี (AMALFI) (20 กิโลเมตร)

อมัลฟี (AMALFI)

เป็นเมืองที่เคยมีอำนาจทางทะเล สมญานามว่า QUEEN  OF MEDITERRANEAN  แต่ต่อมาคาดว่าเกิดแผ่นดินถล่มจมหายไปในทะเล เมืองนี้จึงกลาย เป็นเพียงเมืองเล็กๆ

มีประชากรราว 3 พันคน มีมหาวิหารใหญ่ที่สวยงามมีระบบการปกครองเหมือนกับเมืองเวนิส กล่าวคือเป็นระบบการปกครองโดยผู้ดำรงตำแหน่งดอจจ์ (DOGG)ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ต่อมาในปี ค.ศ.1131 อมัลฟีตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกษัตริย์โรเจอร์ แห่งเนเปิล  และต่อมาก็ถูกชาวปิซ่ายึดครอง 

จากนั้นนำท่าน เข้าชมวิหารแห่งนักบุญแอนดรูว์ (AMALFI CATHEDRAL)

AMALFI CATHEDRAL

วิหารแห่งนักบุญแอนดรูว์ (AMALFI CATHEDRAL)  เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองอมาลฟี อีกทั้งยังได้รับการกล่าวขานว่ามีความงดงามมากที่สุดอีกด้วย โดยวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ นักบุญแอนดรูว์ (Saint Andrew) สร้างขึ้นตามศิลปะสไตล์อาหรับ – นอร์แมน โรมาเนสก์ บริเวณที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่คือ บริเวณบันไดขนาดใหญ่สไตล์ลอมบาร์ด – นอร์แมน (LOMBARD-NORMAN STYLES) ที่จะเป็นหนทางนำท่านไปพบกับความโอ่อ่า และวิจิตรตระการตาภายในวิหารแห่งนี้

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองราเวลโล่ (RAVELLO) (10 กิโลเมตร)

ราเวลโล่ (RAVELLO)

เมืองราเวลโล่ (RAVELLO)  หมู่บ้านเล็กๆของแคว้นคัมพาเนีย ที่มีความงามทั้งทางกายภาพและความหลากหลายทางธรรมชาติ รวมไปถึงความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จึงได้รับการบรรจุไว้ในส่วนหนึ่งของคอสติเอรา อามาลฟิตานา ซึ่งเป็นหนึ่งในรายชื่อมรดกโลกของอิตาลี ในปี ค.ศ.1997 จากองค์การยูเนสโก นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่ริชาร์ด วาร์กเนอร์ เคยมาแสดงคอนเสิร์ต จนทำให้มีการจัดเทศกาลคอนเสิร์ตที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นประจำทุกปีอีกด้วย

จากนั้นนำท่านชม วิลลารูโฟโล (VILLA RUFOLO)

วิลลารูโฟโล (VILLA RUFOLO)

นำท่านชม วิลลารูโฟโล (VILLA RUFOLO) เป็นอาคารและสวนขนาดย่อมๆที่อยู่ภายในศูนย์กลางประวัติศาสตร์ในย่านจัตุรัสหลักของเมืองราเวลโล ถูกสร้างขึ้นอย่างหรูหราในสไตล์มัวร์ (Moorish-style ) ในปี ค.ศ.1270 ภายในวิลลาได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับ รวมไปถึงหอคอยโบราณสูงประมาณ 30 เมตร อิสระท่านชื่นชมบรรยากาศและถ่ายรูปตามอัธยาศัย จนได้เวลาสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซาเลอร์โน (SALERNO) (30 กิโลเมตร) เมืองท่าทีใหญ่ที่สุดทางใต้ของอิตาลี

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรม NOVOTEL SALERNO EST ARECHI ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ซาเลอร์โน – เปสตุม – คาสเทลเมสซาโน (แคว้นบาซิลิกาต้า) –  โพเทนซ่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเปสตุม (PAESTUM) (80 กิโลเมตร)

เมืองเปสตุม (PAESTUM)

เป็นแหล่งโบราณคดีเก่าแก่สมัยกรีกโบราณ ชื่อเดิมแบบกรีกคือ Poseidonia ก่อตั้งในช่วง 600 ปีก่อนคริสตกาล  เปสตุม มีทั้งพิพิธภัณฑ์และแหล่งโบราณคดีกลางแจ้ง เดินทางถึง เมืองเปสตุม นำท่านชมแหล่งโบราณคดีซึ่งเป็นซากปรักหักพังของวิหาร 3 หลัง คือ วิหารอธีน่า, วิหารเฮร่า และวิหารโพไซดอน โดย วิหารอธีน่ามีขนาดเล็กที่สุดและตั้งอยู่โดดเดี่ยว ส่วนอีกสองวิหารอยู่คู่กัน วิหารเฮร่า หรือ Basilica ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในบรรดาวิหารทั้งสามซึ่งยังคงอยู่ในสภาพที่ดี จนเป็นสถาปัตยกรรมของอาณานิคมกรีกในศตวรรษที่ 6 ที่สมบูรณ์แบบที่สุด นอกจากวิหารแล้ว ยังมีซากอาคารบ้านเรือนรวมถึงพื้นกระเบื้องโมเสกชิ้นเล็กๆ, Amphitheatre ขนาดเล็ก, Forum และอื่นๆ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคาสเทลเมสซาโน (CASTELMEZZANO) (160 กิโลเมตร)

เมืองคาสเทลเมสซาโน (CASTELMEZZANO)

เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ในจังหวัดโพเทนซ่า(POTENZA) ในแคว้นบาซิลิกาต้า (BASILICATA)  หนึ่งใน 20 แคว้นของประเทศอิตาลี เมืองนี้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในประเทศอิตาลี สร้างอยู่ในหุบเขา เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 900 คน แรกเดิมเป็นถิ่นฐานของชาวกรีกราวศตวรรษที่ 5-6  แต่การเข้าไปชมเมืองแสนสวยแห่งนี้ก็ไม่ธรรมดา ต้องลอดผ่านอุโมงค์ ข้ามช่องเขา เพื่อเข้าสู่ดินแดนที่น่าค้นหาแห่งนี้

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองโพเทนซ่า (POTENZA) (45 กิโลเมตร)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก PARK HOTEL  POTENZA ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

โพเทนซ่า – มาเทรา – อัลเบโรเบลโล (แคว้นปูลยา) –โมโนโพลี

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองมาเทรา (MATERA) (85 กิโลเมตร)

เมืองมาเทรา (MATERA)

เมืองมาเทรา เมืองโบราณเล็กๆ ทางตอนใต้ของอิตาลี เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ในแคว้นบาซีลีกาตา (BASILICATA) ได้รับขนานนามว่าเป็น เมืองใต้ดินหรือ เมืองมนุษย์ถ้ำ เมืองนี้จะมีสองส่วนคือส่วนเมืองเก่าและส่วนเมืองใหม่ที่รัฐบาลพยายามอพยพผู้คนให้มาอยู่ที่เมืองใหม่ แต่ก็ยังมีพลเมืองบางส่วนยังคงอาศัยอยู่ในถ้ำหินของเมืองเก่า

CASA GROTTA DI VICO SOLITATIO

ชมย่านเมืองเก่า สัมผัสชีวิตท่ามกลางเขาวงกตที่มีทางเดินขนาดเล็กที่ปูด้วยหิน บันไดสูงชัน และถนนที่คดเคี้ยว ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนอันแสนเก่าแก่ ไม่มีสถาปัตยกรรม หรือพระราชวังที่สวยงามใดๆ มีแต่บ้านช่องที่มีอยู่ตามถ้ำที่เรียกกันว่า ซาสซี (SASSI) และ โบสถ์รูเปสเตรียน ที่ขุดไว้ตามโขดหินในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยูเนสโกได้กำหนดให้เป็นถิ่นฐานที่มีวัฒนธรรมที่ควรเก็บรักษาจนได้ขึ้นเป็นมรดกโลก จากนั้นนำท่าน เข้าชมบ้านถ้ำหิน (CASA GROTTA DI VICO SOLITATIO) สัมผัสความเป็นอยู่ของมนุษย์ถ้ำแห่งเมืองนี้ จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอัลเบโรเบลโล (ALBEROBELLO) (70 กิโลเมตร)

เมืองอัลเบโรเบลโล (ALBEROBELLO)

ตั้งอยู่ใน แคว้นปูลยา ทางทิศตะวัน ออกเฉียงใต้ของอิตาลี เป็นเมืองที่อยู่เกือบปลายเกือกของอิตาลี จึงมีทะเลล้อมรอบอยู่ใกล้ๆ เดินทางถึงเมืองอัลเบโรเบลโล

นำท่านชม หมู่บ้านกระโจมหิน (TRULLI VILLAGE) หมู่บ้านเก่าแก่ รูปทรงแปลกตา มีเอกลักษณ์ทางด้านสถาปัตยกรรมซึ่งมีหลังคาบ้านเป็นรูปทรงกรวยเกือบทุกหลังการที่มีรูปทรงแบบนี้ ที่จริงก็มีเค้าโครงมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะเป็นบ้านที่มีวิวัฒนาการ การตั้งถิ่นฐานของคนแถบ Greece, Egypt, Sardinia and Sicily รอบๆทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

มีการตั้งบ้านเรือนแบบนี้มาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 14-15  วัสดุที่ใช้สร้างบ้านเขาใช้วัสดุจากธรรมชาติและการก่อสร้างก็ง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อน  เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของบ้านแถบเมดิเตอร์เรเนียนนี้คือ การใช้สีง่ายๆ ด้วยสีขาวเพียงสีเดียว ไม่นิยมความแตกต่างโดดเด่นที่ต้องไม่เหมือนใคร หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านจึงมีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น เป็นภาพรวมที่น่าชม และแปลกตามาก ได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโมโนโพลี (MONOPOLI) (25 กิโลเมตร) เพื่อเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก PALAZZO INDELLI ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

โมโนโพลี – บารี – ชมเมือง – ซาเลอร์โน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบารี (BARI) (55 กิโลเมตร)

เมืองบารี (BARI)

เมืองหลวงของแคว้นปูลยา และเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของอิตาลีทางตอนใต้ อยู่ใกล้กับทะเลเอเดรียติก จนได้รับสมญานามว่า “แคลิฟอร์เนียตอนใต้ของอิตาลี” เป็นศูนย์กลางการเดินเรือและศูนย์กลางของอาณาจักรไบเซนไทน์ ทางตอนใต้ของอิตาลี ปัจจุบันเมืองมารียังคงสถาปัตยกร

จากนั้น เข้าชมโบสถ์เซนต์นิโคลัส (BASILICA ST.NICHOLAS)

โบสถ์เซนต์นิโคลัส (BASILICA ST.NICHOLAS) ซึ่งเดิมเคยใช้เป็นที่พำนักของผู้ปกครองเมืองชาวไบแซนไทน์เมื่อราวปี ค.ศ.1000 ต่อมาในปี ค.ศ.1087 ชาวบารีได้นำกระดูกของเซนต์นิโคลัสมาจากโบสถ์แห่งเมืองไมร่า (MYRA) ในประเทศตุรกี จึงได้ดัดแปลงอาคารแห่งนี้เป็นโบสถ์ และประดิษฐานกระดูกของเซนต์นิโคลัสไว้ภายใน ซึ่งเชื่อกันว่า เซนต์นิโคลัส ก็คือที่มาของซานตาคลอสนั่นเอง อิสระท่านชมความงดงามภายในโบสถ์

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางกลับสู่ แคว้นคัมพาเนีย เพื่อนำท่านกลับสู่ เมืองซาเลอร์โน (SALERNO) (250 กิโลเมตร)

เมืองซาเลอร์โน (SALERNO)

เมืองซาเลอร์โน (SALERNO)  อีกหนึ่งเมืองท่าของอิตาลีตอนใต้อันเป็นที่นิยมในการมาพักผ่อนตากอากาศของนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก เดินทางถึง เมืองซาเลอร์โน อิสระให้ท่านเดินเล่นพักผ่อนชมเมือง เมืองที่ดูสงบเรียบง่ายริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตามอัธยาศัย 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม NOVOTEL SALERNO EST ARECHI ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

ซาเลอร์โน – ปอมเปอี – ชมเมืองโบราณ – ช้อปปิ้งเอาท์เลท – โรม

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปอมเปอี (POMPEI) (40 กิโลเมตร)

เมืองปอมเปอี (POMPEI)

ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรอิตาลี บริเวณริมอ่าวเนเปิลส์ เมื่อ 2,000 กว่าปีก่อน ปอมเปอีเป็นเมืองเก่าที่เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ในยุคก่อนคริสต์ศักราชเมืองปอมเปอีนี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของกรีกเรื่อยมา กระทั่งราว 80 ปีก่อนคริสต์ศักราชจึงถูกยึดครองเป็นอาณานิคมของอาณาจักรโรมัน เดินทางถึง เมืองปอมเปอี

 จากนั้นนำท่าน เข้าชมเมืองโบราณปอมเปอี

เมืองโบราณปอมเปอี

เมืองโบราณปอมเปอี ถูกปกคลุมไว้ด้วยลาวาเมื่อครั้งเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟ วิสุเวียส (MT.VESUVIUS) ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 622 ซึ่งลาวาที่ทับถมกันนั้นหนาถึง 6 – 7 เมตร ทำให้เมืองนี้หายไปทั่วเมือง ปัจจุบันมีการขุดค้นพบ 3 ใน 4 ส่วนของเมืองทั้งหมด หลังจากการขุดสำรวจ ภาพชีวิตของชาวโรมันกว่าสองพันปีได้ปรากฏแก่สาธารณะชน เชิญสัมผัสได้ถึงชีวิตที่หรูหราในปอมเปอี และพลังอำนาจของธรรมชาติ ที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่อาจหลีกหนีได้ทัน ด้วยความมหัศจรรย์ของปอมเปอีทำให้เมืองแห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี 1997 จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงโรม (ROME) ระหว่างทางนำท่านแวะช้อปปิ้งที่  “LA REGGIA DESIGNER OUTLET” เมืองมาร์เซียไนส์  (MARCIANISE) (45 กิโลเมตร)

LA REGGIA DESIGNER OUTLET

แหล่งช้อปปิ้งที่พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบหรูหรา ด้วย ร้านค้าที่นำเสนอแฟชั่นแบรนด์อิตาลีและแบรนด์ระดับโลกอื่นๆ อาทิ Gucci ,Prada , Armani , Moschino ,Nike, Adidas, Michael Kors, Calvin Klein, Tommy Hilfigher, Roberto Cavalli   เป็นต้น ในราคาที่ลดลงสุงสุดถึง 70% นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่หลากหลายให้เลือกใช้บริการอีกด้วย อิสระให้ท่านช้อปปิ้งอย่างจุใจตามอัธยาศัย จนได้เวลาสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ กรุงโรม (210 กิโลเมตร)

โรม (ROME)

เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี ที่มีทั้งความเก่าและความใหม่ซ้อนแทรกอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืน ตั้งอยู่บนแคว้นลาซิโอ (LAZIO) ตรงช่วงกลางของประเทศมีแม่น้ำไทเบอร์ (TIBER) ไหลผ่านกลางเมือง โรมจึงถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน สถานที่สำคัญ และเมืองเก่าโรมันจะอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำ ส่วนฝั่งซ้ายเป็นรัฐวาติกัน และเขตทราสเตเวเร (TRASTEVERE) ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของผู้มีฐานะ และปัจจุบันเป็นแหล่งร้านอาหาร และคาเฟ่แบบเก๋ๆทันสมัย

 ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม  NH COLLECTION ROMA GIUSTINIANO ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

8

 โรม – จัตุรัสนาโวนา – มหาวิหารแพนธีออน – น้ำพุเทรวี –  ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่าน ชมกรุงโรม

กรุงโรม (ROME)

เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี เป็นศูนย์รวมของสถานที่ท่องเที่ยวที่ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และสถาปัตยกรรมที่สวยงามอลังการมากมาย

นำท่านผ่านชมกลุ่มโรมันฟอรัม (ROMAN FORUM) อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน ที่สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของอารยะธรรมโรมันในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา จากนั้น

นำท่าน เก็บภาพความยิ่งใหญ่บริเวณรอบนอกของสนามกีฬาโคลอสเซี่ยม (COLOSSEUM) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ อดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน  

จากนั้นนำท่าน  เดินเล่นชมเมืองบริเวณจัตุรัสนาโวนา (PIAZZA NAVONA)

จัตุรัสนาโวนา (PIAZZA NAVONA)

เป็นศูนย์รวมของสารพัดสิ่ง ทั้งร้านอาหาร นักดนตรี นักมายากลข้างถนน ศิลปินวาดรูปเหมือน และที่สำคัญคือเดิมทีที่ตรงนี้เป็นสนามกีฬาแข่งม้าของชาวโรมัน ถนนที่อยู่บริเวณโดยรอบ คือ ลู่วิ่งของม้า บริเวณนี้มีน้ำพุที่สำคัญ3 แห่ง เป็นผลงานของศิลปินนักแกะสลักชื่อดัง Gian Lorenzo Bernini ตรงกลางลานจะเห็นเสาโอบิลิสก์ (Obelisk) รอบๆ เสาจะเป็น  น้ำพุแห่งสี่มหานที (Fountain of the Four Rivers) ซึ่งแต่ละมุมจะมีรูปปั้น ซึ่งแทนแม่น้ำใหญ่จาก 4 ทวีป ได้แก่ คงคา ดานูป ไนล์ และพลาต้า

นำท่านเข้าชม มหาวิหารแพนธีออน (PANTHEON)

วิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเหล่าทวยเทพของกรีกโบราณ ออกแบบโดยมาร์คัส วิพซานิอัส อกริพพา เดิมสร้างขึ้นตั้งแต่ 27 ปีก่อนคริสตศักราช ต่อมาถูกไฟไหม้และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 118 และเป็นวิหารยุคโรมันที่เก่าแก่ที่สุดและคงสภาพสมบูรณ์  เกือบทั้งหมดมาจนถึงทุกวันนี้ ความน่าทึ่งของวิหารนี้คือการออกแบบด้านหน้าของวิหารที่เป็นเสากับหน้าจั่ว แต่หลังคาถูกออกแบบเป็นโดมครอบอาคารทรงกลม รวมทั้งความสูงจากพื้นถึงช่องตา(Oculus) บนเพดาน และเส้นผ่าศูนย์กลางของโดมด้านในเท่ากัน 43.3 เมตร เอกลักษณ์ที่หลายคนรู้จักคือ ช่องโหว่กลางหลังคาโดมที่ใช้เปิดรับแสง แต่ก็มีการเจาะรูเล็กๆบนพื้นเพื่อเป็นการระบายน้ำฝนที่ตกเข้ามาในวิหารด้วย วิหารแพนธีออนยังเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์วิคเตอร์ เอมมานูเอลที่ 2 และราฟาเอล ศิลปินชื่อก้องโลกอีกด้วย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพกับน้ำพุเทรวี (TREVI FOUNTAIN)

น้ำพุเทรวี / ช้อปปิ้งย่านบันไดสเปน

งานประติมากรรมของเทพนิยายกรีก ที่มาของบทเพลง “ทรีคอยน์ อิน เดอะ ฟาวน์เทน” ที่เชื่อกันว่า หากท่านโยนเหรียญลงในน้ำพุแล้วท่านจะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งย่านบันไดสเปน (SPANISH STEPS) บนถนนคอนดอตติ ย่านช้อปปิ้งขึ้นชื่อของอิตาลี เป็นบันไดที่กว้างและยาวที่สุดในทวีปยุโรป มีขั้นบันไดทั้งหมด 138 ขั้น ที่ล้อมรอบไปด้วยสถาปัตยกรรมอันสวยงามแล้ว จัตุรัสแห่งนี้ยังต่อตรงกับถนน VIA CONDOTTI ที่เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมมากมาย ทั้งDior,Prada, Gucci,Amarni, Valentino, Versace, Fendi, Ferragamo, Cartier, Bulgari เป็นต้น เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีชีวิตชีวามากอีกแห่งหนึ่งของอิตาลี

00000000

***แนะนำให้ท่านลองชิม ไอศกรีมเจลาโต (GELATO) ไอศกรีมขึ้นชื่อที่ท่านไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงอิตาลี ***

**** กฏเกณฑ์ที่สำคัญของการมานั่งที่บันไดแห่งนี้ คือ ห้ามกินไอศครีม! เนื่องจากบันไดสเปนเป็นอีกหนึ่งฉากที่ถ่ายทำในภาพยนตร์ชื่อดัง (ปี1953) เรื่อง Roman Holiday ทำให้หนุ่มสาวหลายคู่เลียนแบบคู่พระเอกนางเอก ที่มานั่งจู๋จี๋กินไอติมกันอย่างมากมาย จนทำให้บันไดเปรอะเปื้อนสกปรก และต้องออกกฎหมายห้ามจนถึงทุกวันนี้

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม  NH COLLECTION ROMA GIUSTINIANO ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

9

โรม – กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย จนได้เวลาสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

12.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพ ฯ โดย สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ 365 / 706

10

กรุงเทพ ฯ

(แวะเปลี่ยนเครื่องที่สิงคโปร์ เวลา 06.00 – 07.10 น.)

08.35  น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..