20 – 29 ตุลาคม 2566
วันเดินทาง
สายการบินลุฟท์ฮันซ่า (LH)
สายการบิน
ออสเตรีย – เยอรมนี
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป :  BEST ALSACE SMALL VILLAGES LUFTHANSA 10 วัน (LH)

กำหนดการเดินทาง : 20 – 29 ตุลาคม2566

ประเทศ : เยอรมนี – ออสเตรีย

สายการบิน : Lufthansa (LH)

ราคา : 185,800 บาท

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพ // มิวนิค – แฟรงค์เฟิร์ท

20..30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 4 เคาน์เตอร์สายการบิน Lufthansa (LH) เจ้าหน้าที่จากบริษัทเร้นจ์ฯ จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

23.00 น. เดินทางสู่ แฟรงค์เฟิร์ท โดย สายการบิน Lufthansa เที่ยวบินที่ LH 773 / 093

2

วันที่สองของการเดินทาง

แฟรงค์เฟิร์ท – ไฮเดลเบิร์ก ชมเมือง – สตราสบูร์ก

(แวะเปลี่ยนเครื่อง ณ สนามบินนานาชาติ มิวนิค 05.20 – 07.00 น.)

08.05 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ท (FRANKFURT) ประเทศเยอรมนี

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองไฮเดลเบิร์ก (HEIDELBERG) (90 กิโลเมตร)

ไฮเดลเบิร์ก (HEIDELBERG)

เป็นเมืองที่แสดงความ เป็นตัวตนของความเป็นเยอรมันโรแมนติกได้ดีที่สุด ตั้งอยู่บนชายป่าโอเดนวาลด์ (ODENWALD MOUNTAIN CHAIN) ที่ซึ่งแม่น้ำเนคการ์ (NECKAR RIVER) ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำไรน์ (RHINE RIVER) และตัวเมืองตั้งเด่นเป็นตระง่านอยู่บนเนินริมฝั่งแม่น้ำ ไฮเดลเบิร์กเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ของโกธิคสมัยกลาง และเคยถูกกองทัพฝรั่งเศสบุกเข้าทำลายเมื่อปีค.ศ 1689 และในปีค.ศ 1693 เดินทางถึง เมืองไฮเดลเบิร์

ปราสาทไฮเดลเบิร์ก (HEIDELBER CASTLE)

ในอดีตเป็นป้อมปราการ และต่อมาได้ถูกเปลี่ยนแปลงให้เป็นปราสาทเมื่อปีค.ศ 1544 แม้ปราสาทแห่งนี้จะเคยถูกเผาและทำลายไปบ้างในสมัยสงคราม และก็ยังคงสภาพความสวยงามอยู่เหนือแม่น้ำเนคการ์ได้จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ อิสระให้ท่านตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของปราสาท ถ่ายภาพความงดงาม พร้อมชมวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำ และเมืองไฮเดลเบิร์ก ซึ่งถือเป็นสถานที่ที่ท่านไม่ควรพลาด จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสตราสบูร์ก (STRASBOURG) (135 กิโลเมตร) เป็นเมืองหลวงของแคว้นอัลซาส ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำไรน์ บนพรมแดนติดกับประเทศเยอรมนีได้ชื่อว่าเป็นหัวใจของยุโรป

สตราสบูร์ก (STRASBOURG)

จากนั้นนำท่าน เดินเล่นชมย่านเมืองเก่าที่เรียกว่า LE PETITE FRANCE ผ่านชมมหาวิหารนอทเทรอดามที่ยิ่งใหญ่ (Strasbourg Cathedral) ได้รับการยกย่องให้เป็นมหาวิหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค สร้างด้วยหินทรายสีชมพูทั้งหลังโดยสร้างขึ้นในช่วงกลางถึงปลายศตวรรษที่ 12 ใช้เวลาในการก่อสร้างนานกว่า 260 ปี อิสระให้ท่านถ่ายภาพความประทับใจตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม HILTON STRASBOURG ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

3

วันที่สามของการเดินทาง

สตราสบูร์ก – หมู่บ้านริควีร์ – กอลมาร์ อองกีเชม – ไฟรบวร์ก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม      

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านริควีร์ (Riquewihr) (70 กิโลเมตร)

หมู่บ้านริควีร์ (Riquewihr)

เป็นหมู่บ้านเล็กๆในชนบทตั้งอยู่บนเส้นทางไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในแคว้นอัลซาส และเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส (Les plus beaux villages de France) เดินทางถึง หมู่บ้านริควีร์ นำท่าน เดินเล่นชมหมู่บ้านที่มีลักษณะบ้านเรือนคล้ายๆกับกอลมาร์ แต่บรรยากาศภายในหมู่บ้านจะคล้ายกับเดินเข้าไปเหมือนหลงอยู่ในเมืองแห่งเทพนิยาย เนื่องจากบ้านเกือบทุกหลังจะตกแต่ง และประดับประดาด้วยดอกไม้ ตุ๊กตาหรือของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่น่ารักๆเต็มไปหมด จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองกอลมาร์ (COLMAR) (15 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆอันเป็นเมืองบ้านเกิดของจิตรกร และช่างแกะพิมพ์มาร์ติน โชนเกาเออร์ และประติมากรเฟรเดริก โอกุสต์ บาร์ตอลดี ผู้ออกแบบอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ เป็นเมืองที่มีความโรแมนติก เมืองหนึ่งของฝรั่งเศส และเป็นสถานที่ที่คู่รักมัก จะให้คำสัญญาในความรักระหว่างกันและกันด้วยบรรยากาศที่สวยงาม สถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่จึงทำให้เมืองกอลมาร์ เป็นอีกหนึ่งในสถานที่โรแมนติกในฝันของใครอีกหลายคน  เดินทางถึง เมืองกอลมาร์

กอลมาร์ (COLMAR) / ชมเมือง

นำท่าน ชมเมืองกอลมาร์ ดินแดนแห่งความงาม ที่มีตึกราบ้านช่องสวยงาม มีจุดเด่นอยู่ที่ความงามของดอกไม้ ที่มีอยู่ทั่วเมือง จัดเป็นอีกเมืองที่ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีความโรแมนติก จนได้รับการขนานนามว่า ลิตเติ้ลเวนิซ ปัจจุบันเมืองเก่าแก่แห่งนี้ได้กลายเป็นเมืองที่น่ามาเยือนเป็นอันดับต้นๆของประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองที่มีลักษณะสถาปัตยกรรม และบรรยากาศของเมืองโบราณ มีบ้านเรือนที่สวยงาม และได้รับการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดีบ้านเรือนแบบนี้ เรียกว่า Colombage (ฝรั่งเศส) หรือFachwerkhaus (เยอรมัน) เป็นบ้านครึ่งไม้ซุงซึ่งเป็นแบบบ้านที่เป็นเอกลักษณ์และเห็นได้ทั่วไปในแคว้นอัลซาส ลักษณะพิเศษของบ้านจะขึ้นโครงบ้านด้วยไม้ทั้งหลังรวมทั้งหลังคาก่อน จากนั้นก็จะโบกปูนระหว่างช่องไม้แล้วทาทับด้วยสีสันสวยงามตามใจเจ้าของบ้าน เมืองนี้ยังมีคลองน้ำไหลผ่าน ซึ่งบริเวณนี้ถูกเรียกว่า Little Venice เป็นมุมบังคับที่นักท่องเที่ยวส่วนมากต้องมาเก็บภาพเป็นที่ระลึก จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านแองกีเชม (EGUISHEIM) (10 กิโลเมตร)

หมู่บ้านอองกีเชม (EGUISHEIM)

หมู่บ้านที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อีกหนึ่งหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส” ที่ได้รับความนิยมในหมู่นัก ท่องเที่ยวของแคว้นอัลซาสอีกด้วย เดินชมความงดงามไปตามถนนก้อนกรวดอันคดเคี้ยวของหมู่บ้านตื่นตาไปกับความงดงามของเหล่าอาคารบ้านเรือนที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นยุคกลางไว้เป็นอย่างดี  ชมความเก่าแก่ของอาคารไม้โบราณที่แต่งแต้มด้วยสีสันสีสดใสและชมลานน้ำพุที่สร้างในแบบเรเนสซองส์ อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่หลายคนอาจบ่นเสียดาย ถ้าหากไม่ได้ไปเยือน

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองไฟรบวร์ก (FREIBURG) (60 กิโลเมตร)

ไฟรบวร์ก (FREIBURG)

เมืองที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในเขตป่าดำ (Sudschwarzwald) อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นบาเดน-เวือร์ทเทมแบร์กใกล้ชายแดนฝรั่งเศสและสวิส นอกจากขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์แบบป่าดำที่สวยงามแล้ว ยังเป็นเมืองที่มีอากาศดีมีแดด และอบอุ่นที่สุดในเยอรมนีอีกด้วย เป็นเมืองเก่าที่ถูกก่อตั้งมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1120 และเป็นหนึ่งในเมืองแห่งตลาดเสรีที่มีชื่อเสียง และมีความเก่าแก่มากแห่งหนึ่งของประเทศ

ชมเมืองไฟรบวร์ก

จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพความสวยงามของโบสถ์แห่งเมืองไฟรบวร์ก (Freiburg Muenster) เป็นโบสถ์ใหญ่ประจำเมืองที่ใช้เวลาสร้างนานถึง 313 ปี และมีความสูงถึง 116 เมตร โบสถ์นี้รอดพ้นจากการทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งที่ตัวเมืองถูกทำลายลงถึง 90% อิสระให้ท่านถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม Marriott Freiburg ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ไฟรบวร์ก – ทิทิเซ่ – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง – เบรเกน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทิทิเซ่ (TITISEE) (35 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆริมทะเลสาบในเขตป่าดำ

ทิทิเซ่ (TITISEE)

ชื่อเต็มของเมืองนี้ คือ Titisee-Neustadt เป็นเมืองตากอากาศเล็กๆ ทางตอนใต้ของเยอรมัน ชื่อทิทิเซ่ เป็นชื่อของทะเลสาบเล็กๆ ที่มาจากชื่อของ จักรพรรดิโรมันองค์หนึ่ง คือ Titus ไฮไลต์ของเมืองนี้ นอกจากเป็นเมืองต้นกำเนิดของเค้กแบล็กฟอเรสต์รสเลิศแล้ว ยังเป็นแหล่งผลิต นาฬิกากุ๊กกู ที่ดีที่สุดในโลก นาฬิกากุ๊กกูที่เมืองทิติเซ่ ถ้าเป็นของแท้จะทำจากไม้สนแกะสลักถ่วงด้วยตุ้มน้ำหนัก มีฟังก์ชันการทำงานทั้งตีบอกเวลาบางเรือนมีนกร้อง กล่องดนตรี ตุ๊กตาเต้นรำ และคนเลื่อยไม้ เป็นสัญลักษณ์แสดง ถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวทิทิเซ่ นอกจากกุ๊กกูแฮนด์เมดแล้วตอนนี้กำลังมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง คือการเป็นเมืองรีสอร์ตสุขภาพ ในการรักษาโรคหัวใจที่ติดอันดับโลก อิมระให้เดินเล่ยเพลิดเพลินกับบรรยกาศริมทะเลสาบ พร้อมเลือกซื้อนาฬิกากุ๊กกูเป็นของฝากตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองเบรเก้น (BREGENZ) (165 กิโลเมตร)

เบรเก้น (BREGENZ)

เมืองสวยริมทะเลสาบคอนสแตนซ (Lake Constance) หรือทะเลสาบโบเดน (Bodensee) ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับที่สามของยุโรป โดยทะเลสาบตั้งบนความสูงที่ 400 เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลปานกลาง มีขนาดประมาณ 539 ตารางกิโลเมตร เป็นจุดบรรจบกันของประเทศเยอรมนี ออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก Grand Hotel Bregenz M Gallery หรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

เบรเกน – การ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น – ยอดเขาซุกสปิตเซ่

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองการ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น (GARMISCH-PARTENKIRCHEN) (220 กิโลเมตร)

การ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น   

เมืองการ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น (GARMISCH-PARTENKIRCHEN)  เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ในเทือกเขาแอลป์ ในเขตที่เรียกว่า Wetterstein-Gebirge เป็นเมืองเดียวของเยอรมนีที่ติดอันดับ BEST OF THE ALPS ด้วยตัวเมืองน่ารักที่เต็มไปด้วยภาพวาดบนกําแพงที่ชมได้อย่างไม่รู้เบื่อ อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมือง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบไอบ์เซ (EIBSEE) (15 กิโลเมตร) เพื่อนำท่าน นั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นสู่ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (ZUGSPITZE) ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมนี บนความสูง 2,964 เมตร

เหนือระดับน้ำทะเล

ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (ZUGSPITZE)

จากบนยอดเขาท่านจะมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบตัวซึ่งประกอบไปด้วยยอดเขากว่า 400 ยอดในเขตแดนออสเตรีย อิตาลี สวิสและเยอรมนี เบื้องล่างจากยอดเขาลงไป 400 เมตร คือ ซุกสปิตซ์ปลาต ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งเพียงสายเดียวในเยอรมนี ในช่วงเวลาที่หิมะตกหนามีสภาพเหมาะสมสำหรับการเล่นสกี คือในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมิถุนายน ท่านจะได้พบกับประสบการณ์ประทับใจมากมายที่นี่ อิสระให้ท่านชมวิวแบบพาโนรามาที่งดงามจนลืมหายใจ และด้วยทิวทัศน์อันงดงาม และมีเสน่ห์เฉพาะตัวของเทือกเขาแอลป์ ทำให้บริเวณนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่สามารถมาเยือนได้ตลอดทั้งปี ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเล่นหิมะ และถ่ายภาพสวย ๆ ไว้เป็นที่ระลึกบนลานซุกสปิตเซ่ตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองการ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น (15 กิโลเมตร)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ATLAS GRAND ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

การ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น – มิทเทนวาลด์ – อินน์สบรูก – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านมิทเทนวาลด์ (MITTENWALD) (20 กิโลเมตร)

หมู่บ้านมิทเทนวาลด์ (MITTENWALD)

เป็นหมู่บ้านน้อยที่มีบรรยากาศน่ารัก คล้ายหมู่บ้านตุ๊กตาริมภูเขาสูง และมีประชากรอาศัยอยู่เพียงแค่หลักพันเท่านั้น นอกจากจะเป็นหมู่บ้านที่มีบรรยากาศน่าเดินเล่นแล้ว ยังมีชื่อในเรื่องการทำไวโอลินมาเกือบ 300 ปี อีกด้วย จุดเด่นที่ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นหมู่บ้านสุดแสนโรแมนติก ด้วยองค์ประกอบทุกอย่างรวมกัน ทั้งอาคารบ้านเรือน โบสถ์ ผู้คน และวิถีชีวิต จนเกอเธ่ ศิลปินคนดังแห่งเยอรมัน ต้องบันทึกไว้ว่านี่คือ A living picture book หนังสือภาพที่มีชีวิต เพราะทุกผนังอาคารถูกวาดไว้ด้วยลวดลายสวยงาม ทั้งเรื่องเกี่ยวกับศาสนา ความเชื่อ และเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งเรียกภาพวาดแบบนี้ว่า Frescoe Painting อิสระให้ท่านเดินเล่นและถ่ายภาพเมืองที่สุดแสนโรแมนติกแห่งนี้ตามอัธยาศั

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ แคว้นทิโรล (Tirol) อยู่ท่ามวงล้อมของเทือกเขาแอลป์อันสูงตระหง่านและมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของออสเตรีย เพื่อนำท่านเดินทางสู่ เมืองอินน์สบรูก (INNSBRUCK) (45 กิโลเมตร)เมืองหลวงของแคว้นทีโรลตะวันตก ท่านจะได้เห็นความแตกต่างที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวของศิลปะวัฒนธรรมเก่าแก่ที่สั่งสมมานานกว่า 800 ปี เดินทางถึง เมืองอินน์สบรูก

อินน์สบรูก (INNSBRUCK)

นำท่าน ชมเมืองอินน์สบรูก ที่ตั้งอยู่ในอ้อมกอดของเทือกเขาแอล์ปที่สูงเสียดฟ้า และมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดปีประทับใจไปกับบ้านเรือนที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านสถาปัตยกรรมไว้ได้อย่างงดงาม ไม่ว่าจะเป็นซุ้มดอกไม้ หรือไม้เลื้อยตามประตู บานหน้าต่าง ถ่ายภาพกับหลังคาทองคำ (Goldenes Dachl) หน้ามุขศิลปะโกธิกตอนปลายประดับด้วยแผ่นทองแดงเคลือบทอง 2,657 ชิ้น ซึ่งสมัยจักรพรรดิมักซิมิเลียนที่ 1 ทรงให้สร้างเพื่อใช้เป็นที่ประทับเพื่อชมการแสดงต่างๆ ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จากนั้นนำท่าน ชมและเลือกซื้อผลึกแก้วเจียระไนอันเลื่องชื่อของสวารอฟสกี้  อาทิเช่น เครื่องประดับบ้าน ชุดน้ำชา สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ฯลฯ ที่มีให้ท่านได้ซื้อหาไว้เป็นที่ระลึก กระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรม  AC HOTEL INNSBRUCK ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

อินน์สบรูก – แบร์กเทสการ์เดน เหมืองเกลือ – ทะเลสาบกรุนซี

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองแบร์กเทสการ์เดน (BERCHTESGADEN) (200 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆน่ารักที่ถูกโอบล้อมโดยเทือกเขาแอลป์ โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติที่งดงาม เดินทางถึง เมืองแบร์กเทสการ์เดน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน เข้าชมเหมืองเกลือเก่าเมืองเบิร์ชเทสการ์เดน (Berchtesgaden Salt Mine)หมืองเกลือเก่าเมืองเบิร์ชเทสการ์เดนเป็นเหมืองเกลือที่ถูกสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1517 ซึ่งในสมัยอดีต เหมืองเกลือ เป็นสถานที่ต้องห้ามของบุคคลทั่วไป เนื่องจากเกลือมีค่าจนได้ชื่อว่าเป็นทองคำขาว นั่งรถรางลอดอุโมงค์ยาว 700 เมตร ไปยังถ้ำเกลืออันระยิบระยับ และทะเลสาบใต้ภูเขาที่งดงามด้วยแสงเสียง บรรยากาศราวกับอยู่ในเหมืองจริงเมื่อ 500 ปีก่อน ภายใต้อุณหภูมิ 12 องศาเซลเซียส ชื่นชมในความเก่าแก่ของเมืองเกลือโบราณ ซึ่งปัจจุบันยังคงได้รับการบำรุงรักษาเอาไว้เหมือนดังเช่นในอดีตทุกประการ

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ ทะเลสาบกรุนซี (GRUNDLSEE) (95 กิโลเมตร) อันเป็นที่ตั้งของ THE MONDI RESORT AM GRUNDLSEE ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

โรงแรมสวยงามสไตล์ Local Luxury ระดับ 4 ดาวตั้งอยู่ริมทะเลสาบกรุนซีอันงดงาม ที่โอบล้อมด้วยบรรยากาศแห่งขุนเขา และกลิ่นอายของทะเลสาบที่สุดแสนโรแมนติค งดงามไม่ว่าจะฤดูกาล

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

8

ทะเลสาบกรุนซี – ฮัลสตัท – ชมเมือง – SKYWALK – ทะเลสาบกรุนซี

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านฮัลสตัท (HALLSTATT) (25 กิโลเมตร) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวยที่มี อายุเก่าแก่กว่า 4,500 ปี เดินทางถึง หมู่บ้านฮัลสตัท

หมู่บ้านฮัลสตัท (HALLSTATT)

หมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบที่มีประชากรอาศัยอยู่ไม่ถึงพันคน

มีฉากหลังเป็นภูเขาสูงชัน บ้านเรือนในเมืองนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่แคบๆ ริมทะเลสาบ Hallstatter See จึงต้องสร้างลดหลั่นเป็นชั้นๆ ตามแนวเขาเหมือนกับสวนลอยฟ้า เนื่องจากเขาตั้งสูงชันเหนือผืนน้ำ มีแต่ทางเดินแคบๆผ่านหน้าบ้านที่เรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ขึ้นไปตามไหล่เขาเท่านั้นดินแดนแถบนี้พบร่องรอยผู้คนที่อาศัยมานานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ราวห้าพันปีก่อนคริสตกาล เพราะที่นี่เป็นแหล่งเกลือขนาดใหญ่ ยุคเหล็กราวปี 800-400 ก่อนคริสตกาลได้ชื่อตามที่นี่ว่า Hallstatt Iron Age สมัยก่อนใช้เกลือในการถนอมอาหาร ฉะนั้นที่ไหนมีเกลือก็เหมือนมีทองในปัจจุบัน จนได้เวลาอันสมควร   

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทาง โดยรถรางไฟฟ้าสู่ จุดชมวิวแบบพาโนราม่าของเมือง

SKYWALK PLATFORM ‘WELTERBEBLICK’

จุดชมวิวแบบพาโนราม่าของเมือง ที่มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมยื่นออกไป เรียกว่า SKYWALK PLATFORM ‘WELTERBEBLICK’ มีความสูง 360 เมตรจากตัวเมือง อิสระให้ท่านถ่ายภาพความงดงามตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ ทะเลสาบกรุนซี (GRUNDLSEE) (25 กิโลเมตร)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ THE MONDI RESORT AM GRUNDLSEE ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

9

ทะเลสาบกรุนซี – มิวนิค – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง – กรุงเทพ ฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมิวนิค (MUNICH) (235 กิโลเมตร)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน ชมเมืองและช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

 มิวนิก

จากนั้นนำท่าน ชมเมืองมิวนิค มหานครแห่งแคว้นทางตอนใต้ เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สวยงามมากมาย อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางทาง วัฒนธรรมของภูมิภาค และเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์ที่เด่นที่สุดในประเทศเยอรมนีอีกหลายแห่ง ชมอาคารบ้านเรือนที่เก่าแก่สวยงามจากยุคสมัยอันรุ่งเรืองของราชวงศ์ WITTELSBACH 

บริเวณจัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ (MARIENPLATZ) ซึ่งถือเป็นหัวใจของเขตเมืองเก่า และเป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มชมเมือง

จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งบริเวณรอบๆ จัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ (MARIENPLATZ) ซึ่งมีร้านค้า ร้านอาหารร้านไอศกรีมมากมาย อีกทั้งบริเวณย่านนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังเรียงรายอยูมากมายไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Hugo Boss, Chanel, Giorgio Armani เป็นต้น จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

** อิสระอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารบริเวณสนามบิน มอบเงินสดให้ท่านละ 30 ยูโร **

22.25 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบิน Lufthansa เที่ยวบินที่ LH 772

10

กรุงเทพ ฯ

14.10 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ