10 – 19 เม.ย/29 เม.ย – 08 พ.ค.** 2565
วันเดินทาง
สายการบินสวิส (LX)
สายการบิน
ออสเตรีย – เยอรมนี
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป :  BEAUTIFUL ALPS  10 วัน (LX/OS)

กำหนดการเดินทาง :  10 – 19 เม.ย/29 เม.ย – 08 พ.ค.** 2565

ประเทศ : สวิตเซอร์แลนด์ – ฝรั่งเศส – เยอรมนี – ออสเตรีย

สายการบิน : สวิส (LX)

ราคา : 178,800 บาท

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพ – ซูริค

21.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์ สายการบินสวิส (LX) เจ้าหน้าที่

จากบริษัทเร้นจ์ฯ จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อน

2

วันที่สองของการเดินทาง

ซูริค ชมเมือง – ช้อปปิ้ง – หมู่บ้านแอพเพนเซล -แซงต์ กัลเลน

00.20 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินซูริค โดย สายการบินสวิส เที่ยวบินที่ LX 181

06.10 น. เดินทางถึง สนามบินซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว

เมือง ซูริค (Zurich) เมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสวิส และมีแม่น้ำลิมมัตเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุด เมืองซูริคไม่ใช่เมืองหลวงของประเทศ แต่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นเมืองศูนย์กลางทางธุรกิจ ธนาคาร และวัฒนธรรมของประเทศอีกด้วย พร้อมนำท่านชมเมือง

ถ่ายภาพกับมหาวิหารคู่บ้านคู่เมือง กรอส มุนเตอร์ (GROSSMUNTE CHURCH) ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของเมืองซูริค ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำลิมมัต (Limmat River) ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของ

ซูริค ถัดไปไม่ไกล ท่านจะพบกับโบสถ์อีกแห่งหนึ่ง มีชื่อว่า PETERSKIRCHE โดย ด้านบนสุดของโบสถ์เซนต์ปีเตอร์นั้นเป็นที่ตั้งของหน้าปัดนาฬิกาที่ติดอันดับ หน้าปัดนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งบริเวณ ถนน BAHNHOFSTRASSE ย่านช้อปปิ้งที่หรูหราที่สุดในเมืองซูริค และใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ถนนสายนี้ไม่ใช่ถนนสายที่ดีที่สุดในสวิสอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นถนนที่ดีที่สุดในยุโรปด้วย อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง เลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านแอพเพนเซล (APPENZELL) (100 กิโลเมตร) ซึ่งตั้งอยู่ในมลรัฐ

Appenzell Innerrhoden

เป็นหมู่บ้านที่ได้รับการขนานนามว่า “ประตูสู่เทือกเขาแอลป์” เป็นหมู่บ้านชนบทเล็กๆน่ารัก ร่มรื่นและเงียบสงบที่ยังอนุรักษ์วัฒนธรรม และประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณอยู่ บ้านเรือนก็ยังคงสไตล์ดั้งเดิม ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัวด้วยจั่วหน้าบ้านลักษณะโค้งมน และหลังคาที่ทำจากกระเบื้องที่มีชื่อเสียง แถมยังมีสีสันและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะเมือง ภายในหมู่บ้านจะพบกับโบสถ์คริสต์เก่าแก่ที่ถูก สร้างขค้นเมือ่ปีค.ศ. 1071 ที่อุทิศให้กับ St. Maurice ปราสาทเก่าที่เป็นของตระกูล Sutter หมู่บ้านแห่งนี้ยังคงมีการอนุรักษ์เทศกาลต้อนวัวอยู่ ของที่ระลึกที่ขึ้นชื่อของที่นี่จึงเป็นกระดิ่งคอวัวให้นักท่องเที่ยวซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากของที่ระลึก อีกทั้งยังขึ้นชื่อในเรื่องชีสและเบียร์ที่รสชาติเยี่ยมยี่ห้อเดียวกับชื่อเมืองอีกด้วย อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองแซงต์ กัลเลน (ST. GALLEN) (25 กิโลเมตร) เป็นเมืองโบราณเก่าแก่ทาง

ตอนเหนือของสวิตเซอร์แลนด์

แซงต์ กัลเลน (ST. GALLEN)

เป็นเมืองเก่าแก่ของสวิตเซอร์แลนด์ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรม เมืองนี้ได้รับชื่อมาจากนักบุญ Gallus ที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในชุมชนเล็กๆเมื่อศตวรรษที่ 7 และยังได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกอีกด้วย นำท่านชมเขตเมืองเก่า อาคารบ้านเรือนเป็นแบบเฉพาะในสไตล์บาร็อค

ถ่ายภาพกับมหาวิหารเซนต์ กัลเลน (Stiftskirche St.Gallen Cathedral) เป็นมหาวิหารอารามหลวงทรงหอคอยคู่ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1983 ถนน Multergasse ถนนช้อปปิ้งสายหลักของเมือง ที่มีร้านค้ามากมาย ทั้งร้านนาฬิกา ร้านเสื้อผ้า และของที่ระลึกต่างๆ ถนน Spisergasse อีกหนึ่งถนนสายช้อปปิ้งที่มีอาคารบ้านเรือนสไตล์บาร็อคสวยๆ ตลอดทั้งถนน และบริเวณโซนสีแดง “Stadtlounge” (Red Carpet) จุดนั่งเล่นพักผ่อนแบบปูพรมแดงเก๋ๆๆที่ไม่ควรพลาด

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม RADISSON BLU  ST. GALLEN ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

3

วันที่สามของการเดินทาง

แซงต์ กัลเลน – โรมันส์ฮอร์น – ล่องเรือ – ลินเดา – ชมเมือง – ฟุสเซ่น

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโรมันส์ฮอร์น (ROMANSHORN) (25 กิโลเมตร) ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านชาวประมง และด้วยการก่อสร้างท่าเรือและทางรถไฟ ทำให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง เดินทางถึง เมืองโรมันส์ฮอร์น นำท่าน ล่องเรือชมความงดงามทะเลสาบคอนสแตนซ์ (Lake Constance)

ล่องเรือทะเลสาบคอนสแตนซ์

ทะเลสาบคอนสแตนซ์ หรือโบเดนซีในภาษาเยอรมัน

เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นทะเลสาบที่เกิดจากแม่น้ำไรน์ (Rhine) เป็นทะเลสาบที่ทอดยาวไปตามชายฝั่งของสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และออสเตรีย ซึ่งการล่องเรือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการชมทะเลสาบที่ท่านไม่ควรพลาด นำท่านล่องเรือเป็นเวลา 40 นาที จนกระทั่งเดินทางถึง เมืองเฟรดดริคฮาฟเฟ่น (FRIEDRICHSHAFEN)

เฟรดดริคฮาฟเฟ่น (FRIEDRICHSHAFEN)

เมืองสวยริมทะเลสาบคอนสแตนซ (Lake Constance) หรือทะเลสาบโบเดน (Bodensee) ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับที่สามของยุโรป โดยทะเลสาบตั้งบนความสูงที่ 400 เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลปานกลาง มีขนาดประมาณ 539 ตารางกิโลเมตร เป็นจุดบรรจบกันของประเทศเยอรมนี ออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ เมืองลินเดา (LINDAU) (25 กิโลเมตร)

ลินเดา (LINDAU)

เมืองเก่าสไตล์บาวาเรียน เมืองที่มีลักษณะเป็นเกาะ โดยมีทะเลสาบคอนสแตนซ์โอบล้อมเอาไว้ อีกทั้งฉากหลังของเมืองมีเทือกเขาแอลป์ ทําให้มีทัศนียภาพอันงดงาม เดินเล่นตามถนนแมกซิมิเลียน ชมบ้านเรือนที่งดงามมากมาย ถ่ายภาพกับศาลาว่าการเมืองเก่า (ALTE RATHAUS) สถาปัตยกรรมในแถบหุบเขาไรน์ของเทือกเขาแอลป์ที่ผสมผสานกันระหว่างศิลปะสไตล์กอธิค และเรอเนสซองส์ที่งดงาม ได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฟุสเซ่น (FUSSEN) (105 กิโลเมตร)

เมืองฟุสเซ่น (FUSSEN) เมืองโรแมนติค ตั้งอยู่ที่แคว้นบาวาเรียทางตอนใต้ของเยอรมันติดกับชายแดนออสเตรีย เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเยอรมนีเก่าแก่นับพันปีที่ได้รับ ฉายาว่า Village of the king’s castles เพราะเป็นที่ตั้งของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein) ล้อมรอบไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ที่มีความงดงามทางด้านทัศนียภาพ เป็นเมืองที่มีความน่ารัก และมีสิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างคือ ตัวตึกหรืออาคารบ้านช่องของทั้งเมืองจะตกแต่งไปด้วยสีสันที่สวยงาม เดินทางถึง  เมืองฟุสเซ่น

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม LUITPOLDPARK ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ฟุสเซ่น – ชวานเกา – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – การ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านชวานเกา (SCHWANGAU) (5 กิโลเมตร) ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทนอยชวานสไตน์ เพื่อนำท่าน เข้าชมความงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (NEUSCHWANSTEIN CASTLE)

ปราสาทนอยชวานสไตน์ (NEUSCHWANSTEIN CASTLE) ที่แสนงดงามท่ามกลางพันธุ์ไม้นานาพันธุ์ที่ท่านจะประทับใจไปกับความงาม และบรรยากาศรอบตัวที่แสนจะโรแมนติกดั่งเทพนิยาย ซึ่งวอลซ์ ดิสนีย์ ได้จำลองแบบไปสร้างปราสาทไว้ในดิสนีย์แลนด์ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของดิสนีย์แลนด์ ปราสาทนอยชวานสไตน์ ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคผสมยุคกลาง ภายในห้องต่างๆตกแต่งด้วยจิตรกรรมเกี่ยวกับเทพกรีก โรมัน และนิทานเกี่ยวกับอัศวินในยุคกลางซึ่งงดงามมาก

เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองการ์มิชท์พาร์เท่น เคียร์เช่น (Garmisch-Partenkirchen) (65 กิโลเมตร)

เมืองการ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น (GARMISCH-PARTENKIRCHEN)  เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ในเทือกเขาแอลป์ ในเขตที่เรียกว่า Wetterstein-Gebirge เป็นเมืองเดียวของเยอรมนีที่ติดอันดับ BEST OF THE ALPS ด้วยตัวเมืองน่ารักที่เต็มไปด้วยภาพวาดบนกําแพงที่ชมได้อย่างไม่รู้เบื่อ อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมือง จนได้เวลาอันสมควร

ร้าน AMELIE ช็อกโกแลต

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม ZUGSPITZE ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

การ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น – ยอดเขาซุกสปิตเซ่ – หมู่บ้านมิทเทนวาลด์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบไอบ์เซ (EIBSEE) (15 กิโลเมตร) เพื่อนำท่าน นั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นสู่ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (ZUGSPITZE) ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมนี บนความสูง 2,964 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (ZUGSPITZE)

จากบนยอดเขาท่านจะมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบตัวซึ่งประกอบไปด้วยยอดเขากว่า 400 ยอดในเขตแดนออสเตรีย อิตาลี สวิสและเยอรมนี เบื้องล่างจากยอดเขาลงไป 400 เมตร คือ ซุกสปิตซ์ปลาต ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งเพียงสายเดียวในเยอรมนี ในช่วงเวลาที่หิมะตกหนามีสภาพเหมาะสมสำหรับการเล่นสกี คือในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมิถุนายน ท่านจะได้พบกับประสบการณ์ประทับใจมากมายที่นี่ อิสระให้ท่านชมวิวแบบพาโนรามาที่งดงามจนลืมหายใจ และด้วยทิวทัศน์อันงดงาม และมีเสน่ห์เฉพาะตัวของเทือกเขาแอลป์ ทำให้บริเวณนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่สามารถมาเยือนได้ตลอดทั้งปี ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเล่นหิมะ และถ่ายภาพสวย ๆ ไว้เป็นที่ระลึกบนลานซุกสปิตเซ่ตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านมิทเทนวาลด์ (MITTENWALD) (20 กิโลเมตร)เป็นหมู่บ้านน้อยที่มีบรรยากาศน่ารัก คล้ายหมู่บ้านตุ๊กตาริมภูเขาสูง และมีประชากรอาศัยอยู่เพียงแค่หลักพันเท่านั้น นอกจากจะเป็นหมู่บ้านที่มีบรรยากาศน่าเดินเล่นแล้ว ยังมีชื่อในเรื่องการทำไวโอลินมาเกือบ 300 ปี อีกด้วย จุดเด่นที่ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นหมู่บ้านสุดแสนโรแมนติก ด้วยองค์ประกอบทุกอย่างรวมกัน ทั้งอาคารบ้านเรือน โบสถ์ ผู้คน และวิถีชีวิต จนเกอเธ่ ศิลปินคนดังแห่งเยอรมัน ต้องบันทึกไว้ว่านี่คือ A living picture book หนังสือภาพที่มีชีวิต เพราะทุกผนังอาคารถูกวาดไว้ด้วยลวดลายสวยงาม ทั้งเรื่องเกี่ยวกับศาสนา ความเชื่อ และเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งเรียกภาพวาดแบบนี้ว่า Frescoe Painting อิสระให้ท่านเดินเล่นและถ่ายภาพเมืองที่สุดแสนโรแมนติกแห่งนี้ตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองการ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น (15 กิโลเมตร)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ZUGSPITZE ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

การ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น – วัตเท่น – คริสตัลเวิลด์ – หมู่บ้านแอลป์บัช – คิทซ์บูเฮล

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ แคว้นทิโรล (Tirol) อยู่ท่ามวงล้อมของเทือกเขาแอลป์อันสูงตระหง่านและมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของออสเตรีย เพื่อนำท่านเดินทางสู่ เมืองวัตเท่น (WATTENS) (80 กิโลเมตร) เมือง

อันเป็นที่ตั้งของคริสตัลเวิลด์ของสวารอฟสกี (Swarovski Kristallwelten)

สวารอฟสกี คริสตัลเวิลด์

ให้บริการตั้งแต่ปี 1995 เพื่อฉลองวาระครบรอบ 100 ปี โดยมี André Heller ศิลปินผู้ออกแบบ ให้มีเอกลักษณ์โดดเด่น และความมหัศจรรย์ให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจากทั่วทุกมุมโลกมีเนื้อที่ที่สามารถจุสนามฟุตบอลได้มากกว่า 10 สนาม สวนของไจแอนท์มีหัวพันธุ์ดอกไม้ปลูกไว้ถึง 72,445 หัว  ภายในมีห้องที่เต็มไปด้วยความประกายสุกใสของคริสตัล พื้นที่ด้านนอกที่เป็นสวนอันงดงามของคริสตัล ให้นักท่องเที่ยวได้เคลิบเคลิ้มไปกับแสงระยิบระยับจากเมฆคริสตัล CRYSTAL CLOUD ประกอบด้วยคริสตัลมากกว่า 600,000 ชิ้นอิสระให้ท่านชมและเลือกซื้อสินค้าใน Swarovski Kristallwelten Store ศูนย์รวมสินค้าครบทุกชนิดที่มีอยู่ในโลกของผลิตภัณฑ์จาก Swarovski ตั้งแต่อัญมณีไปจนถึงประติมากรรมขนาดเล็ก รวมทั้ง SWAROVSKI OPTIK และ Swarovski Lichtdesign ตามแบบฉบับสวารอฟสกี เมื่อเดินเข้าไปด้านใน ท่านจะรู้สึกเหมือนเดินท่องไปตามโลกต่าง ๆ ที่เปล่งประกายแวววาวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ หมู่บ้านแอลป์บัช (Alpbach) (40 กิโลเมตร) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่อยากแนะนำให้ท่านไปเยือนสักครั้งหนึ่ง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย  จากนั้นนำท่านเดินเล่นชมทัศนีภาพ และดื่มด่ำกับอากาศอันแสนบริสุทธิ์ตามอัธยาศัย

หมู่บ้านแอลป์บัช  (Alpbach)

ตั้งอยู่บนที่ราบสูง เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตรเป็นหมู่บ้านสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากของประเทศออสเตรีย โดยหมู่บ้านถูกโหวตให้เป็น ‘หมู่บ้านที่สวยที่สุด

ในออสเตรีย’ และยังได้รับการขนานามว่าเป็นหมู่บ้านแห่งดอกไม้ที่สวยที่สุดในยุโรป’ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้

ตื่นตาตื่นใจไปกับความงดงามของหุบเขา ดอกไม้ป่าอันงดงาม ทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม รวมไปถึงอากาศแสนบริสุทธิ์ที่ท่านสามารถสูดได้อย่างเต็มปอด ได้มาเยือนที่นี่สักครั้งก็เหมือนได้มาชาร์จพลังชีวิตเพิ่มขึ้นนั่นเอง จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคิทซ์บูเฮล (KITZBUHEL) (60 กิโลเมตร)

เมืองคิทซ์บูเฮล (KITZBUHEL)

เป็นเมืองสกีรีสอร์ทสุดสวยท่ามกลางธรรมชาติของขุนเขาแอลป์ในแคว้นทิโรล ประเทศออสเตรีย ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเทือกเขาแอลป์เพียง 100 กม.เท่านั้น อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในเรื่องของสกี และเป็นสกีรีสอร์ทเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย เดินทางถึง เมืองคิทซ์บูเฮล นำท่าน เดินเล่นชมเมือง และเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพบ้านเรือนที่มีสีสันสะดุดตาของเมืองเล็กน่ารักแห่งนี้ตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ERIKA BOUTIQUE HOTEL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

คิทซ์บูเฮล – แบร์กเทสการ์เดน เหมืองเกลือเก่า – ฮัลสตัท

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองแบร์กเทสการ์เดน (BERCHTESGADEN) (75 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆน่ารักที่ถูกโอบล้อมโดยเทือกเขาแอลป์ โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติที่งดงาม เดินทางถึง เมืองแบร์กเทสการ์เดน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน เข้าชมเหมืองเกลือเก่าเมืองเบิร์ชเทสการ์เดน (Berchtesgaden Salt Mine)

เป็นเหมืองเกลือที่ถูกสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1517 ซึ่งในสมัยอดีต เหมืองเกลือ เป็นสถานที่ต้องห้ามของบุคคลทั่วไป เนื่องจากเกลือมีค่าจนได้ชื่อว่าเป็นทองคำขาว นั่งรถรางลอดอุโมงค์ยาว 700 เมตร ไปยังถ้ำเกลืออันระยิบระยับ และทะเลสาบใต้ภูเขาที่งดงามด้วยแสงเสียง บรรยากาศราวกับอยู่ในเหมืองจริงเมื่อ 500 ปีก่อน ภายใต้อุณหภูมิ 12 องศาเซลเซียส ชื่นชมในความเก่าแก่ของเมืองเกลือโบราณ ซึ่งปัจจุบันยังคงได้รับการบำรุงรักษาเอาไว้เหมือนดังเช่นในอดีตทุกประการ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านฮัลสตัท (HALLSTATT) (75 กิโลเมตร) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวยที่มี  อายุเก่าแก่กว่า 4,500 ปี เดินทางถึง หมู่บ้านฮัลสตัท

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก HERITAGE ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

8

ฮัลสตัท – ชมเมือง – SKYWALK PLATFORM ‘WELTERBEBLICK’ – กราซ – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้น อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

หมู่บ้านฮัลสตัท (HALLSTATT)

หมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบที่มีประชากรอาศัยอยู่ไม่ถึงพันคน

มีฉากหลังเป็นภูเขาสูงชัน บ้านเรือนในเมืองนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่แคบๆ ริมทะเลสาบ Hallstatter See จึงต้องสร้างลดหลั่นเป็นชั้นๆ ตามแนวเขาเหมือนกับสวนลอยฟ้า เนื่องจากเขาตั้งสูงชันเหนือผืนน้ำ มีแต่ทางเดินแคบๆผ่านหน้าบ้านที่เรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ขึ้นไปตามไหล่เขาเท่านั้นดินแดนแถบนี้พบร่องรอยผู้คนที่อาศัยมานานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ราวห้าพันปีก่อนคริสตกาล เพราะที่นี่เป็นแหล่งเกลือขนาดใหญ่ ยุคเหล็กราวปี 800-400 ก่อนคริสตกาลได้ชื่อตามที่นี่ว่า Hallstatt Iron Age สมัยก่อนใช้เกลือในการถนอมอาหาร ฉะนั้นที่ไหนมีเกลือก็เหมือนมีทองในปัจจุบัน จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทาง โดยรถรางไฟฟ้าสู่ จุดชมวิวแบบพาโนราม่าของเมือง

จุดชมวิวแบบพาโนราม่าของเมือง ที่มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมยื่นออกไป เรียกว่า SKYWALK PLATFORM ‘WELTERBEBLICK’ มีความสูง 360 เมตรจากตัวเมือง อิสระให้ท่านถ่ายภาพความงดงามตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองกราซ (GRAZ) (180 กิโลเมตร)

กราซ (GRAZ)

เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศออสเตรียที่มีชายแดนติดกับประเทศสโลวีเนีย เป็นเมืองที่ยังคงอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนในแต่ละยุคสมัยไว้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น โกธิค เรอเนสซองซ์ และบาร๊อค จึงทำให้ส่วนของตัวเมืองเก่าได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก อีกทั้งยังยกให้เป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของยุโรป (Cultural Capital of Europe) ในปี ค.ศ. 2003 อีกด้วย สัญลักษณ์ของเมืองนี้คือ หอนิฬิกา (Clock Tower-Uhrturm) ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา เมื่อมองลงไปก็จะเห็นทิวทัศน์ของเมืองกราซได้อย่างชัดเจน

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม PALAIS ERZHERZOG JOHANN ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

9

กราซ  – เวียนนา – พระราชวังเชินบรุนน์  – ชมเมือง  – กรุงเทพ ฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงเวียนนา (VIENNA) (200 กิโลเมตร) เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย

กรุงเวียนนา (VIENNA)

เป็นนครที่มีความทันสมัยแฝงอยู่ภายใต้สถาปัตยกรรมคลาสสิคอันทรงคุณค่า อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างยุโรปตะวันตก และยุโรปตะวันออก มีพรหมแดนติดกับ 8 ประเทศด้วยกัน เยอรมัน เช็ค สโลวัค ฮังการี สโลเวเนีย อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และ ลิกเตนสไตน์ และไม่มีทางออกสู่ทะเล เป็นประเทศที่มีขนาดเล็กมาก มีขนาดเล็กกว่าประเทศไทยถึง 6 เท่า

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน เข้าชมพระราชวังเชินบรุนน์ (SCHONBRUNN PALACE)  ที่สร้างขึ้นอย่างวิจิตรในศตวรรษที่ 17-18 โดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮับส์เบิร์ก ที่ประทับของพระนางมาเรียเทเรซา และราชวงศ์ ชมห้องภายในพระราชวังกว่า 40 ห้องจาก 1,441 ห้อง ซึ่งเป็นห้องที่สำคัญๆ เช่น ห้องที่ประทับของพระนางมาเรียเทเรซา ชมสวนสไตล์ฝรั่งเศสรอบบริเวณพระราชวัง จนได้เวลาอันสมควร

นำท่าน ชมกรุงเวียนนา (VIENNA)  เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย เป็นศูนย์กลางการเศรษฐกิจและการปกครอง มีสถานที่ที่ได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกของยูเนสโก้ 2 แห่งคือเขตเมืองเก่าใจกลางกรุง  เวียนนา และยังเป็นประเทศมหาอำนาจในอดีตที่เคยครอบครองดินแดนต่างๆ ในยุโรปที่เรียกว่า “อาณาจักรออสเตรีย-ฮังการี” โดยมีกรุงเวียนนาเป็นเมืองหลวง เมืองแห่งเพลงวอลซ์นครแสนสวยงามร่มรื่นด้วย เหล่าไม้ดอก ไม้ประดับใกล้แม่น้ำดานูบ เมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค และร็อคโคโคที่เป็นแบบของออสเตรียที่งดงามที่สุดในยุโรป สักขีพยานแห่งความรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์และสมัยจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์เบิร์กในอดีต และรวมคีตกวีเอกของโลก เช่น โมซาร์ท บีโทเฟน โยฮันสเตราท์ ชมสถานที่สำคัญรอบถนนวงแหวน

อาทิ โรงละครโอเปร่า อาคารรัฐสภา เป็นต้น

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

23.20 น.  ออกเดินทางสู่ กรุงเทพ ฯ โดย สายการบินออสเตรียน เที่ยวบินที่ OS 025

10

กรุงเทพ ฯ

14.20 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ