30 ก.ย – 5 ต.ค 63/  23 – 28 ต.ค 63 /17 – 22 พ.ย 63 /05 – 10 ธ.ค 63 /08 – 13 ธ.ค 63
วันเดินทาง

ทัวร์ไทย :  Wonderful I – San

กำหนดการเดินทาง :  30 ก.ย – 5 ต.ค 63/  23 – 28 ต.ค 63 /17 – 22 พ.ย 63 /05 – 10 ธ.ค 63 /08 – 13 ธ.ค 63

จังหวัด : อุดรธานี – หนองคาย – บึงกาฬ – นครพนม

สายการบิน : ไทยสมายล์ เที่ยวบินที่ WE002

ราคา : 29,900 บาท 

จากปาฏิหาริย์แห่งศรัทธา    สู่ตำนานบั้งไฟพญานาค อุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ-นครพนม

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันที่หนึ่งของการเดินทาง

กรุงเทพ-อุดร-คำชะโนด

06.00น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิอาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4ทางเข้าที่ 3 แถวF เคาน์เตอร์สายการบินไทยสมายด์ เจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

08.20 น. เดินทางสู่ จ.อุดรธานี โดยสายการบินไทยสมายล์ เที่ยวบินที่ WE002

09.30 น. ถึงท่าอากาศยาน จ.อุดรธานี หลังรับสัมภาระเรียบร้อยแล้วนำท่านเดินทางสู่ คำชะโนด ระหว่างทางแวะคาเฟ่ ทานอาหารว่าง พร้อมจิบกาแฟ ณ บ้านนาคาเฟ่ สมควรแก่เวลาเดินทางสู่ วังนาคินทร์-คำชะโนด

(ใช้เวลาเดินทาง1.42 ชม.)เชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ดินแดนลี้ลับของพญานาคเป็นที่เคารพยำเกรงและศรัทธาของคนในจังหวัดอุดรธานีและอีสานตอนบน คำชะโนดมีลักษณะเป็น เกาะอยู่น้ำ ที่เต็มไปด้วยต้นชะโนดป่าคำชะโนด

เป็นสถานที่ปรากฏในตำนานพื้นบ้านเชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของพญานาคปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีประทุมมา และสิ่งลี้ลับต่างๆ

เกาะคำชะโนดไม่เคยจมน้ำ โดยมีความเชื่อที่ว่าเพราะมีพญานาคคอยปกปักรักษา

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณนัวคักบ้านดุงร้านอาหารอีสานชื่อดัง รสนัวแซบ สมชื่อสมควรแก่เวลาเดินทางสู่โรงแรมที่พัก DePrincesHotel Udonthani หรือเทียบเท่า (ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม.)ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุดรธานี ใกล้ย่านธุรกิจการค้าที่รายล้อมไปด้วยแหล่งช้อปปิ้งต่างๆ มากมาย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ร้านอาหารหมากแข้ง MAK KHANG THAI-ISSAN CUISINE ร้านอาหารไทย-อิสาน ในคอนเซปกินอาหารเป็นยา ของเชฟ2 พี่น้อง “เชฟโจ้ เชฟหนุ่ม” สองพี่น้องผู้รังสรรค์อาหาร สานต่อศาสตร์พระราชา ใช้วัตถุดิบปลอดภัย สนับสนุนเกษตรท้องถิ่น ไม่ใส่ผงชูรส สมควรแก่เวลา

นำท่านเดินทางกลับที่พัก De  Princes Hotel Udonthani หรือเทียบเท่า

2

วันที่สองของการเดินทาง

อุดร-วัดป่าภูก้อน-หนองคาย-น้ำตกธารทิพย์-พันโขดแสนไคร้

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นให้ท่านตรวจเช็คสัมภาระก่อนการเดินทาง

08.00 น.  นำท่านเดินทางสู่ วัดป่าภูก้อน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี วิหารของวัดป่าภูก้อน สวยงามสะดุดตานักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างชาติ โดยพระวิหารมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ มีประตูทางเข้าออกวิหาร 3 ด้าน ภายในวิหารจะถูกตกแต่งอย่างอย่างงดงามตระการตาเลยทีเดียวค่ะ และจะแฝงไปด้วยเรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้า รอบๆ ผนัง มีภาพพุทธประวัติและภาพทศชาติอยู่และมีการตกแต่งแบบภาพปั้นนูนต่ำหล่อด้วยทองแดงซึ่งเป็นภาพของพระพุทธเจ้าในองค์ชาติทั้ง 10 ชาติ ด้านบนของทุกภาพ จะถูกแกะสลักด้วยบทสวดอิติปิโส

ช่องละท่อนด้วยสีเขียวเข้มบนพื้นหินอ่อนสีขาว ถือว่าเป็นผนังวิหารที่มีเอกลักษณ์งดงาม น่าประทับใจ

(ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม.)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารครัวจำปาสี่ต้น

13.00 น. นำท่านเปลี่ยนบรรยากาศชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามและผ่อนคลายความเมื่อยล้าที่ น้ำตกธารทิพย์ เป็นน้ำตกที่สูงและสวยงามท่ามกลางป่าเขียวขจี แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ด้านล่างเป็นน้ำตกชั้นแรกสูงประมาณ 30 เมตร ไหลจากหน้าผาเป็นสายยาวสีขาวสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ชั้นที่ 2 สูงประมาณ 100 เมตร ต้องปีนขึ้นไปตามเส้นทางที่ทำไว้ (ชั้นนี้สวยสุดและเล่นน้ำได้)และชั้นที่ 3 สูงประมาณ 70 เมตร มีน้ำไหลอยู่ตลอดปี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) สมควรแก่เวลา

นำท่านเดินทางสู่ พันโขดแสนไคร้ เริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวได้ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความสวยงามของที่นี่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “แกรนด์แคนยอนกลางแม่น้ำโขง” ไฮไลท์ความสวยงามนั่นคือนักท่องเที่ยวจะได้เจอกับก้อนหินหลากหลายสีสันและรูปทรง โดยเฉพาะหินสีดำนิลที่มีความมันวาวและสวยงามมาก ถ้ามาเป็นช่วงเย็น ๆ ก่อนพระอาทิตย์กำลังจะตก ถือเป็นช่วงที่มีความงดงามมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ระหว่างเดินทางพาท่านแวะจิบกาแฟชมวิวแม่น้ำโขงแบบชิวๆ ยามบ่ายๆ ที่ ร้านกาแฟเสมอใจ ร้านนี้สามารถชมวิวแม่น้ำโขง ที่มีสายน้ำไหลผ่าน อีกทั้งนั่งชมทิวเขาของประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป. ลาว ได้อย่างชัดเจนและสวยงาม

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร เจ๊นาต้นเดื่อ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าพักสังคมริเวอร์วิวรีสอร์ทแอนด์เรสเตอร์รอง หรือเทียบเท่า ที่พักริมน้ำโขง บรรยากาศอบอุ่น ตกแต่งเรียบง่าย เน้นความเป็นส่วนตัว สบายๆ ตัวที่พักมีใต้ถุนโล่ง ดูสบายตาด้วยสีเขียวสดใสของต้นไม้ที่ปกคลุมบ้าน

3

วันที่สามของการเดินทาง

วัดผาตากเสื้อ – ตลาดท่าเสด็จ – ลานพญานาคคู่ – อิสระเทศกาลบั้งไฟพญานาค

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ร้านอาหารของโรงแรม จากนั้นให้ท่านตรวจเช็คสัมภาระก่อนการเดินทาง

08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ วัดผาตากเสื้อ (ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที) เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นแต่สถานที่ปฏิบัติธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความงดงามตามธรรมชาติ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมความงามอย่างไม่ขาดสาย ภายในวัดมองเห็นวิวของแม่น้ำโขงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง

โดยได้จัดทำ Skywalk ริมหน้าผาเป็นทางเดินกระจกใสรูปวงกลมสำหรับชมวิว หากมาเที่ยวในช่วงเช้าอาจมีโอกาสได้เห็นสายหมอกบางที่ลอยเหนือแม่น้ำโขงอีกด้วย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ตลาดท่าเสด็จ หรือ ตลาดอินโดจีน  (ใช้เวลาเดินทาง 1.26 ชม.) เดิมชื่อ ตลาดท่าเรือ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย เป็นแหล่งรวมสินค้าเป็นแหล่งซื้อขายผลิตภัณฑ์จังหวัดหนองคาย เช่น อาหารพื้นเมือง สินค้าโอท๊อป ของที่ระลึก และของเครื่องใช้ต่างๆ  ในตลาดท่าเสด็จมีร้านขายกาแฟและอาหารเวียดนาม ชื่อ ร้านกาแฟเวียด ที่ตกแต่งแนวโบราณสไตล์เวียดนาม ถึงเวลานัดหมาย

นำท่านเดินทางสู่ ลานพญานาคคู่ (หน้าวัดลำดวน) แลนด์มาร์คของเมืองหนองคาย  เป็นลานวัฒนธรรมที่ใช้ในงานต่างๆ รวมถึงเป็นสถานที่จัดงานบวงสรวงพญานาคและชมบั้งไฟพญานาคในวันออกพรรษาด้วย หากใครที่ไปตัวเมืองหนองคายผ่านริมฝั่งโขงหรือตลาดท่าเสด็จ ช่วงเย็นอย่าลืมแวะลานพญานาค สถานที่เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ  ออกกำลังกาย ปั่นจักรยานชมบรรยากาศของแสงสีทองในยามเย็น

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารแดงแหนมเนือง ร้านอาหารที่ขึ้นชื่อหรือถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดหนองคาย ภายใต้บรรยากาศริมแม่น้ำโขงซึ่งจะมองเห็นวิวของประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างชัดเจน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ที่พัก

พัก นำท่านเข้าพักที่ โรงแรมอมันตา หนองคาย หรือเทียบเท่า

(โรงแรมริมแม่น้ำโขง ใกล้ลานพญานาคคู่ ระยะทาง 2.3 กม.)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านครัวบุญชู สมควรแก่เวลานำท่านกลับที่พัก โรงแรมอมันตาหนองคาย หรือเทียบเท่า อิสระชมเทศกาลบั้งไฟพญานาค

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ถ้ำพญานาค-บึงกาฬ-สะดือแม่น้ำโขง แก่งอาฮง-อุทยานภูสิงห์ หินสามวาฬ  นครพนม-ลานพญาศรีสัตตนาคราช

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ร้านอาหารเช้าโรงแรม จากนั้นให้ท่านตรวจเช็คสัมภาระก่อนการเดินทาง

08.00 น.  นำท่านเดินทางสู่ ถ้ำพญานาค หรือ ถ้ำเมืองบาดาลจำลอง ตั้งอยู่ที่ วัดไทย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ตำนานเล่าขานกันถึงเมืองหลวงของพญานาคแห่งโลกบาดาลใต้แม่น้ำโขงเชื่อกันว่า อยู่ที่ริมแม่น้ำโขงหน้าวัดไทย โดยประตูทางเข้าเมืองบาดาลจะเชื่อมเข้าไปในลำตัวของพญานาค ซึ่งจะลอดเข้าทางส่วนท้องของพญานาค และจะมุดออกทางส่วนหางของพญานาค ภายในแบ่งเป็นถ้ำจำลอง 7 ห้อง แต่ละห้องแสดงถึงเรื่องราวของเมืองบาดาล เช่นห้องสมบัติพญานาค

จำลองถ้ำใต้บาลที่เป็นที่เก็บสมบัติของพญานาคเอาไว้ ทั้งแก้วแหวนเงินทอง ผนังห้องเป็นสีทอง บริเวณทางเดินประดับด้วยจิตกรรมฝาผนังที่งดงาม เล่าเรื่องราวถึงตำนานของพญานาคและโลกบาดาล (ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที) จากนั้นนำท่านสู่ แก่งอาฮง หรือจุดชม “สะดือแม่น้ำโขง” ณ วัดอาฮงศิลาวาส ตำบลหอคำ เขตอำเภอเมืองบึงกาฬ ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุดไม่สามารถวัดความลึกได้ กระแสน้ำไหลเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลากและมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่จัง สังเกตได้จากเมื่อมีวัสดุหรือซากไม้ขนาดใหญ่ลอยมาเมื่อถึงบริเวณนี้ สิ่งของต่างๆ จะหมุนวนอยู่ประมาณ 30 นาที จึงจะไหลต่อไป ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น “สะดือแม่น้ำโขง” มีความกว้างประมาณ 300 เมตร ซึ่งจะมีกลุ่มหินที่ปรากฏบริเวณ แก่งอาฮง จะมีชื่อเรียกตามลักษณะของหิน เช่น หินลิ้นนาค หินปลาเข้ ถ้ำปลาสวาย นอกจากจะเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ท่องเที่ยวชมหินสวยของบึงกาฬแล้ว ยังเป็นจุดชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ “บั้งไฟพญานาค” ในช่วงออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้เป็นจำนวนมาก (ใช้เวลาเดินทาง 55 นาที)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารนัวจัง

(ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที) และให้ทานได้อิสระจิบกาแฟที่ Roo-Seuk-Dee Cafe & Studio (รู้สึกดี) ใกล้ร้านอาหาร สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ อุทยานภูสิงห์ หินสามวาฬ (ใช้เวลาเดินทาง 24นาที) หนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจในพื้นที่ป่าภูสิงห์ ในเขตพื้นที่อนุรักษ์เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู ซึ่งเต็มไปด้วยกลุ่มของก้อนหินรูปทรงต่าง ๆ ที่สวยงามแปลกตา และถ้ำกระจายอยู่ทั่วทั้งพื้นที่

สามารถแวะชมได้หลายจุด รวมถึงหินสามวาฬ ที่มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูง เหตุผลที่เรียกว่า หินสามวาฬ เพราะลักษณะของจุดชมวิวนี้เป็นก้อนหินขนาดใหญ่ 3 ก้อน

รูปร่างคล้ายปลาวาฬเรียงกันยื่นออกไปสู่หน้าผา หากมองในมุมสูงจะเหมือนกลุ่มวาฬที่มีพ่อ แม่ ลูก จึงเรียกกันว่า หินสามวาฬ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามโดดเด่นของภูสิงห์

อิสระเก็บภาพประทับใจ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จ.นครพนม (ใช้เวลาเดินทาง 2.30 ชม.)

ค่ำ รับประทานทานอาหารค่ำ ณ ร้านสบายดี@นครพนม ร้านอาหารบรรยากาศสบาย ใกล้ฝั่งโขง บริการอาหารผสมผสานเอเชียทั้งไทย เวียดนาม  สมควรแก่เวลา

นำท่านเดินทางสู่ ลานพญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์คแห่ง ใหม่ของนครพนม ประดิษฐานบน ริมฝั่งแม่น้ำโขง เป็นองค์พญานาคทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน  มีความสวยงาม โดดเด่น องค์พญาศรีสัตตนาคราช หล่อด้วยทองเหลือง มีน้ำหนักรวม 9,000 กก. เป็นรูปพญานาคขดหาง 7 เศียร ประดิษฐานบนแท่นฐานแปด เหลี่ยม กว้าง 6 เมตร ความสูงทั้งหมดรวมฐาน 15 เมตร สามารถพ่นน้ำได้ 

ตามที่ทราบกันว่าพี่น้องชาวไทย-ลาว มีความเชื่อผูกพัน อยู่กับองค์พญานาค เช่นเดียวกับความผูกพันในลำน้ำโขง ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าล้วนศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของพญานาค ในฐานะที่เป็น ผู้ดูแลปักปักษ์รักษาแถบลุ่มน้ำโขง รักษาพุทธศาสนา รวมถึงองค์พระธาตุพนม วัตถุประสงค์การก่อสร้างครั้งนี้เพื่อเป็นการอนุรักษ์ วัฒนธรรมประเพณี และความเชื่อเกี่ยวต่อเรื่องพญานาคของชาวไท และชาวลาวที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงอิสระถ่ายรูปเก็บความประทับใจ

พัก  นำท่านเข้าที่พัก Fortune River View Hotel หรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

ตักบาตรข้าวเหนียววัดมหาธาตุ  -พระธาตุพนม – บ้านกูบา GooBa House  ลานพญาศรีสัตตนาคราช – สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3

05.30 น. นำท่านเดินทางสู่ วัดมหาธาตุ เพื่อให้ท่านตักบาตรข้าวเหนียว ที่เพื่อความเป็นศิริมงคล เป็นวัดใหญ่ประจำเมืองที่สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองนครพนม เดิมชื่อ “วัดมิ่งเมือง” ชาวบ้านทั่วไปเรียกกันติดปากว่า วัดธาตุนคร ทั้งนี้เพราะว่าที่วัดนี้มีพระอรหันตธาตุ ผอบไม้จันทร์แดง พระพุทธรูปทองคำ บรรจุอยู่ในธาตุเจดีย์องค์หนึ่ง กอรปกับผู้ปกครองบ้านเมืองในสมัยนั้น นิยมสร้างเจดีย์เพื่อบรรจุอัฐิของบรรพบุรุษไว้ให้สมกับเกียรติยศ ในวัดจึงเต็มไปด้วยธาตุเจดีย์ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๖๒ จึงได้มีการรื้อถอนพระธาตุเล็กพระธาตุน้อยออกแล้วสร้าง “พระธาตุนคร” ขึ้นมาใหม่แล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๔๖๕ โดยมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสูง ๒๔ เมตรถือ เป็นปูชนียสถานที่สำคัญอันเป็นพระธาตุคู่บุญประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันเสาร์ เชื่อกันว่าผู้ที่มาสักการะพระธาตุแห่งนี้ จะได้รับอานิสงส์เสริมสร้างบารมีและมีอำนาจวาสนา

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระธาตุพนม ถือว่าเป็นแลนด์มาร์ค และจุดท่องเที่ยวหลักของเมืองนครพนม ‘วัดพระธาตุพนม’ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวนครพนม นอกจากนั้นยังเป็นวัดพระธาตุประจำปีวอก และคนที่เกิดวันอาทิตย์ ซึ่งไม่ใช่แค่ชาวนครพนมเท่านั้นที่มากราบไหว้ แต่รวมไปถึงนักท่องเที่ยว และคนที่ตั้งใจเดินทางมากราบไหว้วัดพระธาตุนี้โดยเฉพาะ ซึ่งมีความเชื่อว่าถ้าใครได้มากราบไหว้ครบ 7 ครั้ง จะถือเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง และทุกวันเพ็ญเดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 จะมีการจัดงานประจำปีเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกปี

(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที) ให้เวลาท่านนมัสการพระธาตุพนม และเก็บภาพประทับใจเต็ม

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร สวีทโฮมฟู๊ดแอนด์ค๊อฟฟี่ ตั้งอยู่ที่สามแยกบ้านต้อง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม พิถีพิถันในการปรุงอาหาร และ สร้างสรรค์บรรยากาศภายในร้านให้ดูหรูหรามีสไตล์ เพื่อเติมประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับแขกคนพิเศษ (ใช้เวลาเดินทาง 10 นาที)

13.00 น. นำท่านเดินทางสู่ บ้านกูบา GooBa House “บ้านกูบา” หรือ GooBa House คือ บ้าน พักของนายช่างใหญ่ชาวเวียดนาม บุคคลสาคัญ อีกท่านหนึ่งของจังหวัดนครพนมในช่วงการก่อสร้างอาคารที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก สไตล์เฟรนช์โคโลเนียลที่งดงาม ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม บ้านพักของท่านกูบาได้รับการปรับปรุง ซ่อมแซมและตกแต่ง เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันทรงคุณค่าที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และความสวยงาม ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนและนักท่องเที่ยวทั้ง ชาวไทยและชาวต่างชาติ(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.) แวะจิบกาแฟยามบ่ายที่ JungleSpaceCafe & Bistro คาเฟ่เท่กลางป่าเมืองนครพนม อิสระจุดถ่ายรูปสวยๆตามอัธยาศัย จากนั้นกลับที่พัก

กลับที่พัก พัก Fortune River View Hotel หรือเทียบเท่า ถึงเวลานัดหมาย

นำท่าน ชมสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 สำหรับสะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม-คำม่วน) แห่งนี้เป็นหนึ่งในแนวทางพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ (ไทย-ลาว) ตามยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงสายเอเชีย หรือ Asian Highway สาย AH 15 ว่ากันว่าที่นี่เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว (ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที)

ค่ำ รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหารเป๋นปลาเป็นร้านอาหารขึ้นชื่อเรื่องความสดใหม่ของปลาแม่น้ำโขง สมควรแก่เวลานำท่านกลับที่พัก Fortune River View Hotel หรือเทียบเท่า           

6

วันที่หกของการเดินทาง

นครพนม-กรุงเทพ

เช้า รับประทานอาหารเช้าที่ร้านของโรงแรม ตรวจเช็คสัมภาระเรียบร้อยนำท่าเดินทางสู่ สนามบิน

09.45 น. อำลานครพนม เดินทางสู่กรุงเทพมหานคร โดยสายการบินแอร์เอเชีย FD3399             

10.55 น.  เดินทางถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

 

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating