20 – 22 พฤศจิกายน / 04 – 06 ธันวาคม 2563  / 11 – 13 ธันวาคม 2563 / **31 ธันวาคม 2563 – 2 มกราคม 2564 **
วันเดินทาง

ทัวร์ไทยUNSEEN อุทัยธานี 3 วัน 2 คืน

กำหนดการเดินทาง :  20 – 22 พฤศจิกายน / 04 – 06 ธันวาคม 2563  / 11 – 13 ธันวาคม 2563 / **31 ธันวาคม 2563 – 2 มกราคม 2564 **

จังหวัดอุทัยธานี

เดินทาง : รถโค้ช VIP

ราคา : 12,900 บาท

นำท่านสัมผัสกับ UNSEEN อุทัยธานี จังหวัดที่ท่านไม่คาดคิดว่าจะมีความสวยงามครบทุกรส ความสมบูรณ์ของป่าเขา วัฒนธรรมที่สวยงามของสองแม่น้ำคือเจ้าพระยาและสะแกกรัง ท่านจะประทับใจกับรายการ โรงแรมที่พักระดับ EXCLUSIVE ภัตตาคาร และจุดเช็คอินต่างๆ  ที่ทางเร้นจ์ฯ คัดสรรมาอย่างดีเพื่อลูกค้าคนพิเศษเท่านั้น !! หุบป่าตาด มหัศจรรย์ถ้ำขนาดใหญ่ ชมป่าดึกดำบรรพ์ ถ้ำพุหวาย อลังการหินงอกหินย้อย สู่จินตนาการเมืองพญานาคใต้บาดาล ท่องเที่ยวชุมชนบ้านสะนำ ชมต้นไม้ยักษ์อายุกว่า 500 ปี  นำท่านชมเขาสะแกกรัง ที่ทุกคนเมื่อไปถึงจังหวัดอุทัยต้องไปเยือน

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันที่หนึ่งของการเดินทาง

กรุงเทพฯ – อุทัยธานี – วัดท่าซุง – หุบป่าตาด –  จุดชมวิวบ้านชายเขา

06.00 น. พร้อมกันที่ โรงแรม CENTARA GRAND AT CENTRAL PLAZA LADPRAO BANGKOK

เจ้าหน้าที่จากบริษัท เร้นจ์ฯ คอยต้อนรับ อำนวยความสะดวก และบริการอาหารเช้าให้แก่ท่านก่อนขึ้นรถโค้ช VIP

07.30 น. ออกเดินทางสู่  จังหวัดอุทัยธานี (190 กิโลเมตร:ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) โดย รถโค้ช VIP บริการน้ำดื่มและอาหารว่างให้ทุกท่านบนรถ  อุทัยธานี เป็นจังหวัดในภาคกลางของประเทศไทย มีพื้นที่ประมาณ 6,730 ตารางกิโลเมตร เมืองเล็กๆ สงบ ที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นจากวิถีชีวิตชาวเมือง ขนบธรรมเนียมประเพณี ที่ยังคงรักษาความดั้งเดิมไว้อย่างดี ถึงแม้เทคโนโลยีจะก้าวล้ำนำสมัยแค่ไหน ก็มิอาจกล้ำกรายได้เสน่ห์ความสวยงามที่มีให้ได้สัมผัสกันทุกมุมของจังหวัดนี้ เดินทางถึง อุทัยธานี

นำท่านเดินทางสู่ วัดท่าซุง วัดที่มีชื่อเสียงและงดงามของเมืองอุทัยธานี วัดท่าซุง จริงแล้วเป็นวัดเก่าแก่ ที่สร้างตั้งแต่สมัยโดย หลวงพ่อใหญ่องค์แรก เป็นผู้สร้างวัดแต่วัดเริ่ม พัฒนาและเป็นที่รู้จักเมื่อพระราชมหาวีระ ถาวาโร (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) พระเถระที่มีชื่อเสียง ได้สร้างอาคารต่าง ๆ มากมาย เช่น พระอุโบสถใหม่ภายใน

ประดับและตกแต่งอย่างวิจิตร บานหน้าต่างและประตูด้านในเขียนภาพเทวดา โดยจิตรกรฝีมือดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมา ตัดลูกนิมิตพระอุโบสถแห่งนี้ บริเวณโดยรอบสร้างกำแพงแก้ว และมีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้ามณฑป และ พระวิหารแก้วที่ประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลอง และร่างของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแพครัวสะแกกรัง

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หุบป่าตาด (60 กิโลเมตร : ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) อยู่ในความดูแลของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน  เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสวยงามปลกตาของทางธรรมชาติ หุบป่าตาด ได้ถูกประกาศจากกรมอุทยานแห่งชาติ ให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์

เนื่องจากมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่แปลกตาด้วยพันธุ์ไม้ หายากมากมายหลายชนิด เช่น เต่าร้าง เปล้า คัดค้าวเล็ก ขนุนดิน เป็นต้น   โดยหุบป่าตาดมีลักษณะเป็นโถงถ้ำขนาดใหญ่ที่ภายในคือผืนป่าที่เต็มไปด้วยต้นตาดและพืชพันธุ์โบราณแปลกตา โดยมีจุดชมวิวที่เผยให้เห็นภาพอันน่ามหัศจรรย์ของป่าตาด  พืชตระกูลปาล์ม มีใบเป็นแฉกแผ่กว้างสยาย

ชอบขึ้นในพื้นที่ป่าดงดิบที่มีอากาศเย็นชื้นสภาพหนาทึบ   ราวกับว่ากำลังหลุดอยู่ในโลกยุคดึกดำบรรพ์อย่างไรอย่างนั้น

จากนั้นนำท่านสู่ จุดชมวิวบ้านชายเขา ที่เที่ยวแห่งใหม่อุทัยธานี วิวดีเหมือนได้ไปเมืองนอก ชาวบ้านบางคนแถวนี้เรียกที่นี่ว่าจุดชมวิวบ้านชายเขาสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย 

จุดชมวิวแห่งนี้ได้วิวสุดสวยของภูเขาหินปูนของเขาปลาร้า หุบป่าตาด และเขาที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเรียงรายกันสวยงาม ตัดสลับกับไร่ข้าวโพด สวนผลไม้ของชาวบ้าน ดูสวยแปลกตา ชาวบ้านแถวนี้เลยทำเป็นจุดชมวิวเล็กๆไว้บริการนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ได้เวลาพอสมควร นำทุกท่านเดินทางสู่ อำเภอบ้านไร่ (63 กิโลเมตร : ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)

ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารบ้านสวน บ้านไร่     

จากนั้นนำท่านเช็คอินเข้าโรงแรมที่พัก AVARTARN MIRACLES HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

(ทางโรงแรมมีสระว่ายน้ำ สำหรับลูกค้าที่ต้องการว่ายน้ำกรุณาเตรียมชุดมาด้วย)

2

วันที่สองของการเดินทาง

ถ้ำพุหวาย – วัดถ้ำเขาวง – หมู่บ้านสะนำ – ต้นเลียงผึ้งยักษ์   ฝายกั้นน้ำปางสรรค์ – ถนนคนเดินตลาดเก่าบ้านสะแกกรัง

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ถ้ำพุหวาย (6 กิโลเมตร : ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที) หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องนาคี ชมหินงอกหินย้อยสุดอลังการในถ้ำพุหวาย ภายในวนอุทยานถ้ำเขาวง เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ภายในถ้ำกว้างขวาง เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่อลังการที่คาดว่ามีอายุหลายล้านปี และยังมีรูปร่างสวยงามแปลกตา น่าไปเที่ยวชมมาก ๆ ทางเดินเข้าไปยัง   ปากถ้ำจะเป็นทางเดินเล็ก ๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยพืชพรรณต่าง ๆ มากมาย บรรยากาศเขียวขจีสดชื่น บริเวณปากถ้ำจะเป็นทางเดินที่ลอดชะง่อนผาลงไป เมื่อพ้นบริเวณปากทางเข้าก็จะเป็นห้องโถงใหญ่ มีพระพุทธรูปให้นักท่องเที่ยวได้มากราบไหว้ขอพร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดถ้ำเขาวง ซึ่งดูเผินๆ ภายนอกจะเห็นเป็นเรือนไม้ขนาดใหญ่โอบล้อมด้วยเขาหินปูน เหมือนเป็นรีสอร์ทสวยงาม ท่ามกลางบรรยากาศกำลังเย็นสบายๆ ของหน้าหนาว แต่ที่จริงแล้ว ที่นี่คือ “วัดถ้ำเขาวง” วัดทรงศาลพระภูมิ ผู้รู้บอกว่าถ้ามองดีๆ ก็จะเหมือนกับศาลพระภูมิขนาดยักษ์ตั้งอยู่นั่นเอง เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งใน Unseen Thailand เลยทีเดียว ตัววัดเป็นสถาปัตยกรรมเป็นแบบไทย 4 ชั้น ใต้ถุน เป็นลานเอนกประสงค์ รวมทั้งร้านขายของต่างๆ ชั้นที่ 2 เป็นวิหาร และมีรอยพระพุทธบาทจำลองให้เราไว้สักการะ แต่ความ Unseen ยังไม่จบแค่ตัววัดที่สวยงามเพียงเท่านี้ หลังวัดจะมีบันไดให้สามารถเดินขึ้นไปด้านบนเพื่อไปชมถ้ำต่างๆได้ ถ้ำที่อยู่หลังวัดจะเป็นถ้ำที่พุทธศาสนิกชนหลายๆ คนมาเพื่อปฏิบัติธรรม ทำสมาธิ ได้อย่างสงบท่ามกลางธรรมชาตินั่นเอง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านนั่งเล่น 2 เก็ทเตอร์

บ่าย จากนั้นนำท่านสู่ หมู่บ้านสะนำ ชุมชนท่องเที่ยวนวัตวิถีของอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ที่นี่เป็นชุมชนชาวลาวครั่งโบราณที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากกันอยู่ที่นี่นอกจากที่นี่จะมีศิลปะวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว ที่หมู่บ้านสะนำยังมีแหล่งท่องเที่ยวภายในหมู่บ้านที่น่าสนใจเป็นอย่างมากมายเริ่มด้วยตลาดประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นเส้นทางการท่องเที่ยว ภายในตลาดจะมีสินค้าพื้นเมืองที่ชาวบ้านนำมาขายกันอย่างมากมาย ทั้งขนมโบราณและสินค้าทำมือของชาวบ้านให้คุณสามารถมาช็อปปิ้งกันได้ และเมื่อเดินลึกเข้าไปในป่าหมาก เราก็จะได้พบกับไฮไลท์ประจำหมู่บ้านนั่นก็คือ

ต้นไม้ยักษ์ มีอายุกว่า 500 ปี ต้นไม้ยักษ์นี้ก็คือ  ต้นเลียงผึ้ง ตั้งอยู่ในกรรมสิทธิ์ของนายเฮียง ชาวป่า ชาวบ้านในหมู่บ้านสะนำ มีความสูงถึง 53 เมตร และมีขนาดใหญ่ขนาด 40 คนโอบ อิสระเที่ยวชมตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านสู่ ฝายกั้นน้ำปางสรรค์ (30 กิโลเมตร : ใช้เวลา  เดินทางประมาณ 40 นาที)

อีกหนึ่งที่เที่ยวใหม่ของอุทัยธานี เป็นฝายกั้นน้ำที่ไม่เหมือนที่อื่นๆ และมีแห่งเดียวในประเทศไทย เพราะขุดลงไปในดิน และปล่อยให้น้ำไหลลงมาในฝาย จนทำให้ตรงนี้กลายเป็นที่เที่ยวฮอต และเป็นมุมที่ถ่ายรูปสวยๆไปอีก เหมาะกับการมาเช็คอินเป็นอย่างมาก ได้เวลาพอสมควร

 นำทุกท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม เพื่อเช็คอินเข้าโรงแรมที่พัก AVARTARN MIRACLES HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

3

วันที่สามของการเดินทาง

ล่องเรือ – เกาะเทโพ – เขาสะแกกรัง – ช้อปปิ้งของฝาก – กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ อำเภอเมืองอุทัยธานี (87 กิโลเมตร : ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1:30 ชั่วโมง)

นำท่าน ล่องเรือ ท่องเที่ยวชมความงามและวิถีชีวิตชาวแพในแม่น้ำสะแกกรัง นับเป็นอีกหนึ่งรูปแบบการท่องเที่ยวนับเป็นอีกหนึ่งวิถี  ชีวิตที่หาได้ยากมากแล้วในโลกยุคปัจจุบันถือเป็นจุดเด่นที่ดึงดูดความสนใจในการล่องเรือในแม่น้ำสะแกกรังอยู่ที่เรือนแพที่มีชาวแพอาศัยอยู่มาหลายชั่วอายุคนโดยในสมัยก่อนจะมีอยู่ทั้งหมดกว่า 300 หลัง ทุกเรือนแพมีบ้านเลขที่และทะเบียนบ้านรับรองการอยู่อาศัย เป็นการถือกรรมสิทธ์ิที่ถูกต้องตามกฎหมาย ปัจจุบันยังเหลือชาวแพที่อาศัยอยู่ในสายน้ำแห่งชีวิตสายนี้กว่า 200 หลัง โดยทางการไม่อนุญาตให้มีการออกทะเบียนบ้านให้แพที่สร้างใหม่อีกแล้วชม วัดอุโปสถาราม หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดโบสถ์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง เป็นวัดในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่เต็มไปด้วยโบราณสถานอันทรงคุณค่า

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ เรือริเวอร์ครุยส์

บ่าย  นำท่านเดินทางสู่ เขาสะแกกรัง เป็นภูเขาที่ตั้งกั้นเมืองอุทัยอยู่ทางทิศตะวันตกก่อนที่จะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เหมือนดั่งเป็นร่มเงาให้กับจังหวัดอุทัยทั้งจังหวัด แต่เดิมเรียกกันว่าเขาแก้ว เป็นที่ตั้งของวัดสังกัสรัตนคีรี เป็นวัด  เก่าแก่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2443 

ยอดเขาสะแกกรังเป็นดินแดนที่ชาวอุทัยยกให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดเป็น ที่ประดิษฐานของพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของเมืองอุทัยมา ตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่ชาวเมืองต่างให้ความเคารพศรัทธาเป็นจำนวนมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารหลังใหม่ฝั่งตรงข้ามบันไดทางขึ้นยอดเขาสะแกกรัง ได้เวลาพอสมควร นำทุกท่านเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ (228 กิโลเมตร : ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) ระหว่างทางแวะให้ท่านได้เลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึกที่ร้านค้าชั้นนำ

20.00 น. เดินทางถึง CENTARA GRAND AT CENTRAL PLAZA LADPRAO BANGKOK โดยสวัสดิภาพ …..

 

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating