16 กุมภาพันธ์ – 08 มีนาคม 2561
วันเดินทาง
การบินไทย
สายการบิน
บราซิล อาร์เจนติน่า ชิลี เปรู
ประเทศ

ทัวร์อเมริกาใต้ : ทัวร์บราซิล – อาร์เจนติน่า – ชิลี – เปรู 21 วัน (TG/LH)

กำหนดการเดินทาง : 16 กุมภาพันธ์ – 08 มีนาคม 2561
ประเทศ : บราซิล – อาร์เจนติน่า – ชิลี – เปรู
สายการบิน : สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 926/LH 500
ราคา : 488,800 บาท

ท่องเที่ยวแบบครั้งหนึ่งในชีวิตที่ท่านไม่ควรพลาด!! ริโอ เดอ จาเนโร – น้ำตกอิกัวซุ – บัวโนส ไอเรส – เอล คาลาฟาเต้ – ธารน้ำแข็งเปริโต มอเรโน ธารน้ำแข็งอัปซาลา – ซานติอาโก – เกาะอีสเตอร์ – ลิม่า – คูซโค – มาชู ปิกชู – ริโอ เดอ จาเนโร

จัดมาแล้วติดต่อกันเป็นปีที่ 9 จัดอย่างดี เนี้ยบทุกอย่าง ชำนาญเส้นทาง ไม่เสียเวลาย้อนไปย้อนมา ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง สัมผัสกับประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ท่องเที่ยวในดินแดนอเมริกาใต้ 4 ประเทศที่ไม่ควรพลาด เราได้เรียบเรียงรายการด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 20 ปี

เริ่มด้วย ชมวิวความสวยงามของ ยอดเขาคาร์โดวาโด เพื่อขอพรพระคริสต์และพบกับสิ่งที่ทุกคนรอคอย เทศกาลคาร์นิวาล ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่อลังการด้วยที่นั่งแบบ VIP ติดขอบสนามอย่างใกล้ชิด งานฉลองที่สนุกสนานและยิ่งใหญ่ วันนี้ท่านจะฉลองจนถึงเช้าเลยนะครับ วันรุ่งขึ้น เราจะให้ท่านได้พักผ่อน และตื่นสายๆ ตามด้วยประเทศเปรู และเมืองที่ไม่ควรพลาด มาชูปิกชู นครสาบสูญแห่งอินคา เมืองในฝันของนักเดินทาง จากนั้นนำท่านสัมผัสกับความอลังการของ น้ำตกอิกัวซุ น้ำตกที่กว้างที่สุดในโลก กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า ที่จะทำให้ท่านเร้าร้อนด้วยระบำแทงโก้อันเร้าใจ

ชมสุดยอดธารน้ำแข็ง ที่เอล คาลาฟาเต้ ชมการเคลื่อนตัวของธรรมชาติที่ความงดงามเหนือคำบรรยาย สัมผัสกับมรดกโลกทางธรรมชาติ รูปปั้นหินโมอาย รูปร่างแปลกตาที่เกาะอีสเตอร์ เปิดประสบการณ์ใหม่ทางธรรมชาติการท่องเที่ยวใหม่ที่ครั้งหนึ่งในชีวิต น้อยคนนักจะได้สัมผัส เราจะบริการท่านแบบ VIP ด้วยโรงแรมระดับ 5 ดาว 4 ดาว ในทำเลที่ดีได้มาตรฐาน สะอาด และปลอดภัย อาหารอย่างดีหลากหลาย เน้นที่ภัตตาคารสวยหรู บรรยากาศดี รสชาติอร่อย บางมื้อมีโชว์ที่ดีที่สุดในเมือง

1

วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561

กรุงเทพฯ / แฟรงค์เฟิร์ท – ริโอ เดอ จาเนโร

06.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 3 แถว D เคาน์เตอร์ สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่จากบริษัท เร้นจ์ฯ จะคอยต้อนรับ และอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

09.35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองริโอ เดอ จาเนโร โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 926/LH 500

*** เปลี่ยนเครื่องที่สนามบินนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ท เวลา 19.05– 22.15 น. ***

2

วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561

ริโอ เดอ จาเนโร – ยอดเขาชูการ์ โลฟ – เทศกาลคาร์นิวัล

07.05 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินเมืองริโอ เดอ จาเนโร (RIO DE JANEIRO) อดีตเมืองหลวงของประเทศบราซิล ที่มีชื่อเสียงจากงานคาร์นิวาล หาดโคปาคาบานา และอิปาเนมา เขาชูการ์โลฟ สนามฟุตบอลมาราคานา และรูปปั้นพระคริสต์ที่ได้รับการโหวตให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคใหม่ หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว

*** ใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้น 24 ชั่วโมง โดยประมาณ ***

นำท่าน ผ่านชมสนามฟุตบอลมาราคานา (MARACANA STADIUM) อดีตเคยเป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อสร้างในตอนแรกสามารถจุผู้ชมได้มากถึง 180,000 คน แต่เมื่อปรับปรุงสนามใหม่แล้วก็ลดขนาดลงมาจุคนได้เพียง 73,916 คน แต่หากรวมที่ยืนด้วยแล้วจะสามารถจุคนได้ถึง 103,022 คน เลยทีเดียว สนามแห่งนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่แข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศในปี ค.ศ.1950 นัดที่บราซิลแพ้อุรุกวัยไปในบ้านของตัวเอง และกำลังจะถูกใช้เป็นสนามหนึ่งในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2014 และที่สำคัญคือ จะใช้เป็นสถานที่จัดพิธีเปิด พิธีปิด และฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศในกีฬาโอลิมปิกปี 2016 อีกด้วย

จากนั้นนำท่าน ขึ้นกระเช้าไฟฟ้า สู่ ยอดเขาชูการ์ โลฟ (SUGAR LOAF) ซึ่งตั้งอยู่บนปลายแหลมของอ่าวกัวนาบาราอันสวยงาม (GUANABARA) ที่ความสูง 1,400 เมตร ท่านจะได้ชมทิวทัศน์อันสวยงามของชายหาดโคปาคาบาน่า (Copa Cabana) ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก มีชายหาดยาวถึง 4 กิโลเมตร ซึ่งในฤดูร้อนผู้คนทั้งชายหญิงจะแต่งกายใส่ชุดว่ายน้ำ และบิกินี่มาเล่นกีฬาจนเต็มชายหาด จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน แบบ BBQ BUFFET SEAFOOD ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พัก PORTOBAY RIO INTERNACIONAL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่าโรงแรมติดริมหาดโคปาคาบาน่า เพื่อให้ท่านพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย กระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก เชิญท่านสนุกสนานและตื่นตาตื่นใจกับขบวนพาเหรดคาร์นิวาลใจกลางเมือง ที่เต็มไปด้วยสีสัน และลีลาอันสุดแสนตื่นเต้นเร้าใจท่ามกลางผู้คนที่มาร่วมงานจากทั่วทุกมุมโลก

ทุกคนจะแต่งกายแฟนซีหลากสี แข่งขัน และเต้นแซมบ้า ซึ่งเป็นการเต้นระบำประจำชาติของบราซิล นำท่านกลับเข้าสู่โรงแรมที่พัก SOFITEL RIO DE JANEIRO COPACABANA ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

3

วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561

ริโอ เดอ จาเนโร – อิสระตามอัธยาศัย – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม *** อิสระให้ท่านพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร ***

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

บ่าย อิสระให้ท่านพักผ่อนตามสบาย หรือมีเวลาเล่นน้ำทะเล ณ บริเวณชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ชายหาดโคปาคาบาน่า ที่มีความยาวถึง 4 กิโลเมตร และเมื่อไม่นานมานี้ชาวคาริโอค่าได้ร่วมกันสร้างสถิติโลก ทำราวตากผ้าที่ยาวที่สุดในโลก ณ ชายหาดแห่งนี้ และยังเป็นที่มาของชื่อเพลงที่ดังไปทั่วโลกนอกจากหาดโคปาคาบานาที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้แล้ว ยังมีหาดอิปาเนมา (Ipanema Beach) ที่เริ่มมีความนิยมขึ้นมาใกล้เคียงกัน ชายหาดอาจจะแคบกว่าหาดโคปาคาบานา แต่ก็มีร้านรวงน่ารักๆ ให้เดินเล่นอยู่มากมาย โดยเฉพาะตลาดฮิปปี้วันอาทิตย์ที่คลาคล่ำไปด้วยสินค้าพื้นเมือง สินค้า Hand made น่ารักๆที่หาซื้อได้เฉพาะที่นี่แห่งเดียวเท่านั้น อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ณ บริเวณถนนคนเดินของหาด IPANEMA ได้เวลาอันสมควร 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ สไตล์ BRAZILIAN BBQ BUFFET ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก PORTOBAY RIO INTERNACIONAL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า โรงแรมติดริมหาดโคปาคาบาน่า

4

วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561

ริโอ เดอ จาเนโร – ยอดเขาคอร์โควาโด – อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมจากนั้นนำท่านขึ้นสู่ ยอดเขาคอร์โควาโด (CORCOVADO) ที่มีระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,310 ฟุต เป็นที่ตั้งของรูปปั้นพระเยซู (CHRIST THE REDEEMER) หนึ่งในรูปปั้นสูงที่สุด ในโลก และเป็นหนึ่งของสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงมากของเมืองนี้ สร้างโดยวิศวกร Heitor da Silva Costa และองค์กร ในปีค.ศ. 1921 ใช้เวลาในการสร้างเกือบ 5 ปีจึงเสร็จสิ้น

ท่านสามารถเข้าไปชมฐานของรูปปั้น ซึ่งสูง 709 เมตร (2326 ฟุต) ซึ่ง ณ จุดนี้ท่านสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขา Sugar Loaf กลางเมือง และชายหาดที่งดงามโดยรอบของเมืองอีกด้วย ได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน 

16.55 น. เดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ โดย สายการบิน GOL Linhas Aéreas เที่ยวบินที่ G3-2074

19.10 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ (IGUAZU NATIONAL PARK)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก BOURBON CATARATAS CONVENTION & SPA RESORT ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

5

วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561

อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ – ล่องเรือ – เขื่อนอิไตปู

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมนำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ (IGUAZU NATIONAL PARK) เพื่อนำท่านชม น้ำตกอิกัวซุ (IGUAZU FALLS) หรือที่เรียกกันว่า น้ำตกแบ่งประเทศ 3 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนติน่า บราซิล และปารากวัย ที่ได้รับการประกาศให้เป็น มรดกทางธรรมชาติของโลกอีกแห่งหนึ่งจากองค์การยูเนสโกในปีค.ศ. 1984 อีกทั้งยังเป็นหนึ่งใน The New7 Wonders of Nature ของโลกอีกด้วย

นำท่านชมความงดงามที่ประกอบด้วยน้ำตก 275 แห่ง ที่มีความสูงระหว่าง 60-82 เมตร แต่ละน้ำตก มีชื่อของมันโดยเฉพาะ ที่สำคัญน้ำตกแห่งนี้มีความกว้างราว 2 ไมล์ครึ่ง นับเป็นน้ำตกที่ถือว่ากว้างที่สุดในโลก น้ำตกทั้ง 275 แห่งส่วนใหญ่อยู่ในอาร์เจนตินา ราว 90% และไม่ได้มีน้ำติดต่อกันเป็นผืนเดียว บางตอนเป็นซอกหิน บางตอนเป็นหน้าผา น้ำตกบางแห่งไหลเอื่อยๆ ในแม่น้ำมีเกาะแก่ง น้ำค่อนข้างเชี่ยวกระทบกับโขดหิน ทำให้ละอองน้ำกระจายเป็นวงกว้าง สุดปลายทางอีกด้านหนึ่งเป็นน้ำตกรูปเกือกม้า ที่เป็นจุดสิ้นสุดของน้ำตก เพราะขาข้างหนึ่งของเกือกม้าอยู่ฝั่งบราซิล อีกข้างหนึ่งอยู่ฝั่งอาร์เจนตินา ทำให้แผ่นดินของ 2 ประเทศเชื่อมต่อกัน จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นพักผ่อนอิริยาบถ ชมน้ำตกอิกัวซุฝั่งบราซิล หรือถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่าน ล่องเรือชมความสวยงามของน้ำตกอิกัวซุ (ฝั่งบราซิล) ซึ่งกล่าวไว้ว่า ช่วงที่สวยที่สุดของน้ำตกแห่งนี้อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม เพราะมีน้ำมาก และน้ำตกไหลแรง ซึ่งถือเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก โดยเฉพาะน้ำตกที่มีชื่อว่า GARGANTA DO DIABLO ถือได้ว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุด มีปริมาณน้ำมากที่สุด และไหลแรงที่สุดในจำนวนน้ำตก 275 แห่ง และในช่วงหน้าร้อนท่านอาจจะมีปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำให้ชมอีกด้วย นอกจากนี้ที่นี่ยังผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างมหาศาลจากพลังน้ำของน้ำตกแห่งนี้เช่นกัน จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน แบบบุฟเฟ่ต์ ณ ภัตตาคารในบริเวณอุทยาน 

บ่าย นำท่าน ถ่ายภาพกับเขื่อนอิไตปู (ITAIPU DAM) ซึ่งกั้นแม่น้ำปารานา บริเวณเขตแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศปารากวัยเขื่อนนี้เป็นทั้งผนังกันน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองประเทศอีกด้วย และเป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำที่มีกระแสใหญ่ที่สุด คำว่าอีไตปู แปลว่า หินที่ส่งเสียงดัง การตั้งชื่อเขื่อนแห่งนี้ มาจากชื่อของเกาะแห่งหนึ่งในบริเวณลำน้ำพาราน่า ซึ่งน้ำตรงบริเวณเกาะนี้เชี่ยวจนทำให้เกิดเสียงน้ำกระทบกับหินที่ดังมาก (อีไต แปลว่า หิน/ปู แปลว่า เสียงร้อง) ปัจจุบันไม่มีเกาะอีไตปู ปรากฏอยู่เพราะได้จมอยู่ภายใต้อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนแห่งนี้ ท่านจะตื่นตากับความกว้างใหญ่ของเขื่อนอีไตปู ซึ่งถือว่าเป็นฝีมือมนุษย์ที่ใช้งบประมาณในการสร้างมากที่สุดแห่งหนึ่ง จนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ แบบ BBQ BUFFET ณ ภัตตาคารพร้อมชมโชว์พื้นเมืองนำท่านเข้าสู่ที่พัก BOURBON CATARATAS CONVENTION & SPA ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

6

วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561

อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ – บัวโนส ไอเรส – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน 

08.20 น. เดินทางสู่ กรุงบัวโนส ไอเรส (BUENOS AIRES) โดย สายการบิน LAN เที่ยวบินที่ LA7505

10.15 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินกรุงบัวโนส ไอเรส เมืองหลวงของประเทศอาร์เจนติน่า จากนั้นนำท่าน ผ่านชมบริเวณ Plaza de Mayo จัตุรัสเล็กๆที่อยู่ย่านใจกลางเมือง บริเวณนี้ท่านจะพบกับ ทำเนียบสีชมพู (Casa Rosada) ที่ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่บริเวณนี้ อีกทั้งยังมีสถานีรถไฟใต้ดินอยู่ใกล้ๆอีกด้วย ผ่านชมสถานที่น่าสนใจรอบๆ อาทิ ถนน 29 de Julio ที่เคยชื่อว่าเป็นถนนที่กว้างที่สุดในโลก และเป็นที่ตั้งของ Teatro Colon ซึ่งเป็นโรงละครโอเปร่าเก่าแก่ที่สุดของเมือง และที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ La Boca อันนี้ห้ามพลาดเนื่องจากเป็นถนนที่ได้ชื่อว่าเป็นถนนสายที่คึกคักที่สุดของเมือง ไม่ว่าจะเป็นการจับจ่ายซื้อสินค้า หรือเดินเล่นชมบรรยากาศเมืองไปตามถนนสายแทงโก้ ตัดกับบ้านที่ทาสีสันฉูดฉาด ศิลปินเปิดหมวก เสียงเพลงแทงโก้เคล้าคลอไป รวมถึงศิลปะมากมายกลากหลาย

จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งบริเวณถนน Florida ย่านช้อบปิ้งของเมืองที่คลาคล่ำไปด้วยห้างร้านมากมายรวมถึงศูนย์รวมแบรนด์เนมอีกด้วย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร 

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ชมการแสดงประจำชาติ การเต้นแทงโก้ที่เร้าใจจากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม INTERCONTINENTAL ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

7

วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561

บัวโนส ไอเรส – เอล คาลาฟาเต้ – ชมเมือง – พิพิธภัณฑ์นํ้าแข็ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

11.15 น. เดินทางสู่ เมืองเอล คาลาฟาเต้ (EL CALAFATE) โดย สายการบิน AEROLINEAS เที่ยวบินที่ AR1892

*** บริการอาหารว่าง และเครื่องดื่มบนเครื่องบิน ***

14.30 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง เมืองเอล คาลาฟาเต้ (EL CALAFATE) เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทางใต้ของทะเลสาบอาร์เจนติโน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองซานตา ครูซ ประเทศอาร์เจนติน่า หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว

นำท่าน ชมเมืองเอล คาลาฟาเต้ ซึ่งปัจจุบันมีประชากร ประมาณ 3,000 คน ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามทางตอนใต้ของ Lago Argentino สภาพทั่วไปถูกโอบล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี และเทือกเขาสูงใหญ่ สองฟากฝั่งของถนนสายหลักในหมู่บ้าน เรียงรายไปด้วยโรงแรม ร้านขายของที่ระลึกที่ท่านสามารถเดินเที่ยวเล่นได้อย่างสบาย ชมย่านใจกลางเมืองเก่าที่มีอาคาร และสถาปัตยกรรมแบบเฉพาะตัวในช่วงยุคบุกเบิก กระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์นํ้าแข็ง (GLACIARIUM) พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ล่าสุดของเมืองซึ่งภายในแสดงเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับธารนํ้าแข็งที่มีอยู่ในประเทศอาร์เจนติน่าให้ผู้เข้าชมได้ศึกษา ให้ท่านได้ชมบาร์ที่ทุกอย่างทำมาจากน้ำแข็ง ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ เคาน์เตอร์บาร์ แก้วน้ำ ถาด เป็นต้น โดยทางบาร์จะมีเสื้อกันหนาวเตรียมไว้ให้ทุกท่านสำหรับสวมใส่เมื่อเข้าไปด้านใน ให้ท่านได้ถ่ายภาพด้านในไอซ์บาร์ตามอัธยาศัย 

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (ลิ้มลองเมนูแกะย่างเนื้อนุ่ม สไตล์ปาตาโกเนียอันขึ้นชื่อ เสริฟพร้อมไวน์เลิศรส)จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก MIRADOR DEL LAGO ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

8

วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561

เอล คาลาฟาเต้ – ธารน้ำแข็งอัปซาลา – เอล คาลาฟาเต้

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เปอร์โต บานเดอร่า (PUERTO BANDERA) หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในจังหวัดซานตาครูซซึ่งอยู่ห่างจากเอล คาฟาเต้ไปประมาณ 47 กิโลเมตร เพื่อนำท่าน ชมธารน้ำแข็งอัปซาลา (UPSALA GLACIER) เป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ถือเป็น 1 ใน 10 สถานที่ในโลกที่เหมาะจะดูธารน้ำแข็ง และเป็นธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดเป็นอันดับสองในอเมริกาใต้ 

นำท่าน ล่องเรือชมธารน้ำแข็ง โดยเรือจะล่องไปตามทะเลสาบอาร์เจนติน่า (ARGENTINE LAKE) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอาร์เจนติน่า และตื่นตาตื่นใจกับธารน้ำแข็งที่มีความยาวกว่า 50 กิโลเมตร กว้างประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้ ได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เอสตันเซีย คริสตินา ฟาร์มเฮ้าส์ (Estancia Cristina)

เที่ยง **บริการอาหารกลางวันแบบ LUNCH BOX เพื่อให้ท่านได้มีเวลาในการชื่นชมธรรมชาติอย่างเต็มที่** 

บ่าย นำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์เกาโช (Gaucho Museum) เพื่อนำท่านชมวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ และ ความเป็นมาของชาวอาร์เจนติน่าดั้งเดิม นำท่าน เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่ง ด้วยการนั่งรถโฟร์วีล 4×4 วิ่งขึ้นเขาไป ตามเส้นทางจนกระทั่งถึงจุดชมวิวซึ่งเรียกว่าเป็น UPSALA VIEWPOINT เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศของวิวทิวทัศน์แบบ 360 องศา ซึ่งถือเป็นกิจกรรม Once in a life time ที่ท่านไม่ควรพลาด กระทั่งได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ เมืองเอล คาลาฟาเต้ 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พักจากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก MIRADOR DEL LAGO ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

9

วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561

เอล คาลาฟาเต้ – ธารน้ำแข็งเปริโต มอเรโน – บัวโนส ไอเรส

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ภูเขาธารน้ำแข็ง เปริโต มอเรโน (Perito Moreno Glacier) ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติลอส กลาซิอาเรส (Parque Nacional Los Glaciares) เป็นหนึ่งในหลายๆธารน้ำแข็งที่สวยงามของประเทศอาร์เจนติน่า นอกจากนั้น ภูเขาธารน้ำแข็งเปริโต มอเรโน ยังได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1981 อีกด้วย

นำท่าน ชมธารน้ำแข็ง เปริโต มอเรโน เป็นธารน้ำแข็งที่เลื่องชื่อมาก ก่อตัวเป็นแนวกำแพงสูงขนาดความกว้าง 5 กิโลเมตร และสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 74 เมตร (240 ฟุต) จากระดับผิวน้ำ เป็นธารน้ำแข็งที่มีการเติบโต และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาหลายพันปีก่อน พื้นที่อุทยานฯ แห่งนี้ ถูกปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งทั้งหมด แต่ด้วยอุณหภูมิที่อุ่นขึ้น จึงทำให้ก้อนน้ำแข็งละลาย และเหลืออยู่ให้เห็นในปัจจุบัน มีการแตกลั่นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวตลอดทั้งวัน เนื่องจากก้อนน้ำแข็งมหึมาที่ตกลงในทะเลสาบก่อให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ซัดชายฝั่งอย่างรุนแรง อีกทั้งธารน้ำแข็งจะขยายตัวในทุกๆ รอบสี่ปี

เนื่องจากธารน้ำแข็งไปปิดทางออกของน้ำ ระดับน้ำในทะเลสาบจึงมักเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่ทำให้กำแพงน้ำแข็งทลาย กลายเป็นฉากอันน่าตื่นตาตื่นใจ และกินเวลาหลายชั่วโมงจึงจะยุติ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนส่วนใหญ่ จึงต่างเดินทางมาเพื่อมาจดจ่อรอชม และฟังเสียงก้อนน้ำแข็งยักษ์หล่นลงสู่ ทะเลสาบ Argentino อันเป็นไฮไลท์ของโปรแกรมที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง 

เที่ยง **บริการอาหารกลางวันแบบ LUNCH BOX เพื่อให้ท่านได้มีเวลาในการชื่นชมธรรมชาติอย่างเต็มที่** 

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

15.20 น. เดินทางสู่ กรุงบัวโนส ไอเรส (BUENOS AIRES) โดย สายการบิน AEROLINEAS เที่ยวบินที่ AR189318.15 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินบัวโนส ไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม INTERCONTINENTAL ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

10

วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561

บัวโนส ไอเรส – ซานติอาโก – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

11.05 น. เดินทางสู่ กรุงซานติอาโก (SANTIAGO) โดย สายการบิน LATAM เที่ยวบินที่ LA 440

*** บริการอาหารว่าง และเครื่องดื่มบนเครื่องบิน ***

13.25 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง กรุงซานติอาโก (Santiago) เมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศชิลี ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 543 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นซานติอาโกเมโทรโพลิแทนกว่าสามศตวรรษที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องได้เปลี่ยนให้ซานเตียโกเป็นเขตนครหลวงที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในละตินอเมริกา

จากนั้น นำท่าน ชมเมืองย่านเบลลาวิสตา (BELLAVISTA) ท้องถนนที่รายเรียงไปด้วยภาพวาดฝาผนัง ร้านบูติค และผับบาร์คึกคักยามค่ำคืน เหล่านี้ทำให้ที่นี่เป็นย่านอันน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเบลลาวิสตา เป็นย่านหรือ “บาร์ริโอ” ที่รวมบรรยากาศแบบโบฮีเมียนไว้ด้วยสถาปัตยกรรมหลากสีสัน ความงามของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ความบันเทิงยาม ค่ำคืน และแหล่งช้อปปิ้ง ย่านนี้เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาของร้านรวงต่างๆ ทั้งคาเฟ่ บาร์ แกลเลอรี และร้านเสื้อผ้ามากมาย ได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านสู่  San Cristobal Hill Viewpoint โดยรถรางเพื่อ นำท่านชมบรรยากาศของเมือง จากมุมสูงแบบ  360 องศา ให้ท่านถ่ายภาพ และเพลิดเพลินกับความงดงามตามอัธยาศัย กระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม RITZ CARLTON ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

11

วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561

ซานติอาโก – เกาะอีสเตอร์ – หมู่บ้านโอรองโก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

09.30 น. เดินทางสู่ เกาะอีสเตอร์ โดย สายการบิน LAN เที่ยวบินที่ LA 841

12.55 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบิน อีสลา เดอ ปาชัวร์ บนเกาะอีสเตอร์ (EASTER ISLAND) 

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เกาะอีสเตอร์ เป็นเกาะขนาดเล็กที่ถือว่าตั้งอยู่โดดเดี่ยวแห่งหนึ่งของโลก โดยเกาะนั้นมีพื้นที่เพียง 160 ตารางกิโลเมตร มีความยาว 25 กิโลเมตร แต่ถึงแม้ว่าเกาะจะมีขนาดเล็ก แต่ประวัติศาสตร์ของเกาะอีสเตอร์นั้นยิ่งใหญ่เกินขนาดของเกาะเป็นหลายเท่าตัวเลยทีเดียว โดยสิ่งก่อสร้างที่ถือว่าเป็นตัวแทนของประวัติศาสตร์ของเกาะแห่งนี้ คือ รูปสลักหินขนาดยักษ์ หรือที่รู้จักในนาม “โมอาย” (Moai)

แม้ว่าจะไม่มีใครรู้ที่มาของชาวพื้นเมืองบนเกาะ แต่ชาวพื้นเมืองก็ได้สร้างรูปสลักยักษ์ขึ้น ซึ่งสร้างจากหิน และกากแร่ภูเขาไฟหรือหินบะซอลต์ซึ่งรูปสลักในยุคแรกจะเป็นรูปสลักคนนั่งคุกเข่าในช่วงประมาณ ค.ศ. 380 ในยุคถัดมาเริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1100 จะสลักเป็นรูปที่เรียกว่า โมอาย (Moai) ซึ่งเป็นที่โดดเด่นทั่วไปบนเกาะ

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านโบราณโอรองโก (Orongo Ceremonial Village) ตั้งอยู่บริเวณส่วนยอดของภูเขาไฟราโนกาอู ด้านหนึ่งติดปากปล่องภูเขาไฟ อีกด้านเป็นริมหน้าผาสูงชันริมทะเล เป็นแหล่งชุมชนของชาวโพลีนีเซียในสมัยที่วัฒนธรรมเบิร์ดแมน (Birdman’s Cult) มีความเฟื่องฟู เป็นหมู่บ้านที่ใช้จัดพิธีการเลือกหัวหน้าเผ่า ผู้ครองเกาะ โดยให้ชายหนุ่มที่มีความแข็งแกร่งกระโดดลงหน้าผา และว่ายน้ำข้ามไปยังเกาะนก เพื่อนำไข่นกกลับมายังเกาะอีสเตอร์ นำท่าน ชมวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองและถ่ายภาพกับหินแกะสลักเบิร์ดแมน (Birdman Petroglyphs) ตามอัธยาศัย

ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม IORANA ระดับ 3 ดาวหรือเทียบเท่า

12

วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561

เกาะอีสเตอร์ – อุทยานแห่งชาติลาปานุย – ราโน ราราคู – ภูเขาไฟราโนเกา

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติลาปานุย (RAPA NUI) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ในปี 1995 เพื่อถ่ายรูปกับโมอายสัญลักษณ์แห่งเกาะอีสเตอร์ โมอาย เป็นรูปปั้นหินซึ่งมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ และส่วนศีรษะมีขนาดใหญ่เด่นชัด โมอายถูกพบมากกว่า 600 ตัว กระจายอยู่ทั่วเกาะโมอายเกือบทั้งหมดที่พบนั้นถูกแกะสลักมาจากหินก้อนเดียว แต่ก็มีบางตัวซึ่งมี Pukau ลักษณะคล้ายหมวกเป็นชิ้นต่างหากอยู่บนศีรษะ โมอายเกือบทั้งหมดถูกแกะสลักมาจากเหมืองหินที่ราโน ราราคู (RanoRaraku) ซึ่งเป็นที่ที่พบโมอายอยู่กว่า 400 ตัว อยู่ในกระบวนการแกะสลักซึ่งใกล้เสร็จสมบูรณ์ 

เที่ยง **บริการอาหารกลางวันแบบ LUNCH BOX เพื่อให้ท่านได้มีเวลาในการชื่นชมธรรมชาติอย่างเต็มที่** 

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ตอนใต้ของเกาะอีสเตอร์ เที่ยวชม และเก็บภาพความสวยงามของปากปล่องภูเขาไฟราโนเกา (Rano Kau Volcano) ถ่ายภาพความสวยงาม ณ จุดชมวิวที่ให้ท่านสามารถเห็นปากปล่องภูเขาไฟได้อย่างชัดเจน ได้เวลาอันสมควร

นำท่านชมความมหัศจรรย์ของทุ่งโมอาย ณ เหมืองหิน ราโน ราราคู (Rano Raraku) ซึ่งเป็นที่ที่พบโมอายอยู่กว่า 400 ตัวอยู่ในกระบวนการแกะสลักซึ่งใกล้เสร็จสมบูรณ์ จากการค้นพบรูปปั้นที่ยังแกะสลักอยู่ครึ่งๆกลางๆนั้น ทำให้มีการสันนิษฐานว่าเหมืองหินได้ถูกทิ้งร้างไปอย่างกะทันหัน นอกจากนั้นในการค้นพบโมอายเกือบทั้งหมดอยู่ในสภาพล้มนอน เชื่อว่าชาวพื้นเมืองบนเกาะเป็นผู้ทำให้มันล้ม ลักษณะที่เด่นชัดของโมอาย คือส่วนหัว แต่ก็มีโมอายหลายตัว ซึ่งมีส่วนหัวไหล่ แขน และลำตัว ซึ่งเป็นโมอายที่พบหลังจากถูกฝังมานานนับปี ความหมายและวัตถุประสงค์ของการสร้างโมอายนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัดและมีการสันนิษฐานกันไปต่างๆนานา

ข้อสันนิษฐานที่แพร่หลายมากคือ โมอาย ถูกแกะสลักโดยชาวโพลิเนเชียน (Polynesian) ซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะนี้เมื่อกว่า 1,000 ปีมาแล้วข้อสันนิษฐานเชื่อว่าพวกโพลิเนเชียนอาจสร้างโมอายขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนถึง บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ หรืออาจจะเป็นผู้ซึ่งมีความสำคัญ ณ สมัยนั้นหรืออาจจะเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะของครอบครัว อิสระให้ท่านเก็บภาพความน่าอัศจรรย์ของทุ่งโมอายนับร้อยตัว ได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมชมโชว์พื้นเมือง จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม HANGAROA ระดับ 4 ดาวหนึ่งเดียวบนเกาะ

13

วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561

เกาะอีสเตอร์ – หาดอนาคีนา – ซานติอาโก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หาดอนาคีนา(Anakena) เป็นบริเวณที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เนื่องจากเชื่อว่าเป็นจุดที่ชาวโพลีนีเซีย ขึ้นเกาะอีสเตอร์เป็นครั้งแรก มีลักษณะเป็นชายหาดขนาดใหญ่ เรียงรายด้วยต้นมะพร้าว และมีแท่นนาอูนาอู (Ahu Nau Nau) ที่ประกอบด้วยโมอาย 7 ตัวให้ชม อิสระให้ท่านพักผ่อนอิริยาบถ และเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่งดงามตามอัธยาศัย 

เที่ยง **บริการอาหารกลางวันแบบ LUNCH BOX เพื่อให้ท่านได้มีเวลาในการชื่นชมธรรมชาติอย่างเต็มที่** 

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน14.55 น. เดินทางกลับสู่ กรุงซานติอาโก โดย สายการบิน LAN เที่ยวบินที่ LA 842*** บริการอาหารค่ำ และเครื่องดื่ม บนเครื่องบิน ***

21.40 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง กรุงซานติอาโก (Santiago) ประเทศชิลีจากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก HOLIDAY INN SANTIAGO AIRPORT ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

14

วันพฤหัสบดีที่ 01 มีนาคม 2561

ซานติอาโก – ลิม่า – ชมเมือง – อาหารค่ำ ณ โบราณสถานฮัวคา พุคยานา

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน 

09.05 น. เดินทางสู่ กรุงลิม่า (LIMA) โดย สายการบิน LAN เที่ยวบินที่ LA 600

10.50 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง กรุงลิม่า (LIMA) ประเทศเปรูจากนั้นนำท่าน ชมเมืองลิม่า เมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเปรู เป็นศูนย์กลางการขนส่ง การเงิน อุตสาหกรรม และวัฒนธรรมของประเทศอีกด้วย ตั้งอยู่บริเวณที่ห้อมล้อมด้วยหุบเขาชียอง แม่น้ำรีมัก และแม่น้ำลูริง เมืองลิมาตั้งขึ้นโดยฟรันซิสโก ปีซาร์โร ผู้พิชิตชาวสเปน เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2078  โดยให้ชื่อว่า นครแห่งเหล่ากษัตริย์ (City oKings) เนื่องจากเป็นเขตนครหลวงสำคัญที่สุดในทวีปอเมริกาใต้มานานกว่าสามศตวรรษ 

นำท่าน ถ่ายภาพกับทำเนียบรัฐบาล และชมการเปลี่ยนกะของทหารรักษาการณ์ ทำเนียบรัฐบาลแห่งนี้ถือเป็นทำเนียบอย่างเป็นทางการแห่งแรกของเมืองตั้งแต่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของสเปน ปัจจุบันเป็นที่อยู่อาศัยของประธานาธิบดีของเปรู และยังเป็นสถานที่ที่คณะรัฐบาลมาร่วมประชุมกัน 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พล่าซ่ามายอร์ บริเวณอันเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์เมืองลิมา  (Historic Centre of Lima) ปัจจุบันถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเปรู ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1988 บริเวณศูนย์กลางประวัติศาสตร์เมืองลิมา ประกอบไปด้วยเหล่าอาคาร รวมไปถึงสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญหลายแห่งนำท่าน เยือนพลาซ่า ซาน มาติน (Plaza San Martín) จัตุรัสเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1921โดยรอบจัตุรัสนั้นเรียงรายไปด้วยเหล่าอาคารที่มี ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศมากมาย อาทิเช่น อาร์คบิชอป พาเลซ(Archbishop Palace) ถูกก่อสร้างขึ้นในช่วงปี 1535 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว ยอดนิยมในศูนย์กลางประวัติศาสตร์ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์ทองคำ (GOLD MUSEUM) ชมเครื่องประดับที่ทำด้วยทองคำของชาวเปรูในสมัยโบราณ จำนวนมากกว่า 25,000 ชิ้น จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองลิม่า ตั้งอยู่ในเขตโบราณสถานฮัวคา พุคยานา (HUACA PUCLLANA) เป็นโบราณสถานในย่านธุรกิจสำคัญของกรุงลิม่า สร้างขึ้นก่อนอารยธรรมอินคากว่าพันปี เชื่อกันว่าที่นี่ คือบริเวณสำหรับทำพิธีกรรม และเป็นศูนย์กลางการปกครองของอารยธรรมลิม่า ปัจจุบันเหลือเพียงกองอิฐดินเหนียวเรียงรายกันจนสูงใหญ่กว่า 22 เมตร ที่มีความสวยงามมากมาย ท่านจะมีความสุขกับการรับประทานอาหารค่ำพร้อมกับชมความงามของโบราณสถานแห่งนี้ จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก HILTON LIMA MIRAFLORES ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

15

วันศุกร์ที่ 02 มีนาคม 2561

ลิม่า – คูซโค – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

10.05 น. ออกเดินทางสู่ เมืองคูซโค (CUZCO) โดย สายการบิน LAN เที่ยวบินที่ LA 2049

11.40 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินเมืองคูซโค เมืองหลวงสำคัญแห่งอาณาจักรอินคา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเทือกเขาแอนดิส

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน ชมป้อมปราการซาคซายอัวมาน (THE FORTRESS OF SACSAYHUAMAN) ป้อมซึ่งสร้างขึ้นจากหินแกรนิตเพื่อป้องกันข้าศึกจากฝั่งตะวันออก ซึ่งบางส่วนของก้อนหินเหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างตึกสไตล์โคโลเนียนในเมืองคูซโค จัดเป็นสถาปัตยกรรมอินคาที่มีความโดดเด่นมากสร้างด้วยก้อนศิลาขนาดมหึมา บางก้อนหนักถึง 125 ตัน มีกำแพงสองชั้นสร้างเป็นแนวสลับไปมา นักโบราณคดีประมาณการว่าการสร้างป้อมแห่งนี้ต้องใช้แรงงานหลายหมื่นคน และใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 70 ปี

ซากปรักหักพังของสิ่งปลูกสร้างอินคา มีลักษณะต่างกัน เป็นตัวอย่างแสดงถึงความเชี่ยวชาญทางศิลปะ และสถาปัตยกรรมของอินคา มี Qenko หรือเขาวงกต เป็นร่องหินที่ใช้สำหรับการทำพิธีกรรมเคารพพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว Salapunco หรือเรียกว่า วัดพระจันทร์ เป็นชั้นหินที่โผล่ออกมาประกอบด้วยถ้ำเล็กๆ พร้อมหินแกะสลักแท่น และโพรงบนผนังกำแพงที่ทำไว้เพื่อวางสิ่งบูชา

Puca Pucara หรือป้อมแดง ที่เป็นเสมือนที่หยุดพักมากกว่าเป็นฐานทหาร ประกอบด้วยห้องต่างๆ ลานกว้าง ทางเดิน ท่อระบายน้ำ และหอคอย และ Tambonachay เป็นลำดับชานชาลา โพรงในผนังกำแพง และน้ำพุ มีการพิสูจน์ว่าอินคานับถือน้ำ ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการดำเนินชีวิต และมีความเชื่อกันว่าที่นี่เป็นที่เคารพเทพเจ้าแห่งน้ำอีกด้วย 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ แบบบุฟเฟ่ต์ ณ ภัตตาคาร พร้อมชมการแสดงพื้นเมืองของชาวอินคา จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม NOVOTEL CUZCO ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

16

วันเสาร์ที่ 03 มีนาคม 2561

คูซโค – หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ – รถไฟขบวนพิเศษสู่ มาชู ปิกชู

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บริเวณที่เรียกว่า หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ (SACRED VALLEY) ที่เมืองปิซัก (Pisac) เป็นเมืองที่มีขนาดเล็กมาก จนเกือบเรียกว่าเป็นหมู่บ้านก็ว่าได้ เพื่อชมโบราณสถาน ซากปรักหักพังของชาวอินคา และนาขั้นบันไดภายในโบราณสถานของชาวอินคาโบราณ ซึ่งหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองปิซักนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของหุบเขาศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นเอง ได้เวลาอันสมควร นำท่าน เดินเล่นตลาดปิซัก ที่คลาคล่ำไปด้วยสินค้าพื้นเมืองทั้งเสื้อผ้า อาหาร และเครื่องประดับที่เหมาะกับการเป็นของฝากมากมาย ได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองออลลันตัยตัมโบ (Ollantaytambo) เพื่อไปชมซากโบราณสถานของชาวอินคาอีกแห่งหนึ่งในหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่ถือว่าเป็นซากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินคาที่สมบูรณ์ที่สุดที่หลงเหลืออยู่ ซากโบราณแห่งนี้ก่อด้วยหินล้วนๆ เรียงเป็นขั้นบันไดซ้อนกันขึ้นไปบนภูเขาดูสวยงามจนน่าอัศจรรย์ใจ และทึ่งในความสามารถของชาวอินคาอย่างยิ่ง เนื่องจากรอยต่อของก้อนหินแต่ละก้อนวางเรียงแนบสนิทชิดกันจนไม่สามารถนำกระดาษแผ่นเดียวสอดเข้าไปตรงรอยต่อนั้นได้ อิสระให้ท่านถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟเมืองออลลันตัยตัมโบ 

15.37 น. (เวลาท้องถิ่น) ออกเดินทาง โดยรถไฟ VISTADOME สู่ มาชู ปิกชู (MACHU PICCHU) หรือนิยมเรียกอีกชื่อว่า “เมืองสาบสูญแห่งอินคา” เป็นซากอารยธรรมโบราณของชาวอินคา ตั้งอยู่บนเทือกเขาที่ความสูงประมาณ 2,350 เมตร องค์การยูเนสโกได้กำหนดให้มาชู ปิกชู เป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2007 อีกทั้งยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อีกด้วย ท่านจะได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาแอนดีส ผ่านแม่น้ำสายสำคัญของเปรู คือ แม่น้ำอูรูบัมบ้า (URUBAMBA RIVER) 

17.02 น. เดินทางถึง มาชู ปิกชู (MACHU PICCHU) เมืองซึ่งปรากฏสู่สายตาชาวโลกในลักษณะสภาพบ้านเมือง บ้านเรือน พระราชวัง วิหาร ซึ่งยังคงสภาพเดิมที่ดีราวกับได้รับการอนุรักษ์ดูแลไว้อย่างน่าอัศจรรย์ 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม SUMAQ ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

17

วันอาทิตย์ที่ 04 มีนาคม 2561

มาชู ปิกชู – ชมเมือง – คูซโค

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม  นำท่าน ชมเมืองมาชู ปิกชู ภายในตัวเมืองแบ่งออกเป็นเขตสุสาน เรือนจำ ที่พำนัก และวิหารต่างๆ  ชมวิหารไตรบัญชร (Temple of the Three Windows) ที่สร้างขึ้นเพื่อให้แสงอาทิตย์ลอดผ่านหน้าต่างส่องลงมายังลานศักดิ์สิทธ์ อันใช้ประกอบพิธีบวงสรวงสุริยเทพเบื้องบน มีหอดูดาว และศิลาอินติวาตานา (Intiwatana) รูปทรงประหลาด เชื่อกันว่าเป็นนาฬิกาแดดของคนสมัยนั้น และตำแหน่งที่เงาเสาตกกระทบจะเป็นตัวกำหนดกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละช่วงฤดูกาล รวมถึงงานพิธีทางศาสนาด้วย ส่วนเตอร์เรคอง (Torrejon) นั้นเป็นหอทรงกลมขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขา

ชมอาคารบางหลังเป็นอาคารสองชั้น สมัยก่อนมุงด้วยหญ้าฟางเป็นทรงแหลมสูง และที่น่าพิศวงมากก็คือ ศิลาทุกก้อนตัดได้ขนาดพอดี และเรียงต่อกันอย่างแนบสนิท ชมเนินด้านหน้าตัวเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของแท่นบูชาหินนกแร้ง (Condor Stone) ซึ่งเป็นแผ่นหินแบนราบรูปหัว และตัวนกแร้ง ส่วนหัวมีโพรงทะลุลงไปสู่ถ้ำเล็กๆ ด้านล่าง เชื่อกันว่าการบูชายัญจะทำกันบนแผ่นหิน ถ้ำด้านล่างเป็นที่รองรับเลือด อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพ และเดินเล่นชมทัศนียภาพของเมืองตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร BELMOND SANCTUARY LODGE

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟ 

15.20 น. (เวลาท้องถิ่น) ออกเดินทาง โดยรถไฟ VISTADOME กลับสู่ เมืองคูซโค (CUZCO)

19.30 น. เดินทางถึง สถานีรถไฟเมือง POROY เพื่อเปลี่ยนการเดินทางเป็นรถโค้ชกลับสู่ เมืองคูซโค 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก  นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม NOVOTEL CUZCO ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

18

วันจันทร์ที่ 05 มีนาคม 2561

คูซโค – ลิม่า – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง – ริโอ เดอ จาเนโร (บราซิล)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

10.30 น. เดินทางสู่ กรุงลิม่า (LIMA) โดย สายการบิน LAN เที่ยวบินที่ LA 2022

12.00 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง กรุงลิม่า (LIMA) ประเทศเปรู

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจากนั้นนำท่าน ชมย่านชานเมืองมิราฟลอเรส (Miraflores) จัดเป็นละแวกที่มั่งคั่งที่สุดแห่งหนึ่งของลิมาพรั่งพร้อมด้วยทิวทัศน์ของมหาสมุทรแปซิฟิกแบบพาโนรามาที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว และผู้คนในพื้นที่ให้มาเยือนอย่างไม่ขาดสาย ด้วยสวนสวยงาม พลาซ่าที่มองเห็นมหาสมุทร รวมถึงร้านค้าและร้านอาหารชั้นเยี่ยมต่างๆ มากมาย แม้ว่าละแวกนี้จะตั้งอยู่นอกใจกลางเมือง แต่ก็เป็นบริเวณที่สะอาดปลอดภัยมาก มีสถานีตำรวจที่ตั้งขึ้นสำหรับดูแลนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะด้วย

จากนั้นนำท่าน ใช้เวลาเดินเที่ยวจับจ่ายซื้อของที่ศูนย์ช้อปปิ้ง Larcomar แหล่งช้อปปิ้งทำเลสุดพิเศษบนริมผาปกคลุมด้วยต้นมอสที่ท่านสามารถมองเห็นมหาสมุทรแปซิฟิก ดีไซน์ของที่แห่งนี้แปลกใหม่จนได้รับรางวัลดีไซน์สร้างสรรค์ทางด้านการก่อสร้างจาก International Council of Shopping Centers ที่นี่มีร้านค้าประมาณ 160 ร้านในธีมที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ร้านบูติกสำหรับคนมีฐานะไปจนถึงร้านน่ารักๆ ที่ขายงานฝีมือสไตล์เปรู ท่านสามารถมองดูทิวทัศน์ของมหาสมุทรแปซิฟิกแบบพาโนรามา จากภายในห้างสรรพสินค้า ทิวทัศน์ที่มองเห็นจัดว่าเป็นทิวทัศน์ที่สัมผัสได้เต็มตาและรู้สึกราวกับว่า กำลังนั่งเรือออกไปกลางทะเลแบบไร้คลื่น และสามารถมองเห็นหุบเขาและชุมชนต่างๆ จากระยะไกล อิสระให้ท่านเดินเล่น และช้อปปิ้งอย่างจุใจตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน  

21.30 น. เดินทางสู่ เมืองริโอ เดอ จาเนโร โดย สายการบิน TACA INTERNATIONAL เที่ยวบินที่ TA921

19

วันอังคารที่ 06 มีนาคม 2561

ลิม่า – ริโอ เดอ จาเนโร – แฟรงค์เฟิร์ท

04.45 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินเมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ที่พักโรงแรม Sheraton Grand Rio Hotel & Resort หรือเทียบเท่า เพื่อนำท่านรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม และพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย

*** อาหารกลางวัน มีบริการให้ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก ****** สำหรับท่านที่ต้องการท่องเที่ยวระหว่างวัน กรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร์ ***

15.00 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน  

19.40 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินแฟรงค์เฟิร์ท โดย สายการบินลุฟต์ฮันซา เที่ยวบินที่ LH 501

20

วันพุธที่ 07 มีนาคม 2561

สนามบินแฟรงค์เฟิร์ท – กรุงเทพ ฯ

10.55 น. เดินทางถึง สนามบินแฟรงค์เฟิร์ท 

13.45 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 921

21

วันพฤหัสบดีที่ 08 มีนาคม 2561

กรุงเทพ ฯ 

06.20 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..*** ใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้น 23 ชั่วโมง โดยประมาณ ***

***** ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง *****

หมายเหตุ บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 15 ท่าน  

อัตรานี้รวม
• ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นทัศนาจรตามที่ระบุในรายการ
• ค่าโรงแรมที่พักที่ระบุในรายการ / ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
• ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ
• ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงาน คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
• ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
• บัตรเข้าชมคานิวัล แบบ VIP BOX SEAT 1 BOX มี 6 ที่นั่ง
• ค่าทิปคนขับรถ 2 USD / คน / วัน• น้ำดื่มบนรถ วันละ 1 ขวด / คน / วัน 

อัตรานี้ไม่รวม
• ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการ
• ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 %   และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 % การจอง และชำระเงิน กรุณาส่งสำเนา PASSPORT หน้าแรก แฟกซ์มายังบริษัทฯ พร้อมชำระเงินค่ามัดจำ  ท่านละ 50,000 บาท สำหรับส่วนที่เหลือทั้งหมด กรุณาชำระก่อนการเดินทาง 30 วัน

(หากไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ยินดีให้บริษัทฯทำการยกเลิกและยินยอมให้ยึดเงินมัดจำทันที)

การไม่รับจองทัวร์ :  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับจองทัวร์สำหรับลูกค้าดังต่อไปนี้
• เด็กที่มีอายุระหว่างแรกเกิดถึง 2 ขวบ
• ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ หรือ ไม้เท้า
• ผู้เดินทางที่บ่งบอกการเป็นบุคคลไร้ความสามารถ หมายเหตุ
• บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
• หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะไม่ รับผิดชอบต่อค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
• รายการนี้เป็นเพียงการเสนอราคาที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งกับสายการบิน และโรงแรมที่พัก อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
• สตรีมีครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
• บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย สำหรับกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทางการยกเลิก

*** กรณีที่ท่านจองและจ่ายค่ามัดจำแล้วมีการยกเลิก (ก่อนเงื่อนไขตามกำหนดวันที่ทำการยกเลิกด้านล่าง) บริษัทฯ ขอคิดค่าทำงานท่านละ 1,000.- บาท พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามความเป็นจริง (ถ้ามี) ***

• ยกเลิกก่อน 31-60 วันทำการ เก็บ 50% ของค่ามัดจำทั้งหมด
• ยกเลิกก่อน 15-30 วันทำการ เก็บค่ามัดจำทั้งหมด
• ยกเลิกก่อน 8-14 วันทำการ เก็บ 50% ของค่าทัวร์ทั้งหมด• ยกเลิกก่อน  1-7 วันทำการ เก็บ 100% ของค่าทัวร์ทั้งหมด

(หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ยกเว้นเงื่อนไขในการยกเลิกการเดินทางตามกำหนดวันที่ระบุข้างต้น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ และขอคิดค่าใช้จ่ายในการยกเลิกตามความเป็นจริง เนื่องจากเป็นช่วง Peak Period  ทางโรงแรม , สายการบิน และบริษัทรถโค้ช ฯลฯ ค่อนข้างแน่น และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 100%  ซึ่งไม่สามารถทำการยกเลิกได้)

การโอนเงิน  ผ่านธนาคาร บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด
ธนาคารกรุงเทพฯ / สาขาโชคชัย 4 / บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 230-0-19191-9

เมื่อท่านจองทัวร์และชำระค่ามัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในเงื่อนไขและรายละเอียดที่ทางบริษัทแจ้งไว้ทั้งหมด

*** บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ อันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง สภาพดินฟ้าอากาศ การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ โดยการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ทั้งนี้บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ***