28 ธันวาคม 2562 – 6 มกราคม 2563
วันเดินทาง
สายการบินไทย (TG)
สายการบิน
นอร์เวย์
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป : NORWAY KINGDOM OF NORTHERN LIGHTS 10 วัน (TG)

กำหนดการเดินทาง : 28 ธันวาคม 2562 – 6 มกราคม 2563

ประเทศ : นอร์เวย์

สายการบิน : สายการบินไทย (TG)

ราคา : 199,800 บาท

ทุกโรงแรม Confirm ตามรายการ

ทัวร์ตามล่าหาแสงเหนือเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ ณ หมู่เกาะมหัศจรรย์ LOFOTEN ทรอมโซ – นาร์วิค – หมู่เกาะลอฟโฟเทน – บอร์โด – ออสโล เยือนเมืองทรอมโซ เมืองหลวงแห่งแสงเหนือ สุดยอดสถานที่ในการตามล่าแสงเหนือ ดินแดนสวรรค์ที่สัมผัสได้จริง หมู่เกาะลอฟโฟเทน (LOFOTEN ISLANDS) ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ ความสวยงามที่เกินคำบรรยายของผืนน้ำ ผืนฟ้า และภูเขาสูงที่สลับซับซ้อนเรียงตัวอย่างสวยงาม อีกทั้งยังซ่อนเมืองเล็กๆอันเงียบสงบอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่กลมกลืนกันได้อย่างลงตัว หมู่เกาะลอฟโฟเทน ยังเป็นต้นแบบของเมือง ARENDELLE จากการ์ตูนดิสนีย์ชื่อดัง FROZEN และถือเป็นสุดยอดสถานที่ในการชมแสงเหนือ และพระอาทิตย์เที่ยงคืน อันเลื่องชื่อแห่งหนึ่งของโลก ชมหมู่บ้านน้อยใหญ่มากมาย ที่ตั้งอยู่ในหมู่เกาะ LOFOTEN พร้อมถ่ายรูปความงดงามอย่างเต็มที่ ตามล่าแสงเหนือทุกคืนบนเกาะ ชมความงดงามของแสงออโรร่าบนฟากฟ้าเหนือหมู่เกาะสวรรค์  สัมผัสประสบการณ์ในช่วง POLAR NIGHT ที่พระอาทิตย์จะไม่ขึ้นเลยเกือบตลอดทั้งวัน ซึ่งท่านจะได้ตามล่าหาแสงเหนือ ทั้งในกลางวันและกลางคืน สนุกสนานไปกับกิจกรรมต่างๆในการตามหาแสงเหนือ ที่คุณจะประทับใจไปอีกแสนนาน

ท่องเที่ยวแบบเจาะลึกไอซ์แลนด์ 11 วัน (TG/FI)

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ – ออสโล

21.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 2 แถว D เคาน์เตอร์ สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่จากบริษัท ฯ จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่าน

2

วันที่สองของการเดินทาง

ออสโล – ทรอมโซ – ชมเมือง

00.20 น. ออกเดินทางสู่ กรุงออสโล โดย สายการบินไทย เที่ยวบิน TG 954

06.50 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง กรุงออสโล (OSLO) เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์

10.00 น. ออกเดินทางสู่เมืองทรอมโซ (TROMSO) โดยสายการบินสแกนดิเนเวียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SK 4414

11.55 น. เดินทางถึง เมืองทรอมโซ (TROMSO) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของนอร์เวย์อยู่ในเขตมณฑลทรอมทางตอนเหนือของนอร์เวย์และทางตอนเหนือของคาบสมุทรสแกนดิเนเวียน อีกทั้งยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุด ในเขตอาร์คติกเซอร์เคิล (ARCTIC CIRCLE) อีกด้วย

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่าน ชมย่านใจกลางเมือง ให้ท่านได้ชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรมที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะเหล่าอาคารบ้านไม้เก่าแก่ที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันสดใสฉูดฉาด

นำท่านเข้าชม มหาวิหารอาร์คติก (ARCTIC CATHEDRAL) มหาวิหารที่สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ สร้างขึ้นในปี 1965 อีกทั้งยังมีโครงสร้างโดดเด่นซึ่งได้รับแรงบันดาลใจ ในการสร้างมากจากสภาพภูมิทัศน์ในแบบภาคเหนือของนอร์เวย์ มหาวิหารอาร์คติกยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของเมืองทรอมโซ เพราะเป็นบริเวณที่นักท่องเที่ยวสามารถชมแสงเหนือได้อย่างสวยงามอีกด้วย

นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ขั้วโลก (POLAR MUSEUM) อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่ อยู่ในอาคารไม้สีแดง ตั้งอยู่บนท่าเทียบเรือ เป็นอีกหนึ่งอาคารแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1830 ภายในมีการจัด   แสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของภูมิภาค การสำรวจขั้วโลก รวมไปถึงพื้นที่ในแถบอาร์กติก นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเกี่ยวกับการล่าสัตว์ในเขตอาร์กติก ซึ่งได้แก่ ปลาวาฬ หมีขั้วโลก แมวน้ำ และสิงโตทะเล จากนั้นให้ท่านได้พักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม CLARION THE EDGE หรือระดับเทียบเท่า

3

วันที่สามของการเดินทาง

ทรอมโซ – ชมเมือง – ล่องเรือชมวาฬ – ขับ SNOWMOBILE ตามหาแสงเหนือ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่าน ล่องเรือชมวาฬ ลัดเลาะไปตามชายฝั่งฟยอร์ดของเมืองทรอมโซ ในช่วงฤดูหนาว เมื่อฝูงปลาเฮอร์ริ่ง (HERRING) ซึ่งเป็นอาหารของวาฬนานาชนิด มารวมตัวกันอยู่ที่ชายฝั่งของเมืองทรอมโซเป็นโอกาสเหมาะของการล่องเรือชมวาฬ โดยท่านจะสามารถพบเห็น

วาฬหลังค่อม (HUMPBACK WHALE) วาฬเพชฌฆาต (KILLER WHALE) และวาฬฟิน (FIN WHALE) ตามธรรมชาติ เริงร่าอยู่ในทะเล กำลังกินปลาตัวเล็กตัวน้อยเป็นอาหารบ้างก็ว่ายเล่นกับคลื่นลม บ้างก็ว่ายเล่นกับแสงเหนือ ในวันท้องฟ้าสีดำสนิทหรือสีฟ้าเข้ม ในช่วง POLAR NIGHT ของเมืองทรอมโซ ถือเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าของนักท่องเที่ยวที่พบเห็น เรือจะนำท่านล่องไปบริเวณต่างๆที่ได้รับแจ้งว่ามีวาฬ ให้ท่านได้ถ่ายรูป และชื่นชมกับบรรยากาศโดยรอบ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

(ขอสงวนสิทธิ์ในกรณีที่บริษัทเรือยกเลิกให้บริการ  อันเนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวยทาง บริษัทจะจัดหากิจกรรมอย่างอื่น เพื่อเป็นการทดแทน)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน นั่งเคเบิ้ลคาร์สู่ยอดเขาสโตรสไตเนิน (STORSTEINEN MOUNTAIN) เป็นยอดเขาสูงที่มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองทรอมโซและบริเวณใกล้เคียงที่มีลักษณะเป็นเกาะใหญ่แยกจากกันโดยมีร่องน้ำซึ่งเกิดจากการกัดเซาะตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง กลายเป็นฟยอร์ดอยู่โดยรอบ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจของเมืองทรอมโซจากมุมสูง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านตามล่าหาแสงเหนือ กิจกรรมอันดับหนึ่งของการท่องเที่ยวแบบตะลุยหิมะด้วยการ ขับขี่สโนว์โมบิล (SNOWMOBILE) พาหนะที่คล่องตัวที่สุดในการเดินทางบนหิมะหรือน้ำแข็ง โดยท่านจะได้รับคำแนะนำในการขับขี่ที่ถูกต้อง สนุกสนานและปลอดภัย จากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ และชำนาญเส้นทางในการเดินทางท่อง เที่ยวแบบสโนว์โมบิลซาฟารี โดยทางบริษัท ฯ จะมีการจัดเตรียมเครื่องกันหนาวให้ท่านอย่างครบถ้วนตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า นำท่าน ขับขี่สโนว์โมบิล ลัดเลาะไปบนทุ่งน้ำแข็งกว้างสู่บริเวณที่สูงและท้องฟ้าโปร่งเพื่อตามหาแสงเหนือ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

**ทั้งนี้การตามล่าหาแสงเหนือ ไม่อาจยืนยันได้แน่นอน ว่าท่านจะพบเห็นแสงเหนือทุกครั้งที่ออกเดินทาง เนื่องจากการเห็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย การเกิดแสงเหนือ ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันนั้นๆ สภาพท้องฟ้า ก้อนเมฆ และค่าชี้วัดการสั่นสะเทือนของสนามแม่เหล็กโลก (KP INDEX) ซึ่งค่า KP จะมีความแน่นอนต่อเมื่อเช็คค่าชี้วัด 2-3 ชั่วโมงล่วงหน้าเท่านั้น**

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม CLARION THE EDGE หรือระดับเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ทรอมโซ – นั่งรถลากเลื่อนโดยกวางเรนเดียร์ไปหมู่บ้านชาวซามิ   นาร์วิค – รับประทานอาหารค่ำบนยอดเขา และชมแสงเหนือ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นให้ท่านได้มีโอกาสเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ท่านจะต้องประทับใจไม่รู้ลืมด้วยการ นั่งรถลากเลื่อนโดยกวางเรนเดียร์ (REINDEER-SLEDDING) ยานพาหนะของซานตาครอส เพื่อไปยังหมู่บ้านชาวซามิ (SAMI VILLAGE) ชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บริเวณเมืองทรอมโซ ระหว่างทางไกด์ท้องถิ่นที่เป็นชาวซามิจะบอกเล่าเกี่ยวกับประวัติและการตั้งถิ่นฐานของชาวซามิในเขตแลปแลนด์ (LAPLAND) เมื่อเดินทางถึง ท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวซามิ โดยต้อนรับท่านอย่างอบอุ่นเข้าสู่กระโจมของชาวซามิ (LAVVO) บริการท่านด้วยซุปร้อนๆ ที่เรียกว่า BIDUS ทำจากเนื้อสัตว์ มันฝรั่งและแครอท ใช้สำหรับในการแต่งงาน เสริฟพร้อมกับขนมปัง และพร้อมชมการแสดงพื้นเมืองของชาวซามิ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองนาร์วิค (NARVIK) (250 กิโลเมตร) เมืองทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ที่แวดล้อมด้วยภูเขาและทะเลอันกว้างใหญ่ มีชื่อเสียงในเรื่องของพื้นที่การเล่นสกีที่มีความเป็นเอกลักษณ์ โดยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมากในช่วงฤดูหนาว อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการดูแสงเหนือ พร้อมกับแนวชายฝั่งฟยอร์ดและวิวภูเขาที่รายล้อมเมืองอย่างสวยงาม อีกทั้งยังเป็นเมืองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสอีกด้วย จนกระทั่งเดินทางถึง เมืองนาร์วิค

จากนั้นนำท่าน ขึ้นสู่ยอดเขา NORTHERN LIGHTS LODGE เพื่อชมวิวเมืองนาร์วิคจากมุมสูงยามค่ำคืน นำท่านชม ปรากฏการณ์แสงเหนือและดวงดาวนับร้อยที่ปรากฏเหนือเมืองนาร์วิค เป็นประสบการณ์อันน่าประทับใจ อิสระให้ท่านถ่ายรูปและชมแสงเหนือ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

นาร์วิค – สโววาร์ เกาะลอฟโฟเทน – ชมเกาะ – ตามล่าแสงเหนือ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมหลังอาหารเช้า นำท่านเดินทางสู่ เมืองสโววาร์ (SVOLVAER) (240 กิโลเมตร) หมู่เกาะลอฟโฟเทน (LOFOTEN ISLANDS) ตั้งอยู่ที่เมือง NORDLAND ประเทศนอร์เวย์ เป็นหมู่บ้านของชาวประมงที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาการหาปลาในช่วงฤดูหนาว และทำปลาตากแห้งส่งออกที่มีชื่อเสียง  โด่งดังไปทั่วโลก เอกลักษณ์ที่สำคัญของหมู่เกาะแห่งนี้ก็คือ

กระท่อมสีแดงแบบดั้งเดิม (RORBUER) ของชาวประมง ที่กลายเป็นสีสันริมชายฝั่ง ที่ไม่ว่าใครได้มาเยือนก็ต้องถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกไปซะทุกราย เป็นหนึ่งในสถานที่สำหรับการดูแสงเหนือที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของนอร์เวย์ เนื่องจากความมหัศจรรย์  ทางธรรมชาติที่ถูกเสกสร้างมาอย่างพิถีพิถัน มีผืนน้ำสีฟ้าคราม ท้องฟ้าสีใส ภูเขาสูงตระหง่าน แทรกแซมด้วยบ้านชาวประ  มงทรงสวยแปลกตา นับว่าเป็นเมืองสวยท่ามกลางธรรมชาติที่ดูคล้ายเมืองในจินตนาการมากกว่าความจริง การเดินทางครั้งนี้จะนำท่านท่องเที่ยวบนถนนสายธรรมชาติ เส้น E10 (SCENIC ROUTE) นำท่านสู่เมืองยอดฮิตต่างๆบนหมู่เกาะลอฟโฟเทน ให้ท่านได้แวะเก็บภาพความประทับใจในจุดต่างๆกันอย่างเพลิดเพลิน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองท่า HENNINGSVAER (25 กิโลเมตร) เป็นเมืองท่าและหมู่บ้านชาวประมงที่ปัจจุบันชาวบ้านยังคงประมงกันอยากคึกคัก เป็นอีกเมืองยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต่างพากัน  มาแวะเวียน ซึ่งจุดเด่นของเมืองนี้คือบ้านชาวประมงสีแดง (RORBUER) ตั้งอยู่ริมทะเล มีอ่าวจอดเรือประมงเรียงรายอยู่มากมาย เป็นภาพที่สวยงามตัดกับวิวภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว ถือเป็นภาพที่สวยงามไม่น้อย ให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองสโววาร์ (SVOLVAER) (55 กิโลเมตร)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านสัมผัสประสบการณ์ ตามล่าแสงเหนือ โดยรถโค้ชปรับอากาศ นำท่านเดินทางเพื่อหาบริเวณที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง เหมาะแก่การชมปรากฏการณ์แสงเหนือ โดยนำท่านไปยังบริเวณที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือมากที่สุดในค่ำคืนนั้น ทั้งนี้ท่านควรนำเครื่องกันหนาวติดตัวไปด้วยระหว่างเดินทาง สำหรับลงจากรถเพื่อถ่ายรูปกับแสงเหนือ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการตามหาแสงเหนือ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม THON LOFOTEN หรือระดับเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

หมู่เกาะลอฟโฟเทน – ชมเมือง – ตามล่าแสงเหนือ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง เมือง REINE (120 กิโลเมตร) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ ระหว่างสองข้างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันสวยงามแปลกตา ไปตามถนนสาย E10 ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักสายเดียวของหมู่เกาะลอฟโฟเทน นำท่านเดินทางผ่านถนนเส้นเล็กๆเชื่อต่อระหว่างเกาะเล็กเกาะน้อย ข้ามสะพานต่างๆ จนกระทั่งเดินทางถึง เมือง REINE ให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง และถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง หมู่บ้าน Å (10 กิโลเมตร) เป็นหมู่บ้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดบนหมู่เกาะ LOFOTEN อันเป็นจุดสิ้นสุดของถนนสายหลัก E10 ซึ่งถือว่าเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากจาก  นักท่องเที่ยว

นำท่านชม พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมง (NORWEGIAN FISHING VILLAGE  MUSEUM) ซึ่งท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงที่อาศัยอยู่บนหมู่เกาะลอฟโฟเทน ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 250 ปี ในหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีสถานที่ต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม อาทิ โรงงานผลิตน้ำมันตับปลาคอด (COD LIVER OIL FACTORY), ร้านขายเบเกอรี่ และร้านขายของที่ระลึกต่างๆ (หมายเหตุ : ร้านค้าและโรงงานต่างๆอาจปิดทำการเนื่องจากวันหยุดเทศกาล โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า) ให้ท่านได้เดินเล่นชมหมู่บ้าน และเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองสโววาร์ (SVOLVAER) (130 กิโลเมตร)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านสัมผัสประสบการณ์ ตามล่าแสงเหนือ โดยรถโค้ชปรับอากาศ นำท่านเดินทางเพื่อหาบริเวณที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง เหมาะแก่การชมปรากฏการณ์แสงเหนือ โดยนำท่านไปยังบริเวณที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือมากที่สุดในค่ำคืนนั้น ทั้งนี้ท่านควรนำเครื่องกันหนาวติดตัวไปด้วยระหว่างเดินทาง สำหรับลงจากรถเพื่อถ่ายรูปกับแสงเหนือ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการตามหาแสงเหนือ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม THON LOFOTEN หรือระดับเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

สโววาร์ เกาะลอฟโฟเทน – สนามบิน – บอร์โด – ชมเมือง

เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

11.35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองบอร์โด โดย สายการบิน WIDEROE เที่ยวบิน WF 829

12.00 น. เดินทางถึง เมืองบอร์โด (BODO) เป็นเมืองอยู่ทางตอนเหนือของอาร์กติกเซอร์เคิล มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตนอร์ดแลนด์ (NORDLAND) และเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภาคเหนือของประเทศนอร์เวย์

บ่าย  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารกลางวันนำท่านเข้าชม มหาวิหารเมืองบอร์โด (BODO CATHEDRAL) ถูกสร้างขึ้นในช่วง ปี 1956 เป็นมหาวิหารที่ค่อนข้างมีความทันสมัย และมีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองโบโด โดยสิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดก็คงจะเป็นหอ ระฆังที่มีความสูงถึง 36 เมตร และการประดับประดาหน้าต่างที่สวยงาม

จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์การบินนอร์เวย์ (NORWEGIAN AVIATION MUSEUM) ชมพิพิธภัณฑ์การบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตสแกนดิเนเวีย เป็นสถานที่สำหรับเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การบิน รวมไปถึงบทบาทที่สำคัญของการบินในช่วงยุคสงครามเย็นอีกด้วย พิพิธภัณฑ์การบินนอร์เวย์ ถูกเปิดใช้ 1994 และถูกเปิดใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1998 ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเกี่ยวกับ หอควบคุมการบิน เครื่องบินรุ่นต่างๆ รวมไปถึงเครื่องบินโบราณอีกจำนวนมาก จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม SCANDIC BODO หรือระดับเทียบเท่า

8

วันที่แปดของการเดินทาง

บอร์โด – สนามบิน – ออสโล – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

11.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงออสโล (OSLO) โดย สายการบินสแกนดิเนเวียนแอร์ไลน์ เที่ยวบิน DY 345

12.30 น. เดินทางถึง กรุงออสโล (OSLO) นครหลวงแห่งนอร์เวย์ เมืองสวยในเขตชายฝั่งทะเลแบบฟยอร์ดของยุโรปเหนือ ที่มีบรรยากาศงดงามด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยที่มีอยู่มากมาย

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นอิสระให้ท่าน ช้อปปิ้งอย่างจุใจบริเวณย่านคาร์ลโจฮันเกท (KARL JOHANS GATE) เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่เลื่องชื่อของเมืองออสโลสินค้าของฝากที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว คือ เครื่องครัว พวงกุญแจเป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม สินค้าและของที่ระลึกต่างๆที่ขายกันในประเทศนี้จะมีราคาค่อนข้างสูงเนื่องจากนอร์เวย์เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกประเทศหนึ่งจนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม THON HOTEL OPERA หรือระดับเทียบเท่า

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

ออสโล – ชมเมือง – สนามบิน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่าน ชมเมืองออสโล แวะถ่ายรูปกับ ศาลาว่าการเมืองออสโล (OSLO CITY HALL) เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามด้วยลักษณะของอาคารหอคอยคู่ ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำ ออสโลฟยอร์ด (OSLO FJORD) อีกทั้งโรงละครแห่งชาติ (THE OSLO OPERA HOUSE) หนึ่งในโครงการปรับปรุงบริเวณชายฝั่งของออสโลให้เกิดเป็นพื้นที่ที่มีประโยชน์ และการปรับผังการจราจรของชายฝั่งด้านตัวเมืองออสโล

ผ่านชมพระบรมมหาราชวัง (ROYAL PALACE) และ AKERHUS FORTRESS สถานสำคัญประจำเมืองและมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามโดดเด่นที่เหมาะแก่การแวะชมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบิน

13.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพ ฯ โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 955

10

วันที่สิบของการเดินทาง

ออสโล – กรุงเทพ

06.20 น.  เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..

หมายเหตุ บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 20 ท่าน 

อัตรานี้รวม  ·  ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นทัศนาจรตามที่ระบุในรายการ

  • ค่าโรงแรมที่พักที่ระบุในรายการ / ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ / ค่าวีซ่า
  • ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงาน คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
  • ค่าพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรม 1 ใบ/ท่าน/โรงแรม (***เฉพาะโรงแรมที่มีบริการพนักงานยก กระเป๋าในช่วงปีใหม่***)
  • ค่าทิปคนขับรถ
  • น้ำดื่มบนรถ วันละ 1 ขวด / คน / วัน

อัตรานี้ไม่รวม   ·  ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการ

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์คนไทย

 

การจอง และชำระเงิน     กรุณาส่งสำเนา PASSPORT หน้าแรก แฟกซ์มายังบริษัทฯ พร้อมชำระเงินค่ามัดจำ

                                      ท่านละ 50,000 บาท สำหรับส่วนที่เหลือทั้งหมด กรุณาชำระก่อนการเดินทาง 30 วัน

(หากไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ยินดีให้บริษัทฯทำการยกเลิกและยินยอมให้ยึดเงินมัดจำทันที)

การไม่รับจองทัวร์ :  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับจองทัวร์สำหรับลูกค้าดังต่อไปนี้

  • เด็กที่มีอายุระหว่างแรกเกิดถึง 2 ขวบ
  • ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ หรือ ไม้เท้า
  • ผู้เดินทางที่บ่งบอกการเป็นบุคคลไร้ความสามารถ

หมายเหตุ    ·  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย

                     จนไม่อาจแก้ไขได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

  • หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะไม่

    รับผิดชอบต่อค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

  • รายการนี้เป็นเพียงการเสนอราคาที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรอง

ที่นั่งกับสายการบิน และโรงแรมที่พัก อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

  • สตรีมีครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย สำหรับกระเป๋าเดินทาง

    กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง

การยกเลิก *** กรณีที่ท่านจองและจ่ายค่ามัดจำแล้วมีการยกเลิก (ก่อนเงื่อนไขตามกำหนดวันที่ทำการยกเลิก

ด้านล่าง) บริษัทฯ ขอคิดค่าทำงานท่านละ 1,000.- บาท พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามความเป็นจริง (ถ้ามี) ***

  • ยกเลิกก่อน    31-60      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน    15-30      วันทำการ  เก็บค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน 8-14      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่าทัวร์ทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน   1-7       วันทำการ  เก็บ 100% ของค่าทัวร์ทั้งหมด

หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ยกเว้นเงื่อนไขในการยกเลิกการเดินทางตามกำหนดวันที่ระบุข้างต้น

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ และขอคิดค่าใช้จ่ายในการยกเลิกตามความเป็นจริง

เนื่องจากเป็นช่วง Peak Period  ทางโรงแรม , สายการบิน และบริษัทรถโค้ช ฯลฯ ค่อนข้างแน่น

และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 100%  ซึ่งไม่สามารถทำการยกเลิกได้ )

การโอนเงิน      ผ่านธนาคาร บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด

           ธนาคารกรุงเทพฯ / สาขาโชคชัย 4 / บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 230-0-19191-9

เมื่อท่านจองทัวร์และชำระค่ามัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในเงื่อนไขและรายละเอียดที่ทางบริษัทแจ้งไว้ทั้งหมด

*** บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ อันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง

สภาพดินฟ้าอากาศ การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ โดยการพิจารณาของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ***

**การตามล่าหาแสงเหนือ ไม่อาจยืนยันได้แน่นอน ว่าท่านจะพบเห็นแสงเหนือทุกครั้งที่ออกเดินทาง เนื่องจากการเห็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย การเกิดแสงเหนือ ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันนั้นๆ สภาพท้องฟ้า ก้อนเมฆ และค่าชี้วัดการสั่นสะเทือนของสนามแม่เหล็กโลก (KP INDEX) ซึ่งค่า KP จะมีความแน่นอนต่อเมื่อเช็คค่าชี้วัด 2-3 ชั่วโมงล่วงหน้าเท่านั้น**