30 ต.ค –  5 พ.ย 63 / 19-24  พ.ย 63  /  03  – 08  ธ.ค 63 /  10 – 15  ธ.ค 63 / 07 – 12 ม.ค 64 / 11 – 16 กพ 64 / 18 – 23 กพ 64/ 04 – 09 ม.ค 64
วันเดินทาง


ทัวร์ไทย
HERITAGE OF NORTH

กำหนดการเดินทาง : 30 ต.ค –  5 พ.ย 63 / 19-24  พ.ย 63  /  03  – 08  ธ.ค 63 /  10 – 15  ธ.ค 63 / 07 – 12 ม.ค 64 / 11 – 16 กพ 64 / 18 – 23 กพ 64/ 04 – 09 ม.ค 64

จังหวัด :  พิษณุโลก – สุโขทัย – ตาก – ลำปาง – ลำพูน – เชียงใหม่  

สายการบิน :  แอร์เอเชีย 

ราคา : 39,900 บาท

จองด่วน! กรุ๊ปพิเศษเทศกาลลอยกระทง

สัมผัสกับมรดกอันล้ำค่าทางธรรมชาติและวัฒนธรรมทางภาคเหนือของไทย ที่ต่างชาติยกย่องและใฝ่ฝันอยากจะมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต ท่านจะประทับใจกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต แบบดั้งเดิมของชาวเหนือ ชมธรรมชาติที่สร้างสรรค์มาอย่างวิจิตรบรรจงแบบ UNSEEN THAILAND ท่านจะประทับใจไม่รู้ลืมในทริปนี้

พิเศษสุดของทริป!!! : งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย 

พิเศษสุดของทริป!!! : งานประเพณีลอยกระทงสาย จังหวัดตาก

พิเศษสุดของทริป!!! : ถ้ำสีฟ้า ที่เที่ยวธรรมชาติสุดอลังการ สุด UNSEEN แห่งเดียวของ จ.ตาก

พิเศษสุดของทริป!!! : วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ สุด UNSEEN แห่งเดียวของ จ.ลำปาง 

30  ต.ค –  5 พ.ย 63 ลอยกระทง

19-24  พ.ย 63  /  03  – 08  ธ.ค 63 /  10 – 15  ธ.ค 63 / 07 – 12 ม.ค 64 / 11 – 16 กพ 64 / 18 – 23 กพ 64/ 04 – 09 ม.ค 64

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันที่หนึ่งของการเดินทาง

กรุงเทพฯ – พิษณุโลก – วัดพระศรีมหาธาตุฯ – สวนบัวอมรรัตน์ – สุโขทัย

05.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารที่ 1 ขาออกภายในประเทศ เคาน์เตอร์แถวที่ 9 และ 10 เคาน์เตอร์สายการบินแอร์เอเชีย เจ้าหน้าที่ของบริษัท เร้นจ์ฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง *** บริการทุกท่านด้วยอาหารเช้า และเครื่องดื่ม ร้าน Starbucks ***

06.55  น. เดินทางสู่ จังหวัดพิษณุโลก โดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3308 (บนเครื่องบินจะไม่มีบริการน้ำและอาหารบนเครื่องบิน)

07.55  น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานจังหวัดพิษณุโลก เป็นจังหวัดตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศไทย แบ่งการปกครองส่วนภูมิภาคออกเป็น 9 อำเภอ มีเทศบาลนครพิษณุโลกเป็นเขตเมืองศูนย์กลางของจังหวัดและเป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับแขวงไชยบุรี ประเทศลาวทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด เป็นจังหวัดเดียวของภาคกลางที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศลาวรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว รถตู้ VIP รอรับท่าน

เพื่อนำทุกท่านเดินทางสู่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร  (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที) วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ วัดใหญ่ หรือ วัดพระศรี พระประธานองค์ใหญ่ที่ประดิษฐาน ในวิหารคือ “พระพุทธชินราช” ชาวเมืองพิษณุโลกก็นิยมเรียกกันว่า “หลวงพ่อใหญ่” ตามไปด้วย วัดใหญ่นับเป็นพระอารามหลวงที่สำคัญของจังหวัด

เพราะเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวเมืองและชาวไทยทั้งประเทศ ตั้งอยู่ที่ถนนพุทธบูชา ตำบลในเมือง ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองเมื่อ พ.ศ. 1900

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารแพภูฟ้าไทย

บ่าย ท่านเดินทางสู่ สวนบัวอมรรัตน์ แหล่งปลูกบัวกระด้งยักษ์ขนาดใหญ่ที่แผ่กระจายไปเต็มพื้นที่ของบ่อน้ำ ที่นี่คือจุดเช็กอินที่นักท่องเที่ยวต้องห้ามพลาด เจ้าของสวนบัวอมรรัตน์  นายธรรมรงค์ สิริพัฒนาเปิดเผยว่า เมื่อช่วงปลายปี พ.ศ.2558 ตนเองเริ่มทดลองปลูกบัวพันธุ์วิกตอเรียเพราะต้องการสร้างสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร บวกกับว่า

สวนบัวอมรรัตน์ ตั้งอยู่ใกล้เคียงมหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงครามพิษณุโลก ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักศึกษาเรียนจบ ตนเองจึงมีแนวคิดปลูกบัวกระด้งหรือบัววิกตอเรียขึ้นมาเพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับถ่ายภาพสร้างความประทับใจให้แก่บัณฑิตจบใหม่ แต่เมื่อมีการเผยแพร่ภาพบัวกระด้งในสื่อสังคมออนไลน์ ก็ปรากฏว่ามีผู้ที่ชื่นชอบ บัวกระด้งเข้ามาเที่ยวชมกันเป็นจำนวนมากให้ท่านได้ยืนถ่ายภาพในใบบัวขนาดใหญ่นี้ตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านสู่ นาข้าวคาเฟ่ ร้านนี้อยู่กลางทุ่งนา ตัวร้านเป็นอาคาร 2 ชั้น ออกแบบสวยงาม โดดเด่น ท่ามกลางทางเดินไม้ไผ่ เจ้าของร้านตั้งใจให้ร้าน เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจทั้งทานอาหารและนั่งพักทานกาแฟชมวิว ถ่ายรูป มีบริการอาหาร เครื่องดื่มหลากหลาย มีจุดให้ถ่ายรูปทั้งในร้านและนอกร้านยังมีทางเดินไม้ไผ่ให้เดินเล่นชมทุ่งนา ให้บรรยากาศที่สวยงามสุดลูกตา อิสระถ่ายภาพตามอัธยาศัยจนได้เวลาพอสมควร

นำทุกท่านเดินทางสู่ จังหวัดสุโขทัย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) สุโขทัย เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางของประเทศไทย เป็นที่ตั้งอาณาจักรแรกของชนชาติไทยเมื่อ 700 กว่าปีที่แล้ว คำว่า “สุโขทัย” มาจากสองคำ คือ “สุข+อุทัย” หมายความว่า “รุ่งอรุณแห่งความสุข” รอยอดีตแห่งความรุ่งเรือง เห็นได้จากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นที่รู้จักของชาวไทยและต่างประเทศ เดินทางถึง จังหวัดสุโขทัย

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก  SRIWILAI SUKHOTHAI RESORT & SPA

https://www.sriwilaisukhothai.com

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของรีสอร์ท

2

วันที่สองของการเดินทาง

 สุโขทัย–ทุ่งเสลี่ยม–โด่แม่ถัน–วัดพิพัฒน์มงคล-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  กิจกรรมพิเศษ  ทำกระทงธรรมชาติด้วยตัวเอง

 เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม

นำทุกท่านสู่ อำเภอทุ่งเสลี่ยม (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เพื่อเดินทางเท้าพิชิตยอดเขา “โด่แม่ถัน” ที่บ้านเชิงผา ต.กลางดง โดยเดินเท้าลัดเลาะไปตามเส้นทางเก็บหาของป่า ไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ระหว่างสองข้างทางอุดมไปด้วยดอกไม้ป่าตามฤดูกาล ทั้งดอกเอื้องพร้าวสีขาว และดอกเข้าพรรษาสีเหลือง ที่มีอยู่จำนวนมาก ตามสภาพทางบนพื้นดินสลับกับหิน มีลำไผ่ และต้นไม้ธรรมชาติเป็นราวจับ ระยะทางประมาณ 600 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็มาถึงยอดเขาโด่แม่ถัน ภูเขาหินปูน ซึ่งมีต้นจันทร์ผา และต้นปรงป่า ขึ้นอยู่อย่างสวยงาม ลำต้นขนาดใหญ่อายุนับร้อยปี ตรงยอดเขาบริเวณนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์สวยงามรอบทิศ ถือว่าเป็นจุดไฮไลน์แห่งใหม่ที่พลาดไม่ได้

จากนั้นนำทุกท่านสู่ วัด   ตั้งอยู่ อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย แต่เดิมวัดแห่งนี้เป็นวัดร้างกลางทุ่งนา สันนิษฐานว่าเป็นวัดมาก่อนประมาณ 700 ปี ไม่ปรากฏหลักฐานในทางประวัติศาสตร์ แต่พบเพียงรากฐานอุโบสถ เจดีย์โบราณ ซึ่งจมอยู่ใต้พื้นดินลึกลงไปประมาณ 1.50 เมตร ตรงใจกลางวัดในปัจจุบัน วัดพิพัฒน์มงคล เป็นที่รู้จักกันดีไปทั้งประเทศ จนถึงยังต่างประเทศถือเป็นสถานธรรม ซื่อดังอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย และยังเป็นแหล่งสถานที่ศึกษาเชิงพุทธศาสนา และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ โดยมีหลวงพ่อพระครูวรคุณประยุต พระอาจารย์พิพัฒน์มงคล เจ้าอาวาสและเจ้าคณะอำเภอ ทุ่งเสลี่ยม ก่อตั้งสร้างวัดและ ได้พัฒนาถาวรวัตถุต่าง ๆ ที่จัดว่าเป็นเอกลักษณ์ วิจิตรเชิงศิลปะโบราณทรงไทยล้านนาขึ้นเป็นจำนวนมากในวัดแห่งนี้ เช่น โบสถ์เรือนแก้ว วิหารล้านนา ลานศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลีนักธรรมการพัฒนาและการปฏิบัติธรรม รวมทั้งพระพุทธรูปทองคำ ศิลปะสมัยกรุงสุโขทัยที่ประดิษฐานและสร้างซื่อเสียง โด่งดังมาควบคู่กับวัดและจังหวัดสุโขทัย รวมระยะเวลา 26 ปี  บนพื้นที่ 119  ไร่ ของการสร้างวัด คณะศรัทธาพุทธศาสนิกชน ร่วมบุญสร้างวัดกับหลวงพ่อพิพัฒน์มงคล

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้าน DE MALA

บ่าย หลังรับประทานอาหารกลางวัน ให้ทุกท่านได้อิสระเที่ยวชมทั่วบริเวณของร้าน ที่ตกแต่งให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ทั้งสวนดอกไม้ ทุ่งนา สิ่งปลูกสร้างที่สวยงาม แปลงผักออแกนนิก รวมยังมีโซนสัตว์เลี้ยงเพื่อให้ผู้ที่มาเยือนได้ทำกิจกรรม

ทั้งชมม้ายูนิคอร์น ให้นมน้องแกะ ป้อนอาหารกระต่าย ฯลฯ หรือเลือกถ่ายรูปเก็บภาพความสวยงามตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาพอสมควรให้ทุกท่านได้ร่วม กิจกรรมทำกระทง ด้วยตนเองจากวัสดุธรรมชาติ (2 ท่าน ต่อกระทง 1 ใบ) ท่านจะได้ภาคภูมิใจกับกระทงที่มีชิ้นเดียวในโลก เพื่อในช่วงค่ำเราจะนำกระทงนี้ไปลอยกันที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร

นำทุกท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พักเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า : SRIWILAI SUKHOTHAI RESORT & SPA

พิเศษสำหรับลูกค้าเร้นจ์ ฯ : ทางบริษัทฯ ได้จัดเตรียมชุดไทยให้ทุกท่าน ท่านละ 1 ชุด เพื่อใส่ไปร่วมงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

17.00 น.นำทุกท่านเดินทางสู่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ครอบคลุมพื้นที่โบราณสถานกรุงสุโขทัย ศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรสุโขทัย อยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19 ผังเมืองสุโขทัยมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นกำแพงพูนดิน 3 ชั้น โดยการขุดเอาดินขึ้นมาถมเป็นกำแพง ภายนอกกำแพงเมืองในรัศมี 5 กม. มีโบราณสถานประมาณ 70 แห่ง สร้างขึ้นไว้ในพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ ภายในยังเหลือร่องรอยพระราชวังและวัดอีก 26 แห่ง วัดที่ใหญ่ที่สุดคือ วัดมหาธาตุ

อุทยานแห่งนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ โดยกรมศิลปากรด้วยความช่วยเหลือจากองค์การยูเนสโก  มีผู้เยี่ยมชมหลายพันคนต่อปี ซึ่งสามารถเดินเท้าหรือขี่จักรยานเที่ยวชมได้ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกแหล่งมรดกโลก ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์ที่กำแพงเพชรและศรีสัชนาลัยภายใต้ชื่อว่า  “เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร”ช่วงค่ำให้ทุกท่านได้ร่วมงาน ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ชมบวนแห่วัฒนธรรม 9 อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, การแสดง แสง เสียง Light and Sound, กิจกรรมข้าวขวัญวันเล่นไฟ, ตลาดย้อนยุค, จุด Landmark ถ่ายภาพ,

กิจกรรม DIY, การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP จากทั่วประเทศ, พิธีบวงสรวงบุรพกษัตริย์สุโขทัยทุกพระองค์, พิธีใส่บาตรรับรุ่งอรุณ, การประกวดนางนะมาศ กระทงเล็ก กระทงใหญ่ และโคมชักโคมแขวน, พิธีลอยพระประทีบพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และราชวงศ์ทุกพระองค์

*** เพื่อความสะดวกในการเที่ยวชมงาน อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย *** อิสระเที่ยวชมงานตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก SRIWILAI SUKHOTHAI RESORT & SPA

(แนะนำการแต่งกายสำหรับวันพรุ่งนี้ : มีกิจกรรมเดินเข้าถ้ำสีฟ้า ที่จังหวัดตาก ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่คล่องตัว รองเท้าผ้าใบ หมวก ไฟฉาย)

3

วันที่สามของการเดินทาง

สุโขทัย – ตาก – ถ้ำสีฟ้า – สะพานสมโภช กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองตาก เป็นจังหวัดในภาคตะวันตก หรือบางแห่งจัดอยู่ในภาคเหนือตอนล่างของไทย มีพื้นที่มากเป็นอันดับ 4 ของประเทศ แต่มีประชากรเบาบางที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ นับเป็นจังหวัดชายแดนที่สำคัญอีกจังหวัดหนึ่งของไทย มีประวัติศาสตร์เก่าแก่นับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่งดงามหลายแห่งด้วย เดินทางถึง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารข้าวเม่า ข้าวฟ่าง

บ่าย นำท่านสู่ที่เที่ยวธรรมชาติสุดอลังการ ‘ถ้ำสีฟ้า’ เป็นสถานที่เที่ยวสุดอันซีนใน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ภายในถ้ำมีความสวยงามของกลุ่มหินที่ถูกกัดกร่อนตามธรรมชาติ ที่รอให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัสกับความสวยงาม ภายในตัวถ้ำเมื่อเข้าไปจะพบกับอุโมงค์งวงช้าง กลุ่มหินที่ถูกกัดกล่อนจนเป็นโพรง มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับงวงช้างขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่ และที่มาของชื่อ ‘ถ้ำสีฟ้า’ เพราะเนื้อหินที่นี่จะมีสีออกสีฟ้า ไม่มีสีแดงหรือสีส้ม เหมือนถ้ำที่อื่นๆ เป็นความอลังการตามธรรมชาติที่สวยงามมาก *** การเที่ยวชมภายในถ้ำสีฟ้าควรปฎิบัติตามเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ***

ได้เวลาพอสมควร นำทุกท่านเดินทางสู่ จังหวัดตาก (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก WHITE HOUSE HOTEL TAK  เพื่อให้ทุกท่านได้เปลี่ยเสื้อผ้า พักผ่อนตามอัธยาศัย จนได้เวลาพอสมควร นำท่านสู่ สะพานสมโภช กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เป็นสะพานที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์มีอายุครบ 200 ปี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2525 โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก เพื่อเชื่อมสองฝั่งแม่น้ำปิงระหว่างเทศบาลเมืองตาก และตำบลป่ามะม่วง ซึ่งในอดีตสามารถใช้รถจักรยานและรถจักรยานยนต์สัญจร แต่ปัจจุบันเป็นสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์แม่น้ำปิงและมีการประดับไฟสวยงามมากในยามค่ำคืน โครงสร้างสะพานมีขนาดความกว้าง 250 เมตร ยาว 400 เมตร ฐานรากและจุดพื้นเป็นไม้โยงยึดด้วยลวดสลิงขนาดใหญ่

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ CHIDCHON RESTAURANT

กิจกรรมพิเศษ : ร่วมประเพณีลอยกระทงสาย ของจังหวัดตาก เป็นประเพณีที่นำเอาพระพุทธศาสนา ภูมิปัญญาชาวบ้าน งานศิลปวัฒนธรรมมาหล่อหลอมรวมกันจนเป็นรูปแบบที่โดดเด่นปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งจะแตกต่างจากจังหวัดอื่นเพราะส่วนประกอบของกระทงที่ใช้กะลามะพร้าว ประกอบกับแม่น้ำปิงที่ไหลผ่านจังหวัดตากจะมีสันทรายใต้น้ำทำให้เกิดเป็นร่องน้ำที่สวยงามตามธรรมชาติ เมื่อนำกระทงลอยกระทงจะไหลไปตามร่องน้ำดังกล่าวเกิดเป็นสายยาวต่อเนื่องของกระทงทำให้แสงไฟของกระทงส่องแสงระยิบระยับเป็นสายยาวตามความยาวของร่องน้ำมีความสวยงามมาก จึงได้มีการพัฒนารูปแบบจากการลอยในชุมชนมาเป็นการแข่งขันลอยกระทงสาย

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ตาก – ลำปาง – วัดพระธาตุลำปางหลวง – นั่งรถม้าชมเมืองลำปาง  วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม – ถนนคนเดินลำปาง

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ลำปาง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ  2 ชั่วโมง) เมืองลำปาง ตั้งอยู่ในแอ่งที่ราบล้อมรอบด้วยภูเขา มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนาน มีชื่อเรียกอย่างหลากหลายตั้งแต่ เขลางค์นคร, เวียงละกอน, นครลำปาง ฯลฯ ในภายหลังเป็นที่รู้จักกันดีอีกชื่อหนึ่งว่า “เมืองรถม้า” ที่สัมพันธ์กับเอกลักษณ์ของลำปาง เดินทางถึง เมืองลำปาง

นำท่านสู่ วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองลำปางมาแต่โบราณ ตามตำนานกล่าวว่ามีมา ตั้งแต่สมัย พระนางจามเทวี ในราวพุทธศตวรรษที่ 20 ตอนปลายเป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์ที่สุด แห่งหนึ่งของไทย

งดงามด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ มากมายพระธาตุลำปางหลวง เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของ คนปีฉลู ด้วยเริ่มสร้างในปีฉลูและเสร็จในปีฉลู เช่นกัน ฐานเป็นบัวลูกแก้ว ส่วนองค์เป็นทรงกลมแบบล้านนาภาย นอกบุด้วยทองจังโก ยอดฉัตรทำด้วยทองคำ มีลายสลักดุนเป็นลวดลายประจำยามแบบต่างๆ ลักษณะเจดีย์ แบบนี้ได้ส่งอิทธิพลให้พระธาตุหริภุญไชย และพระบรมธาตุจอมทอง ภายในองค์พระเจดีย์บรรจุพระเกศาและ พระอัฐิธาตุ จากพระนลาฎข้างขวา พระศอด้านหน้าและด้านหลัง ที่รั้วทองเหลืองรอบองค์พระธาตุมี    รูกระสุนปืนที่ หนานทิพย์ ช้างยิงท้าวมหายศปรากฏอยู่

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้าน HOME @KOKHA

บ่าย  นำท่านเดินทางโดย รถม้าชมเมืองลำปาง (รถม้า 1 คัน นั่งท่านละ 2 ท่าน) ซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทย เป็นรถแบบเปิดประทุน ที่นั่งผู้โดยสารคล้ายคลึงกับที่นั่งของจักรยานสามล้อ แต่มีขนาดใหญ่กว่า อยู่ทางตอนหลังของที่นั่งคนบังคับ ซึ่งมีระดับสูงกว่าเล็กน้อย เส้นทางจะผ่านแม่น้ำวัง ชมบ้านโบราณเก่าๆ สะพานแขวน และสถานที่สำคัญอีกหลายที่ เพื่อเดินทางสู่ วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำวัง บริเวณที่ตั้งวัดเป็นเนินดิน สูงขนาดใหญ่  เป็นวัดที่เก่าแก่และสวยงาม มีประวัติความเป็นมามากกว่า 500 ปี เคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต  เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมที่งดงามอีกวัดหนึ่งของลำปาง ไม่ว่าจะเป็นอุโบสถและพระวิหารสไตล์ล้านน่ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบพม่า มีลวดลายแกะสลักของอุโบสถที่อ่อนช้อยงดงาม อิสระเที่ยวชมตามอัธยาศัย จนได้เวลาพอสมควร  

นำท่านสู่  KIN CAFÉ  คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น บรรยากาศภายในร้านตกแต่งไปด้วยไม้สีน้ำตาลอ่อนทำให้ร้านดูสีอบอุ่น

มีมุมน่ารักๆ ให้เลือกนั่งและถ่ายรูปตามใจชอบ ส่วนในเรื่องของเมนูก็จะมีให้เลือกทั้งของหวาน เครื่องดื่มรวมไปถึงอาหาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก  WIENGLAKOR  HOTEL

https://wineglakor-lampang-th.book.direct/th-th

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ RIVERSIDE RESTAURANT

ช่วงค่ำนำท่านเดินเล่นที่ ถนนคนเดินลำปาง ตลาดแห่งนี้มีที่ตั้งขนานกับแม่น้ำวัง อยู่ในซอยตลาดจีนริมน้ำ โดยในอดีตมีชาวจีนจำนวนมากเข้ามาทำการค้าขายตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จึงทำให้ชาวบ้านเขาเรียกกันว่าตลาดจีน หรือ กาดกองต้า ที่แปลว่า ตลาดตรอกท่าน้ำ โดยทั้งสองข้างทางของกาดกองต้ามีอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ อายุเกือบร้อยปี เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างจีน ยุโรป และพม่าได้อย่างลงตัว กาดกองต้ามีทั้งร้านขายของที่ระลึก โปสการ์ดต่างๆ และของเก๋ๆอีกมากมาย สัมผัสวิถีชุมชนให้มากยิ่งขึ้น เดินช้อปและเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศเก่าๆของร้อยปีก่อนได้ที่กาดกองต้า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

ลำปาง – วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน – ต้มไข่ออนเซ็น – ลำปาง

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ  1.30 ชั่วโมง) วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ คือ Unseen Thailand ที่ต้องไปเยี่ยมชมสักครั้งในชีวิต วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาสูงในอำเภอแจ้ห่ม ในพื้นที่ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาท เดิมวัดแห่งนี้ชื่อวัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง

เนื่องจากบนวัดมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ ภายในบริเวณวัดแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกคืออุโบสถและเจดีย์ ชั้นที่สองคือที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท และชั้นสุดท้ายคือดอยพระบาท เป็นที่ประดิษฐานองค์พระธาตุสีทอง และเจดีย์สีขาวบนยอดเขาสูง และยังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่งดงาม

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านเดือนแดงครันทรี

บ่าย  นำท่านเดินทางสู่ บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) น้ำพุร้อนแห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เป็นบ่อน้ำร้อนที่พุดขึ้นมาจากพื้นดินมีอุณหภูมิแตกต่างกันออกไปในแต่ละบ่อ บ่อที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดมีความร้อนสูงถึง 100 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว ไฮไลท์ในการมาชมบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้คือความสวยงามของไอน้ำร้อนที่โพยพุ่งขึ้นมาจากบ่อน้ำร้อน มองดูคล้ายหมอกจางๆ ที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ บวกกับแสงแดดที่ส่องสะท้อนลงยังบ่อน้ำร้อน เป็นภาพความงดงามที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง

และอีกสิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้ ให้ท่านได้ลองต้มไข่ออนเซ็น ที่ใช้ความร้อนจากบ่อน้ำร้อนในการทำให้ไข่สุกเป็นไข่ออนเซ็นสไตล์ไทยที่อร่อยไม่เหมือนที่อื่น มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ อิสระให้ท่านได้ชิมไข่ออนเซ็นตามอัธยาศัย จนได้เวลาพอสมควร นำทุกท่านเดินทางกลับสู่ ตัวเมืองลำปาง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ขั่วโมง)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ SAENGWA THAI MODERN

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก  WIENGLAKOR  HOTEL

https://wineglakor-lampang-th.book.direct/th-th

6

วันที่หกของการเดินทาง

ลำปาง – วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร (ลำพูน) – เชียงใหม่    วัน นิมมาน – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำทุกท่านเดินทางสู่ วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)  เป็นปูชนียสถานสำคัญในภาคเหนือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่เมืองลำพูนมาอย่างยาวนานตั้งอดีตนับเวลามากกว่าพันปี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน เป็นองค์พระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีระกา พระบรมธาตุหริภุญไชย ภายในบรรจุพระเกศบรมธาตุบรรจุในโกศทองคำ ประดิษฐานในพระเจดีย์ ประกอบด้วยฐานปัทม์ แบบฐานบัวลูกแก้ว ย่อเก็จ ต่อจากฐานบัวลูกแก้วเป็นฐานเขียงกลมสามชั้น ตั้งรับองค์ระฆังกลม บัลลังก์ย่อเหลี่ยม สูง 25 วา 2 ศอก ฐานกว้าง 12 วา 2 ศอก 1 คืบ มีสัตติ- บัญชร (รั้วเหล็กและทองเหลือง) 2 ชั้น สำเภาทอง ประดิษฐานอยู่ประจำรั้วชั้นนอกทั้งทิศเหนือ

และทิศใต้ มีซุ้มกุมภัณฑ์ และฉัตรประจำสี่มุม และหอคอยประจำทุกด้านรวม 4 หอ บรรจุพระพุทธรูป นั่งทุกหอ นอกจากนี้ยังมีโคมประทีป และแท่นบูชาก่อประจำไว้เพื่อเป็นที่สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เชียงใหม่ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที) เชียงใหม่เป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยภูเขา ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ.1839 ในฐานะเมืองหลวงของอาณาจักร  ล้านนาซึ่งเป็นรัฐอิสระจนถึงปีพ.ศ. 2101 บริเวณเขตเมืองเก่าของเชียงใหม่ ยังคงมีซากกำแพงเมืองและคูเมืองโบราณที่ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและศาสนา และยังเป็นที่ตั้งของวัดทางพุทธศาสนาที่ก่อสร้างอย่างประณีตงดงามนับร้อยๆ แห่ง เดินทางถึง จังหวัดเชียงใหม่

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารJia Tong Heng Restaurant (MICHELIN PLATES 2020)

บ่าย อิสระให้ท่านเดินชม One Nimman วัน นิมมาน แลนด์มาร์คใหม่ล่าสุด ที่ตั้งอยู่ในย่านนิมมานเหมินท์

ย่านที่ชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวรู้จักในฐานะแหล่งช้อปปิ้งสินค้าไลฟ์สไตล์และงานออกแบบ

แหล่งรวมคาเฟ่และร้านอาหารดีไซน์เก๋ ด้วยโครงสร้างอาคารที่ก่อด้วยอิฐดินเผา มีซุ้มประตูโค้ง ได้กลิ่นอายล้านนาผสมสถาปัตยกรรมยุโรป

สมควรแก่เวลาให้ท่านได้พักผ่อน

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้าน Myst MAYA Rooftop Bar and Restaurant

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก VERANDA HIGH RESORT CHIANGMAI MGALLERY HOTEL

https://www.verandaresort.com/verandachiangmai/index.html

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

เชียงใหม่ – วัดอุโมงค์ – กาดหลวง – สนามบิน – กรุงเทพฯ                                                                                                   

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ วัดอุโมงค์  (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) วัดอุโมงค์ เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ปฎิบัติธรรม เป็นวัดสายป่า วัดอุโมงค์สร้างขึ้นในสมัยพญามังรายราว พ.ศ. 1839 เพื่อให้ฝ่ายอรัญวาสีจำพรรษา ต่อมาพญากือนา ทรงสร้างอุโมงค์ขึ้นเพื่อให้พระมหาเถระจันทร์ใช้เป็นที่วิปัสสนากรรมฐาน อุโมงค์นี้มีลักษณะเป็นกำแพงภายในเป็นทางเดินหลายช่องทะลุกันได้

ภายในอุโมงค์เคยมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง สันนิษฐานว่าวาดในระห ว่าง พ.ศ.1900-2000 แต่เดิมคงเป็นภาพจิตรกรรมเต็มบริเวณของทุกห้อง ส่วนใหญ่เป็นภาพดอกบัว ดอกโบตั๋น และ นกต่าง ๆ เช่น นกยูง นกกระสา นกแก้ว และนกเป็ดน้ำ ด้านบนอุโมงค์เป็นเจดีย์ที่มีอายุเก่าแก่ของล้านนา นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าสร้างประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 20 เป็นเจดีย์ทรงระฆัง มีชั้นทรงกลมประมาณ 3 ชั้นเหมือนกลีบบัวซ้อนกันอยู่ ด้านบนมีปลียอด ด้านหน้าอุโมงค์มีเศียรพระพุทธรูปหินสลักสกุลช่างพะเยา พ.ศ.1950 – 2100 บริเวณวัดเป็นสวนพุทธธรรม ติดตีนดอยสุเทพ ร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เป็นสวนป่าที่เหมาะกับการนั่งวิปัสสนา ด้านหลังเป็นสวนป่าและสวนสัตว์ซึ่งเป็นเขตอภัยทาน เดินเล่นได้ และเป็นสถานที่ดูนกที่ดีอีกแห่งหนึ่ง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านเฮือนม๋วนใจ๋ ( MICHELIN GUIDE 2020)

บ่าย นำท่านซื้อของฝากที่ ตลาดวโรรส หรือ กาดหลวง ตลาดที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่ มีสินค้าที่นักท่องเที่ยวจะมาหาซื้อของฝากกัน โดยเฉพาะสินค้าอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อ เช่น ไส้อั่ว แหนม น้ำพริกหนุ่ม แคปหมู นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวมอาหารพื้นเมืองราคาถูกอีกมาก อิสระตามอัธยาศัยจนได้เวลาพอสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินเชียงใหม่

17.25  น. เดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินไทยสมายล์ เที่ยวบินที่ WE165

20.20  น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…

 

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating