28 ธันวาคม 2560 – 6 มกราคม 2561
วันเดินทาง
เอมิเรตส์
สายการบิน
อิตาลี
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป : ทัวร์อิตาลีใต้ เที่ยวเมืองมรดกโลก ใน 4 แคว้นดังของอิตาลี 10 วัน (EK)

กำหนดการเดินทาง : 28 ธันวาคม 2560 – 6 มกราคม 2561
ประเทศ : อิตาลี
สายการบิน : สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 419/097
ราคา : 119,800 บาท

โรม – สเปอร์ลอนกา (แคว้นลาซิโอ) – คาปัว (แคว้นคัมพาเนีย) – ซอร์เรนโต้ – เส้นทางอมัลฟี่โค้สท์ – โพสิตาโน – อมัลฟี่ – ราเวลโล – เปสตุม – โพเทนซ่า (แคว้นบาซิลิกาต้า)– มาเทรา – อัลเบโรเบลโล (แคว้นปูลยา) – บารี – ซาเลอร์โน – ปอมเปอี – โรม

นำท่านสัมผัสความเป็นอิตาลีใต้ที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส ความเรียบง่ายสบายๆ สไตล์พื้นบ้านของคนภาคใต้ ที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบชิลๆ อาหารการกินที่เน้น SEAFOOD สดใหม่วันต่อวัน อาหารพื้นบ้านที่ท่านจะติดใจในรสชาติ ที่หาทานที่ไหนไม่ได้นอกจากที่นี่ ในบรรยากาศเมืองเก่า ทะเลใส ไร้มลพิษ

ของที่ระลึกพื้นบ้านแฮนด์เมดเอกลักษณ์ของแต่ละที่ ตบท้ายเมืองใหญ่อย่างกรุงโรม อลังการช้อปปิ้งสุดมันส์ และอีกหลากหลายที่ท่านจะประทับใจในการเดินทางอย่างแน่นอน

1

วันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคม 2560

กรุงเทพ ฯ – โรม 

23.50 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคานเ์ตอร ์T สายการบิน เอมิเรตส์ (EK) เจา้หน้าที่จาก บริษัท เร้นจ ์อินเตอรเ์นชั่นแนล แทรเวล จำกัด จะคอยต้อนรับ และ อำนวยความสะดวกแก่ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

03.00 น.  ออกเดินทางสู่ กรุงโรม โดย สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 419/097

2

วันศุกร์ที่ 29 ธันวาคม 2560

โรม – ชมเมือง – นครวาติกัน – โรมันฟอรัม (แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินดูไบ เวลา 06.45 – 09.00 น.)

12.40 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินฟูมิชิโน กรุงโรม เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี ที่มีทั้งความเก่าและความใหม่ซ้อนแทรกอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืน ตั้งอยู่บน แคว้นลาซิโอ (LAZIO) ตรงช่วงกลางของประเทศมีแม่น้ำไทเบอร์ (TIBER) ไหลผ่านกลางเมือง โรมจึงถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน สถานที่สำคัญ และเมืองเก่าโรมันจะอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำ ส่วนฝั่งซ้ายเป็นรัฐวาติกัน และเขตทราสเตเวเร (TRASTEVERE) ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของผู้มีฐานะ และปัจจุบันเป็นแหล่งร้านอาหาร และคาเฟ่แบบเก๋ๆ ทันสมัย

นำท่าน เข้าชมมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในกรุงวาติกัน นครรัฐอิสระ ศูนย์กลางศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ให้ท่านชมความยิ่งใหญ่ของศิลปะการออกแบบผลงานอันล้ำค่า โดยปรมาจารย์บราเมนเต้ ราฟาเอล และไมเคิล แองเจโล

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านชมกรุงโรม เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี เป็นศูนย์รวมของสถานที่ท่องเที่ยวที่ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และสถาปัตยกรรมที่สวยงามอลังการมากมาย

จากนั้นนำท่านเก็บภาพความยิ่งใหญ่บริเวณรอบนอกของ สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ อดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

นำท่านผ่านชม กลุ่มโรมันฟอรัม (Roman Forum) อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน ที่สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของอารยะธรรมโรมันในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก H10 ROMA CITTA หรือระดับเทียบเท่า

3

วันเสาร์ที่ 30 ธันวาคม 2560

โรม – สเปอร์ลอนกา(แคว้นลาซิโอ)– ชมเมือง– คาปัว (แคว้นคัมพาเนีย) ชมเมือง – ซอร์เรนโต – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสเปอร์ลอนกา (SPERLONGA)  (150 กิโลเมตร) เมืองสเปอร์ลอนกาตั้งอยู่ในจังหวัดลาติน่า (LATINA) แคว้นลาซิโอ (LAZIO) แคว้นเดียวกับเมืองหลวงอย่างโรม  อยู่ห่างจากกรุงโรมลงไปทางใต้  อยู่กึ่งกลางระหว่างโรมกับเนเปิลส์หรือนาโปลี ชื่อ Sperlonga หมายถึง ถ้ำ ซึ่งคงเป็นภูมิประเทศหลักของเมืองนี้

เดินทางถึง เมืองสเปอร์ลอนกา นำท่านชมเมือง สเปอร์ลอนกาเป็นเมืองท่องเที่ยวริมทะเล ตัวเมืองเก่าตั้งอยู่บนเขา มีทางเชื่อมเป็นบันไดหิน  สามารถเดินลัดเลาะลงไปสู่ทะเลด้านล่างได้  มีชายหาดที่เป็นที่นิยมของชาวอิตาเลียนในหน้าร้อนที่หนีร้อนจากกรุงโรมมาที่นี่ และยังเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวที่นิยมมาเยี่ยมชม และเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองคือบ้านเรือนสีขาวที่สร้างเรียงรายลดหลั่นกันลงไป

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่แคว้นคัมพาเนีย (CAMPANIA)  แคว้นทางตอนใต้ของอิตาลี สู่เมืองคาปัว (CAPUA) (80 กิโลเมตร) ซึ่งอยู่เหนือเมืองนาโปลี เดินทางถึงเมืองคาปัว นำท่าน ชมเมืองโบราณคาปัว  เมืองที่ถูกทำลายในระหว่างการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตก ชม Santa Maria Capua Vetere Amphitheater  (Anfiteatro Campano) ซากอัฒจันทร์โบราณที่ให้เห็นถึงร่องรอยประวัติศาสตร์จนได้เวลาสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซอร์เรนโต้  (SORRENTO) (85 กิโลเมตร) ที่มาของเพลง “คัมแบค ทู ซอร์เรนโต้ ” และเป็นบ้านเกิดของ เอนริโก คารูโซ (ENRICO CARUSO)  นักร้องโอเปราชื่อดัง เป็นเมืองในฝันที่งดงามล้ำเลิศ เมืองที่มีทัศนียภาพสวยงาม โดยเฉพาะเวลาตอนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า เดินทางถึง เมืองซอร์เรนโต้

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม  MEDITERRANEO SORRENTO หรือระดับเทียบเท่า

4

วันอาทิตย์ที่ 31 ธันวาคม 2560

ซอร์เรนโต– เส้นทางอมัลฟี่โค้สท์– โพสิตาโน- อมัลฟี–ราเวลโล– ซาเลอร์โน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านชมเมืองซอร์เรนโต้ เมืองตากอากาศเล็กๆ ริมอ่าวเนเปิ้ล แต่ชื่อเสียงของเมืองในฐานะเมืองท่องเที่ยวของอิตาลีนั้นไม่ได้เล็กตามขนาดของเมือง ตัวเมืองตั้งอยู่บนหน้าผาสูง และไล่ระดับลงมาตามความลาดชันจนลงมาถึงระนาบเดียวกันกับหาดทรายสีเทาที่ได้รับการจัดระเบียบไว้อย่างเรียบร้อย และมีชายฝั่ง Amalfi ที่เลียบริมทะเลไปตามหน้าผายาวถึง 50 กม.

นำท่านชม จัตุรัสทาซโซ่ (Piazza Tasso) ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง เป็นจัตุรัสที่เต็มไปด้วยสีสันของร้านรวงที่ตั้งเรียงรายตลอดสองข้างทางของถนนสายที่ได้ชื่อว่าเป็นช้อปปิ้งสตรีทอันมีชื่อเสียงของเมืองซอร์เรนโต้ พร้อมทั้งยังได้ชมวิถีชีวิตของผู้คนพื้นเมืองที่นิยมมานั่งจิบกาแฟ หรือมานั่งพูดคุยสังสรรค์กันในร้านอาหาร

นำท่านชมบริเวณโดยรอบจัตุรัสทาซโซ่ ที่เต็มไปด้วยโบสถ์ วิหาร ที่มีความโดดเด่นงดงามเป็นเอกลักษณ์ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบบารอค อิสระท่านเดินเล่นชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย จนได้เวลาสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางลัดเลาะชายฝั่งทะเลที่เรียกว่า อมัลฟี่โคสท์ (Amalfi Coast) ชายฝั่งทางตอนใต้ของคาบสมุทรซอร์เรนตีเนของอิตาลี (Sorrentine Peninsula) ซี่งได้รับการยกย่องว่าเป็นชายฝั่งที่สวยที่สุดในยุโรป โดยถนนจะแคบมาก และเส้นทางจะเลียบไปตามหน้าผาสูงชัน จนถึงเมืองหลัก 3 เมือง คือ โพสิตาโน อมัลฟี และราเวลโล เส้นทางเลียบชายฝั่งและเมืองทั้งสามได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปี ค.ศ.1997

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโพสิตาโน (POSITANO) (15 กิโลเมตร) ) เมืองเล็กๆแต่มีเสน่ห์ชวนให้หลงใหลตั้งอยู่ตามหน้าผาแคบ ๆ อันมียอดโดมของโบสถ์ซานตา มาเรีย อัสสันต้า เป็นสัญญลักษณ์ของเมือง ผ่านชมบ้านเรือนที่ตั้งเรียงรายอยู่บนหน้าผา ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศชวนมองอย่างไม่กระพริบตาตลอดเส้นทางที่ผ่าน จึงทำให้เมืองชายฝั่งทะเลในแคว้นคัมพาเนีย แห่งอิตาลีใต้นี้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี  

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เส้นทางคดเคี้ยวเลาะริมผา ชมธรรมชาติอันงดงามกับบ้านเรือนที่ถูกสร้างอย่างลงตัวบริเวณผาสูงสู่ เมืองอมัลฟี (AMALFI) (20 กิโลเมตร)  เป็นเมืองที่เคยมีอำนาจทางทะเล สมญานามว่า QUEEN OF MEDITERRANEAN  แต่ต่อมาคาดว่าเกิดแผ่นดินถล่มจมหายไปในทะเล เมืองนี้จึงกลาย เป็นเพียงเมืองเล็กๆ มีประชากรราว 3 พันคน มีมหาวิหารใหญ่ที่สวยงาม

เมืองนี้มีระบบการปกครองเหมือนกับเมืองเวนิส กล่าวคือเป็นระบบการปกครองโดยผู้ดำรงตำแหน่ง ดอจจ์ (DOGG)  ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ต่อมาในปี ค.ศ.1131 อมัลฟีตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกษัตริย์โรเจอร์ แห่งเนเปิ้ล  และต่อมาก็ถูกชาวปิซ่ายึดครอง

นำท่านเข้าชม วิหารแห่งนักบุญแอนดรูว์  (Amalfi Cathedral)   ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองอมาลฟี อีกทั้งยังได้รับการกล่าวขานว่ามีความงดงามมากที่สุดอีกด้วย โดยวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้น อย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ นักบุญแอนดรูว์ (Saint Andrew) โดยสร้างขึ้นตามศิลปะสไตล์อาหรับ – นอร์แมน โรมาเนสก์ ด้านหน้าของวิหารถูกประดับตกแต่งแบบโมเสกอย่างวิจิตรงดงาม และบริเวณที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่คือ บริเวณบันไดขนาดใหญ่สไตล์ลอมบาร์ด – นอร์แมน (LOMBARD-NORMAN STYLES) ที่จะเป็นหนทางนำนักท่องเทื่ยวไปพบกับความโอ่อ่า และวิจิตรตระการตาภายในวิหารแห่งนี้

(หมายเหตุ : ขอสงวนสิทธิการเข้าชมภายในวิหาร หากวิหารปิดเนื่องจากวันสำคัญต่างๆ โดยจะนำท่านถ่ายภาพด้านหน้าแทน)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองราเวลโล่ (RAVELLO) (7 กิโลเมตร)  หมู่บ้านเล็กๆของแคว้นคัมพาเนีย ที่มีความงามทั้งทางกายภาพและความหลากหลายทางธรรมชาติ รวมไปถึงความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จึงได้รับการบรรจุไว้ในส่วนหนึ่งของคอสติเอรา อามาลฟิตานา ซึ่งเป็นหนึ่งในรายชื่อมรดกโลกของอิตาลี ในปี ค.ศ.1997 จากองค์การยูเนสโก

นอกจากนี้หมู่บ้านราเวลโล่ ยังเป็นสถานที่ที่ศิลปินดัง อย่าง ริชาร์ด วาร์กเนอร์ ศิลปินชาวเยอรมันเคยมาแสดงคอนเสิร์ต จนทำให้มีการจัดเทศกาลคอนเสิร์ตที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นประจำทุกปี

เดินทางถึง หมู่บ้านราเวลโล่ จากนั้นนำท่านชม วิลลารูโฟโล (Villa Rufolo) เป็นอาคารและสวนขนาดย่อมๆที่อยู่ภายในศูนย์กลางประวัติศาสตร์ในย่านจัตุรัสหลักของเมืองราเวลโล ถูกสร้างขึ้นอย่างหรูหราในสไตล์มัวร์ (Moorish-style ) ในปี ค.ศ.1270 ภายในวิลลาได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับ รวมไปถึงหอคอยโบราณสูงประมาณ 30 เมตร

อิสระท่านชื่นชมบรรยากาศและถ่ายรูปตามอัธยาศัย จนได้เวลาสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองซาเลอร์โน (SALERNO) (28 กิโลเมตร) เมืองท่าทีใหญ่ที่สุดทางใต้ของอิตาลี 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม NOVOTEL SALERNO EST ARECHI หรือระดับเทียบเท่า

5

วันจันทร์ที่ 1 มกราคม 2561

ซาเลอร์โน– เปสตุม– ชมเมือง–คาสเทลเมสซาโน (แคว้นบาซิลิกาต้า)–โพเทนซ่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม  นำท่านเดินทางสู่เมืองเปสตุม (PAESTUM) (80 กิโลเมตร)  เปสตุม เป็นแหล่งโบราณคดีเก่าแก่สมัยกรีกโบราณ ชื่อเดิมแบบกรีกคือ Poseidonia ก่อตั้งในช่วง 600 ปีก่อนคริสตกาล เปสตุม มีทั้งพิพิธภัณฑ์และแหล่งโบราณคดีกลางแจ้ง

เดินทางถึง เมืองเปสตุม นำท่าน ชมแหล่งโบราณคดี ซึ่งเป็นซากปรักหักพังของวิหาร 3 หลัง คือ วิหารอธีน่า, วิหารเฮร่า และวิหารโพไซดอน โดย วิหารอธีน่ามีขนาดเล็กที่สุดและตั้งอยู่โดดเดี่ยว ส่วนอีกสองวิหารอยู่คู่กัน วิหารเฮร่า หรือ Basilica ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในบรรดาวิหารทั้งสามซึ่งยังคงอยู่ในสภาพที่ดี จนเป็นสถาปัตยกรรมของอาณานิคมกรีกในศตวรรษที่ 6 ที่สมบูรณ์แบบที่สุด  นอกจากวิหารแล้ว ยังมีซากอาคารบ้านเรือนรวมถึงพื้นกระเบื้องโมเสคชิ้นเล็กๆ, Amphitheatre ขนาดเล็ก, Forum และอื่นๆ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคาสเทลเมสซาโน (CASTELMEZZANO) (137 กิโลเมตร) เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ในจังหวัดโพเทนซ่า(POTENZA) ในแคว้นบาซิลิกาต้า (BASILICATA)  หนึ่งใน 20 แคว้นของประเทศอิตาลี เมืองนี้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในประเทศอิตาลี สร้างอยู่ใน หุบเขา เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 900 คน แรกเดิมเป็นถิ่นฐานของชาวกรีกราวศตวรรษที่ 5-6 แต่การเข้าไปชมเมืองแสนสวยแห่งนี้ก็ไม่ธรรมดา ต้องลอดผ่านอุโมงค์ ข้ามช่องเขา เพื่อเข้าสู่ดินแดนที่น่าค้นหาแห่งนี้ จนได้เวลาสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองโพเทนซ่า (45 กิโลเมตร)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองจากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม  PARK HOTEL  POTENZA  : Raccordo Autostradale Basentana «S.S. 407» Km. 50 85100 Potenza Tel. +39 0971 472204  Fax +39 0971 470812 http://www.parkhotelpotenza.com/it/contatti.html

6

วันอังคารที่ 2 มกราคม 2561

โพเทนซ่า – มาเทรา – ชมเมือง – อัลเบโรเบลโล (แคว้นปูลยา) ชมเมือง – โมโนโพลี

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองมาเทรา (MATERA) (105 กิโลเมตร) เมืองโบราณเล็กๆ ทางตอนใต้ของอิตาลีที่น้อยคนนักจะรู้จัก เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งตั้งอยู่ในแคว้นบาซีลีกาตา (Basilicata) ของประเทศอิตาลี

เมืองมาเทรา ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองใต้ดินหรือ เมืองมนุษย์ถ้ำ เมืองนี้สร้างอยู่ในหินและผู้คนอาศัยอยู่ในบ้านหินโบราณที่เป็นถ้ำ เรียกว่า ซาสซี (SASSI) มานานหลายศตวรรษ ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นมรดกโลก

เดินทางถึงเมืองมาเทรานำท่าน ชมเมืองมาเทรา เมืองนี้จะมีสองส่วนคือส่วนเมืองเก่า และส่วนเมืองใหม่ที่รัฐบาลพยายามอพยพผู้คนให้มาอยู่ที่เมืองใหม่ แต่ก็ยังมีพลเมืองบางส่วนยังคงอาศัยอยู่ในถ้ำหินของเมืองเก่า

นำท่านชมย่านเมืองเก่า สัมผัสชีวิตท่ามกลางเขาวงกตที่มีทางเดินขนาดเล็กที่ปูด้วยหิน บันไดสูงชัน และถนนที่คดเคี้ยว ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนอันแสนเก่าแก่ ไม่มีสถาปัตยกรรม หรือพระราช วังที่สวยงามใดๆ มีแต่บ้านช่องที่มีอยู่ตามถ้ำที่เรียกกันว่า ซาสซี (Sassi) และ โบสถ์รูเปสเตรียน ที่ขุดไว้ ตามโขดหินในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยูเนสโกได้กำหนดให้เป็นถิ่นฐานที่มีวัฒนธรรมที่ควรเก็บรักษาจนได้ขึ้นเป็นมรดกโลก  

นำท่านเข้าชมบ้านถ้ำหิน (Casa Grotta di vico Solitario) สัมผัสความเป็นอยู่ของมนุษย์ถ้ำแห่งเมืองนี้

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอัลเบโรเบลโล (ALBEROBELLO) (70 กิโลเมตร)  ตั้งอยู่ในแคว้นปูลยา (อิตาลี: Puglia) หรือ อะพิวเลีย (อังกฤษ: Apulia มาจากภาษากรีก) ทางทิศตะวัน ออกเฉียงใต้ของอิตาลี เป็นเมืองที่อยู่เกือบปลายเกือกของอิตาลี จึงมีทะเลล้อมรอบอยู่ใกล้ๆ เดินทางถึงเมืองอัลเบโรเบลโล

นำท่านชม หมู่บ้านกระโจมหิน (TRULLI VILLAGE) หมู่บ้านเก่าแก่ รูปทรงแปลกตา มีเอกลักษณ์ทางด้านสถาปัตยกรรมซึ่งมีหลังคาบ้านเป็นรูปทรงกรวยเกือบทุกหลัง  ถ้าเดาจากรูปร่าง อาจคิดว่าอยู่ที่แอฟริกาเป็นแน่ แต่ที่แท้มันอยู่ในอิตาลี การที่มีรูปทรงแบบนี้ ที่จริงก็มีเค้าโครงมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะเป็นบ้านที่มีวิวัฒนาการ การตั้งถิ่นฐานของคนแถบ Greece, Egypt, Sardinia and Sicily รอบๆ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีการตั้งบ้านเรือนแบบนี้มาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 14-15

การที่บ้านเมืองดูโบราณๆนั้น เพราะวัสดุที่ใช้สร้างบ้านเขาใช้วัสดุจากธรรมชาติ ที่หาได้รอบๆนั่นเอง และการก่อสร้างก็ง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อน แต่ก็ยังไม่วายมีตำนาน เกี่ยวกับการก่อสร้างรูปแบบนี้ว่า เกิดจากการตั้งกฎของ Count of Conversano ที่เป็นผู้มีอำนาจในการควบคุมการก่อสร้างในสมัยก่อน เขาออกกฎให้การก่อสร้างในยุคนั้น ใช้หินเรียงซ้อนกัน โดยไม่ใช้ปูนก่อ เพื่อให้ง่ายต่อการรื้อถอน เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของบ้านแถบเมดิเตอร์เรเนียนนี้คือ การใช้สีง่ายๆ ด้วยสีขาวเพียงสีเดียว ไม่นิยมความแตกต่างโดดเด่นที่ต้องไม่เหมือนใคร หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านจึงมีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น เป็นภาพรวมที่น่าชม และแปลกตามาก นำท่านเดินทางสู่ เมืองโมโนโพลี (MONOPOLI) (25 กิโลเมตร) เพื่อเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก PALAZZO INDELLI : Piazza Giuseppe Garibaldi, 27, 70043 Monopoli BA, Italy. TEL : +39 080 930 3050. http://www.palazzoindelli.it/it/home/ 

7

วันพุธที่ 3 มกราคม 2561

โมโนโพลี – บารี – ชมเมือง – ซาเลอร์โน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบารี (BARI) (67 กิโลเมตร)เมืองหลวงของแคว้นปูลยา และเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของอิตาลีทางตอนใต้ อยู่ใกล้กับทะเลเอเดรียติก จนได้รับสมญานามว่า “แคลิฟอร์เนียตอนใต้ของอิตาลี”เป็นศูนย์กลางการเดินเรือและศูนย์กลางของอาณาจักรไบเซนไทน์ ทางตอนใต้ของอิตาลี

ปัจจุบันเมืองมารียังคงสถาปัตยกรรมที่งดงาม มีความเจริญทางศาสนา ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองได้ถูกระเบิดทำลาย ต่อมาได้บูรณะขึ้นมาใหม่ ปัจจุบันมีบ้านเรือนทันสมัยสลับกับซากความเจริญในอดีต เดินทางถึงเมืองบารี นำท่านชมเมืองบารี เมืองท่าที่ สำคัญของอิตาลี ชมซากป้อมปราการในอดีต

จากนั้น เข้าชมโบสถ์เซนต์นิโคลัส (Basilica St.Nicholas)  ซึ่งเดิมเคยใช้เป็นที่พำนักของผู้ปกครองเมืองชาวไบแซนไทน์เมื่อราวปี ค.ศ.1000 ต่อมาในปี ค.ศ.1087 ชาวบารีได้นำกระดูกของเซนต์นิโคลัสมาจากโบสถ์แห่งเมืองไมร่า (Myra) ในประเทศตุรกี  จึงได้ดัดแปลงอาคารแห่งนี้เป็นโบสถ์ และประดิษฐานกระดูกของเซนต์นิโคลัสไว้ภายใน ซึ่งเชื่อกันว่า เซนต์นิโคลัส ก็คือที่มาของซานตาคลอสนั่นเอง อิสระท่านชมความงดงามภายในโบสถ์ จนได้เวลาสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่แคว้นคัมพาเนีย สู่ เมืองซาเลอร์โน (SALERNO) (240 กิโลเมตร)  อีกหนึ่งเมืองท่าของอิตาลีตอนใต้อันเป็นที่นิยมในการมาพักผ่อนตากอากาศของนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก เดินทางถึง เมืองซาเลอร์โน   อิสระท่านเดินเล่นพักผ่อนชมเมือง เมืองที่ดูสงบเรียบง่ายริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม NOVOTEL SALERNO EST ARECHI : Via Generale Clarck, 49, 84131 Salerno SA, Italy. TEL : +39 089 995 7111.http://www.novotel.com/gb/hotel-6351-novotel-salerno-est-arechi/index.shtml

8

วันพฤหัสบดีที่ 4 มกราคม 2561

ซาเลอร์โน – ปอมเปอี – ชมเมือง – ช้อปปิ้งเอาท์เลท– โรม

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปอมเปอี (POMPEI) (32 กิโลเมตร) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรอิตาลี บริเวณริมอ่าวเนเปิลส์ เมื่อ 2,000 กว่าปีก่อน ปอมเปอีเป็นเมืองเก่าที่เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ในยุคก่อนคริสต์ศักราชเมืองปอมเปอีนี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของกรีกเรื่อยมา กระทั่งราว 80 ปีก่อนคริสต์ศักราชจึงถูกยึดครองเป็นอาณานิคมของอาณาจักรโรมัน

เดินทางถึง เมืองปอมเปอี นำท่านชมเมืองโบราณปอมเปอี ที่ถูกปกคลุมไว้ด้วยลาวาเมื่อครั้งเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ของ ภูเขาไฟ วิสุเวียส (Mt.Vesuvius) ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 622 ซึ่งลาวาที่ทับถมกันนั้นหนาถึง 6 – 7 เมตร ทำให้เมืองนี้หายไปทั่วเมือง ปัจจุบันมีการขุดค้นพบ 3 ใน 4 ส่วนของเมืองทั้งหมด จากการตั้งใจขุดค้นซากที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ของผู้คน สัตว์เลี้ยงต่างๆ ที่เหมือนถูกหยุดอยู่กับที่ ผ่านกาลเวลาอันยาวนาน ที่ยังบ่งบอกถึงความเจริญในยุคนั้นได้เป็นอย่างดีว่าเคยมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่แน่นขนัดไปด้วยร้านค้า ตลาดและห้องแถว สนามกีฬา โรงละคร วิหาร โรงอาบนํ้าสาธารณะ หอนางโลม โรงแรม หลังจากการขุดสำรวจ ภาพชีวิตของชาวโรมันกว่าสองพันปีได้ปรากฏแก่สาธารณะชน

เชิญสัมผัสได้ถึงชีวิตที่หรูหราในปอมเปอี และพลังอำนาจของธรรมชาติ ที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่อาจหลีกหนีได้ทัน ด้วยความมหัศจรรย์ของปอมเปอี ทำให้เมืองแห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี 1997 นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของประเทศอิตาลี ที่มีผู้มาเยือนมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงโรม (ROME) ระหว่างทางนำท่านแวะช้อปปิ้งที่ “La Reggia Designer Outlet” เมืองมาร์เซียไนส์ (MARCIANISE) (45 กิโลเมตร) แหล่งช้อปปิ้งที่พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบหรูหรา ด้วยร้านค้าที่นำเสนอแฟชั่นแบรนด์อิตาลีและแบรนด์ระดับโลกอื่นๆ อาทิ Gucci,Prada, Armani , Moschino ,Nike, Adidas, Michael Kors, Calvin Klein, Tommy Hilfigher, Roberto Cavalli  … เป็นต้น ในราคาที่ลดลงสุงสุดถึง 70%  นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่หลากหลายให้เลือกใช้บริการอีกด้วย

อิสระให้ท่านช้อปปิ้งอย่างจุใจตามอัธยาศัย จนได้เวลาสมควร  จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ กรุงโรม (211 กิโลเมตร) เมืองหลวงของประเทศอิตาลี เดินทางถึง กรุงโรม

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทยจากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก H10 ROMA CITTA หรือระดับเทียบเท่า

9

วันศุกร์ที่ 5 มกราคม 2561

โรม – ชมเมือง – จัตุรัสนาโวนา –  น้ำพุเทรวี – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่าน เดินเล่นชมเมืองบริเวณจัตุรัสนาโวนา (Piazza Navona) เป็นศูนย์รวมของสารพัดสิ่ง ทั้งร้านอาหาร นักดนตรี นักมายากลข้างถนน ศิลปินวาดรูปเหมือน และที่สำคัญคือเดิมทีที่ตรงนี้เป็นสนามกีฬาแข่งม้าของชาวโรมัน ถนนที่อยู่บริเวณโดยรอบ คือ ลู่วิ่งของม้า บริเวณนี้มีน้ำพุที่สำคัญ 3 แห่ง เป็นผลงานของศิลปินนักแกะสลักชื่อดัง Gian Lorenzo Bernini ตรงกลางลานจะเห็นเสาโอบิลิสก์ (Obelisk) รอบๆ เสาจะเป็น น้ำพุแห่งสี่มหานที (Fountain of the Four Rivers) ซึ่งแต่ละมุมจะมีรูปปั้น ซึ่งแทนแม่น้ำใหญ่จาก 4 ทวีป ได้แก่ คงคา ดานูป ไนล์ และพลาต้า (ในอเมริกาใต้)

นำท่านเข้าชม มหาวิหารแพนธีออน (PANTHEON) วิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเหล่าทวยเทพของกรีกโบราณ ออกแบบโดยมาร์คัส วิพซานิอัส อกริพพา เดิมสร้างขึ้นตั้งแต่ 27 ปีก่อนคริสตศักราช ต่อมาถูกไฟไหม้และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 118 และเป็นวิหารยุคโรมันที่เก่าแก่ที่สุดและคงสภาพสมบูรณ์เกือบทั้งหมดมาจนถึงทุกวันนี้

ความน่าทึ่งของวิหารนี้คือการออกแบบด้านหน้าของวิหารที่เป็นเสากับหน้าจั่ว แต่หลังคาถูกออกแบบเป็นโดมครอบอาคารทรงกลม รวมทั้งความสูงจากพื้นถึงช่องตา (Oculus) บนเพดาน และเส้นผ่าศูนย์กลางของโดมด้านในเท่ากัน 43.3 เมตร เอกลักษณ์ที่หลายคนรู้จักคือ ช่องโหว่กลางหลังคาโดมที่ใช้เปิดรับแสง แต่ก็มีการเจาะรูเล็กๆบนพื้นเพื่อเป็นการระบายน้ำฝนที่ตกเข้ามาในวิหารด้วย วิหารแพนธีออนยังเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์วิคเตอร์ เอมมานูเอลที่ 2 และราฟาเอล ศิลปินชื่อก้องโลกอีกด้วย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพกับน้ำพุเทรวี งานประติมากรรมของเทพนิยายกรีก ที่มาของบทเพลง “ทรีคอยน์ อิน เดอะ ฟาวน์เทน” ที่เชื่อกันว่า หากท่านโยนเหรียญลงในน้ำพุแล้วท่านจะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง

จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งย่านบันไดสเปน (Spanish Steps) บนถนนคอนดอตติ ย่านช้อปปิ้งขึ้นชื่อของอิตาลี เป็นบันไดที่กว้างและยาวที่สุดในทวีปยุโรป มีขั้นบันไดทั้งหมด 138 ขั้น ที่ล้อมรอบไปด้วยสถาปัตยกรรมอันสวยงามแล้ว จัตุรัสแห่งนี้ยังต่อตรงกับถนน Via Condotti ที่เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมมากมาย ทั้ง Dior, Prada,Gucci,Amarni, Valentino, Versace, Fendi, Ferragamo, Cartier, Bulgari เป็นต้น เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีชีวิตชีวามากอีกแห่งหนึ่งของอิตาลี  

***แนะนำให้ท่านลองชิม ไอศกรีมเจลาโต (GELATO) ไอศกรีมขึ้นชื่อที่ท่านไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงอิตาลี *******

กฏเกณฑ์ที่สำคัญของการมานั่งที่บันไดแห่งนี้ คือ ห้ามกินไอศครีม! เนื่องจากบันไดสเปนเป็นอีกหนึ่งฉากที่ถ่ายทำในภาพยนตร์ชื่อดัง (ปี1953) เรื่อง Roman Holiday ทำให้หนุ่มสาวหลายคู่เลียนแบบคู่พระเอกนางเอก ที่มานั่งจู๋จี๋กินไอติมกันอย่างมากมาย จนทำให้บันไดเปรอะเปื้อนสกปรก และต้องออกกฎหมายห้ามจนถึงทุกวันนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน
อิสระรับประทานอาหารเย็น ภายในสนามบินตามอธัยาศยั (คืนเงินสดท่านละ 20 EUR)

20.45 น. ออกเดินทางสู ่กรุงเทพ ฯ โดย สายการบินเอมิเรตส ์เที่ยวบินที่ EK 096/418 

10

วันเสาร์ที่ 6 มกราคม 2561

กรุงเทพฯ

(แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินดไูบ เวลา 05.30 – 08.50 น.) 

17.55 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..

*****ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง*****

การอนุมัติวีซ่าเป็นเอกสิทธิ์ของทางสถานทูต ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้บริษัทเป็นเพียงตัวกลาง และคอยบริการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางเท่านั้น เงินค่าสมัครวีซ่าทางสถานทูตเป็นผู้เก็บ หากผลวีซ่าออกมาว่า ไม่ผ่าน ทางสถานทูตจะไม่คืนเงินค่าสมัครวีซ่าไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตาม และทางสถานทูตมีสิทธิที่จะไม่ตอบเหตุผลของการปฏิเสธวีซ่าทุกกรณี

หมายเหตุ บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 15 ท่าน  

***เนื่องจากโรงแรมในยุโรปมีห้อง TRP ค่อนข้างน้อย ถ้าเดินทางเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน แนะนำให้เปิด 2 ห้องจะดีกว่า (TWN+ SGL)***

อัตรานี้รวม
• ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นทัศนาจรตามที่ระบุในรายการ
• ค่าโรงแรมที่พักที่ระบุในรายการ / ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
• ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ / ค่าวีซ่า
• ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงาน คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
• ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
• ค่าทิปคนขับรถ 2 ยูโร / คน / วัน
• น้ำดื่มบนรถ วันละ 1 ขวด / คน / วัน 

อัตรานี้ไม่รวม
• ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการ
• ค่าพนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรมที่พัก (เนื่องจากโรงแรมในอิตาลีส่วนมากมีพนักงานยกกระเป๋าน้อยมาก ถ้ามีกรุ๊ปเข้าเวลาเดียวกันหลายกรุ๊ป อาจต้องรอกระเป๋านาน และพนักงานดูแลกระเป๋าไม่ทั่วถึง เพื่อความสะดวกและปลอดภัยต่อทรัพย์สินของท่าน ทางบริษัทจึงขออนุญาตไม่รวมค่าพนักงานยกกระเป๋า)
• ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 %   และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %

การจอง และชำระเงิน กรุณาส่งสำเนา PASSPORT หน้าแรก แฟกซ์มายังบริษัทฯ พร้อมชำระเงินค่ามัดจำ  ท่านละ 30,000 บาท สำหรับส่วนที่เหลือทั้งหมด กรุณาชำระก่อนการเดินทาง 30 วัน

( หากไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ยินดีให้บริษัทฯทำการยกเลิกและยินยอมให้ยึดเงินมัดจำทันที)

การไม่รับจองทัวร์ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับจองทัวร์สำหรับลูกค้าดังต่อไปนี้
• เด็กที่มีอายุระหว่างแรกเกิดถึง 2 ขวบ
• ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ หรือ ไม้เท้า
• ผู้เดินทางที่บ่งบอกการเป็นบุคคลไร้ความสามารถ 

หมายเหตุ
• บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
• หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะไม่ รับผิดชอบต่อค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
• รายการนี้เป็นเพียงการเสนอราคาที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งกับสายการบิน และโรงแรมที่พัก อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
• สตรีมีครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
• บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย สำหรับกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง

การยกเลิก *** กรณีที่ท่านจองและจ่ายค่ามัดจำแล้วมีการยกเลิก (ก่อนเงื่อนไขตามกำหนดวันที่ทำการยกเลิกด้านล่าง) บริษัทฯ ขอคิดค่าทำงานท่านละ 1,000.- บาท พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามความเป็นจริง (ถ้ามี) ***

• ยกเลิกก่อน 31-60 วันทำการ เก็บ 50% ของค่ามัดจำทั้งหมด
• ยกเลิกก่อน 15-30 วันทำการ เก็บค่ามัดจำทั้งหมด
• ยกเลิกก่อน 8-14 วันทำการ เก็บ 50% ของค่าทัวร์ทั้งหมด
• ยกเลิกก่อน  1-7 วันทำการ เก็บ 100% ของค่าทัวร์ทั้งหมด

( หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ยกเว้นเงื่อนไขในการยกเลิกการเดินทางตามกำหนดวันที่ระบุข้างต้น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ และขอคิดค่าใช้จ่ายในการยกเลิกตามความเป็นจริง เนื่องจากเป็นช่วง Peak Period  ทางโรงแรม , สายการบิน และบริษัทรถโค้ช ฯลฯ ค่อนข้างแน่น และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 100%  ซึ่งไม่สามารถทำการยกเลิกได้ )

การโอนเงิน  ผ่านธนาคาร บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด
ธนาคารกรุงเทพฯ / สาขาโชคชัย 4 / บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 230-0-19191-9

เมื่อท่านจองทัวร์และชำระค่ามัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในเงื่อนไขและรายละเอียดที่ทางบริษัทแจ้งไว้ทั้งหมด

*** หมายเหตุ *** การยื่นวีซ่าอิตาลี (ยื่นกรุ๊ป) กรณีที่เอกสารของท่าน เตรียมไม่ครบถ้วน ตามเงื่อนไขของสถานฑูตอิตาลี ในวันนัดยื่นวีซ่า ทางบริษัทขออนุญาตยกเลิกการยื่นวีซ่าของท่านในวันนั้น และจะดำเนินการนัดวันยื่นวีซ่าให้ใหม่ในวันถัดไป ทั้งนี้หากท่านยืนยันที่จะยื่นตามวันเดิม ท่านจะต้องจ่ายค่ายื่นแบบ PREMIUM เอง โดยชำระเป็นเงินสดให้กับ VFS โดยตรงเป็นจำนวนเงิน 2,200 บาท

*** บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ อันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง สภาพดินฟ้าอากาศ การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ โดยการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ทั้งนี้บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ***

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating