ทัวร์ไทย : อะเมซิ่ง อีสาน ใต้ 5 วัน 4 คืน

กำหนดการเดินทาง :  13 – 17 ก.พ./ 15 – 19 ก.พ./ 26 ก.พ – 02 มี.ค. 2564 ** 03 – 07 มี.ค./ 19 – 23 มี.ค. 2564

จังหวัด : อุบลราชธานี – ศรีสะเกษ – สุรินทร์ – บุรีรัมย์ 

สายการบิน : ไทยสมายล์

ราคา : 28,900 บาท

สุดยอด Unseen Thailand ในถิ่นอีสาน แหล่งธรรมชาติสวยที่ต้องไปเยือนสักครั้ง ตะลุย หาดหงส์ ทะเลทรายซาฮาร่าแห่งอุบลราชธานี  สามพันโบก แกรนด์แคนยอนเมืองไทย สัมผัสวิวหลักล้าน ที่ท่านต้องตะลึง

ชมพระอาทิตย์ขึ้น ณ จุดชมวิวผาแต้ม สวยงามจนไม่อาจละสายตา ** เส้นทางนี้ไม่เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบตื่นสาย และรายการนี้มีบางเส้นทางที่เป็นแบบแอดเวนเจอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัยและหลงใหลในการถ่ายภาพ **

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันที่หนึ่งของการเดินทาง

กรุงเทพ – อุบลราชธานี – ทุ่งศรีเมือง – วัดพระธาตุหนองบัว พิพิธภัณฑ์คำปุน – แม่น้ำสองสี – วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว

05.00 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินไทยสมายล์ ชั้น 4 ทางเข้าที่ 2 แถว B เจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ จะคอยให้การต้อนรับ และ อำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

07.10 น. เดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอุบลฯ โดยสายการบินไทยสมายล์ เที่ยวบินที่ WE020

08.15 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอุบลฯ หลังจากรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว รถตู้ VIP รอรับ เพื่อนำท่านเดินทางสู่ ทุ่งศรีเมือง เดิมชื่อ “นาทุ่งศรีเมือง” เป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี มีความสำคัญมาตั้งแต่ในอดีต คือ เป็นสถานที่ทำนาของเจ้าเมืองอุบลราชธานี และใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมเผาศพแบบนกหัสดีลิงค์ของเจ้าเมือง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที)  

ทุ่งศรีเมือง

ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด เป็นสวนสาธารณะประจำเมืองที่มีสภาพภูมิทัศน์งดงาม เป็นที่พักผ่อนของชาวเมือง และเป็นที่จัด เทศกาลงานบุญต่างๆ ภายในทุ่งศรีเมือง มีปฏิมากรรมจำลองเทียนพรรษาแกะสลักที่งดงาม สวนสุขภาพ สนามเด็กเล่น 

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ วัดพระธาตุหนองบัว  (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที)  เป็นวัดที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี

วัดพระธาตุหนองบัว

เป็นศาสนสถานที่ชาวเมืองอุบลให้การเคารพนับถือมาอย่างช้านาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 ไฮไลท์ของวัดนี้ก็คือ พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ เจดีย์องค์ใหญ่ที่จำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยาสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าในประเทศอินเดีย เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเส็งสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2500 เรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของอุบลราชธานีเลยก็ว่าได้ จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์บ้านคำปุน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที)  

พิพิธภัณฑ์คำปุน

แหล่งผลิตและจำหน่ายผ้าไหมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางวัฒนธรรมการทอผ้าไหม ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของจังหวัดอุบลฯ มีที่มาจากชื่อของ คุณคำปุน ศรีใส เจ้าของผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาทัศนศิลป์-ถักทอ พ.ศ. 2537 และเพิ่งได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ประเภทประยุกต์ศิลป์ ปี พ.ศ. 2561 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร ชมจันทร์ (เดินทางประมาณ 15 นาที)  

บ่าย จากนั้นนำท่าน แวะถ่ายภาพบริเวณเขื่อนสิรินธร เขื่อนหินถมแกนดินเหนียวซึ่งสร้างกั้นลำโดมน้อยอันเป็นสาขาของแม่น้ำมูลเมื่อปี พ.ศ. 2514 มีจุดมุ่งหมายในการสร้างขึ้นเพื่อผลิตไฟฟ้าและเป็นแหล่งน้ำในการชลประทาน นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในพื้นที่ละแวกใกล้เคียง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.10 ชั่วโมง)  

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ จุดชมวิวแม่น้ำสองสี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที)  

จุดชมวิวแม่น้ำสองสี

นำท่านชมความมหัศจรรย์สุด Unseen ของอุบลราชธานีกันต่อที่แม่น้ำสองสี หรือ ดอนด่านปากแม่น้ำมูล ตรงจุดนี้เป็นบริเวณที่แม่น้ำสองสายมาบรรจบกันพอดี ได้แก่ แม่น้ำโขงสีปูน และแม่น้ำมูลสีคราม ใครที่อยากเห็นสองสีชัดๆ แนะนำให้ไปที่บริเวณตลาดริมตลิ่ง แม่น้ำมูล  แม่น้ำโขงหน้าวัดโขงเจียม และหมู่บ้านห้วยหมาก

จากนั้นนำท่านเช็คอินเข้าสู่โรงแรมที่พัก ทอแสง เฮอริเทจ โขงเจียม เพื่อเก็บสัมภาระ และพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที)  

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว  (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที)  

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือวัดภูพร้าว หรืออีกชื่อที่นิยมคือวัดเรืองแสง เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากจุดหนึ่ง ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ด้านหลังของพระอุโบสถ ที่มีงานศิลปกรรมอันโดดเด่นด้วยภาพของต้นกัลปพฤกษ์ ที่ยามค่ำคืนจะปรากฎกายเรืองแสงออกมา เป็นภาพความมหัศจรรย์ของสิ่งปลูกสร้างท่ามกลางธรรมชาติ อันแสนงดงาม จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ข้อแนะนำ ควรนำกล้องถ่ายรูปไปด้วย เพราะการถ่ายจากโทรศัพท์ทำให้เก็บภาพเวลาวัดเรืองแสงได้ไม่ดีเท่ากับกล้องถ่ายรูป ทั้งนี้ทั้งนั้นการไปดูด้วยตาสวยงามกว่าภาพถ่ายหลายเท่า

ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารอารยา สาขาเขื่อนสิรินธร (เดินทางประมาณ 10 นาที)  

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ ที่พักโรงแรม ทอแสง เฮอริเทจ โขงเจียม

2

วันที่สองของการเดินทาง

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม – เสาเฉลียง สามพันโบก – หาดหงส์ – อิสระตามอัธยาศัย

04.30 น. จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม  (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)  เพื่อนำท่าน ขึ้นชมจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

04.30 น. จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม  (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)  เพื่อนำท่าน ขึ้นชมจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

จุดชมทิวทัศน์ผาแต้ม เป็นอีกจุดหนึ่งที่สามารถเดินทางเข้าถึงได้ง่าย ด้านล่างหน้าผาสามารถมองเห็นแม่น้ำโขงไหลผ่าน ซึ่งอุทยานแห่งชาติผาแต้ม มีแนวเขตติดกับแม่น้ำโขงยาวถึง 63 เมตร จุดนี้สามารถมองเห็นเทือกเขาของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แขวงจำปาสัก ด้านล่างยังเห็นพื้นที่ทำการเกษตรของ 3 หมู่บ้าน คือ บ้านกุ่ม บ้านตามุย บ้านท่าล้ง ด้านล่างจุดชมวิวเป็นที่ตั้งของภาพเขียนสี ยาวไปตามหน้าผา

*** จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก เพื่อรับประทานอาหารเช้า จนได้เวลาอันสมควร *** 

10.00 น.  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สามพันโบก (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง)

สามพันโบก

สามพันโบก แกรนด์แคนยอนเมืองไทย ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่เที่ยวอุบลฯ ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด ตั้งอยู่บริเวณบ้านสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร  โดยในช่วงหน้าแล้ง “สามพันโบก” จะโผล่พ้นน้ำให้เห็นคล้ายเป็นภูเขากลางลำน้ำโขง ความสวยงามวิจิตรของหินที่ถูกน้ำเซาะมองเห็นเป็นภาพศิลปะ บางแห่งใหญ่ขนาดเป็นสระว่ายน้ำ บางแอ่งขนาดเล็ก มีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างกันออกไป (ตามแต่นักท่องเที่ยวจะจินตนาการ) การไปเที่ยวสามพันโบก แนะนำว่าให้ไปเที่ยวช่วงเวลาประมาณ 06.00-09.00 น. และ 15.00-17.30 น. เพราะจะเป็นช่วงที่แดดร่มลมตก อากาศกำลังสบาย ๆ น่าท่องเที่ยว ใครอยากเห็นบรรยากาศสวย ๆ ภาพของพระอาทิตย์ขึ้นก็ไปช่วงเช้า ใครอยากเสพบรรยากาศชิล ๆ ก็ไปช่วงเย็น

จากนั้นนำท่าน ล่องเรือสู่ หาดหงส์ ทะเลทรายซาฮาร่าแห่งอุบลราชธานี อีกหนึ่งเสน่ห์แห่งลำน้ำโขงที่อยู่เคียงคู่กับสามพันโบก

หาดหงส์

หาดหงส์ เป็นหาดทรายที่ผุดขึ้นมาริมแม่น้ำโขง ทรายที่นี่มีความละเอียดและมีสีเหลืองทองจนมองดูคล้ายทะเลทรายเลยทีเดียว มีมุมถ่ายรุปดีๆ ให้คุณได้ภาพที่เหมือนอยู่กลางทะเลทรายเลยก็ว่าได้ เดินเล่นหามุมถ่ายรูปเท่ห์ๆ กันบนหาดหงส์แห่งนี้ พร้อมกับชมวิวโค้งแม่น้ำโขง และน้ำตกที่ไหลลงมาสู่แม่น้ำโขงจากฝั่งลาว เป็นอีกหนึ่ง Unseen Thailand ที่ควรมาสัมผัสสักครั้ง

จากนั้นนำท่าน ล่องเรือต่อสู่ หาดสลึง จุดเด่นของหาดสลึงคือ เมื่อแม่น้ำโขงน้ำลดจะมองเห็นหาดทรายขาว ทรายเม็ดเล็ก รวมถึงยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถถ่ายภาพประเทศลาวได้อีกด้วย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารในโรงแรมปลายฟ้ารีสอร์ท

บ่าย นำท่าน แวะจิบกาแฟ และบันทึกความทรงจำ ณ ความทรงจำคาเฟ่ คาเฟ่วิวหลักล้านริมแม่น้ำโขง

*** อาหารว่าง และเครื่องดื่มไม่รวมอยู่ในราคาทัวร์ *** (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)

นำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เพื่อนำท่านถ่ายรูป ณ จุดชมทิวทัศน์ผาแต้ม

จุดชมทิวทัศน์ผาแต้ม

จุดชมทิวทัศน์ผาแต้ม เป็นอีกจุดหนึ่งที่สามารถเดินทางเข้าถึงได้ง่าย ด้านล่างหน้าผาสามารถมองเห็นแม่น้ำโขงไหลผ่าน ซึ่งอุทยานแห่งชาติผาแต้ม มีแนวเขตติดกับแม่น้ำโขงยาวถึง 63 เมตร จุดนี้สามารถมองเห็นเทือกเขาของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แขวงจำปาสัก ด้านล่างยังเห็นพื้นที่ทำการเกษตรของ 3 หมู่บ้าน คือ บ้านกุ่ม บ้านตามุย บ้านท่าล้ง ด้านล่างจุดชมวิวเป็นที่ตั้งของภาพเขียนสี ยาวไปตามหน้าผา

เสาเฉลียง เสาหิน อายุ 100 ล้านปี

เสาเฉลียง อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติ ผาแต้ม เป็นประติมากรรมของหินทราย 2 ยุค คือ หินทรายยุคครีเตเซียสที่มีอายุประมาณ 130 ล้านปี เป็นส่วนของดอกเห็ดที่อยู่ด้านบน ส่วนอีกยุค คือ หินทรายยุคไดโนเสาร์ อายุประมาณ 180 ล้านปี เป็นส่วนต้นของเสาหินท่อนล่าง ทั้งสองส่วนผ่านการถูกชะล้างพังทลายลง จากสภาพอากาศ ฝน และลมพายุ เป็นเวลาหลายล้านปี ทำให้หินทรายแข็งแรงมากขึ้น เลยทำให้สามารถรักษาสภาพให้คงอยู่ได้เป็น เสาเฉลียง ในทุกวันนี้

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ ที่พักโรงแรม ทอแสง เฮอริเทจ โขงเจียม (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)  เพื่อให้ท่านได้พักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย หรือเลือกทำกิจกรรมที่ทางโรงแรมมีไว้ให้บริการมากมาย

อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

– กิจกรรมพายเรือคายัคจากแก่งตะนะไปตามกระแสน้ำของแม่น้ำมูล และออกสู่แม่น้ำโขง บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำสองสี มีเฉพาะเดือน พฤศจิกายน ถึง เมษายน ของปีเท่านั้น

– กิจกรรมขี่จักรยานชมความงดงามของธรรมชาติและความเป็นอยู่แบบเรียบง่ายของชุมชนหมู่บ้านห้วยหมากใต้และหมู่บ้านเวินบึก (หมู่บ้านสุดท้ายของอาณาเขตไทย-ลาว ซึ่งมีภาษาพูดและวัฒนธรรมที่เรียกว่า บรู)

– กิจกรรมการตกปลาตามแบบวิถีชาวบ้าน สัมผัสวิถีชีวิตริมสายน้ำ เรียนรู้ประสบการณ์การเป็นอยู่ของชาวประมงน้ำจืด วิธีทอดแห ลงอวน รวมถึงปลาชนิดต่างๆที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง

– เยี่ยมชมหมู่บ้านฝ้ายทอมือ เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทำมือ ของฝาก ของที่ระลึก จิบกาแฟพร้อมดื่มดำกับบรรยากาศสองฝั่งโขง

***กิจกรรมข้างต้นไม่รวมอยู่ในราคาทัวร์ กรุณาสอบถามจากหัวหน้าทัวร์อีกครั้ง ***

ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม

3

วันที่สามของการเดินทาง

อุบล ฯ – ศรีสะเกษ – วัดพระธาตุสุพรรณหงส์  ตลาดโบราณวัดพระธาตุสุพรรณหงส์ – สุรินทร์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นเดินทางสู่ จังหวัดศรีสะเกษ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง)  

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารเกษสิริ

บ่าย จากนั้นนำท่านชมความงดงามของ วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ (ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที)  ความโดดเด่นของพระอุโบสถที่ก่อสร้างบนเรือสุพรรณหงส์จำลอง ลอยอยู่กลางน้ำอย่างสวยงามแปลกตา ทำให้เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของศรีสะเกษ

วัดพระธาตุสุพรรณหงส์

ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหว้าน  อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ทางเดินเป็นบันไดพญานาคทอดยาว ไปถึงตัวพระอุโบสถที่ตั้งอยู่โดดเด่นกลางน้ำ ขนาดกว้าง 5 เมตรยาว 13.60 เมตร หลังคาทรงจัตุรมุข 3 ชั้น มียอดมณฑปกลางอุโบสถ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุระหว่างทางมีรูปหล่อเกจิอาจารย์ชื่อดังหลวงปู่ทวดและหลวงพ่อโต ภายในพระอุโบสถมีพระธานอยู่ตรงกลางและพระบรมสารีริกธาตุ ให้กราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล

ตลาดโบราณ วัดพระธาตุสุพรรณหงส์

หากได้มาท่องเที่ยวเยี่ยมชมความงามของพระอุโบสถบนเรือสุพรรณหงส์กลางน้ำที่วัดพระธาตุ-สุพรรณหงส์ จังหวัดศรีสะเกษกันแล้ว ก็อย่าลืมแวะเวียนกันมาที่ตลาดโบราณอยู่ติดใกล้กันกับตัววัดเลย โดยความน่ารักและเสน่ห์ของชาวบ้านที่แห่งนี้ก็คือการแต่งกายด้วยผ้าถุงนุ่งผ้าซิ่น นอกจากนี้สินค้าที่นำมาจัดจำหน่ายวางขายให้ได้ช้อป ได้กินกันก็คือของพื้นถิ่น ของชุมชนแถวนั้นไม่ว่าจะเป็นพืชผักปลอดสารพิษ หรือขนมโบราณอย่างขนมตดหมาที่ขอการันตีความอร่อยยกนิ้ว จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จังหวัดสุรินทร์ (ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง)  

ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารโกนขแมร์ แหนมเนือง สุรินทร์

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก SORIN BOUTIQUE HOTEL

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

สุรินทร์  –  หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง – บ้านท่าสว่าง ซแรย์ อทิตยา แหล่งเรียนรู้เรื่องการเกษตรแบบพอเพียง  – บุรีรัมย์ ล่องเรือ ชมนกกระเรียนพันธุ์ไทย

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ศูนย์คชศึกษา หรือหมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง เป็นศูนย์รวมของสมาชิกช้างทั้งในบ้านกะโพ ตากลาง และจากหมู่บ้านอื่น ๆ ในจังหวัดสุรินทร์มากกว่า 200 ตัว ก่อให้เกิดสายใยความผูกพันที่แน่นเฟ้นขึ้น ระหว่างคนกับช้าง ณ บ้านตากลาง จ. สุรินทร์ ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณ บ้านท่าสว่าง เป็นหมู่บ้านโอทอป ระดับ 5 ดาว ที่มีชื่อเสียงด้านการทอผ้าในระดับประเทศ (ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที)  

หมู่บ้านทอผ้าไหมโบราณ บ้านท่าสว่าง

หมู่บ้านทอผ้าไหมโบราณ บ้านท่าสว่างเป็นอาคารเรือนไทยหลายหลังอันร่มรื่น ที่นี่มีทั้งส่วนอาคารพิพิธภัณฑ์ของสะสมของท่านอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย มีจุดเด่นในการอนุรักษ์และฟื้นฟูผ้ายกทองชั้นสูงแบบราชสำนักไทยโบราณ มีการใช้เส้นไหมกะไหล่ทองปั่นควบกับเส้นไหม ถักทอเป็นผ้าไหมอันวิจิตรงดงาม

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน สไตล์บุฟเฟ่ต์ ณ ร้านอาหาร โอชิเน ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมี่ยม

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ ซแรย์ อทิตยา แหล่งเรียนรู้เรื่องการเกษตรแบบพอเพียงของจังหวัดสุรินทร์

(ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที)  

ซแรย์ อทิตยา

เป็นโครงการที่เกิดขึ้นมาจากความคิดริเริ่มของพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณซึ่งได้ทรงตั้งพระทัยว่าจะให้สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่เน้นในเรื่องของการเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงสอดคล้องกันกับพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชซึ่งในปัจจุบันที่นี่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ “โครงการเกษตรอทิตยาทร”

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อนำท่านสู่ อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก  

(ใช้เวลาเดินทาง 1.20 ชั่วโมง)

ล่องเรือ ชมนกกระเรียนพันธุ์ไทย

อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก  เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และอนุรักษ์ของจังหวัด ซึ่งที่นี่ยังเป็นแหล่งที่นกกระเรียนพันธุ์ไทยอาศัยอยู่ และสืบพันธุ์ตามธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นแห่งแรก และแห่งเดียวของไทย สะท้อนว่าธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์ โดยมีทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพตามฤดูกาลมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากกว่า 170 ชนิด

ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารเชฟพลัส (ใช้เวลาเดินทาง 25 นาที)  

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม MODENA BY FRASER BURIRAM

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

บุรีรัมย์ – ปราสาทหินพนมรุ้ง  วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง  – กรุงเทพฯ

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่าน แวะถ่ายภาพบริเวณด้านหน้าของช้างอารีน่า สนามเหย้าสุดอลังการของทีมสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด”หรือทีมปราสาทสายฟ้า ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวบุรีรัมย์

ปราสาทหินพนมรุ้ง

ก่อสร้างอย่างสวยงามอลังการตามคติจักรวาลที่มีเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลาง ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 15-18 เพื่อใช้เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย นอกจากความงดงามอลังการแล้วทุกๆ ปียังมีสิ่งอันน่ามหัศจรรย์ปรากฏขึ้นนั่นก็คือ ปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้น และตกลอดช่องผ่านประตูทั้ง 15 ช่อง เป็นแนวเดียวกันได้อย่างพอดี ซึ่งทาง ททท. ได้ยกให้ปรากฏการณ์นี้เป็นหนึ่งใน “อันซีนไทยแลนด์” (Unseen Thailand)

*** อาหารว่าง และเครื่องดื่มไม่รวมอยู่ในราคาทัวร์ ***

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ (ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที)

18.30  น.  ออกเดินทางสู่ สนามบินดอนเมือง โดย สายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3521

19.40  น.  เดินทางถึง สนามบินดอนเมือง กรุงเทพมหานครฯ โดยสวัสดิภาพ