25 – 30 ก.ย. /10 – 15 ต.ค. /23 – 28 ต.ค. /14 – 19 พ.ย./19 – 24 พ.ย 63/ 05 – 10 ธ.ค. 63 /10 – 15 ธ.ค 63  และ **27 ธ.ค. 63 – 01 ม.ค. 64
วันเดินทาง

ทัวร์ไทย : Small Village and the Charm of North น่าน – พะเยา – เชียงราย 6 วัน 5 คืน

กำหนดการเดินทาง :   23 – 28 ต.ค. / 15 – 20 พ.ย. 2563 / 05 – 10 ธ.ค. / 10 – 15 ธ.ค. 63 / 27 ธ.ค. 63 – 01 ม.ค. 64

จังหวัด : น่าน – พะเยา – เชียงราย

เดินทาง : รถโค้ช VIP – ไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3554

ราคา : 35,900 บาท

นำท่านสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของ “ป่าเหนือ”  ต้นกำเนิดของแม่น้ำน่าน ความโรแมนติกของฝั่งโขงที่งดงาม  คลาสสิคสุด บ่อเกลือ ถนนลอยฟ้า อิ่มบุญตักบาตรข้าวเหนียว ลิ้มลองรสชาติอาหารเหนือแบบ “ต้นตำรับ”  สัมผัสอากาศหนาวเย็นสบายบน “อุทยานแห่งชาติดอยภูคา”

 รายการทัวร์ช่วง 23 – 28 ต.ค. / 15 – 20 พ.ย. 2563

รายการทัวร์ช่วง 05 – 10 ธ.ค. / 10 – 15 ธ.ค. 63

รายการทัวร์ช่วงปีใหม่ 27 ธ.ค. 63 – 01 ม.ค. 64

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันที่หนึ่งของการเดินทาง

กรุงเทพ – น่าน – พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ วัดภูมินทร์ – เครื่องเงิน – เดอะวิว กิ่วม่วง – ถนนลอยฟ้าโค้งเลข3 – บ่อเกลือสินเธาว์ 

05.00 น. พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออกที่ 2 (เที่ยวบินภายในประเทศ)เคาน์เตอร์ที่ 9 และ10 สายการบินแอร์เอเชีย เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยต้อนรับและอำนวยความ สะดวกให้แก่ท่านก่อนขึ้นเครื่อง *** พร้อมบริการอาหารเช้าแบบ Snack Box ***

07.30 น. เดินทางสู่ จังหวัดน่าน โดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD 3554 (บนเครื่องบินจะไม่มีบริการน้ำและอาหารบนเครื่องบิน)

08.50 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานน่านนคร เป็นท่าอากาศยานที่ตั้งอยู่ที่ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร เมื่อรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว รถตู้ปรับอากาศแบบVIPรอรับท่าน

จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชม “งาช้างดำ” ที่มีรูปลักษณะเป็นงาปลียาว 94 เซนติเมตร หนัก 48 กิโลกรัม งาช้างดำนี้ถือเป็นของคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดน่าน

จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ ซุ้มต้นลีลาวดี ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์  ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งโน้มเอียงเข้าหากันกลายเป็นอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่สวยงาม

จากนั้นนำท่านชม วัดภูมินทร์ เดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” เป็นวัดที่แปลกกว่าวัดอื่นๆ คือ โบสถ์และวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกัน มีประตูไม้ทั้งสี่ทิศ แกะสลักลวดลายโดยช่างฝีมือล้านนาสวยงามมาก

นอกจากนี้ฝาผนังยังแสดงถึงชีวิตและวัฒนธรรมของยุคสมัยที่ผ่านมาตามพงศาวดารของเมืองน่าน จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกชื้อเลือกชม เครื่องเงินเมืองน่าน เครื่องเงินแบบทำมือ ต้องใช้ช่างเงินที่มีความชำนาญและประสบการณ์สูง ขึ้นชื่อมานาน ในเรื่องของคุณภาพและความสวยงาม

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร Gin Restaurant

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ อ.บ่อเกลือ (90 กิโลเมตร) ระหว่างทางแวะจิบกาแฟที่ร้าน เดอะวิว กิ่วม่วง ร้านกาแฟวิวหลักล้าน

จากนั้นนำท่านผ่านชม ถนนลอยฟ้า โค้งเลข 3 ที่ถือว่าเป็น Unseen ของจังหวัดน่าน เมื่อขับรถมาถึงบริเวณจุดดังกล่าว จะมองเห็นถนนที่โค้ง คล้ายกับเลข 3 โดดเด่นขึ้นมาสวยงาม โดยบริเวณ 2 ข้างทางปกคลุมไปด้วยต้นไม้ และสามารถมองเห็นวิวทิวทัศธรรมชาติได้ตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ ยังมีทะเลหมอกให้มองเห็นเป็นบางช่วงในระหว่างเส้นทางนี้อีกด้วย

จากนั้นเดินทางถึงบ่อเกลือ นำท่านชม บ่อเกลือสินเธาว์ บ่อเกลือนี้มีประวัติมาแต่โบราณกาล ในยุคก่อนได้นำไปจำหน่ายยังกรุงสุโขทัย เชียงใหม่ เชียงตุง หลวงพระบาง รวมถึงสิบสองปันนา และด้วยอำเภอบ่อเกลือมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม โอบล้อมด้วยขุนเขาเขียวขจี บ่อเกลือจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดน่านที่รอคอยนักเดินทางเข้ามาสัมผัสกลิ่นไอของธรรมชาติ และตำนานการทำเกลือบนที่สูง ก่อนเข้าสู่ที่พักนำท่านเดินทางสู่ Boklua River Hills 

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก BOKLUA VIEW RESORT (บ่อเกลือวิว รีสอร์ท)หรือเทียบเท่า อิสระให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย คลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม

2

วันที่สองของการเดินทาง

บ่อเกลือ – ปัว – อุทยานแห่งชาติดอยภูคา – วัดภูเก็ต –วัดปรางค์  วังศิลาแลง – ร้านกาแฟไทลื้อ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

07.30 น. เช้านี้นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา (20 กิโลเมตร) เป็นอุทยานที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและมีอากาศที่บริสุทธิ์ตลอดทั้งปี นำท่านชมทะเลหมอกที่จุดชมวิว “ลานดูดาว” ได้เวลาพอสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อำเภอปัว (10 กิโลเมตร)

 

นำท่านชม วัดภูเก็ต วัดตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งทางเหนือเรียกกันว่า “ดอย”หรือ”ภู” จึงตั้งชื่อว่า “วัดภูเก็ต” หมายถึง วัดบ้านเก็ตที่อยู่บนภูเขา วัดภูเก็ตถือว่าเป็นวัดที่มีภูมิทัศน์และวิวที่สวยงาม

โดยจุดเด่นของวัดคือ มีระเบียงชมวิวด้านหลังวัด ติดกับทุ่งนาที่กว้างไกลพร้อมด้วยฉากหลังเป็นภูเขาวนอุทยานดอยภูคา และในยามเช้าวัดภูเก็ตยังถือเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามอีกแห่งหนึ่งอีกด้วย

จากนั้นนำท่านชม วัดปรางค์ สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้ ที่ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาชมคือ “ต้นดิกเดียม” ต้นไม้มหัศจรรย์ผิดธรรมชาติ ที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นอีกหนึ่งใน UNSEEN THAILAND

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร ครัวลินดา

บ่าย  นำท่านพักผ่อน เดินย่ำสายน้ำ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ ณ วังศิลาแลง หรือ“แกรนด์แคนยอนเมืองปัว” มีลักษณะเป็นธารน้ำไหลผ่านซอกหินผาที่มีลำน้ำกูนไหลผ่าน และกัดเซาะจนเป็นร่องรอยตามการหมุนวนของน้ำ สมควรแก่เวลา

นำท่านแวะจิบกาแฟที่ ร้านกาแฟไทลื้อ พร้อมทั้งอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อผ้าทอ จากร้านลำดวนผ้าทอ จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก แสงทอง รีสอร์ท (หรือเทียบเท่า) อิสระให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   

 

3

วันที่สามของการเดินทาง

ปัว – MAGIC MOUNTAIN CAFÉ – อุทยานแห่งชาติภูซาง  – น้ำตกภูซาง – พะเยา

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่  Magic Mountain Café (ภูลังกา) (65 กิโลเมตร) คาเฟ่สุดไฮไลท์ของภูลังกา ที่ซ่อนมนต์เสน่ห์แห่งขุนเขาไว้อย่างมากมาย ที่รับประกันได้เลยว่าจะทำให้คุณตระการตากับทิวทัศนนีย์ภาพภูลังกา แบบ 180 องศานอกจากนี้ตัวคาเฟ่ยังได้ถูกออกแบบในสไตล์รัสติก กลมกลืนกับธรรมชาติ จนถึงเวลาอันควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ร้านอาหารตะวันแลงกุ้งเผา @ เชียงคำ

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่  อุทยานแห่งชาติภูซาง (20 กิโลเมตร) นำท่านชมและพักผ่อนที่ “น้ำตกภูซาง” จุดเด่นของน้ำตกคือ เป็นน้ำตกที่มีกระแสน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ทางตอนเหนือของน้ำตกภูซาง ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ มีจุดเด่นอยู่ที่บ่อซับน้ำอุ่นและป่าพรุน้ำจืด ซึ่งบ่อซับน้ำอุ่นเป็นต้นกำเนิดของน้ำตกภูซาง ลักษณะเป็นธารน้ำอุ่นผุดจากใต้ดิน จนถึงเวลาอันควร จากนั้นนำท่านเดินสู่จังหวัดพะเยา (90 กิโลเมตร) นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Phuglong Hotel หรือเทียบเท่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร So Good

นำท่านกลับเข้าสู่ที่พัก Phuglong Hotel หรือเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

พะเยา – ตักบาตรข้าวเหนียว – วัดติโลกอาราม – เชียงราย – วัดร่องเสือเต้น – พิพิธภัณฑ์บ้านดำ

07.00 น. รายการแนะนำ – นำท่านตักบาตรข้าวเหนียว ชมพระอาทิตย์ขึ้นริมกว๊านพะเยา พระสงฆ์จะเดินมารับบิณฑบาตเป็นแถวพร้อมกับให้ศีลให้พรยามเช้า  

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 หลังรับประทานอาหารเช้า อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจที่ริมกว๊านพะเยา ตามอัธยาศัย ระหว่างรอขึ้นเรือสักการะพ่อขุนงามเมือง สมควรแก่เวลานำท่านข้ามเรือสู่ วัดติโลกอาราม วัดเก่าแก่กลางกว๊านพะเยา เป็นวัดกลางน้ำแห่งเดียวในประเทศไทย เดิมมีเพียงยอดเจดีย์ที่ก่อด้วยอิฐดินเผา โผล่พ้นน้ำขึ้นมาในช่วงฤดูแล้ง ชาวบ้านที่ทำการประมงแถบกว๊านพะเยาเรียกว่า “สันธาตุกลางน้ำ” เนื่องจากเห็นเป็นส่วนของพระธาตุโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา ข้อความที่จารึกระบุประวัติของวัดไว้อย่างชัดเจน โดยข้อความบนแผ่นหินทราบระบุว่า วัดนี้ถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนา สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2019 -2029 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าติโลกราช เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักร สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่จังหวัดเชียงราย (95 กิโลเมตร)   

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร ชีวิตธรรมดา

บ่าย จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ วัดร่องเสือเต้น หนึ่งในพุทธศาสนาสถานสำคัญอีกแห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงราย ที่มีชื่อเสียงและมีเอกลักษณ์ความสวยงามโดดเด่นทั้งในเรื่องสถาปัตยกรรม ความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งสีสันที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้อยากมาเยือนเชียงรายสักครั้ง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์บ้านดำ  สร้างขึ้นโดย อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ที่มีฝีมือทางด้านจิตรกรรม ปฏิมากรรม ได้สร้างงานด้านศิลปะไว้มากมาย ทั้งทางด้านภาพเขียน และ ด้านปฏิมากรรมหลายชิ้น ลักษณะของบ้านดำจะเป็นกลุ่มบ้านไม้ ศิลปะแบบล้านนา บ้านปูนรูปทรงแปลกตา บ้านเกือบทุกหลังทาด้วยสีดำ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “บ้านดำ” และยังเป็นสีที่ อ.ถวัลย์ โปรดปราน อีกด้วย ในบ้านแต่ละหลังจะประดับด้วยไม้แกะสลักที่มีลวดลายงดงาม นอกจากไม้แกะสลักแล้วยังประดับด้วยเขาสัตว์ เช่น เขาควายมากกว่า 100 ชิ้น เขากวาง หนังจระเข้ เปลือกหอยขนาดใหญ่ และยังมีกระดูกสัตว์ เช่น กระดูกช้าง เป็นต้น จนได้เวลาอันสมควร

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  LE MERIDIEN CHIANG RAI RESORT หรือเทียบเท่า อิสระให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย คลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เรือนนลิน

นำท่านกลับเข้าสู่ที่พัก LE MERIDIEN CHIANG RAI RESORT หรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

ไร่ชาฉุยฟง –  สวนแม่ฟ้าหลวง – พิพิธภัณฑ์หอฝิ่น – สามเหลี่ยมทองคำ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้นำท่านเดินทางสู่ ไร่ชาฉุยฟง (40 กิโลเมตร) นอกจากไร่ชาที่อยู่ ท่ามกลางภูเขาและท้องฟ้าสีครามที่สวยงามแล้ว ที่นี่ยังมีคาเฟ่เล็กๆให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองความอร่อยของเค้ก พร้อมนั่งจิบชาชมวิวสัมผัสกับบรรยากาศดีๆ ผ่อนคลายอิริยาบทและควรค่าแก่การมาเยือน เพื่อรับพลังธรรมชาติอย่างแท้จริง 

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนแม่ฟ้าหลวง หรือ พระตำหนักดอยตุง พระตำหนักดอยตุง (20 กิโลเมตร)ก่อตั้งขึ้นจากพระราชดำริของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่าของเรา โดยมีพระราชกระแสรับสั่งว่า หลังพระชนมายุ 90 พรรษา จะไม่เสด็จไปประทับที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีก สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์จึงได้เลือกดอยตุง ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงาม ประกอบกับพระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยกับดอยตุงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงมีพระราชดำริจะสร้างบ้านที่ดอยตุง ให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย  

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร ครัวตำหนัก

บ่าย นำทานเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์หอฝิ่น (50 กิโลเมตร) ที่เกิดขึ้นจากพระราชปรารภของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อครั้งเสด็จทอดพระเนตรบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อันประกอบด้วยดินแดนของประเทศลาว พม่า และไทย ที่ชาวโลกรู้จักเพียงแค่เป็นที่ปลูกฝิ่น ผลิต และ  ค้ายาเสพติดแหล่งใหญ่ อันเป็นเหตุให้ประเทศเสียชื่อเสียงและภาพลักษณ์ในสายตาชาวโลก จากการแก้ปัญหายาเสพติดของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ โครงการในพระราชดำริของพระองค์ ที่สามารถลดอุปทาน (supply) ของการผลิตและค้าฝิ่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี จึงทรงมีพระราชดำริที่จะให้ประชาชนได้เรียนรู้เรื่องมหันตภัยอันเกิดจากฝิ่นและสารเสพติด เพื่อลดอุปสงค์ (demand) ของการใช้สารเสพติดทั้งปวงด้วย

จากนั้นได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวสามเหลี่ยมทองคำ  (Golden Triangle) ตั้งอยู่ที่ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ในพื้นที่เขตหมู่บ้านสบรวก เป็นสถานที่สำคัญที่สามารถมองเห็นพรมแดนของสามประเทศได้ อย่างชัดเจน ได้แก่ พม่า ลาว และประเทศไทย ถ้าได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวเชียงรายก็ไม่น่าพลาดที่จะมาเยี่ยมชมสุดเขตแดนไทย “สามเหลี่ยมทองคํา” อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งและชมจุดชมวิวตามอัธยาศัย

จากนั้นได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก LE MERIDIEN CHIANG RAI RESORT หรือเทียบเท่า (70 กิโลเมตร) อิสระให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย คลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร The Peak Wine and Grill

นำท่านเข้าสู่ที่พัก LE MERIDIEN CHIANG RAI RESORT หรือเทียบเท่า

6

วันที่ของการเดินทาง

วัดร่องขุ่น – กาดหลวง –วัดห้วยปลากั้ง – สนามบิน – กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เช้านี้นำท่านออกเดินทางสู่ วัดร่องขุ่น (15 กิโลเมตร) ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ต้องไปเยือนเมื่อไปถึงจังหวัดเชียงราย ออกแบบและก่อสร้างโดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรเรืองนาม ที่อุทิศตนสร้างวัดอันยิ่งใหญ่นี้ขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา มีความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ทางศิลปะ และสถาปัตยกรรมที่แสนวิจิตรอลังการ ได้เวลาอันพอสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร Café Manorom

บ่าย นำท่านเลือกซื้อของฝาก ณ.กาดหลวง อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อไส้อั่ว แคปหมู น้ำพริกหนุ่ม ฯลฯ ไปฝากคนที่ท่านรัก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดห้วยปลากั้ง เป็นอีกวัดหนึ่งของจังหวัดเชียงรายที่สวยงามตั้งอยู่บนเขาและมีเนินเขารายรอบวัดสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามสิ่งที่โดดเด่นของวัดนี้ คือ “พบโชคธรรมเจดีย์” ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงถึง 9 ชั้น รูปทรงแปลกตาลักษณะเป็นทรงแหลม ศิลปะจีนผสมล้านนา ภายในเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและพระอรหันต์ต่างๆ และ เจ้าแม่กวนอิมแกะสลักจากไม้จันหอมองค์ใหญ่ อีกหนึ่งไฮไลท์ของทางวัดที่ถือว่าเป็นที่หนึ่งประเทศไทยเลยทีเดียวก็คือ องค์เจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีความสูงประมาณ 79 เมตร เทียบเท่ากับตึกสูง 25-26 ชั้นเลยทีเดียว สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

18.55 น.  เดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD 3200

20.15 น. เดินทางถึง สนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

 

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating