13 – 27 กรกฎาคม 2565
วันเดินทาง
สายการบินไทย (TG)
สายการบิน
ไอซ์แลนด์
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป : SIX NATURE ICELAND 15 วัน 12 คืน (TG/FI)

กำหนดการเดินทาง : 13 – 27 กรกฎาคม 2565

ประเทศ : ไอซ์แลนด์ 

สายการบิน : สายการบินไทย (TG)

ราคา : 298,800 บาท

ท่องเที่ยวแบบเจาะลึกไอซ์แลนด์ 11 วัน (TG/FI)

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

 กรุงเทพฯ – โคเปนเฮเกน

21:00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 4 แถว D เคาน์เตอร์ สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่จากบริษัท ฯ จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่าน

2

วันที่สองของการเดินทาง

โคเปนเฮเกน – เคฟลาวิก – บอร์การ์เนส

01.20 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเรคยาวิค โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG950

07.40 น.  (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินกรุงโคเปนเฮเกน (COPENHAGEN) ประเทศเดนมาร์ก

*** อิสระให้ท่านพักผ่อนอิริยาบถ เดินเล่นผ่อนคลายตามอัธยาศัย ภายในบริเวณสนามบิน *** 

เที่ยง *** อิสระอาหารกลางวันภายในภัตตาคารบริเวณสนามบิน  มอบเป็น CASH BACK ท่านละ 30 ยูโร ***

14.10 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเรคยาวิก โดย สายการบิน ICELAND AIR เที่ยวบินที่ FI 205

15.25  น. เดินทางถึง สนามบินเมืองเคฟลาวิก (KEFLAVIK INTL AIRPORT) เพื่อนำท่านสู่ เมืองเรคยาวิก (REYKJAVIK) เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ เป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุดโดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลมากนัก หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง เรียบร้อยแล้ว

*** เวลาที่เมืองเรคยาวิกช้ากว่าโคเปนเฮเก้น 2 ชั่วโมง *** 

เมืองเรคยาวิก (REYKJAVIK) เป็นเมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ ในภาษาไอซ์แลนดิกแปลว่า “The bay of smoke”  และเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั่วโลกเหนือมากที่สุด  ชาวนอร์ดิค เป็นผู้อพยพคนแรกที่มาตั้งรกรากที่เมืองเรคยาวิกในปี พ.ศ. 1413 เมื่อเรคยาวิกกลายเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าและธุรกิจการประมง จึงได้มีการก่อตั้งให้เป็นเมืองหลวงในปี พ.ศ. 2329 และเนื่องด้วยความร้อนจากภายใต้พื้นโลกนั้นแสดงตัวออกมาอย่างชัดเจนที่นี่ในรูปแบบของบ่อน้ำร้อน ทำให้เมืองทั้งเมืองถูกปกคลุมไปด้วยหมอกและไอน้ำจากความร้อนใต้พื้นดิน ทำให้ประเทศไอซ์แลนด์นั้นมีชื่อเสียงโด่งดังจากธรรมชาติที่ยังคงถูกเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ฝั่งตะวันตกของไอซ์แลนด์ (West Iceland) เพื่อนำท่านสู่ เมืองบอร์การ์เนส (BORGARNES) (75 กิโลเมตร) จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม B59 หรือเทียบเท่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

3

วันที่สามของการเดินทาง

บอร์การ์เนส – สติกกิชฮอลเมอร์ – ภูเขาคีร์กจูเฟล – บอร์การ์เนส                                                      

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่ เมืองสติกกิชฮอลเมอร์ (STYKKISHOLMUR) (100 กิโลเมตร) เป็นเมืองเล็กๆที่มีสีสัน และกลิ่นอายแบบเดนิช ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของไอซ์แลนด์ในภาคเหนือของคาบสมุทร Saefellsnes

จากนั้นนำท่าน ทำกิจกรรม VIKING SUSHI ADVENTURE เป็นเวลา 2 ชั่วโมง โดยการนำท่านล่องเรือสู่ท้องทะเล สัมผัสชีวิตสัตว์น้ำ และวิถีชีวิตการตกปลาแบบคนในท้องถิ่นตามแบบฉบับ Traditional Icelandic อันเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด ท่านจะได้ลิ้มลองความสดใหม่ของสัตว์น้ำที่

นำขึ้นมาจากท้องทะเล อาทิ หอยเชลส์ และหอยเม่นทางฝั่งไอซ์แลนดิคที่น้อยคนนักจะได้ลิ้มลอง พร้อมเพลิดเพลินกับทัศนียภาพทางธรรมชาติตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน ชื่นชมกับความสวยงามของ ภูเขาคีร์กจูเฟล (KIRKJUFELL) (45  กิโลเมตร)ภูเขาคีร์กจูเฟล (KIRKJUFELL) ภูเขาที่เสมือนเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ประเทศไอซ์แลนด์เลยก็ว่าได้ เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของนักท่องเที่ยว เพื่อให้ท่านได้ถ่ายภาพความงดงามของที่นี่กลับไปเป็นที่ระลึกเป็นภูเขาที่มีความสูงประมาณ 463 เมตร ล้อมรอบไปด้วยวิวทิวทัศน์สุดอัศจรรย์ ทั้งหาดทราย ชายทะเล และน้ำตก ไม่ว่าจะมาเที่ยวที่นี่ในช่วงไหนก็มีความงดงามตลอดทั้งปี ถ่ายภาพบรรยากาศโดยรอบตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านโอลาฟส์วิค (OLAFSVIK) เป็นหมู่บ้านชาวประมงบรรยากาศน่ารักที่ท่านสามารถแวะถ่ายภาพบรรยากาศโดยรอบ และน้ำตก Bæjarfoss ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางต่อ ผ่านทิวทัศน์สองข้างทางที่เต็มไปด้วยทุ่งหินลาวาสีเขียวตัดกับหิมะสีขาวดูสะอาดเพื่อนำท่านสู่ หมู่บ้านชาวประมง Anastarpi แวะถ่ายรูปบริเวณกับหินรูปร่างแปลกตาที่เกิดขึ้นจากการกัดเซาะตามธรรมชาติจนรังสรรค์ออกมาเป็นความงดงามที่ไม่ควรมองผ่านไป จากนั้นนำท่าน ผ่านชมหมู่บ้าน Hellissandur เป็นหมู่บ้านชาวประมงอันเก่าแก่ตั้งอยู่ที่ด้านตะวันตกของไอซ์แลนด์ เป็นแหล่งรวมของพิพิธภัณฑ์ทางทะเลและพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่สำคัญของไอซ์แลนด์ และเดินเล่นบริเวณชายหาดสีดำที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงตามอัธยาศัย กระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านกลับเข้าสู่ที่พักโรงแรม B59 หรือเทียบเท่า

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

บอร์การ์เนส – บ่อน้ำร้อนเดลดาร์ตุงกูเวอร์ น้ำตกเฮินฟอซซ่า – อาคูเรย์รี่

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ บ่อน้ำร้อนเดลดาร์ตุงกูเวอร์ (Deildartunguhver Thermal Spring) (40 กิโลเมตร)

บ่อน้ำร้อนเดลดาร์ตุงกูเวอร์ (Deildartunguhver Thermal Spring) มีอุณหภูมิน้ำสูงที่สุดถึง 97 องศาเซลเซียส เป็น

บ่อน้ำพุร้อนที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ และไหลเร็วที่สุดในยุโรป

น้ำตกเฮินฟอซซ่า (Hraunfossar Waterfalls) เป็นน้ำตกสาขาหนึ่งของน้ำตกใหญ่ที่ก่อกำเนิดจากแหล่งลำธาร และแม่น้ำสายต่างๆเป็นระยะทางกว่า 900 ม. ของทุ่งลาวาที่เกิดจากภูเขาไฟที่อยู่ภายใต้ธารน้ำแข็งแลงค์โจคูล  “Langjokull” จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอาคูเรย์รี่ (Akureyri) (340 กิโลเมตร)อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ และยังเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของไอซ์แลนด์ ตั้งอยู่บนเนินเขาอาคูเรย์รี่ “Akureyri Hill” มีแม่น้ำโครสซาเนสบอร์เกียร์ “Krossanesborgir River” เป็นแม่น้ำสำคัญของเมืองไหลผ่าน เนื่องจากเป็นเมืองที่มีอากาศอบอุ่น ถึงแม้จะอยู่ห่างจากเส้นอาร์คติกเซอร์เคิล “Arctic Circle” เพียง 60 ไมล์ เท่านั้น ผ่านชมบ้านเรือนที่จัดแผนผังเมืองอย่างเป็นระเบียบสวยงาม จนกระทั่งถึง เมืองอาคูเรย์รี่

จากนั้นนำท่านเดินเล่นชมเมืองที่มีสัสันอันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นสวยงามด้วยอาคารบ้านเรือนที่มีสีสันเลาะเลียบไปตามไหล่เขาที่รังสรรค์โดยธรรมชาติไว้อย่างงดงาม เพลิดเพลินกับวิถีชีวิตของชาวพื้นเมือง

ที่น่าสนใจ และให้ท่านได้ลิ้มลองอาหารพื้นเมือง อันเป็นความแปลกใหม่ทีน้อยคนนักจะได้สัมผัส

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม KEA BY KEAHOTELS หรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

อาคูเรย์รี่ – ฮูซาวิค – ล่องเรือชมปลาวาฬ อาคูเรย์รี่ – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฮูซาวิค (Husavik) (80 กิโลเมตร)

ฮูซาวิค / ล่องเรือชมปลาวาฬ

หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่มีบ้านเรือนน่ารักเหมือนฉากละคร ลักษณะบ้านเป็นบ้านเดี่ยวหลังเล็ก มีชั้นเดียว รูปแบบบ้านจะแตกต่างกันตามสไตล์ และมีลักษณะเด่น คือ หลังคาสารพัดสีและอีกหนึ่งกิจกรรมของ เมืองฮูซาวิค คือ ในอดีตเป็นแหล่งประมงขนาดใหญ่ กระทั่งถูกดัดแปลงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการล่องเรือชมปลาวาฬกลางทะเล ซึ่งท่านมีโอกาสเห็นวาฬมิงค์ สูงถึง 98.2% จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

*** ทั้งนี้การล่องเรือชมปลาวาฬนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวันเป็นหลัก ทางบริษัทต้องขอสงวนสิทธิ์ ในกรณีที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย โดยจะหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นที่น่าสนใจมาทดแทนให้ท่าน ***

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองอาคูเรย์รี่ (Akureyri)

จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพกับโบสถ์อาคูเรย์รี่ “Akureyri Church” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง เป็นโบสถ์คริสต์นิกายลูเธอรัน ออกแบบโดยสถาปนิก Gudjon Samuelsson สร้างในปี 1940 อิสระให้ท่าน เดินเล่นบนถนนคนเดินเกเรอโตรกาตา “Gerartogata Street” ถนนสายช้อปปิ้งของเมืองซึ่งมีสินค้าแบรนด์เนมท้องถิ่นมากมายให้เลือกสรร จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินเล่นชมเมืองที่มีสัสันอันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นสวยงามด้วยอาคารบ้านเรือนที่มีสีสัน

เลาะเลียบไปตามไหล่เขาที่รังสรรค์โดยธรรมชาติไว้อย่างงดงาม เพลิดเพลินกับวิถีชีวิตของชาวพื้นเมือง

ที่น่าสนใจ และให้ท่านได้ลิ้มลองอาหารพื้นเมือง อันเป็นความแปลกใหม่ทีน้อยคนนักจะได้สัมผัส

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม KEA BY KEAHOTELS หรือเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

อาคูเรย์รี่ –  น้ำตกโกด้า – อาบน้ำแร่ในเขตทะเลสาบมิวัตน์ – เอยิลส์สตาดีร์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ น้ำตกโกด้า  “Godafoss Waterfall” (35 กิโลเมตร)หรือที่รู้จักในนาม น้ำตกของพระเจ้า “The Waterfalls of Gods” ซึ่งมีความสูง 12 ม. และเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งถูกค้นพบโดยนักบุญชาวคริสต์เมื่อพันปีก่อนคริสตกาล อิสระให้ท่านได้ชื่นชมความงามของน้ำตกแห่งนี้ จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านสู่ เขตทะเลสาบมิวัตน์ “Myvatn Lake”เป็นที่ตั้งของบ่อน้ำพุร้อนซึ่งมีผลพวงมาจากลาวาภูเขาไฟและพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรณีวิทยา และได้รับการประกาศให้เป็นเขตอนุรักษ์ของไอซ์แลนด์ ในปี ค.ศ. 1974 เพื่อนำท่าน อาบน้ำแร่ในเขตทะเลสาบมิวัตน์ “Myvatn Nature Baths” อีกหนึ่งเขตอาบน้ำแร่ของ ไอซ์แลนด์ เป็นน้ำแร่ที่อุดมไปด้วยสิ่งที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ เนื่องจากเขตทะเลสาบมิวัตน์ “Myvatn Lake” เป็นเขตที่มีบ่อน้ำพุร้อนอยู่ใต้ดินจึงเป็นแหล่งสะสมของแร่ธาตุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม โซเดียม คลอรีน ซิลิก้า เป็นต้น โดยอุณหภูมิเฉลี่ยสูงถึง 36-40 องศาเซลเซียส

(มีบริการผ้าเช็ดตัวให้ท่านละ 1 ผืน และกรุณาเตรียม

ชุดว่ายน้ำไปด้วยสำหรับแช่น้ำพุร้อน)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ ทางตะวันออกของไอซ์แลนด์สู่ เมืองเอยิลส์สตาดีร์ (EGILSSTADIR) (175 กิโลเมตร)

เอยิลส์สตาดีร์ (EGILSSTADIR)เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันออกของไอซ์แลนด์เมืองนี้อยู่ติดกับผืนป่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ที่ชื่อว่า ฮาลอร์มสตาร์ดาสโกการ์ (Hallormsstaðaskógur) และแม่น้ำลาการ์ฟโลย์ท (Lagarfljót River) ที่มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับ ลาการ์ฟโลย์ท ไวร์ม (The Lagarfljót worm) ที่เป็นพญานาคในตำนานในช่วงศตวรรษที่ 13 ที่ท่านอาจไม่เคยได้ยิน เดินทางถึง เมืองเอยิลส์สตาดีร์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม ICELANDAIR HERAD หรือเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

เอยิลส์สตาดีร์ – Stokksnes Peninsula ภูเขาเวสตราฮอร์น – เฮิฟ์น

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ แหลมสต็อกสเนส (Stokksnes Peninsula) (250 กิโลเมตร) ทางตะวันตกของประเทศไอซ์แลนด์ เพื่อนำท่านชมความงดงามของภูเขาเวสตราฮอร์น (Vestrahorn Mountain)

นำท่าน แวะรับประทานอาหารกลางวัน ณ เมืองเฮิฟ์น (Höfn) เป็นเมืองแห่งท่าเรือที่ใกล้กับภูเขานี้มากที่สุด

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ แหลมสต็อกสเนส (Stokksnes Peninsula) เพือนำท่าน ถ่ายภาพความงดงามบริเวณแหลมสต็อกสเนส อันมีไฮไลท์ คือ ภูเขาเวสตราฮอร์น (Vestrahorn) เป็นฉากหลัง

Vestahorm / Stokksnes Peninsula

 

เขาหินลาวาจากภูเขาไฟเมื่อหลายล้านปีก่อน ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ ห่างจากถนนหลวงหมายเลข 1 หรือ Ring Road เพียง 15 นาที เป็นภูเขาที่มองดูเหมือนโดดเดี่ยวกลางพื้นที่โล่งปลายแหลม แต่ความเป็นจริงเชื่อมต่อกับภูเขาในแผ่นดินใหญ่ ไม่ได้เป็นเกาะเหมือนที่หลายคนเข้าใจ และมีอุโมงค์ลอดใต้ภูเขาทั้งลูกเพื่อเชื่อมต่อภาคใต้กับภาคตะวันออก ที่นี่เป็นสถานที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับนักถ่ายภาพที่มักเดินทางแวะเวียนมาเยี่ยมชมและบันทึกภาพอันงดงามน่าอัศจรรย์ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน วิวของที่นี่จะเป็นวิวของภูเขามหึมาที่มีความสูงประมาณ 454 เมตร ตั้งอยู่หน้าหาดทรายดำ ซึ่งเมื่อเงาของภูเขาสะท้อนลงน้ำจะดูเหมือนกระจก ในแต่ละฤดูจะมีทิวทัศน์และภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป และในฤดูหนาว หากโชคดีพอก็จะได้ภาพของแสงเหนือตระการตาลอยอยู่เหนือภูเขาอันงดงามแห่งนี้อีกด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม FOSSHOTEL VATNAJOKULL หรือเทียบเท่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

8

วันที่แปดของการเดินทาง

เฮิฟ์นสโนว์โมบิล – โจกุลซาลอน – ล่องเรือชมธารน้ำแข็ง หมู่บ้านวิก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่าน ทำกิจกรรมขับรถสโนว์โมบิล (SNOWMOBILE)

ขับรถสโนว์โมบิล (SNOWMOBILE) นำท่านเก็บเกี่ยวประสบการณ์การท่องเที่ยวบนธารน้ำแข็ง ด้วยการขับขี่รถ

สโนว์โมบิลตะลุยไปในทุ่งน้ำแข็ง Vatnajokull Glacier

บนดินแดนที่อยู่สูงที่สุดของโลก ที่มีพื้นที่กว่า 596 ตารางกิโลเมตร ตะลุยไปในทุ่งน้ำแข็งกว้างอย่างเต็มอิ่มตลอด 1 ชั่วโมง (คันละ 2 ท่าน พร้อมอุปกรณ์ครบชุด:ชุดกันความหนาว, หมวกกันน็อก, ถุงมือ, รองเท้าบู๊ท) ได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โจกุลซาลอน (JOKULSARLON) ธารน้ำแข็งพันปีเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ปรากฏขึ้นครั้งแรกในช่วงปีค.ศ. 1934 -1935 และค่อยๆ ขยายตัวเพิ่มพื้นที่ขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันกินพื้นที่กว้างถึง 18 ตารางกิโลเมตรโดยมีความลึกของน้ำถึง 200 เมตร ถือได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่ลึกเป็นอันดับสองของไอซ์แลนด์ นำท่าน ล่องเรือชมธารน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไอซ์แลนด์ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่าน แวะถ่ายภาพกับหาดไดมอนด์ (DIAMOND BEACH)

หาดไดมอนด์ (DIAMOND BEACH) เป็นแถบทรายสีดำที่อยู่ในที่ราบน้ำแข็งเบรดาเมร์คูร์ซานดูร์ที่ยิ่งใหญ่กว่าซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนบนชายฝั่งทางใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ ที่หาดไดมอนด์ ภูเขาน้ำแข็งที่ปกคลุมทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนถูกชะล้างบนชายฝั่ง ทำให้เกิดความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับทรายสีดำจากภูเขาไฟ วิวที่สวยงามแห่งนี้ทำให้เป็นสถานที่โปรดของช่างภาพและผู้รักธรรมชาติ อิสระให้ท่านถ่ายภาพตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

นำท่านเดินทางกลับสู่ หมู่บ้านวิก (VIK) (195 กิโลเมตร)

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม VIK I MYRDAL หรือเทียบเท่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

หมู่บ้านวิกธารน้ำแข็ง Sólheimajökull ชายหาดสีดำ – หมู่บ้านวิก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่าน ทำกิจกรรม GLACIER WALK บนธารน้ำแข็ง Sólheimajökull

GLACIER WALK

Sólheimajökull เป็นธารน้ำแข็งทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์ ตั้งอยู่ระหว่างภูเขาไฟ Katla และEyjafjallajökull อันเป็นส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็งMýrdalsjökull เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นและ

เป็นที่นิยมเนื่องจากมีขนาด และความสะดวกในการเข้าถึง  *** ใช้เวลาเดินชมทั้งสิ้น 1.30 ชั่วโมง ***

*** หมายเหตุ  รวมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการทำกิจกรรมเดินชมกลาเซียร์ และอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ

ที่เกาะรองเท้า หมวกกันน็อค และกิจกรรมนี้ไม่เหมาะกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี ***

จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพบริเวณชายหาดสีดำ (Reynisfjara Black Sand Beach) สถานที่ท่องเที่ยว

สุดน่าทึ่งของประเทศ ไอซ์แลนด์

หาดทรายสีดำ (Reynisfjara Black Sand Beach) อันมีเทือกเขาที่เกิดจากการสึกกร่อนของหินลาวา และแนวหินบะซอลต์ เป็นหินอัคนีที่พบได้โดยทั่วไปที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาอย่างรวดเร็วบนพื้นผิวโลก อิสระให้ท่านเดินเล่น และถ่ายภาพตามอัธยาศัย

แหลมดีร์โฮเลย์ (Dyrholaey) ดีร์โฮเลย์เป็นแหลมที่ยื่นออกมาทางชายฝั่งตอนใต้ของไอซ์แลนด์ และตั้งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านวิค (Vik) เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติมาตั้งแต่ปีค.ศ.1978 เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “เกาะเนินประตู (Door hill island)” คำว่าประตูมาจากลักษณะที่มีซุ้มลาวาโค้งขนาดมหึมายื่นรับอยู่ทางด้านหน้าของแหลม ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเลและลมที่พัดผ่าน เมื่อทะเลสงบเรือขนาดใหญ่สามารถที่จะแล่นผ่านโค้งหินนี้ได้ ไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของการมาเที่ยวดีร์โฮเลย์คือ นกพัฟฟิน (Puffins) ที่หน้าตาน่ารัก โดยจะสามารถพบได้บริเวณนี้ตั้งแต่เดือนเมษายน

ไปจนถึงราวๆ ปลายเดือนสิงหาคม หรืออาจเลยไปจนถึงกลางเดือนกันยายน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละปี

ซึ่งวันที่จะได้เห็นนกแก้วทะเลเหล่านี้ต้องเป็นวันที่อากาศดี ลมสงบ เพราะหากอากาศแปรปรวน ลมแรง ก็ยากจะนกพัฟฟินจะเผยโฉมออกมาให้เจอ

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ที่พักโรงแรม VIK I MYRDAL หรือเทียบเท่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

10

วันที่สิบของการเดินทาง

หมู่บ้านวิก – หมู่เกาะแวสต์มานาเอย์ยาร์ Elephant Rock

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือเมือง Landeyjahöfn (75 กิโลเมตร) เพื่อนำท่าน ล่องเรือเฟอร์รี่สู่ หมู่เกาะแวสต์มานาเอย์ยาร์ (Vestmannaeyjar) ที่อยู่ทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์ ที่นี่มีการปะทุของภูเขาไฟมานานหลายศตวรรษจนก่อเกิดเป็นหนาผาริมทะเลที่ดูราวกับเทพนิยาย

เดินทางถึง เกาะเฮเมย์ (HEIMAEY ISLAND) เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะแวสต์มานาเอย์ยาร์

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน เที่ยวชมความงดงาม และทำกิจกรรมต่างๆบนเกาะเฮเมย์ (HEIMAEY ISLAND)

เฮเมย์เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะแวสต์มานาเอย์ยาร์ และเป็นเกาะแห่งเดียวที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ ที่นี่มีทั้งสนามบินและสนามกอล์ฟที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในไอซ์แลนด์ แถมการเดินทางก็สะดวกสบายเพราะมันอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่แค่เพียง 7.4 กิโลเท่านั้น นั่นจึงทำให้เกาะแห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว..

ชมเกาะเฮเมย์ / Elephant Rock

จากนั้นนำท่านทำกิจกรรมต่างๆบนเกาะเฮเมย์ อาทิ กิจกรรม Volcano tour ชมวิถึชีวิตของชาวเกาะท้องถิ่น ที่พลาดไม่ได้คือ การชมบรรดานกพัฟฟินจำนวนหลายล้านตัวในช่วงฤดูกาลอพยพฤดูร้อน นักท่องเที่ยวมักจะให้ความสนใจไปที่ฝูงนกเหล่านี้มากราวกับเป็นเทศกาลประจำปีไปแล้ว สุดท้าย คือไฮไลท์ของโปรแกรม Elephant Rock เป็นกลุ่มหินธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากหินบะซอลต์อันเกิดจากการปะทุของภูเขาไฟเอลด์เฟลล์ ด้วยรูปลักษณ์ที่สมจริงของโขดหินนี้ทำให้หลายคนเชื่อว่ามันน่าจะเกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันคือโขดหินที่ประกอบด้วยหินบะซอลต์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และร่องรอยพื้นผิวของหินสีเทาก็ดูเหมือนกับรอยย่นบนผิวหนังของช้างจริง ๆ  จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่าน ล่องเรือกลับสู่ฝั่งท่าเรือเมือง Landeyjahöfn  ** ใช้เวลาในการทำกิจกกรมทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง **

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ที่พักโรงแรม UMI หรือเทียบเท่า (40 กิโลเมตร)

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

11

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

น้ำตกเซลจาลันต์ฟอสส์ GOLDEN CIRCLEเรคยาวิก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ น้ำตกเซลจาลันต์ฟอสส์ (Seljalandsfoss Falls) (25 กิโลเมตร)

น้ำตกเซลจาลันต์ฟอสส์ (Seljalandsfoss Falls)เป็นหนึ่งในน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไอซ์แลนด์ โดยน้ำตกมีความสูงประมาณ 60 เมตร (200 ฟุต) ท่านจะตื่นตาตื่นใจกับสายน้ำขนาดใหญ่ที่ไหลหลั่งลงสู่พื้นราบตัดกับสีเขียวของมอสที่ปกคลุมโขดหินทั้งสองฝั่ง

จากนั้นนำท่านชมน้ำตกสโคการ์ฟอสล์ (SKOGAFOSS)

น้ำตกสโคการ์ฟอสล์ (SKOGAFOSS) อีกหนึ่งน้ำตกที่มีความสวยงามมากมีความสูงถึง 62 เมตร เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดทางภาคใต้ของไอซ์แลนด์ และใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไอซ์แลนด์ ความใหญ่โตของน้ำตกนี้ ทําให้ต้องยืนห่างพอสมควร เพื่อจะได้เห็นน้ำตกได้ทั้งหมด และความที่เปลือกโลกส่วนนี้มีอายุน้อย ทําให้การยุบตัวของพื้นดินแห่งนี้มีให้เห็นได้อย่างชัดเจน

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ น้ำพุร้อนกีย์เซอร์ (GEYSIR) (140 กิโลเมตร)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

น้ำพุร้อนกีย์เซอร์

น้ำพุร้อนที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์มีความร้อนประมาณ 400 องศาเซลเซียส พุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน ในอดีตน้ำพุร้อน สามารถพุ่งได้สูงถึง 200 ฟุตทีเดียว แต่ในปัจจุบันยังสามารถพุ่งได้มากสุดที่ประมาณ 60 – 100 ฟุต ทุกๆ 5 นาทีนับเป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งที่ท่านไม่ควรพลาดชมเช่นเดียวกัน

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ น้ำตกกูลฟอสส์ (GULLFOSS) น้ำตกที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดในไอซ์แลนด์ และอาจจะกล่าวได้ว่าสวยงามกว่าน้ำตกไนแองการ่าอีกด้วยเป็นน้ำตกมีชื่อแห่งหนึ่งในจำนวนสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งของประเทศนี้ และยังจัดว่าเป็นหนึ่งใน 3 ที่ไอซ์แลนด์จัดให้อยู่ใน “วงกลมทองคำ” (Golden Circle) ที่เมื่อผู้มาเยือนต้องไม่พลาดที่จะมาท่องเที่ยว ชื่อน้ำตกแห่ง Gullfoss มีความหมายว่า น้ำตกทองคำ เนื่องจากเมื่อละอองน้ำปะทะกับแสงแดดแล้วจะสะท้อนแวววาวออกมาเป็นสีทองอร่าม และปรากฏเป็นรุ้งกินน้ำให้พบเห็นแก่ผู้มาท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นภาพที่อลังการสวยงามสมคำเล่าลือ

จากนั้นนำท่านเดินทางชม อุทยานแห่งชาติธิงเวลลีร์ (THINGVELLIR NATIONAL PARK) เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไอซ์แลนด์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1928 ถูกขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก(UNESCO) ว่าให้เป็นสถานที่อันเป็นมรดกของชาวโลกในปี ค.ศ. 2004 นอกจาก Thingvellir จะมีรอยแตกแยกของแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก (The Mid-Atlantic Rift)แล้ว ยังมีภูเขา ทุ่งลาวา หุบผา ถ้ำ ลำธาร น้ำตก และทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ชมรอยแตกของเปลือกโลกที่กว้างขึ้นในแต่ละปี พร้อมชมร่องรอยอาคารรัฐสภาอันเก่าแก่ตั้งแต่ปี 930 อิสระให้ท่านถ่ายภาพ และชมความงดงามตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองเรคยาวิค (REYKJAVIK) (50 กิโลเมตร)

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก  ION CITY DESIGN HOTEL หรือเทียบเท่า

12

วันที่สิบสองของการเดินทาง

เรคยาวิก แช่น้ำร้อนสกาย ลากูน – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สกาย ลากูน (SKY LAGOON)Sky Lagoon ตั้งอยู่บริเวณอ่าวคาร์สเนส ห่างจากตัวเมืองเรคยาวิก ซึ่งเป็นเมืองหลวงของไอซ์แลนด์ เพียงไม่กี่นาทีท่านพักผ่อนสามารถแช่น้ำในบ่อร้อนที่ให้บรรยากาศราวกับปล่องภูเขาไฟ พร้อมวิวท้องน้ำสุดลูกตาของมหาสมุทรแอตแลนติก แบบไร้สิ่งใดขว้างกั้น นอกจากบ่อน้ำร้อนแบบ อินฟินิตี้พูลที่มีความยาวกว่า 70 เมตรแล้ว ที่นี่ยังมีห้องอบไอน้ำ ซาวน่า และบาร์น้ำ ไว้บริการอีกด้วย ทุกคนที่เข้าใช้บริการต้องอาบน้ำตามฉบับชาวไอซ์แลนด์เพื่อปรับธาตุร้อนและเย็น ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย เริ่มต้นด้วยการปรับอุณหภูมิยังลากูนเพื่ออบอุ่นร่างกาย ก่อนกระโดดลงสระน้ำเย็นเพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ลดการไหลเวียนของเลือด และกระชับผิว หลังจากนั้นใช้เวลา 5-10 นาทีในห้องสตรีม ต่อด้วยซาวน่า เดินเล่นผ่านหมอกเย็น ใช้สครับประจำถิ่นขัดผิว ก่อนลงไปผ่อนคลายอีกครั้งเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย  จากนั้นนำท่าน ชมเมืองเรคยาวิก ถ่ายภาพความงามของโบสถ์ประจำเมือง โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา เป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ที่สูงที่สุดในไอซ์แลนด์ ตัวโบสถ์มีความสูงถึง 74.5 เมตร สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมแนวอิมพราสชั่นนิส เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี1945 แล้วเสร็จปี ค.ศ.1986 บริเวณด้านหน้าของโบสถ์ยังมีอนุสาวรีย์ของเลฟร์ อีริกสัน (Leifr Eiriksson) ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ซึ่งในประวัติศาสตร์ไอซ์แลนด์ถือว่าวาเลฟร์ เป็นชาวนอสร์ ชาติยุโรปคนแรกที่ไปเหยียบดินแดนแถบอเมริกาเหนือซึ่งรวมถึงกรีนแลนด์ด้วย โดยอนุสาวรีย์นี้สหรัฐอเมริกามอบให้แก่ไอซ์แลนด์เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ1,000 ปี รัฐสภาของไอซ์แลนด์

จากนั้นนำท่านผ่านชมสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งคือ Hofdi House บ้านที่มีเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของชาติอันน่าสนใจ เคยใช้เป็นที่รับรองและจัดเลี้ยง ผู้นำ 2 ประเทศมหาอำนาจผู้ยิ่งใหญ่ในการยุติสงครามเย็น

นำท่าน ผ่านชมรัฐสภาของชาวไอซ์แลนด์ และศาลาเทศบาลเมือง ได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่าน เดินเล่นชมเมือง และช้อปปิ้งสินค้าของฝาก ของที่ระลึกบริเวณ ถนนคนเดิน Laugavegur ถนนคนเดินที่มีชื่อเสียง และเก่าแก่ที่สุดของเมือง Laugavegur มีความหมายว่า ”wash road” เนื่องจากอดีตเคยเป็นเส้นทางเดินสู่ บ่อน้ำพุร้อน โดยหญิงสาวในสมัยก่อนของกรุงเรคยาวิกจะเดินทางไปซักล้างเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มโดยใช้เส้นทางสายนี้ ปัจจุบัน เป็นแหล่งช้อปปิ้งแหล่งรวมของห้างสรรพสินค้า และ ร้านเสื้อผ้าบูติคมากมาย ได้เวลาอันสมควร เพอร์แลนตั้งอยู่บนเนินเขา มีความสูงเท่ากับอาคาร 5 ชั้น จากพื้นดิน25.7 เมตร เป็นอาคารขนาดใหญ่ ด้านบนเป็นรูปทรงคล้ายลูกโลกครึ่งวง ตั้งอยู่บนฐานที่คล้ายถังน้ำขนาดใหญ่ 4 ฐานที่มองเห็นได้ ในระยะไกลโดดเด่น

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในเพอร์แลน

จากนั้นนำท่านกลับเข้าสู่ที่พัก PARK INN BY RADISSON KEFLAVIK AIRPORT หรือเทียบเท่า

13

วันที่สิบสามของการเดินทาง

เรคยาวิกโคเปนเฮเกน – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

07.45 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโคเปนเฮเก้น โดย สายการบิน ICELAND AIR เที่ยวบินที่ FI 204

12.00 น. เดินทางถึง สนามบินกรุงโคเปนเฮเก้น (COPENHAGEN)

กรุงโคเปนเฮเก้น (COPENHAGEN) เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก และเป็นเมืองหลวงของเดนมาร์ก ประเทศที่มีความสุขที่สุดอันดับ 2 ของโลก และถูกเรียกขานเมืองนี้ว่าเป็นเมืองในเทพนิยายอีกด้วย และยังเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางการบริหารประเทศ รัฐสภา รัฐบาลและเป็นที่ตั้งพระราชวังหลวง เป็นที่ประทับของสมาชิกพระราชวงศ์ของเดนมาร์ก

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่าน เดินเล่นบริเวณจุดเริ่มต้นของถนนช้อปปิ้งสายสำคัญของเมืองที่เรียกว่า สตร้อยท์

(THE STROGET) ตามภาษาแดนิช เป็นถนนช้อปปิ้งสายที่ยาวที่สุดของโลกอีกด้วยกนนช้อปปิ้งสตร้อยท์ (THE STROGET)เป็นถนนสายนี้เชื่อมต่อกับจัตุรัสคองนูโทรว์ ซึ่งมีพระบรมรูปทรงม้าของพระเจ้าคริสเตียนที่ 5 อยู่ตรงจุดกึ่งกลาง ตลอดทางของถนนคนเดินความยาวราว 2 กิโลเมตรมีสินค้าให้เลือกหลากหลายชนิด ทั้งสินค้าแบรนด์เนมหลากหลายแบรนด์ ยิ่งพระอาทิตย์ใกล้ตกดินบรรยากาศที่ถนนคนเดินแห่งนี้ ยิ่งเต็มไปด้วยความคึกคัก และสีสันทั้งคนในเมืองที่ออกมาเดินเล่น และนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ นอกจากสินค้าแบรนด์เนมแล้ว ยังมีสินค้าของที่ระลึกให้เลือกสรรมากมายอีกเช่นเดียวกัน อิสระให้ท่านช้อปปิ้งเพลิดเพลินกับการเดินเล่น และถ่ายภาพบรรยากาศของเมืองตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม CROWN PLAZA COPENHAGEN TOWERS ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

14

วันที่สิบสี่ของการเดินทาง

โคเปนเฮเกน -ชมเมือง –  กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม

จากนั้นนำท่าน ชมกรุงโคเปนเฮเก้น เมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของยุโรปที่ก่อตั้งขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 10 ถือเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย ซึ่งเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม และน่าตื่นตาตื่นใจ

ชมกรุงโคเปนเฮเก้น

น้ำพุเกฟิอ้อน (GEFION FOUNTAIN) อนุสาวรีย์ที่เป็นที่มาแห่งตำนานในการสร้างประเทศ ลักษณะเป็นน้ำพุรูปปั้นผู้หญิงกำลังถือแส้ไล่วัว 4 ตัว ที่มีตำนานเล่าขานกันว่า เทพเจ้าผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ดลบันดาลให้พระนางกอบกู้ชาติ ได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพกับเงือกน้อยลิดเดิ้ล เมอร์เมด (THE LITTLE MERMAID) ตำนานแห่งความรักของเงือกน้อยสัญลักษณ์ที่สำคัญของกรุงโคเปนเฮเก้น

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

14.25  น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 951

15

วันที่สิบห้าของการเดินทาง

กรุงเทพฯ

06.00 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ ….