13-22 เมษายน 2562
วันเดินทาง
การบินไทย (TG)
สายการบิน
อิตาลี
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป : อิตาลีใต้ 10 วัน (TG) เที่ยวเมืองมรดกโลก ใน 4 แคว้นดังของอิตาลี

กำหนดการเดินทาง : 13 – 22 เมษายน 2562

ประเทศ : อิตาลี

ราคา : 125800 บาท

นำท่านสัมผัสความเป็นอิตาลีใต้ที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส ความเรียบง่ายสบายๆ สไตล์พื้นบ้านของคนภาคใต้ ที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบชิลๆ อาหารการกินที่เน้น SEAFOOD สดใหม่วันต่อวัน อาหารพื้นบ้านที่ท่านจะติดใจในรสชาติ ที่หาทานที่ไหนไม่ได้นอกจากที่นี่ ในบรรยากาศเมืองเก่า ทะเลใส ไร้มลพิษ ของที่ระลึกพื้นบ้านแฮนด์เมดเอกลักษณ์ของแต่ละที่ ตบท้ายเมืองใหญ่อย่างกรุงโรม อลังการช้อปปิ้งสุดมันส์ และอีกหลากหลายที่ท่านจะประทับใจในการเดินทางอย่างแน่นอน

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันที่หนึ่งของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ – โรม

21.30 น.  พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 4 แถว เคาน์เตอร์สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่จากบริษัท เร้นจ์ฯ จะคอยต้อนรับ และอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

2

วันที่สองของการเดินทาง

โรม – สเปอร์ลอนกา(แคว้นลาซิโอ)– ชมเมือง– คาปัว (แคว้นคัมพาเนีย) ชมเมือง – ซอร์เรนโต

00.20 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโรม โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 944

06.50 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินฟูมิชิโน กรุงโรม ประเทศอิตาลี หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมือง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสเปอร์ลอนกา (SPERLONGA) (130 กิโลเมตร) เมืองสเปอร์ลอนกาตั้งอยู่ในจังหวัดลาติน่า (LATINA) แคว้นลาซิโอ (LAZIO) แคว้นเดียวกับเมืองหลวงอย่างโรม  อยู่ห่างจากกรุงโรมลงไปทางใต้  อยู่กึ่งกลางระหว่างโรมกับเนเปิลส์หรือนาโปลี ชื่อ Sperlonga หมายถึง ถ้ำ ซึ่งคงเป็นภูมิประเทศหลักของเมืองนี้ เดินทางถึง เมืองสเปอร์ลอนกา นำท่านชมเมือง สเปอร์ลอนกาเป็นเมืองท่องเที่ยวริมทะเล ตัวเมืองเก่าตั้งอยู่บนเขา มีทางเชื่อมเป็นบันไดหิน  สามารถเดินลัดเลาะลงไปสู่ทะเลด้านล่างได้  มีชายหาดที่เป็นที่นิยมของชาวอิตาเลียนในหน้าร้อนที่หนีร้อนจากกรุงโรมมาที่นี่ และยังเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวที่นิยมมาเยี่ยมชม และเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองคือบ้านเรือนสีขาวที่สร้างเรียงรายลดหลั่นกันลงไป 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่แคว้นคัมพาเนีย (CAMPANIA)  แคว้นทางตอนใต้ของอิตาลี สู่เมืองคาปัว (CAPUA) (80 กิโลเมตร) ซึ่งอยู่เหนือเมืองนาโปลี เดินทางถึงเมืองคาปัว นำท่านชมเมืองโบราณคาปัว  เมืองที่ถูกทำลายในระหว่างการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตก  

นำท่าน เข้าชม SANTA MARIA CAPUA VETERE AMPHITHEATER  (ANFITEATRO CAMPANO) ซากอัฒจันทร์โบราณที่ให้เห็นถึงร่องรอยประวัติศาสตร์จนได้เวลาสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซอร์เรนโต้  (SORRENTO) (90 กิโลเมตร) ที่มาของเพลง “คัมแบค ทู ซอร์เรนโต้ ” และเป็นบ้านเกิดของ เอนริโก คารูโซ (ENRICO CARUSO)  นักร้องโอเปราชื่อดัง เป็นเมืองในฝันที่งดงามล้ำเลิศ เมืองที่มีทัศนียภาพสวยงาม โดยเฉพาะเวลาตอนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า เดินทางถึง เมืองซอร์เรนโต้  

นำท่านชมเมืองซอร์เรนโต้  เมืองตากอากาศเล็กๆ ริมอ่าวเนเปิ้ล แต่ชื่อเสียงของเมืองในฐานะเมืองท่องเที่ยวของอิตาลีนั้นไม่ได้เล็กตามขนาดของเมือง ตัวเมืองตั้งอยู่บนหน้าผาสูง และไล่ระดับลงมาตามความลาดชันจนลงมาถึงระนาบเดียวกันกับหาดทรายสีเทาที่ได้รับการจัดระเบียบไว้อย่างเรียบร้อย และมีชายฝั่ง Amalfi ที่เลียบริมทะเลไปตามหน้าผายาวถึง 50 กม.

นำท่านชม จัตุรัสทาซโซ่ (PIAZZA TASSO) ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง เป็นจัตุรัสที่เต็มไปด้วยสีสันของร้านรวงที่ตั้งเรียงรายตลอดสองข้างทางของถนนสายที่ได้ชื่อว่าเป็นช้อปปิ้งสตรีทอันมีชื่อเสียงของเมืองซอร์เรนโต้ พร้อมทั้งยังได้ชมวิถีชีวิตของผู้คนพื้นเมืองที่นิยมมานั่งจิบกาแฟ หรือมานั่งพูดคุยสังสรรค์กันในร้านอาหาร นำท่านชมบริเวณโดยรอบจัตุรัสทาซโซ่ ที่เต็มไปด้วยโบสถ์ วิหาร ที่มีความโดดเด่นงดงามเป็นเอกลักษณ์ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบบารอค อิสระท่านเดินเล่นชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย จนได้เวลาสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม  HILTON SORRENTO PALACE หรือระดับเทียบเท่า

โรงแรมหรูกลางเมืองเซอร์เรนโต้ ใกล้อ่าวเนเปิลส์ มองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมือง และอ่าวเนเปิลส์ ให้ท่านได้พักผ่อนอย่างสุขสบาย หรูหรา ท่ามกลางบรรยากาศที่งดงาม

3

วันที่สามของการเดินทาง

ซอร์เรนโต – ชมเมือง – เส้นทางอมัลฟี่โค้สท์ – โพสิตาโน อมัลฟี – ราเวลโล – ซาเลอร์โน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางลัดเลาะชายฝั่งทะเลที่เรียกว่า อมัลฟี่โคสท์  (AMALFI COAST) ชายฝั่งทางตอนใต้ของคาบสมุทรซอร์เรนตีเนของอิตาลี (Sorrentine Peninsula) ซี่งได้รับการยกย่องว่าเป็นชายฝั่งที่สวยที่สุดในยุโรป โดยถนนจะแคบมาก และเส้นทางจะเลียบไปตามหน้าผาสูงชัน จนถึงเมืองหลัก 3 เมือง คือ โพสิตาโน อมัลฟี และราเวลโล เส้นทางเลียบชายฝั่งและเมืองทั้งสามได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปี ค.ศ.1997

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโพสิตาโน (POSITANO) (15 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆแต่มีเสน่ห์ชวนให้หลงใหลตั้งอยู่ตามหน้าผาแคบ ๆ อันมียอดโดมของโบสถ์ซานตา มาเรีย อัสสันต้า เป็นสัญญลักษณ์ของเมือง ผ่านชมบ้านเรือนที่ตั้งเรียงรายอยู่บนหน้าผา ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศชวนมองอย่างไม่กระพริบตาตลอดเส้นทางที่ผ่าน จึงทำให้เมืองชายฝั่งทะเลในแคว้นคัมพาเนีย แห่งอิตาลีใต้นี้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี 

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เส้นทางคดเคี้ยวเลาะริมผา ชมธรรมชาติอันงดงามกับบ้านเรือนที่ถูกสร้างอย่างลงตัวบริเวณผาสูงสู่ เมืองอมัลฟี (AMALFI) (20 กิโลเมตร)  เป็นเมืองที่เคยมีอำนาจทางทะเล สมญานามว่า QUEEN OF MEDITERRANEAN  แต่ต่อมาคาดว่าเกิดแผ่นดินถล่มจมหายไปในทะเล เมืองนี้จึงกลาย เป็นเพียงเมืองเล็กๆ มีประชากรราว 3 พันคน มีมหาวิหารใหญ่ที่สวยงาม เมืองนี้มีระบบการปกครองเหมือนกับเมืองเวนิส กล่าวคือเป็นระบบการปกครองโดยผู้ดำรงตำแหน่ง ดอจจ์ (DOGG)  ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ต่อมาในปี ค.ศ.1131 อมัลฟีตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกษัตริย์โรเจอร์ แห่งเนเปิ้ล  และต่อมาก็ถูกชาวปิซ่ายึดครอง 

นำท่านเข้าชมวิหารแห่งนักบุญแอนดรูว์ (AMALFI CATHEDRAL) ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองอมาลฟี อีกทั้งยังได้รับการกล่าวขานว่ามีความงดงามมากที่สุดอีกด้วย โดยวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียตริแก่ นักบุญแอนดรูว์ (Saint Andrew) โดยสร้างขึ้นตามศิลปะสไตล์อาหรับ – นอร์แมน โรมาเนสก์ ด้านหน้าของวิหารถูกประดับตกแต่งแบบโมเสกอย่างวิจิตรงดงาม และบริเวณที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่คือ บริเวณบันไดขนาดใหญ่สไตล์ลอมบาร์ด – นอร์แมน (LOMBARD-NORMAN STYLES) ที่จะเป็นหนทางนำนักท่องเทื่ยวไปพบกับความโอ่อ่า และวิจิตรตระการตาภายในวิหารแห่งนี้

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองราเวลโล่ (RAVELLO) (7 กิโลเมตร)  หมู่บ้านเล็กๆของแคว้นคัมพาเนีย ที่มีความงามทั้งทางกายภาพและความหลากหลายทางธรรมชาติ รวมไปถึงความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จึงได้รับการบรรจุไว้ในส่วนหนึ่งของคอสติเอรา อามาลฟิตานา ซึ่งเป็นหนึ่งในรายชื่อมรดกโลกของอิตาลี ในปี ค.ศ.1997 จากองค์การยูเนสโก นอกจากนี้หมู่บ้านราเวลโล่ ยังเป็นสถานที่ที่ศิลปินดัง อย่าง ริชาร์ด วาร์กเนอร์ ศิลปินชาวเยอรมันเคยมาแสดงคอนเสิร์ต จนทำให้มีการจัดเทศกาลคอนเสิร์ตที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นประจำทุกปี เดินทางถึง หมู่บ้านราเวลโล่  จ

ากนั้นนำท่านชม วิลลารูโฟโล (VILLA RUFOLO) เป็นอาคารและสวนขนาดย่อมๆที่อยู่ภายในศูนย์กลางประวัติศาสตร์ในย่านจัตุรัสหลักของเมืองราเวลโล ถูกสร้างขึ้นอย่างหรูหราในสไตล์มัวร์ (Moorish-style ) ในปี ค.ศ.1270 ภายในวิลลาได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับ รวมไปถึงหอคอยโบราณสูงประมาณ 30 เมตร อิสระท่านชื่นชมบรรยากาศและถ่ายรูปตามอัธยาศัย จนได้เวลาสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองซาเลอร์โน (SALERNO) (28 กิโลเมตร) เมืองท่าทีใหญ่ที่สุดทางใต้ของอิตาลี เดินทางถึงเมืองซาเลอร์โน

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม NOVOTEL SALERNO EST ARECHI หรือระดับเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ซาเลอร์โน – เปสตุม – ชมเมือง คาสเทลเมสซาโน (แคว้นบาซิลิกาต้า)– โพเทนซ่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม  

นำท่านเดินทางสู่เมืองเปสตุม (PAESTUM) (80 กิโลเมตร)  เปสตุม เป็น แหล่งโบราณคดีเก่าแก่สมัยกรีกโบราณ ชื่อเดิมแบบกรีกคือ Poseidonia ก่อตั้ง ในช่วง 600 ปีก่อนคริสตกาล  เปสตุม มีทั้งพิพิธภัณฑ์และแหล่งโบราณคดี กลางแจ้ง  เดินทางถึง เมืองเปสตุม นำท่านชมแหล่งโบราณคดีซึ่งเป็นซาก ปรักหักพังของวิหาร 3 หลัง คือ วิหารอธีน่า, วิหารเฮร่า และวิหารโพไซดอน โดย วิหารอธีน่ามีขนาดเล็กที่สุดและตั้งอยู่โดดเดี่ยว ส่วนอีกสองวิหารอยู่คู่กัน วิหารเฮร่า หรือ Basilica ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในบรรดาวิหารทั้งสามซึ่งยังคงอยู่ในสภาพที่ดี จนเป็นสถาปัตยกรรมของอาณานิคมกรีกในศตวรรษที่ 6 ที่สมบูรณ์แบบที่สุด  นอกจากวิหารแล้ว ยังมีซากอาคารบ้านเรือนรวมถึงพื้นกระเบื้องโมเสคชิ้นเล็กๆ, Amphitheatre ขนาดเล็ก, Forum และอื่นๆ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคาสเทลเมสซาโน (CASTELMEZZANO) (160 กิโลเมตร) เป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ในจังหวัดโพเทนซ่า(POTENZA) ในแคว้นบาซิลิกาต้า (BASILICATA)  หนึ่งใน 20 แคว้นของประเทศอิตาลี เมืองนี้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในประเทศอิตาลี สร้างอยู่ในหุบเขา เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 900 คน แรกเดิมเป็นถิ่นฐานของชาวกรีกราวศตวรรษที่ 5-6  แต่การเข้าไปชมเมืองแสนสวยแห่งนี้ก็ไม่ธรรมดา ต้องลอดผ่านอุโมงค์ ข้ามช่องเขา เพื่อเข้าสู่ดินแดนที่น่าค้นหาแห่งนี้ จนได้เวลาสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองโพเทนซ่า (45 กิโลเมตร)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม  PARK HOTEL  POTENZA หรือระดับเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

โพเทนซ่า – มาเทรา – ชมเมือง – อัลเบโรเบลโล (แคว้นปูลยา) – ชมเมือง โมโนโพลี

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองมาเทรา (MATERA) (85 กิโลเมตร) เมืองโบราณเล็กๆ ทางตอนใต้ของอิตาลีที่น้อยคนนักจะรู้จัก เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งตั้งอยู่ในแคว้นบาซีลีกาตา (BASILICATA) ของประเทศอิตาลี  เมืองมาเทรา ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองใต้ดินหรือ เมืองมนุษย์ถ้ำ เมืองนี้สร้างอยู่ในหิน และผู้คนอาศัยอยู่ในบ้านหินโบราณที่เป็นถ้ำที่เรียกว่า ซาสซี (SASSI) มานานหลายศตวรรษ ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นมรดกโลก เดินทางถึงเมืองมาเทรา

นำท่านชมเมืองมาเทรา เมืองนี้จะมีสองส่วนคือส่วนเมืองเก่าและส่วนเมืองใหม่ที่รัฐบาลพยายามอพยพผู้คนให้มาอยู่ที่เมืองใหม่ แต่ก็ยังมีพลเมืองบางส่วนยังคงอาศัยอยู่ในถ้ำหินของเมืองเก่า

นำท่านชมย่านเมืองเก่า สัมผัสชีวิตท่ามกลางเขาวงกตที่มีทางเดินขนาดเล็กที่ปูด้วยหิน บันไดสูงชัน และถนนที่คดเคี้ยว ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนอันแสนเก่าแก่ ไม่มีสถาปัตยกรรม หรือพระราช วังที่สวยงามใดๆ มีแต่บ้านช่องที่มีอยู่ตามถ้ำที่เรียกกันว่า ซาสซี (SASSI) และ โบสถ์รูเปสเตรียน ที่ขุดไว้ ตามโขดหินในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยูเนสโกได้กำหนดให้เป็นถิ่นฐานที่มีวัฒนธรรมที่ควรเก็บรักษาจนได้ขึ้นเป็นมรดกโลก  นำท่านเข้าชมบ้านถ้ำหิน (CASA GROTTA DI VICO SOLITATIO) สัมผัสความเป็นอยู่ของมนุษย์ถ้ำแห่งเมืองนี้

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอัลเบโรเบลโล (ALBEROBELLO) (70 กิโลเมตร)  ตั้งอยู่ในแคว้นปูลยา ทางทิศตะวัน ออกเฉียงใต้ของอิตาลี เป็นเมืองที่อยู่เกือบปลายเกือกของอิตาลี จึงมีทะเลล้อมรอบอยู่ใกล้ๆ เดินทางถึงเมืองอัลเบโรเบลโล

นำท่านชม หมู่บ้านกระโจมหิน (TRULLI VILLAGE) หมู่บ้านเก่าแก่ รูปทรงแปลกตา มีเอกลักษณ์ทางด้านสถาปัตยกรรมซึ่งมีหลังคาบ้านเป็นรูปทรงกรวยเกือบทุกหลัง  ถ้าเดาจากรูปร่าง อาจคิดว่าอยู่ที่อาฟริกาเป็นแน่ แต่ที่แท้มันอยู่ในอิตาลี การที่มีรูปทรงแบบนี้ ที่จริงก็มีเค้าโครงมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะเป็นบ้านที่มีวิวัฒนาการ การตั้งถิ่นฐานของคนแถบ Greece, Egypt, Sardinia and Sicily รอบๆทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีการตั้งบ้านเรือนแบบนี้มาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 14-15 การที่บ้านเมืองดูโบราณๆนั้น เพราะวัสดุที่ใช้สร้างบ้านเขาใช้วัสดุจากธรรมชาติ

ที่หาได้รอบๆนั่นเอง และการก่อสร้างก็ง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อน แต่ก็ยังไม่วายมีตำนาน เกี่ยวกับการก่อสร้างรูปแบบนี้ว่า เกิดจากการตั้งกฎของ Count of Conversano ที่เป็นผู้มีอำนาจในการควบคุมการก่อสร้างในสมัยก่อน เขาออกกฎให้การก่อสร้างในยุคนั้น ใช้หินเรียงซ้อนกัน โดยไม่ใช้ปูนก่อ เพื่อให้ง่ายต่อการรื้อถอน เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของบ้านแถบเมดิเตอร์เรเนียนนี้คือ การใช้สีง่ายๆ ด้วยสีขาวเพียงสีเดียว

ไม่นิยมความแตกต่างโดดเด่นที่ต้องไม่เหมือนใคร หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านจึงมีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น เป็นภาพรวมที่น่าชม และแปลกตามาก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโมโนโพลี (MONOPOLI) (25 กิโลเมตร) เพื่อเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก PALAZZO INDELLI หรือระดับเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

โมโนโพลี – บารี – ชมเมือง – ซาเลอร์โน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบารี (BARI) (55 กิโลเมตร)เมืองหลวงของแคว้นปูลยา และเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของอิตาลีทางตอนใต้ อยู่ใกล้กับทะเลเอเดรียติก จนได้รับสมญานามว่า “แคลิฟอร์เนียตอนใต้ของอิตาลี”เป็นศูนย์กลางการเดินเรือและศูนย์กลางของอาณาจักรไบเซนไทน์ ทางตอนใต้ของอิตาลี ปัจจุบันเมืองมารียังคงสถาปัตยกรรมที่งดงาม มีความเจริญทาง ศาสนา ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองได้ถูกระเบิดทำลาย ต่อมาได้บูรณะขึ้นมาใหม่ ปัจจุบันมีบ้านเรือนทันสมัยสลับกับซากความเจริญในอดีต เดินทางถึงเมืองบารี นำท่านชมเมืองบารี เมืองท่าที่ สำคัญของอิตาลี ชมซากป้อมปราการในอดีต

จากนั้น เข้าชมโบสถ์เซนต์นิโคลัส (BASILICA ST.NICHOLAS) ซึ่งเดิมเคยใช้เป็นที่พำนักของผู้ปกครองเมืองชาวไบแซนไทน์เมื่อราวปี ค.ศ.1000 ต่อมาในปี ค.ศ.1087 ชาวบารีได้นำกระดูกของเซนต์นิโคลัสมาจากโบสถ์แห่งเมืองไมร่า (MYRA) ในประเทศตุรกี  จึงได้ดัดแปลงอาคารแห่งนี้เป็นโบสถ์ และประดิษฐานกระดูกของเซนต์นิโคลัสไว้ภายใน ซึ่งเชื่อกันว่า เซนต์นิโคลัส ก็คือที่มาของซานตาคลอสนั่นเอง อิสระท่านชมความงดงามภายในโบสถ์ จนได้เวลาสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่แคว้นคัมพาเนีย สู่ เมืองซาเลอร์โน (SALERNO) (250 กิโลเมตร)  อีกหนึ่งเมืองท่าของอิตาลีตอนใต้อันเป็นที่นิยมในการมาพักผ่อนตากอากาศของนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก เดินทางถึง เมืองซาเลอร์โน   อิสระท่านเดินเล่นพักผ่อนชมเมือง เมืองที่ดูสงบเรียบง่ายริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม NOVOTEL SALERNO EST ARECHI หรือระดับเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

ซาเลอร์โน – ปอมเปอี – ชมเมือง – ช้อปปิ้งเอาท์เลท– โรม

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปอมเปอี (POMPEI) (40 กิโลเมตร)  ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรอิตาลี บริเวณริมอ่าวเนเปิลส์ เมื่อ 2,000 กว่าปีก่อน ปอมเปอีเป็นเมืองเก่าที่เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ในยุคก่อนคริสต์ศักราชเมืองปอมเปอีนี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของกรีกเรื่อยมา กระทั่งราว 80 ปีก่อนคริสต์ศักราชจึงถูกยึดครองเป็นอาณานิคมของอาณาจักรโรมัน  เดินทางถึง เมืองปอมเปอี

นำท่าน เข้าชมเมืองโบราณปอมเปอี ที่ถูกปกคลุมไว้ด้วยลาวาเมื่อครั้งเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟ วิสุเวียส (MT.VESUVIUS) ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 622 ซึ่งลาวาที่ทับถมกันนั้นหนาถึง 6 – 7 เมตร ทำให้เมืองนี้หายไปทั่วเมือง ปัจจุบันมีการขุดค้นพบ 3 ใน 4 ส่วนของเมืองทั้งหมด จากการตั้งใจขุดค้นซากที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ของผู้คน สัตว์เลี้ยงต่างๆ ที่เหมือนถูกหยุดอยู่กับที่ ผ่านกาลเวลาอันยาวนาน ที่ยังบ่งบอกถึงความเจริญในยุคนั้นได้เป็นอย่างดีว่าเคยมีฐานะเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่แน่นขนัดไปด้วยร้านค้า ตลาดและห้องแถว สนามกีฬา โรงละคร วิหาร โรงอาบนํ้าสาธารณะ หอนางโลม โรงแรม หลังจากการขุดสำรวจ ภาพชีวิตของชาวโรมันกว่าสองพันปีได้ปรากฏแก่สาธารณะชน เชิญสัมผัสได้ถึงชีวิตที่หรูหราในปอมเปอี และพลังอำนาจของธรรมชาติ ที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่อาจหลีกหนีได้ทัน ด้วยความมหัศจรรย์ของปอมเปอีทำให้เมืองแห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี 1997 นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของประเทศอิตาลี ที่มีผู้มาเยือนมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงโรม (ROME) ระหว่างทางนำท่านแวะช้อปปิ้งที่  “LA REGGIA DESIGNER OUTLET” เมืองมาร์เซียไนส์ (MARCIANISE) (45 กิโลเมตร) แหล่งช้อปปิ้งที่พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบหรูหรา ด้วย ร้านค้าที่นำเสนอแฟชั่นแบรนด์อิตาลีและแบรนด์ระดับโลกอื่นๆ อาทิ Gucci ,Prada , Armani , Moschino ,Nike, Adidas, Michael Kors, Calvin Klein, Tommy Hilfigher, Roberto Cavalli   เป็นต้น ในราคาที่ลดลงสุงสุดถึง 70%  นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่หลากหลายให้เลือกใช้บริการอีกด้วย อิสระให้ท่านช้อปปิ้งอย่างจุใจตามอัธยาศัย จนได้เวลาสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่กรุงโรม (210 กิโลเมตร) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี ที่มีทั้งความเก่าและความใหม่ซ้อนแทรกอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืน ตั้งอยู่บนแคว้นลาซิโอ (LAZIO) ตรงช่วงกลางของประเทศมีแม่น้ำไทเบอร์ (TIBER) ไหลผ่านกลางเมือง โรมจึงถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน สถานที่สำคัญ และเมืองเก่าโรมันจะอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำ ส่วนฝั่งซ้ายเป็นรัฐวาติกัน และเขตทราสเตเวเร (TRASTEVERE) ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของผู้มีฐานะ และปัจจุบันเป็นแหล่งร้านอาหาร และคาเฟ่แบบเก๋ๆทันสมัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม  H10 ROMA CITTA หรือระดับเทียบเท่า

8

วันที่แปดของการเดินทาง

โรม –ชมเมือง– จัตุรัสนาโวนา -มหาวิหารแพนธีออน– น้ำพุเทรวี -ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านชมกรุงโรม เมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี เป็นศูนย์รวมของสถานที่ท่องเที่ยวที่ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และสถาปัตยกรรมที่สวยงามอลังการมากมาย นำท่านผ่านชมกลุ่มโรมันฟอรัม (ROMAN FORUM) อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน ที่สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของอารยะธรรมโรมันในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา 

จากนั้นนำท่านเก็บภาพความยิ่งใหญ่บริเวณรอบนอกของ สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม (COLOSSEUM) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ อดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน

 จากนั้นนำท่าน  เดินเล่นชมเมืองบริเวณจัตุรัสนาโวนา (PIAZZA NAVONA) เป็นศูนย์รวมของสารพัดสิ่ง ทั้งร้านอาหาร นักดนตรี นักมายากลข้างถนน ศิลปินวาดรูปเหมือน และที่สำคัญคือเดิมทีที่ตรงนี้เป็นสนามกีฬาแข่งม้าของชาวโรมัน ถนนที่อยู่บริเวณโดยรอบ คือ ลู่วิ่งของม้า บริเวณนี้มีน้ำพุที่สำคัญ3 แห่ง เป็นผลงานของศิลปินนักแกะสลักชื่อดัง Gian Lorenzo Bernini ตรงกลางลานจะเห็นเสาโอบิลิสก์ (Obelisk) รอบๆ เสาจะเป็น  น้ำพุแห่งสี่มหานที (Fountain of the Four Rivers) ซึ่งแต่ละมุมจะมีรูปปั้น ซึ่งแทนแม่น้ำใหญ่จาก 4 ทวีป ได้แก่ คงคา ดานูป ไนล์ และพลาต้า (ในอเมริกาใต้)

นำท่านเข้าชม มหาวิหารแพนธีออน (PANTHEON) วิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเหล่าทวยเทพของกรีกโบราณ ออกแบบโดยมาร์คัส วิพซานิอัส อกริพพา เดิมสร้างขึ้นตั้งแต่ 27 ปีก่อนคริสตศักราช ต่อมาถูกไฟไหม้และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 118 และเป็นวิหารยุคโรมันที่เก่าแก่ที่สุดและคงสภาพสมบูรณ์เกือบทั้งหมดมาจนถึงทุกวันนี้ ความน่าทึ่งของวิหารนี้คือการออกแบบด้านหน้าของวิหารที่เป็นเสากับหน้าจั่ว แต่หลังคาถูกออกแบบเป็นโดมครอบอาคารทรงกลม รวมทั้งความสูงจากพื้นถึงช่องตา (Oculus) บนเพดาน และเส้นผ่าศูนย์กลางของโดมด้านในเท่ากัน 43.3 เมตรเอกลักษณ์ที่หลายคนรู้จักคือ ช่องโหว่กลางหลังคาโดมที่ใช้เปิดรับแสง แต่ก็มีการเจาะรูเล็กๆบนพื้นเพื่อเป็นการระบายน้ำฝนที่ตกเข้ามาในวิหารด้วย วิหารแพนธีออนยังเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์วิคเตอร์ เอมมานูเอลที่ 2 และราฟาเอล ศิลปินชื่อก้องโลกอีกด้วย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

บ่าย นำท่าน ถ่ายภาพกับน้ำพุเทรวี งานประติมากรรมของเทพนิยายกรีก ที่มาของบทเพลง “ทรีคอยน์ อิน เดอะ ฟาวน์เทน” ที่เชื่อกันว่า หากท่านโยนเหรียญลงในน้ำพุแล้วท่านจะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง

จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งย่านบันไดสเปน (SPANISH STEPS) บนถนนคอนดอตติ ย่านช้อปปิ้งขึ้นชื่อของอิตาลี เป็นบันไดที่กว้างและยาวที่สุดในทวีปยุโรป มีขั้นบันไดทั้งหมด 138 ขั้น ที่ล้อมรอบไปด้วยสถาปัตยกรรมอันสวยงามแล้ว จัตุรัสแห่งนี้ยังต่อตรงกับถนน VIA CONDOTTI ที่เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนมมากมาย ทั้ง Dior,Prada, Gucci,Amarni, Valentino, Versace, Fendi, Ferragamo, Cartier, Bulgari เป็นต้น เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีชีวิตชีวามากอีกแห่งหนึ่งของอิตาลี

***แนะนำให้ท่านลองชิม ไอศกรีมเจลาโต (GELATO) ไอศกรีมขึ้นชื่อที่ท่านไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงอิตาลี ***

**** กฏเกณฑ์ที่สำคัญของการมานั่งที่บันไดแห่งนี้ คือ ห้ามกินไอศครีม! เนื่องจากบันไดสเปนเป็นอีกหนึ่งฉากที่ถ่ายทำในภาพยนตร์ชื่อดัง (ปี1953) เรื่อง Roman Holiday ทำให้หนุ่มสาวหลายคู่เลียนแบบคู่พระเอกนางเอก ที่มานั่งจู๋จี๋กินไอติมกันอย่างมากมาย จนทำให้บันไดเปรอะเปื้อนสกปรก และต้องออกกฎหมายห้ามจนถึงทุกวันนี้

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม  H10 ROMA CITTA หรือระดับเทียบเท่า

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

โรม – กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม อิสระท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย จนได้เวลาสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินฟูมิชิโน

13.55 น. ออกเดินทางจาก กรุงโรม โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 945

10

วันที่สิบของการเดินทาง

กรุงเทพฯ

05.45 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..

 

 

 

หมายเหตุ บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 20 ท่าน 

***เนื่องจากโรงแรมในยุโรปมีห้อง TRP ค่อนข้างน้อย ถ้าเดินทางเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน แนะนำให้เปิด 2 ห้องจะดีกว่า (TWN+ SGL)***

 

อัตรานี้รวม      ·  ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นทัศนาจรตามที่ระบุในรายการ

  • ค่าโรงแรมที่พักที่ระบุในรายการ / ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ / ค่าวีซ่า
  • ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงาน คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
  • ค่าพนักงานยกกระเป๋า เข้า-ออก ท่านละ 1 ใบ
  • ค่าทิปคนขับรถ
  • น้ำดื่มบนรถ วันละ 1 ขวด / คน / วัน

อัตรานี้ไม่รวม   ·  ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการ

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %   

การจอง และชำระเงิน     กรุณาส่งสำเนา PASSPORT หน้าแรก แฟกซ์มายังบริษัทฯ พร้อมชำระเงินค่ามัดจำ

                                      ท่านละ 30,000 บาท สำหรับส่วนที่เหลือทั้งหมด กรุณาชำระก่อนการเดินทาง 30 วัน

( หากไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ยินดีให้บริษัทฯทำการยกเลิกและยินยอมให้ยึดเงินมัดจำทันที)

การไม่รับจองทัวร์ :  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับจองทัวร์สำหรับลูกค้าดังต่อไปนี้

  • เด็กที่มีอายุระหว่างแรกเกิดถึง 2 ขวบ
  • ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ หรือ ไม้เท้า
  • ผู้เดินทางที่บ่งบอกการเป็นบุคคลไร้ความสามารถ

หมายเหตุ    ·  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย

                          จนไม่อาจแก้ไขได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

  • หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะไม่

     รับผิดชอบต่อค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

  • รายการนี้เป็นเพียงการเสนอราคาที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรอง

ที่นั่งกับสายการบิน และโรงแรมที่พัก อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

  • สตรีมีครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย สำหรับกระเป๋าเดินทาง

    กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง

การยกเลิก *** กรณีที่ท่านจองและจ่ายค่ามัดจำแล้วมีการยกเลิก (ก่อนเงื่อนไขตามกำหนดวันที่ทำการยกเลิก

ด้านล่าง) บริษัทฯ ขอคิดค่าทำงานท่านละ 1,000.- บาท พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามความเป็นจริง (ถ้ามี) ***

  • ยกเลิกก่อน    31-60      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน    15-30      วันทำการ  เก็บค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน 8-14      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่าทัวร์ทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน   1-7       วันทำการ  เก็บ 100% ของค่าทัวร์ทั้งหมด

( หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ยกเว้นเงื่อนไขในการยกเลิกการเดินทางตามกำหนดวันที่ระบุข้างต้น

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ และขอคิดค่าใช้จ่ายในการยกเลิกตามความเป็นจริง

เนื่องจากเป็นช่วง Peak Period  ทางโรงแรม , สายการบิน และบริษัทรถโค้ช ฯลฯ ค่อนข้างแน่น

และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 100%  ซึ่งไม่สามารถทำการยกเลิกได้ )

การโอนเงิน      ผ่านธนาคาร บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด

           ธนาคารกรุงเทพฯ / สาขาโชคชัย 4 / บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 230-0-19191-9

เมื่อท่านจองทัวร์และชำระค่ามัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในเงื่อนไขและรายละเอียดที่ทางบริษัทแจ้งไว้ทั้งหมด

*** หมายเหตุ ***   การยื่นวีซ่าอิตาลี (ยื่นกรุ๊ป) กรณีที่เอกสารของท่าน เตรียมไม่ครบถ้วน ตามเงื่อนไขของสถานฑูตอิตาลี ในวันนัดยื่นวีซ่า ทางบริษัทขออนุญาตยกเลิกการยื่นวีซ่าของท่านในวันนั้น และจะดำเนินการนัดวันยื่นวีซ่าให้ใหม่ในวันถัดไป ทั้งนี้หากท่านยืนยันที่จะยื่นตามวันเดิม ท่านจะต้องจ่ายค่ายื่นแบบ PREMIUM เอง โดยชำระเป็นเงินสดให้กับ VFS โดยตรงเป็นจำนวนเงิน 2,200 บาท

*** บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ อันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง

สภาพดินฟ้าอากาศ การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ โดยการพิจารณาของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ***

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating