02 – 06 ก.ย 63 / 04 – 08 พ.ย 63 /18 – 22 พ.ย 63 / 06 – 10 ธ.ค 63 /09 – 13 ธ.ค 63/ ** 30 ธ.ค 63 – 03 ม.ค 64
วันเดินทาง

ทัวร์ไทย : ROMANTIC OF NAN 5 วัน 4 คืน

กำหนดการเดินทาง :  02 – 06 ก.ย 63 / 04 – 08 พ.ย 63 /18 – 22 พ.ย 63 / 06 – 10 ธ.ค 63 /09 – 13 ธ.ค 63/ ** 30 ธ.ค 63 – 03 ม.ค 64

จังหวัด : น่าน

เดินทาง : รถโค้ช VIP – ไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3554

ราคา : 29,900 บาท

นำท่านสัมผัสความโรแมนติคของจังหวัดน่าน จังหวัดเล็กๆทางภาคเหนือที่มีความสำคัญในอดีต ต้นกำเนิดแม่น้ำน่าน ความสวยงามของธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ทริปพิเศษเจาะลึกสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดในจังหวัดน่าน ท่านจะไม่พลาดจุดสำคัญๆ มาครั้งเดียวเที่ยวได้ครบ พิเศษกับเทคนิคการถ่ายภาพเบื้องต้นจากทีมงาน รับอัลบั้มภาพขนาดโปสการ์ด 1 อัลบั้ม 24 ภาพ ฟรี!!!!

 รายการทัวร์ช่วง 2 – 6 กันยายน 2563 ราคา : 29,900 บาท

รายการทัวร์ช่วง 21 – 25 ตุลาคม 2563 :ราคา : 30,900 บาท

 รายการทัวร์ช่วง 04 – 08 พฤศจิกายน 2563 *ราคา : 30,900 บาท

 รายการทัวร์ช่วง 30 ธันวาคม 2563 – 03 มกราคม 2564  *ราคาช่วงปีใหม่ : 33,900 บาท

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันที่หนึ่งของการเดินทาง

กรุงเทพ – น่าน – วัดภูมินทร์ – พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน – ถนนลอยฟ้า  บ่อเกลือ                                                                                                              

04.30 น. พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง อาคาร 1 ผู้โดยสารขาออก เค้าน์เตอร์ที่ 9 สายการบินไทยแอร์เอเชีย เจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง พร้อมบริการอาหารเช้าแบบ Snack Box

07.40  น. เดินทางสู่ จังหวัดน่าน โดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3554

 *** ไม่มีบริการน้ำ และอาหารบนเครื่องบิน ***

08.55  น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานน่าน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของภาคเหนือ เป็นที่ตั้งของเมืองที่สำคัญในอดีต รับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว รถตู้ปรับอากาศรอรับ

นำท่านเดินทางสู่ วัดภูมินทร์ (ระยะทาง 4.5  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที) เดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” เป็นวัดที่แปลกกว่าวัดอื่นๆ คือ โบสถ์และวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกันประตูไม้ทั้งสี่ทิศ แกะสลักลวดลายโดยช่างฝีมือล้านนาสวยงามมาก

นอกจากนี้ฝาผนังยังแสดงถึงชีวิตและ วัฒนธรรมของยุคสมัยที่ผ่านมาตามพงศาวดารของเมืองน่าน

จากนั้นนำท่านชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน ตั้งอยู่ในบริเวณคุ้มของอดีตเจ้าผู้ครองนครน่าน อาคารพิพิธภัณฑ์เดิมเป็นหอคำที่พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ  พระเจ้าน่านทรงสร้างขึ้นเป็นที่ประทับ เมื่อพุทธศักราช 2446 เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้น แบบตรีมุขหรือรูปตัวที รูปแบบ  ผสมผสานระหว่างแบบศิลปะตะวันตกและศิลปะไทย โครงสร้างภายในเป็นไม้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีมุขออกด้านหน้า หลังคามุงด้วยไม้แป้นเกล็ด ชม งาช้างดำ มีรูปลักษณะเป็นงาปลียาว 94 เซนติเมตร หนัก 48 กิโลกรัม งาช้างดำนี้ถือเป็นของคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดน่าน

จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ ซุ้มต้นลีลาวดี ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งโน้มเอียงเข้าหากันกลายเป็นอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่สวยงาม

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารเฮือนเจ้านาง

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ อำเภอบ่อเกลือ (ระยะทาง 80  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.55 ชั่วโมง) มีชื่อเสียงในด้านการทำเกลือบนภูเขาที่ไม่มีที่ใดเหมือนเกลือสินเธาว์ เพื่อบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง

ระหว่างทางให้ท่านได้พักผ่อนเปลี่ยนอิริยาบถ พร้อมจิบกาแฟที่ ร้านเดอะวิว กิ่วม่วง ออกเดินทางต่อ

ระหว่างทางผ่านชม ถนนลอยฟ้าโค้งหมายเลข 3 เดินทางถึงอำเภอบ่อเกลือ

นำท่านชม บ่อเกลือสินเธาว์โบราณ ที่มีเพียงแห่งเดียวในโลก จากนั้นเดินทางเข้าสู่ที่พัก  BOKLUA VIEW RESORT (บ่อเกลือวิว รีสอร์ท)  ให้ท่านได้อิสระพักผ่อนและดื่มด่ำกับบรรยากาศอันสวยงามของรีสอร์ท

นำท่านเข้าสู่ที่พัก BOKLUA VIEW RESORT (บ่อเกลือวิว รีสอร์ท)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม  

2

วันที่สองของการเดินทาง

บ่อเกลือ-ปัว – อุทยานแห่งชาติดอยภูคา – วัดภูเก็ต – วัดปรางค์ – วังศิลาแลง ร้านกาแฟไทลื้อ – ช้อปปิ้งผ้าพื้นเมือง                     

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

07.30  น.  นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา (ระยะทาง 20  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) มีพื้นที่ครอบคลุมในท้องที่ 8 อำเภอของจังหวัดน่าน ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอทุ่งช้าง อำเภอเชียงกลาง อำเภอบ่อเกลือ อำเภอสันติสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และ อำเภอแม่จริม ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 1,704 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,065,000 ไร่ จึงทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ของสภาพป่าอันจะเห็นได้จากการพบพืชพรรณ และสัตว์ป่าหายากหลากหลายชนิด  และนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดน่าน โดยมีจุดเด่นทางธรรมชาติที่น่าสนใจคือ ดอกชมพูภูคาซึ่งเป็นพันธ์ไม้หายากและมีที่แห่งนี้ที่เดียวในประเทศไทย ต้นเต่าร้างยักษ์ ป่าดึกดำบรรพ์ น้ำตกภูฟ้า พิชิตยอดดอยภูแว ชมถ้ำยอดวิมาน และถ้ำผาฆ้อง

นำท่านชม ทะเลหมอกที่ลานดูดาว อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปกับธรรมชาติ ตามอัธยาศัย ได้เวลาพอสมควร

นำท่านเดินทางสู่ วัดภูเก็ต (ระยะทาง 23  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที) ถือ  ว่าเป็นวัดที่มีภูมิทัศน์และวิวที่สวยงาม โดยจุดเด่นของวัด คือ มีระเบียงชมวิวด้านหลังวัด ติด กับทุ่งนาที่กว้าง ไกลพร้อมด้วยฉากหลัง เป็นภูเขาวนอุทยานดอยภูคา ในยามเช้าวัดภูเก็ตเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามอีกแห่งหนึ่ง จากนั้นนำท่านชม วัดปรางค์ (ระยะทาง 4  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที) ตั้งอยู่ในอำเภอปัว จังหวัดน่าน สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้ที่ทำให้ผู้คน  หลั่งไหลมาชมคือ ต้นดิกเดียม ต้นไม้มหัศจรรย์ผิดธรรมชาติ ที่ถูกแต่งตั้งให้เป็น 1 ใน UNSEEN THAILAND  

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านครัวลินดา

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ วังศิลาแลง (ระยะทาง 6  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที) ได้รับการขนานนามให้เป็น แกรนด์แคนยอนเมืองปัว มีลักษณะเป็นธารน้ำไหลผ่านซอกหินผาที่มีลำน้ำกูนไหลผ่านและกัดเซาะจนเป็นร่องรอยตามการหมุนวนของน้ำ ประกอบด้วยวังน้ำและโตรกผาเป็นช่วงๆ โดยมีวังน้ำประมาณ 7 วัง รวมระยะทางมากกว่า 400 เมตร พื้นดินดังกล่าวเกิดจากการเลื่อนตัวของเปลือกโลกบริเวณรอยเลื่อนปัว ซึ่งมีภูมิลักษณ์แบบแก้วไวน์ ได้เวลาพอสมควร

นำท่านเดินทางสู่ ร้านกาแฟไทลื้อ  เป็นร้านกาแฟของร้านลำดวนผ้าทอ ด้านหน้าร้านประดับด้วยภาพวาดปู่ม่านย่าม่าน ภาพจิตรกรรมฝาผนังชื่อดังแห่งเมืองน่าน รวมถึงภาพวาดชายหญิงที่แต่งกายตามแบบฉบับของชาวไทลื้อโบราณ อิสระให้ท่านพักผ่อน นั่งจิบกาแฟ หรือเลือกซื้อผ้าทอไทลื้อ  นับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอำเภอนี้ตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก SANGTHONG  RESORT (แสงทอง รีสอร์ท)  ให้ท่านได้อิสระพักผ่อนและดื่มด่ำกับบรรยากาศอันสวยงามของรีสอร์ท

นำท่านเข้าสู่ที่พัก SANGTHONG  RESORT (แสงทอง รีสอร์ท)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม                                              

3

วันที่สามของการเดินทาง

ปัว – ท่าวังผา – วัดศรีมงคล – หอศิลป์ริมน่าน – นาน้อย – ร้านดาดฟ้า คาเฟ่

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.00  น. นำท่านออกเดินทางสู่ วัดศรีมงคล (ระยะทาง 31  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30  นาที) เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2395  พระสงฆ์ที่มีชื่อที่สุดของวัดนี้คือ หลวงปู่ก๋ง 

ด้านหลังวัดมีลานชมวิว ซึ่งมีทัศนียภาพที่งดงาม มองเห็นทุ่งนาเขียวขจี และทิวเขาของดอยภูคาเรียงรายสลับซับซ้อน บริเวณนาข้าวมีที่พักและร้านกาแฟฮักนน่าน มีสะพานไม้ไผ่เชื่อมจากตัววัดสามารถลงไปเดินเล่นถ่ายภาพได้ โดยบริเวณลานชมวิวทางวัดได้จัดทำเป็น  ซุ้มและจุดชมวิวให้ถ่ายภาพหลายจุดรวมถึงร้านกาแฟบรรยากาศไทยๆให้พักผ่อนหย่อนใจ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ คือวิหารหลวงที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม โดยเลียนแบบการวาดของหนานบัวผัน จิตรกรชาวน่านเชื้อสายไทลื้อ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารกิ่งโพธิ์

บ่าย นำท่านชม หอศิลป์ริมน่าน (ระยะทาง 23  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20  นาที) เป็นหอแสดงงานศิลปะขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน เป็นแหล่งรวมศิลปะและวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน ก่อตั้งและดำเนินการโดยศิลปินชาวน่าน ชื่อวินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่านชื่อดังที่รักในศิลปะที่ต้องการสร้างหอศิลป์

เพื่อรวบรวมงานศิลปะจากมันสมองของศิลปินไทยร่วมสมัยที่มีผลงานการสร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป อีกทั้งยังมีการแสดงผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมของคุณวินัย ในรูปแบบกึ่งนิทรรศการถาวรให้ได้ชมเกือบตลอดปีขึ้นในสภาพภูมิประเทศที่เป็นธรรมชาติ เพื่อให้คนที่มาเสพศิลปะนั้นได้ความรู้สึกสบายใจและพักผ่อนไปด้วย 

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อำเภอนาน้อย (ระยะทาง 90  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.40  ชั่วโมง)  ระหว่างทางแวะพักผ่อนถ่ายรูป ดื่มกาแฟ ณ.ร้านดาดฟ้า คาเฟ่ ได้เวลาพอสมควร นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักSAI NAN RESORT (สายน่าน รีสอร์ท) ให้ท่านได้อิสระพักผ่อนและดื่มด่ำกับบรรยากาศอันสวยงามของรีสอร์ท

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก SAI NAN RESORT (สายน่าน รีสอร์ท)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม   

4

วันที่สามของการเดินทาง

นาน้อย-อุทยานแห่งชาติศรีน่าน-จุดชมวิวดอยเสมอดาว วัดพระธาตุช้างค้ำ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.30 น. นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน (ระยะทาง 20  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35  นาที)  มีพื้นที่ประมาณ 583,750  ไร่ หรือ 934 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น เทือกเขาสลับซับซ้อนที่วางตัวในแนวเหนือ-ใต้ ขนานกันทั้งทางทิศตะวันตก และตะวันออกแบ่งพื้นที่ออกเป็นฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก สองฝั่งแม่น้ำเป็นป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังในเขตเทือกเขาประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา พบสัตว์ป่าหายากหลายชนิด เช่น นกยูงซึ่งมี อยู่หลายฝูง เสือดาว เสือดำ หมี กวาง หมาป่า และหมาในมีสัตว์ป่าหลายชนิดที่สำคัญ คือ ช้างป่า วัวแดง และกระทิง ซึ่งจะอพยพไปมาระหว่างเขตติดต่อประเทศไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

นำท่านชม ทะเลหมอกยามเช้า ณ.จุดชมวิว ดอยเสมอดาว เป็นพื้นที่ที่มีลานกว้างโค้งไปตามสันเขาเหมาะสำหรับการพักผ่อนชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในเวลาเดียวกัน และยังสามารถชมทะเลหมอกในยามเช้า ช่วงกลางคืนชมดาวและแสงไฟจากตัวอำเภอนาน้อยในยามค่ำคืนได้อย่างสวยงาม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ผาชู้ มีลักษณะเป็นผาหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านกลางขุนเขาเขียวขจีหลายแสนไร่ บริเวณเชิงผาชู้เป็นที่ตั้งที่ทำการ อุทยานฯ ในฤดูหนาว สามารถมองเห็นทะเลหมอกได้จากยอดผาชู้ และเมื่อหมอกจางลงจะมองเห็นลำน้ำน่าน ทอดตัวคดเคี้ยวอยู่ที่ปลายผืนป่าผาชู้ ได้เวลาพอสมควร

นำท่านชม เสาดินนาน้อย (ระยะทาง 20  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 31  นาที)  หรือ ฮ่อมจ๊อม ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน เป็นผืนดินขนาดใหญ่กว่า 50 ไร่ มีลักษณะเป็นเสาดินขนาดใหญ่คล้าย “แพะเมืองผี” ที่จังหวัดแพร่ จากข้อสันนิษฐานทางธรณีวิทยา เสาดินนาน้อย เกิดจากดินที่ตกตะกอนทับถมกันเป็นจำนวนมาก เมื่อมีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกจึงทำให้พื้นที่บางส่วนพังทลาย และยุบตัวลง ทำให้เกิดดินรูปร่างแปลกตา เมื่อเวลาผ่านพ้นไปอีกหลายล้านปี จากการกัดเซาะของน้ำฝนและลมตามธรรมชาติ ทำให้ดินบริเวณนี้มีรูปทรงแตกต่างกันออกไป บ้างเป็นเสาดินกลมมน บ้างเป็นเสาแหลม หรือบางส่วนก็มีลักษณะคล้ายกำแพงดินขนาดใหญ่ กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นที่

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ. ร้านอาหารเฮือนฝ้าย แม่จำปี   

บ่าย นำท่านชม พระธาตุแช่แห้ง (ระยะทาง 60  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวน่าน สันนิษฐานว่ามีอายุราว 600 ปี พญาการเมืองโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1891 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากกรุงสุโขทัย องค์พระธาตุมีความสูง 55.5 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างด้านละ 22.5 เมตร บุด้วยทอง เหลืองหมดทั้งองค์ เป็นโบราณสถานที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของล้านนา จากนั้น

นำท่านชม วัดพระธาตุช้างค้ำ ภายในวัดประดิษฐาน เจดีย์ช้างค้ำ ซึ่งเป็นศิลปสมัยสุโขทัย อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 รอบเจดีย์มีรูปปั้นช้างปูนปั้นเพียงครึ่งตัวประดับอยู่โดยรอบ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปทองคำปางลีลา คือ พระพุทธนันทบุรี ศรีศากยมุนี ซึ่งเป็นทองคำ 65%  สูง 145 เซ็นติเมตร ยอดพระโมฬีทำเสริมเมื่อ  พ.ศ. 2442 หนัก 69 บาท เจ้างั่วฬารผาสุมเจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 14 แห่งราชวงค์ภูคาเป็นผู้สร้างเมื่อ เป็นศิลปะสุโขทัย ประดิษฐานอยู่ที่หอพระไตรปิฎกใหญ่ที่สุดในประเทศ นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก NIRVANAN HOUSE  ให้ท่านได้อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร Gin Restaurant

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก NIRVANAN HOUSE 

5

วันที่สามของการเดินทาง

น่าน – สนามบิน – กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินเมืองน่าน

09.20  น. เดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3555

10.25  น. เดินทางถึง สนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…

 

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating