12-24 กรกฎาคม 2562
วันเดินทาง
สายการบินไทย (TG)
สายการบิน
นอร์เวย์
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป :  ชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน ณ ดินแดนเหนือสุดของนอร์เวย์ 13 วัน (TG/SK)

กำหนดการเดินทาง : 12-24 กรกฎาคม 2562

ประเทศ :  นอร์เวย์ 

สายการบิน : สายการบินไทย (TG)

ราคา : 245,800 บาท

SVALBARD … NEXT TO THE NORTH POLE!     LOFOTEN … AMAZING ISLANDS!

โปรแกรม VIP จัดปีละกรุ้ป รับจำนวนจำกัด 25 ที่ เท่านั้น!!!

หมู่เกาะลอฟโฟเทน(LOFOTEN ISLANDS) ต้นแบบของเมือง ARENDELLE การ์ตูนดิสนีย์ชื่อดัง FROZENดินแดนสวรรค์ที่สัมผัสได้จริง ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ และความสวยงามเกินคำบรรยายความอัศจรรย์ของภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์ของผืนน้ำ แผ่นฟ้า และภูเขาสูงที่สลับซับซ้อนเรียงตัวอย่างสวยงาม ซ่อนเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ กลมกลืนกันได้อย่างลงตัวเยือนเมืองทรอมโซ ปารีสแห่งยุโรปเหนือ เมืองที่เป็นประตูสู่ขั้วโลกเหนือหมู่เกาะสวาลบาร์ด (SVALBARD ISLANDS) ดินแดนเหนือสุดของโลกที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ชมพระอาทิตย์ขึ้นเกือบตลอด 24 ชั่วโมง อีกจุดเด่นที่ท่านไม่ควรพลาดในช่วงฤดูร้อนเมืองที่มีประชากรหมีขั้วโลกอาศัยอยู่มากกว่าประชากรมนุษย์ล่องเรือชมภูเขาน้ำแข็งสู่เมืองร้างแห่งเดียวในเขตขั้วโลกเหนือ PYRAMIDENสนุกสนานไปกับการนั่งรถสุนัขลากเลื่อนในช่วงฤดูร้อน ที่คุณจะประทับใจไปอีกแสนนานหมู่เกาะลอฟโฟเทนและเกาะสวาลบาร์ด เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก

โรงแรมจำกัด และจองยากมากล่วงหน้าเป็นปี แต่ เร้นจ์ฯ จองให้คุณได้ CONFIRMED แน่นอน!!!

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ – ออสโล     

22.00 น.  พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 4 แถว D เคาน์เตอร์ สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่จากบริษัท ฯ จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่าน

2

วันที่สองของการเดินทาง

ออสโล – สโววาร์ เกาะลอฟโฟเทน – ชมเมือง

00.55 น. ออกเดินทางสู่ กรุงออสโล โดย สายการบินไทย เที่ยวบิน TG 954

07.25 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง กรุงออสโล (OSLO) เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์

11.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองสโววาร์ เกาะลอฟโฟเทน (SVOLVAER, LOFOTEN) โดย สายการบิน WIDEROE เที่ยวบิน WF 820

13.25 น. เดินทางถึง เมืองสโววาร์ (SVOLVAER) เมืองศูนย์กลางเขตชุมชน Vågan ตั้งอยู่บนโค้งอ่าวทางใต้สุดของเกาะเอาสโตไก (Austvågøya) ในหมู่เกาะลอฟโฟเทน

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารหมู่เกาะลอฟโฟเทน (LOFOTEN ISLANDS) ตั้งอยู่ที่เมือง NORDLAND ประเทศนอร์เวย์ เป็นหมู่บ้านของชาวประมงที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาการหาปลาในช่วงฤดูหนาว และทำปลาตากแห้งส่งออกที่มีชื่อเสียง  โด่งดังไปทั่วโลก เอกลักษณ์ที่สำคัญของหมู่เกาะแห่งนี้ก็คือ กระท่อมสีแดงแบบดั้งเดิม (RORBUER) ของชาวประมง ที่กลายเป็นสีสันริมชายฝั่ง ที่ไม่ว่าใครได้มาเยือนก็ต้อง  ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกไปซะทุกราย เป็นหนึ่งในสถานที่สำหรับการดูแสงเหนือที่โรแมนติกที่สุด  แห่งหนึ่งของนอร์เวย์ เนื่องจากความมหัศจรรย์  ทางธรรมชาติที่ถูกเสกสร้างมาอย่างพิถีพิถัน มีผืนน้ำสีฟ้าคราม ท้องฟ้าสีใส ภูเขาสูงตระหง่าน แทรกแซมด้วยบ้านชาวประมงทรงสวยแปลกตา นับว่าเป็นเมืองสวยท่ามกลางธรรมชาติที่ดูคล้ายเมืองในจินตนาการมากกว่าความจริง การเดินทางครั้งนี้จะนำท่านท่องเที่ยวบนถนนสายธรรมชาติ เส้น E10 (SCENIC ROUTE)

นำท่านสู่เมืองยอดฮิตต่างๆบนหมู่เกาะลอฟโฟเทน ให้ท่านได้แวะเก็บภาพความประทับใจในจุดต่างๆกันอย่างเพลิดเพลินหลังอาหารกลางวันนำท่านเดินทางสู่ เมืองท่า HENNINGSVAER (50 กิโลเมตร) เป็นเมืองท่าและหมู่บ้านชาวประมงที่ปัจจุบันชาวบ้านยังคงประมงกันอยากคึกคัก เป็นอีกเมืองยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต่างพากันมาแวะเวียน ซึ่งจุดเด่นของเมืองนี้คือบ้านชาวประมงสีแดง (RORBUER) ตั้งอยู่ริมทะเล มีอ่าวจอดเรือประมงเรียงรายอยู่มากมาย เป็นภาพที่สวยงามตัดกับวิวภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว ถือเป็นภาพที่สวยงามไม่น้อย ให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองสโววาร์ (SVOLVAER) (25 กิโลเมตร)

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม THON LOFOTEN หรือระดับเทียบเท่า

3

วันที่สามของการเดินทาง

หมู่เกาะลอฟโฟเทน – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้าน KABELVAG (5 กิโลเมตร) หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ และมีความเก่าแก่มากของหมู่เกาะลอฟโฟเทน โดยเป็นที่ตั้งของกระท่อมชาวประมงโบราณหลังแรก ที่สร้างในปี 1120 นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ลอฟโฟเทน (LOFOTEN MUSEUM) ซึ่งจัดแสดงเรื่องราวของหมู่บ้านชาวประมงในอดีตก่อนเดินชมบ้านชาวประมงภายในหมู่บ้านเข้าชม โบสถ์ประจำหมู่บ้าน (VAGAN CHURCH) โบสถ์ไม้เก่าแก่หลังใหญ่ประจำหมู่บ้าน จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง (LOFOTR VIKING MUSEUM) (50 กิโลเมตร) เนื่องจากบริเวณหมู่เกาะลอฟโฟเทน มีการค้นพบว่าเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวไวกิ้งในอดีต บนเกาะจึงมีพิพิธภัณฑ์ไวกิ้งที่แสดงเรื่องราวและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชาวไวกิ้งไว้มากมาย ซึ่งรูปแบบพิพิธภัณฑ์ถูกออกแบบโดยใช้โครงเรือไวกิ้งโบราณและภายในได้จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้และเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวไวกิ้ง ให้ท่านชมพิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง และพายเรือไวกิ้งโบราณ ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่พลาดไม่ได้ เมื่อไปเยือนพิพิธภัณฑ์ไวกิ้งแห่งนี้ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมือง LEKNES (15 กิโลเมตร) อีกหนึ่งเมืองสวยอันขึ้นชื่อของหมู่เกาะ LOFOTEN นำท่านเดินเล่นชมเมือง และเก็บภาพความประทับใจ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้าน BALLSTAD (10 กิโลเมตร) หมู่บ้านชาวประมงแบบดั้งเดิมบนหมู่เกาะลอฟโฟเทน ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี ถือว่าเป็นหมู่บ้านชาวประมงขนาดใหญ่แห่งหนึ่งบนหมู่เกาะลอฟโฟเทน และยังเป็นอีกมุมหนึ่งที่ท่านสามารถถ่ายภาพกระท่อมชาวประมงหลังสีแดง ตัดกับพื้นน้ำทะเลและท้องฟ้าอันสวยงามได้ ถือเป็นวิวจุดขายแห่งหนึ่งของหมู่เกาะลอฟโฟเทน จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองสโวร์วาร์ (SVOLVAER) (80 กิโลเมตร) เมืองหลวงของหมู่เกาะลอฟโฟเทน อิสระให้ท่านเดินเล่นชมย่านใจกลางเมือง ท่านสามารถเดินเก็บภาพความประทับใจในมุมต่างๆ หรือเลือกซื้อสินค้าจากร้านรวงต่างๆภายในเมืองได้ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม THON LOFOTEN หรือระดับเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

หมู่เกาะลอฟโฟเทน – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ เมืองนัสฟยอร์ด (NUSFJORD) (90 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆที่มี  ทัศนียภาพอันน่าสนใจอีกแห่งหนึ่งในหมู่เกาะลอฟโฟเทน ที่มีวิวภูเขาสลับกับแม่น้ำ และภาพสะท้อนวิวเทือกเขาบนผืนน้ำ

จากนั้นนำท่านเดินชม หมู่บ้านนัสฟยอร์ด (NUSFJORD FISHERMAN VILLAGE) ที่ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ที่สุดและยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยมอีกแห่งของนอร์เวย์ หมู่บ้านแห่งนี้มีกระท่อมชาวประมงทั้งสีเหลืองและแดง อีกทั้งยังอนุรักษ์บ้านเมืองเก่าไว้เป็นอย่างดี และได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ (UNESCO) อีกด้วย ให้ท่านได้มีเวลาเก็บภาพความประทับใจ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้าน HAMNOY (35 กิโลเมตร) แวะถ่ายภาพกับอีกมุมมหาชนที่ถ่ายทอดความเป็นลอฟโฟเทนได้ดีที่สุดอีกจุดหนึ่ง คือภาพหมู่บ้านชาวประมงสีแดงหน้าภูเขาสูงตระหง่าน ตัดกับพื้นน้ำสีฟ้าจากน้ำทะเล จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง หมู่บ้าน Å (15 กิโลเมตร) เป็นหมู่บ้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดบนหมู่เกาะ LOFOTEN อันเป็นจุดสิ้นสุดของถนนสายหลัก E10 ซึ่งถือว่าเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยว

นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมง (NORWEGIAN FISHING VILLAGE  MUSEUM) ซึ่งท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงที่อาศัยอยู่บนหมู่เกาะลอฟโฟเทน ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 250 ปี ในหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีสถานที่ต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม อาทิ โรงงานผลิตน้ำมันตับปลาคอด (COD LIVER OIL FACTORY),ร้านขายเบเกอรี่ และร้านขายของที่ระลึกต่างๆ(หมายเหตุ : ร้านค้าและโรงงานต่างๆอาจปิดทำการเนื่องจากวันหยุดเทศกาล โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า) ให้ท่านได้เดินเล่นชมหมู่บ้าน และเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง เมือง REINE (10 กิโลเมตร) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ ระหว่างสองข้างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันสวยงามแปลกตา ไปตามถนนสาย E10 ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักสายเดียวของหมู่เกาะลอฟโฟเทน นำท่านเดินทางผ่านถนนเส้นเล็กๆเชื่อต่อระหว่างเกาะเล็กเกาะน้อย ข้ามสะพานต่างๆ จนกระทั่งเดินทางถึง เมือง REINE ให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง และถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักสไตล์ RORBUER บ้านพักตากอากาศสไตล์กระท่อมชาวประมง ELIASSEN RORBUEROR หรือระดับเทียบเท่า ที่พักบางหลังอาจเป็นมี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำเหมาะสำหรับพักเป็นครอบครัว ทั้งนี้บริษัทจะจัดให้ตามความเหมาะสมของท่าน และเนื่องจากเป็นช่วง PEAK SEASON ของหมู่เกาะลอฟโฟเทน และที่พักสไตล์ RORBUER มีไม่มากนักในแต่ละที อาจมีความจำเป็นต้องแยกเป็น 2 ที่พัก ทั้งนี้บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการจัดที่พักให้ ตามความเหมาะสม

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

สโววาร์ – ชมเมือง  – นาร์วิค – ชมเมือง – กระเช้าขึ้นสู่ยอดเขา NARVIKFJELLET พร้อมรับประทานอาหารค่ำ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองสโววาร์ (SVOLVAER) (120 กิโลเมตร) มีเวลาให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจก่อนอำลาจากดินแดนแห่งนี้ นำท่านเดินทางผ่านถนนเส้นทางสายธรรมชาติ E10 ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามตลอดสองข้างทางสู่ เมืองนาร์วิค (NARVIK)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองนาร์วิค (NARVIK) (290 กิโลเมตร) เมืองทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ที่แวดล้อมด้วยภูเขาและทะเลอันกว้างใหญ่ มีชื่อเสียงในเรื่องของพื้นที่การเล่นสกีที่มีความเป็นเอกลักษณ์ โดยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมากในช่วงฤดูหนาว อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการดูแสง  เหนือ พร้อมกับแนวชายฝั่งฟยอร์ดและวิวภูเขาที่รายล้อมเมืองอย่างสวยงาม อีกทั้งยังเป็นเมืองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสอีกด้วย จนกระทั่งเดินทางถึง เมืองนาร์วิค

จากนั้นนำท่าน ขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขา NARVIKFJELLET

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารบนยอดเขา NARVIKFJELLET

(หมายเหตุ : ทางบริษัทขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงรายการ หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขา โดยไม่สามารถแจ้งให้ทราบได้ล่วงหน้า )

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก SCANDIC NARVIK หรือระดับเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

นาร์วิค – ทรอมโซ – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทรอมโซ (TROMSO) (250 กิโลเมตร) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของนอร์เวย์อยู่ในเขตมณฑลทรอมทางตอนเหนือของนอร์เวย์และทางตอนเหนือของคาบสมุทรสแกนดิเนเวียน อีกทั้งยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุด ในเขตอาร์คติกเซอร์เคิล (ARCTIC CIRCLE) อีกด้วย จนกระทั่งเดินทางถึงเมืองทรอมโซ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารกลางวัน นำท่าน ชมย่านใจกลางเมือง ให้ท่านได้ชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรมที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมโดยเฉพาะเหล่าอาคารบ้านไม้เก่าแก่ที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันสดใสฉูดฉาด

จากนั้นนำท่านเข้าชม มหาวิหารอาร์คติก (ARCTIC CATHEDRAL) มหาวิหารที่สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ สร้างขึ้นในปี 1965 อีกทั้งยังมีโครงสร้างโดดเด่น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการ สร้างมากจากสภาพภูมิทัศน์ในแบบภาคเหนือของนอร์เวย์ มหาวิหารอาร์คติกยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของเมืองทรอมโซ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของพระอาทิตย์เที่ยงคืนได้อย่างชัดเจน

จากนั้นนำท่าน นั่งเคเบิ้ลคาร์สู่ยอดเขาสโตรสไตเนิน(STORSTEINEN MOUNTAIN) เป็นยอดเขาสูงที่มี  จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองทรอมโซและบริเวณใกล้เคียงที่มี ลักษณะเป็นเกาะใหญ่แยกจากกัน

โดยมีร่องน้ำซึ่งเกิดจากการกัดเซาะ  ตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง กลายเป็นฟยอร์ดอยู่โดยรอบ อิสระให้ท่านได้เก็บ  ภาพความประทับใจของเมืองทรอมโซจากมุมสูง จนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารบนยอดเขา

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก CLARION THE EDGE หรือระดับเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

ทรอมโซ – ลองเยียร์เบียน หมู่เกาะสวาลบาร์ด ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมหลังอาหารเช้า นำท่านผ่านชม มหาวิหารทรอมโซ (TROMSO CATHEDRAL) มหาวิหารไม้ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความเก่าแก่ที่สุดและเป็นโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดของนอร์เวย์ โดยมหาวิหารแห่งนี้ สร้างขึ้นในปี 1861 สไตล์โกธิคที่มีความงดงามมากแห่งหนึ่ง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน (รับประทานอาหารกลางวันแบบกล่อง)

12.25 น. ออกเดินทางสู่ เมืองลองเยียร์เบียน (LONGYEARBYEN) หมู่เกาะสวาลบาร์ด (SVALBARD)โดย สายการบินสแกนดิเนเวียนแอร์ไลน์ เที่ยวบิน SK 4414

14.00 น. เดินทางถึง เมืองลองเยียร์เบียน (LONGYEARBYEN) บนหมู่เกาะสวาลบาร์ด (SVALBARD)เป็นหมู่เกาะที่อยู่ทางเหนือสุดของทวีปยุโรป และนับเป็นส่วนหนึ่งของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปจากแผ่นดินใหญ่ของนอร์เวย์ ประมาณ 1,000 กิโลเมตร และห่างจากเมืองหลวงกรุงออสโลประมาณ2,000 กิโลเมตร เมืองที่ใหญ่ที่สุดคือเมืองลองเยียร์เบียน (LONGYEARBYEN)ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะสปิตซ์เบอร์เกน (SPITSBERGEN) ถือเป็นเมืองหลวง และศูนย์กลางของสวาลบาร์ด

(***บนเกาะสวาลบาร์ด มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2,500 คนเท่านั้น และเป็นที่อยู่อาศัยของหมีขั้วโลก ซึ่งมีจำนวนถึง 3,000 ตัวโดยรอบหมู่เกาะ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นอย่างอิสระได้เฉพาะในตัวเมืองลองเยียร์เบียนเท่านั้น หากออกไปนอกเขต จะต้องมีตำรวจหรือไกด์ท้องถิ่นนำไป และไกด์จะได้รับอนุญาตให้พกปืนไรเฟิล เพื่อใช้ในการส่งเสียงป้องกันตัวเท่านั้น

บนหมู่เกาะสวาลบาร์ดมีกฎหมายคุ้มครองหมีขั้วโลก ซึ่งไม่อนุญาตให้มีการล่า หรือคุมคามหมีขั้วโลก จึงไม่มีทัวร์นำชมหมีขั้วโลกบนเกาะสวาลบาร์ด และนักท่องเที่ยวสามารถพบหมีขั้วโลกที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติได้เท่านั้น และหากพบหมีขั้วโลก ไม่อนุญาตให้เข้าใกล้ เนื่องจากหมีขั้วโลกเป็นสัตว์ดุร้าย และมีกำลังมหาศาล อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ นักท่องเที่ยวจึงควรฟังคำแนะนำของไกด์ และปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด***)

นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์สวาลบาร์ด (SVALBARD MUSEUM) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่อยู่เหนือสุดของโลก ภายในจัดแสดงประวัติความเป็นมาของหมู่เกาะสวาลบาร์ด วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและสัตว์ต่างๆที่อาศัยอยู่ในเขตขั้วโลกเหนือ พร้อมทั้งแบบจำลองของสัตว์ชนิดต่างๆ รวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของคนที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะสวาลบาร์ดและเขตขั้วโลกเหนือ

จากนั้นนำท่านเดินเล่นบริเวณ ใจกลางเมืองลองเยียร์เบียน อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองท่านสามารถเดินชม โบสถ์สวาลบาร์ด (SVALBARD CHURCH) โบสถ์ไม้แห่งเดียวในหมู่เกาะสวาลบาร์ด หรือชมบ้านเรือนสีสันสดใสเรียงรายเป็นแถว และเลือกซื้อหาของที่ระลึกได้ในย่านใจกลางเมือง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก FUNKEN LODGE ระดับ 4 ดาวหรือระดับเทียบเท่า

8

วันที่แปดของการเดินทาง

ลองเยียร์เบียน หมู่เกาะสวาลบาร์ด – ล่องเรือชม ภูเขาน้ำแข็งสู่เมืองร้าง PYRAMIDEN

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือ เพื่อ ล่องเรือชม ภูเขาน้ำแข็งสู่เมืองร้าง PYRAMIDEN เมืองร้างทางตอนเหนือของหมู่เกาะสวาลบาร์ด ระหว่างทางท่านจะเพลิดเพลินกับการชมวิวชายฝั่งของเกาะสปิตซ์เบอร์เกน (SPITSBERGEN) และหมู่เกาะสวาลบาร์ด เรือจะนำท่านผ่านฟยอร์ดต่างๆ อาทิ ISFJORD, SASSENFJORD, TEMPELFJORD เป็นต้น

จนกระทั่งเดินทางถึงบริเวณ THE NORDENSKIÖLD GLACIER ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่มีความยาวถึง 25 กิโลเมตรรายล้อมด้วยภูเขาน้ำแข็งขนาดต่างๆ อยู่ริมชายฝั่งฟยอร์ด ระหว่างการล่องเรือ

หากโชคดีท่านยังมีโอกาสได้เห็นสัตว์ในแถบอาร์คติก อาทิ แมวน้ำ วาฬ วอลรัส และหมีขั้วโลกที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติอีกด้วย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันบนเรือ

บ่าย จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม เมืองร้าง PYRAMIDEN ในอดีตเป็นเมืองอุตสาหกรรมถ่านหินเก่า ถูกสร้างโดยประเทศสวีเดนในปี 1910 และขายต่อให้แก่รัสเซียในปี 1927 ซึ่งภายหลังในปี 1998 รัสเซียมีการประกาศว่าเมืองนี้ไม่มีความจำเป็น และอุตสาหกรรมถ่านหินก็ไม่มีผลผลิตตามที่รัฐบาลรัสเซียได้ตั้งเป้าหมายไว้ เมือง PYRAMIDEN จึงถูกปิดตัวลงและประชากรทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้จึงต้องถูกอพยพออกไปจากเมืองอย่างฉับพลัน เนื่องจากเมืองยังมีความสมบูรณ์อยู่มาก ในปี 2007 ได้มีการอนุญาตให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมเมืองและเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวจนถึงปัจจุบัน

นำท่านเดิน ชมเมือง PYRAMIDEN ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้รับอนุญาตให้เข้าชมได้เฉพาะบางอาคารเท่านั้น โดยในเมืองจะยังมีสิ่งก่อสร้าง อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ตั้งอยู่เหมือนในสมัยที่ยังมีชาวเมือง  อาศัยอยู่ อาทิ เหมืองเก่า อาคารบ้านเรือนต่างๆ สนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ สนามกีฬาในร่ม หอชมการแสดงต่างๆ เป็นต้น ให้ท่านได้เดินชมเมือง PYRAMIDEN จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองลองเยียร์เบียน(หมายเหตุ: เนื่องจากการล่องเรือสู่ เมืองPYRAMIDEN ต้องเดินทางเป็นระยะทางไกล หากสภาพอากาศไม่เหมาะสมหรือมีปัจจัยอื่นๆที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทาง ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมล่องเรือ ไปยังเส้นทางอื่นโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และการเดินชมเมือง PYRAMIDEN หากมีสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยหรือมีน้ำแข็งรอบเกาะทำให้ไม่สามารถนำเรือเทียบท่าได้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเดินชมเมือง ทั้งนี้โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกทัวร์เป็นสำคัญ)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก FUNKEN LODGE ระดับ 4 ดาวหรือระดับเทียบเท่า

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

ลองเยียร์เบียน หมู่เกาะสวาลบาร์ด – ชมเมือง – ฟาร์มสุนัขลากเลื่อน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่าน ชมเมืองลองเยียร์เบียน โดยรถโค้ช นำท่านผ่านชมบริเวณ เหมืองถ่านหิน ทั้งที่ปัจจุบันได้เลิกใช้งานแล้วและที่ยังสามารถใช้งานได้อยู่ นำท่านสู่ จุดชมวิวหุบเขา ADVENTDALEN ที่สามารถเห็นวิวของเมืองลองเยียร์เบียนและเหมืองถ่านหินเก่าได้ ผ่านชม สนามบินเก่าของเมือง และศูนย์อวกาศ EIS CAT แวะชมจุดชมวิว ที่ท่านจะได้เห็นวิวของหุบเขา ADVANTDALEN และธารน้ำแข็งของ ISFJORDEN

จากนั้นผ่านชมภายนอกของ ธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชของโลก (SVALBARD GLOBAL SEED VAULT) เป็นแหล่งรวบรวมเมล็ดพันธุ์พืชจากทั่วโลกมากกว่า 135,000 ชนิด เพื่อรับมือต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติและภัยพิบัติทางชีวภาพใดๆ ที่จะเข้ามาทำลายป่าไม้อันเขียวชอุ่มและพืชพันธุ์ให้หายไปจากโลก ระหว่างทางให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจในมุมต่างๆของเมืองลองเยียร์เบียน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเปิดประสบการณ์ สุนัขลากเลื่อน ไซบีเรียนฮัสกี้เป็นสุนัขที่มีมายาวนานกว่า 3,000 ปีมาแล้ว เพื่อใช้ในการลากเลื่อนบรรทุกสิ่งของ หรือเป็นพาหนะในพื้นที่ทีปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง และหิมะ จึงถือได้ว่าเป็นสุนัขลากเลื่อนพันธุ์แท้ ที่มีประสิทธิภาพในการลากเลื่อนสูงสุดในบรรดาสุนัขลากเลื่อนทั้งหมด ทั้งนี้เนื่องจากสุนัขมีน้ำหนักเบา คล่องตัว ว่องไว แข็งแรง อดทนต่อความหนาวเย็น และความอดอยากในฤดูหนาวได้ดี รวมทั้งมีความอดทนต่อความเหนื่อยล้าเป็นที่หนึ่ง จึงทำให้สามารถลากเลื่อนด้วยความเร็วเป็นเวลาติดต่อกันนานๆในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า0 องศา สุนัขลากเลื่อนยังเป็นกีฬายอดนิยมและแพร่หลายไปยังหลายประเทศแถบขั้วโลก กิจกรรมสุนัขลากเลื่อน (DOG SLED) สามารถทำได้ทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว แต่ในฤดูร้อน รถเลื่อนจะถูกดัดแปลงให้มีล้อ เพื่อง่ายต่อการเคลื่อนตัว ให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์สุนัขลากเลื่อน ไปตามชายฝั่งของเกาะสวาลบาร์ด จนกระทั่งสมควรแก่เวลา

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก FUNKEN LODGE ระดับ 4 ดาวหรือระดับเทียบเท่า

10

วันที่สิบของการเดินทาง

ลองเยียร์เบียน หมู่เกาะสวาลบาร์ด – ชมเมือง – ออสโล

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าสู่ พิพิธภัณฑ์การเดินทางไปขั้วโลกเหนือ (NORTH POLE EXPEDITION MUSEUM) ซึ่งจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติการเป็นมาของการแข่งขันกันพิชิตขั้วโลกเหนือ ตั้งแต่ก่อนศตวรรษที่ 19 ที่มวลมนุษยชาติต่างต้องการเป็นคนแรกที่ได้พิชิตแผ่นดินที่ยังไม่มีมนุษย์คนใดได้สัมผัสมาก่อน ซึ่งในขณะนั้นหลายๆประเทศต่างทุ่มเททรัพยากรและทุนทรัพย์มากมายเพื่อการนี้ ซึ่งมีนักสำรวจหลายรายที่กล่าวอ้างว่าตนได้พิชิตขั้วโลกเหนือเป็นคนแรก แต่ไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ จึงไม่เป็นที่ยอมรับ และสำหรับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้พิชิตขั้วโลกเหนือเป็นคนแรก คือ ROALD AMUNDSEN ชาวนอร์เวย์ ได้พิชิตขั้วโลกเหนือในปี 1926 แต่ก่อนหน้านั้น เขาเป็นผู้พิชิตขั้วโลกใต้ด้วยในปี 1911 และยังเป็นผู้ค้นพบ NORTHWEST PASSAGE อีกด้วย อิสระให้ท่านเดินชมนิทรรศการต่างๆในการพิชิตขั้วโลกเหนือ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร (รับประทานอาหารกลางวันแบบกล่อง)

นำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

14.45 น. ออกเดินทางสู่ กรุงออสโล (OSLO) โดย สายการบินสแกนดิเนเวียนแอร์ไลน์ เที่ยวบิน SK 4425

18.55 น. เดินทางถึง กรุงออสโล (OSLO) นครหลวงแห่งนอร์เวย์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก THON HOTEL OPERA หรือระดับเทียบเท่า

11

วันที่เอ็ดของการเดินทาง

ออสโล – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่าน ชมเมืองออสโล ผ่านชมทำเนียบรัฐบาลพระบรมมหาราชวัง อาคาร สถาปัตยกรรมเก่าแก่อายุกว่า 100 ปีต่างๆ อาทิ เนชั่นแนลเธียเตอร์ อาคาร รัฐสภา และศาลาเทศบาลเมืองเก่าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้งโบราณ (VIKING SHIP MUSEUM) จัดแสดงเกี่ยวกับเรือไวกิ้งที่สร้างจากไม้ในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 9 โดยขุดได้จากรอบๆ ออสโลฟยอร์ด นอกจากนี้ยังจัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องมือในชีวิตประจำวันที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี

นำท่านเข้าชม อุทยานฟรอกเนอร์ หรือสวนหิน (FROGNER PARK) อุทยานทางธรรมชาติที่มีประติมากรรมอันแสดงถึงความเป็นอยู่ สภาพชีวิต และการดิ้นรน ต่อสู้ของมนุษย์ชาติซึ่งเป็นผลงานประติมากรชื่อดังของกุสตาฟ วิเกอร์แลนด์ โดยเฉพาะเสาหิน “โมโนลิธ” กลางสวนที่สูงถึง 17 เมตร ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นรูปปั้นที่มีชื่อเสียงที่สุดซึ่งท่านไม่ควรพลาดชมในหมู่ปฎิมากรรมทั้งหมด

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้น อิสระให้ท่านช้อปปิ้งอย่างจุใจบริเวณ ย่านคาร์ลโจฮันเกท (KARL JOHANS GATE) เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่เลื่องชื่อของเมืองออสโลสินค้าของฝากที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวคือ เครื่องครัว พวงกุญแจเป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม สินค้าและของที่ระลึกต่างๆที่ขายกันในประเทศนี้จะมีราคาค่อนข้างสูงเนื่องจากนอร์เวย์เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง จนกระทั่งสมควรแก่เวลา

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำมื้อพิเศษ เมนู SEAFOOD PLATTER ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก THON HOTEL OPERA หรือระดับเทียบเท่า

12

วันที่สิบสองของการเดินทาง

ออสโล กรุงเทพ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 พักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเมืองออสโล

14.15 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพ ฯ โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 955

13

วันที่สิบสามของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ

06.15 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..

หมายเหตุ บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 20 ท่าน 

อัตรานี้รวม      ·  ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นทัศนาจรตามที่ระบุในรายการ

  • ค่าโรงแรมที่พักที่ระบุในรายการ / ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ / ค่าวีซ่า
  • ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงาน คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
  • ค่าพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรม 1 ใบ/ท่าน/โรงแรม
  • ค่าทิปคนขับรถ
  • น้ำดื่มบนรถ วันละ 1 ขวด / คน / วัน

อัตรานี้ไม่รวม   ·  ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการ

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์คนไทย

 

การจอง และชำระเงิน     กรุณาส่งสำเนา PASSPORT หน้าแรก แฟกซ์มายังบริษัทฯ พร้อมชำระเงินค่ามัดจำ

                                      ท่านละ 80,000 บาท สำหรับส่วนที่เหลือทั้งหมด กรุณาชำระก่อนการเดินทาง 30 วัน

(หากไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ยินดีให้บริษัทฯทำการยกเลิกและยินยอมให้ยึดเงินมัดจำทันที)

การไม่รับจองทัวร์ :  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับจองทัวร์สำหรับลูกค้าดังต่อไปนี้

  • เด็กที่มีอายุระหว่างแรกเกิดถึง 2 ขวบ
  • ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ หรือ ไม้เท้า
  • ผู้เดินทางที่บ่งบอกการเป็นบุคคลไร้ความสามารถ

หมายเหตุ    ·  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย

                     จนไม่อาจแก้ไขได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

  • หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะไม่

    รับผิดชอบต่อค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

  • รายการนี้เป็นเพียงการเสนอราคาที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรอง

ที่นั่งกับสายการบิน และโรงแรมที่พัก อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

  • สตรีมีครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย สำหรับกระเป๋าเดินทาง

    กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง

  • กรณีลูกค้าที่จอยทัวร์ (ไม่ได้ซื้อตั๋ว) กับทางบริษัท โดยที่ท่านได้ทำการจัดหาตั๋วเอง ต้องได้รับการยืนยันการเดินทางจากบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ก่อนทำการออกตั๋วหรือจองบริการต่างๆด้วยตัวเอง หากไม่มีการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรเรื่องออกเดินทาง และกรุ้ปมีการยกเลิกเดินทาง บริษัทจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

การยกเลิก *** กรณีที่ท่านจองและจ่ายค่ามัดจำแล้วมีการยกเลิก (ก่อนเงื่อนไขตามกำหนดวันที่ทำการยกเลิก

ด้านล่าง) บริษัทฯ ขอคิดค่าทำงานท่านละ 1,000.- บาท พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามความเป็นจริง (ถ้ามี) ***

  • ยกเลิกก่อน    31-60      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน    15-30      วันทำการ  เก็บค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน 8-14      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่าทัวร์ทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน   1-7       วันทำการ  เก็บ 100% ของค่าทัวร์ทั้งหมด

หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ยกเว้นเงื่อนไขในการยกเลิกการเดินทางตามกำหนดวันที่ระบุข้างต้น

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ และขอคิดค่าใช้จ่ายในการยกเลิกตามความเป็นจริง

เนื่องจากเป็นช่วง Peak Period  ทางโรงแรม , สายการบิน และบริษัทรถโค้ช ฯลฯ ค่อนข้างแน่น

และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 100%  ซึ่งไม่สามารถทำการยกเลิกได้ )

การโอนเงิน      ผ่านธนาคาร บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด

           ธนาคารกรุงเทพฯ / สาขาโชคชัย 4 / บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 230-0-19191-9

เมื่อท่านจองทัวร์และชำระค่ามัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในเงื่อนไขและรายละเอียดที่ทางบริษัทแจ้งไว้ทั้งหมด

*** บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ อันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง

สภาพดินฟ้าอากาศ การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ โดยการพิจารณาของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ***