27 ธันวาคม 2562 – 05 มกราคม 2563
วันเดินทาง
การบินไทย (TG)
สายการบิน
ออสเตรีย เยอรมนี ฝรั่งเศส
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป : WONDERFUL SMALL VILLAGE 10 วัน TG

กำหนดการเดินทาง :  27 ธันวาคม 2562 – 05 มกราคม 2563

ประเทศ : ออสเตรีย – เยอรมนี – ฝรั่งเศส

สายการบิน : การบินไทย TG

ราคา : 146,800 บาท

Published on: Aug 6, 2019 @ 07:32

เจาะลึกเมืองเล็กน่ารัก ออสเตรีย (ทิโรล) – เยอรมนี (บาวาเรียน) – ฝรั่งเศส (อัลซาส) ขึ้นชื่อสุดยอดความโรแมนติก ที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส ท่องเที่ยว 10 วัน โดย สายการบินไทย (TG) มิวนิค – ฮัลสตัท (ออสเตรีย) – หมู่บ้านซังคท์ โวล์ฟกัง – ทะเลสาบโคนิกซี – แบร์กเทสการ์เดน – เหมืองเกลือ คาปรุน เมืองเล็กน่ารักที่ตั้งของ ยอดเขาคิทส์ชไตน์ฮอร์น ที่สุดแห่งยอดเขาสวยในดินแดนแห่งออสเตรีย  คิทซ์บูเฮล เมืองสกีรีสอร์ทแสนสวย หลากสีสัน รายล้อมด้วยธรรมชาติแห่งเทือกเขาแอลป์ การ์มิช พาร์เทนไคร์เช่น (เยอรมนี/บาวาเรียน)  – ปราสาทโฮเฮนชวานสไตน์ – ไฟรบวร์ก ไกเซอร์สแบร์ก หนึ่งในหมู่บ้านสวยแห่งอัลซาส ที่ได้รับการโหวตว่าเป็นที่ชื่นชอบของชาวฝรั่งเศส หมู่บ้านริควีร์ สวยงามตามแบบฉบับอัลซาส พร้อมลิ้มลองไวน์ท้องถิ่นขึ้นชื่อ (ฝรั่งเศส/อัลซาส) สตราสบูร์ก – เทรียร์ – คอคเฮม – ปราสาทไรชส์บวกร์ – แฟรงค์เฟิร์ท

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันที่หนึ่งของการเดินทาง

กรุงเทพฯ – มิวนิค

21.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 3 แถว D เคาน์เตอร์ที่สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่จากบริษัทเร้นจ์ฯ จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

2

วันที่สองของการเดินทาง

มิวนิค – หมู่บ้านซังคท์ โวล์ฟกัง – ฮัลสตัท – ชมเมือง

00.50 น. ออกเดินทางสู่ เมืองมิวนิค โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 924

07.05 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินเมืองมิวนิค (MUNICH) มหานครแห่งแคว้นทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านซังคท์ โวล์ฟกัง (St. Wolfgang im Salzkammergut) (200 กิโลเมตร) เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบโวล์ฟกัง (Wolfgang see) โดยหมู่บ้านนี้ตั้งชื่อตามนักบุญ Wolfgang ซึ่งเป็นชาวเยอรมันโดยกำเนิด และยังเป็น 1 ใน 3 นักบุญที่โดดเด่นในช่วงศตวรรษที่10 อีกด้วย เดินทางถึง หมู่บ้านซังคท์โวล์ฟกัง นำท่าน เดินเล่นและถ่ายภาพความงดงาม ซึ่งถือว่า เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สวยงาม และโรแมนติคที่สุดเมืองหนึ่งของออสเตรีย อันเป็นสถานที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวทุกครั้งที่มาเยือน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านฮัลสตัท (HALLSTATT) (35 กิโลเมตร) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวยที่มีอายุเก่าแก่กว่า 4,500 ปี เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบที่มีประชากรอาศัยอยู่ไม่ถึงพันคน มีฉากหลังเป็นภูเขาสูงชัน บ้านเรือนในเมืองนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่แคบๆ ริมทะเลสาบ Hallstatter See จึงต้องสร้างลดหลั่นเป็นชั้นๆ ตามแนวเขาเหมือนกับสวนลอยฟ้าเนื่องจากเขาตั้งสูงชันเหนือผืนน้ำจึงไม่มีที่ราบพอที่จะสร้างถนนให้รถวิ่งได้ มีแต่ทางเดินแคบๆผ่านหน้าบ้านที่เรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ขึ้นไปตามไหล่เขาเท่านั้น

ดินแดนแถบนี้พบร่องรอยผู้คนที่อาศัยมานานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ราวห้าพันปีก่อนคริสตกาล เพราะที่นี่เป็นแหล่งเกลือขนาดใหญ่ ยุคเหล็กช่วงแรกในทวีปยุโรปในราวปี 800-400 ก่อนคริสตกาลได้ชื่อตามที่นี่ว่า Hallstatt Iron Age สมัยก่อนใช้เกลือในการถนอมอาหาร ฉะนั้นที่ไหนมีเกลือก็เหมือนมีทองในปัจจุบัน ที่ตรงนี้จึงเกิดเป็นชุมชนขึ้นมา เดินทางถึง หมู่บ้านฮัลสตัท

จากนั้นนำท่านเดินทาง โดยรถรางไฟฟ้าสู่ จุดชมวิวแบบพาโนราม่าของเมือง ที่มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมยื่นออกไป  เรียกว่า  Skywalk plateform ‘Welterbeblick’ มีความสูง 360 เมตรจากตัวเมือง ให้ท่านถ่ายภาพความงดงามตามอัธยาศัย อิสระให้ท่าน้พลิดเพลินกับการเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก SEEHOTEL GRUNER BAUM : Boutique-Hotel am Hallstättersee
Marktplatz 104, 4830 Hallstatt, Austria. Tel : +43 (0)6134 8263-0. (Confirmedhttps://www.gruenerbaum.cc/

เนื่องจากโรงแรมนี้ได้รับการคอนเฟิร์มเป็นห้องหลายแบบด้วยกัน จึงมีราคาแตกต่างกัน ดังนี้ :

  • Double room with a balcony to the market สำหรับ 2 ท่าน / จำนวน 4 ห้อง
  • Prestige double rooms with partial lake view

– สำหรับ 2 ท่าน / จำนวน 2 ห้อง : เพิ่มอีกท่านละ 800 บาท

  • Grand Deluxe Double room with market view.

– สำหรับ 2 ท่าน / จำนวน 1 ห้อง : เพิ่มอีกท่านละ 1,200 บาท

  • Double room with balcony to the lake.

– สำหรับ 2 ท่าน / จำนวน 3 ห้อง : เพิ่มอีกท่านละ 1,500 บาท

5) Junior Suite.

     – สำหรับ 2 ท่าน / จำนวน 3 ห้อง : เพิ่มอีกท่านละ 2,500 บาท

6) Superior Suite.

– สำหรับ 2 ท่าน / จำนวน 1 ห้อง : เพิ่มอีกท่านละ 3,500 บาท

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

3

วันที่สามของการเดินทาง

ฮัลสตัทะเลสาบโคนิกซี – ล่องเรือ แบร์กเทสการ์เดน – เหมืองเกลือซาลส์บวร์ก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบโคนิกซี (Konigssee lake) (85 กิโลเมตร)หรือทะเลสาบกษัตริย์ เป็นทะเลสาบในหุบเขา อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของแคว้นบาวาเรีย  เพื่อนำท่าน ล่องเรือชมความงามของทิวทัศน์ที่สวยงามจนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก อีกทั้งยังเป็นทะเลสาบที่ถือว่าลึกที่สุด น้ำใสที่สุด และสะอาดที่สุดในเยอรมนี ด้วยเหตุนี้เองจึงอนุญาตให้เฉพาะเรือพาย และเรือที่ใช้ไฟฟ้าเท่านั้นที่สามารถแล่นไปมาในทะเลสาบได้

นำท่านเดินทางสู่ เมืองแบร์กเทสการ์เดน (BERCHTESGADEN) (15 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆน่ารักที่ถูกโอบล้อมโดยเทือกเขาแอลป์ โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติที่งดงาม ถึง เแบร์กเทสการ์เดน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน เข้าชมเหมืองเกลือเก่าเมืองเบิร์ชเทสการ์เดน (Berchtesgaden Salt Mine)เป็นเหมืองเกลือที่ถูกสร้างตั้งแต่ปี 1517 ซึ่งในสมัยอดีตเหมืองเกลือ เป็นสถานที่ต้องห้ามของบุคคลทั่วไป เนื่องจากเกลือมีค่าจนได้ชื่อว่าเป็นทองคำขาว นั่งรถรางลอดอุโมงค์ยาว 700 เมตร ไปยังถ้ำเกลืออันระยิบระยับ และทะเลสาบใต้ภูเขาที่งดงามด้วยแสงเสียง บรรยากาศราวกับอยู่ในเหมืองจริงเมื่อ 500 ปีก่อน ภายใต้อุณหภูมิ 12 องศาเซลเซียส ชื่นชมในความเก่าแก่ของเหมืองเกลือโบราณ ซึ่งปัจจุบันยังคงได้รับการบำรุงรักษาเอาไว้เหมือนดังเช่นในอดีตทุกประการ ได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซาลส์บวร์ก (SALZBURG) (35 กิโลเมตร) เมืองแห่งมนต์ขลังของเสียงดนตรี เป็นเมืองเล็กๆ ของออสเตรียที่คนไทยรู้จักจากการชมภาพยนตร์เพลงอมตะเรื่อง “เดอะ ซาวนด์ ออฟ มิวสิค” เป็นเมืองที่ถูกล้อมรอบโดยภูเขาบ้านเมืองจึงดูสวยงามไปทุกแห่ง มีแม่น้ำ ทะเลสาบเล็กๆ หลายแห่ง มีเทือกเขาที่มีหิมะขาวโพลนปกคลุมอยู่รอบเมือง และมีทุ่งหญ้าเขียวขจีที่บางครั้งถูกแซมด้วยดอกหญ้าเหลืองอร่ามไปทั้งทุ่ง ซาลสบวร์ก จึงถือเป็นเมืองแห่งธรรมชาติอย่างแท้จริง เดินทางถึง ซาลสบวร์ก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม NH SALZBURG CITY ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ซาลส์บวร์ก– คาปรุน – ยอดเขาคิทส์ชไตน์ฮอร์น คิทซ์บูเฮล – ขมเมือง – อินน์สบรูก – ขมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคาปรุน (KAPRUN) (110 กิโลเมตร) เมืองท่องเที่ยวเล็กๆในรัฐซาลซ์บูร์ก (Salzburg) และเป็นเมืองที่ตั้งของยอดเขาคิทส์ชไตน์ฮอร์น (Kitzsteinhorn)

จากนั้นนำท่านนั่งกระเช้าสู่ ยอดเขาคิทส์ชไตน์ฮอร์น (Kitzsteinhorn) ที่ทอดตัวอยู่ทางทิศเหนือของยอดอัลไพน์ มีความความสูง 3,029 เมตร ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติโฮเฮอเทาแอร์น (Hohe Tauern National Park) ก่อตั้งขึ้นใน ปี ค.ศ. 1981 ถือเป็นอุทยานแห่งแรกของประเทศออสเตรีย เป็นเขตอนุรักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป

นำท่านชมความสวยงามของเทือกเขาแอลป์ที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี สัมผัสกับกิจกรรมมากมายบนยอดเขาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น National Park Gallery ซึ่งจัดแสดงข้อมูลของอุทยานแห่งชาติ หรือจะเลือกชมภาพยนตร์ Cinema 3000 และตื่นตาตื่นใจไปกับ Panorama Platform ได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ แคว้นทิโรล (Tirol) อยู่ท่ามวงล้อมของเทือกเขาแอลป์อันสูงตระหง่านและมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของออสเตรียเพื่อนำท่านเดินทางสู่ เมืองคิทซ์บูเฮล (KITZBUHEL) (65 กิโลเมตร) เป็นเมืองสกีรีสอร์ทสุดสวยท่ามกลางธรรมชาติของขุนเขาแอลป์ในแคว้นทิโรล ประเทศออสเตรีย ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเทือกเขาแอลป์เพียง100 กม.เท่านั้น อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในเรื่องของสกี และเป็นสกีรีสอร์ทเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย เดินทางถึง เมืองคิทซ์บูเฮล นำท่าน เดินเล่นชมเมือง และเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพบ้านเรือนที่มีสีสันสะดุดตาของเมืองเล็กน่ารักแห่งนี้ตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอินน์สบรูก (INNSBRUCK) (100 กิโลเมตร) เมืองหลวงของแคว้นทีโรลตะวันตก ท่านจะได้เห็นความแตกต่างที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวของศิลปะ วัฒนธรรมเก่าแก่ที่สั่งสมมานานกว่า 800 ปี เดินทางถึง เมืองอินน์สบรูก นำท่าน ชมเมือง ที่ตั้งอยู่ในอ้อมกอดของเทือกเขาแอล์ปที่สูงเสียดฟ้า และมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดปีประทับใจไปกับบ้านเรือนที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านสถาปัตยกรรมไว้ได้อย่างงดงามไม่ว่าจะเป็นซุ้มดอกไม้ หรือไม้เลื้อยตามประตู บานหน้าต่าง

ถ่ายภาพกับหลังคาทองคำ (Goldenes Dachl) หน้ามุขศิลปะโกธิกตอนปลายประดับด้วยแผ่นทองแดงเคลือบทอง 2,657 ชิ้นซึ่งสมัยจักรพรรดิมักซิมิเลียนที่ 1 ทรงให้สร้างเพื่อใช้เป็นที่ประทับเพื่อชมการแสดงต่างๆ ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม INNSBRUCK : Innrain 3, 6020 Innsbruck,, Austria.

Tel +43 512 598 68 93.  https://www.hotelinnsbruck.com/en/

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

อินน์สบรูก การ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น ชมเมือง หมู่บ้านชวานเกา ปราสาทโฮเฮนชวานเกา – โลเชา

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองการ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น (Garmisch-Partenkirchen) (65 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆ ที่อยู่ในเทือกเขาแอลป์ ในเขตที่เรียกว่า Wetterstein-Gebirge เป็นเมืองเดียวของเยอรมนีที่ติดอันดับ BEST OFTHE ALPS ด้วยตัวเมืองน่ารักที่เต็มไปด้วยภาพวาดบนกําแพงที่ชมได้อย่างไม่รู้เบื่อ ได้เวลาอันสมควร

*** พลาดไม่ได้กับผู้ที่ชื่นชอบ และ หลงใหลช็อกโกแลตเป็นชีวิตจิตใจ ต้องไม่พลาดเข้าไปลิ้มลอง และเลือกซื้อช็อคโกแลตในร้าน AMELIE ร้านช็อกโกแลตชื่อดังของเมืองที่ได้รับรางวัลการันตีความอร่อย มากมาย อีกทั้งยังมีให้ท่านได้เลือกซื้อและเลือกชิมกว่า 40 ชนิด มีทั้งรสชาติดั้งเดิมจนไปถึงแบบแปลกใหม่ที่ท่านไม่เคยลิ้มลองที่ไหนแน่นอนนอกจากที่นี่เท่านั้น (จันทร์-ศุกร์ ร้านจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 09.00-18.00) ***ได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ หมู่บ้านชวานเกา (SCHWANGAU)  (65 กิโลเมตร) ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทนอยชวานสไตน์ เดินทางถึง หมู่บ้านชวานเกา

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน เข้าชมปราสาทโฮเฮนชวานเกา (Schloss  Hohenschwangau) เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบ Alpsee เป็นปราสาทที่พระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียประทับเมื่อยังทรงพระเยาว์ แต่เดิมพื้นที่ส่วนนี้เป็น  ปราสาทเก่าของครอบครัวอัศวินก่อนที่ระบบอัศวินจะล่มสลาย และ  ปราสาทก็ทรุดโทรมตามกาลเวลา จนมาถึงในปี 1829 พระเจ้าแม็กซิมิลเลียนที่ 2 (ขณะนั้นยังเป็นมงกุฏราชกุมารแห่งบาวาเรีย) ทรงได้มาเยี่ยมชม และชื่นชอบทำเลที่ตั้งของปราสาทแห่งนี้ จึงได้ขอซื้อปราสาทในปี 1832 และเริ่มก่อสร้างซ่อมแซมจนมาแล้วเสร็จในอีก 5 ปีต่อมา ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อนและล่าสัตว์ของพระเจ้าแม็กซิมิลเลียน เจ้าหญิงมารีแห่งปรัสเซียพระชายา และพระโอรสทั้งสองพระองค์ ได้แก่ เจ้าชายลุดวิก และเจ้าชายออตโต โดยพระเจ้าแม็กซิมิลเลียน และพระชายาประทับอยู่ในตัวปราสาทใหญ่ ส่วนพระโอรสประทับในส่วนที่ต่อเติม หลังจากที่พระเจ้าแม็กซิมิลเลียนที่ 2 สิ้นพระชนม์ เจ้าชายลุดวิกก็ขึ้นครองราชย์ต่อเป็นพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย และได้ทรงย้ายจากที่อยู่ในส่วนต่อเติมไปอยู่ในห้องบรรทมของพระบิดาและมารดา ก่อนที่จะทรงสร้างพระราชวังนอยชวานสไตน์ในเวลาต่อมา ตัวปราสาทได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่มาในปี 1923 รัฐบาลบาวาเรียยอมรับสิทธิในการพำนักอาศัยในปราสาทของอดีตราชวงศ์ระหว่างปี 1933-1939 มกุฎราชกุมารรูพเพรคแห่งบาวาเรีย (Crown Prince Rupprecht of Bavaria) และครอบครัวจึงได้ใช้ปราสาทแห่งนี้เป็นวังฤดูร้อนจวบจนถึงปัจจุบัน ได้เวลาอันสมควร

นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองโลเชา (LOCHAU) เมืองชายแดนติดกับประเทศเยอรมนี (100 กิโลเมตร)

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม SENTIDO SEEHOTEL AM KAISERSTRAND : Am Kaiserstrand 1, 6911 Lochau, Austria. Tel : +43 5574 58111.  https://en.seehotel-kaiserstrand.com/โรงแรมสวยระดับ 4 ดาวซูพีเรีย ตั้งอยู่บริเวณริมทะเลสาบคอนสแตนซ์  ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสามของยุโรป

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 

6

วันที่หกของการเดินทาง

โลเชา – ไฟรบวร์ก – ชมเมือง – โบสถ์แห่งเมืองไฟรบวร์ก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองไฟรบวร์ก (FREIBURG) (185 กิโลเมตร) เมืองที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในเขตป่าดำ (Sudschwarzwald) อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นบาเดน-เวือร์ทเทมแบร์กใกล้ชายแดนฝรั่งเศสและสวิส นอกจากขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์แบบป่าดำที่สวยงามแล้ว ยังเป็นเมืองที่มีอากาศดี มีแดด และอบอุ่นที่สุดในเยอรมนีอีกด้วย เป็นเมืองเก่าที่ถูกก่อตั้งมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1120 และเป็นหนึ่ง ในเมืองแห่งตลาดเสรีที่มีชื่อเสียง และมีความเก่าแก่มากแห่งหนึ่งของประเทศ เดินทางถึง เมืองไฟรบวร์ก

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน เข้าชมความสวยงามของโบสถ์แห่งเมืองไฟรบวร์ก (Freiburg Muenster) เป็นโบสถ์ใหญ่ประจำเมืองที่ใช้เวลาสร้างนานถึง 313 ปี และมีความสูงถึง 116 เมตร โบสถ์นี้รอดพ้นจากการทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งที่ตัวเมืองถูกทำลาย ลงถึง 90%จากนั้นนำท่าน ชมถนนที่สวยสุดของเมืองที่เรียกว่า Konviktstrasse เป็นบริเวณที่มีร้านค้ามากมาย มีไม้เลื้อยขึ้นตามบ้าน ทำให้ถนนเส้นนี้น่ารักยิ่งขึ้นไปอีก ที่ไม่ควรพลาดชม และถือเป็นไฮไลท์ของเมืองแห่งนี้คือ Bächle หรือรางน้ำเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมถนนเกือบทุกเส้นในเมือง สร้างขึ้นในสมัยยุคกลางเป็นที่ระบายของเสีย ดับไฟ และใช้ป้องกันไม่ให้ไฟลามตอนเกิดไฟไหม้ และให้สัตว์ได้ดื่มกิน ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองและเป็นที่นั่งเล่นของเด็กๆในฤดูร้อน มีเรื่องเล่าว่า ถ้าหากมาเที่ยวแล้วตกลงไปในรางน้ำนี้ จะได้แต่งงานกับคนไฟรบวร์กและตั้งรกรากอยู่ที่นี่!! นำท่าน เดินเล่นชมเมือง และถ่ายภาพความงามตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม STADT FRIBURG : Breisacher Straße 84 b, 79110 Freiburg.
Tel : 49 (0) 761 / 8 96 80. https://www.hotel-stadt-freiburg.de/

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

ไฟรบวร์กหมู่บ้านอองกีเชม หมู่บ้านไกเซอร์สแบร์ก หมู่บ้านริควีร์ – สตราสบูร์ก – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ แคว้นอัลซาส (Alsace) อีกหนึ่งแคว้นของฝรั่งเศส ที่หลายคนต่างร่ำลือกันว่า เป็นแคว้นที่ยังคงรักษาวัฒนธรรม และประเพณีท้องถิ่นเอาไว้เป็นอย่างดี ดินแดนที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตและความเป็นอยู่แบบเก่า รวมไปถึงเหล่าอาคารบ้านเรือนที่ยังคงเป็นสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ที่มีความสวยงามไม่เปลี่ยนแปลง ลัดเลาะผ่านเมืองเล็กเมืองน้อยที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามตามแบบฉบับอัลซาสแท้ๆ และขึ้นชื่อในการผลิตไวน์จากองุ่นพันธุ์ Riesling หนึ่งในสุดยอดองุ่นที่นำมาผลิตไวน์ขาว

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านอองกีเชม (EGUISHEIM) (60 กิโลเมตร) หมู่บ้านที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น“อีกหนึ่งหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส”รวมทั้งเป็นหนึ่งในเส้นทางการชิมไวน์ทางตะวันออกของประเทศ อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของแคว้นอัลซาสอีกด้วย เดินทางถึง หมู่บ้านอองกีเชม นำท่านเดินชมความงดงามไปตามถนนก้อนกรวดอันคดเคี้ยวของหมู่บ้าน ตื่นตาไปกับความงดงามของเหล่าอาคารบ้านเรือนที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นยุคกลางไว้เป็นอย่างดี  ชมความเก่าแก่ของอาคารไม้โบราณที่แต่งแต้มด้วยสีสันสีสดใส  และเดินลัดเลาะไปชมหมู่ดอกไม้หลากสีสันที่ออกดอกชูช่อตามระเบียงบ้าน ราวกับจะเชื้อเชิญแขกต่างถิ่นให้เข้าไปชื่นชมความงดงาม และชมลานน้ำพุที่สร้างในแบบเรเนสซองส์ อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่หลายคนอาจบ่นเสียดาย ถ้าหากไม่ได้ไปเยือน กระทั่งได้เวลาอันสมควร

นำท่านเดินทางต่อสู่ หมู่บ้านสวยไกเซอร์สแบร์ก (KAYSERSBERG) (15 กิโลเมตร) เป็นหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมายในช่วงสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย และยังเป็นสถานที่ผลิตไวน์ชั้นยอดของฝรั่งเศส อีกทั้งยังเป็นบ้านเกิดของนายแพทย์อัลแบรต์ ชไวต์เซอร์ (AlbertSchweitzer) เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพอีกด้วย เดินทางถึง หมู่บ้านไกเซอร์สแบร์ก

นำท่านเดินเล่นชมเมืองสวยสไตล์อัลสาซที่ได้รับการโหวตให้เป็นหมู่บ้านสวยที่เป็นที่ชื่นชอบของชาวฝรั่งเศสมากทีสุดในปี 2017 หมู่บ้านยุคกลางแห่งนี้มีชื่อเสียงจากความสวยงามของบ้านสไตล์ Half-Timbered ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามเส้นทางอัลซาส และทางตะวันตกของเยอรมนี นำท่านเดินลัดเลาะในหมู่บ้านไปตาม ถนนหินขรุขระในบรรยากาศย้อนยุคที่ดูคลาสสิคทุกมุมมอง ด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่มีสไตล์ภายในเมืองบวกกับความสวยงามของเส้นทางเดินเท้า และความเป็นมิตรของคนในท้องถิ่น จึงเป็นเหตุผลที่ว่าเหตุใดหมู่บ้านนี้จึงถูกใจชาวฝรั่งเศสด้วยกันมากที่สุด อิสระให้ท่านเดินเล่น และเพลิเดพลินกับการถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านริควีร์ (Riquewihr) (20 กิโลเมตร) เป็นหมู่บ้านเล็กๆในชนบทตั้งอยู่บนเส้นทางไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในแคว้นอัลซาส และเป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส (Les plusbeaux villages de France) ลักษณะบ้านเรือนคล้ายๆกับกอลมาร์ แต่บรรยากาศภายในหมู่บ้านจะคล้ายกับเดินเข้าไปเหมือนหลงอยู่ในเมืองแห่งเทพนิยาย เนื่องจากบ้านเกือบทุกหลังจะตกแต่ง และประดับประดาด้วยดอกไม้ ตุ๊กตาหรือของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่น่ารักๆเต็มไปหมด

นำท่าน ลิ้มลองชิมไวน์รสเลิศของแคว้น และซื้อเป็นของฝากคนทางบ้านตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสตราสบูร์ก (STRASBOURG) (70 กิโลเมตร) เป็นเมืองหลวงของแคว้นอัลซาส ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำไรน์ บนพรมแดนติดกับประเทศเยอรมนีได้ชื่อว่าเป็นหัวใจของยุโรป เดินทางถึง สตราสบูร์ก นำท่าน เดินเล่นชมย่านเมืองเก่าที่เรียกว่า LE PETITE FRANCE

ผ่านชมมหาวิหารนอทเทรอดามที่ยิ่งใหญ่ (Strasbourg Cathedral) ได้รับการยกย่องให้เป็นมหาวิหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค สร้างด้วยหินทรายสีชมพูทั้งหลังโดยสร้างขึ้นในช่วงกลางถึงปลายศตวรรษที่ 12 ใช้เวลาในการก่อสร้างนานกว่า 260 ปี อิสระให้ท่านถ่ายภาพความประทับใจตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร จากนั้น ให้ท่านช้อปปิ้งอย่างจุใจ ณ ห้างแกลเลอรี่ลาฟาแยต (Galleries Lafayette) ห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียง และใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส เป็นห้างเก่าแก่อยู่คู่ฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 1893 มีสาขากระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ๆทั่วประเทศ มีสินค้าแบรนด์เนม ให้เลือกซื้อหาหลากหลาย ตั้งแต่เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าระดับ HIGH END เครื่องสำอาง เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน น้ำหอม ไปจนถึงไวน์ชื่อดังของฝรั่งเศส จนดระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก CHATEAU DE L’ILE HOTEL & SPA : 4 Quai Heydt, 67540 Strasbourg-Ostwald.

Tel : +33 03 88 66 85 00. https://www.grandesetapes.com/en/castle-hotel-ile-strasbourg

8

วันที่แปดของการเดินทาง

สตราสบูร์ก เทรียร์ – ชมเมือง – คอคเฮม ปราสาทไรชส์บวกร์ –  เซนต์กอร์

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม 

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเทรียร์ (TRIER) (220 กิโลเมตร) เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ เยอรมนี โดยเมืองถูกก่อตั้งขึ้น 16 ปีก่อนคริสตกาล โดยตัวเมืองทริเออร์นั้นตั้งอยู่ในหุบเขาเตี้ยๆที่ปกคลุมไปด้วยไร่องุ่นบนฝั่งแม่น้ำโมแซล อดีตเคยเป็นเมืองอาณานิคมของโรมันตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 1และในศตวรรษถัดมากลายเป็นเมืองศูนย์กลางการค้า ที่ยิ่งใหญ่มากแห่งหนึ่งของประเทศเยอรมนี โดยในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 3เมืองเทรียร์ได้กลายเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “โรมที่สอง” (The Second Rome) เนื่องจากจำนวน และคุณภาพของโบราณสถานที่ปรากฏอยู่ เป็นข้อพิสูจน์ที่โดดเด่นของอารยธรรมโรมัน ต่อมาองค์การยูเนสโกได้บรรจุให้เป็นมรดกโลกในปี 1986 เดินทางถึง เมืองเทรียร์

จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพกับมหาวิหารเทรียร์ (Trier Cathedral) หนึ่งในมหาวิหารที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนี และประตูเมืองโรมันโบราณ (Porta Nigra) ประตูเมืองขนาดใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากอีกทั้งยังเป็นประตู เมืองโรมันที่ ได้รับการยอมรับว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์ถูกสร้างขึ้นจากหินทรายสีเทา ในช่วงระหว่างคริสต์ศักราช 186 -200 ประตูเดิมประกอบด้วยสองอาคารสี่ชั้น แต่อย่างไรก็ตามประตูถูกใช้มาหลายศตวรรษจนกระทั่งสิ้นสุดลงในยุคโรมัน อิสระให้ท่านถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคอคเฮม (Cochem) (100 กิโลเมตร) เป็นเมืองเล็กๆ ที่แสนโรแมนติกในหุบเขา มลรัฐไรน์แลนด์ ฟาลซ์ (Rheinland Pfalz) ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีประชากรเพียง 6,000 คนเท่านั้น โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองแห่งนี้เป็นแม่น้ำและเทือกเขาน้อยใหญ่สลับสับเปลี่ยนกัน เดินทางถึง เมืองคอคเฮม  จากนั้นนำท่าน เข้าชมปราสาทไรชส์บวกร์  (Reichsburg Castle) หนึ่งในปราสาท UNSEEN ที่สวยงามราวปราสาทดั่งเทพนิยายที่มีอายุเก่าแก่มากกว่าพันปีของเยอรมนี ตั้งอยู่บนยอดเขา เมื่อมองลงมาจากระเบียงของปราสาท ท่านสามารถเห็นวิวทิวทัศน์แบบพาโนราม่าที่แสนงดงาม และดื่มด่ำกับบรรยากาศของแม่น้ำโมเซล (Mosel) ที่มีต้นกำเนิดในประเทศฝรั่งเศส และมาบรรจบกับแม่น้ำไรน์ ในเมืองโคเปลนซ์ประเทศเยอรมนี สายน้ำโมเซลที่คดเคี้ยวตามแนวเขานั้น เป็นเสน่ห์อันโรแมนติก และเป็นภาพที่งดงามเหนือคำบรรยายแก่ผู้มาเยือนยิ่งนัก ได้เวลาอันสมควร  

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเซนต์กอร์ (SANKT.GOAR) (60 กิโลเมตร) เป็นเมืองทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไรน์ที่มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 3,000 กว่าคนเท่านั้น

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักรงแรม ROMANTIK SCHLOSS RHEINFELS ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

เซนต์กอร์ – แฟรงค์เฟิร์ท – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง – กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม 

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองแฟรงค์เฟิร์ท (FRANKFURT) (120 กิโลเมตร) เมืองที่ได้รับการพัฒนาจนกลายมาเป็นเมืองนานาชาติ เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งเป็นเสมือนเส้นตัดกันของถนน รถไฟ และเครื่องบินที่สำคัญๆ เป็นที่ตั้งของโลกทางด้านเศรษฐกิจ ตึกสูงระฟ้าที่มีธนาคารต่างชาติ และสถาบันการเงินต่างๆตั้งอยู่ อาทิ ธนาคารบุนเดส สถาบันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศเยอรมนี รวมไปถึงสถาบันทางการเงินชั้นแนวหน้ามากมาย เดินทางถึง เมืองแฟรงค์เฟิร์ท

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านชมเมืองแฟรงค์เฟิร์ทบริเวณจัตุรัสรือเมอร์ (ROMERBERG) ย่านใจกลางเมืองเก่า อันเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง (THE ROMER) ศิลปะแบบโกธิคที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นในปี 1405ตรงกันข้ามกับศาลาว่าการเมือง ท่านจะพบกับอาคารกึ่งไม้ซุงอันงดงามแบบฟาคแวร์กเฮ้าส์ที่เรียกว่า“ออสไซเล่อ” (OSTZEILE) ที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นมาใหม่โดยสามารถรักษารายละเอียดของอาคารดั้งเดิมที่เคยถูกทำลายหมดสิ้นเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สองได้ทุกรายละเอียด จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพความสวยงามของน้ำพุแห่งความยุติธรรม (GERECHTIGKEITSBRUNNEN) ที่ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่กลางลาน ผ่านชม โบส์ถเซนต์พอล และวิหารใหญ่ประจำเมือง

จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าหลากหลายบริเวณถนนสายช้อปปิ้ง ย่านถนนซายล์ (ZEIL) ถนนสายช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดของประเทศเยอรมนีที่เต็มไปด้วยร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังเรียงรายอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Hugo Boss, Chanel, Giorgio Armani เป็นต้น อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

16.00 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ท

*** อาหารค่ำอิสระตามอัธยาศัย ภายในบริเวณสนามบิน คืนเงินสดท่านละ 20 ยูโร ***

20.40 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 923

 

10

วันที่สิบของการเดินทาง

กรุงเทพ

12.30 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..

 

หมายเหตุ บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 20 ท่าน 

อัตรานี้รวม      ·  ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นทัศนาจรตามที่ระบุในรายการ

  • ค่าโรงแรมที่พักที่ระบุในรายการ / ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ / ค่าวีซ่า
  • ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงาน คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
  • ค่าทิปคนขับรถ 2 ยูโร / คน / วัน
  • น้ำดื่มบนรถ วันละ 1 ขวด / คน / วัน
  • ค่าพนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรมที่พัก IN/OUT @ 1 ใบ / 1 ท่าน

อัตรานี้ไม่รวม   ·  ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการ

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 % / ค่าทิปหัวหน้าทัวร์คนไทย

การจอง และชำระเงิน     กรุณาส่งสำเนา PASSPORT หน้าแรก แฟกซ์มายังบริษัทฯ พร้อมชำระเงินค่ามัดจำ

                                      ท่านละ 30,000 บาท สำหรับส่วนที่เหลือทั้งหมด กรุณาชำระก่อนการเดินทาง 30 วัน

( หากไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ยินดีให้บริษัทฯทำการยกเลิกและยินยอมให้ยึดเงินมัดจำทันที)

***** กรณีที่ยังไม่ทราบผลวีซ่าก่อนการเดินทาง 15 วันทำการ

ทางบริษัทฯ ขออนุญาตเก็บค่าทัวร์ที่เหลือทั้งหมดก่อน ตามเงื่อนไขการชำระเงิน *****

การไม่รับจองทัวร์ :  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับจองทัวร์สำหรับลูกค้าดังต่อไปนี้

  • เด็กที่มีอายุระหว่างแรกเกิดถึง 2 ขวบ
  • ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ หรือ ไม้เท้า
  • ผู้เดินทางที่บ่งบอกการเป็นบุคคลไร้ความสามารถ

หมายเหตุ    ·  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย

                     จนไม่อาจแก้ไขได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

  • หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะไม่

    รับผิดชอบต่อค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

  • รายการนี้เป็นเพียงการเสนอราคาที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรอง

ที่นั่งกับสายการบินและโรงแรมที่พักอย่างไรก็ตามรายการนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

  • สตรีมีครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย สำหรับกระเป๋าเดินทาง

    กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง

การยกเลิก *** กรณีที่ท่านจองและจ่ายค่ามัดจำแล้วมีการยกเลิก (ก่อนเงื่อนไขตามกำหนดวันที่ทำการยกเลิก

ด้านล่าง) บริษัทฯ ขอคิดค่าทำงานท่านละ 1,000.- บาท พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามความเป็นจริง (ถ้ามี) ***

  • ยกเลิกก่อน    31-60      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน    15-30      วันทำการ  เก็บค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน 8-14      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่าทัวร์ทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน   1-7       วันทำการ  เก็บ 100% ของค่าทัวร์ทั้งหมด

( หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ยกเว้นเงื่อนไขในการยกเลิกการเดินทางตามกำหนดวันที่ระบุข้างต้น

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ และขอคิดค่าใช้จ่ายในการยกเลิกตามความเป็นจริง

เนื่องจากเป็นช่วง Peak Period  ทางโรงแรม , สายการบิน และบริษัทรถโค้ช ฯลฯ ค่อนข้างแน่น

และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 100%  ซึ่งไม่สามารถทำการยกเลิกได้ )

การโอนเงิน      ผ่านธนาคาร บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด

           ธนาคารกรุงเทพฯ / สาขาโชคชัย 4 / บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 230-0-19191-9

เมื่อท่านจองทัวร์และชำระค่ามัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในเงื่อนไขและรายละเอียดที่ทางบริษัทแจ้งไว้ทั้งหมด

*** บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ อันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง

สภาพดินฟ้าอากาศ การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ โดยการพิจารณาของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ***

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating