11 – 22 ตุลาคม 2562
วันเดินทาง
สายการบินไทย (TG)
สายการบิน
นอร์เวย์, สวีเดน
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป :  NORWAY- SWEDEN THE LAND OF MAGICAL NATURE 12 วัน (TG)

กำหนดการเดินทาง : 11 – 22 ตุลาคม 2562

ประเทศ : นอร์เวย์ – สวีเดน

สายการบิน : สายการบินไทย (TG)

ราคา : 159,900 บาท

ออสโล – ลิลลิแฮมเมอร์ – โรรอส – ทรอนด์เฮม –  นาร์วิค – เกาะลอฟโฟเทน – สโววาร์ HENNINGSVAER – HAMNOY – REINE – หมู่บ้าน Å – หมู่บ้าน BALLSTAD หมู่เกาะลอฟโฟเทน (LOFOTEN ISLANDS) ต้นแบบของเมือง ARENDELLE การ์ตูนดิสนีย์ชื่อดัง FROZEN ดินแดนสวรรค์ที่สัมผัสได้จริง ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ และความสวยงามเกินคำบรรยาย ความอัศจรรย์ของภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์ของผืนน้ำ แผ่นฟ้า และภูเขาสูงที่สลับซับซ้อน เรียงตัวอย่างสวยงาม ซ่อนเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ กลมกลืนกันได้อย่างลงตัว

ท่องเที่ยวแบบเจาะลึกไอซ์แลนด์ 11 วัน (TG/FI)

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ

22.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 4 แถว D เคาน์เตอร์ สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่จากบริษัท ฯ จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่าน

2

วันที่สองของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ – ออสโล – ชมเมือง – ลิลลิแฮมเมอร์ – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง

00.55 น. ออกเดินทางสู่ กรุงออสโล โดย สายการบินไทย เที่ยวบิน TG 954

07.25 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง กรุงออสโล (OSLO) นครหลวงแห่งนอร์เวย์ เมืองสวยในเขตชายฝั่งทะเลแบบฟยอร์ดของยุโรปเหนือ ที่มีบรรยากาศงดงามด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยที่มีอยู่มากมาย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว จากนั้นนำท่าน ชมเมืองออสโล ผ่านชมทำเนียบรัฐบาล พระบรมมหาราชวัง อาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่อายุกว่า 100 ปีต่างๆ อาทิ เนชั่นแนลเธียเตอร์ อาคารรัฐสภา และศาลาเทศบาลเมืองเก่าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง กระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้งโบราณ (VIKING SHIP MUSEUM) จัดแสดงเกี่ยวกับเรือไวกิ้งที่สร้างจากไม้ในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 9โดยขุดได้จากรอบๆ ออสโลฟยอร์ด นอกจากนี้ยังจัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องมือในชีวิตประจำวันที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี

นำท่าน เข้าชมอุทยานฟรอกเนอร์ หรือสวนหิน (FROGNER PARK) อุทยานทางธรรมชาติที่มีประติมากรรมอันแสดงถึงความเป็นอยู่ สภาพชีวิต และการดิ้นรนต่อสู้ของมนุษย์ชาติ ซึ่งเป็นผลงานประติมากรชื่อดังของกุสตาฟ วิเกอร์แลนด์ โดยเฉพาะเสาหิน “โมโนลิธ”กลางสวนที่สูงถึง 17 เมตร ที่ยิ่งใหญ่ และมีชื่อเสียงที่สุดซึ่งท่านไม่ควรพลาดชมในหมู่ปฎิมากรรมทั้งหมด

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองลิลลิแฮมเมอร์ (LILLEHAMMER) (190 กิโลเมตร) ดินแดนอันท้าทายของนักสกี Cross Country Ski และอดีตเคยเป็นเมืองที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวอีกด้วย เดินทางถึง เมืองลิลลิแฮมเมอร์ อิสระให้ท่านเดินเล่นชมบรรยากาศของเมืองที่แสนบริสุทธิ์ บริเวณถนนย่านใจกลางเมืองที่เรียกว่า Storgata เป็นย่านถนนคนเดินภายในตัวเมืองที่เต็มไปด้วยอาคารไม้ที่มีเอกลักษณ์ ภัตตาคาร และร้านค้าสไตล์บูติคอยู่มากมาย อิสระให้ท่านเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศ และถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม SCANDIC LILLEHAMMER :  Turisthotellvegen 6, Lillehammer.

Tel : +47 61286000. www.scandichotels.se/hotell/norge/lillehammer/scandic-lillehammer-hotel

3

วันที่สามของการเดินทาง

ลิลลิแฮมเมอร์ -โรรอส – ชมเมือง – ทรอนด์เฮม

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโรรอส (ROROS) (240 กิโลเมตร) เมืองสำคัญทางด้านอุตสาหกรรมเหมืองทองแดงมาตั้งแต่ ปีค.ศ.1644 – 1977 ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศนอร์เวย์ ด้วยชื่อเสียงในเรื่องของความเก่าแก่ของเมือง อาคารไม้เก่าที่สุดในยุโรป และเป็นหนึ่งในเมืองเหมืองแร่เก่าแก่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เดินทางถึง เมืองโรรอส

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน เดินเล่นชมเมือง และถ่ายภาพกับโบสถ์โรรอส (ROROS KIRKE) โบสถ์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1780 หรือเมื่อสองร้อยกว่าปีซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ใครๆที่ผ่านมาต่างต้องถ่ายรูปที่โบสถ์หลังนี้ ได้เวลาอันสมควร

นำท่านเดินทางสู่ เมืองทรอนด์เฮม (TRONDHEIM) (160 กิโลเมตร)เมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศที่มีความเก่าแก่ และความสำคัญทางด้านมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศ เป็นศูนย์กลางทางการศึกษา วิจัยทางเทคโนโลยีและการแพทย์ของนอร์เวย์ เดินทางถึง เมืองทรอนด์เฮม

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม CLARION TRONDHEIM : Brattørkaia 1, 7010 Trondheim, Norway.

Tel : +47 73 92 55 00.   https://www.nordicchoicehotels.com/hotels/norway/trondheim/clarion-hotel-trondheim/

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ทรอนด์เฮม มหาวิหารนิดารูส – ชมเมือง – นาร์วิค

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่าน เข้าชมความสวยงามมหาวิหารนิดารูส (NIDAROS CATHEDRAL) คริสตจักรที่ใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือของยุโรป ถูกสร้างขึ้นในสถาปัตยกรรมแบบโกธิคในปี 1070 และเสร็จอย่างเป็นทางการในปี 2001เคยใช้เป็นสถานที่อภิเษกสมรสของเจ้าหญิงมาร์ทา หรุยส์ (PRINCESS MARTA RUEIS) พระราชธิดาของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 ของนอร์เวย์ อีกด้วย จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่าน ชมสะพานไม้เก่าแก่ Gamle Bybro อีกหนึ่งสะพานประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นในปี 1681 เป็นสะพานที่มีความโดดเด่นในเรื่องของงานแกะสลัก ซุ้มประตูสีแดง แต่หากมองแบบผิวเผินจะมีลักษณะคล้ายกับสะพานจีน ปัจจุบันคนท้องถิ่นเรียกประตูแห่งนี้ว่า ประตูแห่งฟอร์จูน จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน เดินเล่นชมเมืองพร้อมถ่ายภาพวิวอันงดงามบริเวณที่เรียกว่า BRYGGENE อันเป็นที่ตั้งของบ้านเรือนสไตล์นอร์เวเจี้ยนที่เรียงรายขนาบเลียบกับแม่น้ำ NIDELVA ทั้งสองฝั่งอันเป็นเสน่ห์ดึงดูดที่สำคัญของเมือง อาคารต่างๆที่เห็นเรียงรายอยู่นี้ บางส่วนเป็นบ้านของชาวประมงที่ตั้งรกรากมาอย่างยาวนานและบางส่วนก็เป็นคลังเก็บสินค้าโบราณ จากบริเวณจุดนี้ท่านสามารถมองเห็นความสวยงามของมหาวิหารนิดารูสรวมทั้งสะพานข้ามแม่น้ำที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองได้อย่างชัดเจนอิสระให้ท่านถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

17.40 น.  ออกเดินทางสู่ เมืองนาร์วิค โดย สายการบิน WIDEROE เที่ยวบิน WF 666

19.00 น. เดินทางถึง เมืองนาร์วิค (NARVIK) เมืองทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ที่แวดล้อมด้วยภูเขาและทะเลอันกว้างใหญ่ มีชื่อเสียงในเรื่องของพื้นที่การเล่นสกีที่มีความเป็นเอกลักษณ์ โดยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมากในช่วงฤดูหนาว อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการดูแสงเหนือ พร้อมกับแนวชายฝั่งฟยอร์ดและวิวภูเขาที่รายล้อมเมืองอย่างสวยงาม อีกทั้งยังเป็นเมืองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสอีกด้วย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม SCANDIC NARVIK : Kongensgate 33, 8514 Narvik, Norway.

Tel : +47 76 96 14 00. https://www.scandichotels.no/hotell/norge/narvik/scandic-narvik

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

นาร์วิค – สโววาร์ เกาะลอฟโฟเทน – อิสระตามอัธยาศัย

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสโววาร์ (SVOLVAER) (240 กิโลเมตร) หมู่เกาะลอฟโฟเทน (LOFOTEN ISLANDS) ตั้งอยู่ที่เมือง NORDLAND ประเทศนอร์เวย์ เป็นหมู่บ้านของชาวประมงที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาการหาปลาในช่วงฤดูหนาว และทำปลาตากแห้งส่งออกที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เอกลักษณ์ที่สำคัญของหมู่เกาะแห่งนี้ก็คือ กระท่อมสีแดงแบบดั้งเดิม (RORBUER) ของชาวประมง ที่กลายเป็นสีสันริมชายฝั่ง ที่ไม่ว่าใครได้มาเยือนก็ต้องถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกไปซะทุกราย เป็นหนึ่งในสถานที่สำหรับการดูแสงเหนือที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของนอร์เวย์เนื่องจากความมหัศจรรย์  ทางธรรมชาติที่ถูกเสกสร้างมาอย่างพิถีพิถัน มีผืนน้ำสีฟ้าคราม ท้องฟ้าสีใส ภูเขาสูงตระหง่าน แทรกแซมด้วยบ้านชาวประมงทรงสวยแปลกตา นับว่าเป็นเมืองสวยท่ามกลางธรรมชาติที่ดูคล้ายเมืองในจินตนาการมากกว่าความจริง การเดินทางครั้งนี้จะ

นำท่านท่องเที่ยวบนถนนสายธรรมชาติ เส้น E10 (SCENIC ROUTE) นำท่านสู่เมืองยอดฮิตต่างๆบนหมู่เกาะลอฟโฟเทนให้ท่านได้แวะเก็บภาพความประทับใจในจุดต่างๆกันอย่างเพลิดเพลิน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้น อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมือง และถ่ายภาพความสวยงามแห่งธรรมชาติตามอัธยาศัย โดยเฉพาะเอกลักษณ์ที่สำคัญของหมู่เกาะแห่งนี้ก็คือ กระท่อมสีแดงแบบดั้งเดิม (RORBUER) ของชาวประมง ที่กลายเป็นสีสันริมชายฝั่ง ที่ไม่ว่าใครได้มาเยือนก็ต้องถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกไปซะทุกราย เป็นหนึ่งในสถานที่สำหรับการดูแสงเหนือที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของนอร์เวย์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม SCANDIC LOFOTEN หรือเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

สโววาร์– หมู่บ้าน BALLSTAD เมือง LEKNES – เมืองท่าเฮนนิ่งสแวร์- สโววาร์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้าน BALLSTAD (80 กิโลเมตร) หมู่บ้านชาวประมงแบบดั้งเดิมบนหมู่เกาะลอฟโฟเทน ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี ถือว่าเป็นหมู่บ้านชาวประมงขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง และยังเป็นอีกมุมหนึ่งที่ท่านสามารถถ่ายภาพกระท่อมชาวประมงหลังสีแดง ตัดกับพื้นน้ำทะเลและท้องฟ้าอันสวยงามได้ ถือเป็นวิวจุดขายแห่งหนึ่งของหมู่เกาะลอฟโฟเทน กระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองท่า HENNINGSVAER (60 กิโลเมตร) เป็นเมืองท่าและหมู่บ้านชาวประมงที่ปัจจุบันชาวบ้านยังคงประมงกันอยากคึกคัก เป็นอีกเมืองยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต่างพากันมาแวะเวียน จากนั้นนำท่าน เที่ยวชมหมู่บ้าน ซึ่งจุดเด่นของเมืองนี้คือบ้านชาวประมง สีแดง(RORBUER) ตั้งอยู่ริมทะเล มีอ่าวจอดเรือประมงเรียงรายอยู่มากมาย เป็นภาพที่สวยงามตัดกับวิวภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว ถือเป็นภาพที่สวยงาม ไม่น้อย ให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองสโววาร์ (SVOLVAER) (25 กิโลเมตร) เพื่อนำท่านกลับสู่ที่พัก SCANDIC LOFOTEN หรือเทียบเท่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

สโววาร์ – หมู่บ้าน Å – เมือง REINE – หมู่บ้าน HAMNOY – สโววาร์

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ให้ท่านได้ลิ้มรสปูทะเลสดๆ จนเต็มอิ่ม

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้าน Å (80 กิโลเมตร) หมู่บ้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดบนหมู่เกาะ LOFOTEN อันเป็นจุดสิ้นสุดของถนนสายหลัก E10 ซึ่งถือว่าเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยว

นำท่านชม พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมง (NORWEGIAN FISHING VILLAGE MUSEUM) ซึ่งท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงที่อาศัยอยู่บนหมู่เกาะลอฟโฟเทน ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 250 ปี ในหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีสถานที่ต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม อาทิ โรงงานผลิตน้ำมันตับปลาคอด (COD LIVER OIL FACTORY), ร้านขายเบเกอรี่ และร้านขายของที่ระลึกต่างๆ (หมายเหตุ ร้านค้าและโรงงานต่างๆอาจปิดทำการ เนื่องจาก วันหยุดเทศกาล โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า) ให้ท่านได้เดินเล่นชมหมู่บ้าน และเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมือง REINE (10 กิโลเมตร) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ ระหว่างสองข้างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันสวยงามแปลกตา ไปตามถนนสาย E10 ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักสายเดียวของหมู่เกาะลอฟโฟเทน นำท่านเดินทางผ่านถนนเส้นเล็กๆเชื่อต่อระหว่างเกาะเล็กเกาะน้อย ข้ามสะพานต่างๆ จนกระทั่งเดินทางถึง เมือง REINE ให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง และถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ กระทั่งได้เวลาอันสมควร

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้าน HAMNOY (5 กิโลเมตร) แวะถ่ายภาพกับอีกมุมมหาชนที่ถ่ายทอดความเป็นลอฟโฟเทนได้ดีที่สุดอีกจุดหนึ่ง คือภาพหมู่บ้านชาวประมงสีแดงหน้าภูเขาสูงตระหง่าน ตัดกับพื้นน้ำสีฟ้าจากน้ำทะเล จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองสโววาร์ (SVOLVAER) (120 กิโลเมตร)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม SCANDIC LOFOTEN หรือเทียบเท่า

8

วันที่แปดของการเดินทาง

สโววาร์ – หมู่บ้านคาเบลวัก – ชมเมือง – นาร์วิค กระเช้าขึ้นสู่ยอดเขา พร้อมรับประทานอาหารค่ำ และชมแสงเหนือ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านคาเบลวัก (KABELVAG) เป็นหมู่บ้านชุมชนชาวประมงเก่าแก่แห่งแรกๆในหมู่เกาะโลโฟเทน เป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ น่ารัก เงียบสงบ ห่างจากสโววาร์ลงมาทางใต้ประมาณ 5 กม.ท่านจะได้พบกับกระท่อมของชาวประมง  โบราณที่เรียกว่า Rorbuer หลังแรกสร้างขึ้นที่นี่เมื่อปีค.ศ.1120 หมู่บ้านคาเบลวัก เหมาะแก่การเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวพื้นเมืองโลโฟเทน โดยนำท่าน เข้าชม Lofoten Museum ที่จัดแสดงเรื่องราวของหมู่บ้านชาวประมงสมัยปีค.ศ. 1800 จากนำท่าน ชมวิถีความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้าน ทั้งเรือประมง บ้านชาวประมง และนำท่านถ่ายภาพกับ Vagan Church โบสถ์ไม้เก่าแก่หลังใหญ่ ประจำหมู่บ้านที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชม จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  

บ่าย  จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองนาร์วิค (NARVIK) (240 กิโลเมตร) เพื่อนำท่าน ขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขา NARVIKFJELLET

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารบนยอดเขา NARVIKF JELLET

(หมายเหตุ : ทางบริษัทขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงรายการ หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขา จะเปลี่ยนการเดินทางโดยรถโค้ชแทน โดยไม่สามารถแจ้งให้ทราบล่วงหน้าได้)

จากนั้นนำท่าน ตามล่าหาแสงเหนือ โดยการชมแสงเหนือบนยอดเขา NARVIK JELLET บนความสูง 656 เมตรจากระดับน้ำทะเล ให้ ท่านได้ชมแสงเหนือจากจุดชมวิวบนยอดเขา หรือในภัตตาคารที่ท่านจะสามารถชมวิวเมืองนาร์วิคจากมุมสูงยามค่ำคืน นำท่านชม ปรากฏการณ์แสงเหนือและดวงดาวนับร้อยที่ปรากฏเหนือเมืองนาร์วิค เป็นประสบการณ์อันน่าประทับใจ อิสระให้ท่านถ่ายรูปและชมแสงเหนือ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม SCANDIC NARVIK : Kongensgate 33, 8514 Narvik, Norway. Tel : +47 76 96 14 00. https://www.scandichotels.no/hotell/norge/narvik/scandic-narvik

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

นาร์วิค – อุทยานแห่งชาติอบิสโก หมู่บ้านจูคาสจาวี- โรงแรมน้ำแข็ง – คิรูน่า (สวีเดน)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทาง อุทยานแห่งชาติอบิสโก (ABISKO NATIONAL PARK) (75 กิโลเมตร) ระหว่างทางท่านจะได้เห็นทัศนียภาพอันสวยงามทั้งสองข้างทาง ทั้งลานสกี ป่าไม้ และชายฝั่งทะเล อีกทั้งยังมีโอกาสได้เห็นทัศนียภาพธรรมชาติต่างๆในขณะที่เดินทาง จนกระทั่งถึง อุทยานแห่งชาติอบิสโก (ABISKO NATIONAL PARK) ที่รายล้อมไปด้วยหุบเขาลัปปูร์แตน (Lapporten) ที่งดงาม

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  

บ่าย นำท่าน เดินเล่นชมความสวยงามตามธรรมชาติภายในอุทยาน ที่มีเนื้อที่ครอบคลุมกว่า 78 ตารางกิโลเมตร โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่แม่น้ำAbiskojokk อันยิ่งใหญ่ เดินเล่นเลียบริมฝั่งฟยอร์ดและน้ำตก ท่านจะพบเห็นยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมกั้นเป็นแนวเขตทัศนียภาพรอบด้าน และป่าเบิร์ชที่แผ่ปกคลุมเนินเขาสูงต่ำตามธรรมชาติอีกทั้งอุทยานแห่งนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทาง Kungsleden (เส้นทางสายพระราชา) ที่ยาว 435 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีป้ายบอกทางที่ยาวที่สุดในโลกอีกด้วย อิสระให้ท่านได้สัมผัสกับความสวยงามของธรรมชาติ ที่งดงามจนแทบลืมหายใจเลยทีเดียว ได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่หมู่บ้านจูคาสจาวี (JUKKASJARVI) (115 กิโลเมตร) เพื่อนำท่าน

ชมโรงแรมน้ำแข็ง (ICEHOTEL) โรงแรมน้ำแข็งแห่งแรกของโลก สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1994 สร้างด้วยหิมะ และน้ำแข็งจากTorne River โดยอุณหภูมิในโรงแรมจะอยู่ที่ -5 องศา ห้องน้ำแข็งซึ่งเป็นไฮไลท์ของโรงแรมนี้ ทั้งโต๊ะ ตู้เตียง จานชาม ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ทำจากน้ำแข็งทั้งหมด นอกจากนั้นภายในโรงแรมยังมีโรงหนัง ไนท์คลับ บาร์น้ำแข็ง ห้องแสดงนิทรรศการ และโบสถ์เล็กๆ สำหรับงานแต่งงานสุดชิคที่รายล้อมไปด้วยปฎิมากรรมน้ำแข็งสวยงามจากการสลักของช่างสลักน้ำแข็งชั้นนำของโลก อิสระให้ท่านถ่ายภาพตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควรเมืองคิรูน่า (KIRUNA) (20 กิโลเมตร) เมืองเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ มีประชากรราว 17,000 คนเท่านั้น ประชากรส่วนใหญ่ทำงานในเหมืองแร่ เนื่องจากมีการค้นพบแหล่งแร่เหล็กในภูเขาแถบนั้น ต่อมาจึงมีการสร้างเหมืองแร่ และสร้างเมืองในเวลาต่อมา ปัจจุบันเหมืองแห่งนี้กลายเป็นเหมืองแร่เหล็กใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของสวีเดน และต่อมาจึงมีการพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยวร่วมด้วย เดินทางถึง เมืองคิรูน่า (KIRUNA)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม SCANDIC FERRUM : Lars Janssonsgatan 15, KIRUNA SWEDEN.

Tel : +46 980 398600. https://www.scandichotels.com/ferrum

10

วันที่สิบของการเดินทาง

คิรูน่า – สต็อคโฮล์ม – ชมเมือง – ศาลาว่าการเมืองพิพิธภัณฑ์เรือวาซ่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

09.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองสต็อคโฮล์ม โดย สายการบินสแกนดิเนเวียน เที่ยวบินที่ SK1049

10.30 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง เมืองสต็อคโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศสวีเดน ซึ่งล้อมรอบด้วยทะเลสาบมาร์ลาร์ จนได้รับสมญานามว่าเป็น นครแห่งน้ำ หรือเวนิซแห่งยุโรปเหนือ

จากนั้นนำท่าน ชมย่านเมืองเก่า GAMLA STANที่มีโบสถ์เก่าแก่ชื่อ STORKYRKAN ถือเป็นโบสถ์คู่บ้านคู่เมืองของสต็อคโฮลม์ สร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 ภายในโบสถ์มีรูปแกะสลักด้วยไม้ชื่อว่าเซนต์ จอร์จกับมังกรตั้งอยู่ รูปแกะสลักชิ้นนี้กษัตริย์ STEN STURE THE ELDER โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงชัยชนะของสวีเดนที่มีต่อเดนมาร์ก โดยในหนังสือเล่มหนึ่งได้กล่าวว่า เซนต์ จอร์จ หมายถึง สวีเดน ส่วนมังกรหมายถึงเดนมาร์ก กระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  

บ่าย จากนั้นนำท่าน เข้าชมศาลาว่าการเมือง (CITY HALL) ซึ่งออกแบบโดย R.OXTBERG สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1911-1923 ในปัจจุบันใช้เป็นสถานที่เลี้ยงรับรองแขกสำคัญของประเทศ และใช้เป็นสถานที่ๆจัดงานรับรางวัลโนเบลในทุกๆปี จากนั้น

นำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์เรือวาซ่า (VASA MUSEUM) เรือรบโบราณอายุร่วม 400 ปีที่กษัตริย์กุสตาฟที่ 2 รับสั่งให้สร้างเป็นเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปในสมัยนั้น แต่เพียง20 นาทีที่ลงน้ำ เรือวาซ่าที่ยิ่งใหญ่ก็จมลงอยู่ใต้ทะเลมากกว่า 300 ปี ถึงสามารถกู้ขึ้นมาจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยต้องนำชิ้นส่วนหลายล้านชิ้นที่กระจายไปทั่วท้องน้ำแถบนั้นมาปะติดปะต่อเหมือนต่อโมเดลขนาดยักษ์ แต่ก็สามารถสร้างขึ้นมาจนกลายเป็นสถานที่ที่น่าสนใจที่สุดในกรุงสต็อคโฮล์มจวบจนถึงปัจจุบัน จนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม RADISSON BLU ROYAL VIKING : Vasagatan 1, 111 20 Stockholm.

Tel : +46 8 506 540 00.

www.radissonblu.com/en/royalvikinghotel-stockholm?facilitatorId=CSOSEO&csref=org_gmb_sk_en_sn_ho_STOZS

11

วันทิ่สิบเอ็ดของการเดินทาง

สต็อคโฮล์ม – กรุงเทพ ฯ                                

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นอิสระให้ท่าน ช้อปปิ้งบริเวณถนน DROTTNINGGATAN ถนนคนเดินที่มีร้านค้ามากมาย และเป็นถนนช้อปปิ้งหลักของเมืองสต็อคโฮลม์ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

14.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพ ฯ โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 961

12

วันทิ่สิบสองของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ    

05.50 น.  เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..