9 – 19 เมษายน 2563
วันเดินทาง
สายการบินเอมิเรตส์ (EK)
สายการบิน
โมร็อกโก
ประเทศ

ทัวร์แอฟริกา : LUXURY MOROCCO 11 วัน (EK) 

กำหนดการเดินทาง : 9 – 19 เมษายน 2563

ประเทศ : โมรอคโค

สายการบิน : เอมิเรสต์ (EK)

ราคา : 155,800 บาท

ทุกโรงแรม Confirm ตามรายการ

-สัมผัสเมืองริมขอบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง เมืองคาซาบลังก้า

-ชมเมดิน่าแห่ง กรุงราบัต สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าอย่างแท้จริง

-ชมเมืองเชฟเชาเอิน เมืองสีฟ้าแห่งความโรแมนติกที่ต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต

-ชมความยิ่งใหญ่ เมืองโบราณโวลูบิลิส โบราณสถานแห่งโมรอคโคในยุคอาณาจักรโรมัน

-เดินเล่นชมเมืองหลวงเก่าแห่ง เฟซ ย้อนเวลาสู่อดีตเมืองที่คงเสน่ห์ความเป็นโมรอคโคไว้ได้อย่างดี

-เปิดประตูสู่ทะเลทรายซาฮาร่า เมืองเมอร์ซูก้า ผจญภัยตะลุยทะเลทรายโดยรถขับเคลื่อนแบบ 4WD

-มหัศจรรย์แห่งมาราเกช เมืองสีชมพู สัมผัสกลิ่นอายเมืองอาหรับโบราณ

-พร้อมที่พักมาตรฐานระดับ 5 ดาว

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ – ดูไบ

22.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 9 แถว T เคาน์เตอร์ที่สายการบินเอมิเรตส์ (EK) เจ้าหน้าที่จากบริษัทเร้นจ์ฯ จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

2

วันที่สองของการเดินทาง

ดูไบ – คาซาบลังก้า – ราบัต – ป้อมอูไดยะ – ชมเมือง – ราบัต

01.15 น. ออกเดินทางสู่ เมืองคาซาบลังก้า โดย สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบิน EK 385/751

(แวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ เวลา 04.45 – 07.25 น.)

12.55 น. เดินทางถึง สนามบินเมืองคาซาบลังก้า ประเทศโมรอคโค หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรแล้ว

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนําท่านออกเดินทางสู่ เมืองราบัต (RABAT) (90 กิโลเมตร) เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1956 เมืองหลวงแห่งที่ 4 ของโมรอคโค เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม บ้านเรือนออกแนวสไตล์ฝรั่งเศส ผสมผสานศิลปะมุสลิมแบบโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้  จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกจากยูเนสโก เมื่อปี  2012

จากนั้นนําท่านเข้าชม ป้อมอูไดยะ(OUDAYAS FORTRESS) ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้นที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก ล้อมรอบด้วยกําแพงสูงใหญ่ ด้านในท่านสามารถเดินชม เมดิน่า บ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้า ที่สะอาดตาน่าเดินเล่น จากนั้นนำท่านชม สุเหร่าฮัสซัน หรือ สุเหร่าหลวง (HASSAN MOSQUE) ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์ กษัตริย์แห่งโมรอคโคจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่าเพื่อประกอบศาสนกิจ

นำท่านชม สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 (MAUSOLEUM OF MOHAMMED V) พระอัยกาของกษัตริย์ องค์  ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าสง่าทุกประตู และเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่ เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 แต่ไม่สําเร็จ และพังลงจนเหลือ แต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183 x 139 เมตร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม THE VIEW HOTEL : Avenue Annakhil, Rabat 10000, Morocco. TEL : +212 5380-00777. https://www.theviewhotelrabat.com/

3

วันที่สามของการเดินทาง

ราบัต – เชฟเชาเอิน – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนําท่านออกเดินทางสู่ เมืองเชฟเชาเอิน (CHEFCHAOUEN) (250 กิโลเมตร) เมืองนี้ถือเป็นสถานที่  ท่องเที่ยวที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงอีกแห่งและยังเป็นเมืองที่มีชายแดนติดกับสเปนด้วยความที่รูปร่างลักษณะของยอดเขาของที่นี่เหมือนกับเขาแพะ (Chaoua) ดังนั้นชื่อเมืองจึงมี ความหมายที่ตรง ตัวเลยว่า “มองที่เขาแพะนั่นซิ” ด้วยลักษณะเมืองที่อยู่บนภูเขา จึงทําให้นักท่องเที่ยวที่มานี่ ต่างได้ลิ้มรสของความเงียบสงบ บรรยากาศโรแมนติก และได้สัมผัสถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เดินทางถึง เมืองเชฟเชาเอิน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  

บ่าย นำท่านเที่ยวชมเมือง เดินชมเมดิน่าของเมืองเชฟเชาเอิน ที่บ้านเรือนตกแต่งด้วยอาคารสีฟ้า นําท่านเดิน เล่นชม Plaza Uta El-Hamman ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าและคาเฟ่ในบรรยากาศยามเย็น ที่นี่ยังมีชื่อเสียงทางด้านช้อปปิ้งอีกด้วย ที่มีทั้งสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านที่หาไม่ได้จากไหนในโมรอคโค เช่นเสื้อผ้าขนสัตว์ รวมทั้งชีสที่ทําจากแพะ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม DAR BA SIDI : PK 108+300, Commune Dardara، N2, Chefchaouen 91000, Morocco. TEL : +212 5399-86187. http://www.darbasidi.com/

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

เชฟเชาเอิน – เฟซ – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส (ROMAN CITY OF VOLUBILIS) (165 กิโลเมตร) ที่ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ.1755 แต่ยังคงเห็นได้ถึงร่องรอยความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต จากวิหารเทพเจ้าของเมืองโบราณ โวลูบิลิส ท่าน  สามารถมองเห็น เมืองมูเลไอดริส (Moulay Idriss) เมืองศูนย์กลางศาสนาอันศักดิสิทธิของชาวมุสลิมในโมรอคโค ทุกๆปี ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน จะมีเหล่านักจาริกแสวงบุญมาเยือนเมืองแห่งนี้เพื่อ ประกอบพิธีทางศาสนา เปรียบได้กับเมืองเมกกะของประเทศซาอุดิอาระเบีย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ เมืองเฟซ (FES) (85 กิโลเมตร) เมืองโบราณตั้งอยู่บนพื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่ต่อจากเชิงเทือกเขารีฟ(Rif Mountain)ทางตอนเหนือกับเขตเทือกเขาแอตลาสตอนกลาง (Middle Atlas) มีแม่นํ้าเฟส (River Fes) ไหลผ่านกลางเมือง ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ(เมษายน-พฤษภาคม) จะเห็นดอกไม้ป่าสีสันสดใสขึ้นตลอดข้าง ทาง และที่นี่เป็นเมืองที่ยังคงมีบรรยากาศของเมืองโบราณที่ผู้คนยังใช้ลาเป็นพาหนะและบรรทุกของกันอยู่ ท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าแก่ที่สุดในบรรดาเมืองหลวงเก่าทั้งสี่แห่ง แต่สิ่งที่สําคัญของเมืองเฟสคือ ในปีค.ศ.1981 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เขตเมืองเก่าของ เฟซเป็นเมืองมรดกโลกทางประวัติศาสตร์

นําท่าน ชมเมืองเฟซ (FES) เมืองหลวงเก่าในศตวรรษที่ 8 ที่มีความสําคัญทางประวัติศาสตร์เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโมรอคโค นำท่านขึ้นชม จุดชมวิวบนป้อมปราการ แห่งราชวงศ์ซาเดียน

จากนั้นนำท่านชม ประตูพระราชวังแห่งเฟซ (The Royal Palace) ประตูทางเข้าพระราชวังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยและสง่างาม เป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมรอคโค บริเวณใกล้เคียงพระราชวังเคยเป็นชุมชนชาวยิวที่ทํารายได้ให้แก่ราชวงศ์ เพราะชาวยิวฉลาดทําการค้าเก่ง แต่ปัจจุบันชาวยิวส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับไปอยู่ในดินแดนแห่งพันธสัญญา (ประเทศอิสราเอล) คงเหลือชาวยิวอยู่ไม่มากนัก ชมชุมชนชาวยิว (The Synagouge) ที่มาอาศัยอยู่ตั้งแต่ใน สมัย ศ.ต.ที่ 7 ซึ่งกระจายอยู่ทุกเมืองในอดีต ชาวยิวเป็นชนชาติที่ขยันฉลาดส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นพ่อค้า จึงทําให้สุลต่านและกษัตริย์ในอดีตนําชาวยิวมาเป็นบริวารอยู่โดยรอบวัง เพื่อการเก็บภาษีจากการค้าได้ง่ายขึ้น

จากนั้นนําท่านเดินทางเข้าสู่ เขาวงกตอันซับซ้อน แห่งเมดินาเมืองเฟซ ผ่านประตู Bab Bou Jeloud ที่สร้างตั้งแต่ปี 1913 ที่ใช้โมเสดสีฟ้าตกแต่ง เดินผ่านเข้าไปในเขตเมดิน่าแล้วเหมือนข้ามกาลเวลาย้อนสู่อดีต

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม FES MARRIOTT HOTEL JNAN PALACE : 8 Rue Ahmed Chaouki, Fès 30000, Morocco. TEL : +212 5359-47250. https://www.marriott.com/hotels/travel/fezmc-fes-marriott-hotel-jnan-palace/

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

เฟซ – อิเฟรน – เออร์ฟูย์ด – ท่องทะเลทรายซาฮาร่า – เมอร์ซูก้าร์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิเฟรน (IFRANE) (70 กิโลเมตร) เป็นเมืองที่ความสูงประมาณ 1,650 เมตร เหนือระดับนํ้าทะเล เป็นที่พักตากอากาศ ซึ่งในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างขึ้นบริเวณนี้ ในช่วง ค.ศ. 1930 บางครั้งเรียกเมืองแห่งนี้ว่า เจนีวาแห่งโมรอคโค นำท่าน ผ่านชมเมืองอิเฟรน บ้านเรือส่วนใหญ่จะมีหลังคาสีแดง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมืองอิเฟรนเป็นเมืองตากอากาศที่มีสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน ผ่านชมเส้นทางผาดผ่าน เทือกเขาแอตลาส ชื่อที่คุ้นเคยกันมาเป็นเวลานาน ภูมิประเทศเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ สองข้างทางเปลี่ยนสภาพจากความแห้งแล้วเป็นป่าไม้ พุ่ม และสลับกับความแห้งแล้งของภูเขา

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมิเดล (MIDELT) (140 กิโลเมตร) เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เขตทะเลทรายซาฮาร่า สู่ เมืองเออร์ฟูย์ด (ERFOUD) (220 กิโลเมตร) ซึ่งเป็น  โอเอซิสศูนย์กลางการค้าขายของคาราวานซึ่งเดินทางมาจากซาอุดิอาระเบีย และซูดาน สู่เขตทะเลทรายซาฮาร่า ระหว่างทางจะผ่านโอเอซิส การทําระบบชลประทานใต้ดิน ท่านใดที่เคยเที่ยวเส้นทางสายไหมในจีนมาแล้วก็จะนึกภาพออก นำท่านเข้าชม ฟอสซิลเวิร์ด (FOSSIL MUSEUM)

จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ เมืองเมอร์ซูก้าร์ (MERZOUGA) (50 กิโลเมตร) โดยท่านจะนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4 WD ไป ท่องทะเลทรายซาฮาร่า “Sahara” เป็นทะเลทราย ในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก (รองจากทะเลทรายในทวีปแอนตาร์กติกา) และเป็นทะเลทรายร้อนที่ใหญ่ที่สุดของโลก ลัดเลาะขอบทะเลทรายสู่เขตซาฮาร่าการเข้าพักเต้นท์แคมป์ที่ทะเลทราย ท่านต้องใช้กระเป๋าสัมภาระใบเล็ก แยกไว้เพื่อนำไปใช้สำหรับการพักในทะเลทราย  

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม OASIS LUXURY CAMP : Merzouga, Morocco. TEL :  +212 662-275448. https://www.luxuryoasiscampmerzouga.com/พักเต้นท์แคมป์สไตล์ชาวเบดูอิน สัมผัสบรรยากาที่พักท่ามกลางผืนทะเลทรายซาฮาร่าอันกว้างใหญ่

6

วันที่หกของการเดินทาง

เมอร์ซูก้าร์ – ทินเฮียร์ – ทอดร้าจอร์จ – วอซาเซท              

05.00 น.       นำทุกท่านขี่อูฐไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลทรายซาฮาร่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นเดินทางสู่ ทอดร้าจอร์จ (Todra George) (200 กิโลเมตร)”ชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิส ลํานํ้าเกลือที่ไหลผ่านช่องเขา กับหน้าผาสูงชันแปลกตา เป็นแหล่งปีนหน้าผาสําหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย นำท่านแวะชม โอเอซิส Tinerhir ชุมชนที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกันท่ามกลางความแห้งแล้ง ยังมีความชุ่มชื้นของโอเอซิส ต้นปาล์ม เคย เป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซทได้เวลาพอสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังอาหารกลางงวันนำท่านเดินทางสู่ เมืองวอซาเซท (OUARZAZATE) (170 กิโลเมตร) ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ.1928 ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกําลังทหารและพัฒนาที่นี่ ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร วอซาเซทเป็นเมืองถูกส่งเสริมให้  เป็นเมืองท่องเที่ยวที่แวดล้อมไปด้วยสตูดิโอ ภาพยนตร์ อาทิ และมีการพัฒนาพื้นที่ใน ทะเลทรายเพื่อการทํากิจกรรมต่างๆ เช่นการขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐ กิจกรรม ผจญภัยกลางทะเลทราย (สําหรับในฤดูหนาว-ฤดูใบไม้ผลิ (พ.ย.-เม.ย.) ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้เพียงพอ เพราะเมืองนี้อยู่ใกล้ภูเขาแอตลาส ที่มีหิมะปกคลุมในช่วงดังกล่าว วอซาเซท อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมาย ของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่าง และความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหน จากนั้นเดินทางบนเส้นทาง ถนนแห่งคาชบาห์ หรือป้อมปราการนับพัน ที่ได้รับการขนานนามว่า เนื่องจากตลอดสองข้างทางจะมีคาชบาห์น้อยใหญ่หลายร้อยแห่งเรียงรายสุดลูกหูลูกตาตามถนนดังกล่าว วอซาเซท เป็นเมืองที่สําคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันออกสําหรับนักท่องเที่ยวบางคนที่ชอบรสชาติของความเป็นทางใต้ ณ จุดกึ่งกลางแห่งนี้ และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสํารวจเมืองต่างๆได้ทุกวัน

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม BERBERE PALACE : Rue Al-Mansour Ad-Dahbi, Ouarzazate 45000, Morocco. TEL : +212 5248-83105. http://www.hotel-berberepalace.com/

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

วอซาเซท – ชมเมือง – ไอท์ เบนฮาดดู – ชมเมือง – มาราเกซ Fantasia Show – มาราเกซ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นําท่านเข้าชม ป้อมทาเริท (KASBAH TAOURIRT) เป็นป้อมแห่งตระกูลกลาวี ภายใต้หมู่อาคารขนาดใหญ่ ซึ่ง ภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ จํานวนมากซ่อนอยู่เชื่อมต่อกันด้วยถนนเล็กๆ และเส้นทางลับคดเคี้ยว  ตามอาคารที่เบียดเสียดกัน การสร้างอาคารของชาวเบอร์ เบอร์ การออกแบบอาคารซึ่งเหมาะกับความเชื่อและความเป็นอยู่ของเหล่าเจ้าผู้ปกครอง ในยุคของตระกูล Glaoui ที่นี่มีคนงานและคนรับใช้จํานวนหลายร้อยคนจึงต้องมีห้องเป็นจํานวนมาก มีทั้งส่วนที่เป็นวังเก่า ห้องนั่งเล่น ห้องรับรอง บางห้องก็ว่างเปล่า ยูเนสโก้ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นมาจากอาคารเดิมเพียง 1 ใน 3 ของอาคาร ทั้งหมด ได้เวลาพอสมควร

นำท่านเดินทางสู่ เมืองไอท์ เบนฮาดดู (AIT BENHADDOU) (40 กิโลเมตร) เป็นเมืองที่ชื่อเสียงในเรื่องการหา รายได้จากกองถ่ายทําภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง นำท่านเข้าชม คซาร์แห่งเมืองเอทเบนฮาดดู หรือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู (KASBASH OF AIT BEN HADOU) เป็นป้อมดินซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทําภาพยนตร์หลายเรื่องที่โด่งดังอาทิ Lawrance of Arabia, Jesus of Nazareth, Gladiator และและซีรีส์ชื่อดัง Game of Thrones ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขององค์การยูเนสโก้ ได้ร้บการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1987

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองมาราเกช (MARAKESH) (190 กิโลเมตร) ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สําคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้ เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐ ที่มาจากทางตอนใต้ของโมรอคโค ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัย ราชวงศ์อัล โมราวิดช่วง ศ.ต.ที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็น ได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกําหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่า Pink City หรือ เมืองสีชมพูอาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก จึงได้ สมญานามว่าเป็น A city of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้ มีเวลาให้ท่านได้อิสระเดินเล่นชมเมือง สัมผัสมนต์เสน่ห์ของเมืองมาราเกช หรือพักผ่อนตามอัธยาศัยภายในโรงแรมที่พัก จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม THE PEARL MARRAKECH : Av. Echouhada et Rue du Temple, Hivernage، Marrakesh 40000, Morocco. TEL : +212 5244-24242. https://www.thepearlmarrakech.com/en/home

8

วันที่แปดของการเดินทาง

มาราเกซ – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชม พระราชวังบาเฮีย (BAHIA PALACE) เป็นพระราชวังของท่านมหาอํามาตย์ ผู้สําเร็จ ราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น แต่ด้วยความที่มีการ วางแผนก่อสร้างและ ตกแต่งอย่างเร่งรีบ จึงเป็นที่วิจารณ์กันว่ารายละเอียดหลายๆอย่างในพระราชวังแห่งนี้ยังไม่สมบูรณ์ลงตัว พระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้น (Stucco) มีการวาดลายบนไม้ และประดับประดาด้วยโมเสกเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก

จากนั้นนําท่านชม สวนจาร์ดีน มาจอแรล (JARDIN MAJORELLE) หรือ สวนยิปแซงลอเร้นซ์ (YVES SAINT LAURENT GARDENS) ชื่อนี้เป็นที่คุ้นเคยของสาวๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นสุดหรูของ Yves St. Laurent นัก  ออกแบบแฟชั่นดีไซน์ แห่งปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสวนแห่งนี้ ในช่วงที่โมรอคโคตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส ยิปแซงลอเร้นซ์มาที่ประเทศโมรอคโค เพื่อพักผ่อนหลังจากเคร่งเครียดจากงานออกแบบแฟชั่นโชว์ บ้านหลังนี้เคย ตกเป็นของเศรษฐีแห่งมา  ราเกช หลังจากยิปแซงมาเยือนมาราเกช ก็ได้เกิดความหลงใหลในเมืองแห่งนี้ และซื้อบ้านหลังนี้ไว้เป็นที่พักผ่อนชม สวนที่ถูกออกแบบโดยใช้สีฟ้า และสีส้มเป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเสาแจกัน และชมนานาพรรณของต้นไม้แห่งทะเลทราย ที่จัดได้อย่างสวยงาม

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังอาหารกลางวันนำท่านชม มัสยิดคูตูเบีย (KOUTOUBIA MOSQUE) ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้ หอขานละหมาดมีความสูง 226 ฟุต (หรือ 70 เมตร)

นำท่านชม จัตุรัสกลางเมือง (DJEMAA FNAA SQUARE) ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคารร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวาที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก

ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆได้ที่ ตลาดเก่า (OLD MARKET) ที่อยู่รายรอบจัตุรัสอย่างเพลิดเพลิน

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมชมการแสดง Fantasia ท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของสถานที่และสีสันของชาวโมรอคกัน ที่ต้อนรับท่านด้วยอาหารและพร้อมชมการแสดงพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม THE PEARL MARRAKECH

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

มาราเกซแอลฌาดีดา – ชมเมือง – คาซาบลังก้า – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางเลาะเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกสู่ เมืองแอลฌาดีดา (EL JADIDA) (200 กิโลเมตร) เดิมชื่อ มาซากัน (Mazagan) เป็นภาษาโปรตุเกส เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่บน อ่าวชายฝั่งทะเลแอตแลนติค เคยเป็นเมืองท่าที่สําคัญของโมรอคโคที่ทําการค้ากับชาวฟินีเชียน ต่อมาปี ค.ศ.1502 ชาวโปรตุเกสขึ้นฝั่งที่นี่และได้สร้างป้อมปราการ เรียกว่า El Brijia El Jaida หลังจากมีการสร้างเมืองขึ้น ในปีค.ศ. 1506 ได้เรียกเมืองว่ามาซากัน ซึ่งกลายเป็นเมืองท่าที่สําคัญของชาวโปรตุเกส ในปี ค.ศ.1562 ป้อม ถูกโจมตีโดยโดยชาวอาหรับแต่ไม่สําเร็จ ระหว่างปี ค.ศ.1580-1640 ตกอยู่ภายใต้การปกครองของชาวสเปน และกลับมาถูกปกครองโดยชาวโปรตุเกสอีกครั้ง ชมสถาปัตยกรรมที่แสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนอิทธิพล ระหว่างวัฒนธรรมยุโรปและโมรอคโค ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2004

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นําท่านชม บ่อเก็บนํ้าดื่ม ใต้ดินประจําเมือง นอกจากนั้นที่นี่ยังใช้เป็นคุกใต้ดินที่เคยใช้เป็นที่คุมขังของทาสในสมัยโปรตุเกส และเป็น คลังเก็บอาวุธสงคราม

จากนั้นเดินทางสู่ คาซาบลังก้า (CASABLANCA) (100 กิโลเมตร) หมายถึง บ้านสีขาว คําว่า ‘คาซา’ แปลว่า บ้าน และ ‘บลังกา’ แปลว่า สีขาว เป็นเมืองที่คนทั่ว โลกรู้จัก และอาจรู้จักมากกว่า ‘ราชอาณาจักรโมรอคโค’ ด้วยซํ้า เพราะนอกจากจะเป็นเมืองท่าและเป็นที่ตั้งของ ท่าอากาศยานระหว่างประเทศแล้ว ยังถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง Casablanca (โดยที่ไม่ได้ถ่ายทําในคาซาบลังก้าเลย) เป็นเรื่องราวความรักระหว่างนายทหารอเมริกันและหญิงคนรัก ในช่วงสงครามโลกครั้ง ที่ 2 ทําให้คาซาบลังก้าเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และปัจจุบันเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของโมรอคโคที่ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณเกือบ 5 ล้านคน จนกระทั่งเดินทางถึง เมืองคาซาบลังก้า

จากนั้นนําท่านเข้าชม สุเหราแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (MOSQUE HASSAN II) มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเมกกะ สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโคทุกแขนง ชมทิวทัศน์รอบๆ สุเหร่า อันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งทะเล ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมรอคโคที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติ ศาสนกิจเสร็จแล้วนํา ชมเมืองคาซาบลังก้า โบถส์คริสเตียน (The Church of our ladies of Lourdes) ภายในมีภาพกระจกสีสวยงาม แสดงเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับศาสนา

นำท่านช้อปปิ้งที่ OUTLET CASABLANCA ซึ่งประเทศโมรอคโคนั้นแบรนด์ ZARA เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อมากๆ เนื่องจาก อมาซิโอ ออเตกา (Amancio Ortega) ผู้ที่ก่อตั้งแบรนด์ ZARA มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกชาวสเปน ซึ่งสเปนประเทศเพื่อนบ้านต่างทวีปกับโมรอคโค ดังนั้นประเทศโมรอคโคจึงมี OUTLET ZARA หลายแห่ง ซึ่งนอกจากแบรนด์ ZARA ก็ยังมีแบรนด์อื่นๆชั้นนำอีกหลากหลายแบรนด์ ให้ท่านได้เลือกช้อปปิ้ง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม   FOUR SEASONS HOTEL CASABLANCA : Boulevard de la Corniche, Dar-el-Beida, Morocco. TEL : +212 5290-73700. https://www.fourseasons.com/casablanca/

10

วันที่สิบของการเดินทาง

คาซาบลังก้า – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง – สนามบินคาซาบลังก้า – ดูไบ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านผ่านชม ไอน์เดียบ (AIN DIAB) เป็นย่านตากอากาศริมทะเลริมมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นถิ่นพำนักของผู้มีฐานะทางสังคม รวมทั้งนักแสดงดาราชื่อดังของฮอลลีวู้ดบางรายก็มีบ้านพักอยู่แถบนี้ด้วย นอกจากจะมีชายหาดสำหรับพักผ่อนแล้วยังมีภัตตาคารหรูหราหลายระดับตามความสามารถในการจ่าย สถานที่เล่นกีฬา สระว่ายน้ำคอร์ทเทนนิส สนามวอลเลย์บอล และแม้แต่ดีสโกเธคก็มีบริการ

นำท่านเดินทางสู่ สนามบินคาซาบลังก้า

14.55 น.  ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบิน EK 752/376

11

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

ดูไบ – กรุงเทพฯ

(แวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ เวลา 01.15 – 03.30 น.)

12.35 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..

หมายเหตุ       : บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทาง น้อยกว่า 20 ท่าน 

อัตรานี้รวม      ·  ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นทัศนาจรตามที่ระบุในรายการ

  • ค่าโรงแรมที่พักที่ระบุในรายการ / ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ / ค่าวีซ่า
  • ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงาน คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
  • ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น
  • ค่าทิปคนขับรถ
  • น้ำดื่มบนรถ วันละ 1 ขวด / คน / วัน
  • ค่าพนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรมที่พัก IN/OUT @ 1 ใบ / 1 ท่าน

อัตรานี้ไม่รวม   ·  ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการ

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %  

 

การจอง และชำระเงิน     กรุณาส่งสำเนา PASSPORT หน้าแรก แฟกซ์มายังบริษัทฯ พร้อมชำระเงินค่ามัดจำ

                                      ท่านละ 30,000 บาท สำหรับส่วนที่เหลือทั้งหมด กรุณาชำระก่อนการเดินทาง 30 วัน

( หากไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ยินดีให้บริษัทฯทำการยกเลิกและยินยอมให้ยึดเงินมัดจำทันที)

***** กรณีที่ยังไม่ทราบผลวีซ่าก่อนการเดินทาง 15 วันทำการ

ทางบริษัทฯ ขออนุญาตเก็บค่าทัวร์ที่เหลือทั้งหมดก่อน ตามเงื่อนไขการชำระเงิน *****

การไม่รับจองทัวร์ :  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับจองทัวร์สำหรับลูกค้าดังต่อไปนี้

  • เด็กที่มีอายุระหว่างแรกเกิดถึง 2 ขวบ
  • ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ หรือ ไม้เท้า
  • ผู้เดินทางที่บ่งบอกการเป็นบุคคลไร้ความสามารถ

หมายเหตุ    ·  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย

                     จนไม่อาจแก้ไขได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

  • หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะไม่

    รับผิดชอบต่อค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

  • รายการนี้เป็นเพียงการเสนอราคาที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรอง

ที่นั่งกับสายการบินและโรงแรมที่พักอย่างไรก็ตามรายการนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

  • สตรีมีครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย สำหรับกระเป๋าเดินทาง

    กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง

การยกเลิก *** กรณีที่ท่านจองและจ่ายค่ามัดจำแล้วมีการยกเลิก (ก่อนเงื่อนไขตามกำหนดวันที่ทำการยกเลิก

ด้านล่าง) บริษัทฯ ขอคิดค่าทำงานท่านละ 1,000.- บาท พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามความเป็นจริง (ถ้ามี) ***

  • ยกเลิกก่อน    31-60      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน    15-30      วันทำการ  เก็บค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน 8-14      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่าทัวร์ทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน   1-7       วันทำการ  เก็บ 100% ของค่าทัวร์ทั้งหมด

( หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ยกเว้นเงื่อนไขในการยกเลิกการเดินทางตามกำหนดวันที่ระบุข้างต้น

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ และขอคิดค่าใช้จ่ายในการยกเลิกตามความเป็นจริง

เนื่องจากเป็นช่วง Peak Period  ทางโรงแรม , สายการบิน และบริษัทรถโค้ช ฯลฯ ค่อนข้างแน่น

และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 100%  ซึ่งไม่สามารถทำการยกเลิกได้ )

การโอนเงิน      ผ่านธนาคาร บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด

           ธนาคารกรุงเทพฯ / สาขาโชคชัย 4 / บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 230-0-19191-9

เมื่อท่านจองทัวร์และชำระค่ามัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในเงื่อนไขและรายละเอียดที่ทางบริษัทแจ้งไว้ทั้งหมด

*** บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ อันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง

สภาพดินฟ้าอากาศ การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ โดยการพิจารณาของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ***