11 – 18 ตุลาคม 2561
วันเดินทาง
สายการบินเจ็ทแอร์เวย์
สายการบิน
อินเดีย
ประเทศ

ทัวร์เอเชีย : อินเดีย LEH LADAKH – INDIA 8 วัน (9W)

กำหนดการเดินทาง :  11 – 18 ตุลาคม 2561

ประเทศ : อินเดีย
สายการบิน :  สายการบินไทย

ราคา : 73,800  บาท

เดลี – เลห์ – บาสโก – ลามายูรู – ทะเลสาบพันกอง – นูบร้าวัลเลย์ – เดลี

งดงามดังมนต์สะกด “เมืองเลห์ แคว้นลาดัก” สมญานาม “ดินแดนทิเบตน้อย” ครั้งหนึ่งในชีวิตท่านจะเป็นผู้พิชิตเส้นทางคาร์ดังลา ถนนที่สูงที่สุดอันดับ 3 ของโลก ขี่อูฐท่องทะเลทรายฮุนเดอร์ Silver Sand Dune of Nubra Valley ตามแบบฉบับชาวอาหรับ สัมผัสความงามแห่งเทือกเขาหิมาลัยที่จะทำให้ท่านหลงรักเมืองเลห์อย่างแน่นอนดื่มด่ำกับบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ !! นอนเคียงดาว ณ แคมป์ปิ้ง หุบเขานูบร้าวัลเล่ย์ยลโฉมกรุงเดลีอันศิวิไล ชมโชว์น้ำพุการแสดงแสงสีเสียงสุดอลังการ ณ สวามินารายัน อัคชาร์ดาห์ม  พักผ่อนที่พักสุดหรูสไตล์เมืองเลห์และกรุงเดลีมาตรฐานเทียบเท่าเครือ Inter Chain

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันที่หนึ่งของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ – เดลี

17.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ทางเข้าที่ 7 เคาน์เตอร์ P สายการบินเจ็ทแอร์เวย์ เจ้าหน้าที่จากบริษัทเร้นจ์ฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

20.10 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเดลี ประเทศอินเดีย โดยเที่ยวบินที่ 9W 63

23.15 น. ดินทางถึง สนามบินอินทิราคานธี เมืองเดลี ประเทศอินเดีย หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

2

วันที่สองของการเดินทาง

เดลี – เลห์ – ชมเมือง – เลห์

05.40 น. (ต่อเครื่อง) ออกเดินทางสู่ เมืองเลห์ ประเทศอินเดีย โดยเที่ยวบินที่  9W 2368

07.05 น.  เดินทางถึง เมืองเลห์ ลาดักห์ (LEH LADAKH) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นทิเบตน้อยแห่งอินเดีย ดินแดนที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาหิมาลัยและที่ราบสูงคาราโครัม ท่านจะได้สัมผัสอากาศหนาว ธรรมชาติที่แปลกตา ถูกล้อมด้วยเทือกเขา, ทะเลสาบ, ทะเลทราย พร้อมกับไปสำรวจเส้นทางสำคัญแห่งหิมาลัยโบราณ รวมถึงสัมผัสวิถีชีวิตผู้คน วัฒนธรรม ภาษาของผู้คนที่นั่น

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นอิสระให้ท่านพักผ่อนเพื่อปรับสภาพร่างกาย เนื่องจากในแคว้นลาดักห์ ซึ่งมีเลห์เป็นเมืองหลวงของแคว้นนั้น เป็นดินแดนที่มีอากาศเบาบางจึงทำให้หายใจลำบาก เนื่องจากความสูงของภูมิประเทศ ที่สูงถึง 3,500 เมตร เพราะฉะนั้นท่านจึงควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนการท่องเที่ยวในเมืองเลห์

(ข้อห้าม การสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอลล์ จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพสำหรับผู้เดินทางท่องเที่ยวในแคว้นลาดักห์ / กาแฟและชาอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของผู้เดินทาง)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม

บ่าย นำท่านเดินเล่นยามเย็นที่ ตลาดพื้นเมืองเลห์ (Leh Market) ตลาดแห่งนี้จำหน่ายสินค้ามากมาย อาทิ ร้านขาย, วัตถุโบราณ, พระพุทธรูป, รูปเคารพของเทพต่างๆ, ผ้าทังก้า, หน้ากาก และผักผลไม้นานาชนิดที่ นำมาขายโดยชาวบ้านเมืองเลห์ อิสร ะให้ท่านเดินชมจนได้เวลาอันควร

จากนั้นนำท่านเข้าชม พุทธสถานนัมเกียล เซโม (Namgyal Tsemo Gompa) สร้างโดยพระดำริของกษัตริย์ตาชิ นัมเกียล(TASHI NAMGYAL) ซึ่งสร้างแล้วเสร็จในปีคริสต์ศักราชที่ 1430 (พ.ศ.1973) ปัจจุบันพุทธสถานแห่งนี้ปรากฏเป็นกลุ่มอารามของวัดซึ่งภายในวัดได้จัดแสดงพระคัมภีร์โบราณที่เป็นแบบเขียนด้วยลายมือ ภาพเขียนสีเฟรสโกบนฝาผนัง รูปหล่อทองคำพระศรีอริยเมตไตรย สูงประมาณตึก 3 ชั้น และรูปหล่อพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร สูงประมาณ 3 เมตร

นำท่านเข้าชม เจดีย์สันติภาพแห่งเลห์ (Shanti Stupa Temple) เจดีย์สีขาวขนาดใหญ่ที่สร้างโดยพระสงฆ์ชาวญี่ปุ่นชื่อว่า “นิชิดัทสุ ฟูจิอิ” จากองค์กรพุทธศาสนาแห่งญี่ปุ่น ทำพิธีเปิดโดยองค์ดาไลลามะเมื่อปีคริสต์ศักราชที่ 1985 (พ.ศ.2528) พร้อมชมพระอาทิตย์อัสดงยามเย็น

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม The Druk Ladakh ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

3

วันที่สามของการเดินทาง

เลห์ –บาสโก – ชมเมือง – อัลชิ – ชมเมือง – เลห์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองบาสโก (BASGO) (120 กิโลเมตร) ดินแดนที่ถูกขนานนามว่า ดินแดนโลกพระจันทร์ (MOON LAND) ด้วยทัศนียภาพของเทือกเขาหินรูปร่างและพื้นผิวแปลกตา ไร้ซึ่งความสดชื่นมีชีวิตชีวา ยกเว้นเสียแต่ชุมชนขนาดเล็กบ้านเรือนที่สร้างด้วยอิฐ หิน และฉาบโคลนอย่างหยาบๆแต่กลับเกิดเป็นสถาปัตยกรรมที่มีศิลปะอ่อนช้อยสุดประณีต แต่กลับกลมกลืนและลงตัวกับภูมิประเทศรอบด้าน

จากนั้นนำท่านชม พุทธสถานแห่งบาสโก (BASGO GOMPA) เป็นพุทธสถานที่ถูกสร้างขึ้นในปีคริสต์ศักราชที่ 1680 โดยผู้ปกครองในราชวงศ์นัมเกียล โดยพุทธสถานแห่งนี้ถูกรวมมาจาก 3 วัด อันได้แก่ วัดซัมบาเมตไตรย (CHAMBA MAITREYA) ที่มีพระศรีอริยเมตไตรยที่สร้างจากดินเป็นจุดสังเกต, วัดเซอจาง(SERZANG TEMPLE) ที่มีพระศรีอริยเมตไตรยที่สร้างจากทองแดงเป็นจุดสังเกต, วัดชามชุงเมตไตรย (CHAM CHUNG MAITREYA) อาคารวัดมีลักษณะคล้าย  คลึงแบบมัสยิด ปัจจุบันพุทธสถานแห่งนี้อยู่ภายใต้ความดูแลของนิกายหมวกเหลืองในนิกายคาดัมพา

นำท่านเที่ยวชม พุทธสถานแห่งลามะยุรู (LAMAYURU GOMPA) เป็นหนึ่งในพุทธสถานที่เก่าแก่ที่สุดในลาดักห์ ตัวอาคารฉาบทาด้วยสีขาว ส่วนประตู หน้าต่าง และหลังคาใช้สีแดงให้ดูแตกต่างจากบ้านเรือนของผู้คนท้องถิ่นโดยอาคารส่วนที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งยังคงเหลืออยู่มาจนถึงปัจจุบันอยู่ทางปลายสุดด้านใต้ของอาณาเขตวัดคือ เซงเกสกัง (SENG-GE-SGANG) ที่ระลึกถึงท่านลามะรินเช ซางโป(RINCHEN ZANGPO) ผู้สร้างพุทธสถานแห่งนี้พุทธศาสนาแห่งลามายุรูมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พุทธสถานยุงดรัง ทาร์ปาลิง (YUNGDRUNG THARPALING GOMPA) คำว่า YUNGDRUNGมีความหมายว่า เครื่องหมายสวัสดิกะ จากตำนานที่เล่ากันมาว่า พระมัธยานติกะ หรือประมุขแห่งสงฆ์ในนิกายสรวาสติวาท หรือที่เรียกกันว่า “สพฺพตฺถีกวาท” ที่ปรากฏในกถาวัตถุ ได้เคยทำนายไว้ว่า ณ บริเวณดินแดนแห่งนี้ภายหลังจะเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่ศาสนาพุทธ นิกายมหายานให้ดำรงอยุ่ในดินแดนลาดักห์ ซึ่งในสมัยพุทธกาลเป็นทะเลสาบที่พำนักของเหล่าฝูงพญานาคจากนั้นท่านมัธยานติกะได้ทำการโปรยเมล็ดข้าวโพดและน้ำถวายทานแก่บรรดาพญานาคในทะเลสาบ ซึ่งเมล็ดข้าวโพดนั้นได้เติบโตขึ้นเป็นลายเครื่องหมายสวัสดิกะ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเข้าชม วัดอัลชิ (Alchi Monastery) วัดเก่าแก่ที่มีอายุหลายร้อยปี สร้างด้วยอิฐและไม้ ลักษณะ  สถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของเมืองเลห์ วัดอัลชิตั้งอยู่ในหมู่บ้านอัลชิ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวทิเบตชุมชนเก่าแก่เช่นเดียวกับหมู่บ้านอื่นในลาดักห์ แต่หมู่บ้านนี้เป็นเขตที่อุดมไปด้วยน้ำสำหรับปลูกพืชผลเช่น ข้าวสาลี พืชผักต่างๆ แอปเปิ้ล แอปริคอต ที่นี่จึงถือเป็นหมู่บ้านที่ปลูกแอปเปิ้ลมากแห่งหนึ่งของลาดักห์เลยก็ว่าได้

จากนั้นนำท่านชม พุทธสถานแห่งลิคีร์ (LIKIR GOMPA) ปัจจุบันเป็นที่พำนักของลามะงารี รินปอเช (NGARI RINPOCHE) คุรุผู้เป็นพระอนุชาของดาไลลามะองค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นพุทธสถานที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 โดยลามะดูวัง โชสเจ (DUWANG CHOSJE) ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ลาเชินเกียลโป (LACHEN GYALPO) จุดเด่นของพุทธสถานแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ตัวอารามที่งดงาม แต่ทิวทัศน์ที่สวยงามตรึงตรานั้นคือของขวัญอีกอย่างที่ชาวลิคีร์ได้รับมาจากธรรมชาติ อารามตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำสินธุและหมู่บ้านซัสโพล(SASPOL)เส้นทางเดินจากตัวอารามไปยังหมู่บ้านมีภาพวิวที่ได้เห็นนั้นสวยแทบทุกมุม และยังเปลี่ยนแปลงมุมมองสายตาไปตามความคดเคี้ยวของเส้นทางที่ทอดยาวขึ้นเขาร่วม 4 กิโลเมตร ปัจจุบันพุทธสถานแห่งนี้อยู่ภายใต้ความดูแลของนิกายหมวกเหลืองในนิกายเกลุคป้า ระหว่างทาง

นำท่านชม จุดบรรจบแม่น้ำสินธุและแม่น้ำซันสการ์ (INDUS-ZANSKAR CONFLUENCES)ที่เกิดขึ้นบริเวณหุบเขาอินดุสซึ่งทอดตัวกั้นกลางแบ่งเขตระหว่างเทือกเขาอินดุสและเทือกเขาซันสการ์เอาไว้ ลำธารสายคดเคี้ยวสีเขียวสดใส สามารถถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้ แต่จุดที่ควรหยุดรถเพื่อถ่ายรูป คือ จุดบรรจบระหว่างแม่น้ำสองสาย ซึ่งสวยงามด้วยสีสันที่แตกต่างกันเป็นสองสีเห็นได้ชัดเจน ที่เห็นเป็นสีเขียว คือ แม่น้ำซันสการ์ (ZANSKAR) ส่วนสีขุ่นโคลนนั้นคือ แม่น้ำสินธุ (INDUS RIVER) มองเห็นเป็นความต่างที่เข้ามาสอดประสานร่วมกันได้อย่างกลมกลืน

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม The Druk Ladakh ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

เลห์ – ชมเมือง – ทะเลสาบพันกอง – เลห์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางเข้าชม วัดเฮมิส (Hemis Gompa) วัดพุทธตันตระนิกายหมวกแดง หรือ นิกายนิงห์มาปา เป็นนิกายดั้งเดิมของศาสนาพุทธสายทิเบต ท่านปัทมสัมภวะ (Padmasambhava) หรือที่ชาวทิเบตเรียกว่า คุรุริมโปเช (Kuru Rinpoche) เป็นวัดโบราณที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในดาลักห์ สร้างขึ้นในพุทธ  ศตวรรษที่ 17 โดยพระเจ้าเซงกี โดยกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลาดักห์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ศาสนาพุทธในอินเดียล่มสลาย เมื่อกองทัพชาวเติร์กได้บุกเข้าสู่อินเดีย และต่อมาได้รับการทำนุบำรุงโดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์นัมเคียล (Namgyal) มาตลอด วัดเฮมิส ได้รับการประกาศให้เป็น มรดกโลกในปี ค.ศ. 1998 และในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกกฎาคมของทุกปี วัดเฮมิสจะมีเทศกาลประจำปีเรียกว่า เฮมิส-เตชู หรือ ระบำหน้ากาก ซึ่งเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ให้ชมกันอีกด้วย

นำท่านเข้าชม พุทธสถานแห่งทิคเซย์ (THIKSEY GOMPA) เป็นอารามเก่าแก่ราว 600 ปี มีลักษณะรูปทรงคล้ายคลึงกับพระราชวังโปตาลาในฑิเบต จนทำให้พุทธสถานแห่งนี้ได้รับฉายาว่า มินิโปตาลา (MINI POTALA) อารามแห่งนี้มีทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ทาด้วยสีแดงและขาวนับสิบหลัง ลดหลั่นไล่ระดับตามเนินเขาที่สูงเกือบ3,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล และยังมีกุฏิล้อมอารามหลักสูงถึง 12 ชั้น สมกับเป็นวัดที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดที่สวยงามที่สุดในเมืองลาดักห์ พุทธสถานแห่งนี้เป็นพุทธสถานของนิกายเกลุคปา มีจุดเด่นตรงวิหารที่ประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรยองค์ที่ใหญ่ที่สุดในหุบเขาลมดักห์ มีความสูง 15 เมตร โดยดาไลลามะองค์ที่ 14 หรือองค์ปัจุจบัน ดำริให้สร้างขึ้นเมื่อปีคริสต์ศักราชที่ 1980 ซึ่งใช้เวลาถึง 2 ปีในการก่อสร้างจึงจะเสร็จสมบูรณ์ ชั้นบนจะเห็นส่วนครึ่งบนของรูปปั้นพระศรีอริยเมตไตรย ส่วนอีกครึ่งหนึ่งของพระองค์ท่านก็จะอยู่อีกชั้นของวัด (การถ่ายภาพ ถ่ายได้เฉพาะองค์พระห้ามถ่ายรูปร่วมรูปกับองค์พระเด็ดขาด) พุทธสถานแห่งทิคเซย์มีเทศกาลสำคัญ คือ ระบำหน้ากากเช่นเดียวกับพุทธสถานแห่งเฮมิส หรือพุทธสถานอื่นๆในลาดักห์ แต่วันจัดงานเทศกาลจะแตกต่างกันออกไป โดยของพุทธสถานแห่งทิคเซย์จะจัดในวันที่ 17–19 เดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติของฑิเบต

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบพันกอง (PANGONG TSO) (140 กิโลเมตร) ทะเลสาบมรกต หรือที่ชาวเลห์เรียกว่า พันกองโซ (PANGONG TSO) เพราะคำว่า TSO ในภาษาของ ชาวเลห์ หมายถึง ทะเลสาบกว้างใหญ่แห่งนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลกต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชม. ผ่านถนนอันคดเคี้ยวลัดเลาะเลียบหน้าผาสูงชันและหุบเหว แต่ทิวทัศน์งดงามราวต้องมนต์สะกดส่วนเบื้องล่างหุบเขา เมื่อทอดสายตาลงไปก็จะพบเจอความสดชื่นด้วยสีเขียวสลับเหลืองของนาข้าว และบางช่วงก็มีเส้นสายสีเงินของลำธารสายน้อย แซมหญ้าเขียวและดอกไม้ป่าที่งามอ่อนหวานแบบเรียบง่ายเป็นธรรมชาติมาเติมเต็มให้ภาพที่สวยงามนั้นสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ให้ท่านชมความสวยงามของทะเลสาบพันกองและถ่ายรูปตามอัธยาศัยจนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม  The Druk Ladakh ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

เลห์ – ช่องเขาคาร์ดังลา – ขี่อูฐ ณ ทะเลทรายฮุนเดอร์ – นูบร้าวัลเลย์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ หุบเขานูบร้าวัลเลย์ (200 กิโลเมตร) เป็นหุบเขาที่ชื่อมีที่มาจากชื่อแม่น้ำนูบร้า ที่ไหลพาดผ่านและหล่อเลี้ยงเหล่าสิ่งมีชีวิตในดินแดนแห่งนี้ ซึ่งการผสมผสานความงดงามทางธรรมชาติในหุบเขาแห่งนี้ ทำให้ได้รับการขนานนามจากผู้เดินทางมาสัมผัสว่า “หุบเขาแห่งดอกไม้ ” เพราะในช่วงต้นฤดูร้อน จากพื้นที่สีเขียวขจีผืนกว้างสุดลูกหูลูกตาจะมีการแต่งแต้มสีสันด้วยทุ่งดอกกุหลาบป่าสีเหลืองและสีชมพู พอเข้าช่วงเดือนสิงหาคม

ที่นี่ก็จะเต็มไปด้วยดอกลาเวนเดอร์แผ่กระจายไปทั่วหุบเขานูบร้าจะมีจุดไหลบรรจบของแม่น้ำ 2 สาย คือแม่น้ำนูบร้า(NUBRA RIVER) และแม่น้ำโชยุค(SHOYUK RIVER)และบริเวณแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นเขตที่มีอากาศอบอุ่นกว่าพื้นที่อื่นในลาดักห์ จึงทำให้ดินแดนบริเวณนี้มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติมากมายระหว่างทางนำท่านชม 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ของแคว้นลาดักห์ ณ เส้นทางผ่านช่องเขาคาร์ดังลา (KHARDUNG LA PASS) เส้นทางผ่านช่องเขาคาร์ดังลาเป็นถนนมอเตอร์เวย์ที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งจุดสูงสุดของถนนเส้นนี้ อยู่ที่ความสูง 5,600 เมตรจากระดับน้ำทะเลซึ่งจากจุดสูงสุดของเส้นทางสามารถมองเห็นแนวเขาคาราโครัมของประเทศปากีสถานซึ่งมีหิมะปกคลุม และเส้นทางถนนโค้ง  สลับซับซ้อน ตลอดเส้นทางจะพบทัศนียภาพที่สวยงามให้ถ่ายภาพตลอดทาง ซึ่งการเดินทางในช่วงฤดูร้อน (เดือนเมษายน – สิงหาคม) จะพบกับพรรณไม้สวยงามต่างๆตลอดเส้นทาง

ข้อแนะนำ จะใช้เวลาอยู่ที่จุดนี้ไม่นาน เนื่องจากเส้นทางผ่านช่องเขาคาร์ดังลา (KHARDUNG LA PASS) มีความสูงถึง 5,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศจึงเบาบางมากอาจทำให้ไม่สบายหรือมีอาการแพ้ความสูงได้ ควรจะแวะถ่ายรูปและชมวิวประมาน 15 – 20 นาที หรือแนะนำให้ทานยาป้องกัน AMS (ยาป้องกันโรคแพ้ความสูง)ไว้ก่อนที่จะขึ้นมาถึงจุดนี้

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย  ระหว่างทางนำท่านชม หมู่บ้านดิสกิต ซึ่งตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของหุบเขานูบร้าใกล้กับแม่น้ำแม่น้ำโชยุค(SHOYUK RIVER) โดยสภาพแวดล้อมบริเวณดินแดนแห่งนี้จะเหมือนถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัย จึงทำให้มองเห็นทิวทัศน์ของทั้งภูเขาและแม่น้ำได้แบบพาโนรามาด้วยความที่หมู่บ้านนี้เป็นแหล่งที่พักอาศัยของชาวพื้นเมือง ทำให้มีโรงแรมและเกสต์เฮ้าส์ให้บริการอยู่หลายแห่ง รวมไปถึงร้านค้า ต่างๆ

จากนั้นนำท่านชม พุทธสถานแห่งดิสกิต (DISKIT MONASTERY GOMPA) พุทธสถานนิกายเกลุคปา(นิกายหมวก  เหลือง) ที่ถูกสร้างขึ้นในปีคริสต์ศักราชที่ 1420 (พ.ศ.1963) ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่น้ำโชยุค(SHOYUK RIVER) และเป็นพุทธสถานที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในดินแดนของหุบเขานูบร้าวัลเลย์

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านฮุนเดอร์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ได้รับการขนานนามว่า “หมู่บ้านแห่งเนินทราย” ที่ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาอันเขียวชอุ่มหมู่บ้านที่อย่ห่างจากหุบเขานูบร้าวัลเลย์มาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 7 กิโลเมตร

จากนั้นนำท่าน ขี่อูฐ BACTRIAN หรืออูฐสองโหนก ณ ทะเลทรายฮุนเดอร์ กิจกรรมไฮไลท์ของหุบเขานูบร้าวัลเลย์ ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม Desert Himalaya Resort  ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

นูบร้าวัลเลย์ – ชมเมือง – เลห์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม พุทธสถานซัมสตาลิง(SAMSTALING MONASTERY GOMPA) พุทธสถานแห่งนี้เป็นพุทธสถานของนิกายเกลุคปา (นิกายหมวกเหลือง) ที่สร้างขึ้นในปี คริสต์ศักราชที่ 1841 (พ.ศ.2384)อารามแห่งนี้เป็นที่พักอาศัย และเป็นที่ตั้งของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่เป็นจุดเด่นของพุทธสถานแห่งนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองเลห์ (Leh) (130 กิโลเมตร)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเข้าชม พระราชวังแห่งเชย์ (Shey palace) เป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์เดลดัน นัมเกียล (DELDAN NAMGYAL) เพื่อระลึกถึงพระบิดาและใช้แปรพระราชฐานสำหรับช่วงฤดูร้อนในยุคสมัยที่เมืองเชย์ยังเป็นเมืองหลวงของแคว้นลาดักห์ ภายในพระราชวังเต็มไปด้วยกลิ่นไอเรียบง่าย ไม่เหมือนพระราชวังใหญ่โตในที่อื่นๆบนโลก นอกจากส่วนประทับของกษัตริย์แล้ว พระราชวังเชย์มีพุทธสถานบนยอดเขาถึง 2 แห่ง แห่งหนึ่งประดิษฐานพระศากยมุนีองค์ใหญ่หุ้มด้วยทองคำและทองแดง มีความสูง 12 เมตร

นำท่านเข้าชม พระราชวังแห่งสต็อก (STOK PALACE) เป็นพระราชวังที่ก่อสร้างขึ้นราว 200 ปีก่อน หลังจากราชวงศ์นัมเกียลแห่งเมืองเลห์ได้ทำสงครามและพ่ายแพ้ให้แก่มหาราชากุหลาบซิงห์ (กษัตริย์แห่งศาสนาซิกข์)ทำให้กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์นัมเกียลต้องแปรพระราชฐาน จากพระราชวังเลห์มาประทับยังพระราชวังใหม่แห่งนี้ ตัวพระราชวังตั้งตระหง่านอยู่บนเชิงเขาหิน ภายนอกเคลือบฉาบด้วยสีขาวตัดกับกรอบหน้าต่างสีแดงอมน้ำตาลและระเบียงทาสีสด พระราชวังแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นจุดสิ้นสุดของราชวงศ์นัมเกียลปัจจุบันพระราชวังสต็อกเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้าอาภรณ์ และเครื่องประดับของกษัตริย์ในอดีต

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม  The Druk Ladakh ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

เลห์ – เดลลี – ช้อปปิ้ง – โชว์น้ำพุที่สวามินารายัน อัคชาร์ดาห์ม – เดลี

08.50 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเดลลี  โดย สายการบินเจ็ทแอร์เวย์ เที่ยวบินที่  9W 2367

10.20 น. เดินทางถึง เมืองเดลลี (DELHI)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำทุกท่านผ่านชม เมืองเดลลี (DELHI) เมืองหลวงอินเดีย ซึ่งอังกฤษได้สร้างเมืองใหม่จากผังเมืองที่ทันสมัยและสวยงามตามวัฒนธรรมของอังกฤษ เดลีเป็นศูนย์กลางด้านการเมืองการปกครองของประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก แบ่งออกเป็น เขตเดลีเก่า กับ นิวเดลีใหม่

จากนั้นนำท่านผ่านชม ประตูเมืองอินเดีย (INDIA GATE) สร้างโดยใช้หินทรายแดงแท่งทึบ ผู้ออกแบบคือเซอร์เอ็ดวิน ลูทเยนส์ ประตูเมืองแห่งนี้ถือว่ามีความสำคัญมากเพราะเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมในงานวันสำคัญต่างๆ คือวันชาติ และงานวันฉลองเอกราช ที่ประตูเมืองสลักชื่อของทหารที่ตายในสนามรบ โดยชื่อที่สลักไว้เป็นชื่อของทหารและข้าราชการชาวอินเดียและอังกฤษ จำนวน 13,516 คน ที่พลีชีพในสงครามชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือ และสงครามอัฟฆัน ครั้งที่ 3 สร้างอุทิศแก่ทหารอินเดียจำนวน 60,000 คน ที่ตายในสงครามโลกครั้งที่ 1 ส่วนยอดบนประตูเมืองอุทิศแก่ทหารที่หายสาบสูญ

นำท่านเดินชมและช้อปปิ้ง เดลีฮัท (Dilli Haat) บาร์ซาร์ที่ขายสินค้าพื้นเมืองแฮนด์เมด และสินค้า OTOP จากทุกภาคของอินเดียมีองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของอินเดียเป็นผู้สนับสนุน จำหน่ายสินค้าพื้นเมืองของอินเดีย อาทิ งานหัถตกรรม, งานแฮนด์เมด, เสื้อผ้าสไตล์อินเดียพื้นเมือง และ เครื่องประดับต่างๆ

จากนั้นนำท่านเข้าชม สวามินารายัน อัคชาร์ดาห์ม (SWAMINARAYAN AKSHARDHAM) ศาสนสถานฮินดูแห่งใหม่ในเดลี ที่ได้รับการบันทึกในกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ ว่าเป็นวัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นฮินดูนิกาย “สวามีนารายัน” ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับศาสดาอันวิจิตรตระการตาผสมผสานลักษณะทางสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของอินเดียเข้าด้วยกัน สร้างขึ้นจากหิน ทรายสีชมพูจากรัฐราชาสถาน และหินอ่อนสีขาวจากอิตาลีมีอาสาสมัครช่วยงานกว่า 11,000 คน ในจำนวนนี้มีช่างฝีมือถึง 7,000 คน ทั้งในและต่างประเทศรวมถึงคนไทย ทำให้การก่อสร้างที่คาดว่าจะใช้เวลานานถึง 40 ปี เป็นสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง สวยงามน่าดูชมจากทุกมุมมอง ขึ้นเพื่อถวายแด่ “ภควัน สวามีนารายัน” ผู้นำด้านจิตวิญญาณของชาวฮินดู 

จากนั้นนำท่านชม การแสดงสุดอลังการ (Musical Fountain Show)  ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ  ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พักโรงแรม Holiday Inn New Delhi International Airport ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

8

วันที่แปดของการเดินทาง

เดลี – กรุงเทพ ฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม                    

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

14.00 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ  โดย สายการเจ็ทแอร์เวย์ เที่ยวบินที่  9W 66

19.45 น.  ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

 

ทัวร์ยุโรป เที่ยวยุโรป ทัวร์ต่างประเทศ แพคเกจทัวร์ยุโรป โปรแกรมทัวร์ยุโรป | EUROPE TOUR

ใช้เวลาวันหยุดของคุณในการท่องเที่ยวยุโรป เพลิดเพลินไปกับประวัติศาสตร์และการผจญภัย รวมถึงอาหารที่ดีเลิศรส ด้วยแพคเกจทัวร์ยุโรปที่แปลกใหม่ เส้นทางสายใหม่ หรือเส้นทางที่คุ้มค่ากับเวลาในการเดินทาง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในการทัวร์ยุโรป ไม่ว่าจะเป็น ทัวร์อิตาลีทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ทัวร์ฝรั่งเศสทัวร์เยอรมนีทัวร์ออสเตรียทัวร์อังกฤษทัวร์สก็อตแลนด์ทัวร์เบลเยี่ยมทัวร์เนเธอร์แลนด์ทัวร์กรีซทัวร์นิวซีแลนด์ทัวร์เวลส์ เป็นต้น

รวมถึงประเทศแถบ ทัวร์สแกนดิเนเวีย ทัวร์บอลติก อย่างเช่น ทัวร์สวีเดนทัวร์ฟินแลนด์ทัวร์นอร์เวย์ทัวร์เดนมาร์กทัวร์ไอซ์แลนด์, ทัวร์ลัตเวีย, ทัวร์เอสโตเนีย

จากประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ในการเดินทางของเร้นจ์ฯ เราจึงมั่นใจในคุณภาพทุกการเดินทาง ทัวร์ยุโรปของเราจะแนะนำอีกมุมมองของโลกด้วยวัฒนธรรมใหม่ จากการสำรวจสถานที่ใหม่ๆ อยู่เสมอ ค้นหาการพักผ่อนในวันหยุดสุดพิเศษของคุณด้วยทัวร์ยุโรประดับคุณภาพของเรา

เราคือผู้เชี่ยวชาญเรื่องทัวร์ยุโรป ทัวร์ต่างประเทศ ประสบการณ์กว่า 20 ปี

“ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง”

หมายเหตุ   : บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 15 ท่าน 

อัตรานี้รวม   ·  ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นทัศนาจรตามที่ระบุในรายการ

  • ค่าโรงแรมที่พักที่ระบุในรายการ / ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ / ค่าวีซ่า
  • ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงาน คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
  • ค่าทิปคนขับรถ 3 US / คน / วัน
  • น้ำดื่มบนรถ วันละ 1 ขวด / คน / วัน
  • ค่าพนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรมที่พัก IN/OUT @ 1 ใบ / 1 ท่าน

อัตรานี้ไม่รวม   ·  ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการ

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %  

การจอง และชำระเงิน     กรุณาส่งสำเนา PASSPORT หน้าแรก แฟกซ์มายังบริษัทฯ พร้อมชำระเงินค่ามัดจำ

                                      ท่านละ 30,000 บาท สำหรับส่วนที่เหลือทั้งหมด กรุณาชำระก่อนการเดินทาง 30 วัน

(หากไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ยินดีให้บริษัทฯทำการยกเลิกและยินยอมให้ยึดเงินมัดจำทันที)

***** กรณีที่ยังไม่ทราบผลวีซ่าก่อนการเดินทาง 15 วันทำการ

ทางบริษัทฯ ขออนุญาตเก็บค่าทัวร์ที่เหลือทั้งหมดก่อน ตามเงื่อนไขการชำระเงิน *****

 

การไม่รับจองทัวร์ :  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับจองทัวร์สำหรับลูกค้าดังต่อไปนี้

  • เด็กที่มีอายุระหว่างแรกเกิดถึง 2 ขวบ
  • ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ หรือ ไม้เท้า
  • ผู้เดินทางที่บ่งบอกการเป็นบุคคลไร้ความสามารถ

หมายเหตุ    ·  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย

                     จนไม่อาจแก้ไขได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

  • หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะไม่

    รับผิดชอบต่อค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

  • รายการนี้เป็นเพียงการเสนอราคาที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรอง

ที่นั่งกับสายการบินและโรงแรมที่พักอย่างไรก็ตามรายการนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

  • สตรีมีครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย สำหรับกระเป๋าเดินทาง

    กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง

การยกเลิก *** กรณีที่ท่านจองและจ่ายค่ามัดจำแล้วมีการยกเลิก (ก่อนเงื่อนไขตามกำหนดวันที่ทำการยกเลิก

ด้านล่าง) บริษัทฯ ขอคิดค่าทำงานท่านละ 1,000.- บาท พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามความเป็นจริง (ถ้ามี) ***

  • ยกเลิกก่อน    31-60      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน    15-30      วันทำการ  เก็บค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน 8-14      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่าทัวร์ทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน   1-7       วันทำการ  เก็บ 100% ของค่าทัวร์ทั้งหมด

( หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ยกเว้นเงื่อนไขในการยกเลิกการเดินทางตามกำหนดวันที่ระบุข้างต้น

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ และขอคิดค่าใช้จ่ายในการยกเลิกตามความเป็นจริง

เนื่องจากเป็นช่วง Peak Period  ทางโรงแรม , สายการบิน และบริษัทรถโค้ช ฯลฯ ค่อนข้างแน่น

และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 100%  ซึ่งไม่สามารถทำการยกเลิกได้ )

การโอนเงิน      ผ่านธนาคาร บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด

           ธนาคารกรุงเทพฯ / สาขาโชคชัย 4 / บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 230-0-19191-9

 

 

เมื่อท่านจองทัวร์และชำระค่ามัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในเงื่อนไขและรายละเอียดที่ทางบริษัทแจ้งไว้ทั้งหมด

 

*** บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ อันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง

สภาพดินฟ้าอากาศ การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ โดยการพิจารณาของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ***