09 – 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 08 – 14 มีนาคม 2563
วันเดินทาง
สายการรอยัลจอร์แดเนียล (RJ)
สายการบิน
จอร์แดน
ประเทศ

ทัวร์เอเชีย : JORDAN CLASSIC 7 วัน (RJ)

กำหนดการเดินทาง : 09 – 15 กุมภาพันธ์ 2563 

กำหนดการเดินทาง : 08 – 14 มีนาคม 2563 

ประเทศ : จอร์แดน

สายการบิน : รอยัลจอร์แดเนียล (RJ)

ราคา : 98,800  บาท 

ทุกโรงแรม Confirm ตามรายการ 

*คำเตือน : โปรดระวังบริษัทมิจฉาชีพลอกรายการทัวร์ของทางบริษัทเร้นจ์ โดยใช้คำพูดและภาษาคล้ายกันและวางขายทัวร์โดยลดราคาให้ถูกกว่าแต่โรงแรมจะด้อยกว่าและบางครั้งใช้คำว่าเทียบเท่าซึ่งโรงแรมที่ทางบริษัทใช้เป็นโรงแรมที่ “จองยากและคอนเฟริมตามรายการ” ของแท้ต้นฉบับต้องโรงแรมคอนเฟริมการวางขายเท่านั้น !!

“จอร์แดน”มหานครแห่งเทพนิยาย ทะเลทราย และนครเพตรา

สัมผัสอากาศเย็นสบายช่วงฤดูหนาวของจอร์แดน

SPECIAL HIGHLIGHT !!  พักที่ Wadi Rum Bubble Luxotel” ห้องพัก Bubble หรูหราท่ามกลางทะเลทรายวาดิรัม

*Confirm โรงแรมตามรายการ

กำหนดการเดินทาง : 09 – 15 กุมภาพันธ์ 2563

กำหนดการเดินทาง :  08 – 14 มีนาคม 2563 

*** หมายเหตุ : เนื่องจากเป็นการวางซีรี่ส์ทั้งปี รายละเอียดรายการ ราคาและโรงแรมที่พัก อาจจะมีการปรับเปลี่ยนในแต่ละช่วงการเดินทาง กรุณาเช็ครายละเอียดทุกกรุ้ป ก่อนตัดสินใจทำการจองหรือวางเงินมัดจำ ***

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันที่หนึ่งของการเดินทาง

กรุงเทพฯ–อัมมาน (จอร์แดน)

21.00น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ทางเข้าที่ 8 เคาน์เตอร์ Q สายการบินรอยัลจอร์แดน เจ้าหน้าที่จากบริษัทเร้นจ์ฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

2

วันที่สองของการเดินทาง

อัมมาน –มาดาบา–ชมเมือง – เมาท์ เนโบ – เพตรา

00.20น. ออกเดินทางสู่ เมืองอัมมาน ประเทศจอร์แดน โดยเที่ยวบินที่ RJ 183

05.20น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินนานาชาติควีนอาเลียเมืองอัมมาน (Amman) เมืองหลวงของประเทศจอร์แดนหรือราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดนศูนย์กลางแห่งตะวันออกกลางที่มีการผสมผสานความเก่าแก่เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันได้อย่างลงตัวหลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรแล้ว

*** บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคารบริเวณสนามบิน ***

นำท่านเดินทางสู่เมืองมาดาบา (MADABA) ( 25 กิโลเมตร) อดีตเส้นทางสำคัญสมัยโรมันดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งเยรูซาเล็มและเมืองแห่งเรื่องราวของโมเสสที่สำคัญทางหน้าประวัติศาสตร์ของศาสนายูดา, คริสต์ และอิสลามยังเป็นศูนย์กลางที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำโมเสกเป็นศิลปะการตกแต่งด้วยชิ้นแก้ว, หิน, หรือกระเบื้องชิ้นเล็กๆ ซึ่งใช้ในการตกแต่งมหาวิหาร หรือในปัจจุบันใช้ประยุกต์ในการตกแต่งบ้านเรือน

นำท่านเข้าชม โบสถ์กรีก-ออโธดอกซ์แห่งเซนต์จอร์จ(Greek Orthodox Church Of Antioch) ชมไฮไลท์ของเมืองมาดาบา แผนที่อันศักดิ์ของชาวเยรูซาเล็มที่ตกแต่งโดยโมเสกสีต่างๆ จำนวนกว่า 2.3 ล้านชิ้นโดยเนื้อหาบนแผนที่นั้นจะแสดงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อาทิ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, เยรูซาเล็ม, แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เขาไซนาย และ และอียิปต์

จากนั้นนำท่านเข้าชม เมาท์ เนโบ (Mount Nebo) หรือยอดเขาเมาท์เนโบสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับโมเสสซึ่งเป็นที่โมเสสเสียชีวิตปัจจุบันยังมีหลุมพระศพสถิตย์อยู่ ณ แห่งนั้นบนยอดเขาเนโบ

เป็นที่ตั้งของอนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์แห่งโมเสส ออกแบบเป็นไม้กางเขนซึ่งภายหลังกลายเป็นสัญลักษณ์ของโมเสส และพระเยซู ที่นี่ยังมี “โบสถ์แห่งเมาท์เนโบ” เป็นโบสถ์กรีก-ออร์ทอดอกซ์แห่งเซนต์จอร์จสร้างในราวปี ค.ศ.600 ยุคของไบแซนไทน์ อันเป็นจุดที่ตั้งของภาพโมเสกโบราณที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ชมอนุสรณ์และยังเป็นสถานที่ที่พระสันตะปาปา จอห์นพอลที่ 2 เคยเสด็จมาอีกด้วย

(คลิ๊กชมตัวอย่างจากชุมชน IG >>> #MountNebo)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ นครเพตรา (220 กิโลเมตร) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอันน่าอัศจรรย์ ซึ่งนอกจากจะขนานนามว่า “นครศิลาสีกุหลาบ The Rose City” และยังมีอีกฉายาว่า “นครที่สูญหายไป The Lost City” ชมความสวยงามดั่งมนต์สะกดที่ซ่อนตัวลึกลับอยู่ในหุบเขาวาดิมูซา ในอดีตนครเพตราคือนครแห่งการค้าขายที่มีขนาดใหญ่เป็นเมืองที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยไบแซนไทน์ ก่อนคริสตกาลถึง 400 ปี โดยพวกบานาเทียน

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก พร้อมนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก โรงแรม Moevenpick Nabatean Castle Hotel : Kings Highway, Queen Rania Street, Petra,Jordan | Tel. +962 3 215 7201 | www.moevenpick.com/nabatean

3

วันที่สามของการเดินทาง

นครเพตรา – ทัวร์นครเพตรา -มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เอล-คาซเนท์ – วาดิรัม

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าชม นครเพตรา (Petra) สัมผัส “นครศิลาสีกุหลาบ The Rose City” มนต์เสน่ห์แห่งหุบเขาวิมูซา ที่ถูกทิ้งล้างมานานกว่า 700 ปี จนกระทั้งได้ถูกค้นพบโดยนักสำรวจชาวสวิสเซอร์แลนด์นายโจฮันน์ ลุดวิก เบิร์กฮาดท์ในปี ค.ศ.1812 ซึ่งต่อมาในปี ค.ศ.1985 นครเพตราได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ และเคยใช้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดัง เรื่องอินเดียนน่า โจนส์ (Indiana Jones) ภาคที่ 3 ขุมทรัพย์สุดขอบ  ฟ้า”, Transformers: Revenge of the Fallen, The Mummy Returns ฯลฯ อีกมาย นอกจากนี้ยังได้รับการคัดเลือกจากนิตยสาร Smithsonian ให้เป็น “1 ใน 28 สถานที่ต้องไปเยือนก่อนตาย” อีกด้วย (โดยการเดินทางเข้าชมนั้น

ทางบริษัทอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านโดยการนั่งรถม้าทั้ง ไป-กลับ) ระหว่างทางที่เข้าชมท่านจะได้พบกับความแปลกตาของภูเขาที่เกิดจาก  การแยกตัวของเปลือกโลกและการซัดเซาะของน้ำที่เกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อนที่เรียกว่า ซอกหินซิค (The Siq) ที่มีระยะทาง 1.5 กิโลเมตรและจะสิ้นสุดปลายทางของช่องเขาก็จะพบกับความสวยงามของ มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ อัล-คาซเนท์ (AL-KHAZNEH / TREASURY) ลักษณะเป็นวิหารที่เจาะหน้าผาหินและแกะสลัก ความสูงถึง 40 เมตร ของภูเขาที่มีลักษณะเป็นภูเขาสีชมพูทั้งลูกโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมของอียิปต์และโรมัน จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร (คลิ๊กชมตัวอย่างจากชุมชน IG >>> #petra)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ Moevenpick Resort in Petra

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ ทะเลทราย วาดิรัม (Wadi Rum Desert) (110 กิโลเมตร) หรือ “หุบเขาแห่งพระจันทร์” (The Valley of the Moon) ที่ ๆ มีความเชื่อเล่าต่อกันมาว่าทะเลทรายแห่งนี้มีมนุษย์อาศัยก่อนคริสตกาลมาแล้วมากกว่า 8,000 ปี นอกจากนี้ความสวยงามอย่างมีระดับของสถานที่แห่งนี้ยังเคยถูกนำไปใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำหนังฮอลลีวู๊ดชื่อดังเรื่อง“Lawrence of Arabia” จนทำให้ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดเมื่อมาจอร์แดนเลยทีเดียว

(คลิ๊กชมตัวอย่างจากชุมชน IG >>> #wadirum)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก พร้อมนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก โรงแรม Wadi Rum Bubble Luxotel : Wadi Rum Village, Jordan | Tel : +962 7 7077 7712 |https://wadirumbubble.com/

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

วาดิรัม – ทัวร์ 4WD ทะเลทรายวาดิรัม – ทะเลเดดซี

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม ทะเลทรายวาดิรัม (WADI RUM) พร้อมสนุกกับกิจกรรมทัวร์ทะเลทราย (Desert Tour In Wadi Rum) นำท่านตะลุยทะเลทรายที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง เป็นทะเลทรายอันกว้างใหญ่และเงียบสงบมีผืนทรายสีส้มเม็ดละเอียดและจะเปลี่ยนสีไปตามสีของพระอาทิตย์ นอกจากนี้ในอดีตยังเคยเป็นเส้นทางคาราวานจากประเทศซาอุฯ ไปยังประเทศซีเรียและปาเลสไตน์ จนกระทั้งในครั้งศึกสงครามอาหรับรีโวลท์ทะเลทรายแห่งนี้ก็ได้ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการในการรบของ นายทหารชาวอังกฤษ ทีอี ลอว์เรนซ์ และเจ้าชายไฟซาล ผู้นำแห่งชาวอาหรับที่ร่วมรบขับไล่พวกออตโตมันที่เข้ามารุกราน ต่อมาได้ใช้เป็นสถานที่จริงในการถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง “LAWRENCE OF ARABIA”นำท่านสัมผัสวิถีชีวิตของชาวเบดูอินที่อาศัยอยู่กลางทะเลทราย และชมภาพแกะสลักต่างๆของชาวบานาเทียน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน

ณ Wadi Rum Bubble Luxotel

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลเดดซี (Dead Sea) (200 กิโลเมตร) ทะเลที่ได้ชื่อว่า “เค็ม” ที่สุดในโลก ที่สิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ จึงถูกขนานนามว่าเป็นทะเลมรณะทะเลเดดซีนับว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่า

ระดับน้ำทะเลมากที่สุด เนื่องจากน้ำในทะเลเดดซีมีความหนาแน่นมาก และมีเกลือละลายอยู่ในน้ำถึง 25% จึงทำให้วัตถุต่างๆ สามารถลอยเหนือน้ำได้ แม้แต่คนที่ลงไปว่ายน้ำก็ไม่จมเช่นกันเดินทางถึงที่พัก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Hilton Deadsea Resort & Spa Dead Sea Road, Hotels Area, Sweimeh, Jordan 11953. Tel. +962 5349 3000  http://bit.ly/hiltondeadsea

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

ทะเลเดดซี – แช่น้ำพุร้อน มาอิน ฮอตสปริง – อัมมาน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

พักผ่อนตามอัธยาศัย ณ ทะเลเดดซี เพื่อให้ท่าน ได้ผ่อนคลายกับการแช่น้ำในทะเลเดดซี ซึ่งถ้ามาถึงจอร์แดนแล้วไม่ได้ลองสัมผัสการลอยน้ำในทะเลเดดซีก็ถือว่ามาไม่ถึงจอร์แดน เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าทะเลที่มีความเค็มที่สุดในโลกแห่งนี้สามารถลอยตัวได้โดยที่ไม่จมจริงหรือไม่ ? และยังช่วยบำรุงผิวพรรณ กิจกรรมที่น่าสนใจและฮิตไปทั่วโลกก็คือ การพอกโคลนทะเลเดดซีโคลนเดดซีเป็นโคลนธรรมชาติเพื่อสุขภาพและความสวยความงาม เพราะเป็นโคลนจากทะเลน้ำเค็ม ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุตามธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากหิมะละลายบนเทือกเขาสูงในประเทศซีเรียและจอร์แดนที่พาเอาดินโคลนบริสุทธิ์จากเทือกเขาไหลลงมารวมกันที่ทะเลเดดซีนี้นับพันๆปี จนสมควรแก่เวลา

นำท่านเช็คเอาท์จากโรงแรมที่พัก พร้อมนำท่านเดินทางสู่ มาอิน ฮอตสปริง (Ma’in Hot Spring) (20 กิโลเมตร)  บ่อน้ำแร่ร้อนที่โด่งดังของจอร์แดน มีประวัติสืบย้อนไปได้ตั้งแต่สมัยโรมัน ที่ทหารชาวโรมันได้ค้นพบที่แห่งนี้ และได้ใช้น้ำแร่ที่นี้ในการรักษาอาการอาการบาดเจ็บ ด้วยเหตุนี้ท่านจะได้ผ่อนคลาย และรื่นรมย์ไปกับการ แช่น้ำพุร้อน มาอิน ฮอตสปริง (Ma’in Hot Spring) ที่มีสระว่ายน้ำกลางแจ้งและสปาตั้งอยู่ใต้น้ำตกน้ำพุร้อน และท่ามกลางด้วยเทือกเขาอันงดงาม

(คลิ๊กชมตัวอย่างจากชุมชน IG >>> #deadsea)

เที่ยง ท่านเดินทางถึง มาอิน ฮอตสปริง พร้อมรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารมาอิน ฮอตสปริง (Ma’in Hot Spring)

บ่าย นำท่านร่วมกิจกรรมทัวร์เพื่อสุขภาพ (Medical Tourism) ณ มาอิน ฮอตสปริง (Ma’in Hot Spring)  โดยท่านจะได้ร่วมกิจกรรมเพื่อสุขภาพ ณ ฮอตสปริงแห่งนี้ที่มีชื่อเสียงในสรรพคุณการรักษามากมาย จนขนาดที่นักเดินทางผู้ใดที่ได้มาก็บอกต่อ ๆ กันอยู่เสมอถึงสรรพคุณการรักษาอาการปวดหลัง กระดูก หรือแม้กระทั้งการรักษาโรคโลหิตไหลเวียน ต่างๆ ทำให้ที่แห่งนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับท่านที่จะได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่อย่างรื่นรมย์ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม (กรุณาเตรียมชุดเพื่อลงน้ำพุร้อน และชุดเปลี่ยนหลังจากขึ้นน้ำพุร้อนด้วย ทั้งนี้ ณ น้ำพุร้อน มาอิน ได้จัดเตรียมผ้าเช็ดตัวไว้ให้ท่านแล้ว)

(คลิ๊กชมตัวอย่างจากชุมชน IG >>> #ma’inhotsprings)

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองอัมมาน (Amman) (80 กิโลเมตร)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม Grand Hyatt Hotel in Amman : Hussein Bin Ali St, Amman, Jordan,11183. Tel. +962 6 465 1234 http://bit.ly/grandhyattamman

6

วันที่หกของการเดินทาง

อัมมาน– อัจลุน – ปราสาทอัจลุน–เจราช– ชมเมือง– อัมมาน ชมเมือง – สนามบินนานาชาติควีนอาเลีย

เช้า รับประทานอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอัจลุน (Ajloun) (70กิโลเมตร) ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองอัมมาน

จากนั้นนำท่านชม ปราสาทอัจลุน (Ajloun Castle) ปราสาทอัจลุน หรือ ป้อมอัจลุนซึ่งเป็นป้อมของชาวมุสลิมที่มีความสำคัญในยุคทำสงครามครูเสด ที่สร้างขึ้นโดยนักรบมุสลิม มีประวัติการสร้างที่ใกล้เคียงกับปราสาทเครัดที่ถูกตีแตกไปก่อนหน้านั้น เนื่องจากปราสาทอัจลุนตั้งอยู่บนเนินเขาทำให้ศัตรูเข้าโจมตีได้ยาก ซึ่งการขึ้นชมปราสาทอัจลุนนั้นรถยนต์สามารถขับขึ้นไปได้จนถึงปราสาท ด้านบนปราสาทยังเป็นจุดที่สามารถชมวิวเมืองอัจลุนได้อีกด้วย

(คลิ๊กชมตัวอย่างจากชุมชน IG >>> #ajlouncastle)

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเจราช(Jerash) (20 กิโลเมตร) ที่ได้ชื่อว่าเป็น“เมืองโรมันโบราณ”(The Roman city of Jerash) หรือเป็นที่รู้จักกันในนามว่า “เมืองพันเสา” และ “ปอมเปอีแห่งตะวันออก” ในอดีตเมืองเจราชเป็น 1 ใน 10 เมืองในอาณาจักรของโรมันอดีตที่ผ่านมาได้เจอแผ่นดินไหวหลายครั้ง กระทั่งแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำให้เมืองถล่มอย่างราบคาบ จนกลายเป็นเมืองที่ถูกลืมไปเป็นพันปีจนถูกทิ้งร้างและมีผู้ขุดพบใน ค.ศ.1878รัฐบาลจอร์แดนได้กลับมาฟื้นฟูบูรณะนครโรมันแห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง 

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ ถนนคาร์โดหรือ ถนนโคลอนเนด (collonaded street) ถนนสายหลักอันเก่าแก่แห่งเมืองนี้ซึ่งบนถนนหลักเส้นนี้เต็มไปด้วยล่องรอยของการเดินทางผ่านของรถม้า ชม น้ำพุใจกลางเมือง (NYMPHAEUM) ซึ่งสร้างใน ปี ค.ศ. 191 เพื่ออุทิศแด่เทพธิดาแห่งขุนเขา ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวเมืองแห่งนี้จากนั้นมุ่งหน้าสู่ โอวัลพลาซ่า (Oval Plaza) ซึ่งเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์กันของชาวเมืองเจราช ที่ล้อมรอบด้วยเสาคอรินเทียม (Corinthium) กว่า 160 ต้น เสาเหล่านี้จึงกลายเป็นจุดถ่ายรูปที่ได้รับความนิยมอย่างมากแก่นักท่องเที่ยว

จากนั้นนำท่านชม ซุ้มประตูกษัตริย์เฮเดรียน ที่ถูกสร้างขึ้นหลังคริสตกาล129 ปี เปรียบเสมือนเครื่องหมายแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน โดยประตูอยู่ทางทิศใต้ของเขตเมืองใหม่ นำท่านเข้าชม โรงละครโรงละครอันยิ่งใหญ่ที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 3,000 คน ซึ่งมีจุดเสียงสะท้อนตรงกลางโรงละคร สามารถทดสอบกับความอัศจรรย์นี้ได้ด้วยการพูดเพียงเบา ๆ ก็จะมีเสียงสะท้อนเข้ามาในหูของท่านอีกครั้งและจากนั้นนำท่านเข้าชม เทวสถานอาร์ทีมิสแห่งเจราช (Temple of Artemis) เป็นสิ่งก่อสร้างอันสวยงามและมีความสำคัญต่อเมืองเก่า ที่ตกแต่งด้วยแผ่นหินอ่อนเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12เทวสถานอาร์ทีมิสก็ถูกเปลี่ยนเป็นป้อมสำหรับกองทหาร สมเด็จพระเจ้าบอลวินด์ที่ 2 แห่งเยรุซาเล็มยึดและเผาป้อมในปี ค.ศ. 1121 ถึง ค.ศ. 1122ผนังภายในยังแสดงรอยความเสียหายที่เกิดจากเพลิงไหม้

(คลิ๊กชมตัวอย่างจากชุมชน IG >>> #jerash)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย  นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองอัมมาน (Amman) (50กิโลเมตร) ในอดีตสมัยยุคการปกครองของจักรวรรดิโรมันเมืองอัมมานเคยมีชื่อว่า “ฟิลาเดลเฟีย” และปัจจุบันจึงกลายเป็นเมืองหลวงของประเทศจอร์แดน

จากนั้นนำท่านเข้าชมบริเวณป้อมปราการแห่งอัมมาน (Amman Citadel หรือ Jaba al-Qal’a) อันเป็นศูนย์กลางดั้งเดิมและเป็นที่ตั้งของสถานที่ที่สำคัญของเมืองอัมมานมากมาย นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์โบราณคดี (The Jordan Archaeological Museum) ด้านในจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์  เครื่องมือเครื่องใช้ รูปปั้น เมื่อครั้งสมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงศตวรรษที่ 15 ที่มีความสำคัญทางด้านโบราณคดีในประเทศจอร์แดนจัดแสดงไว้ที่นี่ชม วิหารเฮอร์คิวลิส (Temple of Hercules) หรือรู้จักกันในชื่อซากเสาหินแห่งเฮอร์คิวลิสตั้งอยู่บนทำเลที่สวยมากของเมืองอัมมาน

ถูกสร้างขึ้นในสมัยโรมัน ลักษณะเป็นเสาหินโรมันขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่อันเป็นเอกลักษณ์ของวิหารเฮอร์คิวลิส

(คลิ๊กชมตัวอย่างจากชุมชน IG >>> #ammancitadel)

จากนั้นนำท่าน เข้าชมโรงละครโรมัน (Roman Theater) อีกไฮไลท์หนึ่งของเมืองอัมมานโรงละครที่มีความเก่าแก่สมัยโรมันตั้งอยู่ใจกลางเมืองอัมมาน มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานสร้างในศตวรรษที่ 2 ลักษณะเป็นอัฒจรรย์ครึ่งวงกลมที่สามารถจุคนได้ถึง 6,000 คน ปัจจุบันเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวอัมมาน

(คลิ๊กชมตัวอย่างจากชุมชน IG >>> #romantheater)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร              

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติควีนอาเลียเมืองอัมมาน (Amman)

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

อัมมาน- กรุงเทพฯ

01.20น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินรอยัลจอร์แดน เที่ยวบินที่ RJ 182

14.30น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

 

“จอร์แดน”มหานครแห่งเทพนิยาย ทะเลทราย และนครเพตรา

สัมผัสอากาศเย็นสบายช่วงฤดูหนาวของจอร์แดน

SPECIAL HIGHLIGHT !!  พักที่ Wadi Rum Bubble Luxotel :  ห้องพัก Bubble บรรยากาศโรแมนติกท่ามกลางทะเลทรายวาดิรัม

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating