ทัวร์ไทย : HERITAGE OF NORTH 5 วัน 4 คืน

กำหนดการเดินทาง13 – 17 ก.พ. / 24 – 28 ก.พ.  / 05 – 09 มี.ค. 2564   19 – 22 มี.ค.  / 02 – 06 เม.ย.  / 13 – 17 เม.ย.2564

จังหวัด :  พิษณุโลก – สุโขทัย – ลำปาง 

สายการบิน : แอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3308

ราคา :  34,900 บาท

สัมผัสกับมรดกอันล้ำค่าทางธรรมชาติและวัฒนธรรมทางภาคเหนือของไทย  ที่ต่างชาติยกย่องและใฝ่ฝันอยากจะมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต ท่านจะประทับใจกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต แบบดั้งเดิมของชาวเหนือ ชมธรรมชาติที่สร้างสรรค์มาอย่างวิจิตรบรรจงแบบ UNSEEN THAILANDท่านจะประทับใจไม่รู้ลืมในทริปนี้

1

วันที่หนึ่งของการเดินทาง

กรุงเทพ – พิษณุโลก – วัดพระศรีมหาธาตุฯ – สวนบัวอมรรัตน์   สุโขทัย –  ชุมชนบ้านใหม่ตระพังทอง  ชุมชนผลิตเครื่องสังคโลก

05.00 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานดอนเมือง อาคารผู้โดยสารที่ 2 ขาออก เที่ยวบินภายในประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน แอร์เอเชีย เจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ จะคอยให้การต้อนรับ และ อำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง *** มอบเป็น CASH BACK ให้ท่าน ท่านละ300 บาท ***
07.05 น. เดินทางสู่ จังหวัดพิษณุโลก โดย สายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3308
08.00 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานพิษณุโลก รับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว รถตู้ปรับอากาศ VIP รอรับท่าน

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (10 กิโลเมตร) วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ หรือวัดพระศรี พระประธานองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานในวิหารคือ “พระพุทธชินราช” ชาวเมืองพิษณุโลกนิยมเรียกกันว่า “หลวงพ่อใหญ่” วัดใหญ่นับเป็นพระอารามหลวงที่สำคัญของจังหวัด เพราะเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวเมือง และชาวไทยทั้งประเทศ ตั้งอยู่ที่ถนนพุทธบูชาริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองเมื่อ พ.ศ. 1900

สวนบัวอมรรัตน์ แหล่งปลูกบัวกระด้งยักษ์ขนาดใหญ่ที่แผ่กระจายไปเต็มพื้นที่ของบ่อน้ำ 

เวิร์คช้อปวาดรูปลงบนจานสังคโลก

การผลิตสังคโลกแบบสุโขทัยของที่นี่จะบวกกับการเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องเทคนิคการปั้นและเคลือบเซรามิก แบบตะวันตกและแบบรากุของญี่ปุ่น มีการพัฒนาน้ำเคลือบแบบใหม่จนได้สีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้เครื่องสังคโลกของที่นี่ ได้นำลวดลายดั้งเดิมเช่น ลายปลากาดำ ดอกบัว และเครือเถามาจัดวางองค์ประกอบใหม่ จนมีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะลายปลากาดำจะระบายหน้าดำและเป็นปลาที่มีรอยยิ้ม ทุกตัว ให้ท่านร่วมกิจกรรมเวิร์คช้อปวาดรูปลงบนจานสังคโลก หรืออยากจะลองปั้นดินเป็นรูปทรงต่างๆ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อวาดหรือปั้นเสร็จแล้วทางแกลลอรี จะจัดส่งผลงานภายหลังเผา และเคลือบเสร็จแล้วส่งไปให้ อันเป็นกิจกรรมที่ควรลองทำดูสักครั้ง

รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหารสินวนารีสอร์ท (Sinvana Restaurant) ร้านอาหารที่ได้รับความนิยมระดับต้นๆของจังหวัดสุโขทัย จุดเด่นของร้านนี้คือ บรรยากาศค่อนข้างดีวิวสวยเมื่อมองออกไปข้างนอกจะเห็นพระอาทิตย์ตกดิน และเห็นเขาหลวงของจังหวัดสุโขทัย

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม SRIWILAI SUKHOTHAI RESORT & SPA I 214, Mueang Kao, Sukhothai 64210 I 055 697 445 I https://www.sriwilaisukhothai.com

ศรีวิไล สุโขทัย รีสอร์ทระดับหรู ใจกลางราชอาณาจักรแห่งแรกของสยาม กรุงสุโขทัย ห่างจากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ที่ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเพียง 1.8 กิโลเมตรทำให้ทางรีสอร์ทได้รับการยอมรับว่าเป็นรีสอร์ทระดับหรูที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของสุโขทัย

2

วันที่สองของการเดินทาง

สุโขทัย – วัดทุ่งเสลี่ยม – วัดพิพัฒน์มงคล ปั่นจักรยาน ชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

รายการแนะนำ : ตักบาตรรับอรุณ

รุ่งอรุณแห่งความสุข ตักบาตรรับอรุณ ต้อนรับวันดีๆ ของชีวิต ใส่บาตรพระบริเวณสะพานไม้เกาะกลางน้ำของวัดตระพังทอง หน้าตลาดชุมชนเมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย พระสงฆ์จะค่อยๆ เดินเรียงแถวข้ามสะพานไม้กลางสระตระพังทอง มีฉากหลังเป็นเจดีย์เก่าแก่สมัยสุโขทัย เป็นการทำบุญที่ได้บรรยากาศงดงามมากๆ (เดินทาง 5 นาที)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม  

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทุ่งเสลี่ยม  อีกหนึ่งอำเภอของจังหวัดสุโขทัย ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักเท่าใดนัก  เป็นชุมชนโบราณที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมล้านนาค่อนข้างสูง มีความเป็นธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์  ทำให้เมื่อมาเที่ยวทุ่งเสลี่ยมจะได้สัมผัสบรรยากาศของทุ่งนาเขียวขจีตลอดสองฝั่งถนนเป็นภาพที่สดชื่นสบายตา

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ วัดทุ่งเสลี่ยม หรือ วัดหลวงพ่อศิลา (60 กิโลเมตร)

วัดทุ่งเสลี่ยม (หลวงพ่อศิลา)

เป็นวัดซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานของหลวงพ่อศิลา  พระพุทธรูปหินทรายปางนาคปรกที่งดงามทีสุดองค์หนึ่ง สันนิษฐานกันว่ามีอายุนับพันปีเลยทีเดียว ชาวสุโขทัย และจังหวัดใกล้เคียงต่างศรัทธา และเลื่อมใสต่อหลวงพ่อศิลากันเป็นอย่างมาก เป็นพระพุทธรูปหินทรายขาว ศิลปะแบบเขมรที่มีอิทธิพลทางศิลปะครอบคลุบนครวัด-ลพบุรี ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 และ 17 มีความศักดิ์สิทธิ์ในการขอเรื่องหน้าที่การงาน และโชคลาภ นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งความเชื่อคือ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หากเราอธิษฐาน หรือระลึกถึงหลวงพ่อศิลา มักจะแคล้วคลาดจากภัยอันตราย โดยเชื่ออย่างยิ่งว่า หลวงพ่อศิลา สามารถป้องกันอันตรายคุ้มครองให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง เวลาที่ต้องเดินทางไกล ชาวบ้านมักจะมาขอพรให้หลวงพ่อศิลาคุ้มครองก่อนออกเดินทาง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพิพัฒน์มงคล (2 กิโลเมตร)

วัดพิพัฒน์มงคล

วัดพิพัฒน์มงคล แต่เดิมวัดแห่งนี้เป็นวัดร้างกลางทุ่งนา สันนิษฐานว่าเป็นวัดมาก่อนประมาณ 700 ปีปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง และจัดว่าเป็นเอกลักษณ์ มีความวิจิตรเชิงศิลปะโบราณทรงไทยล้านนาเป็นจำนวนมากในวัดแห่งนี้ อาทิ โบสถ์เรือนแก้ว วิหารล้านนา ลานศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลีนักธรรมการพัฒนาและการปฏิบัติธรรม รวมทั้งพระพุทธรูปทองคำ ศิลปะสมัยกรุงสุโขทัยที่ประดิษฐานและสร้างซื่อเสียงโด่งดังคู่จังหวัดสุโขทัย รวมระยะเวลา 26 ปี บนพื้นที่กว่า 119 ไร่

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร ซะป๊ะลำ (SAPALUM) อีกหนึ่งร้านอาหารที่ไม่ควรพลาดเมื่อแวะมาที่ทุ่งเสลี่ยม ซะป้ะลำ ซะป๊ะ หมายถึง หลากหลาย มากมาย ลำ หมายถึง อร่อย ซะป๊ะลำ หมายถึง ของกินอร่อยๆหลากหลายมากมาย สรุปคือ ร้านนี้แปลว่า อร่อยทุกอย่างเจ้า
บ่าย นำท่านเดินทางกลับสู่ ตัวเมืองสุโขทัย เพื่อนำท่านสู่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (55 กิโลเมตร) เป็นโบราณสถานเก่าแก่ ที่อยู่เคียงคู่กับสุโขทัยมาช้านาน เป็นจุดหมายอันดับต้นๆที่นักท่องเที่ยวต้องเดินทางมาเยือน อีกทั้งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโกอีกด้วย มีพื้นครอบคลุมกว้างขวางและมีกลุ่มโบราณสถานที่กระจายอยู่ในเขตเมืองและรอบตัวเมือง

ปั่นจักรยาน ชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

นำท่าน ปั่นจักรยาน ชมโบราณสถานที่เป็นไฮไลท์ที่ค่อนข้างสมบูรณ์และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว อาทิ วัดศรีชุม วัดที่ประดิษฐานพระอัจนะ ซึ่งเป็น พระพุทธรูปปางมารวิชัย มีความสูงถึง 15 เมตร ลักษณะของวิหารสร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมลักษณะคล้ายมณฑป แต่หลังคาพังทลายลงหมดแล้ว เหลือเพียงผนังทั้งสี่ด้าน ผนังทางด้านใต้มีช่องให้คนเข้าไปภายใน วัดนี้จะค่อนข้างคึกคักไปด้วยผู้คนที่มาชมความงดงามขององค์พระรวมถึงมากราบไหว้ขอพรกันด้วย วัดมหาธาตุ เป็นวัดใหญ่อยู่กลางเมือง มีพระเจดีย์ต่างๆ รวมถึง 200 องค์ นับเป็นวัดสำคัญประจำกรุงสุโขทัย มีบรรยากาศยามเย็นที่สวยงามโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตกดิน จะได้เห็นดวงกลมโตลาลับขอบฟ้า เป็นต้น เป็นอีกหนึ่งรูปแบบการท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก SRIWILAI SUKHOTHAI RESORT & SPA เพื่อให้ท่านได้พักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก SRIWILAI SUKHOTHAI RESORT & SPA

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารในโรงแรมที่พัก

3

วันที่สามของการเดินทาง

สุโขทัย – ลำปาง – วัดพระธาตุลำปางหลวง – นั่งรถม้าชมเมือง ลำปางสตรีทอาร์ต – พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ลำปาง (190 กิโลเมตร) จังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ในแอ่งที่ราบล้อมรอบ ด้วยภูเขา มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนาน เป็นที่รู้จักกันดีอีกชื่อหนึ่งว่า “เมืองรถม้า” ที่สัมพันธ์กับเอกลักษณ์ของลำปาง เดินทางถึง จังหวัดลำปาง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร HOME@KOKHA

HOME@KOKHA ร้านอาหารตกแต่งสไตล์ล้านนา บรรยากาศดีติดริมน้ำที่แทรกตัวอยู่ในบ้านสวน ที่รายล้อมด้วยทุ่งนาเขียวขจี

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระธาตุลำปางหลวง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลำปางมาช้านาน

วัดพระธาตุลำปางหลวง

วัดไม้ที่ยังคงอยู่และสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย


ซึ่งมีสถาปัตยกรรมแบบพม่าที่เก่าแก่ และสวยงาม ตั้งอยู่บนเนินสูงกลางเมืองลำปาง เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตคู่บ้านคู่เมืองลำปาง หรือ “พระแก้ว ดอนเต้า” และพระธาตุลำปางหลวง ยังเป็นพระธาตุ ประจำปีฉลูอีกด้วย หากใครเกิดปีฉลู จึงจัดว่าพระธาตู ลำปางเป็นที่เช็คอินที่ห้ามหลาดต้องมากราบไหว้เพื่อ ความเป็นสิริมงคลให้ได้สักครั้งในชีวิต

จากนั้นนำท่านทำกิจกรรม นั่งรถม้าชมเมืองลำปาง (รถม้า 1 คัน นั่งคันละ 2 ท่าน)

นั่งรถม้าชมเมืองลำปาง

ถือว่าเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทย เป็นรถม้า แบบเปิดประทุน ที่นั่งผู้โดยสารคล้ายคลึงกับที่นั่งของจักรยานสามล้อ แต่มีขนาดใหญ่กว่า อยู่ทางตอนหลังของที่นั่งคนบังคับ ซึ่งมีระดับสูงกว่าเล็กน้อย เส้นทางจะผ่านแม่น้ำวัง ชมบ้านโบราณเก่าๆ สะพานแขวน และสถานที่สำคัญอีกหลายที่ จนได้เวลาอันสมควร

วิหารพระเจ้าพันองค์ วัดปงสนุก

วัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบล้านนาที่งดงาม ทั้งพระอุโบสถ และพระวิหาร โดยเฉพาะวิหารพระเจ้าพันองค์ ซึ่งเป็นไฮไลท์ของที่นี่ เนื่องจากเคยได้รับรางวัดดีเด่นด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมจากองค์กรยูเนสโก้ (UNESCO) ในปี 2008 ตัววิหารสร้างด้วยไม้ มีลักษณะเป็นมณฑปเปิดโล่ง หลังคาวิหารซ้อนกันสามชั้น แบบโถงทรงจตุรมุข อันเป็นเอกลักษณ์แห่งเดียวในประเทศไทย ตรงกลางประดิษฐานพระพุทธรูปสี่องค์ ซึ่งหันหน้าออกไปทั้งสี่ทิศ พระเจ้าพันองค์ เป็นที่เคารพบูชาและมีความเชื่อเกี่ยวกับการขอพร และสะเดาะเคราะห์ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองลำปาง ที่ถือว่าหากได้มาขอพรก็จะสมพรดั่งใจ

นำท่านเดินทางสู่ ลำปางสตรีทอาร์ต หรือโครงการริเวอร์ สตรีทอาร์ต (River Street Art) ที่ระดมศิลปินมากฝีมือกว่า 20 ชีวิต ช่วยกันร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะตามแนวกำแพงบ้านเรือนริมแม่น้ำวังในตัวเมืองลำปาง บริเวณสะพานรัษฎาภิเศก หรือสะพานขาว และกาดกองต้า ถนนคนเดินหลักของเมือง

ลำปางสตรีทอาร์ต

จุดเริ่มต้นของการเยียมชม และถ่ายภาพ ลำปางสตรีทอาร์ต ให้เริ่มบริเวณทางลงสะพานรัษฎาฯ ซึ่งภาพวาดจะแบ่งเป็น 2 ฝั่งโดยเดินลงไปข้างล่างของสะพาน จะเลือกเดินลงไปฝั่งไหนก่อนก็ได้ หากเลือกเดินลงไปบริเวณฝั่งขวาที่ทางลงอยู่ตรงข้ามกับร้านบัว ก็จะเป็นภาพของก๋วยเตี๋ยวซึ่งใส่อยู่ในชามตราไก่ สินค้าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของลำปาง  ข้าวแต๋นสัปปะรดน้ำผึ้งของดีลำปาง รถม้าลำปาง ภาพเด็กน้อยเล่นซ่อนหา และภาพเด็กถือลูกโป่ง ซึ่งแต่ละภาพสามารถรครีเอทท่าทาง ได้อย่างสนุกสนาน ช่วยเพิ่มสีสันของการท่องเที่ยวในตัวเมืองลำปาง ให้มีชีวิตชีวามากขึ้นอีกด้วย

นำท่านสู่ พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี แหล่งกำเนิดของชามตราไก่ สินค้าขึ้นชื่อแห่งนครลำปาง ชมกระบวนการผลิตในทุกขั้นตอน พร้อมทั้งมี workshop การเพ้นท์ชามตราไก่ใบเดียวในโลกอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี

ท่านอาปาอี้ (ซิมหยู) แซ่ฉิน เป็นผู้บุกเบิกในการทำชามตราไก่ในประเทศไทย โดยเมื่อปี พ.ศ.2498 ได้ค้นพบแร่ดินขาวครั้งแรกที่บ้านปางค่า อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ต่อมาได้ร่วมก่อตั้งโรงงานเซรามิคแห่งแรกของจังหวัดลำปาง ผลิตถ้วยขนมและถ้วยตะไลด้วยกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม และส่งออกไปทั่วประเทศ นำท่านชมกระบวนการในการผลิตแบบทุกขั้นตอน มีการบอกเล่าเรื่องราววิวัฒนาการแต่ละยุคแต่ละสมัย การเดินทางของชามไก่ในเอเชีย ชามไก่ทองคำยักษ์ใหญ่ ชามไก่ที่บางที่สุดในโลก บางขนาดที่ว่าแสงทะลุผ่านได้ และชามไก่ที่เล็กที่สุดในโลกที่ต้องใช้แว่นขยายซูมดูกันเลยทีเดียว กิจกรรมแนะนำ!! การเพ้นท์เซรามิค ลวดลายที่มีเพียงใบเดียวในโลกเท่านั้น

นำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พัก โรงแรม LAMPANG RIVER LODGE ลำปาง ริเวอร์ ลอดจ์ รีสอร์ท ท่ามกลางธรรมชาติสไตล์วิลล่าที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านนา ซึ่งตั้งบนพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ 25 ไร่ ที่ปกคลุมด้วยร่มเงาของต้นไม้น้อยใหญ่อันเขียวชอุ่ม ท่านจะได้ผ่อนคลายไปกับเสียงใสๆจากธรรมชาติของแม่น้ำวังที่จะช่วยเติมเต็มบรรยากาศความผ่อนคลายให้กับวันพักผ่อนที่แสนวิเศษ ให้ท่านได้ใกล้ชิดกับความสมบูรณ์ของธรรมชาติอย่างที่ไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อน ให้ท่านได้เก็บสัมภาระ และพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ลำปาง – วัดเฉลิมพระเกียรติ – ดอยแม่แจ๋มไร่สุวรรณ – แม่แจ๋ม

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (75 กิโลเมตร)

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ คือ Unseen Thailand ที่ต้องไปเยี่ยมชมสักครั้งในชีวิต วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาสูงในอำเภอแจ้ห่ม ในพื้นที่ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาท เดิมวัดแห่งนี้ชื่อ วัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง เนื่องจากบนวัดมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ ภายในบริเวณวัดแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกคืออุโบสถและเจดีย์ ชั้นที่สองคือที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท

และชั้นสุดท้ายคือดอยพระบาท เป็นที่ประดิษฐานองค์พระธาตุสีทอง และเจดีย์สีขาวบนยอดเขาสูง และยังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่งดงาม จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารฮักหนา แจ้ห่ม
บ่าย นำท่านเดินทางต่อสู่ หมู่บ้านแม่แจ๋ม ตั้งอยู่กลางหุบเขาบนถนนสาย 1252 ลำปาง – เชียงใหม่เป็นหมู่บ้านที่ประกอบอาชีพการเกษตรเป็นหลัก ที่นี่มีความเด่นในเรื่องของการผลิต กาแฟ แม็คคาเดเมีย และสตรอร์เบอร์รี่ รวมไปถึงพืชผลทางการเกษตรอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อนำท่านสู่ดอยแม่แจ๋มไร่สุวรรณ (45 กิโลเมตร) ให้ท่านเพลิดเพลินกับการเดินเล่นชมบรรยากาศภายในไร่

ดอยแม่แจ๋มไร่สุวรรณ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ที่พัก Baannoonnorn บ้านหนุนนอน แม่แจ๋ม รีสอร์ทพร้อมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และล้อมรอบไปด้วยกลิ่นไอของธรรมชาติที่รอให้ท่านไปสัมผัสแบบใกล้ชิด
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

แม่แจ๋ม – บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน – บ้านป่าเหมี้ยง จุดชมวิวกิ่วฝิ่น – เชียงใหม่ – แม่กำปอง – กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน (30 กิโลเมตร)

บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน

เป็นบ่อน้ำร้อนที่พุดขึ้นมาจากพื้นดิน บ่อที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดมีความร้อนสูงถึง 100 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว ไฮไลท์ในการมาชมบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้คือความสวยงามของไอน้ำร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาจากบ่อน้ำร้อน มองดูคล้ายหมอกจางๆ ที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ บวกกับแสงแดดที่ส่องสะท้อนลงยังบ่อน้ำร้อน เป็นภาพความงดงามที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็น อย่างยิ่งและอีกสิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้ ให้ท่านได้ลองต้มไข่ออนเซ็น

ที่ใช้ความร้อนจากบ่อน้ำร้อนในการทำให้ไข่สุกเป็นไข่ออนเซ็นสไตล์ไทยที่อร่อยไม่เหมือนที่อื่น มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์มากๆอิสระให้ท่านได้ชิมไข่ออนเซ็นตามอัธยาศัย จนได้เวลาพอสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บ้านป่าเหมี้ยง เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนโดยอยู่
ห่างจากตัวอุทยานฯประมาณ 14 กม. บ้านป่าเหมี้ยง ชุมชน บนเขาสูงโอบล้อมด้วยป่าเหมี้ยง
มีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็น ภูเขาสลับซับซ้อน สูงจากระดับน้ำทะเล
ปานกลาง ประมาณ1,200 เมตร (15 กิโลเมตร)

จากนั้นนำท่าน เดินทางต่อสู่ กิ่วฝิ่น หรือดอยล้าน (6 กิโลเมตร) ยอดดอยที่สวยและสูงที่สุดใน
จังหวัดลำปาง บนความสูง 1,517 เมตร จากระดับน้ำทะเล

จุดชมวิวกิ่วฝิ่นกิ่วฝิ่น มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี แต่ช่วงเดือน
ธันวาคม – มกราคม จะหนาวเย็นที่สุด กิ่วฝิ่น เป็น
จุดชมวิวที่มีความสวยงามแห่งหนึ่ง นอกจากจะเห็นวิว
ของทั้ง 4 จังหวัด แล้ว ท่านยังจะได้เห็นธรรมชาติของ
ป่าไม้ที่มีความสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำของหมู่บ้าน
แม่กำปอง นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น
และตกที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ แม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่ (3 กิโลเมตร) เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขา
ที่ชาวบ้านใช้ชีวิตอยู่กันอย่างเรียบง่าย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบโฮมสเตย์ในจังหวัด
เชียงใหม่ ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาไม่ขาดสาย เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของคนที่นี่

แม่กำปอง เชียงใหม่

หมู่บ้านมีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ชาวบ้านส่วนใหญ่อพยพมาจาก อ.ดอยสะเก็ด ลักษณะการสร้างบ้านเรือน อยู่บริเวณริมแม่น้ำลำธาร ท่ามกลางธรรมชาติที่คงความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่มีความเรียบง่าย สภาพอากาศ เย็นสบายตลอดทั้งปี อาชีพหลักของชาวบ้านคือ การทำเมี่ยง (ชา) อาชีพรองคือ การปลูกกาแฟที่มาของชื่อ “บ้านแม่กำปอง” มาจากดอกไม้ชน%E