สายการบินเอธิโอเปีย ET
สายการบิน
นามิเบีย
ประเทศ

รับจำนวนจำกัดกรุ้ปละ 10 ท่าน เท่านั้น!!!

ทัวร์แอฟริกา : GRAND NAMIBIA 12 DAYS (ET)

กำหนดการเดินทาง :  30 เมษายน – 11 พฤษภาคม 2563

ประเทศ : นามิเบีย

สายการบิน : เอธิโอเปียแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ ET 629/835

ราคา :  219,800 บาท

รับจำนวนจำกัดกรุ้ปละ 10 ท่าน เท่านั้น!!!

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพฯ

22.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 สายการบินเอธิโอเปีย แอร์ไลน์เจ้าหน้าที่จาก บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

2

วันที่สองของการเดินทาง

กรุงเทพฯ- วินด์ฮุก(นามิเบีย)

01.20 น. ออกเดินทางสู่ เมืองวินด์ฮุก ประเทศนามิเบีย โดยสายการบินเอธิโอเปียแอร์ไลน์

เที่ยวบินที่ ET 629/835

(แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินแอดดิสอาบาบา เอธิโอเปีย เวลา 06.05 – 08.35 น.)

13.20 น. เดินทางถึง เมืองวินด์ฮุก (WINDHOEK) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐนามิเบียที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 230,000 คน เมืองวินด์ฮุกเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและการศึกษาของประเทศนามิเบีย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว นำท่าน ชมเมืองวินด์ฮุก ผ่านชมอาคารบ้านเรือนที่ได้รับอิทธิผลมาจากเยอรมัน เป็นชาติแรกที่ได้เคยปกครองประเทศนามิเบียในสมัยยุคล่าอาณานิคม

ผ่านชม โบสถ์ประจำเมือง (WINDHOEK CHURCH) และสถานที่สำคัญต่างๆภายในเมืองวินฮุกจนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก AVANI WINDHOEK HOTEL AND CASINO หรือระดับเทียบเท่า

3

วันที่สามของการเดินทาง

วินด์ฮุก(นามิเบีย)- ERINDI PRIVATE GAME RESERVE

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ ERINDI PRIVATE GAME RESERVE (175 กิโลเมตร) เป็นเขตสงวนที่อยู่ในใจกลางนามิเบีย ซึ่งคำว่า Erindi แปลว่า “แหล่งน้ำ” สำหรับที่แห่งนี้ถือได้ว่ามีการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืนโดยมีการดูแลสัตว์สายพันธุ์ต่างๆเฉพาะถิ่นรวมถึงมีโครงการอนุรักษ์ที่หลากหลายด้วยพื้นที่ป่าอันบริสุทธิ์กว่า 79,000 เฮกตาร์อยู่ภายใต้การดูแลของเขตสงวนแห่งนี้ซึ่งทุกท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบซาฟารีอย่างแท้จริงตื่นเต้น สนุกสนานและท้าทาย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม ERINDI OLD TRADERS LODGE หรือระดับเทียบเท่า ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัยเพื่อเตรียมตัวสำหรับการ การนั่งรถเปิดประทุนส่องสัตว์ เพื่อค้นหาสัตว์ป่าที่ยิ่งใหญ่ BIG 5 และเป็นสัญลักษณ์ของแอฟริกาใต้ นั้นก็คือ สิงโต เสือ, แรด, ควายป่า และช้างป่า ท่ามกลางป่าซาฟารีในประเทศแอฟริกาใต้ให้ท่านได้เพลิดเพลินสนุกสนานกับการส่องสัตว์ พร้อมเก็บภาพเป็นที่ระลึกจนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ERINDI OLD TRADERS LODGE หรือระดับเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

กิจกรรมส่องสัตว์ – วินเกอร์คลิปลอดจ์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ VINGERKLIP LODGE (210 กิโลเมตร) ที่พักระดับ Luxury ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาอันงดงามซึ่งผู้เข้าพักจะได้สัมผัสกับการต้อนรับที่แสนจะอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่ซึ่งสถานที่แห่งนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นดี ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร บริการอาหารเลิศรสพร้อมไวน์ชั้นดีและเบียร์สดที่ผลิตในท้องถิ่น พื้นที่เลานจ์และบาร์

ซึ่งตั้งอยู่บนผาอูที่ทุกท่านสามารถชื่นชมกับทัศนียภาพอันงดงามโดยรอบและความสวยงามของพระอาทิตย์ตกที่นามิเบีย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังอาหารกลางวัน อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยภายในโรงแรมที่พัก ก่อนนำท่านชมพื้นที่โดยรอบชมหินที่มีชื่อว่า FINGER ROCK ซึ่งมีความสูงถึง 35 เมตรลักษณะของหินตั้งในแนวดิ่งบนเนินเขานี้ทำให้ชาวเมืองเชื่อกันว่ามีรูปร่างที่คล้ายกับนิ้วของพระเจ้าและพบหินลักษณะนี้ได้อย่างมากที่ DAMARALAND อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปเก็บภาพเป็นที่ระลึก จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ ประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก VINGERKLIP LODGE หรือระดับเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

วินเกอร์คลิปลอดจ์ – ทวีเฟลฟอนไทน์  – เบิร์นเมาท์เท่น –  ออแกนไพซ์

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เขตสงวนทวีเฟลฟอนไทน์  (TWYFELFONTEIN) (170 กิโลเมตร) เป็นเขตสงวนที่ค่อนข้างเล็กแต่มีความพิเศษในด้านการท่องเที่ยวเพราะในพื้นที่แห่งนี้ได้มีแหล่งมรดกโลก

และหินแกะสลักที่มีชื่อเสียงเป็นรูปภาพที่เล่าเรื่องเล่าชีวิตในช่วงยุคหินรวมอยู่ด้วยซึ่งได้ถูกแกะสลักโดยชาว Bushmen หรือ Damara ในช่วงยุคหินปลายที่มีอายุเก่าแก่กว่า 6,000 ปี ซึ่งที่นี้ได้รับการจดทะเบียนในปี 1999 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 286 ตารางกิโลเมตรมีประชากรอาศัยอยู่ในพื้นที่ประมาณ230 คนทางทิศตะวันตกฉียงเหนือของนามิเบีย ซึ่งลักษณะทางภูมิประเทศในเขตสงวนส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับเนินเขาที่ราบและหุบเขาซึ่งบริเวณรอบๆมีหินแกรนิตที่สวยงามรวมถึงสัตว์ป่า อาทิเช่น ช้าง ม้าลาย ภูเขา ละมั่ง นกกระจอกเทศ เป็นต้น ท่านจะได้สัมผัสกับความเป็นธรรมชาติที่แท้จริงของนามิเบีย

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย ให้ท่านอิสระพักผ่อน ภายในโรงแรมที่พักตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาแดดร่มลมตก

นำท่านเดินทาง ชมเขตสงวนทวีเฟลฟอนไทน์ ชมหินแกะสลักของชาวบุชเมนกับชาวดามาราที่ได้แกะสลักเรื่องราวต่างๆเป็นภาพลงบนหินรวมถึงรูปสัตว์ท้องถิ่นต่างๆเดินเล่นชมน้ำพุทวีเฟลฟอนไทน์หรือน้ำพุแห่งความฉงนสนเท่ห์เดิมที่แห่งนี้เป็นแอ่งน้ำสวยงามที่ดึงดูดนักล่ายุคหินให้เข้ามาตั้งรกรากบริเวณแอ่งน้ำนี้ และในช่วงเวลานี้เองที่ทำให้บริเวณแห่งนี้ในปัจจุบันกลายเป็นเขตอนุรักษ์ที่เต็มไปด้วยภาพวาดโบราณมากมาย ซึ่งภาพวาดเล่านี้มีความสวยงาม และเล่าเรื่องเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในช่วงยุคหินไว้อย่างมากมายจนน่าฉงน

จากนั้นนำชม เบิร์นเมาท์เท่น (BURNT MOUNTAIN) เป็นภูเขาที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเขตสงวนทวีเฟลฟอนไทน์  ลักษณะเป็นเนินเขาลาวาที่มีทางยาว 12 กิโลเมตร ซึ่งได้ถูกประกาศอย่างเป็นทางการให้เป็นมรดกโลกในปี 1956 ลักษณะเด่นของภูเขาแห่งนี้คือการเล่นแสงของหินแต่ละช่วงเวลาซึ่งส่วนใหญ่ของภูเขาถูกปกคลุมด้วยหินภูเขาไฟสีดำจึงเป็นที่มาของชื่อภูเขา BURNT MOUNTAIN ที่เกิดปฏิกิริยาจากลาวาที่หลอมเหลวได้แทรกซึมเข้ากับหินที่ถูกเคลือบด้วยแมงกานีสทำให้เกิดสีแดงที่หลากหลายผสมกับเฉดสีดำและสีม่วงส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเวลาที่แสงแดดสัมผัสบนพื้นผิวของตัวหินนี้

นำท่านชม ออแกนไพซ์ (ORGAN PIPES) ซึ่งมีลักษณะเป็นท่อหินที่เกิดจากการหลอมเหลวของซากหินเมื่อ 125 ล้านกว่าปีที่แล้วซึ่งได้ปะทุขึ้นมาบนพื้นผิวโลก โดยชื่อนี้ได้มาจากการที่หินบะซอลต์มีลักษณะเหมือนกับท่อที่ตั้งตรงในแนวดิ่ง ซึ่งบางอันมีความสูงถึง 5 เมตรและบางอันมีรูปร่างที่คล้ายรูปทรงเรขาคณิตทำให้ที่นี้เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก ให้มาเยือนพร้อมเก็บภาพความประทับใจกับความสวย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

นำทุกท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม  TWYFELFONTEIN COUNTRY LODGE หรือระดับเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

ทวีเฟลฟอนไทน์-สวาคอปมุนด์หุบเขาแห่งพระจันทร์ กิจกรรมขี่อูฐกลางทะเลทราย

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ เมือง สวาคอปมุนด์ (SWAKOPMUD) (340 กิโลเมตร) ระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับทะเลทรายและชนเผ่าพื้นเมืองฮิมบาซึ่งทุกท่านสามารถที่จะถ่ายรูปร่วมกับชนเผ่าเหล่านี้ได้ในอดีตชนเผ่านี้คือกลุ่มชาติพันธุ์ที่ร่อนเร่กลุ่มสุดท้ายของนามิเบียซึ่งบรรพบุรุษของชนเผ่านี้มีทักษะเกี่ยวกับการล่าสัตว์ที่เก่งกาจและอาศัยอยู่กันเป็นกลุ่มบริเวณภูเขาหรือเนินเขาคาโคเวลในดามาราแลนด์ซึ่งดามาราแลนด์คือสถานที่ที่มีลักษณะเป็นที่ราบกว้างสถานที่แห่งนี้เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่งดงามเป็นอันดับต้นๆของนามิเบีย บรรยากาศก็เงียบสงบ และสวยงามประกอบไปด้วย ป่าหิน (ไม้กลายเป็นหินจริง) หุบเขาโบราณ และแนวหินที่ตระการตา อีกทั้งยังเป็นจุดชมดาว และ มีเนินผาที่สูงงดงามเป็นอย่างมาก ถึงสวาคอปมุนด์เมืองแห่งชายฝั่งตะวันตกของนามิเบียที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในแอฟริกาเป็นเมืองทะเลทรายชายทะเลที่มีสีสันน่ารักสังเกตได้จากอาคารบ้านเรือนรอบๆเมืองที่ได้รับ อิทธิพลจากเยอรมันทำให้อาคารบ้านเรือนมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลที่มาจากประเทศเยอรมนีซึ่งในปัจจุบันก็ยังมีชาวเยอรมันอาศัยอยู่ในพื้นที่อีกด้วยและสัมผัสกับความงดงามของชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติคเมืองนี้มี ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ส่วนทางด้านนอกเมืองนั้นมีสนามกอล์ฟที่ติด1ใน5ของโลกที่เป็นสนามหญ้าตั้งอยู่กลางทะเลทรายและบริเวณใกล้เคียงยังมีฟาร์มอูฐที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่อยากจะลองสัมผัสการขี่อูฐท่ามกลางทะเลทราย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังจากนั้นนำท่านมาชื่นชมทิวทัศน์ หุบเขาแห่งพระจันทร์ (MOONLANDSCAPE) (40 กิโลเมตร)เป็นสถานที่ที่เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาที่อุดมสมบูรณ์เมื่อประมาณ 500 ล้านปีก่อนเมื่อทวีปกอนดาราเกิดการชนกันและ125กว่าล้านปีถัดมาเกิดกระบวนการกัดเซาะทำให้ภูเขาหินแกรนิตที่เป็นรากฐานแปรเปลี่ยนสภาพเป็นลักษณะพื้นที่แบบที่ได้เห็นในปัจจุบันหลัง

จากนั้นนำท่านนำทุกท่านมาสัมผัสกับกิจกรรมการขี่อูฐกลางทะเลทราย ที่สวาคอปมุนด์ทุกท่านจะได้ซึมซับกับบรรยากาศอันงดงามของเมืองแห่งนี้ให้ท่านได้ เพลิดเพลินกับการขี่อูฐที่เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดหากได้มาเยือน ณ ที่แห่งนี้ทุกท่านก็จะได้ชื่นชมกับบรรยากาศทะเลทรายยามเย็นโดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพเก็บความประทับใจและดื่มด่ำกับทิวทัศน์โดยรอบของทะเลทรายยามเย็นแห่งสวาคอปมุนด์

 ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางเข้าสู่ที่โรงแรม STRAND HOTEL SWAKOPMUD หรือระดับเทียบเท่า       

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

สวาคอปมุนด์ – ล่องเรือชมนกและแมวน้ำ- กิจกรรมทัวร์แซนวิชฮาร์เบอร์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ อ่าววอลวิส (Walvis Bay)( 40 กิโลเมตร) เพื่อล่องเรือชมโลมาและแมวน้ำโดยเรือจะพาเลียบออกจากชายฝั่งซึ่งทุกท่านจะได้สัมผัสกับวิวทะเลทรายที่มองจากมุมในทะเลและเห็นทะเลน้ำสีครามตัดกับสีของพื้นทะเลทรายสีนวลนอกจากนั้นจะได้ตื่นตาตื่นใจกับเหล่าโลมาที่ออกมาว่ายโลดเล่นบนผืนน้ำให้เราได้ชื่นชม อีกทั้งยังมีนกพิลิแกนตัวใหญ่โฉบไปมาบนเรือเพื่อขออาหารกินกับนักท่องเที่ยวเพราะเจ้าหน้าที่จะให้อาหารเป็นประจำ

นกพิลิแกนจึงคุ้นเคยกับคนและใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวบนเรือทำให้สามารถถ่ายรูปได้อย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ทุกท่านยังจะได้ตื่นตาตื่นใจกับกลุ่มแมวน้ำนับพันตัวบนเกาะที่นอนเรียงรายให้ทุกท่านได้ชมอย่างเพลิดเพลินพร้อมกับมองเห็นชายหาดยาวหลายร้อยกิโลเมตร ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับเหล่าแมวน้ำอย่างจุใจพร้อม ใกล้ชิดกับแมวน้ำที่ว่ายเข้ามาริมขอบเรือหรือกระโดดขึ้นมาบนเรือเพื่อขออาหาร จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังจากนั้นนำท่านสนุกกับกิจกรรมทัวร์แซนวิชฮาร์เบอร์ (SANDWICH HARBOUR TOUR) ท่านจะได้สัมผัสกับทะเลทรายนามิเบียโดยนั่งรถโฟร์วิวชมทะเลทรายที่มีความงดงามและกว้างใหญ่ริมมหาสมุทรแอตแลนติคที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแมวน้ำ นกฟลามิงโก้เป็นทะเลทรายที่มีความสงบที่สุดในโลก ชมแซนวิชฮาร์เบอร์(Sandwich Bay)ซึ่งเป็นพื้นที่ชายฝั่งในมหาสมุทรแอตแลนติคมีอ่าวอยู่ทางเหนือละมีทะเลสาบอยู่ทางตอนใต้ของนามิเบียเป็นสถานที่ที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินแต่น้อยคนนักที่ได้มาเยี่ยมชมเนินทรายยักษ์ที่ติดกับมหาสมุทรอันเป็นฉากที่น่าทึ่งและไม่เหมือนใครรอให้ทุกท่านมาสัมผัสความอัศจรรย์ของสถานที่แห่งนี้ในอดีตที่นี้มีชื่อเสียงในเรื่องของการเป็นท่าเรือพาณิชย์ที่มีการล่าวาฬและการทำประมงขนาดเล็กแต่ในปัจจุบันที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักในเรื่องของการมาชมฝูงนกหลากหลายสายพันธุ์ที่อพยพย้ายถิ่นฐานไปทางตอนใต้ในแต่ละปีและพื้นที่นี้ได้ถูกสำรวจครั้งแรกในปี 1880 โดยกองทัพเรือแต่ว่าด้วยสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะแก่ยุทธศาสตร์จึงทำให้มีการตั้งถิ่นฐานชั่วคราวมีแค่ชาวประมงบางส่วนเท่านั้น อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพเก็บความประทับใจและเต็มอิ่มกับวิวทิวทัศน์โดยรอบที่สวยงามจนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม PROTEA HOTEL WALVIS BAY PELICAN BAY หรือระดับเทียบเท่า

8

วันที่แปดของการเดินทาง

วอลวิสเบย์อุทยานแห่งชาตินามิบ-น็อคลัฟท์ – ซอสซัสฟลาย

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้านำท่านออกเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาตินามิบ-น็อคลัฟท์ (NAMIB NAUKLUFT NATIONAL PARK) (80 กิโลเมตร) เป็นเขตทะเลทรายที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งมีอายุถึง 55 ล้านปี และชื่อของประเทศนามิเบีย (NAMIBIA) ก็มาจากชื่อของทะเลทรายแห่งนี้จากเดิมที่ชื่อว่า SOUTH WEST AMERICA คำว่า NAMIB แปลว่า พื้นที่โล่งกว้าง และอุทยานแห่งชาตินามิบ-น็อคลัฟท์ (NAMIB NAUKLUFT NATIONAL PARK) เป็น GAME PARK ที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกามีขนาดพื้นที่เกือบ 50,000 ตารางกิโลเมตร หรือขนาดใหญ่กว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทะเลทรายนามิบยังเป็นหนึ่งในสี่สุดยอดปรารถนาของทวีปแอฟริกาที่นักท่องเที่ยวต้องการไปชมมากที่สุดอีกด้วย ทะเลทรายนามิบกันดารและแห้งแล้ง มีเพียงต้นอาคาเซียเท่านั้นที่เป็นร่มเงาให้สัตว์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ได้บังแดดผ่านภูเขารูปร่าง แปลกตารูปทรงต่างๆ และระหว่างทางอาจมีสัตว์ให้เห็นบ้าง เช่น กวางสายพันธุ์ต่างๆ และม้าลาย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อ จนถึงเขต SOSSUSVEI (245 กิโลเมตร)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังอาหารกลางวัน นำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พัก SOSSUSVEI LODGE : D826, Sesriem,Namibia. TEL : +27 21 930 4564. http://www.sossusvleilodge.com/ ที่พักระดับ 4 ดาวดีที่สุดในเขต SOSSUSVLEI พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ให้ท่านได้อิสระพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัยในมุมต่างๆของโรงแรมที่พัก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ แบบ sundowner ภายใต้แสงดาวนับล้านดวงของซีกโลกใต้

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

ซอสซัสฟลายลอดจ์ ซอสซัสฟลาย – กิจกรรมตะลุยทะเลทราย

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เขตอุทยานแห่งชาติซอสซัสฟลาย(SOSSUSVEI) (60 กิโลเมตร) มุ่งหน้าสู่กลางทะเลทรายนามิบให้ท่านได้ทดลองกำลังในการเดินตามสันทรายที่สูงชัน และชมวิวทะเลทรายแบบ 360 องศาในมุมสูงท่ามกลางแสงแดดอันเจิดจ้า เกิดเป็นเงาทําให้สีสันตัดกันอย่างลงตัวและสวยงามในรูปทรงแปลกตา ผ่านภูเขาทรายที่ชื่อว่าสูงที่สุดในโลก ให้ท่านได้ถ่ายรูปพร้อมสัมผัสแสงแดดอบอุ่นยามเช้านำท่านชม DUNE 45 เนินทรายที่สวยที่สุดในอุทยานแห่งนี้ ชมเนินทรายสีแดงเข้มตัดกับแสงแดดยามเช้า สีของทรายเป็นสีแดงเนื่องจากธาตุเหล็กที่อยู่ในทรายมีมาก กระทบกับออกซิเจน ทำให้เกิดเป็นสีแดงคล้ายสนิม และสีของทรายบ่งบอกถึงอายุของทรายอีกด้วย ยิ่งสีเข้มแสดงว่าทรายเกิดขึ้นนานมากแล้ว เนินทรายในบริเวณนี้ได้รับการยกย่องว่างดงามที่สุด ซึ่งเนินทรายต่างๆเหล่านี้ เกิดจากการพัดของกระแสลมจากหลายทิศทางทำให้เกิดเป็นเนินทรายขนาดต่างๆ

นำท่านชม BIG DADDY DUNE หนึ่งในเนินทรายที่สูงที่สุดในโลก มีความสูงกว่า 500 เมตร และนำท่านชม DEAD VLEI คือจุดที่เคยเป็นแหล่งกักเก็บน้ำมาก่อนทำให้มีต้นไม้จำพวก ACACIA ขึ้นได้แต่ปัจจุบันน้ำแห้งไปทำให้ต้นไม้ยืนต้นตาย 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

บ่าย จากนั้นนำท่านชม SESRIUM CANYON ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำTSAUCHABและได้พัดพาเอาทรายและกรวดมาทับถมกัน เป็นระยะเวลากว่าหลายล้านปีมาแล้ว โดยจะมีน้ำไหลผ่านในแคนยอนทุกๆช่วง 5-10 ปี และถูกระบายออกไปบริเวณที่เป็น SAND DUNEโดยรอบไม่มีการไหลออกทะเล จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เข้าโรงแรม THE DESERT GRACE GONDWANA  หรือระดับเทียบเท่าให้ท่านได้อิสระพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัยในมุมต่างๆของโรงแรมหรือใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทางโรงแรมมีให้บริการและผ่อนคลายรีแลกซ์กับสระว่ายน้ำส่วนตัวภายในห้องพักที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของทะเลทรายนามิบยามพระอาทิตย์ตกดิน

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

10

วันที่สิบของการเดินทาง

THE DESERT GRACE GONDWANAวินด์ฮุก – ชมเมือง โบสถ์คริสต์ อูเคอร์ช– หมู่บ้านเพ็นดูกะ – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองวินด์ฮุก (WINDHOEK) (380 กิโลเมตร) ซึ่งเป็นเมืองหลวงเมืองท่องเที่ยวของสาธารณรัฐนามิเบียมีสิ่งอำนวยควาสะดวกครบครันไม่ว่าจะเป็น สนามบิน ร้านอาหาร ร้านค้า สถานบันเทิง และตัวเลือกที่พักอีกมากมายทางด้านสภาพแวดล้อมภายในเมืองค่อนข้างสะอาด สงบ ปลอดภัยและมีการจัดการดูแลที่ดีและอาคารบ้านเรือนก็มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวเยอรมันเนื่องจากในอดีตที่นี้เคยตกเป็นอาณานิคมของชนชาติเยอรมันเช่นกัน

เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร

บ่าย เดินทางถึงวินด์ฮุกนำท่านชม โบสถ์คริสต์อูเคอร์ช (Christuskirche) เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ซึ่งโบสถ์แห่งนี้ถูกออกแบบโดย Gottlieb Redecker ถูกสร้างขึ้นหลังสงครามระหว่างชาวเยอรมันกับ  Khoikhoi, Hereroและ Owambo ซึ่งโบสถ์แห่งนี้ได้ทำการวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ปี1907 และสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ปี1910 เป็นที่รู้จักในนามคริสตจักรแห่งสันติภาพ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลทางศิลปะผสมแบบนีโอคลาสสิคอาร์ทนูโวและโกธิก จุดเด่นของสถานที่นี้อยู่ตรงเสามุขที่ทางเข้าของโบสถ์ได้นำเข้ามาจากเมืองคาราร่าประเทศอิตาลีซึ่งเป็นเมืองที่มีหินอ่อนคุณภาพดีและสวยงามซึ่งในอดีตประเทศไทยเคยนำเข้าหินอ่อนจากเมืองคาราร่าเช่นกันในสมัยรัชกาลที่5 เพื่อสร้างวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร ไม่เพียงแต่เสามุขเท่านั้นที่มีการนำเข้ามาประดับตกแต่งที่โบสถ์แห่งนี้เท่านั้นแต่ยังมีนาฬิกาและชิ้นส่วนต่างๆที่นำเข้ามาจากเยอรมันอีกด้วยอีกทั้งหน้าต่างภายในโบสถ์ก็ยังประดับกระจกสีได้อย่างประณีตและงดงาม จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

นำท่านผ่านชม Parliament Gardens เป็นสวนขนาดเล็กอยู่ใจกลางเมืองวินด์ฮุก ตั้งอยู่ระหว่างตึกรัฐสภาของนามิเบียกับโบสถ์คริสต์โดยสวนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี1932 เป็นหนึ่งในสวนที่สวยที่สุดในวินด์ฮุก สวนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของรูปปั้น3รูปซึ่งเป็นตัวแทนของการได้รับอิสรภาพของนามิเบีย     

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านเพ็นดูกะ(PENDUKA VILLAGE) เป็นหมู่บ้านที่มีโครงการเกี่ยวกับงานฝีมือเพื่อทำการจัดหางานให้กับผู้หญิงประมาณ515 คนซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี1992 โดยงานฝีมือที่จัดขึ้นออกแบบมาเพื่อยกระดับและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงในท้องถิ่นที่ด้อยโอกาสเพื่อช่วยเหลือตนเองและครอบครัวไม่เพียงกิจกรรมนี้เท่านั้นยังมีบทบาทในเรื่องของการให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องวัณโรคความเสี่ยงต่อสุขภาพของโรคต่างๆที่ระบาดในนามิเบีย มีการช่วยเหลือคุณแม่เกี่ยวกับค่าเล่าเรียนสำหรับบุตรหลานในกรณีที่หากทางครอบครัวไม่สามารถจ่ายค่าเล่าเรียนทั้งหมดได้ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีในการซื้อเลือกของที่ระลึกหรือของขวัญก่อนกลับบ้านอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าจากงานฝีมือของพื้นเมืองอาทิเช่น ผ้าพันคอ ผ้าขนหนู ภาชนะเซรามิก กระเป๋า เครื่องประดับ  เป็นต้น

จากนั้นนำท่านกลับเข้าสู่ที่พัก WINDHOEK COUNTRY CLUB RESORT หรือระดับเทียบเท่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

11

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

วินด์ฮุก – กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

อิสระให้ท่านพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินวินด์ฮุกโฮซี คูตาโก

14.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินเอธิโอเปีย แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ ET 834/608

(แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินแอดดิสอาบาบา เอธิโอเปีย เวลา 21.20 – 22.40 น.)

12

วันที่สิบสองของการเดินทาง

กรุงเทพฯ

11.10 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…

 

หมายเหตุ บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 10 ท่าน 

***เนื่องจากกฎหมายในประเทศแถบแอฟริกาไม่อนุญาตให้มีการเสริมเตียง หากท่านเดินทางเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน ต้องเปิดเป็น 2 ห้องเท่านั้น (TWN+ SGL)***

 อัตรานี้รวม    ·    ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ชั้นนักทัศนาจรตามที่ระบุในรายการ

  • ค่าโรงแรมที่พักตามรายการ / ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ / ค่าวีซ่า
  • ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงานคอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง วงเงินท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
  • ค่าทิปคนขับรถ
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น
  • ค่าทิป Ranger
  • น้ำดื่มบนรถ

 

 

อัตรานี้ไม่รวม  

  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการ
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %    —   ทิปไกด์คนไทย

การจอง และชำระเงิน     กรุณาส่งสำเนา PASSPORT หน้าแรก แฟกซ์มายังบริษัทฯ พร้อมชำระเงินค่ามัดจำ

                                      ท่านละ 80,000 บาท สำหรับส่วนที่เหลือทั้งหมด กรุณาชำระก่อนการเดินทาง 30 วัน

( หากไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ยินดีให้บริษัทฯทำการยกเลิกและยินยอมให้ยึดเงินมัดจำทันที)

***** กรณีที่ยังไม่ทราบผลวีซ่าก่อนการเดินทาง 15 วันทำการ

ทางบริษัทฯ ขออนุญาตเก็บค่าทัวร์ที่เหลือทั้งหมดก่อน ตามเงื่อนไขการชำระเงิน *****

การไม่รับจองทัวร์ :  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับจองทัวร์สำหรับลูกค้าดังต่อไปนี้

  • เด็กที่มีอายุระหว่างแรกเกิดถึง 2 ขวบ
  • ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ หรือ ไม้เท้า
  • ผู้เดินทางที่บ่งบอกการเป็นบุคคลไร้ความสามารถ

หมายเหตุ    ·  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย

                          จนไม่อาจแก้ไขได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

  • หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะไม่

     รับผิดชอบต่อค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

  • รายการนี้เป็นเพียงการเสนอราคาที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรอง

ที่นั่งกับสายการบิน และโรงแรมที่พัก อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

  • สตรีมีครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย สำหรับกระเป๋าเดินทาง

    กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง

  • กรณีลูกค้าที่จอยทัวร์ (ไม่ได้ซื้อตั๋ว) กับทางบริษัท โดยที่ท่านได้ทำการจัดหาตั๋วเอง ต้องได้รับการยืนยันการเดินทางจากบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ก่อนทำการออกตั๋วหรือจองบริการต่างๆด้วยตัวเอง หากไม่มีการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรเรื่องออกเดินทาง และกรุ้ปมีการยกเลิกเดินทาง บริษัทจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

การยกเลิก *** กรณีที่ท่านจองและจ่ายค่ามัดจำแล้วมีการยกเลิก (ก่อนเงื่อนไขตามกำหนดวันที่ทำการยกเลิก

ด้านล่าง) บริษัทฯ ขอคิดค่าทำงานท่านละ 1,000.- บาท พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามความเป็นจริง (ถ้ามี) ***

  • ยกเลิกก่อน    31-60      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน    15-30      วันทำการ  เก็บค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน 8-14      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่าทัวร์ทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน   1-7      วันทำการ  เก็บ 100% ของค่าทัวร์ทั้งหมด

หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ยกเว้นเงื่อนไขในการยกเลิกการเดินทางตามกำหนดวันที่ระบุข้างต้น

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ และขอคิดค่าใช้จ่ายในการยกเลิกตามความเป็นจริง

เนื่องจากเป็นช่วง Peak Period  ทางโรงแรม , สายการบิน และบริษัทรถโค้ช ฯลฯ ค่อนข้างแน่น

และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 100%  ซึ่งไม่สามารถทำการยกเลิกได้ )

การโอนเงิน      ผ่านธนาคาร บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด

                   ธนาคารกรุงเทพฯ / สาขาโชคชัย 4 / บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 230-0-19191-9

เมื่อท่านจองทัวร์และชำระค่ามัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในเงื่อนไขและรายละเอียดที่ทางบริษัทแจ้งไว้ทั้งหมด

*** บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ อันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง

สภาพดินฟ้าอากาศ การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ โดยการพิจารณาของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ***