09 – 14  ต.ค 63 / 23 – 28 ต.ค 63 /17 – 22 พ.ย 63 / 19 – 24 พ.ย 63 /01 – 06 ธ.ค 63 / 08 – 13 ธ.ค 63 /  29 ธ.ค 63 – 02 ม.ค 64
วันเดินทาง

ทัวร์ไทย : สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย

กำหนดการเดินทาง :  09 – 14  ต.ค 63 / 23 – 28 ต.ค 63 /17 – 22 พ.ย 63 / 19 – 24 พ.ย 63 /01 – 06 ธ.ค 63 / 08 – 13 ธ.ค 63 /  29 ธ.ค 63 – 02 ม.ค 64 / (รายการช่วงเดือนตุลาคม บวกเพิ่ม 1,000 บาท)

จังหวัด : สระบุรี – เพชรบูรณ์ – เลย- อุดรธานี

สายการบิน : ไทยสมายล์

ราคา : 35,900 บาท

สระบุรี – เพชรบูรณ์ – เขาค้อ – วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว – BLUE SKY GARDEN – เลย – วัดป่าภูก้อน – อุดรธานี

นำท่านเดินทางรำลึกมนต์เสน่ห์ ลิตเติ้ลสวิต ฯ “เขาค้อ” เพลิดเพลินไปกับความสวยกับสวนวิคตอเรีย “BLUE SKY”  ตระการตาศิลปะไทย ณ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว และ วัดป่าภูก้อน สัมผัสความคลาสสิกริมน้ำโขง “เชียงคาน” เต็มอิ่มกับ โรงแรม และภัตตาคาร พรีเมี่ยม คัดพิเศษ

ทัวร์ช่วง 09 – 14  ต.ค 63

ทัวร์ช่วง 23 – 28 ต.ค 63

ทัวร์ช่วง 19 – 24 พ.ย 63

ทัวร์ช่วง 01 – 06 ธ.ค 63

ทัวร์ช่วง 29 ธ.ค 63 – 02 ม.ค 64

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันที่หนึ่งของการเดินทาง

กรุงเทพฯ – สระบุรี วัดป่าสว่างบุญ สวนองุ่นภูนวพันธ์

06.00 น. พร้อมกันที่ โรงแรม MIRACLE GRAND CONVENTION HOTEL BANGKOK  เจ้าหน้าที่จากบริษัท เร้นจ์ฯ คอยต้อนรับ อำนวยความสะดวก และบริการอาหารเช้าให้แก่ท่านก่อนขึ้นรถโค้ช VIP

08.00 น. ออกเดินทางสู่  จังหวัดสระบุรี  โดย รถโค้ช VIP บริการน้ำดื่มและอาหารว่างให้ทุกท่านบนรถ จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ วัดป่าสว่างบุญ (125 กิโลเมตร) วัดป่าสว่างบุญ ตั้งอยู่ที่ ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี บนเนื้อที่มากกว่า 400 ไร่

สิ่งที่โดดเด่นของวัด คือ มหาเจดีย์ที่นับรวมกันได้กว่า 500 ยอด มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า พระมหารัตนโลหะเจดีย์ศรีศาสนโพธิสัตว์สว่างบุญ นั่นเอง โดยจะมี ทั้งหมด 9 ชั้น และตั้งลดหลั่นกันลงมา 500 องค์ อิสระให้ท่านถ่ายภาพความงดงามตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารครัวน้ำตก

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ภูนวพันธ์ไวน์เนอรี่ (80 กิโลเมตร) เป็นไร่ที่มีผลผลิตองุ่นตลอดทั้งปี ณ อำเภอมวกเหล็ก บนพื้นที่ กว่า 117 ไร่ ภายในสวนนั้นได้ถูกจัดแบ่งออกพื้นที่ต่างๆ เช่น พื้นที่ทำการเกษตรผสมผสาน และพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ทำให้ภายในสวนแห่งนี้นั้นมีบรรยากาศสดชื่น เขียวขจีสวยงาม สุดๆ อีกทั้งท่านยังจะได้เพลิดเพลินกับการชิมองุ่นเกรด A หลากหลายสายพันธ์ เด็ดสดๆจากต้น อาทิ องุ่นพันธุ์ “Black Opal” หรือ “Loose perlette” นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบชั้นดีจากทางไร่ อย่างเช่นไวน์องุ่นรสเลิศ สตรอว์เบอรี่ และอินทผาลัม เป็นต้น จึงทำให้ที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เชิงเกษตรครบวงจรที่พร้อมจะให้ท่านสัมผัสกับบรรยากาศร่มรื่น และเพลิดเพลินกับประสบการณ์การเที่ยวชมไวน์เนอรี่อย่างที่ท่านคาดไม่ถึงมาก่อน จนได้เวลาอันสมควร

 จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม MELA GARDEN RETREAT COTTAGE หรือเทียบเท่า

ค่ำ รับประทานอาหาร โรงแรม (บาร์บีคิวปาร์ตี้)

 *** กรุณาจัดเตรียมกระเป๋าใบเล็ก (Overnight bag) สำหรับพักค้างคืนที่เขาค้อ 2 คืน ***

2

วันที่สองของการเดินทาง

สระบุรี  –  เพชรบูรณ์ – เขาค้อ – วัดผาซ่อนแก้ว – BLUE SKY GARDEN

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ (270 กิโลเมตร) โดยเขาค้อนั้นได้ชื่อมาจากต้นค้อที่ขึ้นอยู่มากมายบนเขาแห่งนี้ ทั้งนี้ยังเป็นชื่อเรียกรวม ของกลุ่มภูเขาน้อยใหญ่ ที่ทอดตัวเรียงราย สลับกันในภาคเหนือตอนล่าง ทำให้บริเวณแห่งนี้อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งทะเลหมอก พร้อมกับรับอากาศเย็นสดขื่นจากสายลมที่พัดผ่าน ด้วยเหตุนี้เขาค้อจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะทำให้ท่านได้สัมผัสถึงธรรมชาติ ความสวยงามของขุนเขาแบบเต็มอิ่ม และเก็บไปเป็นอีกหนึ่งภาพความประทับใจแบบที่ท่านคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน

  *** ระหว่างทางสู่ เขาค้อ นำท่านเปลี่ยนการเดินทางจากรถโค้ชเป็นรถตู้ VIP ณ จุดพักรถ ***

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร Le Bonheur Khao Kho

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ วัดผาซ่อนแก้ว (3 กิโลเมตร : 15 นาที) หรือวัดพระธาตุผาแก้ว นี้ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์  ซึ่งที่เรียกกันว่า “ผาซ่อนแก้ว” นั้นเนื่องจากมีภูเขาสูงใหญ่ซ้อนกันเป็นทิวเขาเรียงรายโอบรอบบริเวณศาลาปฏิบัติธรรม และบนยอดเขา มีถ้ำอยู่บนปลายยอดเขา มีชาวบ้านทางแดงหลายคน ได้เห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้า และลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา และต่างถือว่าเป็นสถานที่มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์และเรียกตามๆ กันว่า “ผาซ่อนแก้ว” นั่นเอง อิสระให้ท่านไหว้พระ และเพลิดเพลินกับการเดินเล่นถ่ายภาพตามอัธยาศัย จนได้เวลาพอสมควร

จากนั้นนำท่าน แวะพักจิบกาแฟ ณ  PINO LATTE ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มองเห็นมาแต่ไกล เป็นร้านกาแฟที่มีโลเคชั่นที่สุดยอด สร้างแบบโมเดิรน์ดีไซน์ มีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมคล้ายกับตู่คอนแทนเนอร์ มีดาดฟ้าสำหรับขึ้นไปรับลม และดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งขุนเขา

มีมุมจิบกาแฟด้านนอกหลายโซน ที่สามารถมองเห็นวิวพระธาตุผาซ่อนแก้วที่อยู่เบื้องหน้า เป็นการจิบกาแฟผ่อนคลายอิริยาบถที่ไม่ธรรมดา และควรค่าแก่การมาเยือน เพื่อรับพลังแห่งธรรมชาติ อย่างแท้จริง จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ BLUE SKY GARDEN สวนดอกไม้สไตล์วิคตอเรียอังกฤษ ตั้งอยู่บนเขาค้อ และมีการออกแบบให้ภายในประกอบด้วย สวน 4 ฤดู ทำให้คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับสีสันของดอกไม้

ทางเดินที่มีดอกหญ้าพริ้วไหว วิวหุบเขาที่ถูกโอบด้วยทะเลหมอก (ยิ่งฤดูฝน ยิ่งมีหมอกมาก) เป็นภาพที่ชวนฝันพลาดไม่ได้เป็นอันขาด

นอกจากนี้ยังมีมุมถ่ายภาพในพื้นที่มากมายสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักการถ่ายภาพอีกด้วย

 

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก DE CAPOC RESORT หรือเทียบเท่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร Italia Gusto

3

วันที่สามของการเดินทาง

เขาค้อ – ทุ่งกังหันลมเขาค้อ & ไร่ GBทุ่งแสลงหลวง  รายการแนะนำพิเศษ  จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ

05.00 น.  รายการแนะนำ – สำหรับท่านที่ต้องการชมทะเลหมอก

นำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น เขาตะเคียนโง๊ะ  ตั้งอยู่ในตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์  เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งบนเขาค้อ  ที่สามารถชมทะเลหมอกได้รอบทิศแบบ 360  องศา พร้อมบรรยากาศของพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า จากจุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะสามารถมองเห็นวิวทิวเขาอันสวยงามที่อยู่เบื้องหน้าเป็นเขาปู่ เขาย่า ที่มีรูปทรงคล้ายภูเขาไฟฟูจิ  รวมถึงผืนป่าของเขาค้อและเส้นทางถนนที่ทอดยาวมายังจุดชมวิวที่อยู่เบื้องล่าง เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลท์สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติอย่างแท้จริง

08.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.00 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทุ่งกังหันลมเขาค้อและไร่ GB อีกหนึ่งแลนด์มาร์คแห่งเขาค้อที่งดงาม ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านเพชรดำ จังหวัดเพชรบูรณ์   เมื่อเข้ามาในบริเวณแคมป์สนเพื่อไปยังเส้นทางท่องเที่ยวหลักบนเขาค้อ จะสามารถมองเห็นกำหันลมโดดเด่นได้อย่างง่ายดาย  เนื่องจากจุดที่ตั้งของโครงการทุ่งกังหันลม อยู่บนเนินเขาสูง บนระดับความสูงกว่าน้ำทะเลประมาณ 1,050 เมตร ตั้งตระหง่านบนที่ราบยอดเขาเนื้อที่ 350 ไร่  จึงสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้อย่างกว้างไกล

อิสระให้ท่านสัมผัสกับความสดชื่นของทุ่งดอกไม้ยามเช้า และเพลิดเพลินกับธรรมชาติโดยรอบตามอัธยาศัย กระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร S2 STEAKHOUSE

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ ทุ่งแสลงหลวง (20 กิโลเมตร : 30 นาที) ทุ่งแสลงหลวง หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย” เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 789,000 ไร่หรือ 1,262.40 ตารางกิโลเมตร ทุ่งแสลงหลวงมีพื้นที่ ครอบคลุม อ.วัง  ทอง อ.นครไทย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก และใน อ.เขาค้อ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ สำหรับชื่อ ของอุทยานแห่งชาติมีการสันนิษฐาน ว่ามีการตั้ง ชื่อตามพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในพื้นที่ป่าแห่งนี้ คือต้นแสลงใจ ซึ่งมีขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีสภาพภูมิประเทศเป็นเนิน มีป่าหลายชนิด และสัตว์ป่าชุกชุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2502 ป่าทุ่งแสลงหลวงและพื้นที่ป่าอื่นๆในจังหวัดต่างๆ ได้รับการก่อตั้ง ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลง  หลวงมีสภาพธรรมชาติ และลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยพันธุ์ไม้สัตว์ป่านานาชนิดซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การไปท่องเที่ยว  อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับความสวยงามที่ธรรมชาติรังสรรไว้ให้อย่างงดงามตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ครัวไร่สองเรา

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก DE CAPOC RESORT หรือเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

เขาค้อ – เลย – เชียงคาน – ปั่นจักรยานริมฝั่งโขง – ถนนคนเดินเชียงคาน

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น. นำท่านเช็คเอ๊าท์ออกจากที่พัก เดินทางด้วยรถตู้เพื่อลงจากเขาค้อ

*** ระหว่างทางสู่ เชียงคาน นำท่านเปลี่ยนการเดินทางจากรถตู้ VIP เป็นรถโค้ช VIP ณ จุดพักรถ เพื่อนำท่านเดินทางต่อสู่ เชียงคาน (215 กิโลเมตร) *** บริการน้ำดื่มและอาหารว่างให้ทุกท่านบนรถโค้ช

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารเลยดานัง

บ่าย นำท่านเดินทางต่อสู่ อำเภอเชียงคาน  (50 กิโลเมตร) จังหวัดเลย  “เชียงคาน” บรรยากาศเมืองที่เนิบช้า ชุมชนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม วิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำโขง ชายขอบจังหวัดเลย ที่เปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตแบบวิถีชาวบ้านที่น่าค้นหา เดินทางถึง เชียงคาน

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก Chiang Khan River Mountain Resort หรือเทียบเท่า ให้ท่านอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

รายการแนะนำ – ปั่นจักรยานชมวิวริมน้ำเชียงคานนั้นจะมีถนนเส้นเล็กๆ เลียบริมฝั่งโขง เหมาะอย่างยิ่งกับการปั่นจักรยานชมวิวริมฝั่งโขง โดยเฉพาะช่วงหลังสี่โมงเย็นเป็นต้นไป บรรยากาศสองข้างทางมีความชิลลมเย็นๆ ปะทะหน้า ให้ความรู้สึกสดชื่นในแบบที่ท่านจะไม่มีทางได้สัมผัส หากไม่มาท่องเที่ยว ณ ที่แห่งนี้ที่จุดนั่งพักชมวิวริมแม่น้ำโขง มองเห็นฝั่งลาว  อยู่ไม่ไกล จนถึงช่วงไฮไลท์ที่พระอาทิตย์กำลังจะตก แสงสีทองสวยงามมากๆ เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ไม่ควรพลาด

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร [email protected] KHANหลังรับประทานอาหารค่ำ ให้ท่านได้เดินเที่ยวชม ถนนคนเดินเชียงคาน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่ตั้งของถนนคนเดินเชียงคานอยู่ บริเวณถนนสายล่าง ในตัวอำเภอเมืองเชียงคาน ซึ่งเป็นถนนที่เลียบไปกับแม่น้ำโขง หรือที่เรียกว่า “ถนนชายโขง”มีเสน่ห์ด้วยบ้านเรือนไม้ในบรรยากาศแบบเก่าๆที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดผู้คนให้มาเยือน บนถนนคนเดินเชียงคาน จะเต็มไปด้วย ที่พัก รีสอร์ท โฮมสเตย์ จำนวนมาก ตลอดแนวถนน มีร้านอาหาร และร้านกาแฟน่ารักหลายร้านเปิดให้บริการ

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก Chiang Khan River Mountain Resort หรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

ตักบาตรข้าวเหนียว – อิสระพักผ่อน – อุดรธานี – วัดป่าภูก้อน – บ้านนา คาเฟ่

รายการแนะนำ – ตักบาตรข้าวเหนียว อีกหนึ่งกิจกรรมที่ควรค่าอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นกิจกกรมที่รักษาซึ่งวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวเชียง โดยในทุกๆ เช้าตั้งแต่เวลาตี ห้าเป็นต้นไป พระสงฆ์จะเดินออกบิณฑบาต ชาวบ้านจะนำข้าวเหนียว และอาหารมาใส่บาตร ซึ่งนักท่องเที่ยวก็สามารถร่วมตักบาตรข้าวเหนียวด้วยกันได้ พร้อมชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ยามเช้าของผู้คนเชียงคานอีกด้วย จนได้เวลาอันสมควร

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังรับประทานอาหารเช้า อิสระให้ท่านได้พักผ่อนกับบรรยากาศแห่งเมืองเชียงคาน ริมฝั่งโขงได้อย่างเต็มอิ่ม จนได้เวลาพอสมควรนำท่านเช็คเอ๊าท์ออกจากที่พัก

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร โรงแรม

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดป่าภูก้อน (110 กิโลเมตร : 2 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูง และป่าน้ำโสม อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี อันเป็นรอยต่อแผ่นดิน 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย ความสวยงามอยู่ที่พระวิหารอันมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ มีประตูทางเข้าออกวิหาร 3 ด้าน ภายในถูกตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา แฝงไปด้วยเรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้า รอบผนังภายในวิหารตกแต่งอย่างสวยงามด้วย ภาพพุทธประวัติและภาพทศชาติ ตกแต่งเป็นภาพปั้นนูนต่ำหล่อด้วยทองแดงจำนวน 22 ช่อง ซึ่งเป็นภาพของพระพุทธเจ้าในองค์ชาติต่างๆ 10 ชาติ เป็นการสื่อความหมายถึงการสั่งสมบารมีด้วยความพรากเพียร และความเสียสละของพระองค์ในทุกๆชาติ โดยด้านบนของทุกภาพ แกะสลักบทสวดอิติปิโสช่องละท่อนด้วยสีเขียวเข้มบนหินอ่อนขาวถือเป็นผนังพระวิหารที่มีเสน่ห์ และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร อิสระให้ท่านได้เที่ยวชมความงามตามอัธยาศัย จนได้เวลาพอสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ Dose Espresso Factory คาเฟ่แลนด์มาร์กห้ามพลาดเมื่อมาถึงจังหวัดอุดรธานี เป็นร้านกาแฟหลบร้อนใจกลางเมืองอุดรที่บรรยากาศอาจจะไม่หวือหวา แต่เปี่ยมไปด้วยรสชาติที่ลืมไม่ลงนอกจากนี้ยังมีเมนูที่ห้ามพลาดคือ Dose Paramount ขนมปัง เสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมวนิลาก้อนใหญ่ ที่มีรสชาตค่อนข้างเฉพาะตัวอีกด้วย จนถึงเวลาอันควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร Dose Espresso Factory

 

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก DE PRINCESS HOTEL หรือเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

อุดรธานี – กรุงเทพ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมให้ท่านได้อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย จนได้เวลาพอสมควร เช็คเอ๊าท์ออกจากที่พักจนกระทั่งได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบิน

……….. น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดย สายการบิน …. เที่ยวบินที่ …………

…………… น.  เดินทางถึง สนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

 

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating