09 -18 ตุลาคม 2561
วันเดินทาง
การบินไทย (TG)
สายการบิน
เยอรมนี
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป : เจาะลึกเยอรมนี ดินแดนแห่งเทพนิยาย  ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีบนถนนสายโรแมนติค 10 วัน (TG)

กำหนดการเดินทาง : 09 -18 ตุลาคม 2561

ประเทศ :  เยอรมนี

ราคา : 119,800 บาท

แฟรงค์เฟิร์ท – วูร์ซบวร์ก – ไวแกร์สไฮม์ – โรเธนบวร์ก ออบ เดอ เทาเบอร์ – เนิร์ดลิงเงน โดเนาเวิร์ธ – เอาส์บวร์ก – สไตน์กาเดน – โบสถ์วีสเกอเชอ  – ฟุสเซ่น– ปราสาทนอยชวานสไตน์ มิทเทนวาลด์ – การ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น – แบร์กเทสการ์เดน – เหมืองเกลือ – ทะเลสาบโคนิกซี – มิวนิค

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันที่หนึ่งของการเดินทาง

กรุงเทพฯ – แฟรงค์เฟิร์ท

20.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 4 แถว เคาน์เตอร์สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่จากบริษัทเร้นจ์ฯ จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

23.45 น. เดินทางสู่ แฟรงค์เฟิร์ท โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 920

2

วันที่สองของการเดินทาง

แฟรงค์เฟิร์ท – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง – เส้นทางสายโรแมนติค – วูร์ซบวร์ก – ชมเมือง

06.00 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง เมืองแฟรงค์เฟิร์ท (FRANKFURT) ประเทศเยอรมนี เมืองที่ได้รับการพัฒนาจนกลายมาเป็นชั้นแนวหน้าเมืองนานาชาติ เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งเป็นเสมือนเส้นตัดกันของถนน รถไฟ และเครื่องบินที่สำคัญๆ เป็นที่ตั้งของโลกทางด้านเศรษฐกิจ ตึกสูงระฟ้าที่มีธนาคารต่างชาติ และสถาบันการเงินต่างๆตั้งอยู่ อาทิ ธนาคารบุนเดส สถาบันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศเยอรมนี รวมไปถึงสถาบันทางการเงินมากมาย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว

จากนั้นนำท่าน ชมเมืองแฟรงค์เฟิร์ท บริเวณจัตุรัสรือเมอร์ (ROMERBERG) ย่านใจกลางเมืองเก่าอันเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง (THE ROMER) ศิลปะแบบโกธิคที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1405 ตรงกันข้ามกับศาลาว่าการเมือง ท่านจะพบกับอาคารกึ่งไม้ซุงอันงดงามแบบฟาคแวร์กเฮ้าส์ที่เรียกว่า “ออสไซเล่อ” (OSTZEILE) ที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นมาใหม่โดยสามารถรักษารายละเอียดของอาคารดั้งเดิมที่เคยถูกทำลายหมดสิ้นเมื่อสมัยสงคารมโลกครั้งที่สองได้ทุกรายละเอียด ถ่ายภาพความสวยงามของน้ำพุแห่งความยุติธรรม (GERECHTIGKEITSBRUNNEN) ที่ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่กลางลาน

นำท่าน ผ่านชมโบส์ถเซนต์พอล และวิหารใหญ่ประจำเมือง ได้เวลาอันสมควร อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าหลากหลายบริเวณถนนสายช้อปปิ้ง ย่านถนนซายล์ (ZEIL) ถนนสายช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดของประเทศเยอรมนีที่เต็มไปด้วยร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังเรียงรายอยูมากมายไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Hugo Boss, Chanel, Giorgio Armani เป็นต้น อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองวูร์ซบวร์ก (WURZBURG) (120 กิโลเมตร) เมืองแรกในการเริ่มต้นเดินทางเข้าสู่เส้นทางสายโรแมนติคอย่างเป็นทางการเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ริมฝั่งแม่น้ำเมน (MAIN) เป็นอีกแหล่งของการเพาะปลูกองุ่นเพื่อผลิตไวน์ของเยอรมัน ซึ่งบรรดาสถาปัตยกรรมในเมืองนี้ล้วนเป็นสไตล์บาร็อค จึงได้รับสมญานามว่าเป็น Baroque City นอกจากนั้นยังถือเป็นเมืองแห่งบิชอบ (Bishop) เพราะในอดีตนั้นได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝ่ายศาสนามาโดยตลอด ดั้งเดิมถูกค้นพบโดยคณะมิชันนารีชาวไอริชตั้งแต่ปี 868 ต่อมาในปี 742 ก็มาถึงสมัยของเซนต์บอนนิเฟซ (St. Boniface) จนกระทั่งในปี 1030 เมืองนี้ก็ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งบิชอปออฟวูซ์บวร์ก (Bishops of Würzburg) จนกระทั่งในปี 1631 ก็ตกอยู่ในอำนาจกษัตริย์กุสตาฟ อดอล์ฟ แห่งสวีเดน (Gustav Adolf of Sweden) และในปี1814 ก็ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นบาวาเรีย เดินทางถึง เมืองวูร์ซบวร์ก นำท่าน

 

เข้าชมพระราชวังวูร์ซบวร์ก (Würzburg Residenz) ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นไฮไลท์ของเมืองนี้ และยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นมรดกโลก เป็นวังสไตล์บาร็อคของปริ๊นซ์ บิชอป โดยเป็นผลงานของออกแบบของสถาปนิกโนเนมนามว่า Blthasar Neumann ในปี 1720 – 1744 เพื่อสร้างให้กับสมเด็จพระสังฆราชโจฮันน์ ฟิลิปป์ ฟรานซ์ เพื่อใช้เป็นสถานที่ประทับใช้เวลาในการก่อสร้างโดยรวมจนเสร็จสมบูรณ์กว่า 60 ปี จุดเด่นอยู่ที่ภาพเขียนเฟรสโก ภาพเขียนบนปูนปลาสเตอร์เปียกที่เต็มไปด้วยมิติที่งดงามยามแหงนมอง ซึ่งถ่ายทอดโดยศิลปินชื่อดังหลายท่าน และหนึ่งในนั้นคือ เวเนเชียน จิโอวานนี แบททิสตา ทีโปโล ผู้รังสรรค์ภาพเขียนเฟรสโกในห้องการ์เด้นฮอลล์ซึ่งเชื่อมต่อไปยังบันได ไวท์ฮอลล์ และอิมพีเรียลฮอลล์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในภาพเขียนที่สวยที่สุดในยุโรป จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพกับโบสถ์มาเรียนคาเปลลา (Marienkapelle) เป็นโบสถ์โกธิคตอนปลายที่ใช้สีแปลกตากว่าที่เคยเห็น เริ่มสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1377 มาเสร็จสิ้นเอาเมื่อ ปี ค.ศ.1480 เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2ถูกไฟไหม้จนภายในเสียหายอย่างหนัก ตรงประตูทางเข้าจะมีรูปสลักที่ตกแต่งไว้ที่จั่วเป็นรูปสาวกของพระเยซูผู้เผยแพร่ศาสนาจำนวน 12 คน และรูปสลักของอดัม และอีฟ (Adam and Eve) สรรค์สร้างโดยทิลมัน ไรน์มันชไนเดอร์ ศิลปินและช่างฝีมือเอกในยุคกลาง

จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำไมน์ที่ชื่อว่า อัลเทอไมน์บรุค (Alte Mainbrücke) ที่มีจุดเด่นที่สะดุดตาเมื่อแรกเจอก็คงเป็นรูปปั้นนักบุญที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง สะพานหินแห่งนี้สร้างในปี ค.ศ.1473 – 1543 ซึ่งเป็นการสร้างทดแทนของเดิมที่เป็นศิลปะโรมาเนสก์เมื่อปีค.ศ.1133 รูปปั้นที่เรียงรายอยู่รวม 12 องค์นั้นเป็นการตกแต่งเพิ่มเติมตั้งแต่ปี ค.ศ.1730 เป็นทั้งรูปปั้นนักบุญและบุคคลที่มีชื่อเสียง สะพานนี้ยังใช้เป็นตัวเชื่อมระหว่างเขตเมืองเก่า ป้อมมาเรียนแบร์กและย่านชานเมืองอีกฝั่งแม่น้ำอีกด้วย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม NOVOTEL WURZBURG ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

3

วันที่สามของการเดินทาง

วูร์ซบวร์ก ไวแกร์สไฮม์ – ปราสาทไวแกร์สไฮม์ โรเธนบวร์ก ออบ เดอ เทาเบอร์ – ชมเมือง – เนิร์ดลิงเงน – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองไวแกร์สไฮม์ (Weikersheim) (45 กิโลเมตร) เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์อย่างเหลือล้น ด้วยลักษณะบ้านเรือนที่นี่ขนาดเล็กแต่น่าอยู่ และผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไม่ต้องเร่งรีบ เดินทางถึง เมืองไวแกร์สไฮม์ จากนั้นนำท่าน เดินเล่นบริเวณจัตุรัสกลางใจเมือง อันประกอบไปด้วยศาลาว่าการเมือง อาคารบ้านเรือนสไตล์บาร๊อค น้ำพุและรูปปั้นสไตล์ร๊อคโคโค และที่ขาดไม่ได้คือ โบสถ์ประจำเมืองสไตล์โกธิค ซึ่งถึงแม้จะมีลักษณะเป็นรูปแบบเดิมๆ และเป็นเพียงเมืองเล็กๆในถนนสายนี้ แต่ความสวยงามนั้นถือว่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเมืองอื่นเลย โดยเฉพาะ ปราสาทยุคเรอเนสซองส์

ปราสาทไวแกร์สไฮม์ (Weikersheim Schloss) ปราสาทแห่งนี้สร้างโดย Count Wolfgang II of Hohenlohe ในช่วงศตวรรษที่ 16 ซึ่งแสดงถึงฐานะและความมั่งคั่งในยุคนั้น โดยปราสาทแห่งนี้ใช้เป็นที่ประทับของเจ้าชายในราชวงศ์ Hohenlohe และปัจจุบันนี้อยู่ในความครอบครองของรัฐ Baden- Württemberg ที่ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ โดยไฮไลท์ของปราสาทแห่งนี้ คือ ห้องริทเตอร์ซาล หรือห้องอัศวิน (Rittersaal หรือ Knight’s Hall) ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของการเข้าชมปราสาทแห่งนี้เลยทีเดียว ทั้งความกว้างขวาง โอ่อ่า สวยงามหยดย้อย สมกับเป็นห้องที่ใช้จัดงานเลี้ยงหรือรับรองแขก เป็นที่เชิดหน้าชูตาของปราสาทอย่างแท้จริง เพดานห้องตกแต่งด้วยกรอบไม้เหมือนเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ ภายในแต่ละช่องมีภาพวาด ซึ่งเกือบทั้งหมดจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการล่าสัตว์ รวมถึงภาพภูมิประเทศวิวทิวทัศน์ ตามผนังประดับด้วยภาพวาดของบรรดาสมาชิกในตระกูล ด้านบนประดับด้วยรูปปั้นแบบสามมิติของช้าง กวาง และอื่นๆ ด้านบนเตาผิงมีรูปปั้นแกะสลักที่แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการสู้รบกับชาวเติร์กที่สวยงามเกินคำบรรยาย

จากนั้นนำท่าน ชมสวนสไตล์บาร็อกบริเวณข้างปราสาท ที่กว้างใหญ่ มีการตบแต่งด้วยรูปปั้น น้ำพุ สระน้ำ และดอกไม้นานาพันธุ์สวยงาม และจัดไว้อย่างสวยงามลงตัวได้อย่างน่าประทับใจเลยทีเดียว ให้ท่านเพลิดเพลินกับการเดินเล่นภายในสวนที่ท่านสามารถถ่ายรูปได้ทุกซอกทุกมุมจนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโรเธนบวร์ก ออบ เดอ เทาเบอร์ (Rothenburg  o.d.Tauber) (30 กิโลเมตร) หรือเรียกสั้นๆว่า เมืองโรเธนบวร์ก เป็นเมืองเก่าแก่ของจักรวรรดิฟรังค์ ในเขตบาวาเรียปัจจุบันเมืองโรเธนบวร์กได้กลายมาเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองยุคกลางที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดของเยอรมนี มีกำแพงเมืองล้อมรอบอย่างสมบูรณ์พร้อมด้วยประตูเมือง และหอคอยทั้ง 8 ภายในเมืองเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิค และสไตล์เรอเนสซองส์ พร้อมบ้านเรือนรูปแบบเยอรมันขนานแท้ที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรือง และบรรยากาศราวกับว่าวันเวลาได้หยุดนิ่งมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 เดินทางถึง เมืองโรเธนบวร์ก

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  

บ่าย จากนั้นนำท่าน เดินเล่นชมเมือง ที่ประกอบไปด้วยถนนสายแคบๆที่สร้างขึ้นแบบสลับซับซ้อน งดงามด้วยบรรยากาศสองข้างทางที่เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนสไตล์กอธิค และเรอเนสซองส์ที่ยังคงสภาพเดิมได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด การเดินเล่นในเมืองนี้ จึงมีคนเปรียบเปรยว่าเสมือนการเดินชมอยู่ใน “พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง”

นำท่าน ถ่ายภาพกับศาลาว่าการเมือง (Rathaus) ที่ตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมือง เป็นอาคาร 2 หลังสร้างติดกัน อาคารด้านหน้าเป็นสไตล์เรอเนสซองส์ ส่วนอาคารสีขาวด้านหลังเป็นสไตล์โกธิค เป็นอาคารที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของเมือง หอนาฬิกาที่สร้างขึ้นในปี 1446 ทุกๆชั่วโมง หน้าต่างของหอนาฬิกาแห่งนี้จะเปิดออก (ตั้งแต่ 10.00 – 15.00 น. และ ตั้งแต่ 20.00 – 22.00 น.) โดยจะมีตุ๊กตารูปปั้นชายสองคนที่เรียกว่า Meistertrunk หรือ The Master Draught ทำท่ากำลังดื่มไวน์จากเหยือกขนาดใหญ่ โดยชายผู้ที่ดื่มไวน์นี้ถือได้ว่าเป็นวีรบุรุษของเมืองเลยทีเดียว โดยมีเรื่องเล่าว่า ในช่วงระหว่างสงครามสามสิบปีนั้น เมืองนี้ได้ถูกรุกรานโดยท่านเคาน์ทิลลี่ (Count Tilly) ซึ่งประกาศว่า หากใครสามารถดื่มไวน์จากเหยือกขนาดใหญ่นี้ได้โดยไม่มีการหยุดพัก จะยกเว้นไม่ยึดเมือง ปรากฏว่าท่านเจ้าเมืองคือ ท่านลอร์ด นุช (Mayor Nusch) รับคำท้า และดื่มรวดเดียวจนหมด เมืองโรเธนบวร์กจึงรอดพ้นจากการรุกรานนี้

นำท่าน ผ่านชมโบสถ์เซนต์ จอร์จ ซึ่งสร้างในสไตล์กอธิค บริเวณโดยรอบมีอาคารสมัยยุคกลางสไตล์บาร๊อคหลายหลัง ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นโรงแรม และร้านอาหาร รวมถึงเป็นที่ตั้งของ อ่างน้ำพุเซนต์จอร์จ (Georgsbrunnen หรือ St. George’s Fountain) ที่สร้างในสไตล์เรอเนสซองส์ที่สวยงาม เป็นอ่างน้ำพุที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ลึก 8 เมตร แต่เดิมมีไว้ให้ประชาชนใช้น้ำ และกักตุนน้ำไว้ยามเกิดเพลิงไหม้ ชมความงดงามของอาคารบ้านเรือหลากสีสัน และพลาดไม่ได้กับการ ถ่ายภาพบริเวณจัตุรัส Plönlein ซึ่งมีความหมายในภาษาเยอรมันว่า “จัตุรัสเล็ก” เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดของเมืองด้วยความลงตัวของทัศนียภาพ และสถาปัตยกรรมยุคกลางอันโดดเด่น มีหอคอยโดดเด่นชื่อว่า Siebersturm (Siebers Tower) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1385 และประตูเมืองโบราณ Kobolzellertor (Kobolzeller Gate) เป็นจุดสังเกตสำคัญ ถือเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวแวะชม และถ่ายภาพมากที่สุด และหากไม่ได้ถ่ายภาพ ณ จุดนี้ ถือว่าเดินทางมาไม่ถึงเลยทีเดียว กระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองเนิร์ดลิงเงน (Nordlingen) (90 กิโลเมตร) เป็นเมืองนี้ตั้งอยู่ในหลุมอุกาบาตยักษ์ เดอะรีส (The Ries) ที่มีหลักฐานว่าเมื่อประมาณ 15 ล้านปีก่อน เคยมีลูกอุกกาบาตขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 1.5 กิโลเมตรตกกระทบด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อวินาที เกิดเป็นแรงทำลายล้าง 1.8 ล้านเท่าของระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา ทำให้เกิดหลุมลึกราว 100-150 เมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 24 กิโลเมตร โอบล้อมด้วยกำแพงเมืองยาว 3.5 กม. ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14-17 ตัวเมืองจึงมีลักษณะเป็นรูปไข่ โอบล้อมด้วยกำแพง และประตูเมืองที่งดงาม เดินทางถึง เมืองเนิร์ดลิงเงน อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับการชมเมืองที่มีบรรยากาศอบอุ่น

และเต็มไปด้วยสีสันตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม NH KLOSTERLE NORDLINGEN ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

เนิร์ดลิงเงน – ฮาร์บวร์ก – ปราสาทฮาร์บวร์ก อิงโกลชตัดท์ – ช้อปปิ้งเอาท์เลท – เอาส์บวร์ก – ย่านฟุกเกอร์ไรน์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฮาร์บวร์ก (HARBURG) (20 กิโลเมตร) เพื่อนำท่าน เข้าชมปราสาทฮาร์บวร์ก (HARBURG CASTLE) เป็นหนึ่งในปราสาทที่เก่าแก่ และใหญ่ที่สุด ทั้งยังได้รับการดูแลที่ดีที่สุดในเขตบาวาเรียตอนใต้ เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่บนเขา มองลงมาเห็นแม่น้ำ Woermitz สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 12 เดิมเป็นของราชสกุล Hohenstaufen ต่อมาราวศตวรรษที่ 17 ได้ตกเป็นของราชสกุล Oettingen – Wallerstein ปราสาทที่เห็นปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นสิ่งก่อสร้างในราวศตวรรษที่14 -15 เป็นหนึ่งในปราสาทเพียงไม่กี่แห่งในเยอรมนี ที่ไม่ถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 พื้นที่บริเวณปราสาทไม่ใหญ่มาก มีกำแพง และตึกล้อมรอบเพื่อป้องกันการรุกรานของศัตรู บริเวณตรงกลางมีบ่อน้ำเล็กๆ ไว้ตักน้ำใช้ภายในปราสาทในสมัยก่อน ปัจจุบันนี้ปราสาทมีโรงแรม และร้านอาหารเล็กๆ อยู่ภายในปราสาทแห่งนี้ด้วย

นำท่านเดินชมบริเวณปราสาทด้านนอกตัวตึกและถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองอิงโกลชตัดท์ (INGOLSTADT) (80 กิโลเมตร) เมืองซึ่งตั้งอยู่ที่แม่น้ำดานูบแม่น้ำที่สวยงามในใจกลางของบาวาเรีย อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ผลิตรถยนต์ชื่อดัง Audi อีกด้วย

เพื่อนำท่านสู่ INGOLSTADT VILLAGE แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมราคาพิเศษชื่อดัง อาทิ GUCCI, ARMANI, BALLY, MICHAEL KORS, MCM, TOD’S, VERSACE และอื่นๆ อีกมากมาย

เที่ยง *** อาหารกลางวัน อิสระตามอัธยาศัย ภายในช้อปปิ้งเอ้าท์เลท คืนเงินสดท่านละ 20 ยูโร ***

บ่าย อิสระให้ท่านช้อปปิ้งอย่างจุใจ กระทั่งได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเอาส์บวร์ก (AUGSBURG) (85 กิโลเมตร) เป็นเมืองใหญ่อันดับที่สามของรัฐบาเยิร์นที่มีอายุยาวนานกว่า 2,000 ปี ตั้งแต่ 15 ปี ก่อนคริสตกาล เป็นเมืองที่ถูกค้นพบโดยชาวโรมัน จากค่ายกองทัพโรมันเติบโตเป็นเมืองทรงอิทธิพลชื่อ “เอากุสทาวินเดลิโครุม” จากนั้นก็กลายเป็นศูนย์กลางการค้า และศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของเยอรมนี เดินทางถึง เมืองเอาส์บวร์ก

นำท่าน ชมย่านฟุกเกอร์ไรน์ (The Fuggerei) เป็นชุมชนผู้มีรายได้น้อย แต่ไม่ใช่เป็นแค่ชุมชนธรรมดาๆทั่วไป แต่ที่นี่เป็นโครงการบ้านเพื่อปวงชนที่มีรายได้น้อยที่เก่าแก่ที่สุดของโลก มีลักษณะเป็นหมู่บ้านย่อมๆ มีกำแพงรั้วล้อมรอบ มีทางเข้า 3 ประตู ภายในชุมชนมีโบสถ์เป็นของหมู่บ้านมีสถานพยาบาลขนาดย่อมๆ และยังมีร้านค้าอีกด้วย โครงการนี้เริ่มขึ้นในปี ค.ศ.1514 – 1523 โดยจาคอบ ฟุกเกอร์ เดอะ ริช(Jakob II Fugger, the Rich) กับบรรดาบาทหลวงถือเป็นโครงการที่อยู่อาศัยที่มีอาคารชุดที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังหลงเหลืออยู่ไฮไลท์ที่ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้สวยงามแปลกตาไม่เหมือนใคร นั่นคือ ไม้เลื้อยต้น Boston ivy (เป็นพืชตระกูลองุ่น) ที่ขึ้นปกคลุมตัวอาคารที่พักอาศัย สร้างบรรยากาศให้ดูขลังแบบอาคารสมัยเก่าทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ร่มรื่น และดูสวยงามน่าเดินเล่น ปัจจุบันบ้านเรือนเหล่านี้ยังมีผู้อาศัยอยู่ปู่ทวดของวูล์ฟกัง โมซาร์ต เคยอาศัยอยู่ที่นี่และใกล้ๆ กันมีป้ายสลักเพื่อแสดงความระลึกถึง

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม DORINT AN DER KONGRESSHALLE ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

เอาส์บวร์ก – ชมเมือง – ห้องโถงทองคำ ชิมเบียร์ท้องถิ่น สไตน์กาเดน – โบสถ์วีสเกอเชอ  – ฟุสเซ่น – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนําท่าน ชมเมืองเอาส์บวร์ก บริเวณจัตุรัสกลางเมือง มีโบสถ์ประจำเมือง (Cathedral Dom), ศาลากลางเมือง (Town Hall) และหอคอยเพอร์ลาชทูร์ (Perlachturm) ตั้งเด่นเป็นสง่า ตัวศาลากลางถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1615 –1620 ถือเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของเมือง และเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว

นำท่าน เข้าชมความสวยงามของห้องโถงทองคำ (Goldener Saal or Golden Hall) ซึ่งอยู่ภายในอาคารศาลากลางเป็นห้องโถงสไตล์เยอรมันเรอเนสซองส์ที่สร้างโดยมีส่วนผสมของทองคำ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1615-1620 หรือประมาณ 398 ปี มาแล้ว แต่ปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ หลังจากได้รับความเสียหายจากสงคราม ห้องอันวิจิตรเป็นสัญลักษณ์ แสดงความ มั่งคั่งของชนชั้นกลางในสมัยนั้น ภายในห้องเหลืองอร่ามไปด้วยทอง เด่นที่สุดคือเพดานข้างบนเป็นภาพวาดเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมือง ผนังด้านข้างที่เป็นรอยต่อของหน้าต่างแต่ละช่วง มีภาพวาดของบรรดากษัตริย์หรือนักรบต่างๆ อิสระให้ท่านชมความงามและถ่ายรูปตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  พร้อมลิ้มลองเบียร์ RIEGELE เบียร์ขึ้นชื่อของท้องถิ่น

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางไปตามเส้นทางสายโรแมนติคต่อระหว่างทางบนถนนเส้นนี้โรแมนติคสมชื่อ เนื่องจากทิวทัศน์มองไปทางไหนก็เห็นแต่ความเขียวขจีของทุ่งหญ้า เนินเขา มีไอหมอกเหนือเทือกเขาแอลป์เป็นฉากหลังตลอดเส้นทาง จนกระทั่งถึง เมืองสไตน์กาเดน (STEINGADEN) (85 กิโลเมตร) เพื่อนำท่านชมโบสถ์สไตล์ร็อคโคโคที่การันตีความงดงาม และยกย่องให้เป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก

จากนั้นนำท่าน เข้าชมโบสถ์วีสเกอเชอ  (Wieskirche) โบสถ์เล็กๆท่ามกลางธรรมชาติ ที่ภายในโบสถ์ได้รับการตกแต่งไว้อย่างสวยงามอลังการในสไตล์ร็อคโคโค (Rococo) ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ด้วยบรรดารูปปั้นนักบุญ เหล่าบรรดานางฟ้า รวมถึงภาพวาดบนผนัง

และบนเพดานที่สวยงามราวหลงอยู่ในสวรรค์วิมานเลยทีเดียว โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นช่วงปลายปี 1740 มีชื่อเต็มๆว่า Wallfahrtskirche zum Gegeisselten Heiland auf de Wies หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Pilgrimage Church to Our Tortured Saviour on the Meadowซึ่งประมาณว่าเป็นโบสถ์ของผู้แสวงบุญ หรือผู้ไถ่บาป โบสถ์นี้เป็นผลงานของ โดมินิคัส ซิมเมอร์มาน (Dominikus Zimmermann) มีเรื่องเล่าว่าในปี 1738 มีเรื่องอัศจรรย์เกิดขึ้น โดยมีผู้คนจำนวนมากเห็นน้ำตาไหลออกจากตาของรูปปั้นองค์พระผู้ไถ่บาปที่กำลังถูกทรมาน (The Scourged Saviour)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฟุสเซ่น (FUSSEN) (25 กิโลเมตร) เมืองปลายทางสุดท้ายของถนนสายโรแมนติค ตั้งอยู่ที่แคว้นบาวาเรียทางตอนใต้ของเยอรมันติดกับชายแดนออสเตรีย เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเยอรมนีเก่าแก่นับพันปีที่ได้รับฉายาว่า Village of the king’s castles เพราะเป็นที่ตั้งของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein) และโฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) ปราสาทสีขาว และสีเหลืองที่โด่งดังคู่กันเป็นเวลาช้านาน ล้อมรอบไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ที่มีความงดงามทางด้านทัศนียภาพ เป็นเมืองที่มีความน่ารัก และมีสิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างคือ ตัวตึกหรืออาคารบ้านช่องของทั้งเมืองจะตกแต่งไปด้วยสีสันที่สวยงาม เดินทางถึง เมืองฟุสเซ่น

นำท่านเดินเล่นชมเมืองน่ารักที่ทาสีหลากสีสันเหมือนเมืองลูกกวาด โอบด้วยเยอรมันแอลป์เป็นฉากหลัง ตัดด้วยถนนเป็นซอกซอยเล็กๆลัดเลี้ยวไปตามซอกตึกและตามอาคารบ้านเรือนก็มีการแต่งแต้มลวดลายบนตัวอาคารทำให้ดูไม่เบื่อ เมืองเล็กๆเมืองนี้จึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อน โดยเฉพาะที่ถนนคนเดินใจกลางเมืองนั้นจะพบผู้คนออกมานั่งคาเฟ่ จิบเบียร์ ชมบรรยากาศกันเป็นแถว อิสระท่านเดินเล่นชมเมือง ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม LUITPOLDPARK ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

ฟุสเซ่นหมู่บ้านชวานเกาปราสาทนอยชวานสไตน์ หมู่บ้านมิทเทนวาลด์ การ์มิชท์พาร์เท่น เคียร์เช่น

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านชวานเกา (SCHWANGAU)  ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทนอยชวานสไตน์ เพื่อนำท่าน

เข้าชมความงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (NEUSCHWANSTEIN CASTLE) ที่แสนงดงามท่ามกลางพันธุ์ไม้นานาพันธุ์ที่ท่านจะประทับใจไปกับความงาม และบรรยากาศรอบตัวที่แสนจะโรแมนติกดั่งเทพนิยาย ซึ่งวอลซ์ ดิสนีย์ ได้จำลองแบบไปสร้างปราสาทไว้ในดิสนีย์แลนด์ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของดิสนีย์แลนด์ ปราสาทนอยชวานสไตน์ ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคผสมยุคกลางภายในห้องต่างๆตกแต่งด้วยจิตรกรรมเกี่ยวกับเทพกรีก โรมัน และนิทานเกี่ยวกับอัศวินในยุคกลางซึ่งงดงามมาก นำท่านเข้าชมความงามของห้องต่างๆ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร  

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านมิทเทนวาลด์ (MITTENWALD) (80 กิโลเมตร) เป็นหมู่บ้านน้อยที่มีบรรยากาศน่ารัก คล้ายหมู่บ้านตุ๊กตาริมภูเขาสูง และมีประชากรอาศัยอยู่เพียงแค่หลักพันเท่านั้น นอกจากจะเป็นหมู่บ้านที่มีบรรยากาศน่าเดินเล่นแล้ว ยังมีชื่อในเรื่องการทำไวโอลินมาเกือบ 300 ปี อีกด้วย จุดเด่นที่ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นหมู่บ้านสุดแสนโรแมนติก ด้วยองค์ประกอบทุกอย่างรวมกันทั้งอาคารบ้านเรือน โบสถ์ ผู้คน และวิถีชีวิต จนเกอเธ่ ศิลปินคนดังแห่งเยอรมัน ต้องบันทึกไว้ว่านี่คือ A living picture book หนังสือภาพที่มีชีวิต เพราะทุกผนังอาคารถูกวาดไว้ด้วยลวดลายสวยงาม ทั้งเรื่องเกี่ยวกับศาสนา ความเชื่อ และเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งเรียกภาพวาดแบบนี้ว่าFrescoe Painting อิสระให้ท่านเดินเล่น และถ่ายภาพเมืองที่สุดแสนโรแมนติกแห่งนี้ตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองการ์มิชท์พาร์เท่น เคียร์เช่น (Garmisch-Partenkirchen) (20 กิโลเมตร) เมืองท่องเที่ยวสำคัญของแค้วนบาวาเรีย เมืองนี้ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศเยอรมนี เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยโรงแรม และที่พักมากมาย มีบ้านลวดลายสวยงามเป็นเอกลักษณ์สไตล์บาเยิร์น เดินทางถึง เมืองการ์มิช-พาร์เท่นเคียร์เช่น

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม MERCURE GARMISCH PARTENKIRCHEN ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

การ์มิช แบร์กเทสการ์เดน – เหมืองเกลือ ทะเลสาบโคนิกซี – ล่องเรือบาด ไรเชนฮาลล์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองแบร์กเทสการ์เดน (BERCHTESGADEN) (200 กิโลเมตร)เมืองเล็กๆน่ารักที่ถูกโอบล้อมโดยเทือกเขาแอลป์ โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติที่งดงาม เดินทางถึง เมืองแบร์กเทสการ์เดน

นำท่าน เข้าชมเหมืองเกลือเก่าเมืองเบิร์ชเทสการ์เดน (Berchtesgaden Salt Mine) เป็นเหมือง เกลือที่ถูกสร้างตั้งแต่ค.ศ. 1517 ซึ่งในสมัยอดีต เหมืองเกลือ เป็นสถานที่ต้องห้ามของบุคคลทั่วไป เนื่องจากเกลือมีค่าจนได้ชื่อว่าเป็นทองคำขาว นั่งรถรางลอดอุโมงค์ยาว 700 เมตร ไปยังถ้ำเกลืออันระยิบระยับ และทะเลสาบใต้ภูเขาที่งดงามด้วยแสงเสียง บรรยากาศราวกับอยู่ในเหมืองจริงเมื่อ 500 ปีก่อน ภายใต้อุณหภูมิ12 องศาเซลเซียส ชื่นชมในความเก่าแก่ของเมืองเกลือโบราณ ซึ่งปัจจุบันยังคงได้รับการบำรุงรักษาเอาไว้เหมือนดังเช่นในอดีตทุกประการ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบโคนิกซี (Konigssee Lake) (15 กิโลเมตร) หรือทะเลสาบกษัตริย์ เป็นทะเลสาบในหุบเขา อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของแคว้นบาวาเรีย  

เพื่อนำท่าน ล่องเรือชมความงามของทิวทัศน์ที่สวยงามจนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก อีกทั้งยังเป็นทะเลสาบที่ถือว่าลึกที่สุด น้ำใสที่สุด และสะอาดที่สุดในเยอรมนี ด้วยเหตุนี้เองจึงอนุญาตให้เฉพาะเรือพาย และเรือที่ใช้ไฟฟ้าเท่านั้นที่สามารถแล่นไปมาในทะเลสาบได้ กระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบาด ไรเชนฮาลล์ (BAD REICHENHALL) (30 กิโลเมตร)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม Wyndham Grand Axelmannstein ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

8

วันที่แปดของการเดินทาง

บาด ไรเชนฮาลล์ – มิวนิค – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมิวนิค (MUNICH) (135 กิโลเมตร) มหานครแห่งแคว้นทางตอนใต้ เป็นเมืองที่มีบรรยากาศรื่นรมย์ เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สวยงามมากมาย อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางทาง วัฒนธรรมของภูมิภาค และเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์ที่เด่นที่สุดในประเทศเยอรมนีอีกหลายแห่งเดินทางถึง เมืองมิวนิค นำท่าน ชมอาคารบ้านเรือนที่เก่าแก่สวยงามจากยุคสมัยอันรุ่งเรืองของราชวงศ์ WITTELSBACH บริเวณจัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ (MARIENPLATZ) ซึ่งถือเป็นหัวใจของเขตเมืองเก่า และเป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มชมเมือง ในยุคกลางที่นี่เคยเป็นตลาด แต่ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการจัดงานสำคัญทางวัฒนธรรมต่างๆ ซึ่งมีสิ่งที่น่าชมมากมาย อาทิ Mariensaule รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเสาสูง ศาลาว่าการเมืองใหม่ (Neuse Rathaus) ที่มีจุดเด่นอยู่ที่หอนาฬิกาที่เรียกว่า Glockenspiel มีระฆังและตุ๊กตาซึ่งจะออกมาเต้นระบำ ให้ชมกันในเวลา 11 โมงเช้าในหน้าหนาว และเพิ่มรอบ 5 โมงเย็นอีกหนึ่งรอบในหน้าร้อน และมีโบสถ์แม่พระที่งดงาม (Frauenkirche)  ที่มีโดมเป็นรูปทรงหัวหอมคู่เป็นสัญลักษณ์ ได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งบริเวณรอบๆ จัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ (MARIENPLATZ) ซึ่งมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านไอศกรีมมากมาย มีโต๊ะเก้าอี้ตั้งวางเรียงรายอยู่ด้านนอกสำหรับนักท่องเที่ยวได้นั่งจิบเบียร์ หรือทานอาหารพร้อมชมความสวยงามของท้องที่นี้ไปด้วยโดยเฉพาะวันที่ อากาศดี หรือแม้แต่แดดจ้าคนเยอรมันก็มักนิยมออกมานั่งตากแดดเป็นประจำ อีกทั้งบริเวณย่านนี้ยังมีร้านจำหน่าย

สินค้าแบรนด์เนมชื่อดังเรียงรายอยูมากมายไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Hugo Boss, Chanel, Giorgio Armani เป็นต้น อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม HOLIDAY INN MUNICH CITY CENTRE ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

มิวนิค – กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม อิสระให้ท่านพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

10.00 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

14.25 น.  ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 925

10

วันที่สิบของการเดินทาง

 กรุงเทพฯ

06.05 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…

 

หมายเหตุ: บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 20 ท่าน 

: เนื่องจากเป็นการวางซีรีส์ทั้งปี รายการและราคาอาจจะมีการปรับเปลี่ยนกรุณาเช็ค รายละเอียด

  ทุกกรุ้ป ก่อนตัดสินใจทำการจองหรือวางเงินมัดจำ

อัตรานี้รวม      ·  ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นทัศนาจรตามที่ระบุในรายการ

  • ค่าโรงแรมที่พักที่ระบุในรายการ / ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ / ค่าวีซ่า
  • ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงาน คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
  • ค่าทิปคนขับรถ 2 ยูโร / คน / วัน
  • น้ำดื่มบนรถ วันละ 1 ขวด / คน / วัน
  • ค่าพนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรมที่พัก IN/OUT @ 1 ใบ / 1 ท่าน

อัตรานี้ไม่รวม   ·  ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการ

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %   

การจอง และชำระเงิน     กรุณาส่งสำเนา PASSPORT หน้าแรก แฟกซ์มายังบริษัทฯ พร้อมชำระเงินค่ามัดจำ

                                      ท่านละ 30,000 บาท สำหรับส่วนที่เหลือทั้งหมด กรุณาชำระก่อนการเดินทาง 30 วัน

(หากไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนดถือว่าท่านสละสิทธิ์ ยินดีให้บริษัทฯทำการยกเลิกและยินยอมให้ยึดเงินมัดจeทันที)

***** กรณีที่ยังไม่ทราบผลวีซ่าก่อนการเดินทาง 15 วันทำการ

ทางบริษัทฯ ขออนุญาตเก็บค่าทัวร์ที่เหลือทั้งหมดก่อน ตามเงื่อนไขการชำระเงิน *****

การไม่รับจองทัวร์ :  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับจองทัวร์สำหรับลูกค้าดังต่อไปนี้

  • เด็กที่มีอายุระหว่างแรกเกิดถึง 2 ขวบ
  • ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ หรือ ไม้เท้า
  • ผู้เดินทางที่บ่งบอกการเป็นบุคคลไร้ความสามารถ

หมายเหตุ    ·  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย

                     จนไม่อาจแก้ไขได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

  • หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะไม่

    รับผิดชอบต่อค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

  • รายการนี้เป็นเพียงการเสนอราคาที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรอง

ที่นั่งกับสายการบินและโรงแรมที่พักอย่างไรก็ตามรายการนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

  • สตรีมีครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย สำหรับกระเป๋าเดินทาง

    กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง

การยกเลิก *** กรณีที่ท่านจองและจ่ายค่ามัดจำแล้วมีการยกเลิก (ก่อนเงื่อนไขตามกำหนดวันที่ทำการยกเลิก

ด้านล่าง) บริษัทฯ ขอคิดค่าทำงานท่านละ 1,000.- บาท พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามความเป็นจริง (ถ้ามี) ***

  • ยกเลิกก่อน    31-60      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน    15-30      วันทำการ  เก็บค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน 8-14      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่าทัวร์ทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน   1-7       วันทำการ  เก็บ 100% ของค่าทัวร์ทั้งหมด

( หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ยกเว้นเงื่อนไขในการยกเลิกการเดินทางตามกำหนดวันที่ระบุข้างต้น

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ และขอคิดค่าใช้จ่ายในการยกเลิกตามความเป็นจริง

เนื่องจากเป็นช่วง Peak Period  ทางโรงแรม , สายการบิน และบริษัทรถโค้ช ฯลฯ ค่อนข้างแน่น

และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 100%  ซึ่งไม่สามารถทำการยกเลิกได้ )

การโอนเงิน      ผ่านธนาคาร บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด

           ธนาคารกรุงเทพฯ / สาขาโชคชัย 4 / บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 230-0-19191-9

เมื่อท่านจองทัวร์และชำระค่ามัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในเงื่อนไขและรายละเอียดที่ทางบริษัทแจ้งไว้ทั้งหมด

*** บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ อันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง

สภาพดินฟ้าอากาศ การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ โดยการพิจารณาของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ***

 

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating