12 – 23 เมษายน 2562
วันเดินทาง
การบินไทย (TG)
สายการบิน
สวีเดน – ฟินแลนด์ – เอสโทเนีย – ลัตเวีย – ลิทัวเนีย – รัสเซีย – โปแลนด์
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป : แกรนด์บอลติก 12 วัน (TG) (ทัวร์สงกรานต์ 2562)

กำหนดการเดินทาง : 12 – 23 เมษายน 2562

ประเทศ :  สวีเดน – ฟินแลนด์ – เอสโทเนีย – ลัตเวีย – ลิทัวเนีย – รัสเซีย – โปแลนด์

สายการบิน : การบินไทย (TG) 

ราคา : 139,800 บาท

สวีเดน – ฟินแลนด์ – เอสโทเนีย – ลัตเวีย – ลิทัวเนีย – รัสเซีย – โปแลนด์ เส้นทางสู่ดินแดนมรดกโลกแห่งคาบสมุทรบอลติก 7 ประเทศ 5 เมืองหลวง

สต็อกโฮม – เฮลซิงกิ – ทาลลินน์ – พาร์นู – ริก้า – ทราไค – วิลนีอุส – เคานัส คาลีนินการด – กดัญสก์ – โทรุน – วูช – วอร์ซอ –  สต็อกโฮม

ชมศิลปะสไตล์อาร์ตนูโวที่ เมืองทาลลินน์ ความสวยงามร่วมสมัยราวกับเมืองเทพนิยาย เยือนปราสาททราไค ณ เมืองหลวงเก่า สมญานามเมืองแห่งทะเลสาบ ชมศิลปะอันเก่าแก่ที่หาชมได้ยากที่ ริก้า เมืองหลวงแห่งอารยธรรม สัมผัสเมืองเก่าวิลนีอุส ไข่มุกวัฒนธรรมแห่งยุโรป ที่ได้รับยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ สู่เมืองคาลีนินการด แคว้นเล็กๆ ของรัสเซียที่ตั้งอยู่ระหว่างลิทัวเนียและโปแลนด์ ชม 2 เมืองมรดกโลก กดัญสก์, โทรุน แห่งโปแลนด์เมืองเก่าแก่กลิ่นไอแห่งสงครามโลกครั้งที่ 2

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ

21.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 4 แถว D เคาน์เตอร์ สายการบินไทย เจ้าหน้าที่จากบริษัทเร้นจ์ฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่องเจ้าหน้าที่จากบริษัทเร้นจ์ฯ จะคอยต้อนรับ และอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

2

วันที่สองของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ  – สต็อกโฮม (สวีเดน) – ชมเมือง – ล่องเรือ SILJA LINE สู่ เฮลซิงกิ

01.10 น. นำท่านออกเดินทางสู่ กรุงสต็อกโฮม (STOCKHOLM) ประเทศสวีเดน โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่  TG 960

07.00 น.  นำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงสต็อกโฮม (STOCKHOLM) เมืองหลวงของสวีเดนซึ่งล้อมรอบด้วยทะเลสาบมาร์ลาร์จนได้รับสมญานามว่าเป็น นครแห่งน้ำหรือเวนิซแห่งยุโรปเหนือ หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้า เมืองเรียบร้อยแล้ว

จากนั้นนำท่านผ่านชม ศาลาว่าการเมือง (CITY HALL)ซึ่งออกแบบโดยR.OXTBERG สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1911-1923 เป็นอาคารที่ค่อนข้างโดดเด่น เนื่องจากสร้างด้วยอิฐแดงมากกว่า 8 ล้านก้อน ภายในห้องโถง (BLUE HALL) ถูกประดับด้วยทองคำที่มีลวดลายฝังหินโมเสคกว่า 19 ล้านชิ้น ในปัจจุบันใช้เป็นสถานที่เลี้ยงรับรองแขกสำคัญของประเทศ และในเดือนธันวาคมของทุกปี จะใช้เป็นสถานที่ๆ จัดงานเลี้ยงให้ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลอีกด้วย จนได้เวลาอันสมควร

นำท่านชมย่าน เมืองเก่าแกมล่าสแตน (GAMLA STAN OLD TOWN) ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง และถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่แน่นอนว่าท่านจะต้องไม่พลาดมาเยือน ซึ่งที่นี่ท่านจะได้พบกับอาคารบ้านเรือนสมัยโบราณราวคริสต์ศตวรรษที่13 ซึ่งปัจจุบันยังคงรักษาสภาพอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ที่ได้อย่างดีเยี่ยม

นำท่านผ่านชม โบสถ์เก่าแก่ชื่อ (STORKYRKAN) ถือเป็นโบสถ์คู่บ้านคู่เมืองของสต็อคโฮลม์ สร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 กษัตริย์ STEN STURE THE ELDER โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงชัยชนะของสวีเดนที่มีต่อเดนมาร์ก โดยในหนังสือเล่มหนึ่งได้กล่าวว่าเซนต์ จอร์จ หมายถึง สวีเดน ส่วนมังกรหมายถึง เดนมาร์ก กระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านช้อปปิ้ง ย่านเซอเกิลส์ (SERGELS TORG) ย่านศูนย์กลางของเมืองหลวงสต็อคโฮลม์ช้อปปิ้งสินค้าและของที่ระลึกที่ ห้างสรรพสินค้า NK ห้างที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเหนือและบริเวณถนนDROTTNINGGATAN ถนนคนเดินที่มีร้านค้ามากมาย และเป็นถนนช้อปปิ้งหลักของเมืองสต็อคโฮลม์ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

16.45 น. นำท่าน ล่องเรือสำราญสุดหรู SILJA LINE มุ่งสู่ เมืองเฮลซิงกิ (HELSINKI) ให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของหมู่เกาะแก่งหิน ท่าเรือ และบ้านไม้สมัยศตวรรษที่ 19 ระหว่างสองเมืองหลวงมหาเสน่ห์แห่งสแกนดิเนเวีย พักผ่อนสบายๆ กับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บนเรือ อาทิ ไนต์คลับ, ห้องอาหาร, ห้องเกมส์, คาสิโน และโรงภาพยนตร์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารบนเรือสำราญ SCADINAVIAN BUFFET
พักผ่อนบนเรือสำราญ ห้องพักคู่แบบ SEASIDE CABIN ท่านจะได้สัมผัส และเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศ วิวทิวทัศน์ยามเย็น และค่ำคืนอันงดงามและแสนโรแมนติค ตลอดการล่องเรืออ

3

วันที่สามของการเดินทาง

เฮลซิงกิ – ชมเมือง – นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามทะเลบอลติก – ทาลลินน์ (เอสโทเนีย)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

09.55 น. เรือเทียบท่า ท่าเรือของเมืองเฮลซิงกิ จากนั้นนำท่าน ชมกรุงเฮลซิงกิเมืองหลวงของประเทศฟินแลนด์ ที่มีเอกลักษณ์ของตนเองท่านจะประทับใจไปกับสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียที่จัตุรัสหน้าโบสถ์อันเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ที่ชนะรางวัลออสการ์เรื่อง “เรดส์” โดยใช้ฉากมโหฬารของเฮลซิงกิแทนกรุงเลนินกราดในสหภาพโซเวียต

นำท่านเดินเล่น บริเวณตลาดริมท่าเรือ (MARKET SQUARE) ที่มีทั้งส่วนของตลาดปลา ตลาดผลไม้ ตลาดสินค้า จำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว ท่านจะได้ชมภาพชีวิตการจับจ่ายซื้อของของชาวฟินนิช อีกทั้งยังสามารถเลือกชมและซื้อเชอร์รี่ สตรอเบอรี่สด ปลาแซลมอน ไข่ปลาคาร์เวีย และผลิตภัณฑ์ทำจากหนังกวางเรนเดียร์มากมาย ฯลฯ อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร

นำท่าน ถ่ายภาพกับน้ำพุธิดาแห่งทะเลบอลติก (HAVIS AMANDA) ถือว่าน้ำพุแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเฮลซิงกิ และเป็นที่มาของฉายานาม ธิดาแห่งทะเลบอลติกอีกด้วยน้ำพุแห่งนี้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1908 และได้รับการออกแบบโดย นายวิลเลย์วาเกน โดยได้ทำการปั้นรูปปั้นสาวงามว่าให้นางเป็น  ตัวแทนของเฮลซิงกิ ส่วนบอลติกก็คือคาบสมุทรที่เมืองนี้ตั้งอยู่นั่นเอง นอกจากน้ำพุแห่งนี้จะเป็นที่นิยมของการมาถ่ายรูปคู่ด้วยแล้ว ก็ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับน้ำพุแห่งนี้ด้วยว่า สาวงามผู้นี้ยังเป็นตัวแทนเสี่ยงทายสำหรับนักเรียน และนักศึกษา ที่ว่ากันว่าว่า หากใครสามารถโยนหมวกขึ้นไปสวมบนศีรษะของสาวงามได้ ก็จะมีอนาคตทางหน้าที่การงานที่เจริญก้าวหน้า

นำท่าน ถ่ายภาพกับมหาวิหารเฮลซิงกิ (HELSINKI CATHEDRAL) ซึ่งในอดีตเรียกว่า โบสถ์นิโคลัส เป็นมหาวิหารสีขาวบริสุทธิ์สวยงาม ตั้งเด่นตระหง่าน  จนเรียกว่าเป็นจุดแลนด์มาร์กของเฮลซิงก็ว่าได้ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกันเป็นจำนวนมาก เป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่งดงามคลาสสิคอย่างยิ่ง

จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์ชองเซเบลลุส (SIBELIUS MONUMENT) ถูกสร้างขึ้นเพื่อสดุดีให้แก่นักประพันธ์เพลงคลาสสิกชื่อดังของโลกชาวฟินแลนด์นามว่า Jean Sibelius ผู้แต่งเพลงฟินแลนเดียเพลง ปลุกใจชาวฟินน์ให้ลุกขึ้นมาเรียกร้องเอกราชจากรัสเซีย ตั้งอยู่กลางแจ้งอย่างโดดเด่นเป็นสง่า จนกระทั่งได้เวลา

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร       

บ่าย จากนั้นอิสระให้ท่าน ช้อปปิ้งบริเวณถนนเอสปลานาดิ (ESPLANADI) ย่านถนนคนเดินสำหรับนักช้อปที่ต้องไม่พลาดมาเยือน เป็นแหล่งช้อปปิ้งใจกลางเมือง ซึ่งมีทั้งสินค้าพื้นเมือง และห้างสรรพสินค้าสต๊อกแมนน์ห้างใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวีย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือ

16.30 น. นำท่าน นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามทะเลบอลติก มุ่งหน้าสู่ เมืองทาลลินน์ (TALLINN) ประเทศเอสโทเนีย เมืองหลวงของเอสโทเนียประเทศเล็กๆ แห่งหนึ่งริมทะเลบอลติกหรือทะเลเหนือ ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน

18.30 น. เรือเทียบท่า เมืองทาลลินน์ (TALLINN) ประเทศเอสโทเนีย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม ORIGINAL SOKOS VIRU ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ทาลลินน์ – ชมเมือง – พาร์นู – ชมเมือง – พาร์นู

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่าน ชมเมืองทาลลินน์ ประเทศเอสโทเนีย ซึ่งผ่านการครอบครองโดยหลายเชื้อชาติในอดีตไม่ว่าจะเป็นเดนมาร์ค สวีเดน รัสเซีย และได้เป็นไทแก่ตัวจากสหภาพโซเวียตเมื่อปี ค.ศ. 1994 ชมจัตุรัสเมืองเก่าของทาลลินน์ (TALLINN OLD TOWN SQUARE) ย่านศูนย์กลางของเมือง ในอดีตเป็นสถานที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า ใช้เป็นที่เฉลิมฉลองเทศกาลต่างๆของเมือง รวมทั้งเป็นที่ประหารชีวิตนักโทษอีกด้วย ผ่านชมศาลาว่าการเมืองทาลลินน์ (TALLIN’S TOWN HALL) เป็นสถาปัตยกรรมแบบ  กอธิคและเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของเมือง ศาลาว่าการเมืองทาลลินน์นี้ตั้งอยู่บริเวณจัตุรัสเมืองเก่า

 สร้างขึ้นเมื่อสมัยศตวรรษที่ 13 และเพิ่งฉลองครบรอบ 600 ปีไปเมื่อปี ค.ศ. 2004 ถ่ายภาพกับโบสถ์อเล็กซานเดอร์ เนฟสกี้(ALEXANDER NEVSKY CATHEDRAL) โบสถ์ใหญ่ที่มียอดโดมใหญ่ที่สุดในเมืองทาลลินน์ เป็นโบสถ์คริสต์ออร์โธด็อกซ์ที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1900 ในช่วงที่เอสโทเนียเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิซาร์แห่งรัสเซีย สถาปนิกผู้ออกแบบโบสถ์แห่งนี้ก็คือ MIKHAIL PREOBRAZHENSKI จากเซนต์  ปีเตอร์สเบิร์ก โบสถ์นี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเจ้าชายอเล็กซานเดอร์ ยาโรสลาวิทซ์ เนฟสกี้ (PRINCE ALEXANDER YAROSALVITZ NEVSKY) ด้านบนของโบสถ์ท่านจะพบกับหอระฆังใหญ่ ซึ่งประกอบไปด้วยระฆังถึง 11 อัน รวมถึงอันที่ใหญ่ที่สุดในเมืองซึ่งมีน้ำหนักถึง 15 ตัน จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองพาร์นู (PARNU) (140 กิโลเมตร) เป็นเมืองท่าทางทะเลของประเทศเอสโตเนีย บนอ่าวพาร์นู ตั้งเป็นเมืองราวปี 1251 โปแลนด์ได้ยึดครองตั้งแต่ ค.ศ. 1561 ต่อจากนั้นสวีเดนได้ยึดครองตั้งแต่ ค.ศ. 1629 และรัสเซียเข้ายึดครองระหว่าง ค.ศ. 1710-1918 เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองรีสอร์ทตากอากาศริมทะเลที่มีชื่อเสียงเมืองหนึ่งของเอสโตเนีย ท่ามกลางอาคารบ้านเรือนโบราณสไตล์อาร์ทนูโว และในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อน เมืองพาร์นูจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย นำท่านชม เขตเมืองเก่า ของเมืองหลวงแห่งนี้ที่มีความน่ารักเต็มไปด้วยบ้านเรือนสไตล์บอลติกสีพาสเทลที่เปี่ยมด้วยมนต์ขลังของแนวป้อมปราการที่ให้ความรู้สึกย้อนยุคเหมือนอยู่ในเมืองเทพนิยาย

จากนั้นผ่านชม โบสถ์ประจำเมือง (ELIISABET’S CHURCH) โบสถ์ที่สร้างในปี ค.ศ.1750 เป็นโบสถ์ที่โดดเด่นและศักดิ์สิทธิ์ของเมืองพาร์นู

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม STRAND SPA & CONFERENCE PARNU ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

พาร์นู – ริก้า (ลัตเวีย) – ชมเมือง – ริก้า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองริก้า (RIGA) (180 กิโลเมตร) เมืองหลวงของประเทศลัตเวีย ตั้งอยู่ริมทะเลบอลติก เป็นเมืองที่มีส่วนผสมของอิทธิพลแบบลัตเวียน รัสเซียน และเยอรมันรวมกันโดยมีหลักฐานการอยู่อาศัยของชาวเยอรมันในช่วง 6 ศตวรรษแรกของการค้นพบเมืองริก้าในปี ค.ศ. 1158 และหลังจากนั้นก็ได้ไปตกอยู่ภายใต้การปกครองของโปแลนด์ สวีเดน และรัสเซียตามลำดับ และบริเวณย่านเมืองเก่าของเมืองริก้ายังได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปีค.ศ. 1977 อีกด้วย เดินทางถึง เมืองริก้า

จากนั้นนำท่านชม เมืองริก้า นำท่านชม ย่านจัตุรัส (LIVU SQUARE) เป็นจัตุรัสที่ใหญ่เป็นอันดับสองของริก้า ปัจจุบันเป็นแหล่งรวมร้านอาหาร ค่าเฟ่ มากมายหลากหลายร้าน ระหว่างทางในการเดินชมย่านจตุรัสนั้นท่านจะสามารถมองเห็น บ้านแมว (THE CAT HOUSE) บ้านของพ่อค้าคหบดีคนหนึ่งที่มีตำนานกว่าร้อยปี ผ่านชมอนุสาวรีย์อิสรภาพ (FREEDOM MONUMENT) อนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ในย่านดาวน์ทาวน์ของเมืองริก้า สร้าง ขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1935 ในช่วงของการเรียกร้องอิสรภาพของประเทศ ลัตเวียระหว่างปีค.ศ. 1918 – 1940 โดยมีชื่อเรียกหญิงสาวคนนี้ว่า “MILDA” โดยอนุสาวรีย์แห่งนี้ออกแบบโดย ERNESTS SHTALBERGS มีความสูง  ประมาณ 42 เมตร ด้านบนประดับด้วยรูปปั้นของหญิงสาวที่ถือดาว 3 ดวงไว้ ซึ่งสื่อความหมายถึงภูมิภาคทั้งสามของประเทศลัตเวีย นั่นก็คือ KURZEME,VIDZEME และLATGALE ในช่วงเปเรสตรอยก้า (PERESTROIKA) อนุสาวรีย์แห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นสถานที่ หลักสำหรับชุมนุมเรื่องการเมือง ในปี1994 อดีต ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา บิล คลินตันได้ใช้สถานที่แห่งนี้ประกาศสนับสนุนการเรียกร้องอิสรภาพของภูมิภาคบอลติกในนามของอเมริกาอีกด้วย

นำท่าน ถ่ายภาพกับโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (ST.PETER’S CHURCH) หนึ่งในโบสถ์กอธิคที่สำคัญ สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองริก้า ในอดีตโบสถ์แห่งนี้มีชื่อว่า “โบสถ์พ่อค้า” (MERCHANTS CHURCH) เนื่องจากเคยใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดประชุมของเหล่าพ่อค้าในยุคนั้น ๆ โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ เป็นโบสถ์แบบกอธิคมาจนถึงปี ค.ศ. 1523 จนกระทั่งถึงช่วงการเปลี่ยนนิกายจากคาทอลิกมาเป็นแบบลูเธอรัน โบสถ์แห่งนี้จึงเปลี่ยนมาเป็นโบสถ์สไตล์บาร็อคแทน จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำเดินเล่นย่าน DOME SQUARE ย่านหัวใจสำคัญของกรุงริก้า ถือว่าเป็นจัตุรัสที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของกรุงริก้า  ย่านนี้มี้ร้านอาหาร ค่าเฟ่มากมาย และบริเวณใกล้ๆ

นำท่านถ่ายภาพกับ มหาวิหาร DOME CATHEDRAL ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1211 โดยบาทหลวง บิชอป Albert และโบสถ์นี้ก็ได้ถูกซ่อมแซมบรุณะอีกหลายครั้ง สไตล์ของมหาวิหารจะผสมกันระหว่างโกธิคกับบารอค

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม RADISSON BLU LATVIJA CONFERENCE & SPA HOTEL

ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

ริก้า – พระราชวังรันดาเล – ทราไค – ปราสาททราไค – วิลนีอุส

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเข้าชม พระราชวังรันดาเล (RUNDALE PALACE) พระราชวังที่ตั้งอยู่ในเขต  BAUSKA REGION อยู่ห่างจากเมืองริก้าไปประมาณ 65 กิโลเมตร สร้างและออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี ชื่อFRANCHESCO BARTOLOMEO RASTRELLI ซึ่งเป็นคนเดียวกับคนออกแบบพระราชวังฤดูหนาวในกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของประเทศรัสเซีย สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1736 และสร้างเสร็จเมื่อปี 1740 โดยเจ้าของคนแรกของพระราชวังแห่งนี้ก็คือ ERNST JOHAN BIRON สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงจักรพรรดินีแห่งรัสเซียชื่อ ANNA JAONOVNA พระราชวังแห่งนี้มีทั้งหมด 138 ห้อง ล้อมรอบไปด้วยสวนแบบบาร็อคที่งดงาม จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทราไค (TRAKAI) (240 กิโลเมตร) เมืองเก่าแก่ที่มีประชากรจากหลายเชื้อชาติมาอยู่รวมกัน อาทิ ลิทัวเนียนโดยแท้ รัสเซียน ทาทาร์ จิวซ์ และโปลซ์ เป็นต้น เป็นเมืองพักตากอากาศติดริมทะเลสาบที่มีความสวยงาม อีกทั้งยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอีกเมืองหนึ่งของประเทศลิทัวเนียอีกด้วย เป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยทะเลสาบมากกว่า 200 แห่ง โดยเฉพาะทะเลสาบ GALVE ทะเลสาบที่มีความลึกที่สุด และยังเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติทางประวัติศาสตร์ของเมืองทราไค (TRAKAI HISTORICAL NATIONAL PARK) อีกด้วย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเข้าชม ปราสาททราไค (TRAKAI CASTLE) หรือ “LITTLE MARIENBURG” ปราสาทที่ตั้งอยู่บนเกาะริมทะเลสาบ GALVE เป็นปราสาทที่สร้างจากหินล้วนๆ เริ่มก่อสร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่14 และก่อสร้างเสร็จสิ้นในปีค.ศ.1409 โดยจักรพรรดิ VYTAUTAS ผู้ที่ต่อมาได้เสียชีวิตลงภายในปราสาทแห่งนี้ในปีค.ศ. 1430 จากนั้นมาเมืองทราไคจึงกลายเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของลิทัวเนียมาตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน อิสระให้ท่านชมความงดงามของปราสาท และชื่นชมกับธรรมชาติของวิวทิวทัศน์ที่ท่านจะต้องประทับใจมิรู้ลืม จนกระทั่งได้เวลาอันสมควรจากนั้น

นำท่านเดินทางสู่ เมืองวิลนีอุส (VILNIUS) (30 กิโลเมตร) เมืองหลวงของประเทศลิทัวเนีย เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าใหญ่ และสวยงามที่สุดของประเทศลิทัวเนีย ค้นพบในปีค.ศ. 1323 ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำวิลเนีย และแม่น้ำเนริส อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้เมื่อปี ค.ศ. 1994 อีกด้วย เดินทางถึง เมืองวิลนีอุส

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม NOVOTEL VILNIUS CENTRE ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

วิลนีอุส – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง – เคานัส – ชมเมือง – เคานัส

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่าน ชมย่านเมืองเก่าของเมืองวิลนีอุส (VILNIUS  OLD TOWN) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเขตเมืองเก่าที่ใหญ่ที่สุดในเขตยุโรปกลาง มีตึกอาคารเก่าแก่งดงามที่ย้อนยุคไปในช่วงศตวรรษที่ 15 – 16

นำท่าน แวะถ่ายภาพกับประตูเมืองวิลนีอุส (Gate of Dawn) เป็นประตูเมืองเก่าทางทิศใต้ที่หลงเหลือเพียงแห่งเดียวในเมือง เพราะผลจากการถูกทำลายในช่วงสงคราม จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพกับโบสถ์เซนต์แอน (ST. ANNE’S CHRUCH) ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่สวยที่สุดในวิลนีอุส เป็นโบสถ์แบบโรมัน คาทอลิก ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าของวิลนีอุส แต่เดิมในช่วงศตวรรษที่ 14 เคยเป็นโบสถ์ไม้ และต่อมาในปี ค.ศ. 1495 – 1500 มีพระฟรานซิสกันได้สร้างโบสถ์ที่ทำจากหิน  ขึ้นมาแทนที่ และเสร็จสมบูรณ์ในปี 1581 หลังจากนั้นได้มีการต่อเติมหอระฆังแบบนีโอ กอธิคขึ้นมาในปี 1874 นอกจากนี้โบสถ์เซนต์แอนแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก้อีกด้วย  

จากนั้นนำท่านผ่านชม โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ แอนด์ พอล (ST.PETER AND PAUL CHURCH) โบสถ์ที่ถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกในแบบลิทัวเนียบาร็อคของศตวรรษที่ 17 ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกจากมิลานของอิตาลี ตัวโบสถ์ดั้งเดิมนั้นเป็นโบสถ์ไม้ และได้ถูกทำลายไปในช่วงสงครามกับประเทศรัสเซีย และได้ถูกสร้างขึ้นใหม่โดย HETMAN MYKOLAS KAZIMIERAS PACAS ผู้ซึ่งเรียกร้องอิสรภาพของลิทัวเนียคืนจากรัสเซีย  กระทั่งได้เวลาอันสมควร นำท่านถ่ายภาพกับ มหาวิหารแห่งวิลนีอุส (Vilnius Cathedral) ซึ่งเป็นมหาวิหารสำคัญของเมือง หากใครมาเที่ยวเมืองวิลนีอุสแล้วไม่ควรพลาดที่จะมาเยือน โดยมหาวิหารเดิมถูกสร้างขึ้นในปี  ค.ศ. 1251 ในสไตล์โกธิค แต่ต่อมาในปี  ค.ศ. 1387 และได้มีการปรับให้เป็นแบบสไตล์คลาสสิก เนื่องจากได้ถูกทำลายในสมัยสตาลิน ช่วงที่สหภาพโซเวียตเรืองอำนาจ แต่ตอนหลังชาวเมืองได้บูรณะใหม่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ภายในมหาวิหาร มีภาพเก่าแก่ตั้งแต่สมัยปลายศตวรรษที่ 14 ซึ่งถือได้ว่าเก่าแก่ที่สุดในลิทัวเนียอีกด้วย  บริเวณลานกว้างของมหาวิหาร ท่านจะพบกับอนุสาวรีย์ของกษัตริย์องค์แรก และองค์เดียวของวิลนีอุสพระนามว่า พระเจ้าเกดิมินัส (Gediminas Grand Duke of Lithuania) ได้ทรงย้ายเมืองหลวงเดิมจากเมืองทราไค (Trakai) มาเป็นวิลนีอุส เนื่องจากทรงพระสุบินว่า ได้เห็นสุนัขจิ้งจอกเหล็กมาบอกให้สร้างเมืองใหม่ใกล้กับแม่น้ำวิลเนีย พอหลังตื่นจากพระบรรทม พระเจ้าเกดิมินัส ก็ได้ออกมาสำรวจตรงสถานที่ตามนิมิต พบว่าเป็นตำแหน่งที่มีชัยภูมิที่ดีต่อการป้องกันข้าศึกศัตรู พระองค์จึงทรงตัดสินใจย้ายราชธานี และสร้างความเจริญให้กับวิลนีอุส จวบจนถึงปัจจุบัน อิสระให้ท่านถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่าน เดินเล่นบริเวณถนนคนเดิน Pilies เป็นถนนที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร โรงแรม ร้านขายของที่ระลึก และคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวตลอดสองฝากฝั่งถนนก็เต็มไปด้วยร้านค้าขายของ ที่ระลึก หากมาเที่ยวเมืองแถบบอลติก ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งที่จะซื้ออำพัน (Amber) สินค้าขึ้นชื่อซึ่งมีราคาไม่แพง และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเป็นของที่ระลึก กระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองเคานัส (KAUNAS)(90 กิโลเมตร) ตั้งอยู่ตรงที่บรรจบกันของแม่น้ำเนริส (Neris River) และแม่น้ำเนมาน  (Neman River) ซึ่งเคยถูกแต่งตั้งเป็นเมืองชั่วคราวของประเทศลิทัวเนีย ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20  

นำท่านชม เขตเมืองเก่า ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงามตามแบบฉบับของชาวลิทัวเนียแท้ๆ มีอาคารที่ยังคงความเก่าแก่อย่างเป็นเอกลักษณ์ และมีร้านอาหาร, ร้านกาแฟ และ ร้านขายของที่ระลึก จากนั้นนำท่านผ่านชม TOWN HALL สร้างขึ้นในช่วงกลางของศตวรรษที่ 16 ในช่วงเวลานั้นเมืองคาอูนัส มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านการค้า Town Hall เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมยุคเรเนซองส์ มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า The White Swan 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ  ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม PARK INN BY RADISSON KAUNAS  ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

8

วันที่แปดของการเดินทาง

เคานัส – คาลีนินกาด (รัสเซีย) – ชมเมือง – กดัญสก์ (โปแลนด์) ล่องเรือชมเมือง – กดัญสก์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองคาลีนินกราด (KALININGRAD) (260 กิโลเมตร) ส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซียที่แยกออกมา ดินแดนแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างประเทศลิทัวเนียและโปแลนด์ แคว้นที่เล็กที่สุดของรัสเซีย คาลีนินกราดจึงเป็นอีก 1 ฉนวนที่สำหรับในครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ในสมัยก่อนนั้นดินแดนในแถบนี้เป็นของประเทศเยอรมันมาก่อน โดยถูกเรียกว่าปรัสเซียตะวันออก และมีเมืองเคอบิกส์แบร์ก เป็นเมืองเอก จนกระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากนั้นจึงได้รับการเปลี่ยนชื่อและครอบครองโดยชาวรัสเซียและกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตจนถึงปัจจุบัน และยังเป็นเมืองที่จัดฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดเมื่อปี 2018 ซึ่งสนามกีฬาคาลีนินกราดได้รับเลือกเป็นสนามแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ถึง 4 นัด

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านชมเมืองคาลีนินกราดเดินเล่นย่าน VICTORY SQUARE เป็นบริเวณที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2  เพื่อแสดงถึงชัยชนะของรัสเซีย โดยปัจจุบันถือเป็นศูนย์กลางของเมืองคาลีนินกราด ที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ธนาคาร และแหล่งช้อปปิ้ง และถ่ายภาพกับ Cathedral of Christ the Saviour ที่ตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน

จากนั้นเข้าชม มหาวิหารเคอนิจส์แบร์ก (KONIGSBERG CATHEDRAL) เป็นอาสนวิหารศาสนจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 จนถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มมีการบูรณะในปีค.ศ.1990 มหาวิหารเคอนิจส์แบร์กสร้างขึ้นแทนที่มหาวิหารเดิมที่มีขนาดเล็กกว่าหลังจากที่โยฮันน์ คลาเรอ บิชอปแห่งซัมลันด์ในรัสเซียมีความประสงค์ที่จะสร้างโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ต่อมาอาสนวิหารเดิมที่มีขนาดเล็กกว่าที่ตั้งอยู่ที่บริเวณเมืองเก่าของเคอนิจส์แบร์กก็ถูกรื้อ และนำเอาวัสดุมาสร้างอาสนวิหารใหม่

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองกดัญสก์ (GDANSK) (170 กิโลเมตร) หรือชื่อเดิม ดันท์ซิช เป็นเมืองบนชายฝั่งทะเลบอลติก ในตอนเหนือของประเทศโปแลนด์ เป็นเขตมหานครที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 เป็นเมืองท่าที่สำคัญของประเทศโปแลนด์ เมืองเก่าแก่ประวัติศาสตร์นับ 1,000 ปี และยังถูกยกย่องว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดของโปแลนด์ พื้นที่กว่า 90% ของเมืองถูกทำลายลงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และใช้เวลากว่า 90 ปีในการพื้นฟูเมืองให้กลับมาสวยดังเดิมที่เห็นในปัจจุบัน

17.35 น. นำท่าน ล่องเรือ CZARNA PERLA ที่ถือว่าเป็นเรือที่มีประวัติความเป็นมาจากในยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่  2 นำท่านล่องชมเมืองกดัญสก์ซึ่งเมืองกดัญสก์ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีประวัติศาสตร์และเรื่องราวอันยาวนานเมืองกดัญสก์จึงมีสถานที่หลายแห่งที่มีความเกี่ยวข้องกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพความสวยงามสองฝั่งของแม่น้ำ MOTLAWA และ แม่น้ำ VISTULA  ในยามแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า ย้อนภาพสู่อดีตจากสิ่งก่อสร้างในยุคสงครามโลก อาทิ ท่าเรือเก่าในสมัยสงครามโลกที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ อีกทั้งบ้านเรือนที่ยังคงเสน่ห์ของความคลาสสิคที่ผสมผสานกับอาคารบ้านเรือนในยุคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวที่จะทำให้คุณต้องหลงไหลในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม SCANDIC GDANSK ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

กดัญสก์ – ชมเมือง – โทรุน – ชมเมือง – โทรุน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม ย่านเมืองเก่า (OLDTOWN) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี ส่วนใหญ่อาคารต่างๆได้สร้างขึ้นใหม่หลังจากที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จากนั้นนำท่านฝั่งเมืองเก่า เมื่อเดินออกจากประตูเมืองแล้วข้ามสะพานมาถึงจุดที่เรียกว่า เวสเตอร์พลาเต (Westerplatte) จากนั้นนำท่านผ่าน ประตูทองคำ (GOLDEN GATE) แห่งศตวรรษที่ 17

นำไปสู่ ​​ตลาด DŁUGA TARG (LONG STREET) ตลาดที่ยาวที่สุด ซึ่งเป็นที่ดึงดูดจากอาคารที่น่าสนใจรวมทั้ง  Uphagens ‘House ซึ่งมีการตกแต่งภายในที่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ อันเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้าขายตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 และ 17 จุดที่น่าสนใจของตลาดแห่งนี้คือน้ำพุเนปจูนซึ่งมีรูปปั้นของเทพเจ้าทะเลซึ่งมีชื่อว่าตรีศูลซึ่งเคยพ่นเหล้าองุ่นทองคำ Goldkasser ด้านหลังคือ Artus Court ซึ่งเป็นสมาคมเก่าซึ่งได้รับการแวะมาหลายศตวรรษโดยกษัตริย์และประธานาธิบดี

จากนั้นถ่ายภาพกับ โบสถ์ St.Mary’s Church โบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป สร้างในปี ค.ศ.1379 ภายในมีภาพเขียนสีเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิลกว่าสองหมื่นภาพชมนาฬิกาดาราศาสตร์ที่อยู่ในตัวโบสถ์

นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 (MUSEUM OF THE SECOND WORLD WAR) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างแบบสมัยใหม่ซึ่งอุทิศให้สงครามโลกครั้ง 2 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2560 ก่อตั้งขึ้นวันที่ 1 กันยายน 2551 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและมรดกโปแลนด์ ซึ่งใช้เวลาในการก่อสร้าง 5 ปี  แบบของอาคารนั้นสร้างจากการเปิดแข่งขันการออกแบบสถาปัตยกรรมอาคารของ พิพิธภัณฑ์หันหน้าสู่แม่น้ำ Motława อาคารมีลักษณะเป็นรูปคล้ายกับสีเหลี่ยมด้านขนาด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนการเชื่อมต่อระหว่างอดีตสู่ปัจจุบัน และอนาคต ภายในอาคารจัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ระลึกถึงสงครามโลก และ ด้านในยังมี คาเฟ่, ร้านอาหารพร้อมวิวพาโนรามา และร้านขายของที่ระลึกของพิพิธภัณฑ์

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโทรูน (TORUN) (170 กิโลเมตร) โทรูนถือเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศโปแลนด์ อาณาจักรปรัสเซียในยุคของการขยายอาณาเขต ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำวิสลา (Vistula River) ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ใหญ่และยาวที่สุดในโปแลนด์ และเมืองโทรูนยังเป็นเมืองเกิดของนักดาราศาสตร์ นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส ในปี ค.ศ. 1997 เมืองนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าจึงมีความมั่งคั่งสูง ส่งผลให้สถาปัตยกรรมของที่นี่ก้าวหน้าและสวยงามกว่าเมืองอื่นไม่ว่าจะเป็นแบบโกธิค แมนเนอริสซึม หรือบาโรค และยังได้รับเลือกจากยูเนสโกให้เป็น มรดกโลก ใน ค.ศ. 2007 เมืองเก่าของทอรูนได้ติดอยู่รายชื่อ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโปแลนด์หนังสือNational Geographic Polska ให้ตลาดเมืองเก่าและศาลาว่าการศิลปะกอทิกเป็นหนึ่งใน “30 สถานที่ที่สวยที่สุดในโลก” อีกด้วย จากนั้นนำท่านชม ย่านเมืองเก่า ย่านเมืองเก่าแก่สไตล์โกธิค ที่ได้รับยกย่องให้เป็นมรดกโลก

ผ่านชม ศาลาว่าการเมือง (TOWN HALL) อาคารซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดของยุโรปแห่งนี้เป็นอนุสรณ์ของความรุ่งเรืองของเมืองในยุคจักรวรรดิ Hansa อาคารนี้ถูกสร้างขึ้นภายใต้อัศวิน Teuton ที่มีนามว่า Conrad von Wallenrode

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ  ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม MERCURE TORUŃ CENTRUM ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

10

วันที่สิบของการเดินทาง

โทรุน – วูช – ชมเมือง – วอร์ซอ – ชมเมือง – วอร์ซอ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองวูช (LODZ) (180 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงวอร์ซอ เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศโปแลนด์ ก่อนหน้าสงครามโลกครั้งที่ 1 เมืองนี้เป็นของรัสเซีย ซึ่งได้พัฒนาจากหมู่บ้านเล็กๆ กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 จากนั้นนำท่านเดินเล่น ชมเมืองวูช เมืองที่เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่ยังคงสภาพความเก่าแก่ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนเวลาเข้าไปอยู่ในช่วงยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ยังคงความคลาสสิคได้จนถึงปัจจุบันและยังผสมผสานกับตึกอาคารสมัยใหม่ที่สร้างเป็น ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ต่างๆ และที่มีชื่อเสียงของเมืองวูชที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามอาคารก็คือ ภาพวาด (Street Art) ที่แผงไปด้วยจินตนาการ เนื่องจากเมืองวูชได้มีการส่งเสริมการทำงานของศิลปินจากทั่วโลกให้มีโอกาศได้สร้างสรรค์ผลงาน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ กรุงวอร์ซอ (WARSAW) (140 กิโลเมตร) เมืองหลวงของโปแลนด์ มาตั้งแต่ ปี 1596 เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองและเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากมาย จนกระทั่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กองทัพนาซีได้บุกยึดครองโปแลนด์ วอร์ซอได้รับความเสียหายอย่างหนักจากสงคราม เมืองทั้งเมืองถูกทำลายลง เมื่อชาวโปแลนด์ลุกขึ้นต่อต้านนาซีเยอรมัน ดังนั้น อดอฟ ฮิตเลอร์จึงสั่งให้ทำลายเมืองนี้ลงไม่ให้เหลือซาก และในภายหลังจึงได้รับการบูรณะจนถึงปัจจุบัน

นำท่านเดินชม ถนนที่สวยที่สุดในกรุงวอร์ซอ (KRAKOWSKIE PRZEDMIESCIE) นำท่าน ถ่ายภาพโบสถ์เซนท์แอนนา (ST.ANNACHURCH)สถาปัตยกรรมบาร็อคเคลือบทองและมีภาพวาดบนเพดานเด่นสะดุดตา ทำให้โบสถ์เซนต์แอนนาเป็นศาสนสถานที่งามวิจิตรที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองวอร์ซอ จากนั้นนำท่านชม ย่านจัตุรัสเมืองเก่า (OLD TOWN SQUARE) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแห่งหนึ่งของ  โปแลนด์ ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ทุกปีด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรปตะวันออกแท้ๆ และตลาดนัดกลางแจ้งที่ขายของหลากหลาย มีจิตรกรมานั่งรับจ้าง  เขียนภาพเหมือนอีกด้วย ป้อมวอร์ซอ (BARBACAN) ป้อมนี้ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงเมือง แต่ป้อมปราการส่วนใหญ่ถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนที่คงเหลืออยู่ในปัจจุบันจึงไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่โตมาก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ  ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม RADISSON BLU SOBIESKI HOTEL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

11

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

วอร์ซอ – สต็อกโฮม – กรุงเทพฯ   

08.05 น. นำท่านออกเดินทางสู่ กรุงสต็อกโฮม (STOCKHOLM) ประเทศสวีเดน โดย สายการบินล็อตโปแลนด์ เที่ยวบินที่  LO 453

09.50 น. นำท่านเดินทางถึง กรุงสต็อกโฮม (STOCKHOLM)

เที่ยง อิสระรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย (คืนเงินสดท่าน ละ 20 ยูโร)

14.30 น. นำท่านออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 961

12

วันที่สิบสองของการเดินทาง

กรุงเทพฯ

05.50 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…………

 

หมายเหตุ       : บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 20 ท่าน 

อัตรานี้รวม      ·  ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นทัศนาจรตามที่ระบุในรายการ

  • ค่าโรงแรมที่พักที่ระบุในรายการ / ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ / ค่าวีซ่า
  • ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงาน คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
  • ค่าทิปคนขับรถ 2 ยูโร / คน / วัน
  • น้ำดื่มบนรถ วันละ 1 ขวด / คน / วัน
  • ค่าพนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรมที่พัก IN/OUT @ 1 ใบ / 1 ท่าน

อัตรานี้ไม่รวม   ·  ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการ

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %   / ค่าทิปไกดค์นไทย

การจอง และชำระเงิน     กรุณาส่งสำเนา PASSPORT หน้าแรก แฟกซ์มายังบริษัทฯ พร้อมชำระเงินค่ามัดจำ

                                      ท่านละ 30,000 บาท สำหรับส่วนที่เหลือทั้งหมด กรุณาชำระก่อนการเดินทาง 30 วัน

( หากไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ยินดีให้บริษัทฯทำการยกเลิกและยินยอมให้ยึดเงินมัดจำทันที)

***** กรณีที่ยังไม่ทราบผลวีซ่าก่อนการเดินทาง 15 วันทำการ

ทางบริษัทฯ ขออนุญาตเก็บค่าทัวร์ที่เหลือทั้งหมดก่อน ตามเงื่อนไขการชำระเงิน *****

การไม่รับจองทัวร์ :  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับจองทัวร์สำหรับลูกค้าดังต่อไปนี้

  • เด็กที่มีอายุระหว่างแรกเกิดถึง 2 ขวบ
  • ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ หรือ ไม้เท้า
  • ผู้เดินทางที่บ่งบอกการเป็นบุคคลไร้ความสามารถ

หมายเหตุ    ·  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย

                     จนไม่อาจแก้ไขได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

  • หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะไม่

    รับผิดชอบต่อค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

  • รายการนี้เป็นเพียงการเสนอราคาที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรอง

ที่นั่งกับสายการบินและโรงแรมที่พักอย่างไรก็ตามรายการนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

  • สตรีมีครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย สำหรับกระเป๋าเดินทาง

    กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง

การยกเลิก *** กรณีที่ท่านจองและจ่ายค่ามัดจำแล้วมีการยกเลิก (ก่อนเงื่อนไขตามกำหนดวันที่ทำการยกเลิก

ด้านล่าง) บริษัทฯ ขอคิดค่าทำงานท่านละ 1,000.- บาท พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามความเป็นจริง (ถ้ามี) ***

  • ยกเลิกก่อน    31-60      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน    15-30      วันทำการ  เก็บค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน 8-14      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่าทัวร์ทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน   1-7       วันทำการ  เก็บ 100% ของค่าทัวร์ทั้งหมด

( หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ยกเว้นเงื่อนไขในการยกเลิกการเดินทางตามกำหนดวันที่ระบุข้างต้น

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ และขอคิดค่าใช้จ่ายในการยกเลิกตามความเป็นจริง

เนื่องจากเป็นช่วง Peak Period  ทางโรงแรม , สายการบิน และบริษัทรถโค้ช ฯลฯ ค่อนข้างแน่น

และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 100%  ซึ่งไม่สามารถทำการยกเลิกได้ )

การโอนเงิน      ผ่านธนาคาร บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด

           ธนาคารกรุงเทพฯ / สาขาโชคชัย 4 / บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 230-0-19191-9

เมื่อท่านจองทัวร์และชำระค่ามัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในเงื่อนไขและรายละเอียดที่ทางบริษัทแจ้งไว้ทั้งหมด

*** บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ อันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง

สภาพดินฟ้าอากาศ การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ โดยการพิจารณาของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ***