23 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2563
วันเดินทาง
แอฟริกาใต้
ประเทศ

ทัวร์แอฟริกา : GRAND AFRICA 13 DAYS (SQ/SA)

กำหนดการเดินทาง : 23 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2563

ประเทศ : แอฟริกา

สายการบิน : สายการบิน สิงคโปร์ แอร์ไลน์ (SQ)

ราคา : 265,800 บาท

*คำเตือน : โปรดระวัง! บริษัทมิจฉาชีพลอกรายการทัวร์ของทางบริษัทเร้นจ์ โดยใช้คำพูดและภาษาคล้ายกันและวางขายทัวร์โดยลดราคาให้ถูกกว่า แต่โรงแรมจะด้อยกว่าและบางครั้งใช้คำว่าเทียบเท่าซึ่งโรงแรมที่ทางบริษัทใช้เป็นโรงแรมที่ “จองยากและคอนเฟริมตามรายการ” ของแท้ต้นฉบับต้องโรงแรมคอนเฟริมก่อนการวางขาย เท่านั้น !!

แซมเบีย – ซิมบับเว – บอทสวานา – นามิเบีย – แอฟริกาใต้ พักผ่อนท่ามกลางความหลากหลายของธรรมชาติ ณ ดินแดนแห่งกาฬทวีป ชมความยิ่งใหญ่ของน้ำตกวิคตอเรีย ราชินีแห่งน้ำตก ทั้งฝั่งแซมเบียและซิมบับเว สัมผัสความเป็นอยู่ของสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด ณ อุทยานแห่งชาติโชเบ ตะลุยเขตทะเลทรายที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในโลก อุทยานแห่งชาตินามิบ-น็อคลัฟท์ พิเศษ! คอมเฟิร์มแน่นอนที่พักในเขตทะเลทราย SOSSUSVLEI LODGE จองล่วงหน้าข้ามปี ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมวิวเคปทาวน์ เมืองที่ธรรมชาติและความทันสมัยผสมผสานกันอย่างลงตัว สะดวกสบายในที่พักระดับ 5 ดาว THE TABLE BAY การันตีวิว TABLE MOUTAIN ทุกห้องโรงแรมดี อาหารดี บริการท่านครบทุกมื้อ สะดวกสบายด้วยสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพฯ

18.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์ K สายการบิน สิงคโปร์ แอร์ไลน์ เจ้าหน้าที่จาก บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด จะคอยต้อนรับ และอำนวยความสะดวกแก่ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

21.15 น. ออกเดินทางสู่ เมืองโจฮันเนสเบิร์ก (JOHANNESBURG) ประเทศแอฟริกาใต้ โดย สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ 981

2

วันที่สองของการเดินทาง

กรุงเทพฯ – ไนโรบี (เคนย่า)ลิฟวิ่งสโตน – ชมเมือง น้ำตกวิคตอเรีย ฝั่งประเทศแซมเบีย วิคตอเรียฟอลล์, ซิมบับเว

00.25 น. เดินทางถึง สนามบินสิงคโปร์ เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง

01.25 น.  ออกเดินทางสู่ เมืองโจฮันเนสเบิร์ก (JOHANNESBURG) ประเทศแอฟริกาใต้ โดย สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ 478

06.10 น.  เดินทางถึง เมืองโจฮันเนสเบิร์ก (JOHANNESBURG) เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง

10.40 น.  ออกเดินทางสู่ เมืองลิฟวิ่งสโตน (LIVINGSTONE) ประเทศแซมเบีย โดยสายการบิน เซาท์แอฟริกันแอร์เวส์ เที่ยวบินที่ SA 048

12.20 น. เดินทางถึง เมืองลิฟวิ่งสโตน (LIVINGSTONE) ประเทศแซมเบีย หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรแล้ว

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกวิคตอเรีย ฝั่งแซมเบีย หรือเรียกกันอีกชื่อว่า “โมซิ- โอวา-ทุนยา” น้ำตกที่มีความหมายว่า “ควันที่ส่งเสียงกึกก้อง” 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ของโลก (Seven Natural Wonders of the World) น้ำตกวิกตอเรีย เกิดจากแม่น้ำแซมเบซี ไหลลงหน้าผาสูง 108 ม. กว้าง 1,700 ม.ระหว่างประเทศแซมเบียกับประเทศซิมบับเวทำให้เป็นน้ำตกที่มีหน้ากว้างที่สุดในโลกองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้ น้ำตกวิคตอเรียเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติร่วมกันระหว่างแซมเบีย และซิมบับเว ในปี พ.ศ. 2532 ค้นพบโดย เดวิด ลิฟวิ่งสโตน เมื่อปี ค.ศ.1855 ภายหลังอาศัยอยู่ ในทวีปแอฟริกานานถึง 16 ปี หลังจากที่ได้ค้นพบ แล้ว เดวิด ลิฟวิ่งสโตน จึงได้ทราบว่าน้ำตกแห่งนี้เกิดจากภูเขาไฟระเบิด เมื่อ 150 ล้านปีที่ผ่านมา จนทำให้แผ่นดินบริเวณนี้แยกออกเป็นสองส่วน กลายเป็น น้ำตกอันยิ่งใหญ่ และได้ตั้งชื่อน้ำตก แห่งนี้ว่า น้ำตกวิคตอเรีย เพื่อเป็นเกียรติ  แด่พระราชินีวิกตอเรียแห่งอังกฤษ น้ำตกวิคตอเรียมีความยาวเกือบ ถึง 2 กิโลเมตร ไหลลงสู่แม่น้ำแซมเบซีที่เชี่ยวกราก ในช่วงที่มีปริมาณน้ำมาก น้ำตกนี้จะแย่งกันทะลักพวยพุ่งลงไปยังเบื้องล่างกระทบกับหินทำให้เกิดเสียงดังและมีฟองฝอยฟุ้งเป็นละอองน้ำ ดุจมีหมอก ครึ้มครอบคลุม ไปทั่วบริเวณ และขณะเดียวกันจำนวนน้ำที่มาก ก็ทำให้เกิดเสียงดังกึกก้องสะท้านดุจเสียงคำรามของสัตว์ป่า ในบางจุดเกิดละอองน้ำที่พวยพุ่งขี้นสู่ท้องฟ้าได้ถึง 500 เมตรสามารถมองเห็นได้ในระยะไกล โดยความลึกของน้ำตกแห่งนี้ เริ่มตั้งแต่ 90 – 108 เมตร

จากนั้นนำท่าน ชมน้ำตกวิคตอเรียฝั่งแซมเบีย คือ น้ำตก ARMCHAIR FALLSซึ่งเป็นจุดที่น้ำตกที่มีความสูงเป็นอันดับสองรองจาก RAINBOW FALLS และ น้ำตก EASTERN CATARACT ซึ่งสวยงามไม่แพ้จุดอื่นเช่นเดียวกัน ช่วงที่คนมาเที่ยวมากที่สุดก็คือ ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน เพราะทิวทัศน์จะสวยงามมีละอองน้ำไม่มากนัก จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านผ่านด่านสู่ เมืองวิคตอเรียฟอลล์ ฝั่งซิมบับเว

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมที่พัก

นำท่านเช็คอินเข้าสู่โรงแรม VICTORIA FALLS HOTEL : 1, Mallet Dr, Victoria Falls,Zimbabwe. TEL : +263 13 44751.  http://www.victoriafallshotel.com/

*** เพื่อความสะดวกในการเดินทางของท่าน กรุณาจัดเตรียมกระเป๋าเสื้อผ้า และของใช้ที่จำเป็น

ใส่กระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก เพื่อพักค้างคืนที่ประเทศบอทสวานา 1 คืน ***

3

วันที่สามของการเดินทาง

ลิฟวิ่งสโตนบอทสวานา– อุทยานแห่งชาติโชเบ – กิจกรรมส่องสัตว์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้านำท่านออกเดินทางสู่ สาธารณรัฐบอสวานา (BOTSWANA) (90 กิโลเมตร) หลังผ่านพรมแดนแล้ว

นำท่านเดินทางเข้าสู่ อุทยานแห่งชาติโชเบ (CHOBE NATIONAL PARK) เป็นอุทยานแห่งชาติที่ดีที่สุดและได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว เข้ามาท่องป่าดูสัตว์แบบซาฟารี มีพื้นที่ประมาณ 10,698 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ในบอสวานา เป็นแหล่งรวมฝูงสัตว์ใหญ่นานาชนิด เช่น ฝูงช้างป่าที่มีกว่า 60,000 เชือก, ฝูงควายป่า, ม้าลาย และสัตว์นักล่าอย่าง สิงโต, เสือดาว, เสือชีต้า และไฮยีน่าลายจุด สำหรับท่านที่ชื่นชอบการดูนก ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมนกนานาชนิด กว่า 450 สายพันธุ์ ซึ่งสัตว์ป่าที่นี่มีชีวิตอยู่อย่างอิสรเสรีตามธรรมชาติ

จากนั้นนำท่านเช็คอินเข้าสู่ CRESTA MOWANA SAFARI & SPA : Upper Rd, Kasane, Botswana. TEL : +267 625 0300. http://www.crestamowana.com/

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านทำกิจกรรม BOAT SAFARI ให้ท่านเพลิดเพลินกับการล่องเรือชมธรรมชาติและชีวิตสัตว์ป่าที่หากินอยู่บริเวณใกล้ๆแหล่งน้ำในเขตของแม่น้ำโชเบ ให้ท่านได้ชมฝูงสัตว์ต่างๆในระยะใกล้ และบันทึกภาพความประทับใจได้อย่างชัดเจน จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมที่พัก

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

บอทสวานา – กิจกรรมส่องสัตว์ – วิคตอเรียฟอลล์, ซิมบับเว – ล่องเรือชมแม่น้ำแซมเบซี

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารเช้านำท่านตื่นเต้นกันต่อกับกิจกรรม GAME DRIVE โดย รถซาฟารี รถที่จะพาท่านไปชมสัตว์ เป็นรถแบบเปิดโล่ง ด้านข้างเปิดรับลม รถแต่ละคันจะมีนายพราน หรือ RANGER ซึ่งเป็นทั้งคนขับรถและไกด์คอยแนะนำวิธีการชมสัตว์ให้ทราบ จุดเด่นของอุทยานแห่งชาตินี้

ท่านจะได้เห็นฝูงช้างป่าแอฟริกาออกหากินตามลำน้ำ ELEPHANT CROSSING RIVER เป็นภาพธรรมชาติที่หาชม ได้ยากยิ่ง นอกจากนี้ยังมีฝูงฮิปโปนับสิบตัว อาศัยอยู่ตามริมฝั่ง และท่านยังสามารถพบเห็นสัตว์จำพวกกวางป่าหายาก อย่างตัวเซเบล, เซลเซบี้, เรด รีชเว และกวางโชเบ ได้อีกด้วย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านผ่านด่านสู่ เมืองวิคตอเรียฟอลล์, ซิมบับเว จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังอาหารกลางวัน นำท่านเดิน ชมน้ำตกวิคตอเรีย ฝั่งซิมบับเว ที่มีความสูงที่สุดในโลก มีความสูง ณ จุดสูงสุดถึง 108 เมตร ตัวน้ำตกมีความกว้างถึง 1.7 กิโลเมตร ในฤดู น้ำหลากซึ่งตรงกับช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน จะมีปริมาณน้ำตกจากหน้าผา ถึงนาทีละกว่า 100 ล้านแกลลอน ปัจจุบันได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ ให้เป็นหนึ่งในมรดกโลก และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่ง มหัศจรรย์ ทางธรรมชาติของโลกนำท่านชมจุดชมน้ำตกที่มีชื่อ 4 จุดที่ไม่ควรพลาดคือ 1. DEVILS’S CATARACT 2. MAIN FALLS มีหน้ากว้างของแผงน้ำตกถึง 830 เมตร 3. HORSE SHOE FALLS เป็นจุดที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุด ตัวน้ำตกมีรูปคล้ายเกือกม้า มีความสูงถึง 95 เมตร 4. Rainbow Falls เป็นจุดที่น้ำตกมีความสูงที่สุดถึง 108 เมตร ท่านจะได้สัมผัสความสวยงามและยิ่งใหญ่ของน้ำตกนี้อย่างใกล้ชิด

16.00 น.  นำท่าน ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกและความงามของแม่น้ำแซมเบซี (ZAMBEZI RIVER) สายน้ำที่ทอดยาวจนสุดตา ซึ่งมี ความยาวเป็นอันดับ 4 ของทวีปแอฟริกา ได้รับการขนานนามว่า The Great River of Southern Africa ต้นกำเนิดของ น้ำตกวิคตอเรีย เป็นแม่น้ำที่มีความ ยาวถึง 2,700 กิโลเมตร ไหลผ่าน ประเทศต่างๆ รวม 6 ประเทศคือ แซมเบีย แองโกล่า บอสวาน่า ซิมบับเว นามีเบียและสิ้นสุด ที่โมซัมบิคไหลลงสู่มหาสมุทรอินเดีย

นำท่าน ล่องเรือไปตามแม่น้ำแซมเบซียามเย็น  (SUNDOWNER CRUISE) ชมดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ในบรรยากาศอันแสนโรแมนติก สายลมอันสดชื่นที่กรุ่นกลิ่นทุ่งหญ้าอ่อนๆ และดอกไม้ป่าจะช่วยให้ท่านผ่อนคลายพร้อมชมทิวทัศน์สองข้างทางซึ่งเต็มไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่มตื่นตาตื่นใจกับบรรดาชีวิตสัตว์ป่าที่หาชมได้ยากอาทิฮิปโปโปเตมัส และนกนานาชนิดทั้งหมดนี้จะทำให้ท่านรู้สึกว่า 2 ชั่วโมง ที่ล่องเรือผ่านไปไวเหมือนสายลมพัดจนไม่ทันรู้สึกตัว นอกจากจะได้รับการยอมรับถึงความสวยงาม และความยิ่งใหญ่แล้วแซมเบซียังเป็นแม่น้ำที่เป็นแหล่งแห่งความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหาร ของเหล่าสรรพสัตว์น้อยใหญ่ ทั้งสัตว์บกที่อาศัยอยู่ริมพงไพร และบรรดาสัตว์น้ำต่างๆ รวมถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ ที่ใช้เป็นเส้นทางการคมนาคมทางน้ำ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้าง ชื่อเสียงและรายได้ที่สำคัญ และเป็นแหล่งผลิตพลังงานทางธรรมชาติด้วย ดังนั้นแม่น้ำแห่งนี้ จึงได้รับอีกสมญานามว่าเป็น “THE RIVER OF LIFE” หรือ แม่น้ำแห่งชีวิต

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่โรงแรม VICTORIA FALLS HOTEL

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

ลิฟวิ่งสโตน – วิคตอเรียฟอลล์, ซิมบับเว – สนามบิน – วินด์ฮุก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้ามีเวลาให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยภายในโรงแรม หรือ ท่านสามารถเลือกซื้อทัวร์เสริม อาทิ กระโดดบันจี้จัมพ์จากสะพานวิคตอเรีย, นั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิวน้ำตกวิคตอเรียจากมุมสูง หรือไมโครไลท์ ชมวิวธรรมชาติเหนือน้ำตกวิคตอเรีย และอื่นๆอีกมากมาย (ค่าใช้จ่ายไม่ได้รวมในโปรแกรม หากมีความประสงค์จะจองกิจกรรม กรุณาแจ้งหัวหน้าทัวร์ล่วงหน้า) จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินวิคตอเรียฟอลล์

13.30 น. ออกเดินทางสู่ เมืองวินด์ฮุก (WINDHOEK) โดยสายการบินเซาท์แอฟริกันแอร์เวส์เที่ยวบินที่ SA 041/078 (แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก เวลา 15.10 – 19.30 น.)

15.10 น. เดินทางถึง เมืองวินด์ฮุก (WINDHOEK) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรแล้ว นำท่านเดินทางเข้าสู่ ตัวเมืองวินด์ฮุก (45 กิโลเมตร) เมืองหลวงของประเทศนามิเบีย นำท่าน ชมเมืองวินด์ฮุก ผ่านชมอาคารบ้านเรือนที่ได้รับอิทธิพลมาจากเยอรมัน เป็นชาติแรกที่ได้เคยปกครองประเทศนามิเบียในสมัยยุคล่าอาณานิคม ผ่านชม โบสถ์ประจำเมือง (WINDHOEK CHURCH) และสถานที่สำคัญต่างๆภายในเมืองวินด์ฮุกจนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก AVANI WINDHOEK HOTEL AND CASINO : 129 Independence Ave, Gustav Voigts Centre, Windhoek,Namibia. TEL : +264 61 280 0000. http://www.minorhotels.com/en/avani/windhoek

6

วันที่หกของการเดินทาง

วินด์ฮุก – อุทยานแห่งชาตินามิบ-น็อคลัฟท์ – ซอสซัสฟลาย

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาตินามิบ-น็อคลัฟท์ (NAMIB NAUKLUFT NATIONAL PARK) (245 กิโลเมตร) ** ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที ** เป็นเขตทะเลทรายที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งมีอายุถึง 55 ล้านปี และชื่อของประเทศนามิเบีย (NAMIBIA) ก็มาจากชื่อของทะเลทรายแห่งนี้ จากเดิมที่ชื่อว่า SOUTH WEST AMERICA คำว่า NAMIB แปลว่า พื้นที่โล่งกว้าง และอุทยานแห่งชาตินามิบ-น็อคลัฟท์ (NAMIB NAUKLUFT NATIONAL PARK) เป็น GAME PARK ที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา มีขนาดพื้นที่เกือบ 50,000 ตารางกิโลเมตร หรือขนาดใหญ่กว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทะเลทรายนามิบยังเป็นหนึ่งในสี่สุดยอดปรารถนาของทวีปแอฟริกาที่นักท่องเที่ยวต้องการไปชมมากที่สุดอีกด้วย ทะเลทรายนามิบกันดารและแห้งแล้ง มีเพียงต้นอาคาเซียเท่านั้นที่เป็นร่มเงาให้สัตว์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ได้บังแดดผ่านภูเขารูปร่าง แปลกตารูปทรงต่างๆ และระหว่างทางอาจมีสัตว์ให้เห็นบ้าง เช่น กวางสายพันธุ์ต่างๆ และม้าลาย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย  จากนั้นนำท่านเดินทางต่อ จนถึงเขต SOSSUSVEI (145 กิโลเมตร)

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก SOSSUSVEI LODGE : D826, Sesriem,Namibia. TEL : +27 21 930 4564. http://www.sossusvleilodge.com/ ที่พักระดับ 4 ดาวดีที่สุดในเขต SOSSUSVLEI พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

ซอสซัสฟลาย – กิจกรรมตะลุยทะเลทราย

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เขตอุทยานแห่งชาติซอสซัสฟลาย (SOSSUSVEI) มุ่งหน้าสู่กลางทะเลทรายนามิบ ให้ท่านได้ทดลองกำลังในการเดินตามสันทรายที่สูงชัน และชมวิวทะเลทรายแบบ 360 องศาในมุมสูงท่ามกลางแสงแดดอันเจิดจ้า เกิดเป็นเงาทําให้สีสันตัดกันอย่างลงตัวและสวยงามในรูปทรงแปลกตา ผ่านภูเขาทรายที่ชื่อว่าสูงที่สุดในโลก ให้ท่านได้ถ่ายรูปพร้อมสัมผัสแสงแดดอบอุ่นยามเช้า

นำท่านชม DUNE 45 เนินทรายที่สวยที่สุดในอุทยานแห่งนี้ ชมเนินทรายสีแดงเข้มตัดกับแสงแดดยามเช้า สีของทรายเป็นสีแดงเนื่องจากธาตุเหล็กที่อยู่ในทรายมีมาก กระทบกับออกซิเจน ทำให้เกิดเป็นสีแดงคล้ายสนิม และสีของทรายบ่งบอกถึงอายุของทรายอีกด้วย ยิ่งสีเข้มแสดงว่าทรายเกิดขึ้นนานมากแล้ว เนินทรายในบริเวณนี้ได้รับการยกย่องว่างดงามที่สุด ซึ่งเนินทรายต่างๆเหล่านี้ เกิดจากการพัดของกระแสลมจากหลายทิศทางทำให้เกิดเป็นเนินทรายขนาดต่างๆ นำท่านชม BIG DADDY DUNE หนึ่งในเนินทรายที่สูงที่สุดในโลก มีความสูงกว่า 500 เมตร และ

นำท่านชม DEAD VLEI คือจุดที่เคยเป็นแหล่งกักเก็บน้ำมาก่อนทำให้มีต้นไม้จำพวก ACACIA ขึ้นได้ แต่ปัจจุบันน้ำแห้งไป ทำให้ต้นไม้ยืนต้นตาย

จากนั้นเดินทางกลับสู่เข้าโรงแรมที่พัก SOSSUSVEI LODGE

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

บ่าย จากนั้นนำท่านชม SESRIUM CANYON ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำ TSAUCHAB และได้พัดพาเอาทรายและกรวดมาทับถมกัน เป็นระยะเวลากว่าหลายล้านปีมาแล้ว โดยจ ะมีน้ำไหลผ่านในแคนยอนทุกๆช่วง 5-10 ปี และถูกระบายออกไปบริเวณที่เป็น SAND DUNE โดยรอบไม่มีการไหลออกทะเล จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร จากนั้นให้ท่านได้อิสระพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัยในมุมต่างๆของโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางเช็คอินสู่ THE DESERT GRACE GONDWANA COLLECTION NAMIBIA : Solitaire, Sesriem, Namibia. TEL : +264 81 129 2424. https://store.gondwana-collection.com/โรงแรมสไตล์โมเดิร์นท่ามกลางวิวทะเลทราย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดเล็ก (PLUNGE POOL) ทุกห้องนอน

8

วันที่แปดของการเดินทาง

อุทยานแห่งชาตินามิบ-น็อคลัฟท์ – สวาคอปมุนด์ – หุบเขาแห่งพระจันทร์ กิจกรรมขี่อูฐกลางทะเลทราย

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองสวาคอปมุนด์ (SWAKOPMUD) (100 กิโลเมตร) ระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับทะเลทรายและชนเผ่าพื้นเมืองฮิมบาซึ่งทุกท่านสามารถที่จะถ่ายรูปร่วมกับชนเผ่าเหล่านี้ได้ ในอดีตชนเผ่านี้คือกลุ่มชาติพันธุ์ที่ร่อนเร่กลุ่มสุดท้ายของนามิเบียซึ่งบรรพบุรุษของชนเผ่านี้มีทักษะเกี่ยวกับการล่าสัตว์ที่เก่งกาจและอาศัยอยู่กันเป็นกลุ่มบริเวณภูเขาหรือเนินเขาคาโคเวลในดามาราแลนด์ซึ่งดามาราแลนด์คือสถานที่ที่มีลักษณะเป็นที่ราบกว้างสถานที่แห่งนี้เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่งดงามเป็นอันดับต้นๆของนามิเบีย บรรยากาศก็เงียบสงบ และสวยงามประกอบไปด้วย ป่าหิน (ไม้กลายเป็นหินจริง) หุบเขาโบราณ และแนวหินที่ตระการตา อีกทั้งยังเป็นจุดชมดาว และ มีเนินผาที่สูงงดงามเป็นอย่างมาก ถึงสวาคอปมุนด์เมืองแห่งชายฝั่งตะวันตกของนามิเบียที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในแอฟริกาเป็นเมืองทะเลทรายชายทะเลที่มีสีสันน่ารักสังเกตุได้จากอาคารบ้านเรือนรอบๆเมืองที่ได้รับ อิทธิพลจากเยอรมันทำให้อาคารบ้านเรือนมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลที่มาจากประเทศเยอรมนีซึ่งในปัจจุบันก็ยังมีชาวเยอรมันอาศัยอยู่ในพื้นที่อีกด้วยและสัมผัสกับความงดงามของชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติคเมืองนี้มี ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ส่วนทางด้านนอกเมืองนั้นมีสนามกอล์ฟที่ติด 1ใน5 ของโลกที่เป็นสนามหญ้าตั้งอยู่กลางทะเลทรายและบริเวณใกล้เคียงยังมีฟาร์มอูฐที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่อยากจะลองสัมผัสการขี่อูฐท่ามกลางทะเลทราย

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังอาหารกลางวันนำท่านชม หุบเขาแห่งพระจันทร์ (MOONLANDSCAPE) (40 กิโลเมตร)เป็นสถานที่ที่เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาที่อุดมสมบูรณ์เมื่อประมาณ 500 ล้านปีก่อนเมื่อทวีปกอนดาราเกิดการชนกันและ125กว่าล้านปีถัดมาเกิดกระบวนการกัดเซาะทำให้ภูเขาหินแกรนิตที่เป็นรากฐานแปรเปลี่ยนสภาพเป็นลักษณะพื้นที่แบบที่ได้เห็นในปัจจุบันหลัง จากนั้นนำท่านนำทุกท่านมาสัมผัสกับกิจกรรมการขี่อูฐกลางทะเลทราย ที่สวาคอปมุนด์ทุกท่านจะได้ซึมซับกับบรรยากาศอันงดงามของเมืองแห่งนี้ให้ท่านได้ เพลิดเพลินกับการขี่อูฐที่เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดหากได้มาเยือน ณ ที่แห่งนี้ทุกท่านก็จะได้ชื่นชมกับบรรยากาศทะเลทรายยามเย็นโดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพเก็บความประทับใจและดื่มด่ำกับทิวทัศน์โดยรอบของทะเลทรายยามเย็นแห่งสวาคอปมุนด์

 ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรม

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางเข้าสู่ที่โรงแรม STRAND HOTEL SWAKOPMUD หรือระดับเทียบเท่า

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

สวาคอปมุนด์ – ล่องเรือชมนกและแมวน้ำ- กิจกรรมทัวร์แซนวิชฮาร์เบอร์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ อ่าววอลวิส (WALVIS BAY) ( 50 กิโลเมตร) เพื่อล่องเรือชมโลมาและแมวน้ำโดยเรือจะพาเลียบออกจากชายฝั่งซึ่งทุกท่านจะได้สัมผัสกับวิวทะเลทรายที่มองจากมุมในทะเลและเห็นทะเลน้ำสีครามตัดกับสีของพื้นทะเลทรายสีนวล นอกจากนั้นจะได้ตื่นตาตื่นใจกับเหล่าโลมาที่ออกมาว่ายโลดเล่นบนผืนน้ำให้เราได้ชื่นชม อีกทั้งยังมีนกพิลิแกนตัวใหญ่โฉบไปมาบนเรือเพื่อขออาหารกินกับนักท่องเที่ยวเพราะเจ้าหน้าที่จะให้อาหารเป็นประจำ

นกพิลิแกนจึงคุ้นเคยกับคนและใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวบนเรือทำให้สามารถถ่ายรูปได้อย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ทุกท่านยังจะได้ตื่นตาตื่นใจกับกลุ่มแมวน้ำนับพันตัวบนเกาะที่นอนเรียงรายให้ทุกท่านได้ชมอย่างเพลิดเพลินพร้อมกับมองเห็นชายหาดยาวหลายร้อยกิโลเมตร ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับเหล่าแมวน้ำอย่างจุใจพร้อมใกล้ชิดกับแมวน้ำที่ว่ายเข้ามาริมขอบเรือหรือกระโดดขึ้นมาบนเรือเพื่อขออาหาร จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังจากนั้นนำท่านสนุกกับกิจกรรมทัวร์แซนวิชฮาร์เบอร์ (SANDWICH HARBOUR TOUR) ท่านจะได้สัมผัสกับทะเลทรายนามิเบียโดยนั่งรถโฟร์วิวชมทะเลทรายที่มีความงดงามและกว้างใหญ่ริมมหาสมุทรแอตแลนติคที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแมวน้ำ นกฟลามิงโก้เป็นทะเลทรายที่มีความสงบที่สุดในโลก ชมแซนวิชฮาร์เบอร์(Sandwich Bay)ซึ่งเป็นพื้นที่ชายฝั่งในมหาสมุทรแอตแลนติคมีอ่าวอยู่ทางเหนือละมีทะเลสาบอยู่ทางตอนใต้ของนามิเบียเป็นสถานที่ที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินแต่น้อยคนนักที่ได้มาเยี่ยมชมเนินทรายยักษ์ที่ติดกับมหาสมุทรอันเป็นฉากที่น่าทึ่งและไม่เหมือนใครรอให้ทุกท่านมาสัมผัสความอัศจรรย์ของสถานที่แห่งนี้ในอดีตที่นี้มีชื่อเสียงในเรื่องของการเป็นท่าเรือพาณิชย์ที่มีการล่าวาฬและการทำประมงขนาดเล็กแต่ในปัจจุบันที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักในเรื่องของการมาชมฝูงนกหลากหลายสายพันธุ์ที่อพยพย้ายถิ่นฐานไปทางตอนใต้ในแต่ละปีและพื้นที่นี้ได้ถูกสำรวจครั้งแรกในปี 1880 โดยกองทัพเรือแต่ว่าด้วยสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะแก่ยุทธศาสตร์จึงทำให้มีการตั้งถิ่นฐานชั่วคราวมีแค่ชาวประมงบางส่วนเท่านั้น อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพเก็บความประทับใจและเต็มอิ่มกับวิวทิวทัศน์โดยรอบที่สวยงามจนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางเข้าสู่ที่โรงแรม STRAND HOTEL SWAKOPMUD หรือระดับเทียบเท่า

10

วันที่สิบของการเดินทาง

วินด์ฮุก – เคปทาวน์ – ชมเมือง – เฮลิคอปเตอร์ชมวิว – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมหลังอาหารเช้า อิสระให้ท่านพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

13.35 น.ออกเดินทางสู่ เมืองเคปทาวน์ โดย สายการบินเซาท์แอฟริกันแอร์เวส์ เที่ยวบินที่ SA 1722

15.35 น. เดินทางถึง เมืองเคปทาวน์ (CAPE TOWN) เมืองตากอากาศที่ติดอันดับสวยงามที่สุดแห่งของโลกตั้งอยู่ปลายสุดของแอฟริกาใต้ ถูกโอบล้อมด้วยมหาสมุทรอินเดีย และแอตแลนติก ด้านหน้าหันเข้าหามหาสมุทรทั้งสอง ส่วนด้านหลังมีเทือกเขาสูงเป็นฉากหลัง หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว

นำท่านสู่ TABLE MOUNTAIN (30 กิโลเมตร) ภูเขาซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งหินทรายตัดตรงสูง 1,086 เมตร ตั้งตระหง่านโอบล้อมด้วยตัวเมืองที่กว้างไกล นำท่านขึ้นชมทิวทัศน์จากยอดเขาด้วยกระเช้าทันสมัยหมุนรอบตัวเอง 360 องศาใช้เวลาเพียง 6 นาที

(ถ้าอากาศเอื้ออำนวย) ค้นหาแดสซี่ (Dassie) กระต่ายหิน หน้าตาคล้ายหนูตะเภามีสีน้าตาล ขนฟูๆ หูสั้นๆปากยื่นๆยาวประมาณ 1 ฟุต และยังมีป่าไม้พุ่มซึ่งเป็นแหล่งรวมของพืช 1,500 สายพันธุ์นกเฉพาะถิ่นอย่างคีรีบูนโพรเทีย ภูเขาโต๊ะถูกขนาบสองด้านด้วยยอดเขา LION HEAD และ DEVIL PEAK ที่สวยงาม ให้ท่านได้มีเวลาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

(หมายเหตุ : กระเช้าขึ้น TABLE MOUNTAIN อาจมีการปิดปรับปรุงในช่วงเดือนกรกฏาคม-สิงหาคมของทุกปี แต่ยังไม่ได้มีการแจ้งวันที่แน่นอนสำหรับปี 2563 หากมีการปิดปรับปรุง ทางบริษัทขออนุญาติปรับรายการดังนี้ นำท่านสู่ SIGNAL HILL (LION’S RUMP) เป็นเนินเขาที่อยู่ติดกับ Lion’s Head มีลักษณะเป็นเนิน อดีตเคยมีการใช้ธงเป็นสัญญาณบอกสภาพ  อากาศหรือคำเตือนสำหรับนักเดินเรือบริเวณอ่าว และเมื่อต้นศตวรรษที่ 19 เคยมีการยิงบอกเวลา (Noon Gun) บน Signal Hill เพื่อเป็นสัญญาณบอกเวลาบ่ายโมงของเมือง การยิงปืนใหญ่บอกเวลาให้แก่นักเดินเรือนี้ปฏิบัติกันมาเรื่อยจนกระทั่งปีค.ศ. 1934 ที่เริ่มมีการบอกเวลาทางวิทยุแทนจึงได้หยุดการยิงปืนใหญ่บอกเวลานี้ไป ด้านบนของ Signal Hill มีถนนเรียบไปตามยอดเขาไปจนถึงจุดสูงสุดของเนินเขา ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่สามารถชมทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองเคปทาวน์ได้ชัดเจน ให้ท่านได้ชมความงดงามของวิวทิวทัศน์ และมีเวลาถ่ายภาพเป็นที่ ระลึกตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่าน ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมวิวมุมสูงของเมืองเคปทาวน์ ให้ท่านได้ตื่นตาตื่นใจกับสีสันและความงดงามของเมืองเคปทาวน์ที่ธรรมชาติและความทันสมัยได้ผสมผสานกันอย่างลงตัว) จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านอิสระให้ท่านช้อปปิ้งที่ แหล่งช้อปปิ้งที่ทันสมัยที่สุดในเมืองเคปทาวน์ VICTORIA & ALFRED WATERFRONT รวบรวมสินค้ามากมายให้ท่านได้เลือกซื้อกว่า 400 ร้านค้า เป็นหนึ่งในย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดในเขตซีกโลกใต้ อาทิ สินค้าพื้นเมือง หรือสินค้าแบรนด์ดังต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลก เพื่อให้ท่านเพลิดเพลินเลือกซื้อสินค้ากับร้านรวงต่างๆมากมาย ทั้งภัตตาคาร ผับ ร้านอาหาร คาเฟ่ สินค้าพื้นเมือง Art & Craft รวมทั้งสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังที่มาจากทั่วทุกมุมโลก อาทิเช่น ARMANI, BURBERRY, GUCCI เป็นต้น

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก THE TABLE BAY : Quay 6, W Quay Rd, V & A Waterfront, Cape Town, 8001, South Africa. TEL : +27 21 406 5000. https://www.suninternational.com/table-bay/ โรงแรมระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่บริเวณ VICTORIA & ALFRED WATERFRONT พร้อมการันตีห้องพักวิว TABLE MOUNTAIN ทุกห้อง

11

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

เคปทาวน์ – CAPE PENNINSULA – ชมแมวน้ำที่เกาะดุยเกอร์ฟาร์มนกกระจอกเทศแหลมกู๊ดโฮป – ชมนกเพนกวินที่หาดโบว์เดอร์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้านำท่านชมความงามของชายฝั่งบริเวณ CAPE PENINSULA ลัดเลาะสู่ชายหาดที่สวยสะดุดตา ข้ามยอดเขาอันสวยงามที่มีชื่อเสียงก้องโลก CHAPMAN’S PEAK ท่านจะได้ชมภูมิประเทศที่แปลกตาอันน่าประทับใจ ซึ่งในปัจจุบันเป็นสถานทีตั้งของที่พักตากอากาศ อันหรูหรา

จากนั้นนำท่านสู่หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่ HOUT BAY เพื่อนำท่าน นั่งเรือชมฝูงแมวน้ำ ที่แสนน่ารักนอนอาบแดดอุ่นนับพันตัวที่ เกาะดุยเกอร์ (DUIKER ISLAND หรือ SEAL ISLAND)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บริเวณ SIMON’S TOWN ซึ่งเป็นอาณานิคมของฝูงนกเพนกวินพันธุ์แอฟริกัน JACKASS ขนาดเล็กแสนน่ารักนับพันตัวที่ หาดโบว์เดอร์ (BOULDERS BEACH) (60 กิโลเมตร) มีลักษณะเท้าเป็นสีดำ เปลือกตาสีชมพูเป็น 1 ใน 15 ชนิดในโลกที่ใกล้จะสูญพันธุ์

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (เมนูกุ้งมังกร)

บ่าย จากนั้นนำท่านสู่ ฟาร์มนกกระจอกเทศ (THE CAPE POINT OSTRICH FARM) (25 กิโลเมตร) ให้ท่านเดินชมฟาร์มนกกระจอกเทศ ชมการสาธิตเพาะเลี้ยงลูกนก การวางไข่ แล้วให้ท่านบันทึกภาพกับนกกระจอกเทศที่มีฉากเบื้องหลังของ TABLE MOUNTAIN ที่สวยงาม และเลือกชมสินค้าแปลกตาจากนกกระจอกเทศ เช่น เข็มขัด กระเป๋าหนัง หรือเปลือกไข่นกกระจอกเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกนำท่านเดินทางเข้าสู่ เขตอนุรักษ์ธรรมชาติแหลมกู๊ดโฮป (CAPE OF GOOD HOPE NATURE RESERVE) ปลายสุดของแหลมจะมีประภาคารขนาดใหญ่ ซึ่งท่านจะได้เห็นรอยตะเข็บระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแอตแลนติคมาบรรจบกันได้อย่างชัดเจนบนผิวน้ำที่แตกต่าง

จากนั้นนำท่าน ขึ้นรถรางเพื่อไปชมทิวทัศน์อันสวยงามที่ CAPE POINT จุดเชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแอตแลนติกตามความเชื่อของนักเดินทางเรือในอดีต

ท่านจะได้ชมแหลมแห่งความหวัง CAPE OF GOOD HOPE ที่เป็นที่เลื่องลือทางประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งการค้นพบเส้นทางการค้าจากโลกตะวันตกสู่โลกตะวันออก จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร ได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก THE TABLE BAY

12

วันที่สิบสองของการเดินทาง

เคปทาวน์ – ชมเมือง – กรุงเทพ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบิน

10.40 น.  ออกเดินทาง สู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ 479/972

(แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินสิงคโปร์ชางงีเวลา 06.10 – 09.35 น.)  

13

วันที่สิบสามของการเดินทาง

กรุงเทพ

11.05 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…