14 พฤศจิกายน – 02 – ธันวาคม / 02 – 20 ธันวาคม 2563
วันเดินทาง
KLM Royal Dutch (KL)
สายการบิน
เอกวาดอร์
ประเทศ

ทัวร์เอกวาดอร์ :  GALAPAGOS – COLOMBIA THE ICONIC ATTRACTIONS OF THE WORLD 19 วัน (KL/LA) 

กำหนดการเดินทาง : 14 พฤศจิกายน – 02 – ธันวาคม / 02 – 20 ธันวาคม 2563

ประเทศ : เอกวาดอร์

สายการบิน : สายการบิน KLM Royal Dutch (KL)

ราคา : 

ทุกโรงแรม Confirm ตามรายการ

อัมสเตอร์ดัม – กิโต (เอกวาดอร์) – กาลาปากอส – บัลทรา – เกาะซานตาครูซ – เขตพิทักษ์พันธุ์เต่ายักษ์กาลาปากอส หมู่เกาะบาร์โตโลมี – เกาะเซาท์พลาซ่า – เกาะซานตาเฟ่ – เกาะนอรธ์ ซีมัวร์ – หาดบาแชส (เกาะซานตาครูซ) ปิชินชา – อนุสาวรีย์แห่งใจกลางโลก – โบโกต้า (โคลอมเบีย) – อุทยานคาโญ่ คริสตาเลส (แม่น้ำ 5 สี)ซาเลนโต – หมู่บ้านวัฒนธรรมกาแฟ – การ์ตาเคนา – ย่านเมืองเก่ามรดกโลก – โบโกต้า – อัมสเตอร์ดัมท่องเที่ยวกับเร้นจ์ ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง สัมผัสกับประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

นำท่านข้ามโลกไปสู่หมู่เกาะกาลาปากอสกลางมหาสมุทรแปซิฟิก นอกชายฝั่งประเทศเอกวาดอร์เกือบ 1,000 กิโลเมตร มีชี่อเสียงในเรื่องของความเป็นธรรมชาติด้วยสัตว์ป่าและพืชพันธุ์นานาชนิด และยังจัดเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์มากที่สุดในโลก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ รักการผจญภัย สัตว์บางชนิดอาจพบได้เฉพาะบนเกาะกาลาปากอสเท่านั้นด้วยเหตุนี้เองหมู่เกาะกาลาปากอสจึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติเมื่อปีพ.ศ. 2521โคลอมเบีย ประเทศที่มีเสน่ห์ ทั้งรากฐานทางศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติที่สวยงาม ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้ เยือนกรุงโบโกต้า เมืองหลวงของประเทศ เขตเมืองเก่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของเมืองการ์ตาเคนา สวรรค์ของคอกาแฟ Coffee Regionในหุบเขาโคโครา Cocora Valley แหล่งปลูกกาแฟพันธ์ดีที่สร้างชื่อเสียงให้แก่โคลอมเบียไปทั่วโลก และที่พลาดไม่ได้คือ แม่น้ำห้าสี Caño Cristales ที่กล่าวได่ว่าเป็นแม่น้ำที่สวยที่สุดในโลก

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

    

กรุงเทพฯ / อัมสเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์)

09.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 7 แถว P

เคาน์เตอร์ สายการบิน KLM Royal Dutch (KL) เจ้าหน้าที่จากบริษัท เร้นจ์ฯ จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

12.05 น. ออกเดินทางสู่ กรุงอัมสเตอดัม โดย สายการบิน KLM เที่ยวบินที่ KL876

18.45 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบิน Schiphol กรุงอัมสเตอดัม หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรเรียบร้อยแล้ว

*** ใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้น 11 ชั่วโมง โดยประมาณ ***

นำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พักโรงแรม HILTON AMSTERDAM AIRPORT SCHIPHOL ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่าเพื่อให้ท่านพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย กระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

*** กรุณาเตรียมกระเป๋าเดินทางใบเล็ก สําหรับพักค้างคืน 1 คืน ที่อัมสเตอร์ดัม ก่อนขึ้นเครื่องในวันรุ่งขึ้น สําหรับ กระเป๋าเดินทางใบใหญ่จะทําการ Check through ไปยังสนามบินกิโต ประเทศเอกวาดอร์ ***

2

วันที่สองของการเดินทาง

อัมสเตอร์ดัม – กิโต้ (เอกวาดอร์) – จุดชมวิว  El Panecillo

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

10.15 น. ออกเดินทางสู่ กรุงกิโต้ ประเทศเอกวาดอร์ โดย สายการบิน KLM เที่ยวบินที่ KL751

*** บริการอาหารกลางวันบนเครื่องบิน ***

16.15 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง กรุงกิโต้ (QUITO) เมืองหลวงของประเทศเอกวาดอร์

*** ใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้น 12 ชั่วโมง โดยประมาณ ***

นำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พักโรงแรม JW MARRIOTT QUITO ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่าเพื่อให้ท่านได้จัดเก็บสัมภาระ กระทั่งได้เวลาอันสมควร กรุงกิโต้ (QUITO) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ซานฟรันซิสโกเดกีโต (San Francisco de Quito)ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอนดีส โดยมีเส้นศูนย์สูตรพาดผ่านทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อีกทั้งยังได้รับขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโกเมื่อปีค.ศ.1978 อีกด้วย

จากนั้นนำท่านสู่ จุดชมวิว El Panecillo จุดชมวิวยอดนิยมของเมืองที่สูง 3,016 เมตรจากระดับน้ำทะเล เพื่อนำท่านชมประติมากรรมอะลูมิเนียมชื่อดัง Virgen de Quito (พระนางมารีพรหมจารีแห่งกิโต) ที่ประกอบขึ้นจากอะลูมิเนียม 7,000 ชิ้น โดยศิลปิน Agustin de la Herran Matorrasในปี 1976 ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของเนิน และสามารถมองเห็นได้จากหลายจุดทั่วเมือง พร้อมดื่มด่ำกับทิวทัศน์กว้างใหญ่ไพศาลของเมืองกิโต ตลอดจนภูเขาไฟที่รายรอบจากยอดเนินเขียวขจีใจกลางย่านเมืองเก่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม JW MARRIOTT QUITO ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

3

วันที่สามของการเดินทาง

กิโต้ – หมู่เกาะกาลาปากอส  – เขตพิทักษ์พันธุ์เต่ายักษ์ อุโมงค์ลาวา – สถานีวิจัยชาร์ล ดาร์วิน – เกาะซานตาครูซ

เช้า รับประทานอาหารเช้าแบบ BRAKFAST BOX

05.00 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

07.45 น. ออกเดินทางสู่ หมู่เกาะกาลาปากอส (Galapagos Island) โดยสายการบิน LATAM เที่ยวบินที่ XL1413

*** ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง เครื่องแวะจอดประมาณ 45 นาที ที่สนามบินกัวยากิล ***

10.21 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินบัลทรา (Baltra Airport) แห่งหมู่เกาะกาลาปากอส (Galapagos) ซึ่งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก อันเป็นส่วนหนึ่งของเอกวาดอร์ เป็นแหล่งมรดกโลกที่มีพืชพันธุ์หายากและสัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์มากมาย ทั้งบนเกาะและบริเวณทะเลโดยรอบ จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ ท่าเรือบัลทรา (Baltra) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่เกาะซานตาครูซ (Santa Cruz)

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ ที่พักโรงแรม FINCH BAY GALAPAGOS ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่าเพื่อทําการจัดเก็บภาระ และพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเข้าสู่ เขตพิทักษ์พันธุ์เต่ายักษ์กาลาปากอส (Tortoise Natural Reserve) เพื่อ

นำท่านเดินชมวิถีชีวิตของเต่ายักษ์กาลาปากอส นับเป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก น้ำหนักเฉลี่ย 150-250 กิโลกรัม ตัวเมียจะตัวเล็กกว่าตัวผู้ ชอบอาศัยในที่พุ่มไม้เตี้ยๆในบึง และเนินทรายชายฝั่ง มีอายุเฉลี่ย 100-200 ปี ปัจจุบันมีเต่ายักษ์กาลาปาโกสอาศัยอยู่ในธรรมชาติประมาณ 20,000 ตัว ซึ่งเป็นผลมาจากการอนุรักษ์และ  ขยายพันธุ์ จากที่เคย  เหลืออยู่แค่ 3,000 ตัว เมื่อปี ค.ศ. 1974 จากนั้นนำท่านแวะชม Lava Tunnel ด้วยหมู่เกาะนี้เกิดจากการสะสมตัวของลาวาจากภูเขาไฟ เมื่อ 7-9 ล้านปีมาแล้ว อุโมงค์ลาวาอันเกิดจากการเคลื่อนตัวของแมกม่าในชั้นใต้ดิน หลังจากภูเขาไฟดับแล้วก่อให้เกิดอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปสัมผัสกับความงดงามภายในถ้ำหินภูเขาไฟได้ ด้วยภูมิประเทศส่วนใหญ่พื้นดินเป็นพื้นผิวที่ขรุขระอันเกิดจากภูเขาไฟ ปล่องภูเขาไฟ และหน้าผาที่เกิดจากการยุบตัวของมวลลาวา ที่ปัจจุบันกลายเป็นที่อยู่อาศัยของนกหลายสายพันธุ์แห่งหมู่เกาะกาลาปากอส อาทิ

นกบูบีเท้าน้ำเงิน (BLUE-FOOTED BOOBY) เป็นนกที่มีเท้าเป็นพังผืดขนาดใหญ่คล้ายๆ กับเท้าของเป็ด มีหลากหลายชนิด แต่นกบูบีเท้าฟ้านั้นจะเห็นได้เฉพาะในหมู่เกาะกาลาปากอสเท่านั้น หรือท่านอาจได้พบกับ กิ้งก่าลาวา (LAVA LIZARDS) เป็นสัตว์ที่มีค่อนข้างมากบนเกาะกาลาปากอสมักจะอยู่กันเป็นกลุ่ม อาบแดดอยู่บนโขดหิน และหากเห็นกิ้งก่าลาวาทำท่าเหมือนวิดพื้นอยู่ก็สามารถรู้ได้เลยว่ากิ้งก่าตัวนั้นเป็นตัวผู้แน่นอน เพราะกิ้งก่าตัวผู้มักจะทำท่าเหมือนวิดพื้นเพื่อข่มขู่ศัตรูที่เข้ามาในอาณาเขตนั่นเอง อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่าน เข้าชมสถานีวิจัยชาลส์ ดาร์วิน (The Charles Darwin   Research Station หรือ CDRS) ที่ได้จัดตั้งขึ้นโดย มูลนิธิชาลส์ ดาร์วิน เป็นหน่วยงานสำคัญที่ศึกษาด้านนิเวศวิทยาของหมู่เกาะ มีการวางแผนแม่บทเป็นครั้งแรก เพื่อคุ้มครองและจัดการอุทยานแห่งชาติกาลาปาโกสขึ้น โดยได้รับการส่งเสริมอนุรักษ์พันธุ์สัตว์และพืชในหมู่เกาะกาลาปาโกสจากกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) อีกด้วย จากนั้นอิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวชมเมือง บริเวณเปอร์โต อโยร่า (Puerto Ayora) ศูนย์กลางของเกาะซานตาครูซ ซึ่งเป็นย่านโรงแรมที่พัก, ร้านอาหารและร้านค้าต่างๆ ตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านกลับเข้าสู่ ที่พักโรงแรม FINCH BAY GALAPAGOS ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

กาลาปากอส – หมู่เกาะบาร์โตโลมี (Bartolome Island)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

07.00 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือ เพื่อนำท่านสู่ หมู่เกาะบาร์โตโลมี (Bartolome Island) โดยการใช้เรือSea Lion Yacht เป็นหนึ่งใน 6 เกาะใหญ่ในหมู่เกาะกาลาปากอส (Galapagos Island) ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ เกาะบาร์โตโลมีลักษณะของภูมิประเทศตั้งอยู่บนภูเขาไฟที่ดับแล้ว มีต้นกระบองเพชรขึ้นอยู่ตาม+พื้นหินลาวา เดินทางถึงหมู่เกาะบาร์โตโลมี จากนั้นนำท่านเดินทางสู่จุดชมวิว  (Bartolome viewpoint) ให้ท่านได้ชมทัศนียภาพแบบพาโนรามา และถ่ายภาพกับแท่งหินอันเป็นสัญลักษณ์ของเกาะนี้อีกด้วย

เกาะแห่งนี้ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของ เพนกวินแห่งกาลาปากอส (GALAPAGOS PENGUIN) นกเพนกวิน ที่อยู่บนเกาะกาลาปากอส คือ นกเพนกวินลาย หรือนกเพนกวินแจ็คแอส โดยจะมีลายพาดสีดำตรงหน้าอก ลายของแต่ละตัวจะต่างกันออกไปเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ คล้ายกับนิ้วมือของมนุษย์นั่นเอง

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นให้ท่านเลือกทำกิจกรรมดำน้ำชมมวลหมู่ปะการังใต้ทะเลสีสดใส บนชายหาดอันแสนบริสุทธิ์ของเกาะบาร์โตโลมี หรือเดินเล่นบริเวณอ่าวซูลิแวน (Sullivan Bay)  จนได้เวลาอันสมควร

15.00 น. จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ ท่าเรือ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านกลับเข้าสู่ ที่พักโรงแรม FINCH BAY GALAPAGOS ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

กาลาปากอส – หมู่เกาะเซาท์พลาซ่า (South Plaza Island)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือ เพื่อนำท่านสู่ เกาะเซาท์พลาซ่า (South Plaza Island) เป็นเกาะเล็กๆ ใกล้กับชายฝั่งของเกาะซานตาครูซ หนึ่งในหมู่เกาะกาลาปากอส เป็นเกาะที่เกิดจากการยกตัวของลาวาใต้เปลือกโลกในมหาสมุทรแปซิฟิก เกาะแห่งนี้ยังเป็นที่อยู่ของ อิกัวน่าทะเล (Marine Iguana) หลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ กินพืช จึงทำให้เกาะแห่งนี้เป็นที่ตั้งของพืชพันธุ์ธรรมชาติมากมาย และจะเปลี่ยนสีตามฤดูกาล เดินทางถึง เกาะเซาท์พลาซ่า นำท่านเดินชมความสวยงามของเกาะ

พร้อมเก็บภาพความประทับใจของสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ และพลาดไม่ได้กับการจับภาพสัตว์ประจำเกาะอย่าง อิกัวน่าทะเล (Marine Iguana) ต้นแบบที่แท้จริงของก๊อตซิลล่า อีกัวน่าทะเลบนเกาะกาลาปากอสเป็นอีกัวน่าชนิดเดียวในโลกที่อยู่ในทะเล ส่วนใหญ่จะมีสีดำคล้ำทั้งตัว เวลาว่างก็มักจะขึ้นมานอนอาบแดดกันเป็นกลุ่มอยู่บนโขดหินตามแนวชายหาด ที่พิเศษกว่านั้นคือ อีกัวน่าทะเลเหล่านี้ไม่กินแมลง กลับกินเฉพาะพืช สาหร่าย ตระไคร่น้ำเท่านั้น

อิสระให้ท่านเดินเล่นถ่ายภาพความสวยงามของสัตว์หายาก และพืชพันธุ์หลากสีที่แต่งแต้มสีสันให้กับเกาะแห่งนี้ดูมีชีวิตชีวายิ่งนัก

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นให้ท่านเลือกทำกิจกรรมดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นที่ Punta Carrión หรือเดินเล่นบริเวณอ่าวเนื่องจากเกาะนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของแมวน้ำกาลาปากอส ตามเส้นทางเดินท่านจะได้พบสัตว์มากมายอาทิ นกทะเลกำลังจับปลา, อิกัวน่าบก สีเหลือง/น้ำตาล กำลังกินต้นกระบองเพชรเป็นอาหาร และอิกัวน่าทะเล กำลังนอนอาบแดด เป็นต้น จนได้เวลาอันสมควร

15.00 น. จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ ท่าเรือ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านกลับเข้าสู่ ที่พักโรงแรม FINCH BAY GALAPAGOS ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

กาลาปากอส – หมู่เกาะซานตาเฟ่ 

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

08.00 น.  นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือ เพื่อนำท่านสู่ เกาะซานตาเฟ่ (Santa Fe Island) หรือที่รู้จักในนามเกาะแบร์ริ่งตัน (Barrington Island) ซึ่งเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ใจกลางของหมู่เกาะกาลาปากอส เกาะซานตาเฟ่ได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาหมู่เกาะกาลาปากอส ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เพียง2 ช.ม.จากเกาะซานตาครูซ เป็นถิ่นอาศัยของอิกัวน่าบกสายพันธุ์เฉพาะบนเกาะแห่งนี้เท่านั้นสันนิษฐานจากหินภูเขาไฟอายุกว่า 4 ล้านปีที่พบในหมู่เกาะแห่งนี้ เกาะแห่งนี้ปรากฏพืชพันธุ์มากมายทั้งต้นกระบองเพชรหลากหลายสายพันธุ์ และเป็นเกาะอันเป็นที่อยู่ของสัตว์หลากหลายพันธุ์ทั้ง อิกัวนา,หนูข้าวซานตาเฟ่ (Santa Fe Rice Rat) และยังเป็นที่อยู่ของฝูงสิงโตทะเล อิสระให้ท่านเดินชมและบันทึกภาพความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของหมู่เกาะซานตาเฟ่หนึ่งในหมู่เกาะกาลาปากอสที่เก่าแก่ที่สุดGalapagos sea lions สิงโตทะเล เป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมไม่กี่ชนิดที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ ด้วยเสียงร้องที่ดัง นิสัยขี้เล่น และความคล่องแคล่วที่สง่างามในน้ำทำให้สิงโตทะเลเป็น “เพื่อนผู้ต้อนรับ” แห่งหมู่เกาะที่สามารถพบได้ในแต่ละเกาะของหมู่เกาะกาลาปากอส

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นให้ท่านเลือกทำกิจกรรมดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นบริเวณ Santa Fe’s Bay (Barrington Bay) ที่นี่ยังเป็นแหล่งสัตว์โลกใต้ทะเล อาทิ เต่าทะเล, ปลากระเบน, แมวน้ำ ฝูงปลานานาชนิด และปะการังหลากสีตามแนวโขดหินอีกด้วย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร 

15.00 น. จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ ท่าเรือ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านกลับเข้าสู่ ที่พักโรงแรม FINCH BAY GALAPAGOS ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

กาลาปากอส – เกาะซีมัวร์เหนือ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือ เพื่อนําท่านสู่ นอร์ธ ซีมัวร์ (North Seymour) เกาะเล็กๆทางตอนเหนือของเกาะซานตาครูซใช้เวลาเดินทางเพียง 45 นาทีนับเป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวชุกชุมที่สุดในหมู่เกาะกาลาปากอส เนื่องจากอยู่ใกล้ที่ตั้งของสนามบินบัลทรา และเกาะซานตาครูซ นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่ของนกบูบี้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งนกบูบี้ตีนสีฟ้า, บูบี้หน้ากาก และบู้บี้ตีนสีแดงอีกทั้งยังเป็นที่อยู่ของฝูงสิงโตทะเลตัวผู้ ที่ส่งเสียงร้องข่มขวัญเพื่อต่อสู้แย่งชิงความเป็นใหญ่ และแย่งชิงตัวเมีย

นำท่านสํารวจเกาะเล็กๆแห่งนี้ ซึ่งบริเวณชะหง่อนผาของเกาะเป็นที่อยู่อาศัยของ นกโจรสลัด (Frigate birds) นกขึ้นชื่ออีกชนิดของกาลาปากอสและเป็นสัตว์ที่ต้องมาดูให้ได้ เนื่องจากนกโจรสลัดบนเกาะแห่งนี้ เป็นนกที่มีกระพุ้งแก้มสีแดง และสามารถพองตัวขยายขนาดได้ มีความแตกต่างจากนกโจรสลัดอื่นๆ ทั้งทางด้านพันธุกรรม และรูปร่างสัณฐาน เชื่อว่านกดังกล่าวไม่มีการแลกเปลี่ยนยีนกับนกโจรสลัดที่อยู่ในแผ่นดินใหญ่มาเป็นเวลาหลายแสนปีแล้ว อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศของเกาะนอร์ธซีมัวร์ตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนําท่านสู่ หาดบาแชส (Bachas Beach) อันเป็นอ่าวที่เรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาเกยตื้นที่นี่ นอกจากนี้บริเวณหาดทรายแห่งนี้ยังเป็นจุดว่ายน้ําที่ดีอีกแห่งของเกาะซานตาครูซ อีกทั้งยังเป็นที่อยู่ของอิกัวน่าทะเล นกฟลาเมนโก และยังเป็นอ่าวที่วางไข่ของเต่าทะเลเขียวอีกด้วย จากนั้นให้ท่านเลือกทำกิจกรรมดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นบริเวณ หาดบาแชส (Bachas Beach) จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร 

15.00 น. จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ ท่าเรือ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านกลับเข้าสู่ ที่พักโรงแรม FINCH BAY GALAPAGOS ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

8

วันที่แปดของการเดินทาง

 

กาลาปากอส – อิสระตามอัธยาศัย – กิโต้

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

 อิสระให้ท่านพักผ่อนอิริยบถในแบบฉบับของท่านตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

14.46 น. ออกเดินทางสู่ กรุงกิโต้ (QUITO) โดยสายการบิน LATAM เที่ยวบินที่ XL1416

17.49 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง กรุงกิโต้ (QUITO) เมืองหลวงของประเทศเอกวาดอร์

 *** ใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง โดยประมาณ ***

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม JW MARRIOTT QUITO ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

 

กิโต – ปิชินชา – อนุสาวรีย์แห่งใจกลางโลก – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ เมืองปิชินชา (Pichincha) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองกิโตประมาณ26 กิโลเมตร อันเป็นที่ตั้งของ อนุสาวรีย์แห่งใจกลางโลก (Monument of the Middle of the World)เป็นอนุสาวรีย์ที่สูงประมาณ 30 เมตร สร้างขึ้นในปี 1979-1982 สําหรับเมืองปิชินชาแห่งนี้เป็นเมืองที่มีความสําคัญ เนื่องจากในปี 1736 เป็นเมืองที่ใช้เป็นสถานที่วัดละติจูดของเส้นอิเควเตอร์ และพิสูจน์สมมติฐานเรื่องโลกกลม (Meaure latitude at the Equator and prove the roundness of the Earth) โดยทีมนักวิทยาศาตร์ชาวเอกวาดอร์ นําทีมโดย เพโดร วินเซนต์ มอลโดนาโด (Pedro Vicente Maldonado) ในการพิสูจน์ และวัดละติจูดของเส้นอิเควเตอร์ นําท่านสัมผัสประสบการณ์การถ่ายภาพที่ละติจูด 00,00,00 ได้ตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร จากนั้นนําท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์อินทินันโซล่า (Intinan Solar Museum) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวิธีการวัดละติจูดเส้นอิเควเตอร์ในสมัยก่อน และ แสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเทือกเขาแอนดิสตั้งแต่สมัย 500 BC ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดเก็บเครื่องมือเครื่องใช้ในอดีตและภูมิปัญญาของนักวิทยาศาตร์ในสมัยก่อนในการหาจุดกึ่งกลางโลก ได้เวลาอันสมควร จากนั้นนําท่านเดินทางกลับสู่ เมืองกิโต         

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน เดินเที่ยวชมเมือง โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลที่รายล้อมบริเวณรอบ Independence Square สถานที่ประกาศความเป็นอิสรภาพจากสเปนเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 1809, อาคารรัฐสภา (Presidential Palace), วังแห่งอาร์บิชอบ, มหาวิหารแห่งเมือง โบสถ์โรมันคาทอลิกที่สร้างขึ้นระหว่างปี 1562-1567 ได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้, โบสถ์และวิทยาลัยเยซูอิต ลากอมปานญา (La Compañía) ซึ่งมีการตกแต่งภายในอย่างหรูหรา รังสรรค์ความงดงามโดย “สกุลช่างบาโรคแห่งกิโต้” ซึ่งผสมผสานศิลปะแบบสเปน. อิตาเลียน. มัวร์ (Moorish), เฟลมิช (Flemish) และศิลปะท้องถิ่นที่เข้ากันอย่างลงตัว จากนั้นนําท่าน ชมจัตุรัสซานฟรานซิสโก (San Francisco Square) หรือที่รู้จักในนาม El San Francisco จัตุรัสแห่งนี้เป็นที่ตั้งของโบสถ์และอารามของ เซนต์ ฟรานซิส (Church and Monastery of St. Francis) สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16 สถาปัตยกรรมบริเวณจตุรัสแห่งนี้เป็นแบบโคโลเนียลละตินอเมริกา นําท่านชมความงามของอารามเซ็นต์ ฟรานซิส และ สถาปัตยกรรมโดยรอบบริเวณ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพสถานที่เก่าแก่ทางประวัติศาสตร์แห่งชนชาติเอกวาดอร์ตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม JW MARRIOTT QUITO ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

10

วันที่สิบของการเดินทาง

 

กิโต – โบโกต้า (โคลอมเบีย) – วิญญ่าวิเซนซิโอ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน 

09.45 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโบโกต้า ประเทศโคลอมเบีย โดย สายการบิน AVIANCA เที่ยวบินที่ AV8372

11.20 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง กรุงโบโกต้า (BOGOTA) เมืองหลวงของประเทศโคลอมเบีย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย  จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองวิญญ่าวิเซนซิโอ (Villavicencio) อีกหนึ่งเมืองต้นทางสู่ อุทยาน แห่งชาติ คาโญ่ คริสตาเลส (Cano Cristales) ดินแดนมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของแม่น้ำ 5 สีเดินทางถึง เมืองวิญญ่าวิเซนซิโอ *** ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง ***

นำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พักโรงแรม GHL Hotel Grand Villavicencio  ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

*** ให้ท่านเก็บสัมภาระ และพักผ่อนอิริยาบถในแบบฉบับของท่านตามอัธยาศัย ***

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

11

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

 

วิญญ่าวิเซนซิโอ – ลา มาการีนา – อุทยานคาโญ่ คริสตาเลส (แม่น้ำ 5 สี) – วิญญ่าวิเซนซิโอ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านสู่ สนามบินวิญญ่าวิเซนซิโอ เพื่อนำท่านขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำสู่ เมืองลามาการีน่า (La Macarena)

07.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองลา มาการีนา (La Macarena) *** ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ***

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติ คาโญ่ คริสตาเลส (Cano Cristales) เพื่อนำท่านเข้าไปสัมผัสความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของแม่น้ำ 5 สี “The River of the Five Colors” ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นแม่น้ำที่สวยที่สุดในโลก หรือที่รู้จักในชื่อ “แม่น้ำคาโญ่ คริสตาเลส” นอกจากนี้ยังได้รับสมญานามว่า “แม่น้ำสู่สรวงสวรรค์ –The River that runway to paradise” การเดินทางในระยะแรกใช้รถยนต์จนถึงทางแยกริมฝั่งแม่น้ำกัวญาเบโร่ ซึ่งต้องเดินเท้าต่อเข้าไปยังแม่น้ำ 5 สี อีกประมาณ 2 กิโลเมตร (หาท่านต้องการขี่ลาเข้าสู่ฝั่งแม่น้ำ กรุณาแจ้งไกด์ท้องถิ่นเพื่อเตรียมลาให้ท่านล่วงหน้า และไม่ได้รวมในค่าใช้จ่าย)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบ Lunch Box เพื่อความสะดวกของท่านในการท่องเที่ยว

บ่าย อิสระให้ท่านได้ชมความงามของแม่น้ำ 5 สี ซึ่งมีลักษณะเป็นลำธารตื้นน้ำใสมาก สามารถเห็นพืชน้ำหลากสีโดยเฉพาะหญ้ามอส และสาหร่ายสีสันต่างๆ ทั้ง สีเขียว สีม่วง สีแดง สีแดงอมม่วง สีฟ้า อันเป็นที่มาของชื่อ “แม่น้ำ 5 สี” นำท่านชมความงามของน้ำตกน้อยใหญ่ ตลอดเส้นฝั่งแม่น้ำทั้งน้ำตก Cascada de los Cuarzos , La Piedra dela Virgen , Los pianos และ Cascada del Amorแม่น้ำ 5 สี เป็นทางน้ำไหลผ่านลานที่ราบสูงหินควอทซ์เก่าแก่นับล้านปี ที่แผ่ต่อเนื่องมาจากบราซิลและเวเนซูเอล่า ช่วงที่น้ำไหลผ่านเป็นช่วงที่มีการลดระดับของหินน้ำจึงไหลแรงจนเกิดเป็นหลุมโพรง แก่งหินและน้ำตกตลอดแนว และยังอยู่ในจุดเชื่อมต่อของระบบนิเวศของสัตว์ และพืชอันหลากหลาย และมีภูมิอากาศที่หลากหลายตั้งแต่ ร้อน ฝน หนาว อีกทั้งยังเป็นบ้านของนกกว่า 420 สายพันธุ์ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 10 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 43 ชนิด อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความน่าประทับใจตามอัธยาศัย (หากท่านต้องการเล่นน้ำกรุณาเตรียมชุดว่ายน้ำ และผ้าขนหนูไปด้วย) ให้ท่านได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ก่อนเดินทางกลับสู่ที่พักในช่วงเย็น จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองวิญญ่าวิเซนซิโอ

17.00 น. ออกเดินทางโดยเครื่องบินเช่าเหมาลำสู่ เมืองวิญญ่าวิเซนซิโอ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม GHL Hotel Grand Villavicencio  ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

12

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

 

วิญญ่าวิเซนซิโอ – โบโกต้า – ชมเมือง – ยอดเขามองเซอร์รัต –  พิพิธภัณฑ์ทองคำ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองโบโกต้า (BOGOTA) เมืองหลวงของประเทศโคลัมเบีย ประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ในทวีปอเมริกาใต้ *** ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง ***

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน ชมกรุงโบโกต้า เมืองหลวงของประเทศโคลอมเบีย บริเวณจัตุรัสโบลิวาร์ (Plaza de Bolivar) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง และยังเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ไซมอน โบลิวาร์ ผู้นำแห่งการเคลื่อนไหวให้ประเทศในเขตอเมริกาใต้ปลดแอกตัวเองจากการเป็นเมืองขึ้นของประเทศมหาอำนาจผู้ล่าอาณานิคม จนได้รับหรือที่รู้จักในนาม “สงครามโบลิวาร์” โดยศิลปินชาวอิตาเลี่ยนได้เป็นผู้รังสรรค์รูปปั้นนี้ในปี 1846 บริเวณแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของอาคารที่ทำการของรัฐบาล โดยทางทิศเหนือเป็นที่ตั้งของพระราชวังแห่งความยุติธรรม (Palace of Justice) อาคารที่เปรียบเหมือนสัญลักษณ์แห่งความยุติธรรมของประเทศ ส่วนทางทิศใต้ของจัตุรัสเป็นที่ตั้งของรัฐบาล และอาคารรัฐสภาของโคลอมเบีย อิสระให้ท่านถ่ายภาพกับหมู่อาคารในแบบโคโลเนียลสเปนที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และยังคงสภาพสมบูร์จวบจนปัจจุบัน ทางด้าน ตะวันออก  ของจัตุรัสเป็นที่ตั้งของวิหารแห่งโบโกต้า (Primary Cathedral of Bogota) เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิค ซึ่งสร้างในสมัยศตวรรษที่ 17 แต่ยังคงความงดงามไว้ได้อย่างดีเยี่ยม จากนั้นนำท่าน ขึ้นเคเบิ้ลคาร์สู่ ยอดเขามองเซอร์รัต (Monserrate) เป็นเทือกเขาแนวยาวโอบล้อมกรุงโบโกต้า อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์เก่าแก่บนยอดเขาอีกด้วยอิสระให้ท่านได้เก็บภาพกรุงโบโกต้า จากมุมสูง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมือง

จากนั้นนำท่าน เข้าชมความงามของโบสถ์ซานฟรานซิสโก (San Francisco Church) โบสถ์ยุคล่าอาณานิคมที่งดงามแห่งนี้  สร้างขึ้นโดยนักบวชของเซนต์ฟรานซิสในช่วงศตวรรษที่ 16 นับเป็นโบสถ์ที่ยังคงสภาพและมีอายุเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเมือง ที่นี่มีชื่อเสียงในเรื่องของฉาก  ประดับแท่นบูชาที่งดงามของโบสถ์ คอลเล็กชั่นรูปปั้น และงานแกะสลักสุดหรูหรามากมาย อืสระให้ท่านชมความสวยงามตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์ทองคำ (Gold Museum-El Museo del Oro) แห่งโคลอมเบีย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในจัดแสดงข้างของเครื่องใช้ เครื่องประดับ และวัสดุอื่นๆจากทองคำ ในช่วง Pre-Hispanic มีชิ้นงานล้ำค่าจัดแสดงกว่า 55,000 ขิ้น นอกจากนี้ในส่วนชั้นสอง และชั้นสามของพิพิธภัณฑ์ยังจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในอดีตที่สามารถขุดพบในประเทศโคลอมเบีย สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตของชนเผ่าพื้นเมืองในอดีต จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม HILTON BOGOTA CORFERIAS ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

13

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

 

โบโกต้า – อาร์เมเนีย – ซาเลนโต – ชมเมือง – หมู่บ้านวัฒนธรรมกาแฟ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน 

09.16 น. ออกเดินทางสู่ เมืองอาร์เมเนีย โดย สายการบิน AVIANCA เที่ยวบินที่ AV4806

10.16 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง เมืองอาร์เมเนีย (Armenia) ภูมิภาคที่ตั้งของแหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญของประเทศ

นำท่านเดินทางด้วยรถจี๊ปสู่ หุบเขาโคโครา (Cocora Valley) ท่านจะได้สัมผัสประสบการณ์อันตื่นเต้นตลอดเส้นการเดินทาง นอกจากนี้ยังประทับใจ และชื่นชมไปกับทัศนียภาพสองข้างทางที่เขียวขจีของต้นไม้บนหุบเขา โดยเฉพาะต้นปาล์ม “Palma de Cera” ต้นไม้ประจำชาติของโคลัมเบีย หนึ่งในสายพันธุ์ที่สูงที่สุดในโลก และเป็นสัญลักษณ์ของ เมืองซาเลนโต (Salento) อีกด้วย อิสระให้ท่านถ่ายภาพกับวิวทิวทัศน์ของต้นปาล์มอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเข้าสู่ เมืองซาเลนโต (Salento) เมืองเล็กๆที่สวยงามตั้งอยู่บนเนินเขาบริเวณภูมิภาคกาแฟของโคลัมเบีย เป็นหนึ่งในเมืองที่มีสเน่ห์ที่สุดและสวยที่สุดเมืองหนึ่งในโคลัมเบีย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย  จากนั้นนำท่าน เยี่ยมชมความงดงามของหมู่บ้านวัฒนธรรมกาแฟของชาวเมืองในชาเลนโต พบกับอาคารสีสันสดใสสองข้างของถนนเล็กๆที่มักมีผู้คนนิยมนั่งดื่มกาแฟบริเวณด้านหน้าอาคาร ชมอารยธรรมความเป็นอยู่ของชาวเมืองที่อยู่ร่วมกันอย่างเงียบสงบ เป็นเมืองที่เหมาะแก่การพักผ่อน และมาเยี่ยมเยือนอย่างยิ่งจนได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่าน ชมแหล่งการผลิตกาแฟสำคัญของโคลัมเบีย Coffee Regionชมเทคนิคการเพาะปลูกกาแฟและขั้นตอนการผลิต เริ่มตั้งแต่การเก็บเกี่ยวผลผลิตไปจนถึงการ   สามารถผลิตออกมาเป็นเครื่องดื่มที่เราเห็นทุกวันนี้ ที่นี่นับว่าเป็นตัวอย่างของภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมขอโคลัมเบีย สะท้อนให้เห็นถึงธรรมเนียมการปลูกกาแฟที่มีมากกว่า 100 ปี บริเวณพื้นที่เล็กๆในป่าสูง และการที่ชาวนาได้ปรับวิถีการเรียนรู้การเพาะปลูกในสภาพภูมิประเทศบนภูเขาอันยากลำบาก ได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม MOCAWA RESORT ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

14

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

 

อาร์เมเนีย – โบโกต้า – ซีปากีรา – มหาวิหารเกลือ – โบโกต้า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน 

09.57 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโบโกต้า โดย สายการบิน AVIANCA เที่ยวบินที่ AV9840

10.55 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง กรุงโบโกต้า (BOGOTA) เมืองหลวงของประเทศโคลอมเบีย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซีปากีรา (Zipaquira) เมืองทางตอนเหนือห่างจากกรุงโบโกต้าประมาณ 50 กิโลเมตร เดินทางถึง เมืองซีปากีรา

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน เข้าชมมหาวิหารเกลือ (Salt Cathedral) เอกลักษณ์ของสิ่งปลูกสร้างของวิหารแห่งนี้คือโครงสร้างที่เจาะลึกเข้าไปภายในเหมืองเกลือ เก่าแก่ใต้ดินที่มีความลึกกว่า 200 เมตร เดิมเป็น เพียงอุโมงค์เหมืองเกลือ ที่คนงานทำเหมือง ได้จัดการพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้เพื่อเป็นสถานที่สวดมนต์อ้อนวอนพระเจ้าให้คุ้มครองปลอดภัยระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ บรรยากาศภายในจะมืดและอบอวลไปด้วยกลิ่นกำมะถัน ปัจจุบันเหมืองเกลือแห่งนี้ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรเกี่ยวกับเกลือแล้ว เหลือเพียงแต่วิหารแห่งนี้ไว้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการบูรณะอย่างดี และมีการประดับแสงไฟตามจุดต่างๆ ในส่วนของวิหารสูงประมาณ 22 เมตร ภายในสามารถจุคนได้ถึง 8,000 คนจนได้เวลาอันสมควร จากนั้นแวะชมบรรยากาศบริเวณจัตุรัสกลางเมือง สถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล ที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยว ชมโบสถ์หินที่ตกแต่งภายในแบบทันสมัย กระทั่งได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงโบโกต้า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม HILTON BOGOTA CORFERIAS ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

15

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

 

โบโกต้า – การ์ตาเคนา – ปราสาทซานฟิลิป เดอ บาราจาส – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน 

10.45 น. ออกเดินทางสู่ เมืองการ์ตาเคนา โดย สายการบิน AVIANCA เที่ยวบินที่ AV9542

12.17 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง เมืองการ์ตาเคนา (Cartagena) เมืองท่าที่สำคัญของทะเลเคริเบียน เดิมเคยเป็นเมืองขนส่งที่สำคัญของสเปน ชาวสเปนจึงได้ทำการก่อสร้างป้อม และกำแพงป้องกันเมืองอย่างแน่นหนาในปัจจุบันยังคงหลงเหลือให้เห็นอยู่ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่าน ชมปราสาทซานฟิลิป เดอ บาราจาส (San Felipe de Barajas) หรือ Castillo San Felipede สร้างอยู่บนยอมเขา และตั้งชื่อตามกษัตริย์ฟิลิปเป้ที่ 4  แห่งสเปน ตัวปราสาทสร้างเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม โดดเด่น ตระหง่านอยู่บนยอดเขา ตัวปราสาทเคยถูกทำลายเนื่องจากสงคราม Grand  Alliance ในปี 1697 และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี 1739-1741 หลังจากนั้นได้รับความเสียหายอีกครั้งในระหว่างสงคราม Jenkin’s Ear และได้รับการบูรณะอีกครั้งในปี 1763 ชาวเมืองสเปนเชื่อว่าหินที่ใช้ในการสร้างตัวปราสาทนั้นถูกชะโลมไปด้วยเลือดของทาสผิวดำ เพราะในอดีตเมืองแห่งนี้เป็นเมืองท่าในการค้าทาสของสเปน กระทั่งได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ย่านเกตเซมานี (Getsemani) เป็นหนึ่งในย่านเมืองเก่าการ์ตาเคนาในอดีตเป็นย่านผู้ใช้แรงงาน แต่ในปัจจุบันได้รับการพัฒนาเป็นย่านแห่งสีสันยามราตรี อาคารของย่านนี้ดูเก่า แต่คงไว้ซึ่งความสวยงาม และสีสันของบ้านเรือนหลากสีที่สะท้อนให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวาของเมือง อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของเมือง แวะถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์กาตาลิ นา (India Catalina) ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองการ์ตาเคนา ลูกสาวของหัวหน้าเผ่าที่ถูกชาวสเปนลักพาตัวไปเลี้ยงตั้งแต่เด็ก และเมื่อเธอมีอายุ 20 ปี ก็ได้กลับมาพบกับครอบครัว และเป็นคนกลางเจรจาระหว่างชาวสเปนและชาวพื้นเมือง รวมไปถึงเป็นผู้ช่วยให้ชาวสเปนได้ค้นพบกับขุมทองคำในประเทศโคลอมเบียอีกด้วย อิสระให้ท่านถ่ายภาพความงดงามตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่าน ชมบริเวณจัตุรัสปลาซ่า เดซาน เปโดร (Plaza de San Pedro) อันเป็นที่ตั้งของโบสถ์ซานเปโดรกลาเบร์ (Iglesia se Dan Pedro Claver) สร้างโดยคณะสงฆ์เยซูอิน (Jesuit) ระหว่างปีค.ศ. 1580 ถึงปีค.ศ.1654 ถือเป็นจัตุรัสที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพกับรูปปั้นหญิงอ้วน (La gordita) โดยเฟร์นันโด โบเตโร (Fernando Botero) ศิลปินชาวโคลอมเบียที่มี ชื่อเสียงระดับโลก รูปปั้นนี้ถือเป็นรูปปั้นไฮไลท์ของเมืองที่นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนต้องมาถ่ายรูปกลับไปให้ได้ จนได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินเล่นชมเมือง ผ่านชมอาคารมหาวิทยาลัยแห่งการ์ตาเคนา (Universidad de Cartagena) ในอดีตคือสำนักสงฆ์ซานออกุสติน ปัจจุบันเป็นสถานที่สำหรับทำการเรียนการสอนในคณะนิติศาสตร์ และแพทย์ศาสตร์ รวมไปถึงหลักสูตรที่สูงกว่าปริญตรีของคณะ  ต่างๆ จากนั้นนำท่านเข้าชมมหาวิหารแห่งเมืองการ์ตาเคนา (Cetedral de Cartagena) เป็นมหาวิหารที่สำคัญที่สุดของเมือง สร้างเสร็จในปีค.ศ. 1612 โดยใช้โบสถ์แถบอันดาลูเซีย และหมู่เกาะคานารีเป็นแม่แบบ (แต่หอคอยออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส) อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของวิหารตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม INTERCONTINENTAL CARTAGENA ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

16

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

 

การ์ตาเคนา – ชายหาด Castillogrande – จุดชมวิว LA POPA – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมนอกจากเมืองการ์ตาเคนา จะเป็นเมืองที่งดงามพร้อมด้วยสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมอันน่าทึ่ง อย่างไรก็ตามยังล้อมรอบไปด้วยชายหาดที่สวยงาม และเกาะสวรรค์เขตร้อนที่เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง  อิสระให้ท่านพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย บริเวณชายหาด Castillogrande เป็นหนึ่งในชายหาดที่ตั้งอยู่ในคาบสมุทร Bocagrande ในใจกลางเมือง เป็นชายหาดที่มีความหรูหรา เงียบสงบ และผ่อนคลาย ด้วยน้ำทะเลที่ใสสะอาด เหมาะสำหรับการว่ายน้ำ และเดินเล่นอย่าง  เพลิดเพลินตามอัธยาศัยจนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ Convento de Santa Cruz de la Popa เป็นโบสถ์เก่าแก่บนเขาที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคนโปเลียน นอกจากความสวยงามของโบสถ์แล้ว ที่นี่ยังถือเป็นจุดชมวิวเมืองที่ดีที่สุด และมีชื่อเสียง เป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวที่ต้องมาเยือนที่เมืองนี้

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน เที่ยวชมเขตย่านเมืองเก่า (OLD TOWN) ซึ่งยังคงสภาพ และความสวยงามอย่างสมบูรณ์ อันสะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรือง และความมั่งคั่งทางประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ตั้งแต่อดีต

นำท่าน ชมบริเวณกำแพงเมืองเก่า (City wall) ที่สร้างขึ้นโอบล้อมรอบเมือง เพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึก และยังคงความสมบูรณ์มาจนถึงทุกวันนี้ ด้วยเหตุนี้องค์การยูเนสโกจึงได้ขึ้นทะเบียนเมืองการ์ตาเคนาเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี ค.ศ.1984 แวะถ่ายภาพกับหอคอย โตเร เด เรลอจ (Torre de Reloj) หอนาฬิกาสัญลักษณ์ของเมือง ที่สร้างขึ้นในช่วงที่ได้รับอิทธิพลการก่อสร้างแบบมาจากสเปน จากนั้นนำท่าน ช่อปปิ้งตลาดลาส โบเบดาส (Las Bovedas) เป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองที่มีเสาโค้งและห้องต่างๆ ในอดีตห้องต่างๆเหล่านี้เคยเป็นคุก แต่ในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนเป็นร้านขายของที่ระลึก ถือเป็นย่านขายของที่ระลึกที่สำคัญของเมือง อิสระให้ท่านเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกตามอัธยาศัย อาทิ กระเป๋าวายู (Wayuu mochila) หัตถกรรมแบบดั้งเดิม ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นจากฝีมือของชนพื้นเมืองวายู (Wayuu People) เป็นงานศิลปะจากภูมิปัญญาท้องถิ่นอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี เป็นต้น จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม INTERCONTINENTAL CARTAGENA ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

17

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

 

การ์ตาเคนา – โบโกต้า – อัมสเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน 

09.45 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินเมืองโบโกต้า โดย สายการบิน AVIANCA เที่ยวบินที่ AV9541

11.15 น.(เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินเมืองโบโกต้า

 *** อิสระอาหารกลางวัน ภายในภัตตาคารบริเวณสนามบิน ***

16.35 น. ออกเดินทางสู่ กรุงอัมสเตอดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดย สายการบิน KLM เที่ยวบินที่ KL749

18

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

 

อัมสเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์) – กรุงเทพ ฯ

11.05 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบิน Schiphol กรุงอัมสเตอดัม

*** ใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้น 13 ชั่วโมง 50 นาที  โดยประมาณ ***

*** อิสระอาหารกลางวัน ภายในภัตตาคารบริเวณสนามบิน ***

17.15 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบิน KLM เที่ยวบินที่ KL875

19

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

 

กรุงเทพ ฯ

10.05 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..

*** ใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้น 10 ชั่วโมง 50 นาที  โดยประมาณ ***