04 – 15 ตุลาคม 2562
วันเดินทาง
ออสเตรียแอร์ไลน์ (OS)
สายการบิน

ทัวร์ยุโรป : ฝรั่งเศส – สเปน – โปรตุเกส 12 วัน (OS/LH)

กำหนดการเดินทาง :  04 – 15 ตุลาคม 2562

ประเทศ : ฝรั่งเศส – สเปน – โปรตุเกส 

สายการบิน : ออสเตรียน OS

ราคา : 132,800  บาท

ปารีส (ฝรั่งเศส) – ออร์เลออง – ตูร์ – ปัวติเย่ร์ – ลา โคแชล – บอร์กโดซ์

ซาน เซบัสเตียน (สเปน) – บิลเบา – ซานตันเดร์ – คิชอน – ลา โครูนา – ซานเตียโก เด กอมโปสเตลา  พอร์โต – โคอิมบรา – ลิสบอน – ซินตร้า – พีน่า พาเลซ – คาสไคส์ – เอสโทริล – ลิสบอน สัมผัสความหลากหลายของธรรมชาติและวัฒนธรรม ในดินแดนฝรั่งเศส สเปน และโปรตุเกส เยือนเมืองออร์เลอ็อง กับประวัติศาสตร์หน้าสำคัญแห่งวีรสตรีชาวฝรั่งเศส โจน ออฟ อาร์ค เข้าชมปราสาทชองบอร์ มหาปราสาทแห่งลุ่มแม่น้ำลัวร์ ลิ้มรสไวน์ชื่อดังของเมืองบอร์กโดซ์  พร้อมมื้อกลางวันภายในชาร์โต ท่ามกลางบรรยากาศไร่องุ่น ดื่มด่ำกับความงดงามของเมืองตากอากาศชื่อดัง ซาน เซบัสเตียน เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงของสเปนที่ได้ชื่อว่าเป็น สเปนนิชริเวียร่า เมืองริมชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ชมย่านเมืองเก่าล้ำค่าประวัติศาสตร์ของสเปน อาทิ เมืองบิลเบา ลา โครูนาและบายาโดลิค ท่องเที่ยวแบบครบเครื่องและช้อปปิ้งส่งท้ายอย่างจุใจ ณ ย่านช้อปปิ้งชั้นนำในกรุงลิสบอน

สะสมไมล์ ROP 50 %

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ

20.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 4 เคาน์เตอร์ สายการบินออสเตรียน เจ้าหน้าที่จากบริษัทเร้นจ์ฯ จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

23.45 น.  ออกเดินทางสู่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดย สายการบิน ออสเตรียน เที่ยวบินที่ OS 026/411

2

วันที่สองของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ – ปารีส – ชมเมือง – ออร์เลออง – มหาวิหารออร์เลอ็อง – ชมเมือง

(แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินกรุงเวียนนา เวลา 05.35 – 07.05 น.)

09.15 น. เดินทางถึง กรุงปารีส (PARIS) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว

จากนั้นนำท่าน ชมกรุงปารีส มหาราชินีแห่งเมืองหลวงของโลก ผ่านชมมหาวิหารนอทเทรอดาม (NOTREDAME CATHEDRAL) ที่เป็นตัวอย่างผลงานด้านสถาปัตยกรรมแบบกอธิคที่วิเศษสุดไม่ว่าจะมองจากมุมไหนๆ ชม ย่านนักศึกษาศิลปิน ย่านการค้าโอเปร่าเฮาส์

ถ่ายรูปคู่กับประตูชัย (ARC DE TRIOMPHE) ของพระเจ้า นโปเลียนอาร์ค เดอทริออม ถนนชองเชลิเช (CHAMPS ELYSEES) ถนนที่มีต้นไม้เรียงรายทั้งสองข้างทางอย่างน่าเดินเล่นต้นแบบถนนราชดำเนิน ผ่านชม ปลาชเดอลา ค็องคอร์ด (PLACE DE LA CONCORDE) จัตุรัสแห่งความสามัคคี

และถ่ายภาพกับพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Musée du Louvre) เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีชื่อเสียงเก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ตัวอาคารเดิมทีเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร หอไอเฟล (EIFFEL TOWER) สัญลักษณ์ของนครปารีส จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองออร์เลออง (ORLEANS) (140 กิโลเมตร) เมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสริมฝั่งแม่น้ำลัวร์ เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส ในสมัยศตวรรษที่ 15  โจน ออฟ อาร์ค (SAINT JOAN OF ARC) วีรสตรีผู้นำกองทัพฝรั่งเศสบุกเมืองออร์เลอ็อง เพื่อตอบโต้และขับไล่กองทัพอังกฤษที่ยึดล้อมเมืองอยู่จนได้รับชัยชนะ เดินทางถึง เมืองออร์เลออง นำท่าน ชมเมือง เข้าชม มหาวิหารออร์เลอ็อง (CATHEDRAL D’ORLEANS) เริ่มสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16  ยิ่งใหญ่และงดงามด้วยศิลปะแบบกอธิค มหาวิหารแห่งนี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับ โจน ออฟ อาร์ค คือเป็นสถานที่ที่วีรสตรีท่านนี้ เข้าร่วมพิธีมิสซาก่อนกอบกู้เมืองคืนจากกองทัพอังกฤษ ภายในมหาวิหารมีการตกแต่งด้วยกระจกสีที่แสดงวีรกรรมอันกล้าหาญของ โจน ออฟ อาร์ค

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก MERCURE ORLEANS CENTRE BORDS DE LOIRE หรือเทียบเท่า

3

วันที่สามของการเดินทาง

ออร์เลออง – ปราสาทชอมบอร์ – ตูร์ – ปัวติเยร์ – ชมเมือง – ลา โคแชล

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าชม ปราสาทชองบอร์ (CHATEAU DE CHAMBORD) (55 กิโลเมตร) มหาปราสาทแห่งลุ่มแม่น้ำลัวร์ แม่น้ำสายที่ยาวที่สุดของฝรั่งเศส มีความยาวถึง 1,013 กิโลเมตร โดยสองฟากฝั่งของแม่น้ำ มีปราสาทของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ของฝรั่งเศสอยู่หลายแห่ง ปราสาทชองบอร์สร้างขึ้นในสมัย  พระเจ้าฟรองซัวร์ที่ 1 โปรดให้สร้างขึ้นในปี 1519 หลังนำกองทัพไปชนะอิตาลี โดยใช้สำหรับการรองรับพระสหายและเป็นที่ประทับเมื่อมาล่าสัตว์ในเขตนี้ โดยมีลีโอนาร์โด ดาวินชี เป็นผู้ร่าง และ DOMINIGUE DE CORTONE สถาปนิกชาวฝรั่งเศสและทีมงานได้นำโครงสร้างนี้ไปปรับปรุงเป็นแบบสมบูรณ์ ปราสาทชองบอร์ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนป่าที่มีพื้นที่ถึง 13,500 เอเคอร์ ไม้ที่นำมาทำเป็นโครงสร้างและพื้นเป็นไม้โอ๊ค ด้านหน้าทางเข้าปราสาทเป็นลานกว้างเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าฟรองซัวร์ที่ 1 ด้านหลังเป็นโบสถ์และที่ประทับของกษัตริย์ ทางขึ้นปราสาทเป็นบันไดวนออกแบบโดนดาวินชี นำท่านเดินชมปราสาทชองบอร์ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองตูร์ (TOURS) (80 กิโลเมตร) เมืองที่มีความสำคัญ  ทางด้านประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นแบบโรมัน อดีตเคยเป็นเมืองหลวงของ  ฝรั่งเศสก่อนที่จะมีการย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่ปารีส

นำท่าน ชมเมืองในเขตเมืองเก่า โดยบริเวณใจกลางของเมืองเก่าจะเป็นที่ตั้งของจัตุรัส PLUMEREAU เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของ เมือง โดยจัตุรัสถูกโอบล้อมไปด้วยเหล่าอาคารบ้านเรือนสมัยยุคกลางที่งดงาม ซึ่งบางส่วนถูกสร้างด้วยไม้ซุง อีกทั้งยังรายล้อมด้วยร้านอาหาร และผับตั้งเรียงรายเต็มสองข้างทางอันเป็นบรรยากาศที่เพลิดเพลินแก่การเดินเล่นชมเมืองเป็นอย่างมาก จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปัวติเยร์ (POITIERS) (105 กิโลเมตร) เมืองเก่าแก่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฝรั่งเศส เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและมีบทบาทสำคัญในช่วงปลายของยุคกลาง ปัจจุบัน  ภายในเมืองยังคงมีสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ (ROMANESQUE) ที่ค่อนข้างมีความสมบูรณ์หลงเหลืออยู่ จนกระทั่งเดินทางถึง เมืองปัวติเยร์

นำท่าน ชมเขตเมืองเก่า ผ่านชม โบสถ์เซนต์จอห์น (BAPTISTERE SAINT JEAN) โบสถ์เก่าแก่ที่สร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 4 โดยสร้างจากอาคารโรมันเดิม เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส

ผ่านชม มหาวิหารแห่งปัวติเยร์ (CATHEDRAL OF POITIERS) มหาวิหารขนาดใหญ่ สร้างขึ้นในปี 1162 เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์และกอธิคยุคต้น จากนั้นนำท่านเดินชม จัตุรัสใจกลางเมือง ในย่านเมืองใหม่ อันเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง มหาวิทยาลัยปัวติเยร์ และยังเป็นศูนย์รวมของร้านค้า ร้านอาหารมากมาย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองลา โคแชล (LA ROCHELLE) (140 กิโลเมตร) เมืองท่าเรือเก่าแก่ ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ศูนย์กลางของอาหารทะเลรสเลิศ โดยเฉพาะหอยนางรมสดๆ อาหารขึ้นชื่อของฝรั่งเศส เป็นเมืองที่มีเสน่ห์และสวยงามอีกแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส จนกระทั่งเดินทางถึง เมืองลา โคแชล นำท่าน ชมเมือง ผ่านชมและถ่ายรูปกับป้อมปราการโบราณ ที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันเมืองในอดีต ชมบริเวณ ท่าเรือริมทะเล ซึ่งเป็นจุดจอดเรือยอร์ชมากมาย อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองท่าริมทะเลอันมีเสน่ห์แห่งนี้ตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก CENTRAL PARK HOTEL & SPA หรือระดับเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ลา โคแชล – บอร์กโดซ์ – ชมเมือง – ชิมไวน์ – ซาน เซบัสเตียน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบอร์กโดซ์ (BORDEAUX) (190 กิโลเมตร) หนึ่งในเมืองท่าที่สำคัญตั้งแต่ก่อนยุคโรมัน ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของฝรั่งเศส ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำกาโรนน์ (GARONNE) และชายฝั่งทะเลทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เป็นเมืองหลวงของแคว้นอากีแตน (AQUITAINE) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ (UNESCO) อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งไวน์และไร่องุ่นที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสและของโลกอีกด้วย จนกระทั่งเดินทางถึง เมืองบอร์โดซ์

นำท่าน ชมเมือง ผ่านถนนหลุยส์ที่ 18 ที่ทอดยาวเลียบแม่น้ำกาโรนน์ ผ่านชม สะพานปิแอร์ (PONT DE PIERRE) สะพานข้ามแม่น้ำกาโรนน์ สัญลักษณ์ของเมืองบอร์กโดซ์ จากนั้น

นำท่านชม จตุรัสพลาสเดอ ลา บูร์ซ (PLACE DE LA BOURSE) จัตุรัสใจกลางเมืองบอร์กโดซ์ เป็นที่ตั้งของอาคารสำคัญหลายแห่งของเมือง อาทิ อาคารรัฐสภา และที่ทำการราชการต่างๆ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ไร่ไวน์ชื่อดังของเมืองบอร์กโดซ์

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันภายในไร่ไวน์ พร้อมชิมไวน์อันขึ้นชื่อแห่งเมืองบอร์กโดซ์

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซาน เซบัสเตียน (SAN SEBASTIAN) (240 กิโลเมตร) เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงของสเปนที่ได้ชื่อว่าเป็น สเปนนิชริเวียร่า (SPANISH RIVIERA) ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนฝรั่งเศสกับสเปน จึงมีวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างสองประเทศ เดินทางถึง เมือง ซาน เซบัสเตียน อิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมชายหาดอันสวยงาม หรือเลือกซื้อของที่ระลึกภายในย่านเมืองเก่า จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม NH COLLECTION SAN SAN SEBASTIAN หรือระดับเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

ซาน เซบัสเตียน – บิลเบา – ชมเมือง – ซานตันเดร์ – ชมเมือง – คิชอน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบิลเบา (BILBAO) (105 กิโลเมตร) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศสเปน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนอร์เวียง (NERVION RIVER) ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจและเมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญของดินแดนสเปนเหนือ จนกระทั่งเดินทางถึง เมืองบิลเบา นำท่าน ชมย่าน เมืองเก่า ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 และยังอาคารบ้านเรือนสไตล์กอธิคหลงเหลืออยู่

จากนั้นนำท่านผ่านชม อาคารพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ (GUGGENHEIM BILBAO) เป็นอาคารสี  เงินสะท้อนแสง สร้างขึ้นด้วยแผ่นโลหะสีเงินวางต่อกันแบบศิลปะสมัยใหม่ ตั้งเด่นอยู่ริมแม่น้ำเนอร์เวียง เป็นอาคารที่ได้รับยกย่องจากผู้คนทั่วโลก ว่าเป็นอาคารที่น่าทึ่งที่สุดในศตวรรษที่ 20 ภายในอาคารใช้ สำหรับจัดแสดงงานศิลปะแบบหมุนเวียนจากเครือข่ายกุกเกนไฮม์ทั่วโลก จากนั้นนำท่านชม สะพานแขวนวิซคาย่า (VIZCAYA BRIDGE) สร้างขึ้นในปี 1893 ใช้ในการขนส่งรถและผู้คนข้ามแม่น้ำ นับเป็นสะพานแขวนที่ใช้กอนโดล่าในการขนส่งแห่งแรก และมีความเก่าแก่ที่สุดในโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก (UNSECO) และยังสามารถใช้งานได้อยู่ในปัจจุบันอีกด้วย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซานตันเดร์ (SANTANDER) (100 กิโลเมตร) เมืองตากอากาศของสังคมชั้นสูงในสเปนริมอ่าวบิสเคย์ (BAY OF BISCAY) มีพระราชวังตากอากาศของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์อยู่หลายแห่งบริเวณนี้ จนกระทั่งเดินทางถึง เมืองซานตันเดร์

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย  จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นชม ย่านพักผ่อนริมชายหาด ที่มีความยาวกว่า 5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านค้า และแหล่งบันเทิงริมชายฝั่งอยู่มากมาย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคิชอน (GIJON) (180 กิโลเมตร) เมืองพักผ่อนริมชายฝั่งในแคว้นอัสตูเรียส (ASTURIS) ของสเปนตอนเหนือ เป็นหนึ่งเมืองระดับภูมิภาคที่มีความสำคัญในสมัยจักรวรรดิโรมัน นำท่านเดินชม ย่านพลาซ่า เมเยอร์ (PLAZA MAYOR) จัตุรัสศูนย์รวมวัฒนธรรมของเมือง เป็นศูนย์รวมของร้านค้า ผ่านชมหอนาฬิกา โบสถ์ประจำเมือง อีกทั้งยังมีร่องรอยสิ่งก่อสร้างในสมัยโรมัน จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม NH GIJON หรือระดับเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

คิชอน – ลา โครูนา – หอคอยเฮอร์คิวริส – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองลา โครูนา (LA CORUNA) (285 กิโลเมตร) เป็นเมืองท่าอันคึกคักที่มีทั้งสถาปัตยกรรมอันงามสง่า สีสันยามค่ำคืนที่ครึกครื้น และประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เป็นเมืองใหญ่ที่ทันสมัย และกว้างขวาง ทั้งยังมีหาดทรายสีทองในเมืองอีก 2 หาด ด้วยชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาทะเล เมืองนี้จึงขึ้นชื่อเรื่องอาหารเป็นอันดับต้นๆ ในภูมิภาคนี้ เดินทางถึง เมืองลา โครูนา

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพความยิ่งใหญ่ของหอคอยเฮอร์คิวริส (Torre de Hercules) ตั้งอยู่ทางเหนือสุดของเมือง เป็นสถานที่ที่โด่งดังที่สุดในเมือง และได้รับการขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโก จากหลักฐานพบว่าประภาคารนี้ก่อสร้างโดยชาวโรมันในสมัยศตวรรษที่ 1 พื้นที่ส่วนใหญ่ของประภาคารถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในสมัยศตวรรษที่ 18 แต่ยังมีหินรากฐานที่มีรอยจารึกหลงเหลือจากยุคโรมันดั้งเดิม ท่านสามารถขึ้นบันได 242 ขั้นไปถึงยอดประภาคารเพื่อชมวิวอันตระการตาของตัวเมือง และชายฝั่งตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่าน เดินเล่นบริเวณริมถนน Paseo Maritimo ให้ท่านเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพ พร้อมบรรยากาศริมทะเลตามอัธยาศัย นำท่าน ผ่านชมหาดอันสวยงาม 2 แห่งของเมืองนี้ Playa del  Orzan ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักเล่นเซิร์ฟ ส่วน Playa de Riazor จะมีคลื่นลมสงบเหมาะกับการว่ายน้ำในช่วงหน้าร้อน จากนั้นนำท่าน ชมเมืองบริเวณจัตุรัส Maria Pita อันงดงาม เป็นจัตุรัสที่ใช้แยกเขตเมืองเก่าและเชตเมืองใหม่ออกจากกัน จัตุรัสกลางเมืองนี้ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่แม่บ้านนามว่า Maria Pita ซึ่งว่ากันว่าเธอเป็นผู้จุดปืนใหญ่เพื่อเตือนคนในเมืองเมื่อกองทัพของ Sir Francis Drake โจมตีในสมัยศตวรรษที่ 16 จนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม MELIA MARIA PITA หรือระดับเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

ลา โครูนา – ซานเตียโก เด กอมโปสเตลา – ชมเมือง – พอร์โต

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซานเตียโก เด กอมโปสเตลา  (Santiago de Compostela)(80 กิโลเมตร) เป็นเมืองหลวงของแคว้นกาลิเซียที่มีประชากรเพียง 95,000 คนเมืองเล็กๆที่มีความสำคัญของศาสนาคริสต์ เพราะมีศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง โดยเฉพาะสุสานของนักบวชคนสำคัญ เซนต์เจมส์ ในแต่ละปีจึงมีชาวคริสต์ที่มีศรัทธา มาสักการะและเยี่ยมเยือนสุสานของนักบุญท่านนี้เป็นจำนวนมาก เดินทางถึง เมืองซานเตียโก เด กอมโปสเตลา 

จากนั้นนำท่าน เข้าชมวิหารซันติอาโก (Santiago de Compostela Cathedral) เป็นวิหารแบบโรมันที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสเปน ซึ่งถือเป็นสถาปัตยกรรมแบบโรแมนติกของสเปนในศตวรรษที่ 11-13 ผู้แสวงบุญจากทั่วทุกมุมโลกจะเดินทางมาเพื่อมาสักการะนักบวชเซนต์เจมส์ ซึ่งภายในอบอวลไปด้วยกลิ่นอายสมัยยุคกลางที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชม จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองพอร์โต (Porto) (230  กิโลเมตร) เมืองเก่าแก่สมัยโรมัน และเป็นเมืองศูนย์กลางที่สำคัญทางตอนเหนือของประเทศโปรตุเกส ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองรองลงมาจากเมืองลิสบอน พอร์โต้ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำดูโร ที่ไหลลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก และเป็นชุมชนเก่าแก่ จะสังเกตได้จากถนนที่ยังคับแคบและปูด้วยหินบ้านเรือนของที่นี่จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีสีสันสดใส องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียน ให้เมืองเก่าพอร์โต เป็นมรดกโลกในปีค.ศ. 1997 เดินทางถึง เมืองพอร์โต

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม HOLIDAY INN GAIA ระดับเทียบเท่า

8

วันที่แปดของการเดินทาง

พอร์โต – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง – โคอิมบรา – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่าน เที่ยวชมเมืองพอร์โต้ ที่มาของชื่อประเทศ โดยมาจากคำว่า Portus & Cale ซึ่งใช้เรียกเมืองสองฝั่งแม่น้ำ (Douro) แล้วกลายมาเป็น Portugal (ปอร์ตูกัล) ในปัจจุบัน นำท่าน ชมย่านเขตท่าเรือเก่าที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรืองมากในอดีต ปัจจุบัน ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ชมย่านจัตุรัสใจกลางเมือง และที่ว่าการเมือง

โบสถ์เก่าแก่ประจำเมือง ปราสาท และอาคารบ้านเรือน นำท่านชม มหาวิหารแห่งเมืองพอร์โต (Porto Cathedral) สร้างในศตวรรษที่ 12 ซึ่งล้อมรอบด้วยชุมชนที่เก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำ นำท่าน สัมผัสบรรยากาศการเดินชมวิวทิวทัศน์บริเวณแม่น้ำดูโร่ (Douro)

ผ่านชมสะพานข้ามแม่น้ำ Ponte de D.Luis I สะพานเหล็ก 2 ชั้นที่มีชื่อเสียง สร้างและออกแบบโดย กุสตาฟ ไอเฟล ก่อนที่จะสร้างหอไอเฟลขึ้นในกรุงปารีส จากนั้นอิสระให้ท่าน ช้อปปิ้งกันบริเวณย่าน “Liberty Square”ศูนย์กลางการช้อปปิ้งของเมืองที่รวบรวมไปด้วยร้านค้า ชั้นนำต่างๆ และร้านขายของที่ระลึก ให้ท่านได้จับจ่ายซื้อของฝากของที่ระลึกกันอย่างจุใจ ช้อปปิ้งกันต่อที่ถนนคนเดิน “Santa Catarina” อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกกันตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโคอิมบรา (Coimbra) (130 กิโลเมตร) เชื่อกันว่าเป็นเมืองที่ก่อตั้งขึ้นโดยชาวโรมัน เพราะอยู่ในระยะสูงยากต่อการโจมตีของศัตรู จะเห็นหลักฐานได้จากอ่างอาบน้ำแบบโรมัน ท่อน้ำ (Aqueduct) หินแกะสลัก และสิ่งของ แบบโรมันอื่นๆ ที่นักโบราณคดีได้ค้นพบ เมืองโคอิมบราได้เจริญและพัฒนาภายใต้การปกครองของชาวมัวร์ แต่ชาวคริสต์ก็ได้มาขับไล่พวกแขกออกไปในศตวรรษที่ 12 และได้รับเเลือกให้เป็นเมืองหลวงของปอร์ตุเกสในปี 1145 แต่อีกหนึ่งร้อยปีต่อมาพระเจ้า Afonso III ทรงตัดสินพระทัยสถาปนาลิสบอนให้เป็นเมืองหลวงแทนจวบจนปัจจุบัน โคอิมบราถือเป็นเมืองใหญ่อันดับสาม รองลงมาจากลิสบอน และพอร์โต ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมืองทั้งสองบนฝั่งแม่น้ำมอนเดโก Rio Mondego เดินทางถึง เมืองโคอิมบรา จากนั้นนำท่าน ชมเมืองโคอิมบราผ่านชมสถานที่สำคัญของเมือง ศาลาว่าการ อาคาร บ้านเรือน โบสถ์สไตล์บาร็อค หอนาฬิกา หอสมุดที่เก่าแก่ที่สุดของโปรตุเกส มหาวิทยาลัยโคอิมบรา มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศโปรตุเกส สร้างโดยพระเจ้าจอห์นที่ 3 ซึ่งท่านเป็นผู้ที่สนับสนุนด้านการศึกษาในปอร์ตุเกส นำท่านเดินชม ย่านเมืองเก่าของโคอิมบรา ซึ่งมีตึกเก่าๆที่ยังคงได้รับการดูแลจากทางการเป็นอย่างดี จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ  ณ  ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม VILA GALE COIMBRA หรือเทียบเท่า

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

โคอิมบรา – ลิสบอน – วิหารเจอโรนิโม – THE NATIONAL COACH MUSEUM

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงลิสบอน (LISBON) (210  กิโลเมตร)เมืองหลวงของประเทศโปรตุเกส ตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตอนใต้ บนคาบสมุทรไอบีเรีย เมืองแห่งประวัติศาสตร์การค้นพบอันยิ่งใหญ่ ถึงขนาดมีโคลงกล่าวไว้ว่า “ลิสบอนคือเจ้าหญิงแห่งโลกา ที่แม้แต่มหาสมุทรยังโค้งคำนับให้” นั่นเพราะลิสบอนถือเป็นขอบสุดทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป และเป็นเมืองท่าสำคัญที่ทอดลงสู่ปากอ่าวแม่น้ำตากุส (TAGUS) จนได้รับสมญานามว่า “ทะเลสีทอง” เพราะเมื่อมองจากจุดนี้ลงไปจะเห็นแสงสีทองของพระอาทิตย์อัสดงประกายวับวาวเหนืออ่าว เดินทางถึง กรุงลิสบอน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน เข้าชมวิหารเจอโรนิโม (JERONIMOS MONASTRY) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ฝังศพและเป็นเกียรติแก่วาสโก ดากามา ที่ได้เดินทางสู่อินเดียเป็นผลสำเร็จ ในปี ค.ศ.1498 จัดเป็นผลงานอันเยี่ยมยอดของสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่า มานูเอลไลน์ (MANUELINE) ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 70 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์และได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ว่าเป็นมรดกโลก

นำท่าน ถ่ายภาพกับหอคอยเบเลม(BELEM TOWER) เดิมสร้างไว้กลางน้ำ เพื่อเป็นป้อมรักษาการณ์ดูแลการเดินเรือเข้าออก และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจและค้นพบโลกของวาสโก ดากามาและนักเดินเรือชาวโปรตุเกส จากนั้นนำท่าน เข้าชม THE NATIONAL COACH MUSEUM ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมาก แห่งหนึ่งของโลก สิ่งที่เป็นจุดเด่นของที่นี่ คือ รถม้า3 คันที่ทำมาจากทองคำ เป็นศิลปะแบบบารอค ซึ่งเคยถูกใช้ในการเดินทางจากโปรตุเกสไปยังรัฐอิสระในอิตาลีในสมัยของพระสันตะปาปา CLEMONT XI จนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ  ณ  ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม H10 DUQUE DE LOULE หรือเทียบเท่า

10

วันที่สิบของการเดินทาง

ลิสบอน – ซินตร้าพีน่า พาเลซ – คาสไคส์เอสโทริลลิสบอน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซินตร้า (SINTRA) (30 กิโลเมตร) เมืองพักตากอากาศยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เดินทางถึง เมืองซินตร้า นำท่าน ผ่านชมพระบรมมหาราชวังของพระนางมาเรียที่ 1 ที่สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2301 ตามแบบของพระราชวังแวร์ซายส์

นำท่าน เข้าชม พีน่า พาเลซ (Pena National Palace) พระราชวังที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองซินตร้าโดยพระราชวังแห่งนี้ถือว่าเป็น หนึ่งใน เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกส ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโปรตุเกส โดยในอดีตพระราชวังถูกใช้เป็นที่ประทับของกษัตริย์โปรตุเกสมาตั้งแต่คริสต์ ศตวรรษที่ 14 ภายในถูกตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรงดงาม

โดยเฉพาะพื้นกระเบื้องที่ว่ากันว่าสวยงามที่สุดในโปรตุเกส ส่วนใกล้ๆกับพระราชวังจะเป็น พีน่าพาร์ค (Pena Park) สวนป่าขนาดใหญ่ ที่มีการจัดแต่งด้วยต้นไม้หลากหลายชนิด จากนั้นให้ท่านชมความเก่าแก่และสวยงามของเมืองซินตร้า จนได้เวลาสมควร

นำท่าน ชมแหลมโรก้า (Capo Da Roca) (15 กิโลเมตร) จุดตะวันตกสุดของยุโรป ท่านสามารถซื้อ Certificate เป็นที่ระลึกสำหรับการมาเยือน ณ ที่แห่งนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองคาสไคส์ (CASCAIS) (20 กิโลเมตร) ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่แปรพระราชฐานสู่พระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์หลุยส์ที่ 1 ปัจจุบันเป็นเมืองพักตากอากาศ ที่มีชื่อเสียง และเต็มไปด้วยสีสัน ตื่นตาไปกับเหล่าอาคารเก่าแก่ที่มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมที่สวยงาม อิสระให้ท่านเดินเที่ยวชมความน่ารักของเมือง จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองเอสโทริล (ESTORIL) เมืองที่ได้รับสมญานามร่วมกับอีกสองเมืองคือ เมืองคาสไคส์ และซินตร้าว่าเป็น Golden Triangle เมืองพักตากอากาศติดชายทะเลของประเทศโปรตุเกส ที่ชาวโปรตุกิสส่วนใหญ่นิยมมาพักผ่อนหย่อนใจ และทำกิจกรรมในช่วงวันหยุดที่เมืองแห่งนี้ ให้ท่านเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ และบรรยากาศของเมืองเอสโทริลตลอดการเดินทาง เดินทางถึง เมืองเอสโทริล อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองที่มีบรรยากาศสวยงามตามธรรมชาติ และดื่มด่ำกับทัศนียภาพริมชายฝั่งทะเลตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงลิสบอน (LISBON) (25  กิโลเมตร)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ  ณ  ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม H10 DUQUE DE LOULE หรือเทียบเท่า

11

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

ลิสบอน – ช้อปปิ้ง – กรุงเทพ ฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่าน เดินเล่นบริเวณย่าน Plaza Rossio ย่านใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนออกมาพบปะสังสรรค์ จับจ่ายซื้อของกันซึ่งย่านนี้จะมีร้านกาแฟเก่าแก่ที่ เปิดให้บริการมานาน ชมวิถีชีวิตของผู้คนที่ขวักไขว่ไปมาทั้งเลือกซื้อของที่ระลึกมากมาย ย่านไบร์โร อัลโต (Bairro Alto)ย่านที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของพ่อค้ามากว่า 400 ปี ที่เข้ามาค้าขายกับโปรตุเกส นำท่าน ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมายกันที่ ย่านชีอาดู (Chiado) แหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของเมือง และเป็นแหล่งนัดพบของ ศิลปิน และนักเขียน อิสระให้ท่านเดินเล่น และช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

16.30 น. เดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินลุฟต์ฮันซ่า เที่ยวบินที่ LH 1169/772

(แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต เวลา 20.30 – 22.00 น.)

12

วันที่สิบสองของการเดินทาง

กรุงเทพฯ

14.10 น. เดินทางถึง สนามบินสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ…….

หมายเหตุ บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 20 ท่าน 

อัตรานี้รวม      ·  ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นทัศนาจรตามที่ระบุในรายการ

  • ค่าโรงแรมที่พักที่ระบุในรายการ / ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ / ค่าวีซ่า
  • ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงาน คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
  • ค่าพนักงานยกกระเป๋าแต่ละโรงแรม 1 ใบ / ท่าน
  • ค่าทิปคนขับรถ
  • น้ำดื่มบนรถ วันละ 1 ขวด / คน / วัน

อัตรานี้ไม่รวม   ·  ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการ

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 % / ค่าทิปหัวหน้าทัวร์คนไทย   

การจอง และชำระเงิน     กรุณาส่งสำเนา PASSPORT หน้าแรก แฟกซ์มายังบริษัทฯ พร้อมชำระเงินค่ามัดจำ

                                      ท่านละ 30,000 บาท สำหรับส่วนที่เหลือทั้งหมด กรุณาชำระก่อนการเดินทาง 30 วัน

( หากไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ยินดีให้บริษัทฯทำการยกเลิกและยินยอมให้ยึดเงินมัดจำทันที)

***** กรณีที่ยังไม่ทราบผลวีซ่าก่อนการเดินทาง 15 วันทำการ

ทางบริษัทฯ ขออนุญาตเก็บค่าทัวร์ที่เหลือทั้งหมดก่อน ตามเงื่อนไขการชำระเงิน *****

การไม่รับจองทัวร์ :  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับจองทัวร์สำหรับลูกค้าดังต่อไปนี้

  • เด็กที่มีอายุระหว่างแรกเกิดถึง 2 ขวบ
  • ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ หรือ ไม้เท้า
  • ผู้เดินทางที่บ่งบอกการเป็นบุคคลไร้ความสามารถ

หมายเหตุ    ·  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย

                     จนไม่อาจแก้ไขได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

  • หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะไม่

    รับผิดชอบต่อค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

  • รายการนี้เป็นเพียงการเสนอราคาที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรอง

ที่นั่งกับสายการบินและโรงแรมที่พักอย่างไรก็ตามรายการนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

  • สตรีมีครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย สำหรับกระเป๋าเดินทาง

    กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง

การยกเลิก *** กรณีที่ท่านจองและจ่ายค่ามัดจำแล้วมีการยกเลิก (ก่อนเงื่อนไขตามกำหนดวันที่ทำการยกเลิก

ด้านล่าง) บริษัทฯ ขอคิดค่าทำงานท่านละ 1,000.- บาท พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามความเป็นจริง (ถ้ามี) ***

  • ยกเลิกก่อน    31-60      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน    15-30      วันทำการ  เก็บค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน 8-14      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่าทัวร์ทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน   1-7       วันทำการ  เก็บ 100% ของค่าทัวร์ทั้งหมด

( หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ยกเว้นเงื่อนไขในการยกเลิกการเดินทางตามกำหนดวันที่ระบุข้างต้น

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ และขอคิดค่าใช้จ่ายในการยกเลิกตามความเป็นจริง

เนื่องจากเป็นช่วง Peak Period  ทางโรงแรม , สายการบิน และบริษัทรถโค้ช ฯลฯ ค่อนข้างแน่น

และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 100%  ซึ่งไม่สามารถทำการยกเลิกได้ )

การโอนเงิน      ผ่านธนาคาร บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด

           ธนาคารกรุงเทพฯ / สาขาโชคชัย 4 / บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 230-0-19191-9

เมื่อท่านจองทัวร์และชำระค่ามัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในเงื่อนไขและรายละเอียดที่ทางบริษัทแจ้งไว้ทั้งหมด

*** บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ อันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง

สภาพดินฟ้าอากาศ การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ โดยการพิจารณาของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ***