23 – 28 ต.ค. 63 / 17 – 22 พ.ย. 63 / 08 – 13 ธ.ค. 63 / 28 ธ.ค 63 – 02 ม.ค 64
วันเดินทาง

ทัวร์ไทย :  DISCOVERY I SAN 6วัน 5คืน

กำหนดการเดินทาง :  23 – 28 ต.ค. 63 / 17 – 22 พ.ย. 63 / 08 – 13 ธ.ค. 63 / 28 ธ.ค 63 – 02 ม.ค 64

จังหวัด : อุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ-นครพนม

สายการบิน : ไทยสมายล์ เที่ยวบินที่ WE002

ราคา : 29,900 บาท

ทริปสุดพิเศษ !! ชมดินแดนแห่งอารยธรรมริมฝั่งโขง ชมความสวยงามของตำนานความลี้ลับ “วังนาคินทร์ คำชะโนด” ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปู่ศรีสุทโธ และ ย่าศรีประทุมมา “วังนาคินทร์ คำชะโนด” สัมผัสความคลาสสิกริมน้ำโขง “เชียงคาน” ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกดินยามเย็น “พันโขดแสนไคร้” Unseenกับที่ท่องเที่ยวที่จะให้คุณไม่มีวันลืม “หินสามวาฬ” สวยงามสุดกับ พระธาตุพนม แลนด์มาร์กห้ามพลาดประเทศไทย ** เส้นทางนี้ไม่เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบตื่นสาย และรายการนี้มีบางเส้นทางที่เป็นแบบแอดเวนเจอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัยและหลงใหลในการถ่ายภาพ**

ราคาทัวร์ช่วง  23 – 28 ต.ค. 63 / 17 – 22 พ.ย. 63 / 08 – 13 ธ.ค. 63 
**ไม่ใช้ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ คืน 7,000 บาท

 ราคาทัวร์ช่วง 28 ธ.ค 63 – 02 ม.ค 64 
**ไม่ใช้ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ คืน 8,500 บาท

 

 

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันที่หนึ่งของการเดินทาง

กรุงเทพ-อุดร-คำชะโนด – ทุ่งดอกบัวแดง- อัมมาน ยูนีค

05.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 2 แถวB เคาน์เตอร์

สายการบินไทยสมายล์ เจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยต้อนรับ และอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

07.05 น. เดินทางสู่ จ.อุดรธานี โดย สายการบินไทยสมายล์ เที่ยวบินที่ WE002

08.15 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยาน จ.อุดรธานี หลังรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ คำชะโนด ระหว่างทางแวะคาเฟ่ ทานอาหารว่าง พร้อมจิบกาแฟ ณ บียอนคาเฟ่ สมควรแก่เวลา

เดินทางสู่ วังนาคินทร์-คำชะโนด (100 กิโลเมตร) เชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ดินแดนลี้ลับของพญานาคเป็นที่เคารพยำเกรงและศรัทธาของคนในจังหวัดอุดรธานีและอีสานตอนบน คำชะโนดมีลักษณะเป็น เกาะอยู่น้ำ ที่เต็มไปด้วยต้นชะโนดป่าคำชะโนดเป็นสถานที่ปรากฏในตำนานพื้นบ้านเชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของพญานาคปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีประทุมมา และสิ่งลี้ลับต่างๆ

เกาะคำชะโนดไม่เคยจมน้ำ โดยมีความเชื่อที่ว่าเพราะมีพญานาคคอยปกปักรักษา

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร ครัวอยุธยา @เด๋ กุ้งเผา

บ่าย  นำท่านเดินทางสู่ ทุ่งดอกบัวแดง (89 กิโลเมตร) เป็นแหล่งท่องเที่ยว unseen อีกแห่งหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นสวรรค์ของบรรดานักถ่ายภาพ ด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำบึงหนองหานแห่งนี้ตั้งอยู่ในอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เป็นบึงน้ำจืดที่นอกจากจะมีทะเลดอกบัวแดงแล้ว ยังอุดมไปด้วยพืชน้ำพันธุ์นกและสัตว์น้ำนานาๆพันธุ์ ซึ่งในช่วงเดือนตุลาคม ถึง เดือนมีนาคม ของทุกปี ดอกบัวแดงใน  หนองหาน ซึ่งมีจำนวนมากจะงอกงามโผล่จากน้ำขึ้นมา โดยในเดือนตุลาคมบัวจะเริ่มแตกใบและเริ่มออกดอกตูมและบานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บัวจะออกดอกมีปริมาณมากที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ และค่อยๆ ลดปริมาณลงในเดือนมีนาคม และเข้าสู่ช่วง “บัวเน่า” หรือช่วงที่บัวเก่าล้มตายกลายเป็นอาหารของบัวชุดใหม่ ช่วงนี้เองจะมี “บัวหลวง” เข้ามาผลัดเปลี่ยนให้ความงามที่ต่างออกไป อิสระให้ทุกท่านได้เก็บภาพความประทับใจ จนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหารหมากแข้ง

MAK KHANG THAI-ISSAN CUISINE ร้านอาหารไทย-อิสาน ในคอนเซปกินอาหารเป็นยา ของเชฟ2 พี่น้อง “เชฟโจ้ เชฟหนุ่ม” สองพี่น้องผู้รังสรรค์อาหาร สานต่อศาสตร์พระราชา ใช้วัตถุดิบปลอดภัย สนับสนุนเกษตรท้องถิ่น ไม่ใส่ผงชูรส สมควรแก่เวลา

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก Amman Unique hotel  หรือเทียบเท่า (4 กิโลเมตร)ที่พักสไตล์โมร็อคโคผสมผสานตุรกีใจกลางเมืองอุดรธานี ตัวโรงแรมตั้งอยู่ติดกับสวนน้ำยูโซเทลและใกล้กับสวนสาธารณะหนองประจักษ์การเดินทางสะดวกสบาย ตัวโรงแรมตกแต่งภายนอกเป็นโทนสีส้ม และบริเวณลานจอดรถมีการใช้ต้นปาล์มนำมาตกแต่งเพิ่มบรรยากาศให้รู้สึกเหมือนอยู่กลางทะเลทราย  http://www.ammanuniquehotel.com/

2

วันที่สองของการเดินทาง

อัมมานยูนีค -วัดป่าภูก้อน-เชียงคาน-Sky walk-ถนนคนเดิน เชียงคานริเวอร์วิว

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ วัดป่าภูก้อน (123 กิโลเมตร) ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี วิหารของวัดป่าภูก้อน สวยงามสะดุดตานักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างชาติ โดยพระวิหารมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ มีประตูทางเข้าออกวิหาร 3 ด้าน ภายในวิหารจะถูกตกแต่งอย่างอย่างงดงามตระการตาเลยทีเดียวค่ะ และจะแฝงไปด้วยเรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้า รอบๆ ผนัง มีภาพพุทธประวัติและภาพทศชาติอยู่และมีการตกแต่งแบบภาพปั้นนูนต่ำหล่อด้วยทองแดงซึ่งเป็นภาพของพระพุทธเจ้าในองค์ชาติทั้ง 10 ชาติ ด้านบนของทุกภาพ จะถูกแกะสลักด้วยบทสวดอิติปิโส

ช่องละท่อนด้วยสีเขียวเข้มบนพื้นหินอ่อนสีขาว ถือว่าเป็นผนังวิหารที่มีเอกลักษณ์งดงาม น่าประทับใจ        

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เชียงคาน (112 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆริมแม่น้ำโขงสุดชายแดนไทยเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเลยที่คงยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมขนบประเพณีการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายพอเพียงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ซึ่งหาดูยากในปัจจุบัน เมืองเล็กๆที่เงียบสงบแห่งนี้กำลังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนมากภาพบ้านเก่าๆที่เรียงรายติดกันอยู่ริมถนนชายโขงดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายรุ่นต่างหลั่งไหลเดินทางกันมาที่นี่กันอย่างไม่ขาดสาย    

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ Smile @Chiang Khan

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ Sky walk @เชียงคาน (21กิโลเมตร) สะพานกระจกลอยฟ้าแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดเลยนี้ ตั้งอยู่บนภูเขาปากน้ำเหือง บริเวณ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ซึ่งเป็นกระจกใสเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร กว้าง 2 เมตร และสูงห่างจากแม่น้ำโขงถึง 80 เมตร ทัศนียภาพจากบนสกายวอล์คทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทั้งฝั่งไทยและสปป.ลาว ได้ในมุมสูง โดยมีแม่น้ำโขงกั้นระหว่างทั้งสองประเทศไว้ ทั้งตรงนี้ยังเป็นจุด  ที่แม่น้ำเหืองไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำสองสีอีกด้วย  อิสระให้ท่านได้เดินชมบรรยากาศโดยรอบ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

นำท่านเดินทางกลับสู่เชียงคานเพื่อ แวะเดินเล่น ถนนคนเดินเชียงคาน  สถานที่ที่ใครก็ต้องหวนกลับมาเยือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความคลาสสิคของที่นี่ ความน่ารักของผู้คน และความเก๋ของสินค้าที่นำมาขายในตลาดแห่งนี้ ซึ่งของที่นำมาขายก็มีมากมายทั้งเสื้อผ้า อาหารคาว ของหวาน ของเล่น ของฝากต่างๆ ตามสไตล์ตลาดนัดกลางคืน แต่แตกต่างตรงที่นี่จะบรรยากาศเงียบสงบ เรียกว่าเดินช้อปกันแบบเพลินๆ ได้เลย   อิสระให้ท่านได้เดินเลือกซื้อของฝากและเพลิดเพลินกับบรรยากาศโดยรอบ จนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ เฮือนหลวงพระบาง

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม เชียงคานริเวอร์เมาท์เทน รีสอร์ท (Chiangkhan River Mountain Resort) หรือเทียบเท่า เป็นรีสอร์ทบรรยากาศดี ตั้งอยู่นทำเลที่เงียบสงบที่พักติดริมแม่น้ำโขง โดยอยู่ห่างจากเมืองเก่าเชียงคานแค่ 1.5 กิโลเมตร เท่านั้น อีกทั้งยังมีค่าเฟ่ชิคๆ มุมนั่งพักผ่อน รับลมเย็นๆริมโขง ตอบโจทย์สำหรับใครหลายๆคนที่กำลังมองหาบรรยากาศแบบนี้ https://www.chiangkhanrivermountain.com

3

วันที่สามของการเดินทาง

เชียงคานริเวอร์เมาท์เท่น – ตักบาตรข้าวเหนียว-พันโขดแสนไคร้  วัดผาตากเสื้อ–ล่องเรือ – สังคมริเวอร์วิว   

**รายการแนะนำ ตักบาตรข้าวเหนียว** กิจกกรมที่รักษาซึ่งวัฒนธรรมดั้งเดิม โดยในทุกๆ เช้าตั้งแต่เวลาตีห้าเป็นต้นไป พระสงฆ์จะเดินออกบิณฑบาต ให้ท่านสามารถร่วมตักบาตรข้าวเหนียว พร้อมชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ยามเช้าของผู้คน จนได้เวลาอันสมควร

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังรับประทานอาหารเช้า อิสระให้ท่านได้พักผ่อนกับบรรยากาศแห่งเมืองเชียงคาน ริมฝั่งโขงได้อย่างเต็มอิ่ม จนได้เวลาพอสมควรนำท่านเช็คเอ๊าท์ออกจากที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พันโขดแสนไคร้ (80 กิโลเมตร) เริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวได้ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความสวยงามของที่นี่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “แกรนด์แคนยอนกลางแม่น้ำโขง” ไฮไลท์ความสวยงามนั่นคือนักท่องเที่ยวจะได้เจอกับก้อนหินหลากหลายสีสันและรูปทรง โดยเฉพาะหินสีดำนิลที่มีความมันวาวและสวยงามมาก ถ้ามาเป็นช่วงเย็น ๆ ก่อนพระอาทิตย์กำลังจะตก ถือเป็นช่วงที่มีความงดงามมากที่สุดเลยก็ว่าได้ (ระยะทาง 13 กิโลเมตร)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ สถานีปลายนา

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดผาตากเสื้อ (43 กิโลเมตร) เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นแต่สถานที่ปฏิบัติธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความงดงามตามธรรมชาติ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมความงามอย่างไม่ขาดสาย ภายในวัดมองเห็นวิวของแม่น้ำโขงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง

โดยได้จัดทำ Skywalk ริมหน้าผาเป็นทางเดินกระจกใสรูปวงกลมสำหรับชมวิว หากมาเที่ยวในช่วงเช้าอาจมีโอกาสได้เห็นสายหมอกบางที่ลอยเหนือแม่น้ำโขงอีกด้วย สมควรแก่เวลา  นำท่านเดินทางกลับมาสู่ พันโขดแสนไคร้ เปลี่ยนบรรยากาศมาล่องเรือ ชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตกยามเย็นของลำน้ำโขง ลมพัดเย็นสบาย ได้ชมธรรมชาติสูดอากาศบริสุทธิ์ และมองเห็นทิวทัศน์ของลำน้ำโขงได้กว้างไกลและสวยงามยิ่งขึ้นซึ่งจุดนี้ถือได้ว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม  

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ บ้านไม้ริมโขงรีสอร์ท

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรมสังคมริเวอร์วิว รีสอร์ท หรือเทียบเท่า รีสอร์ทสวยริมน้ำโขง บรรยากาศเงียบสงบแวดล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงาม ให้ความรู้สึกอบอุ่น เพียบพร้อมด้วยบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้เข้าพัก ให้ท่านได้ดื่มด่ำบรรยากาศการพักผ่อนแบบส่วนตัวพร้อมชื่นชมทัศนียภาพของแม่น้ำโขงอันงดงาม                 

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

สังคมริเวอร์รีสอร์ท -ภูห้วยอีสัน-หนองคาย –ตลาดท่าเสด็จ – บึงกาฬ วัดอาฮงศิลาวาส

05.00 น. ออกเดินทางสู่ ภูห้วยอีสัน (98 กิโลเมตร) ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม ห่างจาก  เชียงคานหรือจุดชมวิว ภูทอกราวๆ 90 กิโลเมตร เพิ่งค้นพบในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาและเป็น unseen แบบไทยแท้แน่นอนซึ่งที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกอันโด่งดังของหนองคายเดิมทีที่นี้เป็นเนินเขาที่เป็นสวนของชาวบ้านถูกพบว่าเป็น

จุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงามมากในช่วงปลายฝนต้นหนาว ทำให้ชาวบ้านรวมตัวกันปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อ  เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว พร้อมกับบริการรถอีแต๊กที่ชาวบ้านใช้ในการเกษตร ดัดแปลงมาเป็นรถสำหรับรับ-ส่งนักท่องเที่ยว ความสวยงามของทะเลหมอกบนภูห้วยอีสันนับได้ว่าไม่เป็นรองภูเขาสูงๆ ที่อื่นเลย แต่ข้อได้เปรียบคือการเดินทางที่ไม่ลำบาก รถอีแต๊กสามารถขึ้นไปส่งได้ถึงจุดชมวิว อย่างไม่ยากเย็นนัก ปกติในวันที่ไม่มีหมอกจะเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมากเพราะมีแม่น้ำโขงอยู่เบื้องล่าง อิสระให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์โดยรอบ จนได้เวลาอันสมควร       

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

นำท่านเดินทางสู่ ตลาดท่าเสด็จ หรือ ตลาดอินโดจีน (100 กิโลเมตร) เดิมชื่อ ตลาดท่าเรือ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย เป็นแหล่งรวมสินค้าเป็นแหล่งซื้อขายผลิตภัณฑ์จังหวัดหนองคาย เช่น อาหารพื้นเมือง สินค้าโอท๊อป ของที่ระลึก และของเครื่องใช้ต่างๆ ในตลาดท่าเสด็จมีร้านขายกาแฟและอาหารเวียดนาม ชื่อ ร้านกาแฟเวียด ที่ตกแต่งแนวโบราณสไตล์เวียดนาม

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารครัวแม่แป๊ด

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดเงียบๆเล็กๆที่หลายคนยังมาเที่ยวไม่ถึงแบบเจาะลึกที่มีอากาศเย็นสบายโอบล้อมไปด้วยขุนเขาและธรรมชาติสวยๆพร้อมรอต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีต้องบอกว่าสวยงามแปลกตาคุ้มค่ากับการนั่งรถมาไกลอย่างแน่นอน  

นำท่านเดินทางสู่ วัดอาฮงศิลาวาส (128 กิโลเมตร)ตั้งอยู่เขตพื้นที่บ้านอาฮง  อ. เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ  ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณแก่งอาฮง แอ่งน้ำขนาดใหญ่จากฝั่งไทยถึงฝั่งลาวที่มีความยาวประมาณร้อยกว่าเมตร วัดอาฮงศิลาวาส เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดบึงกาฬ  ด้วยเหตุที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม พื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงเป็นแนวโค้งยาวประกอบกับมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องพญานาค มีความเชื่อกันว่าบริเวณหน้าวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของแก่งอาฮง คือ จุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขงซึ่งมีความลึก 200 เมตร ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาที่วัดอาฮงอย่างไม่ขาดสาย   อิสระให้ท่านกราบสักการะขอพรตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหารแม่ลมูล

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก The one hotel bueng kan หรือเทียบเท่า ที่เน้นความสะดวกสบาย ที่มาพร้อมความทันสมัย ในบรรยากาศที่มากกว่าคำว่าโรงแรม พร้อมบริการห้องพักมากกว่า 79 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน บริการ ห้องพัก สระว่ายน้ำ ห้องอาหาร ห้องประชุมสัมมนา สปา และ ฟิตเนส

http://www.theonehotel-bk.com/accommodation

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

อุทยานภูสิงห์ หินสามวาฬ– ภูทอก- วัดเจติยาคีรีวิหาร –นครพนม ฟอร์จูน ริเวอร์วิว

04.30 น. ออกเดินทางสู่ อุทยานภูสิงห์ หินสามวาฬ

นำท่านเดินทางสู่ อุทยานภูสิงห์ หินสามวาฬ (24 กิโลเมตร)หนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจในพื้นที่  ป่าภูสิงห์ ในเขตพื้นที่อนุรักษ์เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู ซึ่งเต็มไปด้วยกลุ่มของก้อนหินรูปทรงต่าง ๆ ที่สวยงามแปลกตา และถ้ำกระจายอยู่ทั่วทั้งพื้นที่ สามารถแวะชมได้หลายจุด รวมถึงหินสามวาฬ ที่มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูง เหตุผลที่เรียกว่า หินสามวาฬ

เพราะลักษณะของจุดชมวิวนี้เป็นก้อนหินขนาดใหญ่ 3 ก้อน รูปร่างคล้ายปลาวาฬเรียงกันยื่นออกไปสู่หน้าผาหากมองในมุมสูงจะเหมือนกลุ่มวาฬที่มีพ่อ แม่ ลูก จึงเรียกกันว่า หินสามวาฬ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามโดดเด่นของภูสิงห์

เช้า รับประทานอาหารเช้า (ชา,กาแฟ,แซนด์วิช)พร้อมกับชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าบนหินสามวาฬอันงดงาม หลังรับประทานอาหาร อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศ โดยรอบ 

ระหว่างการเดินทางสู่ ภูทอก พาทุกท่านแวะพักจิบกาแฟ ณ The Sapparose café คาเฟ่เปิดใหม่ของจังหวัดบึงกาฬ

ที่มีเครื่องดื่มและเบเกอร์รี่โฮมเมดที่หลาหลายให้เลือกสรร อีกทั้งบรรยากาศโดยรอบของร้านก็มีมุมถ่ายรูปสวยๆให้คุณได้เก็บภาพอย่างจุใจ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ภูทอก (32 กิโลเมตร) ภูเขาที่โดดเดี่ยวเป็นที่ตั้งของวัดเจติยาคีรีวิหาร อยู่ใน ต.นาแสง อ.ศรีวิไล ภูทอก ภูทอกมี 2 ลูกคือ ภูทอกใหญ่ และภูทอกน้อย ส่วนที่นักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถชมได้คือภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่อยู่ห่างออกไป ยังไม่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวไปชมได้ตามปกติ      

นำท่านเดินทางสู่ วัดเจติยาคีรีวิหาร  จุดเด่นของวัดเจติยาศรีวิหาร ก็  คือ สะพานไม้ และบันไดรอบๆ ภูทอก ที่จะใช้แค่เพียงบันได วน  ไปมา แบบ 360 องศาซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการสร้างนานถึง5 ปี  เต็มจากชั้น 1-7 จะมีบันไดไม้ให้เดินแบบ ตรงทอดยาวจนถึงจุดสูงสุดของยอดภูทอก และตั้งแต่ชั้นที่ 3 เป็นต้นไปนักท่องเที่ยวสามารถเดินชม แบบสะพานเวียนรอบเขาซึ่งจะ ได้เห็น มุมมองที่แตกต่างไปเรื่อย ๆ บันไดที่ทอดขึ้นสู่ยอดภูทอกนี้เปรียบเสมือนเส้นทางธรรมที่น้อมนำ สัตบุรุษ ให้พ้นโลกแห่งโลกียะ สู่โลกแห่ง โลกุตระหรือโลกแห่งการหลุดพ้นด้วยความเพียรพยายามและมุ่งมั่น ภูทอก ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยว ขึ้นในวันที่ 10-16 เมษายนของทุกปี  

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารหนองคาย

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ จังหวัด นครพนม (155 กิโลเมตร)  เมืองชายแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ ความสวยงามของทิวทัศน์ และมีความหลากหลายของวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ รวมทั้งประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมีพระธาตุพนม เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมือง  

จากนั้นนำท่านเข้สู่าที่พัก Fortune River View Hotel หรือเทียบเท่า

https://www.fortunehotelgroup.com/fortune-riverview-hotel-nakhon-phanom/th/

ค่ำ  รับประทานทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมที่พัก    

6

วันที่หกของการเดินทาง

พระธาตุพนม – บ้านกูบา GooBa House – กรุงเทพ           

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระธาตุพนม (52 กิโลเมตร)  ถือว่าเป็นแลนด์มาร์ค และจุดท่องเที่ยวหลักของเมืองนครพนม ‘วัดพระธาตุพนม’ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวนครพนม นอกจากนั้นยังเป็นวัดพระธาตุประจำปีวอก และคนที่เกิดวันอาทิตย์ ซึ่งไม่ใช่แค่ชาวนครพนมเท่านั้นที่มากราบไหว้ แต่รวมไปถึงนักท่องเที่ยว และคนที่ตั้งใจเดินทางมากราบไหว้วัดพระธาตุนี้โดยเฉพาะ ซึ่งมีความเชื่อว่าถ้าใครได้มากราบไหว้ครบ 7 ครั้ง จะถือเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง และทุกวันเพ็ญเดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 จะมีการจัดงานประจำปีเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกปี ให้เวลาท่านนมัสการพระธาตุพนม และเก็บภาพประทับใจอย่างเต็มอิ่ม จนได้เวลาอันสมควร      

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารสบายดี@นครพนม

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ บ้านกูบา GooBa House (56 กิโลเมตร)   “บ้านกูบา” หรือ GooBa House คือ บ้าน พักของนายช่างใหญ่ชาวเวียดนาม บุคคลสำคัญ อีกท่านหนึ่งของจังหวัดนครพนมในช่วงการก่อสร้างอาคารที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก สไตล์เฟรนช์โคโลเนียลที่งดงาม ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม บ้านพักของท่านกูบาได้รับการปรับปรุง ซ่อมแซมและตกแต่ง เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันทรงคุณค่าที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และความสวยงาม ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนและนักท่องเที่ยวทั้ง ชาวไทยและชาวต่างชาติ   อิสระให้ท่านเดินชมบรรยากาศโดยรอบ จนได้เวลาอันสมควร      จากนั้นนำท่าเดินทางสู่ สนามบิน

16.50 น. อำลานครพนม ออกเดินทางสู่ กรุงเทพ ฯ โดย สายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3397       

18.05 น. เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ… 

 

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating