8-19 เมษายน 2563
วันเดินทาง
โครเอเชีย
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป : โครเอเชีย และคาบสมุทรบอลข่าน 12 วัน (OS)

กำหนดการเดินทาง :  8 – 19 เมษายน 2563

ประเทศ : โครเอเชีย

สายการบิน : ออสเตรียนแอร์ไลน์ 

ราคา : 149,800 บาท

เส้นทางเมืองที่ต้องไม่พลาด !! ทริปเดียวสัมผัสถึง 6 ประเทศล่องเรือชมโบสถ์กลางทะเลสาบสีเขียวมรกต ความงามแห่งเทือกเขาแอลป์ เมืองเบลดถ้ำโพสทอยนา ฉายาแกรนด์แคนยอนใต้พื้นพิภพชมปลามนุษย์สัตว์แปลกที่หาชมที่ไหนไม่ได้สัมผัสความงามระดับมรดกโลก ดุจราชินีแห่งโครเอเชียที่ อุทยานแห่งชาติพลิทวิเซ่ผ่อนคลายไปกับดนตรีธรรมชาติ ออร์แกนทะเล เมืองซาดาร์ ที่แรกและที่เดียวในโลกชมพระราชวังอันยิ่งใหญ่แห่งจักรพรรดิโรมัน ณ พระราชวังดิโอคลีเธียนเมืองสปริทตามรอยซีรีส์ชื่อดัง Game ofthronesณเมืองเก่ามรดกโลก ดูโบรฟนิกชมความเก่าแก่ของสถาปัตยกรรมยุคออตโตมัน “แอลเบเนีย”เยือนอาณาจักร “มาซิโดเนีย” ความยิ่งใหญ่แห่งอเล็กซานเดอร์มหาราช

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพฯ– เวียนนา(ออสเตรีย)

20.30น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิอาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 4เคาน์เตอร์ที่G7-G19สายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์เจ้าหน้าที่จากบริษัทเร้นจ์ฯจะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

23.45น. ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนาโดยสายการออสเตรียนแอร์ไลน์เที่ยวบินที่ OS 26

2

วันที่สองของการเดินทาง

เวียนนา –ชมเมือง – พระราชวังเชินบรุนน์–ช้อปปิ้ง – กราซ – ชมเมือง–กราซ

05.35น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินกรุงเวียนนา (VIENNA) ประเทศออสเตรีย

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองกราซ (GRAZ) (200กิโลเมตร) เมืองที่ประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เป็นเมืองที่ถือว่าใหญ่เป็นอันดับที่สองรองจากกรุงเวียนนา ช่วงเวลาหนึ่งเคยรวมเข้ากับราชวงค์ฮับสบูร์ก เนื่องจากเมืองกราซมีตำแหน่งที่อยู่ใกล้กับสโลวีเนียจึงเคยเป็นเมืองสำคัญของสโลวีเนียมาก่อน เมืองกราซเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีพื้นที่ตั้งติดริมแม่น้ำเมอร์และอยู่บนเนินเขาที่ยังคงมีกลิ่นไอความเก่าแก่ของสิ่งก่อสร้างตั้งแต่ในอดีตที่ยังหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน และถือเป็นเมืองที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในตัวเมืองเก่าของกราซจึงได้รับยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การUNESCO ในปี1999 และในปี 2003 ยังได้รับยกย่องให้เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมของยุโรปอีกด้วย จนกระทั่งเดินทางถึงเมืองกราซ

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย หลังอาหารกลางวันนำท่านเดินชม ย่านเมืองเก่า (OLD TOWN)ย่านเมืองเก่าของกราซรอดพ้นจากการถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2เปรียบเสมือนอัญมณีใจกลางเมืองเป็นย่านเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปนำท่านนั่งกระเช้าขึ้นชม ปราสาทชลอสแบร์ก (Grazer Schloßberg)ปราสาทภูเขาที่ภายในประกอบไปด้วยส่วนต่างๆในตัวปราสาท หอระฆังแปดเหลี่ยมที่มีความสูงถึง 34เมตร ศาลาจีน วิหารโทมัสที่ปัจจุบันหลง เหลือแค่ส่วนฐานของตัวโบสถ์ นอกจากนี้แล้วยังมีส่วนอื่นๆอีกมาก 

และถัดขึ้นไปจากส่วนของปราสาทจะเป็นเนินเขา ซึ่งเป็นที่ตั้งของ หอนาฬิกาที่ตั้งอยู่บนยอดเขาชลอสแบร์ก (Schlossberg) จากนั้นนำท่านชม จตุรัสเมนสแควร์ (HAUPTPLATZ) ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นจัตุรัสตลาดหลักตั้งแต่ช่วงต้นสมัยกลาง และกลายเป็นจุดศูนย์รวมของเมืองนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถนนสายหลักทั้งหมดในย่านใจกลางเมืองอาคารหลังเด่นบนจตุรัสเมนสแควร์คือ Rathausหรือศาลากลาง สิ่งก่อสร้างใจกลางจตุรัสเมนสแควร์คือน้ำพุ Erzherzog Johannจากศตวรรษที่ 19 ชื่นชมรูปปั้นอาร์ชดยุกแห่งฮับส์บูร์กขนาดใหญ่ ผู้ดำเนินงานปฏิรูปหลายครั้งและส่งผลประโยชน์ต่อเมืองกราซและรัฐสติเรีย นอกจากสถานที่เที่ยวชมเก่าแก่ต่างๆ และจตุรัสเมนสแควร์ยังมีร้านจำหน่ายสินค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่ที่มีชานหน้าร้านให้เลือกแวะอีกมากมาย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม MERCURE GRAZ CITY หรือระดับเทียบเท่า

3

วันที่สามของการเดินทาง

กราซ – เบลด(สโลวีเนีย)– ล่องทะเลสาบเบลด – ลูบลิยานา- ชมเมือง- ลูบลิยานา

เช้า รับประทานอาหารเช้าณห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเบลด (BLED) (220กิโลเมตร) เมืองแห่งปราสาทกลางทะเลสาปสุดแสนโรแมนติก ท่ามกลางหุบเขาจูเลียนแอลป์ ประเทศสโลวีเนีย ทะเลสาปเบลดเกิดจากการละลายตัวของธารน้ำแข็งจากภูเขาจูเลียนแอลป์ และแหล่งน้ำธรรมชาติจากใต้ดินเกิดเป็นทะเลสาปขนาดย่อมกว้าง ทะเลสาปเบลดมีเกาะตรงกลาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์พระแม่มารีย์ จนกระทั่งเดินทางถึง เมืองเบลด

นำท่านเข้าชม โบสถ์พระแม่มารีย์ โดยการนั่งเรือไม้โบราณข้ามไปยังเกาะกลางทะเลสาบเบลด ของเหล่านักแสวงบุญตั้งแต่ศตวรรษที่13-14 จากท่าเรือจะต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก 99ขั้นก็จะถึงยังตัวโบสถ์ มีประเพณีท้องถิ่นสโลวีเนียเชื่อกันว่าคู่สมรสใหม่ให้ฝ่ายชายอุ้มฝ่ายหญิงปีนบันได 99ขั้นนี้ และฝ่ายหญิงจะต้องไม่ส่งเสียงดังใดๆทั้งสิ้น ถ้าทำสำเร็จชีวิตสมรสจะรักกันยืนยาว และที่โบสถ์กลางน้ำยังมีกระดิ่งที่เชื่อกันว่าใครได้ไปสั่นกระดิ่งแล้วจะโชคดี 

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองลูบลิยานา (LJUBLJANA) (60กิโลเมตร) เมืองหลวงที่น่าหลงใหลของสโลวีเนียดินแดนที่อยู่บริเวณยุโรปกลาง ด้วยความบอบช้ำจากสงครามและประวัติศาสตร์ที่สั่งสมมานานกว่าพันปี จึงทำให้สโลวีเนียกลายเป็นดินแดนที่มีความเก่าแก่มากแห่งหนึ่งของยุโรป ที่ชวนให้ระลึกถึงอิทธิพลของจักรวรรดิต่างๆเดินทางถึง เมืองลูบลิยานา (LJUBLJANA)

นำท่านเดินชม สะพานมังกร (ZMAJSKI MOST) เป็นสะพานที่มีความโดดเด่นสะดุดตาบริเวณหัวสะพานที่มีการออกแบบสร้างเป็นรูปมังกรบินขนาดใหญ่ สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นทางข้ามแม่น้ำลูบลิยานิกา ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นของศตวรรษที่ 20สมัยของกษัตริย์ฮังการี นับว่าเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป

นำท่านเดินชมย่าน เพรเซเรนสแควร์(PRESEREN SQUARE) ชมรูปปั้นของฟรานซ์เพรเซเรนกวีที่มีชื่อเสียงของสโลวีเนีย เป็นสัญลักษณ์ความรักชาติและเสรีภาพ

นำท่านผ่านชมปราสาทลูบลิยานา (LJUBLJANA CASTLE) ที่ตั้งอยู่บนเขา เดิมเป็นป้อมปราการ สร้างในสมัยศตวรรษที่11โดยเชื่อว่าสร้างโดยไม้และหินในระยะเริ่มแรก และถูกสร้างใหม่ในศตวรรษที่ 12ในช่วงสมัย ราชา OttokarII ของโบฮีเมียนและเปลี่ยนมาในสมัยของ Rudolph of Habsburgภายหลังและในศตวรรษที่ 15ก็ได้ถูกทำลายลงและสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง จากนั้นเดินชม ย่านทาวน์สแควร์ (TOWN SQUARE) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ โบสถ์เซนต์นิโคลัส (ST.NICHOLAS CATHEDRAL) และชมสถาปัตยกรรมอันงดงามของตัวโบสถ์ ที่โดดเด่นด้วยยอดโดมสีเขียวและหอคอยคู่ที่อยู่เหนือหลังคาโบสถ์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก RADISSON BLU PLAZA HOTEL LJUBLJANA หรือระดับเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ลูบลิยานา – โพสทอยนาถ้ำโพสทอยนาปราสาทเพรดจามา โอพาเทีย (โครเอเชีย) ชมเมือง – โอพาเทีย

เช้า รับประทานอาหารเช้าณห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ เมืองโพสทอยนา (POSTOJNA) (55 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆ ในประเทศสโลวีเนีย ที่มีชื่อเสียงทางด้านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

นำท่านเข้าชม ถ้ำโพสทอยนา (POSTOJNA CAVERNS) ถ้ำที่มีขนาดใหญ่และสวยที่สุดในยุโรปมีอายุเก่าแก่กว่า 2ล้านปีชมหินงอกหินย้อยที่ระยิบระยับสวยงามแปลกตา เดินเท้าและนั่งรถไฟฟ้าภายในถ้า ชมปลามนุษย์อันมีชื่อเสียงเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในถ้ำ ผิวสีเนื้อคล้ายมนุษย์ ลำตัวยาวคล้ายงู มีแขนและขา ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1768อาศัยอยู่ในที่มืดถ้ำแห่งนี้เปิดให้บริการกว่า 188ปีแล้ว ภายในถ้ำมีทางเชื่อมต่อกันเป็นระยะทาง 20กิโลเมตร

จากนั้นนำท่านเข้าชมปราสาทเพรดจามา (PREDJANA CASTLE) ซึ่งเป็นปราสาทที่ฝังตัวอยู่ที่ปากถ้ำของหน้าผาขนาดสูงสร้างตั้งแต่ปี 1274ในศตวรรษที่ 15 เป็นที่พำนักของ อัศวินเออราเซมลูเกอร์(Knight ErazemLueger)ผู้ปกครองเมืองทรีเอสเต้ในสมัยนั้น เออราเซม  มีความขัดแย้งกับฝ่ายราชวงศ์ฮับส์บวร์กในสมัยของกษัตริย์เฟเดอริกที่ 3 (Fredrick III)และได้ใช้ปราสาทนี้เป็นฐานต่อสู้เพื่อเป็นอิสระจากราชวงศ์ ปราสาทเพรดจามาได้รับการจัดลำดับว่าเป็นหนึ่งในสิบของปราสาทที่น่าหลงใหลระดับโลกนำท่านเข้าชมด้านในและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกด้านหน้าปราสาท

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโอพาเทีย (Opatija) (65 กิโลเมตร) อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งได้รับการขนานนามว่า ไข่มุกแห่งทะเลอาเดรียติค ทะเลที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ และรีสอร์ทตากอากาศของฝั่งทะเลอาเดรียติค เดินทางถึง เมืองโอพาเทีย อิสระให้ท่าน

ถ่ายรูปกับ รูปปั้นนางแห่งนกนางนวล (MAIDEN WITH THE SEAGULL) ซึ่งเป็นรูปปั้นที่แกะโดย ZVONKO CAR เป็นรูปสตรีงดงามที่มีนกนางนวลเกาะอยู่ที่มือซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของ เดิมทีที่ตั้งของนางแห่งนกนางนวล นั้นเคยเป็นที่ตั้งของ แม่พระมาดอนนา แต่มีอันต้องแตกหักพังทลายลงจึงมีการปั้นนางแห่งนกนางนวลมาตั้งไว้แทนส่วนพระแม่มาดอนนาได้ย้ายมาไว้ที่หน้าโบสถ์ St. Jacob ใกล้ๆกับที่ตั้ง the Maiden  with the seagull และปิดทับด้วยทอง เรียกว่า “Madonna del Mare” มีเวลาให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง ตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม MILENJI HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

โอพาเทีย – อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่

เช้า รับประทานอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้านำท่านออกเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (Plitvice LAKE NATIONAL PARK) (160 กิโลเมตร) เป็นอุทยานแห่งชาติ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เมื่อปี 1979 อุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 29,482 เฮคเตอร์ พื้นที่  ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยน้ำมีทะเลสาบสีเขียวมรกตและสีฟ้า รวมกันถึง 16 ทะเลสาบ เชื่อมต่อกันด้วย  ทางเดินสะพานไม้ลัดเลาะระหว่างทะเลสาบและเนินเขา จนกระทั่งเดินทางถึง อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่

นำท่าน ชมอุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (Plitvice LAKE NATIONAL PARK) ซึ่งเกิดขึ้นจากน้ำภูเขามาลา คาเปลา (Mala Kapela) ไหลผ่านหินปูนหลายพันปี ทำให้หินปูนถูกกัดเซาะ ไหลไปกองรวมกันเป็นระยะ เกิดเป็นเขื่อนธรรมชาติ มีความสูงลดหลั่นกันลงไปทั้งสิ้น 16 แห่ง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ เมื่อปี 1979 อุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 29,482 เฮคเตอร์ พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยน้ำมีทะเลสาบสีเขียวมรกต และสีฟ้ารวมกันถึง 16 ทะเลสาบ เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินสะพานไม้ ลัดเลาะระหว่างทะเลสาบ และเนินเขา นำท่านเพลิดเพลินชมความงามของทะเลสาบ และน้ำตกที่ไหลรวยรินลงสู่ทะเลสาบทั่วทุกหนทุกแห่ง ชมฝูงปลาแหวกว่ายในสระน้ำใสราวกระจกสะท้อนสีครามของท้องฟ้า แวดล้อมไปด้วยหุบเขา ต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่น สงบสุข (หมายเหตุ : การชมอุทยานสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ณ วันเดินทาง)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินชมความงามของทะเลสาบและน้ำตกที่ไหลรวยรินลงสู่ทะเลสาบทั่วทุกหนทุกแห่ง ชมฝูงปลาแหวกว่ายในสระน้ำใสราวกระจกสะท้อนสีครามของท้องฟ้า แวดล้อมด้วย หุบเขา ต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่น นำท่าน ล่องเรือข้ามทะเลสาบ KOZJAK ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานและเป็นทะเลสาบที่เชื่อมระหว่างอุทยานตอนบนและอุทยานตอนล่างและชมความงดงามของ BIG WATERFALLS สัมผัสถึงบรรยากาศของสายน้ำบนพื้นน้ำสีคราม และเกาะแก่งในทะเลสาบ ตลอดจนไม้ป่าจำพวกสนและเฟอร์ เพลิดเพลินกับธรรมชาติที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม HOTEL ETHNO HOUSES PLITVICE SELO หรือระดับเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ ซาร์ดาร์ – ชมเมือง – สปลิท – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ เมืองซาร์ดาร์ (ZADAR) (120 กิโลเมตร) เมืองที่มีประวัติศาสตร์มากว่า 3,000 ปีอดีตเมืองหลวงเก่าของภูมิภาคดัลเมเชีย (Dalmatia)เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเก่าแก่ตั้งแต่สมัยโรมัน ในอดีตยังเป็นย่านค้าขายทางเรือที่สำคัญอีกด้วย และปัจจุบันก็ได้กลายเป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่ชื่อเสียง นำท่านเดินชม จตุรัสกลางเมืองซาดาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง ชมบรรยากาศของเมืองเก่า ชม โรมันฟอรัม (ROMAN FORUM) สิ่งก่อสร้างที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันออกของทะเลเอเดรียติก (ADRIATIC SEA) ลานประชุมกลางเมือง ที่ปัจจุบันเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพัง และบริเวณเดียวกันสามารถชม โบสถ์เซนต์ โดแนท (ST.DONATUS CHURCH) เป็นโบสถ์ไบเซนไทน์ที่ใหญ่ที่สุดในดัลเมเทีย ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 9 ประจำเมืองซาดาร์

จากนั้นนำท่านผ่อนคลายกับการบรรเลงดนตรีโดยธรรมชาติที่เดียวในโลก ออร์แกนทะเล (MORSKE ORGULJE/SEA ORGAN) ได้รับรางวัล European Prize ซึ่งออร์แกนทะเลเกิดจากโพรงท่อขนาดใหญ่ 35 ท่อภายในลานบันไดหินอ่อนความยาว 230 ฟุตเลียบทะเลเอเดรียติค เมื่อน้ำทะเลไหลท่วมเข้ามาในท่อของบันไดขั้นที่ต่ำกว่า อากาศภายในจะถูกดันให้ไหลออกมาทางท่อของบันไดขั้นบน เกิดเป็นระดับเสียงต่างๆ ประสานกันเป็นคอร์ด เกิดเป็นท่วงทำนองดนตรีแบบสุ่ม ตามจังหวะธรรมชาติของคลื่นลม สร้างบรรยากาศที่สุนทรีย์สำหรับผู้ที่นิยมมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ ตั้งอยู่บนพื้นที่สาธารณะในชุมชนเมือง และยังได้รับการขนานนามว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ดีที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสปลิท (split) (160 กิโลเมตร) เป็นเมืองที่ใหญ่อันดับ 2 รองจากเมือง  หลวงของโครเอเชีย เมืองประวัติศาสตร์เก่าแก่นับ 1,000 ปี และยังเป็นเมืองท่าสำคัญของชายฝั่งเอเดรียติก มาตั้งแต่อดีตตั้งแต่ โบราณของแคว้นดัลเมเชีย จนถึงยุคปัจจุบันก็ยังเป็นเมืองท่าเรือที่มีการจราจรทางน้ำหนาแน่นที่สุดเป็นอันดับ 3 ของเมดิเตอร์เรเนียน

จากนั้นนำท่าน ชมเมืองสปลิท เข้าชมความงามของ พระราชวังดิโอคลีเธียน (DIOCLETIAN PALACE) พระราชวังโบราณที่สร้างขึ้นโดย จักรพรรดิโรมันดิโอคลีเธี่ยน ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 4 โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 1979องค์การยูเนสโกได้รับรองให้พระราชวังแห่ง  นี้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยภายในพระราชวังประกอบด้วยไปด้วยทางเข้าหลัก หรือ GOLDEN GATE ห้องโถงกลาง ซึ่ งมีทางเดินที่เชื่อมต่อสู่ห้องอื่นๆ ชมลานกว้างซึ่งล้อมไว้ด้วยเสาหินแกรนิต 3 ด้าน และเชื่อมต่อด้วยโค้งเสาที่ตกแต่งด้วยช่อดอกไม้สลักอย่างวิจิตรสวยงาม  จากนั้นนำท่านชม มหาวิหารเทพเจ้าจูปิเตอร์, โบสถ์แห่งเทพวีนัส, วิหารดอมนิอุส ที่จัดเรียงรายรวมกันอย่างลงตัว ผ่านชม มหาวิหารเซนต์ดูช (ST.DUJE CATHEDRAL) ซึ่งมีหอระฆังที่สวยงามและยังเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองสปลิท และเดินเลียบเเม่น้ำริว่าอันสวยงามมนต์เสนห์แห่งเมืองสปลิท

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม LE MERIDIEN LAV SPLIT หรือระดับเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

สปริท – ดูโบรฟนิก– ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองดูโบรฟนิก (DUBROVNIK) (230 กิโลเมตร) เป็นเมืองเก่าที่ได้รับฉายาว่า “ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก”เพราะมีสถาปัตยกรรมและผังเมืองที่เป็นระเบียบ ดูบรอฟนิกยังมีประวัติศาสตร์เป็นเมืองพี่เมืองน้องกับ “เวนิส” ในอิตาลี และ “สปลิท” ในคาบสมุทรทะเลเอเดรียติกในอดีตดูบรอฟนิกจึงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมยุคโบราณ ทั้งโกธิก เรอเนซองส์ และบารอก

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านชมเมืองเก่า (OLD TOWN DUBROVNIK) ที่ถูกโอบล้อมด้วยกำแพงโบราณที่สูงตระหง่าน และมีความยาวถึง 2กิโลเมตร อยู่ตรงบริเวณพื้นที่ริมทะเลอาเดรียติก แนวหลังคาสีส้มตระหง่านไปทั้งเมืองเก่า เป็นเขตชุมชนเริ่มแรกที่บรรพบุรุษชาวดูบรอฟนิกมาสร้างบ้านเมืองไว้ในศตวรรษที่ 7 และสร้างกำแพงเมืองที่แข็งแรงล้อมเมืองไว้ในศตวรรษที่13เป็นกำแพงที่สมบูรณ์และแข็งแกร่งมากค่ะ บนกำแพงมีทั้งหอคอยและป้อมปราการเพื่อป้องกันภัยจากศัตรู เช่น ชาวอาหรับและชาวเวนิซที่เป็นคู่แค้นกันมานานแสนนานองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองเก่าแห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1979 และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรี่ส์เรื่อง Game of thrones อีกด้วยเดินลอด ประตูPile Gateที่มีรูปปั้นของนักบุญเซนต์เบลส นักบุญประจำเมือง ภายในมีสิ่งก่อสร้างให้

เที่ยวชมมากมายทั้งน้ำพุ Onofrio,โบสถ์ TheCathedralTreasury อันเก่าแก่, หอนาฬิกาโบราณ,พระราชวังเรคเตอร์และร้านค้า,ร้านกาแฟ, ร้านไอศกรีม,ร้านขายของที่ระลึกต่างๆ สวยงามและโรแมนติคมาก จะมีร่องรอยของประวัติศาสตร์ให้พบเห็นเป็นบางแห่ง เช่น รอยกระสุน และร่องรอยความเสียหายจากสงคราม

นำท่าน นั่งกระเช้าชมเมืองดูโบรฟนิก (DUBROVNIK CABLE CAR) ชมความสวยงามของเมืองดูโบรฟนิกในมุมสูงแบบพาโนราม่าที่มองลงไปด้านล่างจะสามารถมองเห็นความสวยงามแบบ 360 องศาทั่วเมืองเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่มาเมืองดูโบรฟนิกต้องห้ามพลาด

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ  ณ  ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก HILTON IMPERIAL DUBROVNIK หรือระดับเทียบเท่า

8

วันที่แปดของการเดินทาง

ดูโบรฟนิก–โคเตอร์(มอนเตเนโกร)–ชมเมือ–ติรานา(แอลเบเนีย) – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโคเตอร์ (KOTOR) (100กิโลเมตร) ตั้งอยู่ในประเทศมอนเตเนโกรเมืองมรดกโลกตั้งอยู่ที่ก้นฟยอร์ดซึ่งเป็นธารน้ำที่ไหลมาจากทะเลอเดรียติกเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมยุคกลางและมรดกทางวัฒนธรรมมากมายเพราะเป็นเมืองเก่าแก่สมัยกรีก โบราณนานนับ 2,000ปี โดยองค์กรยูเนสโกได้ระบุไว้ให้เป็น “โลกทางธรรมชาติ และ มรดกทางประวัติศาสตร์” นำท่านชม ย่านเมืองเก่าเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่เลอค่าและยังได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกของ UNESCOมาตั้งแต่ปี 1979ถือเป็นเมืองเก่าแก่ที่อนุรักษ์ไว้ได้อย่างดีอีกเมืองหนึ่งของโลกTrgSv.Tripuna จัตุรัสกว้างซึ่งเป็นที่ตั้งของ KatedralaSvetogTripuna 

หรือโบสถ์เก่าแก่Cathedral of Saint Tryphon (Kotor Cathedral)ในเมืองเก่าของโคตอร์สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ.1166แห่งนี้คือ 1ใน 2โบสถ์โรมันคาทอลิก

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองติรานา (TIRANA) (200กิโลเมตร)

นําท่านชมจัตุรัสหลักของเมืองติรานา (SKANDERBAG SQUARE) กลางจัตุรัสมีรูปปั้นของสแกนเดอเบกบนหลังม้า ซึ่งเป็นวีรบุรุษของชาวแอลเบเนียในการต่อต้านการรุกรานจากพวกออตโต ชม หอคอยนาฬิกา (ClockTower) สิ่งก่อสร้างที่มีอายุมากและเก่าแก่ที่สุดสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1820 เป็นหอนาฬิกาใจกลางเมืองและเป็นสัญลักษณ์ของกรุงติรานาชมสวนสาธารณะกลางเมืองสวนรีเนีย (Rinia Park) ที่สร้างขึ้นในยุคคอมมิวนิสต์ครองเมือง ซึ่งมีจุดเด่นคือ อาคารไทวานี(Taivani)สิ่งก่อสร้างสไตล์โคโลเนียลมีลานน้ำพุ 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ  ณ  ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก MAK ALBANIA HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

ติรานา –โอครีด (มาซิโดเนีย) – ชมเมือง – สโกเปีย – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอครีด (OHRID) (140กิโลเมตร) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทิศตะวันตกของทะเลสาบโอครีด ในประเทศมาซิโดเนียได้รับการการขนานนามว่าเป็น“เยรูซาเลมแห่งบอลข่าน” เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประติมากรรมที่งดงาม เมืองโอครีดได้รับเลือกเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติจากยูเนสโก เป็นหนึ่งใน 28แห่งที่ได้รับเลือกเป็นมรดกโลกทั้งด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ

นำท่านเดินชม ย่านเมืองเก่าโอครีด ที่มีความเก่าแก่ของบ้านเรือนเป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงร้านอาหาร, ร้านของขายที่ระลึกต่างๆมากมาย นำท่านชมโบสถ์ที่ตั้งอยู่เชิงหน้าผาริมทะเลสาบโอครีดโบสถ์เซนต์โจวาน คานิโอ(St.JovanKaneo Church) เป็นโบสถ์ออร์โธดอกซ์ สร้างขึ้นเพื่อมอบให้กับนักบุญจอห์น สามารถชมวิวของทะเลสาบโอครีดได้อย่างสุดสายตา

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองสโกเปีย(SKOPJE)(180กิโลเมตร)เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศมาซิโดเนีย เป็นศูนย์กลางทางการเมือง ทางวัฒนธรรม และทางเศรษฐกิจของประเทศ เคยเป็นเมืองหลวงของเซอร์เบีย และบัลแกเรียในอดีต สันนิษฐานว่ามีการตั้งถิ่นฐานที่สโกเปียตั้งแต่ 4000ปีก่อนคริสตกาล

นำท่านชม จัตุรัสมาซิโดเนีย(MACEDONIA SQUARE) เดินชมย่านอนุสาวรีย์อเล็กซานเดอร์มหาราช (ALEXANDER THE GREAT) ซึ่งได้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองสโคเปีย อนุสาวรีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงการที่ประเทศได้รับเอกราชมา 20ปี

นำท่านถ่ายรูปกับประตูชัย(PORTA MACEDONIA) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นประตูชัยในการประกาศอิสรภาพของประเทศมาซิโดเนีย ภายนอกของประตูชัยถูกตกแต่งด้วยหินอ่อน และมีการทำลวดลายให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของชาวมาซิโดเนียจากนั้นนำท่านชมสะพานหิน(STONE BRIDGE) สร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6โดยจักรพรรดิจัสติเนียนแห่งไบแซนไทน์สะพานนี้มีช่องโค้งใต้สะพาน 13 ช่อง ซึ่งจักรพรรดิที่ได้เข้ามาปกครองก็ได้พยายามทำการก่อสร้างเพิ่มเติม

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ  ณ  ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก BUSHI RESORT AND SPA หรือระดับเทียบเท่า

10

วันที่สิบของการเดินทาง

สโกเปีย –เวียนนา (ออสเตรีย) – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติสโกเปีย

12.35 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเวียนนา โดยสายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์เที่ยวบินที่ OS 780

14.15 น. เดินทางถึงสนามบินเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมืองหลวงของประเทศออสเตรียเป็นนครที่มีความทันสมัยแฝงอยู่ภายใต้สถาปัตยกรรมคลาสสิคอันทรงคุณค่า อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างยุโรปตะวันตกและยุโรปตะวันออก มีพรหมแดนติดกับ 8 ประเทศด้วยกัน เยอรมัน เช็ค สโลวัค ฮังการี สโลเวเนีย อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และ ลิกเตนสไตน์ และไม่มีทางออกสู่ทะเล เป็นประเทศที่มีขนาดเล็กมาก มีขนาดเล็กกว่าประเทศไทยถึง 6 เท่า

จากนั้นนำท่านผ่านชม กรุงเวียนนา (VIENNA) มีสถานที่ที่ได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกของยูเนสโก้ 2 แห่งคือเขตเมืองเก่าใจกลางกรุงเวียนนา และยังเป็นประเทศมหาอำนาจในอดีตที่เคยครอบครองดินแดนต่างๆในยุโรปที่เรียกว่า“อาณาจักรออสเตรีย-ฮังการี” โดยมีกรุงเวียนนาเป็นเมืองหลวงเมืองแห่งเพลงวอลซ์นครแสนสวยงามร่มรื่นด้วย เหล่าไม้ดอกไม้ประดับใกล้แม่น้ำดานูบเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาร็อคและร็อคโคโคที่เป็นแบบของออสเตรียที่งดงามที่สุดในยุโรปสักขีพยานแห่งความรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์และสมัยจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์เบิร์กในอดีตและรวมคีตกวีเอกของโลกเช่นโมซาร์ทบีโทเฟนโยฮันสเตราท์ชมสถานที่สำคัญรอบถนนวงแหวนอาทิโรงละครโอเปร่าอาคารรัฐสภาซึ่งสร้างด้วยศิลปะกรีกโบราณโบสถ์คาปูชินส์สวนสาธารณะSTADTPARKซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์โยฮันสเตราท์ซึ่งในฤดูร้อนจะมีการแสดงดนตรีบรรเลงเพลงวอลซ์ในสวน จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ  ณ  ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก HILTON VIENNA DANUBE WATERFRONT หรือระดับเทียบเท่า

11

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

เวียนนา – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้าณ ห้องอาหารของโรงแรม

 จากนั้นนำท่านเข้าชมพระราชวังเชินบรุนน์ (SCHENBRUNN PALACE) ที่สร้างขึ้นอย่างวิจิตรในศตวรรษที่17-18โดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮับส์เบิร์กที่ประทับของพระนางมาเรียเทเรซาและราชวงศ์ชมห้องภายในพระราชวังกว่า40ห้องจาก1,441ห้องซึ่งเป็นห้องที่สำคัญๆเช่นห้องที่ประทับของพระนางมาเรียเทเรซาชมสวนสไตล์ฝรั่งเศสรอบบริเวณพระราชวังจนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคาร

บ่าย หลังอาหารกลางวันนำท่านช้อปปิ้งถนนคาร์ทเนอร์(KARNTNERSTRASSE)ถนนช้อปปิ้งสายสำคัญของกรุงเวียนนาห้างสรรพสินค้า และร้านค้าแบรนเนมต่างๆ ตลอดสองฝั่งถนน ที่จะต้องถูกใจนักช้อปมีสินค้าให้เลือกมากมาย อาทิ เสื้อผ้าแบรนด์เนมยอดนิยม นาฬิกาROLEX,LOUIS VUITTONและแบรนด์ดังอีกมากมาย อีกทั้งเครื่องแก้วคริสตัลเจียระไน และของที่ระลึกต่างๆ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ  ณ  ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ สนามบินกรุงเวียนนาเพื่อเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ

23.20 น.  ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯโดย สายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์เที่ยวบินที่OS 25

12

วันที่สิบสองของการเดินทาง

กรุงเทพฯ

14.20 น.  เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

 

*** หมายเหตุ ***   สำหรับผู้ที่ถือ Schengen visa Multiple ที่ยังไม่หมดอายุ สามารถเข้าประเทศออสเตรีย,สโลวีเนีย,โครเอเชีย,มอนเตเนโกร,แอลเบเนีย และมาซิโดเนียได้โดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่าใหม่ สำหรับผู้ที่เคยมี Schengen Visa Single Entry หรือ Schengen Visa Multiple และผู้ที่ไม่เคยมีวีซ่าเชงเก้นจะต้องยื่นขอวีซ่าใหม่ดังนี้

  1. ยื่นวีซ่าโครเอเชีย เวลาดำเนินการ 30-40 วัน (เนื่องจากจะต้องส่งเอกสารวีซ่าไปพิจารณาที่ สถานทูตโครเอเชีย ประจำประเทศอินโดนีเซีย)
  2. ยื่นวีซ่าเชงเก้นออสเตรีย เวลาดำเนินการ 15 วันการอนุมัติวีซ่าเป็นเอกสิทธิ์ของทางสถานทูต ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้บริษัทเป็นเพียงตัวกลาง และคอยบริการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางเท่านั้น เงินค่าสมัครวีซ่าทางสถานทูตเป็นผู้เก็บ หากผลวีซ่าออกมาว่า ไม่ผ่าน ทางสถานทูตจะไม่คืนเงินค่าสมัครวีซ่าไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตาม และทางสถานทูตมีสิทธิที่จะไม่ตอบเหตุผลของการปฏิเสธวีซ่าทุกกรณีท่านจะต้องตรวจสอบเงื่อนไขในการยื่นวีซ่าในกรณีพิเศษ

หมายเหตุ       : บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 20 ท่าน 

อัตรานี้รวม      ·  ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นทัศนาจรตามที่ระบุในรายการ

  • ค่าโรงแรมที่พักที่ระบุในรายการ / ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ / ค่าวีซ่า
  • ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงาน คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
  • ค่าทิปคนขับรถ
  • น้ำดื่มบนรถ วันละ 1 ขวด / คน / วัน
  • ค่าพนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรมที่พัก IN/OUT @ 1 ใบ / 1 ท่าน

 

อัตรานี้ไม่รวม   ·  ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการ

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %   

การจอง และชำระเงิน     กรุณาส่งสำเนา PASSPORT หน้าแรก แฟกซ์มายังบริษัทฯ พร้อมชำระเงินค่ามัดจำ

                                      ท่านละ 30,000 บาท สำหรับส่วนที่เหลือทั้งหมด กรุณาชำระก่อนการเดินทาง 30 วัน

( หากไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ยินดีให้บริษัทฯทำการยกเลิกและยินยอมให้ยึดเงินมัดจำทันที)

***** กรณีที่ยังไม่ทราบผลวีซ่าก่อนการเดินทาง 15 วันทำการ

ทางบริษัทฯ ขออนุญาตเก็บค่าทัวร์ที่เหลือทั้งหมดก่อน ตามเงื่อนไขการชำระเงิน *****

 

 

การไม่รับจองทัวร์ :  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับจองทัวร์สำหรับลูกค้าดังต่อไปนี้

  • เด็กที่มีอายุระหว่างแรกเกิดถึง 2 ขวบ
  • ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ หรือ ไม้เท้า
  • ผู้เดินทางที่บ่งบอกการเป็นบุคคลไร้ความสามารถ

 

หมายเหตุ    ·  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย

                     จนไม่อาจแก้ไขได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

  • หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะไม่

    รับผิดชอบต่อค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

  • รายการนี้เป็นเพียงการเสนอราคาที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรอง

ที่นั่งกับสายการบินและโรงแรมที่พักอย่างไรก็ตามรายการนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

  • สตรีมีครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย สำหรับกระเป๋าเดินทาง

    กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง

การยกเลิก *** กรณีที่ท่านจองและจ่ายค่ามัดจำแล้วมีการยกเลิก (ก่อนเงื่อนไขตามกำหนดวันที่ทำการยกเลิก

ด้านล่าง) บริษัทฯ ขอคิดค่าทำงานท่านละ 1,000.- บาท พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามความเป็นจริง (ถ้ามี) ***

  • ยกเลิกก่อน    31-60      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน    15-30      วันทำการ  เก็บค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน 8-14      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่าทัวร์ทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน   1-7       วันทำการ  เก็บ 100% ของค่าทัวร์ทั้งหมด

( หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ยกเว้นเงื่อนไขในการยกเลิกการเดินทางตามกำหนดวันที่ระบุข้างต้น

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ และขอคิดค่าใช้จ่ายในการยกเลิกตามความเป็นจริง

เนื่องจากเป็นช่วง Peak Period  ทางโรงแรม , สายการบิน และบริษัทรถโค้ช ฯลฯ ค่อนข้างแน่น

และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 100%  ซึ่งไม่สามารถทำการยกเลิกได้ )

การโอนเงิน      ผ่านธนาคาร บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด

           ธนาคารกรุงเทพฯ / สาขาโชคชัย 4 / บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 230-0-19191-9

เมื่อท่านจองทัวร์และชำระค่ามัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในเงื่อนไขและรายละเอียดที่ทางบริษัทแจ้งไว้ทั้งหมด

*** บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ อันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง

สภาพดินฟ้าอากาศ การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ โดยการพิจารณาของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ***