13-16 ต.ค./ 21-24 ต.ค./ 29 ต.ค.-01 พ.ย. / 05-08 พ.ย. 2564 19-22 พ.ย. / 26-29 พ.ย. / 03-06 ธ.ค. / 10-13 ธ.ค. / 24-27 ธ.ค. 2564
วันเดินทาง

ทัวร์ไทย : COOL LAMPANG ลำปางหนาวมาก 4 วัน 3 คืน (PG)

กำหนดการเดินทาง13-16 ต.ค./ 21-24 ต.ค./ 29 ต.ค.-01 พ.ย. / 05-08 พ.ย. 2564 19-22 พ.ย. / 26-29 พ.ย. / 03-06 ธ.ค. / 10-13 ธ.ค. / 24-27 ธ.ค. 2564

จังหวัด :   ลำปาง

สายการบิน : บางกอกแอร์เวย์

ราคา : 29,900 บาท

เจาะลึกลำปาง สัมผัสมรดกทางธรรมชาติที่บริสุทธิ์ทางตอนเหนือ ตระการตากับทัศนียภาพของขุนเขา และทะเลสาบที่น้อยคนจะได้ไปเยือน “ พักผ่อนในรีสอร์ทบรรยากาศริมลำธารกลางขุนเขา วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ ศาสนสถานอันงดงามวิจิตรจนคุณต้องตะลึง“ หล่มภูเขียว อันซีนลำปางความสวยงามที่ซ่อนตัวในธรรมชาติที่รอให้ท่านไปสัมผัส “นมัสการ และขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลำปาง เพื่อสิริมงคลแก่ชีวิต เพลิดเพลินกับการนั่งรถม้าชมเมือง ภัตตาคารเกาะกลางน้ำที่เขื่อนกิ่วลม“ เร้นจ์ฯ เลือกที่พักระดับ EXCLUSIVE บริการระดับ VIP สำหรับลูกค้าคนพิเศษเท่านั้น

1

วันที่หนึ่งของการเดินทาง

กรุงเทพ – ลำปาง – วัดพระธาตุลำปางหลวง  ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย – นั่งรถม้าชมเมือง – ลำปางสตรีทอาร์ต

06.00.น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินบางกอกแอร์เวย์ ชั้น 4 ทางเข้าที่ 3 แถว F  เจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ จะคอยต้อนรับ และอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

08.15.น. เดินทางสู่ ท่าอากาศยานลำปาง โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG203

09.50 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานลำปาง (LAMPANG) หลังจากรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระธาตุลำปางหลวง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลำปางมาช้านาน  (ใช้เวลาเดินทาง โดยประมาณ 30 นาที)

วัดพระธาตุลำปางหลวง

วัดไม้ที่ยังคงอยู่และสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ซึ่งมีสถาปัตยกรรมแบบพม่าที่เก่าแก่ และสวยงาม ตั้งอยู่บนเนินสูงกลางเมืองลำปาง เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตคู่บ้านคู่เมืองลำปาง  หรือ “พระแก้ว ดอนเต้า” และพระธาตุลำปางหลวง ยังเป็นพระธาตุ ประจำปีฉลูอีกด้วย หากใครเกิดปีฉลู จึงจัดว่าพระธาตู ลำปางเป็นที่เช็คอินที่ห้ามหลาดต้องมากราบไหว้เพื่อ ความเป็นสิริมงคลให้ได้สักครั้งในชีวิต

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร HOME AT KOKHA ร้านอาหารสไตล์ล้านนา บรรยากาศดี

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย (ใช้เวลาเดินทาง โดยประมาณ 30 นาที)เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม ยังเป็นผู้บุกเบิกงานด้านการอนุรักษ์ช้าง และยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นสถานที่ดูแลช้างต้น หรือช้างสำคัญของพระมหากษัตริย์ถึง 6 ช้างในพื้นที่ของโรงช้างต้นอีกด้วย

ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย

เป็นศูนย์ฝึกลูกช้างซึ่งเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในโลก โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 เป็นสถานที่เลี้ยง และฝึกลูกช้างเพื่อให้เชื่อฟังคำสั่งและมีความชำนาญในการ ทำไม้ขณะที่แม่ช้างไปทำงานในป่า และเนื่องจากมีนโยบาย ปิดป่าซึ่งทำให้ช้างต้องว่างงาน ศูนย์ฝึกลูกช้างจึงถูกปรับมาเป็นสถานที่ดูแลช้างแก่และเจ็บป่วย และที่นี่ยังเป็นสถานที่ ตั้งของโรงพยาบาลช้างอีกด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ ตัวเมืองลำปาง (ใช้เวลาเดินทาง โดยประมาณ 30 นาที) เพื่อนำท่านเดินทางเข้าสู่ ที่พักโรงแรมทรี ทารา  (TREE TARA  HOTEL)  www.treetarahotel.com/ โรงแรมวิวสวย บรรยากาศดี ต้นไม้สีเขียว ภูเขาลูกใหญ่ มองเห็นดอยขุนตาล ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างลำปาง-ลำพูน-เชียงใหม่ ให้ท่านได้เก็บสัมภาระ และพักผ่อนอิริยาบถ ได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านทำกิจกรรม นั่งรถม้าชมเมืองลำปาง (รถม้า 1 คัน นั่งคันละ 2 ท่าน)

นั่งรถม้าชมเมืองลำปาง

ถือว่าเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทย เป็นรถม้า แบบเปิดประทุน ที่นั่งผู้โดยสารคล้ายคลึงกับที่นั่งของจักรยานสามล้อ แต่มีขนาดใหญ่กว่า อยู่ทางตอนหลังของที่นั่งคนบังคับ ซึ่งมีระดับสูงกว่าเล็กน้อย เส้นทางจะผ่านแม่น้ำวัง ชมบ้านโบราณเก่าๆ สะพานแขวน และสถานที่สำคัญอีกหลายที่ จนได้เวลาอันสมควร

วิหารพระเจ้าพันองค์ วัดปงสนุก

วัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบล้านนาที่งดงาม  ทั้งพระอุโบสถ และพระวิหาร โดยเฉพาะวิหารพระเจ้าพันองค์  ซึ่งเป็นไฮไลท์ของที่นี่ เนื่องจากเคยได้รับรางวัดดีเด่นด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมจากองค์กรยูเนสโก้ (UNESCO) ในปี 2008 ตัววิหารสร้างด้วยไม้ มีลักษณะเป็นมณฑปเปิดโล่ง หลังคาวิหารซ้อนกันสามชั้น แบบโถงทรงจตุรมุข อันเป็นเอกลักษณ์แห่งเดียวในประเทศไทย บริเวณด้านบนรอบตัววิหารประดับด้วยพระพิมพ์องเล็กจำนวน 1,080 องค์  ตรงกลางประดิษฐานพระพุทธรูปสี่องค์ ซึ่งหันหน้าออกไปทั้งสี่ทิศ พระเจ้าพันองค์ เป็นที่เคารพบูชาและมีความเชื่อเกี่ยวกับการขอพร และสะเดาะเคราะห์ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองลำปาง ที่ถือว่าหากได้มาขอพรก็จะสมพรดั่งใจ และหากโชคไม่ดี ก็ต้องมาขอพร และสะเดาะห์เคราะกับวิหารพระเจ้าพันองค์ 

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ลำปางสตรีทอาร์ต หรือโครงการริเวอร์ สตรีทอาร์ต (River Street Art) ที่ระดมศิลปินมากฝีมือกว่า 20 ชีวิต ช่วยกันร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะตามแนวกำแพงบ้านเรือนริมแม่น้ำวังในตัวเมืองลำปาง บริเวณสะพานรัษฎาภิเศก หรือสะพานขาว และกาดกองต้า ถนนคนเดินเก่าแก่ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของเมืองลำปาง

ลำปางสตรีทอาร์ต

จุดเริ่มต้นของการเยียมชม และถ่ายภาพ ลำปางสตรีทอาร์ต ให้เริ่มบริเวณทางลงสะพานรัษฎาฯ ซึ่งภาพวาดจะแบ่งเป็น 2 ฝั่งโดยเดินลงไปข้างล่างของสะพาน จะเลือกเดินลงไปฝั่งไหนก่อนก็ได้ หากเลือกเดินลงไปบริเวณฝั่งขวาที่ทางลงอยู่ตรงข้ามกับร้านบัว ก็จะเป็นภาพของก๋วยเตี๋ยวซึ่งใส่อยู่ในชามตราไก่ สินค้าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของลำปาง  ข้าวแต๋นสัปปะรดน้ำผึ้งของดีลำปาง รถม้าลำปาง ภาพเด็กน้อยเล่นซ่อนหา และภาพเด็กถือลูกโป่ง

ซึ่งแต่ละภาพสามารถรครีเอทท่าทาง ได้อย่างสนุกสนาน ช่วยเพิ่มสีสันของการท่องเที่ยวในตัวเมืองลำปาง ให้มีชีวิตชีวามากขึ้นอีกด้วย

ถนนคนเดินกาดกองต้า

กาดกองต้า หรือตลาดจีน ตั้งอยู่บนถนนตลาดเก่า อันมีอาคารโบราณอายุกว่าร้อยปี ที่เป็นเอกลักษณ์และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ในปัจจุบันที่นี่ได้กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของลำปาง และเป็นถนนคนเดินที่มีนักท่องเที่ยวมาเดินเที่ยวจับจ่ายใช้สอยกันอย่างหนาแน่น ในทุกคืนวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 5 โมงเย็นไปจนถึง 4 ทุ่มเลยทีเดียว

*** หากตรงกับวันธรรมดา จะนำท่านเดินเล่นเที่ยวชมอาคารบ้านเรือนโบราณบริเวณถนนกาดกองต้าทดแทน ***

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พักโรงแรม ทรี ทารา (ใช้เวลาเดินทาง โดยประมาณ 15 นาที)

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

2

วันที่สองของการเดินทาง

วัดพระธาตุดอยพระฌาน –  – หล่มภูเขียว CALIFORNIA LAMPANG – จุดชมวิว เหมืองแม่เมาะ

เช้า  รับประทานอาหารเช้า แบบ BREAKFAST BOX

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระธาตุดอยพระฌาน เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอันเงียบสงบภูเขาที่เรียกว่า ดอยพระฌาน และยังสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันเขียวขจีในมุมสูงแบบ 360 องศาของอำเภอแม่ทะได้จากด้านบนวัด  จึงกลายเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกยอดนิยมของนักท่องเที่ยว และสามารถชมทะเลหมอกยามเช้าในช่วงฤดูฝน และฤดุหนาวได้อีกด้วย(ใช้เวลาเดินทาง โดยประมาณ 30 นาที)

วัดพระธาตุดอยพระฌาน

วัดพระธาตุดอยพระฌาน ก่อสร้างด้วยศิลปะอ่อนช้อยแบบล้านนาดั้งเดิม ภายในวัดมีองค์พระธาตุเก่าแก่สีขาวยอดฉัตรสีทองอายุกว่า 100 ปี เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเมืองลำปาง โดยทุกปี ประมาณเดือนพฤษภาคม จะมี “ประเพณีขึ้นดอยพระฌาน” พุทธศาสนิกชนชาวตำบลป่าตันรวมถึงตำบลใกล้เคียง

จะพากันเดินขึ้นดอยเพื่อไปสัการะพระธาตุบนยอดเขา พร้อมกับจุดบั้งไฟบูชาพระธาตุและจัดแข่งขันบั้งไฟ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท มีเนื้อที่ประมาณ 758,750 ไร่ ลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อนปกคลุมด้วยผืนป่าอุดมสมบูรณ์ของป่าสงวนแห่งชาติ ลักษณะภูมิอากาศของอุทยานฯมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 26 องศาเซลเซียส อากาศเย็นที่สุดอยู่ในช่วงเดือนมกราคม เพื่อนำท่าน

เดินทางสู่ หล่มภูเขียว (ใช้เวลาเดินทาง โดยประมาณ 2 ชั่วโมง)

หล่มภูเขียว

สถานที่ท่องเที่ยวสุด Unseen ของลำปาง  ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม  ลึกเข้าไปในขุนเขาภายใต้การดูแลของเขตอุทยานแห่งชาติผาไท  กับแอ่งน้ำสีเขียวมรกตขนาดใหญ่ ลึก คล้ายปล่องภูเขาไปกลางยอดเขาหินปูน  คาดว่าเกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกในสมัยดึกดำบรรพ์ ถูกโอบล้อมด้วยป่าอันอุดมสมบูรณ์แบบป่าดิบแล้ง มีทัศนียภาพเขียวขจี ร่มรืนย์ ร่มเย็น และสงบเงียบ

น้ำภายในสระมรกต ใส นิ่ง เป็นสีเขียวไล่เฉดไปจนถึงสีฟ้า  และยังเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงปลานานาพันธุ์

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารในโรงแรมลำปาง วัลเลย์ รีสอร์ท แอนด์ คาเฟ่

(ใช้เวลาเดินทาง โดยประมาณ 1 ชั่วโมง)

บ่าย  จากนั้นนำท่าน แวะถ่ายภาพบริเวณถนน CALIFORNIA LAMPANG ถนนสวยเหมือนต่างประเทศ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ (ใช้เวลาเดินทาง โดยประมาณ 5 นาที)จากนั้นนำท่าน แวะจิบกาแฟยามบ่ายที่ ฮิมม่อนแม่เมาะ โรงคั่ว&ร้านกาแฟ (เดินทางประมาณ 30 นาที) หนึ่งเดียวในแม่เมาะที่คั่วเมล็ดกาแฟเอง รับรองความเข้ม สดใหม่ หอมกลิ่นกาแฟแท้ๆ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวพระอาทิตย์ตก เหมืองแม่เมาะ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า กฟผ.แม่เมาะ (เดินทาง โดยประมาณ 20 นาที) โรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลิกไนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยจ่ายไฟฟ้าให้แก่ประชาชนภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัด ภาคกลางและภาคอีสานบางส่วน

จุดชมวิว เหมืองแม่เมาะ

ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ ของ จ.ลำปางอันมีฉากหลังเป็นแผ่นน้ำ และวิวภูเขาที่งดงามท่ามกลางพระอาทิตย์ตกดิน ณ จุดวิวชมวิวที่ได้จัดทำไว้ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวเหมืองแม่เมาะ สะพานที่ทอดยาวไปด้านหน้ายื่นออกจากตัวศาลา ชมวิว มองเห็นวิวเขา เขื่อนแม่ขาม และทุ่งดอกไม้ได้กว้างรอบตัวไม่ว่าจะหมุนกล้องไปมุมไหนก็มีความสวยไปทุกมุมมองทั้สิ้น จนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร แสร้งว่า (SAENGWA THAI MODERN CUISINE)

ร้านอาหารไทยโบราณสไตล์ฟิวส์ชั่นเก๋ๆดีงามอห่งเมืองลำปาง ได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านกลับสู่ที่พักโรงแรม TREE TARA

3

วันที่สามของการเดินทาง

วัดเฉลิมพระเกียรติ – บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน   บ้านป่าเหมี้ยง – จุดชมวิวกิ่วฝิ่น – แม่แจ๋ม

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง)

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ คือ Unseen Thailand ที่ต้องไปเยี่ยมชมสักครั้งในชีวิต วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาสูงในอำเภอแจ้ห่ม ในพื้นที่ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาท เดิมวัดแห่งนี้ชื่อ วัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง เนื่องจากบนวัดมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่

ภายในบริเวณวัดแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกคืออุโบสถและเจดีย์ ชั้นที่สองคือที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท และชั้นสุดท้ายคือดอยพระบาท เป็นที่ประดิษฐานองค์พระธาตุสีทอง และเจดีย์สีขาวบนยอดเขาสูง และยังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่งดงาม

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารเดือนแดงคันทรี

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน (ใช้เวลาเดินงประมาณ 30 นาที)

บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน

เป็นบ่อน้ำร้อนที่พุดขึ้นมาจากพื้นดิน บ่อที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดมีความร้อนสูงถึง 100 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว ไฮไลท์ในการมาชมบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้คือความสวยงามของไอน้ำร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาจากบ่อน้ำร้อน มองดูคล้ายหมอกจางๆ ที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ บวกกับแสงแดดที่ส่องสะท้อนลงยังบ่อน้ำร้อน เป็นภาพความงดงามที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็น อย่างยิ่งและอีกสิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้

ให้ท่านได้ลองต้มไข่ออนเซ็น ที่ใช้ความร้อนจากบ่อน้ำร้อนในการทำให้ไข่สุกเป็นไข่ออนเซ็นสไตล์ไทยที่อร่อยไม่เหมือนที่อื่น มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์มากๆอิสระให้ท่านได้ชิมไข่ออนเซ็นตามอัธยาศัย จนได้เวลาพอสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บ้านป่าเหมี้ยง เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนโดยอยู่ห่าง

จากตัวอุทยานฯประมาณ 14 กม. บ้านป่าเหมี้ยง ชุมชน บนเขาสูงโอบล้อมด้วยป่าเหมี้ยง มีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็น ภูเขาสลับซับซ้อน สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ1,200 เมตร  แวะจิบกาแฟยามบ่ายที่ ป่าเหมี้ยงคอฟฟี่ (Paa Miang Coffee) โดย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกาแฟ กาแฟของคนรักธรรมชาติ (เดินทางประมาณ 30 นาที)

จากนั้นนำท่าน เดินทางต่อสู่ กิ่วฝิ่น หรือดอยล้าน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที) ยอดดอยที่สวยและสูงที่สุดในจังหวัดลำปาง บนความสูง 1,517 เมตร จากระดับน้ำทะเล

จุดชมวิวกิ่วฝิ่น

กิ่วฝิ่น มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี แต่ช่วงเดือนธันวาคม – มกราคม จะหนาวเย็นที่สุด กิ่วฝิ่น เป็นจุดชมวิวที่มีความสวยงามแห่งหนึ่ง นอกจากจะเห็นวิวของทั้ง 4 จังหวัด แล้ว ท่านยังจะได้เห็นธรรมชาติของป่าไม้ที่มีความสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำของหมู่บ้านแม่กำปอง นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านแม่แจ๋ม ตั้งอยู่กลางหุบเขาบนถนนสาย 1252 ลำปาง – เชียงใหม่เป็นหมู่บ้านที่ประกอบอาชีพการเกษตรเป็นหลัก ที่นี่มีความเด่นในเรื่องของการผลิต กาแฟแม็คคาเดเมีย และสตรอร์เบอร์รี่ รวมไปถึงพืชผลทางการเกษตรอื่นๆ อีกมากมาย

เดินทางถึงที่พักBaannoonnorn บ้านหนุนนอน แม่แจ๋ม รีสอร์ทพร้อมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และล้อมรอบไปด้วยกลิ่นไอของธรรมชาติที่รอให้ท่านไปสัมผัสแบบใกล้ชิด (เดินทาง โดยประมาณ 01.30 ชั่วโมง)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

กิ่วหิน – ดอยแม่แจ๋มไร่สุวรรณ – เขื่อนกิ่วลม พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี (ช้อปปิ้งชามตราไก่) – กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม

รายการแนะนำ: กิ่วหิน

กิ่วหิน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันพัฒนาจนกลายเป็นจุดชมวิว เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอเมืองปาน ให้นักท่องเที่ยวที่ชอบการบุกเบิกเส้นทาง ได้เตรียมเช็คอินก่อนใครในดินแดนนครแห่งความสุข “ลำปาง…ปลายทางฝัน”

(ใช้เวลาเดินทาง โดยประมาณ 15 นาที)

ดอยแม่แจ๋มไร่สุวรรณ

ไร่สุวรรณ ไร่กาแฟและแม็คคาเดเมียที่มีชื่อเสียงโด่งดังของหมู่บ้านแม่แจ๋ม ที่นี่คือแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์กาแฟชั้นดี และแม็คคาเดเมียแสนอร่อยของโปรดของใครหลายๆ คนหากมาที่นี่แล้วต้องลองชิมหลากหลายเมนูจากพืชพันธุ์ธรรมชาติในไร่นี้ ทั้งแม็คคาเดเมียสด กาแฟแม็คคาเดเมีย และกาแฟสด เรียกได้ว่าถูกใจคนที่ชอบทานกาแฟแน่นอน

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เขื่อนกิ่วลม เขื่อนขนาดยักษ์ที่ตั้งขวางกั้นแม่น้ำวัง สายน้ำสำคัญสายหนึ่งของภาคเหนือที่จังหวัดลำปาง ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เก็บน้ำใช้ในการชลประทาน และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดลำปางอีกด้วย  (เดินทาง โดยประมาณ 01.30 ชั่วโมง)เดินทางถึง ท่าแพสำเภาทอง หรือทะเลสาบกิ่วลม นำท่านเดินทางต่อโดยการ ล่องเรือสู่ภัตตาคาร

บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนเกาะวังแก้ว เป็นพื้นที่เกาะกลางน้ำ ตั้งอยู่ภายในเขื่อนกิ่วลม โดยทางน้ำ 7 ก.ม. ต้องเดินทางโดยทางแพหรือเรือเท่านั้น ใช้เวลาโดยทางเรือตามแม่น้ำวัง 15 นาที ทางแพยนต์ 90 นาที

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ตัวเมืองลำปาง เพื่อนำท่านสู่ พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี

(เดินทาง โดยประมาณ 1 ชั่วโมง) แหล่งกำเนิดของชามตราไก่ สินค้าขึ้นชื่อแห่งนครลำปาง

ชมกระบวนการผลิตในทุกขั้นตอน พร้อมทั้งมี workshop การเพ้นท์ชามตราไก่ใบเดียวในโลกอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี

ท่านอาปาอี้ (ซิมหยู) แซ่ฉิน เป็นผู้บุกเบิกในการทำชาม

ตราไก่ในประเทศไทย โดยเมื่อปี พ.ศ.2498 ได้ค้นพบ

แร่ดินขาวครั้งแรกที่บ้านปางค่า อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ต่อมาได้ร่วมก่อตั้งโรงงานเซรามิคแห่งแรกของจังหวัดลำปาง ผลิตถ้วยขนมและถ้วยตะไลด้วยกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม และส่งออกไปทั่วประเทศ นำท่านชมกระบวนการในการผลิตแบบทุกขั้นตอน มีการบอกเล่าเรื่องราววิวัฒนาการแต่ละยุคแต่ละสมัย การเดินทางของชามไก่ในเอเชีย ชามไก่ทองคำยักษ์ใหญ่ ชามไก่ที่บางที่สุดในโลก บางขนาดที่ว่าแสงทะลุผ่านได้เลย และที่สำคัญจะได้เห็น ชามไก่ที่เล็กที่สุดในโลกที่ต้องใช้แว่นขยายซูมดูกันเลยทีเดียว หลังจากเดินชมการผลิตทุกขั้นตอนแล้ว อิสระให้ท่านช้อปสินค้าของฝากของพิพิธภัณฑ์ก่อนกลับ หรือจะนั่งดื่มกาแฟเย็นๆ

พิเศษสุด นำท่านทำกิจกรรมการเพ้นท์เซรามิค ลวดลายที่มีเพียงใบเดียวในโลกเท่านั้น

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน (ใช้เวลาประมาณ 5 นาที)

19.00.น. เดินทางสู่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG206

20.35 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสว้สดิภาพ…

 

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating