04 – 20 ธ.ค 2563  / 08 – 24 ม.ค 2564 / 12 – 28 ก.พ 2564  / 12 – 28 ม.ค 2564
วันเดินทาง
การบินไทย (TG)
สายการบิน
อาร์เจนติน่า – เปรู – บราซิล
ประเทศ

ทัวร์อเมริกาใต้ : อาร์เจนติน่า – ชิลี – เปรู 17 วัน (TG/LH/LA/AR)

กำหนดการเดินทาง :   04 – 20 ธันวาคม 2563  / 08 – 24 มกราคม 2564 / 12 – 28 กุมภาพันธ์ 2564  / 12 – 28 มีนาคม 2564  

ประเทศ :  อาร์เจนติน่า – เปรู – บราซิล

สายการบิน : การบินไทย (TG/LH/LA/AR)

ราคา : กรุณาสอบถามราคา 

สัมผัสสีสันแห่งอเมริกาใต้ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องพลาด!!

บัวโนส ไอเรส – เอล คาลาฟาเต้ – ธารน้ำแข็งเปริโต มอเรโน – ธารน้ำแข็งอัปซาลา ลิม่า – คูซโค – มาชู ปิกชู – ภูเขาสายรุ้ง – ริโอ เดอ จาเนโร – น้ำตกอิกัวซุ

ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง สัมผัสกับประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ท่องเที่ยวในดินแดนอเมริกาใต้ 3 ประเทศที่ไม่ควรพลาด เราได้เรียบเรียงรายการด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 20 ปี  เริ่มด้วยความสวยงามของ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า ที่จะทำให้ท่านเร้าร้อนด้วยระบำแทงโก้อันเร้าใจ ชมสุดยอดธารน้ำแข็งที่ เอล คาลาฟาเต้ ชมการเคลื่อนตัวของธรรมชาติที่ความงดงามเหนือคำบรรยาย  ตามด้วย ประเทศเปรู และเมืองที่ไม่ควรพลาด มาชู ปิกชู นครสาบสูญแห่งอินคา เมืองในฝันของนักเดินทางสัมผัสกับมรดกโลกทางธรรมชาติ ภูเขาสายรุ้ง ที่เมืองคูซโค อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด จากนั้นชมวิวความสวยงามของ ยอดเขาคาร์โดวาโด ณ เมืองริโอ เดอ จาเนโร เพื่อขอพรพระคริสต์และพบกับสิ่งที่ทุกคนรอคอย สัมผัสกับความอลังการของ น้ำตกอิกัวซุ น้ำตกที่กว้างที่สุดในโลก เปิดประสบการณ์ใหม่ทางธรรมชาติการท่องเที่ยวใหม่ที่ครั้งหนึ่งในชีวิต น้อยคนนักจะได้สัมผัส เราจะบริการท่านแบบ VIP ด้วยโรงแรมระดับ 5 ดาว 4 ดาว ในทำเลที่ดีได้มาตรฐาน สะอาด และปลอดภัยอาหารอย่างดีหลากหลาย เน้นที่ภัตตาคารสวยหรู บรรยากาศดี รสชาติอร่อย บางมื้อมีโชว์ที่ดีที่สุดในเมือง

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพฯ – แฟรงค์เฟิร์ท – บัวโนส ไอเรส (อาร์เจนติน่า)

06.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 3 แถว D

เคาน์เตอร์ สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่จากบริษัท เร้นจ์ฯ จะคอยต้อนรับ และอำนวย ความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

09.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงบัวโนส ไอเรส โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 926/LH 500

*** เปลี่ยนเครื่องที่สนามบินนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ท เวลา 19.05– 22.05 น. ***

2

วันที่สองของการเดินทาง

บัวโนส ไอเรส – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง

06.45 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินกรุงบัวโนส ไอเรส เมืองหลวงของประเทศอาร์เจนติน่า

 *** ใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้น 24 ชั่วโมง โดยประมาณ ***

นำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พักโรงแรม INTERCONTINENTAL BUENOS AIRES ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่าเพื่อให้ท่านพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย กระทั่งได้เวลาอันสมควร

 จากนั้นนำท่าน ผ่านชมบริเวณ Plaza de Mayo จัตุรัสเล็กๆที่อยู่ย่านใจกลางเมือง บริเวณนี้ท่านจะพบกับ ทำเนียบสีชมพู (Casa Rosada) ที่ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่บริเวณนี้ อีกทั้งยังมีสถานีรถไฟใต้ดินอยูใกล้ๆอีกด้วย ผ่านชมสถานที่น่าสนใจรอบๆ อาทิ ถนน 29 de Julio ที่เคยชื่อว่าเป็นถนนที่กว้างที่สุดในโลก และเป็นที่ตั้งของ Teatro Colonซึ่งเป็นโรงละครโอเปร่าเก่าแก่ที่สุดของเมือง และที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผ่านชมวิหารประจำเมือง สุสานของเอวิต้า เปรอง สุภาพสตรีที่มีความสำคัญหมายเลขหนึ่งของอาร์เจนตินา ได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินเล่นไปตาม ถนน La Boca อันนี้ห้ามพลาด เนื่องจากเป็นถนนที่ได้ชื่อว่าเป็นถนนสายที่คึกคักที่สุดของเมือง ไม่ว่าจะเป็นการจับจ่ายซื้อสินค้า หรือเดินเล่นชมบรรยากาศเมืองไปตามถนนสายแทงโก้ ตัดกับบ้านที่ทาสีสันฉูดฉาด ศิลปินเปิดหมวก เสียงเพลงแทงโก้เคล้าคลอไป รวมถึงศิลปะมากมายกลากหลาย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร *** ชมการแสดงประจำชาติ การเต้นแทงโก้ที่เร้าใจ ***

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม INTERCONTINENTAL BUENOS AIRES ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

3

วันที่สามของการเดินทาง

บัวโนส ไอเรส – เอล คาลาฟาเต้ – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

12.00 น.  เดินทางสู่ เมืองเอล คาลาฟาเต้ (EL CALAFATE) โดย สายการบิน AEROLINEAS เที่ยวบินที่ AR1820

*** บริการอาหารค่ำ และเครื่องดื่มบนเครื่องบิน ***

15.15 น.(เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง เมืองเอล คาลาฟาเต้ (EL CALAFATE) เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทางใต้ ของทะเลสาบอาร์เจนติโน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองซานตา ครูซ ประเทศอาร์เจนติน่า  หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว จากนั้นนำท่าน ชมเมืองเอล คาลาฟาเต้ ซึ่งปัจจุบันมีประชากร ประมาณ 3,000 คน ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามทางตอนใต้ของ Lago Argentino สภาพทั่วไปถูกโอบล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี และเทือกเขาสูงใหญ่ สองฟากฝั่งของถนนสายหลักในหมู่บ้าน เรียงรายไปด้วยโรงแรม ร้านขายของที่ระลึกที่ท่านสามารถเดินเที่ยวเล่นได้อย่างสบาย ชมย่านใจกลางเมืองเก่าที่มีอาคาร และ สถาปัตยกรรมแบบเฉพาะตัวในช่วง ยุคบุกเบิก กระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร(ลิ้มลองเมนูแกะย่างเนื้อนุ่ม สไตล์ปาตาโกเนียอันขึ้นชื่อ เสริฟพร้อมไวน์เลิศรส)

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก XELENA HOTEL & SUITES ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

เอล คาลาฟาเต้ – ธารน้ำแข็งอัปซาลา – เอล คาลาฟาเต้

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เปอร์โต บานเดอร่า (PUERTO BANDERA) หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในจังหวัดซานตาครูซซึ่งอยู่ห่างจากเอล คาฟาเต้ไปประมาณ 47 กิโลเมตร

เพื่อนำท่าน ชมธารน้ำแข็งอัปซาลา (UPSALA GLACIER) เป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ถือเป็น 1 ใน 10 สถานที่ในโลกที่เหมาะจะดูธารน้ำแข็ง และเป็นธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดเป็นอันดับสองในอเมริกาใต้ นำท่าน ล่องเรือชมธารน้ำแข็ง โดยเรือจะล่องไปตามทะเลสาบอาร์เจนติน่า (ARGENTINELAKE) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอาร์เจนติน่า และตื่นตาตื่นใจกับธารน้ำแข็งที่มีความยาวกว่า 50 กิโลเมตร กว้างประมาณ10 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้ ได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เอสตันเซีย คริสตินา ฟาร์มเฮ้าส์ (Estancia Cristina)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร RANCH CRISTINA

บ่าย นำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์เกาโช (Gaucho Museum) เพื่อนำท่านชมวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ และความเป็นมาของชาวอาร์เจนติน่าดั้งเดิม นำท่าน เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งด้วยการนั่งรถโฟร์วีล 4×4 วิ่งขึ้นเขาไป  

ตามเส้นทางจนกระทั่งถึงจุดชมวิวซึ่งเรียกว่าเป็น UPSALAVIEWPOINT เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศของวิวทิวทัศน์แบบ 360 องศา ซึ่งถือเป็นกิจกรรม Once in a lifeTime ที่ท่านไม่ควรพลาด กระทั่งได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ เมืองเอล คาลาฟาเต้

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม XELENA HOTEL & SUITES ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

เอล คาลาฟาเต้ – ธารน้ำแข็งเปริโต มอเรโน –  พิพิธภัณฑ์นํ้าแข็ง – ลิม่า (เปรู)

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ภูเขาธารน้ำแข็ง เปริโต มอเรโน (Perito Moreno Glacier) ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติลอส กลาซิอาเรส (Parque Nacional Los Glaciares) เป็นหนึ่งในหลายๆธารน้ำแข็งที่สวยงามของประเทศอาร์เจนติน่า นอกจากนั้น ภูเขาธารน้ำแข็งเปริโตมอเรโน ยังได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1981 อีกด้วย

นำท่าน ชมธารน้ำแข็ง เปริโต มอเรโน เป็นธารน้ำแข็งที่เลื่องชื่อมาก ก่อตัวเป็นแนวกำแพงสูงขนาดความกว้าง 5 กิโลเมตร และสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 74 เมตร (240 ฟุต) จากระดับผิวน้ำ เป็นธารน้ำแข็งที่มีการเติบโต และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาหลายพันปีก่อน พื้นที่อุทยานฯ แห่งนี้ ถูกปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งทั้งหมด แต่ด้วยอุณหภูมิที่อุ่นขึ้น จึงทำให้ก้อนน้ำแข็งละลาย และเหลืออยู่ให้เห็นในปัจจุบัน มีการแตกลั่นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวตลอดทั้งวัน เนื่องจากก้อนน้ำแข็งมหึมาที่ตกลงในทะเลสาบก่อให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ซัดชายฝั่งอย่างรุนแรง อีกทั้งธารน้ำแข็งจะขยายตัวในทุกๆ รอบสี่ปี เนื่องจากธารน้ำแข็งไปปิดทางออกของน้ำ ระดับน้ำในทะเลสาบจึงมักเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่ทำให้กำแพงน้ำแข็งทลาย กลายเป็นฉากอันน่าตื่นตาตื่นใจ และกินเวลาหลายชั่วโมงจึงจะยุติ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนส่วนใหญ่ จึงต่างเดินทางมาเพื่อมาจดจ่อรอชม และฟังเสียงก้อนน้ำแข็งยักษ์หล่นลงสู่ ทะเลสาบ  Argentino อันเป็นไฮไลท์ของโปรแกรมที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์นํ้าแข็ง (GLACIARIUM) พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ล่าสุดของเมืองซึ่งภายในแสดงเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับธารนํ้าแข็งที่มีอยู่ในประเทศอาร์เจนติน่าให้ผู้เข้าชมได้ศึกษา ให้ท่านได้ชมบาร์ที่ทุกอย่างทำมาจากน้ำแข็ง ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ เคาน์เตอร์บาร์ แก้วน้ำ ถาด เป็นต้น โดยทางบาร์จะมีเสื้อกันหนาวเตรียมไว้ให้ทุกท่านสำหรับสวมใส่เมื่อเข้าไปด้านใน ให้ท่านได้ถ่ายภาพด้านในไอซ์บาร์ตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

20.08 น. เดินทางสู่ กรุงบัวโนส ไอเรส (BUENOS AIRES) โดย สายการบิน AEROLINEAS เที่ยวบินที่ AR1829

*** บริการอาหาร และเครื่องดื่มบนเครื่องบิน ***

22.55 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินบัวโนส ไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม HILTON LIMA MIRAFLORES ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

ลิม่า – ชมเมือง – โบราณสถานฮัวคา พุคยานา – คูซโค

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่าน ชมเมืองลิม่า เมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเปรู เป็นศูนย์กลางการขนส่ง การเงิน อุตสาหกรรม และวัฒนธรรมของประเทศอีกด้วย ตั้งอยู่บริเวณที่ห้อมล้อมด้วยหุบเขาชียอง แม่น้ำรีมัก และแม่น้ำลูริง เมืองลิมาตั้งขึ้นโดยฟรันซิสโก ปีซาร์โร ผู้พิชิตชาวสเปน เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2078  โดยให้ชื่อว่า นครแห่งเหล่ากษัตริย์ (City of Kings) เนื่องจากเป็นเขตนครหลวงสำคัญที่สุดในทวีปอเมริกาใต้มานานกว่าสามศตวรรษ

นำท่าน ถ่ายภาพกับทำเนียบรัฐบาล และชมการเปลี่ยนกะของทหารรักษาการณ์ ทำเนียบรัฐบาลแห่งนี้ถือเป็นทำเนียบอย่างเป็นทางการแห่งแรกของเมืองตั้งแต่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของสเปน ปัจจุบันเป็นที่อยู่อาศัยของประธานาธิบดีของเปรู และยังเป็นสถานที่ที่คณะรัฐบาลมาร่วมประชุมกัน จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พล่าซ่ามายอร์ บริเวณอันเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์เมืองลิมา  (Historic Centre of Lima) ปัจจุบันถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเปรู ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1988 บริเวณศูนย์กลางประวัติศาสตร์เมืองลิมา ประกอบไปด้วยเหล่าอาคาร รวมไปถึงสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญหลายแห่งนำท่าน เยือนพลาซ่า ซาน มาติน (Plaza San Martín) จัตุรัสเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1921โดยรอบจัตุรัสนั้นเรียงรายไปด้วยเหล่าอาคารที่มี ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศมากมาย อาทิเช่น อาร์คบิชอป พาเลซ(Archbishop Palace) ถูกก่อสร้างขึ้นในช่วงปี 1535ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว ยอดนิยมในศูนย์กลางประวัติศาสตร์ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองลิม่า ตั้งอยู่ในเขตโบราณสถานฮัวคา พุคยานา (HUACA PUCLLANA) เป็นโบราณสถานในย่านธุรกิจสำคัญของกรุงลิม่า สร้างขึ้นก่อนอารยธรรมอินคากว่าพันปี เชื่อกันว่าที่นี่ คือบริเวณสำหรับทำพิธีกรรม และเป็นศูนย์กลางการปกครองของอารยธรรมลิม่า ปัจจุบันเหลือเพียงกองอิฐดินเหนียวเรียงรายกันจนสูงใหญ่กว่า 22 เมตรที่มีความสวยงามมากมาย

บ่าย จากนั้นนำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์  ลาร์โค (LARCO MUSEUM) พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสมบัติจากประวัติศาสตร์ยุคพรีโคลัมเบียนของเปรูราว 10,000 ปี ซึ่งเป็นช่วงประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์องเปรูก่อนผู้ตั้งรกรากชาวสเปนจะเข้ามา ห้องโถงจัดแสดงเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่หลงเหลือจากการดำรงชีวิตของกลุ่มชนพื้นเมืองต่างๆ อย่างเช่น Moche Chimu Nazca และ Inca ชมเครื่องประดับที่ทำด้วยทองคำของชาวเปรูในสมัยโบราณ จำนวนมากกว่า 25,000 ชิ้น ที่เก็บสะสมไว้ใน Gold and Jewelry Gallery ได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

19.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองคูซโค (CUZCO) โดย สายการบิน LAN เที่ยวบินที่ LA 2687

20.21 น.(เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินเมืองคูซโค เมืองหลวงสำคัญแห่งอาณาจักรอินคา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเทือกเขาแอนดิส

นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม PALACIO DEL INKA A LUXURY COLLECTION ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

   *** เพื่อความสะดวกในการเดินทางของท่าน กรุณาจัดเตรียมกระเป๋าเสื้อผ้า 1 ชุด และของใช้ที่จำเป็น

ใส่กระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก เพื่อพักค้างคืนที่มาชู ปิกชู 1 คืน ของวันถัดไป ***

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

คูซโค – รถไฟขบวนพิเศษสู่ มาชู ปิกชู

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองออลลันตัยตัมโบ (Ollantaytambo) เพื่อไปชมซากโบราณสถานของชาวอินคาอีกแห่งหนึ่งในหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่ถือว่าเป็นซากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินคาที่สมบูรณ์ที่สุดที่หลงเหลืออยู่ ซากโบราณแห่งนี้ก่อด้วยหินล้วนๆ เรียงเป็นขั้นบันไดซ้อนกันขึ้นไปบนภูเขาดูสวยงามจนน่าอัศจรรย์ใจ และทึ่งในความสามารถของชาวอินคาอย่างยิ่ง เนื่องจากรอยต่อของก้อนหินแต่ละก้อนวางเรียงแนบสนิทชิดกันจนไม่สามารถนำกระดาษแผ่นเดียวสอดเข้าไปตรงรอยต่อนั้นได้ อิสระให้ท่านถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟเมืองออลลันตัยตัมโบ

15.37 น. (เวลาท้องถิ่น) ออกเดินทาง โดยรถไฟ VISTADOME สู่ มาชู ปิกชู (MACHU PICCHU) หรือนิยมเรียกอีกชื่อว่า “เมืองสาบสูญแห่งอินคา” เป็นซากอารยธรรมโบราณของชาวอินคา ตั้งอยู่บนเทือกเขาที่ความสูงประมาณ 2,350 เมตร องค์การยูเนสโกได้กำหนดให้มาชู ปิกชู เป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2007 อีกทั้งยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อีกด้วย ท่านจะได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาแอนดีส ผ่านแม่น้ำสายสำคัญของเปรู คือ แม่น้ำอูรูบัมบ้า (URUBAMBA RIVER)

17.02 น. เดินทางถึง มาชู ปิกชู (MACHU PICCHU) เมืองซึ่งปรากฏสู่สายตาชาวโลกในลักษณะสภาพบ้านเมือง บ้านเรือน พระราชวัง วิหาร ซึ่งยังคงสภาพเดิมที่ดีราวกับได้รับการอนุรักษ์ดูแลไว้อย่างน่าอัศจรรย์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม SUMAQ ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

8

วันที่แปดของการเดินทาง

มาชู ปิกชู – ชมเมือง – คูซโค

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่าน ชมเมืองมาชู ปิกชู ภายในตัวเมืองแบ่งออกเป็นเขตสุสาน เรือนจำ ที่พำนัก และวิหารต่างๆ ชมวิหารไตรบัญชร (Temple of the Three Windows) ที่สร้างขึ้นเพื่อให้แสงอาทิตย์ลอดผ่านหน้าต่างส่องลงมายังลานศักดิ์สิทธ์ อันใช้ประกอบพิธีบวงสรวงสุริยเทพเบื้องบนมีหอดูดาว และศิลาอินติวาตานา (Intiwatana) รูปทรงประหลาด เชื่อกันว่าเป็นนาฬิกาแดดของคนสมัยนั้น และตำแหน่งที่เงาเสาตกกระทบจะเป็นตัวกำหนดกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละช่วงฤดูกาล รวมถึงงานพิธีทางศาสนาด้วย ส่วนเตอร์เรคอง (Torrejon) นั้นเป็นหอทรงกลมขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขา

ชมอาคารบางหลังเป็นอาคารสองชั้น สมัยก่อนมุงด้วยหญ้าฟางเป็นทรงแหลมสูง และที่น่าพิศวงมากก็คือ ศิลาทุกก้อนตัดได้ขนาดพอดี และเรียงต่อกันอย่างแนบสนิท ชมเนินด้านหน้าตัวเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของแท่นบูชาหินนกแร้ง (Condor Stone) ซึ่งเป็นแผ่นหินแบนราบรูปหัว และตัวนกแร้ง ส่วนหัวมีโพรงทะลุลงไปสู่ถ้ำเล็กๆ ด้านล่าง เชื่อกันว่าการบูชายัญจะทำกันบนแผ่นหิน ถ้ำด้านล่างเป็นที่รองรับเลือด อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพ และเดินเล่นชมทัศนียภาพของเมืองตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร BELMOND SANCTUARY LODGE

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟ เพื่อนำท่านเดินทาง โดยรถไฟ VISTADOME กลับสู่ เมืองคูซโค(CUZCO) เดินทางถึง สถานีรถไฟเมืองออลลันตัยตัมโบ (Ollantaytambo) เพื่อเปลี่ยนการเดินทางเป็นรถโค้ชกลับสู่ เมืองคูซโค

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม PALACIO DEL INKA A LUXURY COLLECTION ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

คูซโค – ภูเขาสายรุ้ง – คูซโค

เช้า  รับประทานอาหารเช้า แบบ BREAKFAST BOX

 จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ภูเขาสายรุ้ง (Ausangate) เป็นหนึ่งในภูเขาของเทือกเขาแอนดีส ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมือง ใช้เวลาเดินทางโดยการนั่งรถโค้ชสู่ หมู่บ้าน FULAWASI ใช้เวลาเดินทางประเทศ 3 ชั่วโมง จุดเริ่มต้นของกิจกรรม HIKING สู่ภูเขาสีรุ้งที่ระดับความสูง 4,700 เมตรเหนือะดับน้ำทะเล โดยใช้เวลาในการทำกิจกรรมเดินเขา 2 ชั่วโมง โดยประมาณ จนกระทั่งถึงภูเขาสายรุ้ง (Ausangate) ในบนระดับความสูงที่ 5,200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล โดยสีที่เกิดตามเทือกเขานั้นเกิดจากแร่ต่างๆ และทรายแดงสะสมมานานหลายล้านปี สีสันสดใส ไล่เฉดสีไปมาตั้งแต่สีโทนร้อนไปจนถึงสีโทนอุ่น โดยภูเขา Ausangate ยังถือว่าเป็นภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ของผู้คนในแถบนี้ อีกทั้งยังเป็นสวรรค์ของผู้ที่รักการผจญภัย หรือชอบทำกิจกรรม HIKINGอันเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของผู้ที่รักการผจญภัยอย่างแท้จริง และเป็นกิจกกรมที่ควรเตรียมกาย และจิตใจให้พร้อม เพื่อจะได้เปิดประสบการณ์กับการเปิดโลกใบห่ ซึ่งควรจะทำสักครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะนอกจากจะได้เห็นวัฒนธรรมประเพณี เรียนรู้อารยธรรมเก่าแก่แห่งหนึ่งของโลกแล้ว ท่านยังจะได้ชมมหัศจรรย์แห่งความสวยงามของเทือกเขาสายรุ้ง ระหว่างทางท่านจะได้เห็นธารน้ำแข็ง ทะเลสาบที่สวยงามอีกด้วย

  **บริการอาหารกลางวันแบบ LUNCH BOX เพื่อให้ท่านได้มีเวลาในการชื่นชมธรรมชาติอย่างเต็มที่**

 จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ เมืองคูซโคโดยรถโค้ช เพื่อเดินทางกลับสู่ที่พัก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม PALACIO DEL INKA A LUXURY COLLECTION ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

10

วันที่สิบของการเดินทาง

คูซโค – ชมเมือง – ลิม่า – ริโอ เดอ จาเนโร (บราซิล)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่าน ชมป้อมปราการซาคซายอัวมาน (THE FORTRESS OF SACSAYHUAMAN) ป้อมซึ่งสร้างขึ้นจากหินแกรนิตเพื่อป้องกันข้าศึกจากฝั่งตะวันออก ซึ่งบางส่วนของก้อนหินเหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างตึกสไตล์โคโลเนียนในเมืองคูซโค จัดเป็นสถาปัตยกรรมอินคาที่มีความโดดเด่นมากสร้างด้วยก้อนศิลาขนาดมหึมา บางก้อนหนักถึง 125 ตัน มีกำแพงสองชั้นสร้างเป็นแนวสลับไปมานักโบราณคดีประมาณการว่าการสร้างป้อมแห่งนี้ต้องใช้แรงงานหลายหมื่นคน และใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 70 ปี ซากปรักหักพังของสิ่งปลูกสร้างอินคามีลักษณะต่างกัน เป็นตัวอย่างแสดงถึงความเชี่ยวชาญทางศิลปะ และสถาปัตยกรรมของอินคามี Qenko หรือเขาวงกต เป็นร่องหินที่ใช้สำหรับการทำพิธีกรรมเคารพพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว Salapunco หรือเรียกว่า วัดพระจันทร์ เป็นชั้นหินที่โผล่ออกมาประกอบด้วยถ้ำเล็กๆ พร้อมหินแกะสลักแท่น และโพรงบนผนังกำแพงที่ทำไว้เพื่อวางสิ่งบูชา Puca Pucara หรือป้อมแดง ที่เป็นเสมือนที่หยุดพักมากกว่าเป็นฐานทหาร ประกอบด้วยห้องต่างๆ ลานกว้าง ทางเดิน ท่อระบายน้ำ และหอคอย และ Tambonachay เป็นลำดับชานชาลา โพรงในผนังกำแพง และน้ำพุ มีการพิสูจน์ว่าอินคานับถือน้ำ ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการดำเนินชีวิต และมีความเชื่อกันว่าที่นี่เป็นที่เคารพเทพเจ้าแห่งน้ำอีกด้วย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน 

17.04 น. เดินทางสู่ กรุงลิม่า (LIMA) โดย สายการบิน LAN เที่ยวบินที่ LA 2038

18.30 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง กรุงลิม่า (LIMA) ประเทศเปรู

** อาหารค่ำอิสระตามอัธยาศัย ณ ภัตตาคารบริเวณสนามบิน มอบเงินสดให้ท่านละ 30 USD **

21.30 น. เดินทางสู่ เมืองริโอ เดอ จาเนโร โดย สายการบิน TACA INTERNATIONAL เที่ยวบินที่ AV921

11

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

ริโอ เดอ จาเนโร – ชมเมือง

04.45 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินเมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ที่พักโรงแรม Sheraton Grand Rio Hotel & Resortเพื่อนำท่านรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม และพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย

 *** อาหารกลางวัน มีบริการให้ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก ***

*** สำหรับท่านที่ต้องการท่องเที่ยวระหว่างวัน กรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร์ ***

บ่าย  จากนั้นนำท่าน เข้าชมสนามฟุตบอลมาราคานา (MARACANA STADIUM) อดีตเคยเป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อสร้างในตอนแรกสามารถจุผู้ชมได้มากถึง 180,000 คนแต่เมื่อปรับปรุงสนามใหม่แล้วก็ลดขนาดลงมาจุคนได้เพียง 73,916 คน แต่หากรวมที่ยืนด้วยแล้วจะสามารถจุคนได้ถึง 103,022 คน เลยทีเดียว สนามแห่งนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่แข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศในปี ค.ศ.1950 นัดที่บราซิลแพ้อุรุกวัยไปในบ้าน  ของตัวเอง และกำลังจะถูกใช้เป็นสนามหนึ่งในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2014 และที่สำคัญคือ จะใช้เป็นสถานที่จัดพิธีเปิด พิธีปิด และฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศในกีฬาโอลิมปิกปี 2016 อีกด้วย

จากนั้นนำท่านสู่ ย่านลาปา (LAPA) เป็นย่านศูนย์กลางของเมือง และเป็นหนึ่งในย่านที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองอีกด้วย ถ่ายภาพกับสถานที่สำคัญทางสถาปัตยกรรม อาทิ Arcos da Lapa ซึ่งเป็นสะพานส่งน้ำสไตล์โรมันความยาว 270 เมตรที่สร้างในสมัยที่บราซิลเป็นประเทศอาณานิคม จากนั้นนำท่าน เข้าชม หนึ่งในโครงสร้างที่โดดเด่นที่สุดในย่านลาปา ได้แก่ The Metropolitan Cathedral of Saint Sebastian วิหารทรงกรวยที่สูงตระหง่าน 75 เมตรนี้สร้างเลียนแบบพีระมิดของชาวมายาที่งดงาม จนไม่อาจละสายตา อิสระให้ถ่ายภาพตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ สไตล์ BRAZILIAN BBQ BUFFET ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านกลับสู่ที่พัก Sheraton Grand Rio Hotel & Resort ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

12

วันที่สิบสองของการเดินทาง

ริโอ เดอ จาเนโร  – ยอดเขาชูการ์ โลฟ – อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่าน ขึ้นกระเช้าไฟฟ้า สู่ ยอดเขาชูการ์ โลฟ (SUGAR LOAF) ซึ่งตั้งอยู่บนปลายแหลมของอ่าวกัวนาบาราอันสวยงาม (GUANABARA) ที่ความสูง 1,400 เมตร ท่านจะได้ชมทิวทัศน์อันสวยงามของชายหาดโคปาคาบาน่า (Copa Cabana) ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก มีชายหาดยาวถึง 4 กิโลเมตร ซึ่งในฤดูร้อนผู้คนทั้งชายหญิงจะแต่งกายใส่ชุดว่ายน้ำ และบิกินี่มาเล่นกีฬาจนเต็มชายหาด จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน 

16.55 น.  เดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ โดย สายการบิน GOL Linhas Aéreas เที่ยวบินที่ G3-2074

19.10 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ (IGUAZU NATIONAL PARK)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก BOURBON CATARATAS CONVENTION & SPA RESORT ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

13

วันที่สิบสามของการเดินทาง

อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ – ล่องเรือ – เขื่อนอิไตปู

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ (IGUAZU NATIONAL PARK) เพื่อนำท่านชม น้ำตกอิกัวซุ (IGUAZU FALLS) หรือที่เรียกกันว่า น้ำตกแบ่งประเทศ 3 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนติน่า บราซิล และปารากวัย ที่ได้รับการประกาศให้เป็น มรดกทางธรรมชาติของโลกอีกแห่งหนึ่งจากองค์การยูเนสโกในปีค.ศ. 1984 อีกทั้งยังเป็นหนึ่งใน The New7 Wonders of Nature ของโลกอีกด้วย นำท่านชมความงดงามที่ประกอบด้วยน้ำตก 275 แห่ง ที่มีความสูงระหว่าง 60-82 เมตร แต่ละน้ำตก มีชื่อของมันโดยเฉพาะ ที่สำคัญน้ำตกแห่งนี้มีความกว้างราว 2 ไมล์ครึ่ง นับเป็นน้ำตกที่ถือว่ากว้างที่สุดในโลก น้ำตกทั้ง 275 แห่งส่วนใหญ่อยู่ในอาร์เจนตินา ราว 90% และไม่ได้มีน้ำติดต่อกันเป็นผืนเดียว บางตอนเป็นซอกหิน บางตอนเป็นหน้าผา น้ำตกบางแห่งไหลเอื่อยๆ ในแม่น้ำมีเกาะแก่งน้ำค่อนข้างเชี่ยวกระทบกับโขดหิน ทำให้ละอองน้ำกระจายเป็นวงกว้าง สุดปลายทางอีกด้านหนึ่งเป็นน้ำตกรูปเกือกม้า

ที่เป็นจุดสิ้นสุดของน้ำตก เพราะขาข้างหนึ่งของเกือกม้าอยู่ฝั่งบราซิล อีกข้างหนึ่งอยู่ฝั่งอาร์เจนตินา ทำให้แผ่นดินของ 2 ประเทศเชื่อมต่อกัน จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นพักผ่อนอิริยาบถ ชมน้ำตกอิกัวซุฝั่งบราซิล หรือถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่าน ล่องเรือชมความสวยงามของน้ำตกอิกัวซุ (ฝั่งบราซิล) ซึ่งกล่าวไว้ว่า ช่วงที่สวยที่สุดของน้ำตกแห่งนี้อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม เพราะมีน้ำมาก และน้ำตกไหลแรง ซึ่งถือเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก โดยเฉพาะน้ำตกที่มีชื่อว่า GARGANTA DO DIABLO ถือได้ว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุด มีปริมาณน้ำมากที่สุด และไหลแรงที่สุดในจำนวนน้ำตก 275 แห่ง และในช่วงหน้าร้อนท่านอาจจะมีปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำให้ชมอีกด้วย นอกจากนี้ที่นี่ยังผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างมหาศาลจากพลังน้ำของน้ำตกแห่งนี้เช่นกัน จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน แบบบุฟเฟ่ต์ ณ ภัตตาคารภายในบริเวณอุทยาน

บ่าย นำท่าน ถ่ายภาพกับเขื่อนอิไตปู (ITAIPU DAM) ซึ่งกั้นแม่น้ำปารานา บริเวณเขตแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศปารากวัยเขื่อนนี้เป็นทั้งผนังกันน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองประเทศอีกด้วย และเป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำที่มีกระแสใหญ่ที่สุด คำว่าอีไตปู แปลว่า หินที่ส่งเสียงดัง การตั้งชื่อเขื่อนแห่งนี้ มาจากชื่อของเกาะแห่งหนึ่งในบริเวณลำน้ำพาราน่า ซึ่งน้ำตรงบริเวณเกาะนี้เชี่ยวจนทำให้เกิดเสียงน้ำกระทบกับหินที่ดังมาก (อีไต แปลว่า หิน/ปู แปลว่า เสียงร้อง) ปัจจุบันไม่มีเกาะอีไตปู ปรากฏอยู่เพราะได้จมอยู่ภายใต้อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนแห่งนี้ ท่านจะตื่นตากับความกว้างใหญ่ของเขื่อนอีไตปู ซึ่งถือว่าเป็นฝีมือมนุษย์ที่ใช้งบประมาณในการสร้างมากที่สุดแห่งหนึ่ง จนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ แบบ BBQ BUFFET ณ ภัตตาคารพร้อมชมโชว์

นำท่านเข้าสู่ที่พัก BOURBON CATARATAS CONVENTION & SPA RESORT ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

14

วันที่สิบสี่ของการเดินทาง

อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ – ชมความสวยงามของน้ำตก ฝั่งอาร์เจนติน่า – ริโอ เดอ จาเนโร  

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่าน ชมน้ำตกฝั่งอาร์เจนตินา ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่กว่ามาก เพราะน้ำตกหลักๆ จะอยู่ฝั่งนี้ และสามารถเดินเที่ยวลัดเลาะริมน้ำตกชมวิวได้ทั้งจากด้านบนและด้านล่าง นำท่าน ชมวิวสู่ Devil’s Throat อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นจุดสำคัญของน้ำตกแห่งนี้ อิสระให้ท่านชมความสวยงามของฝั่งอาร์เจนตินา และถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน แบบบุฟเฟ่ต์ ณ ภัตตาคารภายในบริเวณอุทยาน

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

18.15 น. เดินทางกลับสู่ ริโอ เดอ จาเนโร โดย สายการบิน LAN เที่ยวบินที่ LA 4591

20.10 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ สไตล์ BRAZILIAN BBQ BUFFET ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านกลับสู่ที่พัก Sheraton Grand Rio Hotel & Resort ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

15

วันที่สิบห้าของการเดินทาง

ริโอ เดอ จาเนโร – ยอดเขาคอร์โควาโด – ชายหาดโคปาคาบาน่า – แฟรงค์เฟิร์ท

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านขึ้นสู่ ยอดเขาคอร์โควาโด (CORCOVADO) ที่มีระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,310 ฟุต เป็นที่ตั้งของรูปปั้นพระเยซู (CHRIST THE REDEEMER) หนึ่งในรูปปั้นสูงที่สุด ในโลก และเป็นหนึ่งของสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงมากของเมืองนี้ สร้างโดยวิศวกร Heitor da Silva Costa และองค์กร ในปีค.ศ. 1921 ใช้เวลาในการสร้างเกือบ 5 ปีจึงเสร็จสิ้น ท่านสามารถเข้าไปชมฐานของรูปปั้น ซึ่งสูง 709 เมตร (2326 ฟุต) ซึ่ง ณ จุดนี้ท่านสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขา Sugar Loaf กลางเมือง และชายหาดที่งดงามโดยรอบของเมือง ได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

14.00 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน 

18.45 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินแฟรงค์เฟิร์ท โดย สายการบินลุฟต์ฮันซา เที่ยวบินที่ LH 507

16

วันที่สิบหกของการเดินทาง

สนามบินแฟรงค์เฟิร์ท – กรุงเทพ ฯ

10.15 น. เดินทางถึง สนามบินแฟรงค์เฟิร์ท

13.45 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 921

17

วันที่สิบเจ็ดของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ

06.20 น.  เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..

*** ใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้น 23 ชั่วโมง โดยประมาณ ***