07 – 27 มีนาคม 2562
วันเดินทาง
การบินไทย (TG)
สายการบิน
บราซิล – เปรู – ชิลี – อาร์เจนติน่า
ประเทศ

ทัวร์ : บราซิล – เปรู – ชิลี – อาร์เจนติน่า 21 วัน (TG/LH/LA)

กำหนดการเดินทาง :  07 – 27 มีนาคม 2562

ประเทศ : บราซิล – เปรู – ชิลี – อาร์เจนติน่า

สายการบิน : การบินไทย (TG)

ราคา :  488,800  บาท

** ส่วนลด 10,000 บาท สำหรับ 10 ท่านแรก จองภายใน 31 สิงหาคมนี้ เท่านั้น !!!

ท่องเที่ยวแบบครั้งหนึ่งในชีวิตที่ท่านไม่ควรพลาด!!

ริโอ เดอ จาเนโร – ลิม่า – ซานติอาโก – เกาะอีสเตอร์ – คูซโค – มาชู ปิกชู – น้ำตกอิกัวซุ  เอล คาลาฟาเต้ – ธารน้ำแข็งเปริโต มอเรโน  ธารน้ำแข็งอัปซาลา – บัวโนส ไอเรส

จัดมาแล้วติดต่อกันเป็นปีที่ 11 จัดอย่างดีด้วยประสบการณ์ เนี้ยบทุกอย่าง

ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง สัมผัสกับประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ท่องเที่ยวในดินแดนอเมริกาใต้ 4 ประเทศที่ไม่ควรพลาด เราได้เรียบเรียงรายการด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 20 ปี เริ่มด้วยชมวิวความสวยงามของ ยอดเขาคาร์โดวาโด เพื่อขอพรพระคริสต์และพบกับสิ่งที่ทุกคนรอคอย เทศกาลคาร์นิวาล ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ขบวนพาเหรดยิ่งใหญ่อลังการด้วยที่นั่งแบบ FRONT BOX ติดขอบสนามอย่างใกล้ชิด งานฉลองที่สนุกสนานและยิ่งใหญ่ วันนี้ท่านจะฉลองจนถึงเช้าเลยนะครับ วันรุ่งขึ้นเราจะให้ท่านได้พักผ่อน และตื่นสายๆ ตามด้วยประเทศเปรู และเมืองที่ไม่ควรพลาด มาชู ปิกชู นครสาบสูญแห่งอินคา เมืองในฝันของนักเดินทาง จากนั้นนำท่านสัมผัสกับความอลังการของ น้ำตกอิกัวซุ น้ำตกที่กว้างที่สุดในโลก กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า ที่จะทำให้ท่านเร้าร้อนด้วยระบำแทงโก้อันเร้าใจ ชมสุดยอดธารน้ำแข็งที่ เอล คาลาฟาเต้ ชมการเคลื่อนตัวของธรรมชาติที่ความงดงามเหนือคำบรรยาย  สัมผัสกับมรดกโลกทางธรรมชาติ รูปปั้นหินโมอาย รูปร่างแปลกตาที่ เกาะอีสเตอร์เปิดประสบการณ์ใหม่ทางธรรมชาติการท่องเที่ยวใหม่ที่ครั้งหนึ่งในชีวิต น้อยคนนักจะได้สัมผัส เราจะบริการท่านแบบ VIP ด้วยโรงแรมระดับ 5 ดาว 4 ดาว ในทำเลที่ดีได้มาตรฐาน สะอาด และปลอดภัยอาหารอย่างดีหลากหลาย เน้นที่ภัตตาคารสวยหรู บรรยากาศดี รสชาติอร่อย บางมื้อมีโชว์ที่ดีที่สุดในเมือง

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพฯ / แฟรงค์เฟิร์ท – ริโอ เดอ จาเนโร

09.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 3 แถว D เคาน์เตอร์ สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่จากบริษัท เร้นจ์ฯ จะคอยต้อนรับ และอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

12.50 น. ออกเดินทางสู่ เมืองริโอ เดอ จาเนโร โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 922/LH 500

 *** เปลี่ยนเครื่องที่สนามบินนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ท เวลา 19.05– 22.05 น. ***

2

วันที่สองของการเดินทาง

ริโอ เดอ จาเนโร – ชมเมือง – ยอดเขาชูการ์ โลฟ

05.50 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินเมืองริโอ เดอ จาเนโร (RIO DE JANEIRO) อดีตเมืองหลวงของฟุตบอลมาราคานา และรูปปั้นพระคริสต์ที่ได้รับการโหวตให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคใหม่หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว

*** ใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้น 24 ชั่วโมง โดยประมาณ ***

นำท่าน ผ่านชมสนามฟุตบอลมาราคานา (MARACANA STADIUM) อดีตเคยเป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อสร้างในตอนแรกสามารถจุผู้ชมได้มากถึง 180,000 คน แต่เมื่อปรับปรุงสนามใหม่แล้วก็ลดขนาดลงมาจุคนได้เพียง 73,916 คน แต่หากรวมที่ยืนด้วยแล้วจะสามารถจุคนได้ถึง 103,022 คน เลยทีเดียว สนามแห่งนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่แข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศในปี ค.ศ.1950 นัดที่บราซิลแพ้อุรุกวัยไปในบ้านของตัวเอง และกำลังจะถูกใช้เป็นสนามหนึ่งในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2014 และที่สำคัญคือ จะใช้เป็นสถานที่จัดพิธีเปิด พิธีปิด และฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศในกีฬาโอลิมปิกปี 2016 อีกด้วย

จากนั้นนำท่านสู่ย่านลาปา (LAPA) เป็นย่านศูนย์กลางของเมือง และเป็นหนึ่งในย่านที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองอีกด้วย    ถ่ายภาพกับสถานที่สำคัญทางสถาปัตยกรรม อาทิ Arcos da Lapa ซึ่งเป็นสะพานส่งน้ำสไตล์โรมันความยาว 270 เมตรที่สร้างในสมัยที่บราซิลเป็นประเทศอาณานิคม จากนั้นนำท่าน เข้าชม หนึ่งในโครงสร้างที่โดดเด่นที่สุดในย่านลาปา ได้แก่ The Metropolitan Cathedral of Saint Sebastian วิหารทรงกรวยที่สูงตระหง่าน 75 เมตรนี้สร้างเลียนแบบพีระมิดของชาวมายาที่งดงาม จนไม่อาจละสายตา อิสระให้ถ่ายภาพตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านพักผ่อนอิริยาบถภายในสวน Passeio Publico ซึ่งสร้างตามสวนสาธารณะหลักของกรุงลิสบอน โดยสวนนี้สร้างขึ้นในปี 1783 และเก่าแก่ที่สุดในริโอเดอจาเนโร อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับการเดินเล่นชมสวนตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน ขึ้นกระเช้าไฟฟ้า สู่ ยอดเขาชูการ์ โลฟ (SUGAR LOAF) ซึ่งตั้งอยู่บนปลายแหลมของอ่าวกัวนาบาราอันสวยงาม (GUANABARA) ที่ความสูง 1,400 เมตร ท่านจะได้ชมทิวทัศน์อันสวยงามของชายหาดโคปาคาบาน่า (Copa Cabana) ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก มีชายหาดยาวถึง 4 กิโลเมตร ซึ่งในฤดูร้อนผู้คนทั้งชายหญิงจะแต่งกายใส่ชุดว่ายน้ำ และบิกินี่มาเล่นกีฬาจนเต็มชายหาด ได้เวลาอันสมควร

นำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พัก SHERATON GRAND RIO HOTEL & RESORT ระดับ4 ดาว+ หรือเทียบเท่าเพื่อให้ท่านพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย กระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ สไตล์ BRAZILIAN BBQ BUFFET ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก

3

วันที่สามของการเดินทาง

ริโอ เดอ จาเนโร – ยอดเขาคอร์โควาโด – หาดโคปาคาบานา – เทศกาลคาร์นิวัล

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านขึ้นสู่ ยอดเขาคอร์โควาโด (CORCOVADO) ที่มีระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล2,310 ฟุต เป็นที่ตั้งของรูปปั้นพระเยซู (CHRIST THE REDEEMER) หนึ่งในรูปปั้นสูงที่สุด ในโลก และเป็นหนึ่งของสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงมากของเมืองนี้ สร้างโดยวิศวกร Heitor da Silva Costa และองค์กร ในปีค.ศ. 1921 ใช้เวลาในการสร้างเกือบ 5 ปีจึงเสร็จสิ้น ท่านสามารถเข้าไปชมฐานของรูปปั้น ซึ่งสูง 709 เมตร (2326 ฟุต) ซึ่ง ณ จุดนี้ท่านสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขา Sugar Loaf กลางเมือง และชายหาดที่งดงามโดยรอบของเมือง ได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นอิสระให้ท่านพักผ่อนตามสบาย หรือมีเวลาเล่นน้ำทะเล ณ บริเวณชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ชายหาดโคปาคาบาน่า ที่มีความยาวถึง 4 กิโลเมตร และเมื่อไม่นานมานี้ชาวคาริโอค่าได้ ร่วมกันสร้างสถิติโลก ทำราวตากผ้าที่ยาวที่สุดในโลก ณ ชายหาดแห่งนี้ และยังเป็นที่มาของชื่อเพลงที่ดังไปทั่วโลก นอกจากหาดโคปาคาบานาที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้แล้ว ยังมีหาดอิปาเนมา (Ipanema Beach) ที่เริ่มมีความนิยมขึ้นมาใกล้เคียงกัน ชายหาดอาจจะแคบกว่าหาดโคปาคาบานา แต่ก็มีร้านรวงน่ารักๆ ให้เดินเล่นอยู่มากมาย ที่หาซื้อได้เฉพาะที่นี่แห่งเดียวเท่านั้น อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ณ บริเวณถนนคนเดินของหาด IPANEMA ได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก เพื่อพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามแซมโบโดรม (SAMBODROMO) สถานที่จัดงานคาร์นิวาล ซึ่งเป็นเทศกาลรื่นเริงประจำปีของชาวแซมบ้า เชิญท่านสนุกสนานและตื่นตาตื่นใจกับขบวนพาเหรดสุดอลังการในรอบ 6 ทีมสุดท้าย CHAMPIONS PARADE ด้วยที่นั่งแบบ FRONT BOX ติดขอบสนามแบบใกล้ชิด ที่เต็มไปด้วยสีสัน และลีลาอันสุดแสนตื่นเต้นเร้าใจท่ามกลางผู้คนที่มาร่วมงานจากทั่วทุกมุมโลก โดยในขบวนพาเหรดประกอบไปด้วยนักเต้นจากนานาชาติ รวมถึงนักเต้นของสมาคมแซมบ้า สคูล ระดับแถวหน้าของบราซิล ซึ่งล้วนแต่เป็นนักเต้นที่ดีที่สุดจากแต่ละโรงเรียนมาประชันกันอย่างสุดเหวี่ยง ทุกคนจะแต่งกายแฟนซีหลากสี แข่งขัน และเต้นแซมบ้า ซึ่งเป็นการเต้นระบำประจำชาติของบราซิล เป็นเทศกาลรื่นเริงแห่งปีที่ควรได้มาสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต

จากนั้นนำท่านกลับสู่ที่พัก HILTON COPACABANA ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ริโอ เดอ จาเนโร – อิสระตามอัธยาศัย – ลิม่า (เปรู)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

*** อิสระให้ท่านพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร ***

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

16.50 น. ออกเดินทางสู่ เมืองริโอ เดอ จาเนโร โดย สายการบิน แทม แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ LA 3209/2376 

*** เปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน เมืองเซาเปาโล เวลา 18.00– 19.20 น. ***

*** บริการอาหารค่ำ และเครื่องดื่มบนเครื่องบิน ***

22.30 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง กรุงลิม่า (LIMA) เมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเปรู

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม HILTON LIMA MIRAFLORES ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

ลิม่า – ชมเมือง – พิพิธภัณฑ์ ลาร์โค – อาหารค่ำ ณ โบราณสถานฮัวคา พุคยานา    

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่าน ชมเมืองลิม่า เมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเปรู เป็นศูนย์กลางการขนส่ง การเงิน อุตสาหกรรม และวัฒนธรรมของประเทศอีกด้วย ตั้งอยู่บริเวณที่ห้อมล้อมด้วยหุบเขาชียอง แม่น้ำรีมัก และแม่น้ำลูริง เมืองลิมาตั้งขึ้นโดยฟรันซิสโก ปีซาร์โร ผู้พิชิตชาวสเปน เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2078  โดยให้ชื่อว่า นครแห่งเหล่ากษัตริย์ (City oKings) เนื่องจากเป็นเขตนครหลวงสำคัญที่สุดในทวีปอเมริกาใต้มานานกว่าสามศตวรรษ นำท่าน ถ่ายภาพกับทำเนียบรัฐบาล และชมการเปลี่ยนกะของทหารรักษาการณ์ ทำเนียบรัฐบาลแห่งนี้ถือเป็นทำเนียบอย่างเป็นทางการแห่งแรกของเมืองตั้งแต่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของสเปน ปัจจุบันเป็นที่อยู่อาศัยของประธานาธิบดีของเปรู และยังเป็นสถานที่ที่คณะรัฐบาลมาร่วมประชุมกัน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พล่าซ่ามายอร์ บริเวณอันเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์เมืองลิมา  (Historic Centre of Lima) ปัจจุบันถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเปรู ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1988 บริเวณศูนย์กลางประวัติศาสตร์เมืองลิมา ประกอบไปด้วยเหล่าอาคาร รวมไปถึงสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญหลายแห่งนำท่าน เยือนพลาซ่า ซาน มาติน (Plaza San Martín) จัตุรัสเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1921โดยรอบจัตุรัสนั้นเรียงรายไปด้วยเหล่าอาคารที่มี ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศมากมาย อาทิเช่น อาร์คบิชอป พาเลซ(Archbishop Palace) ถูกก่อสร้างขึ้นในช่วงปี 1535 ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว ยอดนิยมในศูนย์กลางประวัติศาสตร์ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์  ลาร์โค (LARCO MUSEUM) พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสมบัติจากประวัติศาสตร์ยุคพรีโคลัมเบียนของเปรูราว 10,000 ปีซึ่งเป็นช่วงประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์องเปรูก่อนผู้ตั้งรกรากชาวสเปนจะเข้ามา ห้องโถงจัดแสดงเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่หลงเหลือจากการดำรงชีวิตของกลุ่มชนพื้นเมืองต่างๆ อย่างเช่น Moche Chimu Nazca และ Inca ชมเครื่องประดับที่ทำด้วยทองคำของชาวเปรูในสมัยโบราณ จำนวนมากกว่า 25,000 ชิ้น ที่เก็บสะสมไว้ใน Gold and Jewelry Gallery กระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองลิม่า ตั้งอยู่ในเขตโบราณสถานฮัวคา พุคยานา (HUACA PUCLLANA) เป็นโบราณสถานในย่านธุรกิจสำคัญของกรุงลิม่า สร้างขึ้นก่อนอารยธรรมอินคากว่าพันปี เชื่อกันว่าที่นี่ คือบริเวณสำหรับทำพิธีกรรม และเป็นศูนย์กลางการปกครองของอารยธรรมลิม่า ปัจจุบันเหลือเพียงกองอิฐดินเหนียวเรียงรายกันจนสูงใหญ่กว่า 22 เมตรที่มีความสวยงามมากมาย ท่านจะมีความสุขกับการรับประทานอาหารค่ำ พร้อมกับชมความงามของโบราณสถานแห่งนี้

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม HILTON LIMA MIRAFLORES ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

ลิม่า – ซานติอาโก (ชิลี) – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

09.20 น. ออกเดินทางสู่ กรุงซานติอาโก โดย สายการบิน แทม แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ LA 601

 *** บริการอาหารกลางวัน และเครื่องดื่ม บนเครื่องบิน ***

*** เวลาที่กรุงซานติอาโก เร็วกว่ากรุงลิม่า 2 ชั่วโมง *** 

15.00 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง กรุงซานติอาโก (Santiago) เมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศชิลี ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 543 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นซานติอาโกเมโทรโพลิแทนกว่าสามศตวรรษที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องได้เปลี่ยนให้ซานเตียโกเป็นเขตนครหลวงที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในละตินอเมริกา

นำท่าน ชมเมืองย่านเบลลาวิสตา (BELLAVISTA) ท้องถนนที่รายเรียงไปด้วยภาพวาดฝาผนัง ร้านบูติค และผับบาร์คึกคักยามค่ำคืน เหล่านี้ทำให้ที่นี่เป็นย่านอันน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเบลลาวิสตา เป็นย่านหรือ “บาร์ริโอ” ที่รวมบรรยากาศ แบบโบฮีเมียนไว้ด้วยสถาปัตยกรรมหลากสีสันความงามของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ความบันเทิงยามค่ำคืน และแหล่งช้อปปิ้ง ย่านนี้เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาของร้านรวงต่างๆ ทั้งคาเฟ่ บาร์ แกลเลอรีและร้านเสื้อผ้ามากมาย ได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก 

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม RITZ CARLTON ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

ซานติอาโก – เกาะอีสเตอร์ – ภูเขาไฟราโนเกา – หมู่บ้านโอรองโก

เช้า รับประทานอาหารเช้า แบบ BREAKFAST BOX จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

06.30 น. เดินทางสู่ เกาะอีสเตอร์ โดย สายการบิน แทม แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ LA 843

10.25 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบิน อีสลา เดอ ปาชัวร์ บนเกาะอีสเตอร์ (EASTER ISLAND)

เกาะอีสเตอร์ (EASTER ISLAND) เป็นเกาะขนาดเล็กที่ถือว่าตั้งอยู่โดดเดี่ยวแห่งหนึ่งของโลก โดยเกาะนั้นมีพื้นที่เพียง 160 ตารางกิโลเมตร มีความยาว 25 กิโลเมตร แต่ถึงแม้ว่าเกาะจะมีขนาดเล็กแต่ประวัติศาสตร์ของเกาะอีสเตอร์นั้นยิ่งใหญ่เกินขนาดของเกาะเป็นหลายเท่าตัวเลยทีเดียวโดยสิ่งก่อสร้างที่ถือว่าเป็นตัวแทนของประวัติศาสตร์ของเกาะแห่งนี้ คือ รูปสลักหินขนาดยักษ์ หรือที่รู้จักในนาม “โมอาย” (Moai) แม้ว่าจะไม่มีใครรู้ที่มาของชาวพื้นเมืองบนเกาะ แต่ชาวพื้นเมืองก็ได้สร้างรูปสลักยักษ์ขึ้น ซึ่งสร้างจากหิน และกากแร่ภูเขาไฟหรือหินบะซอลต์ซึ่งรูปสลักในยุคแรกจะเป็นรูปสลักคนนั่งคุกเข่าในช่วงประมาณ ค.ศ. 380 ในยุคถัดมาเริ่มต้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1100 จะสลักเป็นรูปที่เรียกว่า

โมอาย (Moai) ซึ่งเป็นที่โดดเด่นทั่วไปบนเกาะ 

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม HANGAROA ECO VILLAGE & SPA

** โรงแรมระดับ 4 ดาวหนึ่งเดียวบนเกาะอีสเตอร์ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน **เพื่อให้ท่านได้จัดเก็บสัมภาระ และพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ตอนใต้ของเกาะอีสเตอร์ เที่ยวชม และเก็บภาพความสวยงามของปากปล่องภูเขาไฟราโนเกา (Rano Kau Volcano) ถ่ายภาพความสวยงาม ณจุดชมวิวที่ให้ท่านสามารถเห็นปากปล่องภูเขาไฟได้อย่างชัดเจนได้เวลาอันสมควร

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านโบราณโอรองโก(Orongo Ceremonial Village) ตั้งอยู่บริเวณส่วนยอดของภูเขาไฟราโนกาอู ด้านหนึ่งติดปากปล่องภูเขาไฟ อีกด้าน เป็นริมหน้าผาสูงชันริมทะเล เป็นแหล่งชุมชนของชาวโพลีนีเซียในสมัยที่วัฒนธรรมเบิร์ดแมน(Birdman’s Cult) มีความเฟื่องฟู เป็นหมู่บ้านที่ใช้จัดพิธีการเลือกหัวหน้าเผ่าผู้ครองเกาะ โดยให้ชาย หนุ่มที่มีความแข็งแกร่งกระโดดลงหน้าผา และว่ายน้ำข้ามไปยังเกาะนก เพื่อนำไข่นกกลับมายังเกาะอีสเตอร์

นำท่าน ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองและถ่ายภาพกับหินแกะสลักเบิร์ดแมน (Birdman Petroglyphs) ตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร  

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

 จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม HANGAROA ECO VILLAGE & SPA

** โรงแรมระดับ 4 ดาวหนึ่งเดียวบนเกาะอีสเตอร์ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน **

8

วันที่แปดของการเดินทาง

เกาะอีสเตอร์ อุทยานแห่งชาติลาปานุย ราโน ราราคู

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติลาปานุย (RAPA NUI) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ในปี 1995 เพื่อถ่ายรูปกับโมอายสัญลักษณ์แห่งเกาะอีสเตอร์ โมอาย เป็นรูปปั้นหินซึ่งมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ และส่วนศีรษะมีขนาดใหญ่เด่นชัด โมอายถูกพบมากกว่า 600 ตัว กระจายอยู่ทั่วเกาะโมอายเกือบทั้งหมดที่พบนั้นถูกแกะสลักมาจากหินก้อนเดียว แต่ก็มีบางตัวซึ่งมี Pukauลักษณะคล้ายหมวกเป็นชิ้นต่างหากอยู่บนศีรษะ โมอายเกือบทั้งหมดถูกแกะสลักมาจากเหมืองหินที่ราโน ราราคู (RanoRaraku) ซึ่งเป็นที่ที่พบโมอายอยู่กว่า 400 ตัว อยู่ในกระบวนการแกะสลักซึ่งใกล้เสร็จสมบูรณ์ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง **บริการอาหารกลางวันแบบ LUNCH BOX เพื่อให้ท่านได้มีเวลาในการชื่นชมธรรมชาติอย่างเต็มที่**

บ่าย นำท่านชมความมหัศจรรย์ของทุ่งโมอาย ณ เหมืองหิน ราโน ราราคู (Rano Raraku) ซึ่งเป็นที่ที่พบโมอายอยู่กว่า 400 ตัวอยู่ในกระบวนการแกะสลักซึ่งใกล้เสร็จสมบูรณ์ จากการค้นพบรูปปั้นที่ยังแกะสลักอยู่ครึ่งๆกลางๆนั้น ทำให้มีการสันนิษฐานว่าเหมืองหินได้ถูกทิ้งร้างไปอย่างกะทันหันนอกจากนั้นในการค้นพบโมอายเกือบทั้งหมดอยู่ในสภาพล้มนอน เชื่อว่าชาวพื้นเมืองบนเกาะเป็นผู้ทำให้มันล้ม ลักษณะที่เด่นชัดของโมอาย คือส่วนหัว แต่ก็มีโมอายหลายตัว ซึ่งมีส่วนหัวไหล่ แขน และลำตัวซึ่งเป็นโมอายที่พบหลังจากถูกฝังมานานนับปี ความหมายและวัตถุประสงค์ของการสร้างโมอายนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัดและมีการสันนิษฐานกันไปต่างๆนานาข้อสันนิษฐานที่แพร่หลายมากคือ โมอาย ถูกแกะสลักโดยชาวโพลิเนเชียน (Polynesian) ซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะนี้เมื่อกว่า 1,000 ปีมาแล้วข้อสันนิษฐานเชื่อว่าพวกโพลิเนเชียนอาจสร้างโมอายขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนถึง บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ หรืออาจจะเป็นผู้ซึ่งมีความสำคัญ ณ สมัยนั้นหรืออาจจะเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะของครอบครัว อิสระให้ท่านเก็บภาพความน่าอัศจรรย์ของทุ่งโมอายนับร้อยตัว ได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

 จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม HANGAROA ECO VILLAGE & SPA

** โรงแรมระดับ 4 ดาวหนึ่งเดียวบนเกาะอีสเตอร์ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน **

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

เกาะอีสเตอร์ – หาดอนาคีนา – ซานติอาโก (ชิลี)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หาดอนาคีน(Anakena) เป็นบริเวณที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เนื่องจากเชื่อว่าเป็นจุดที่ชาวโพลีนีเซีย ขึ้นเกาะอีสเตอร์เป็นครั้งแรก มีลักษณะเป็นชายหาดขนาดใหญ่เรียงรายด้วยต้นมะพร้าว และมีแท่นนาอูนาอู​ (Ahu Nau Nau) ที่ประกอบด้วยโมอาย 7 ตัวให้ชมอิสระให้ท่านพักผ่อนอิริยาบถ และเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่งดงามตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร

เที่ยง**บริการอาหารกลางวันแบบ LUNCH BOX เพื่อให้ท่านได้มีเวลาในการชื่นชมธรรมชาติอย่างเต็มที่**

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

14.55 น. เดินทางกลับสู่ กรุงซานติอาโก โดย สายการบิน แทม แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ LA 842

*** บริการอาหารค่ำ และเครื่องดื่ม บนเครื่องบิน ***

21.25 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง กรุงซานติอาโก (Santiago) ประเทศชิลี

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก HOLIDAY INN SANTIAGO AIRPORT ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

10

วันที่สิบของการเดินทาง

ซานติอาโก (ชิลี) – คูซโค (เปรู) – ป้อมปราการซาคซายอัวมาน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

09.05 น.  เดินทางสู่ กรุงลิม่า (LIMA) โดย สายการบิน แทม แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ LA 600 / 2035

*** เปลี่ยนเครื่องที่สนามบินนานาชาติเจ ชาเวซ ประเทศเปรู เวลา 10.50– 13.05 น. ***

*** บริการอาหารกลางวัน และเครื่องดื่ม บนเครื่องบิน ***

14.26 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินเมืองคูซโค เมืองหลวงสำคัญแห่งอาณาจักรอินคา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเทือกเขาแอนดิส

นำท่าน ชมป้อมปราการซาคซายอัวมาน (THE FORTRESS OF SACSAYHUAMAN) ป้อมซึ่งสร้างขึ้นจากหินแกรนิตเพื่อป้องกันข้าศึกจากฝั่งตะวันออก ซึ่งบางส่วนของก้อนหินเหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างตึกสไตล์โคโลเนียนในเมืองคูซโค จัดเป็นสถาปัตยกรรมอินคาที่มีความโดดเด่นมาก สร้างด้วยก้อนศิลาขนาดมหึมา บางก้อนหนักถึง 125 ตัน มีกำแพงสองชั้นสร้างเป็นแนวสลับไปมา นักโบราณคดีประมาณการว่าการสร้างป้อมแห่งนี้ต้องใช้แรงงานหลายหมื่นคน และใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 70 ปี ซากปรักหักพังของสิ่งปลูกสร้างอินคา มีลักษณะต่างกัน เป็นตัวอย่างแสดงถึงความเชี่ยวชาญทางศิลปะ และสถาปัตยกรรมของอินคา มี Qenko หรือเขาวงกต เป็นร่องหินที่ใช้สำหรับการทำพิธีกรรมเคารพพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว Salapunco หรือเรียกว่า วัดพระจันทร์ เป็นชั้นหินที่โผล่ออกมาประกอบด้วยถ้ำเล็กๆ พร้อมหินแกะสลักแท่น และโพรงบนผนังกำแพงที่ทำไว้เพื่อวางสิ่งบูชา Puca Pucara หรือป้อมแดง ที่เป็นเสมือนที่หยุดพักมากกว่าเป็นฐานทหาร ประกอบด้วยห้องต่างๆ ลานกว้าง ทางเดิน ท่อระบายน้ำ และหอคอย และ Tambonachay เป็นลำดับชานชาลา โพรงในผนังกำแพง และน้ำพุ มีการพิสูจน์ว่าอินคานับถือน้ำซึ่งเป็นพลังสำคัญในการดำเนินชีวิต และเชื่อกันว่าที่นี่เป็นที่เคารพเทพเจ้าแห่งน้ำอีกด้วย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ แบบบุฟเฟ่ต์ ณ ภัตตาคาร พร้อมชมการแสดงพื้นเมืองของชาวอินคา

นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม PALACIO DEL INKA, A LUXURY COLLECTION ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

11

วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง

คูซโค – หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ – รถไฟขบวนพิเศษสู่ มาชู ปิกชู

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บริเวณที่เรียกว่า หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ (SACRED VALLEY) ที่เมืองปิซัก (Pisac)เป็นเมืองที่มีขนาดเล็กมาก จนเกือบเรียกว่าเป็นหมู่บ้านก็ว่าได้ เพื่อชมโบราณสถาน ซากปรักหักพังของชาวอินคา และนาขั้นบันไดภายในโบราณสถานของชาวอินคาโบราณ ซึ่งหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองปิซักนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของหุบเขาศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นเอง ได้เวลาอันสมควร

นำท่าน เดินเล่นตลาดปิซัก ที่คลาคล่ำไปด้วยสินค้าพื้นเมืองทั้งเสื้อผ้า อาหาร และเครื่องประดับที่เหมาะกับการเป็นของฝากมากมายได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองออลลันตัยตัมโบ (Ollantaytambo) เพื่อไปชมซากโบราณสถานของชาวอินคาอีกแห่งหนึ่งในหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่ถือว่าเป็นซากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินคาที่สมบูรณ์ที่สุดที่หลงเหลืออยู่ ซากโบราณแห่งนี้ก่อด้วยหินล้วนๆ เรียงเป็นขั้นบันไดซ้อนกันขึ้นไปบนภูเขาดูสวยงามจนน่าอัศจรรย์ใจ และทึ่งในความสามารถของชาวอินคาอย่างยิ่ง เนื่องจากรอยต่อของก้อนหินแต่ละก้อนวางเรียงแนบสนิทชิดกันจนไม่สามารถนำกระดาษแผ่นเดียวสอดเข้าไปตรงรอยต่อนั้นได้ อิสระให้ท่านถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟเมืองออลลันตัยตัมโบ

15.37 น. (เวลาท้องถิ่น) ออกเดินทาง โดยรถไฟ VISTADOME สู่ มาชู ปิกชู (MACHU PICCHU) หรือนิยมเรียกอีกชื่อว่า “เมืองสาบสูญแห่งอินคา” เป็นซากอารยธรรมโบราณของชาวอินคา ตั้งอยู่บนเทือกเขาที่ความสูงประมาณ 2,350 เมตร องค์การยูเนสโกได้กำหนดให้มาชู ปิกชู เป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2007 อีกทั้งยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อีกด้วย ท่านจะได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาแอนดีส ผ่านแม่น้ำสายสำคัญของเปรู คือ แม่น้ำอูรูบัมบ้า (URUBAMBA RIVER)

17.02 น.  เดินทางถึง มาชู ปิกชู (MACHU PICCHU) เมืองซึ่งปรากฏสู่สายตาชาวโลกในลักษณะสภาพบ้านเมือง                 บ้านเรือน พระราชวัง วิหาร ซึ่งยังคงสภาพเดิมที่ดีราวกับได้รับการอนุรักษ์ดูแลไว้อย่างน่าอัศจรรย์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม SUMAQ ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

12

วันที่สิบสองของการเดินทาง

มาชู ปิกชู – ชมเมือง – คูซโค

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมที่พัก

นำท่าน ชมเมืองมาชู ปิกชู ภายในตัวเมืองแบ่งออกเป็นเขตสุสาน เรือนจำ ที่พำนัก และวิหารต่างๆ ชมวิหารไตรบัญชร (Temple of the Three Windows) ที่สร้างขึ้นเพื่อให้แสงอาทิตย์ลอดผ่านหน้าต่างส่องลงมายังลานศักดิ์สิทธ์ อันใช้ประกอบพิธีบวงสรวงสุริยเทพเบื้องบน มีหอดูดาวและศิลาอินติวาตานา (Intiwatana) รูปทรงประหลาด เชื่อกันว่าเป็นนาฬิกาแดดของคนสมัยนั้น และตำแหน่งที่เงาเสาตกกระทบจะเป็นตัวกำหนดกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละช่วงฤดูกาล รวมถึงงานพิธีทางศาสนาอีกด้วยส่วนเตอร์เรคอง (Torrejon) นั้นเป็นหอทรงกลมขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขา ชมอาคารบางหลังเป็นอาคารสองชั้น สมัยก่อนมุงด้วยหญ้าฟางเป็นทรงแหลมสูง และที่น่าพิศวงมากก็คือ ศิลาทุกก้อนตัดได้ขนาดพอดี และเรียงต่อกันอย่างแนบสนิท ชมเนินด้านหน้าตัวเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของแท่นบูชาหินนกแร้ง (Condor Stone) ซึ่งเป็นแผ่นหินแบนราบรูปหัว และตัวนกแร้ง ส่วนหัวมีโพรงทะลุลงไปสู่ถ้ำเล็กๆ ด้านล่าง เชื่อกันว่าการบูชายัญจะทำกันบนแผ่นหิน ถ้ำด้านล่างเป็นที่รองรับเลือด อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพ และเดินเล่นชมทัศนียภาพของเมืองตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร BELMOND SANCTUARY LODGE

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟ

15.20 น. (เวลาท้องถิ่น) ออกเดินทาง โดยรถไฟ VISTADOME กลับสู่ เมืองคูซโค (CUZCO)

19.30 น. เดินทางถึง สถานีรถไฟเมือง POROY เพื่อเปลี่ยนการเดินทางเป็นรถโค้ชกลับสู่ เมืองคูซโค

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม PALACIO DEL INKA, A LUXURY COLLECTION ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

13

วันที่สิบสามของการเดินทาง

คูซโค – อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ (ฝั่งบราซิล)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

08.42 น.     เดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ โดย สายการบิน แทม แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ LA2054/2443

 *** เปลี่ยนเครื่องที่สนามบินนานาชาติเจ ชาเวซ ประเทศเปรู เวลา 10.14– 12.30 น. ***

*** บริการอาหารกลางวัน และเครื่องดื่ม บนเครื่องบิน ***

*** เวลาที่อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ เร็วกว่าคูซโค 2 ชั่วโมง *** 

18.25 น.     (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ (IGUAZU NATIONAL PARK)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าสู่ที่พัก BOURBON CATARATAS CONVENTION & SPA RESORT ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

14

วันที่สิบสี่ของการเดินทาง

ชมความสวยงามของน้ำตกทั้ง 2 ฝั่ง (ฝั่งอาร์เจนติน่า / ฝั่งบราซิล)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ (IGUAZU NATIONAL PARK) เพื่อนำท่านชม น้ำตกอิกัวซุ (IGUAZU FALLS) หรือที่เรียกกันว่า น้ำตกแบ่งประเทศ 3 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนติน่า บราซิล และปารากวัย ที่ได้รับการประกาศให้เป็น มรดกทางธรรมชาติของโลกอีกแห่งหนึ่งจากองค์การยูเนสโกในปี 1984 อีกทั้งยังเป็นหนึ่งใน The New7 Wonders of Nature ของโลกอีกด้วย

นำท่านชมความงดงามที่ประกอบด้วยน้ำตก 275 แห่ง ที่มีความสูงระหว่าง 60-82 เมตร แต่ละน้ำตกมีชื่อของมันโดยเฉพาะ ที่สำคัญน้ำตกแห่งนี้มีความกว้างราว 2 ไมล์ครึ่ง นับเป็นน้ำตกที่ถือว่ากว้างที่สุดในโลก น้ำตกทั้ง 275 แห่งส่วนใหญ่อยู่ในอาร์เจนตินา ราว 90% และไม่ได้มีน้ำติดต่อกันเป็นผืนเดียวบางตอนเป็นซอกหิน บางตอนเป็นหน้าผา น้ำตกบางแห่งไหลเอื่อยๆ ในแม่น้ำมีเกาะแก่ง น้ำค่อนข้างเชี่ยวกระทบกับโขดหิน ทำให้ละอองน้ำกระจายเป็นวงกว้าง สุดปลายทางอีกด้านหนึ่งเป็นน้ำตกรูปเกือกม้า ที่เป็นจุดสิ้นสุดของน้ำตก เพราะขาข้างหนึ่งของเกือกม้าอยู่ฝั่งบราซิล อีกข้างหนึ่งอยู่ฝั่งอาร์เจนตินา ทำให้แผ่นดินของ2 ประเทศเชื่อมต่อกัน นำท่าน ชมน้ำตกฝั่งอาร์เจนตินา ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่กว่ามาก เพราะน้ำตกหลักๆ จะอยู่ฝั่งนี้ และสามารถเดินเที่ยวลัดเลาะริมน้ำตกชมวิวได้ทั้งจากด้านบนและด้านล่าง 

นำท่าน นั่งรถไฟชมวิวสู่ Devil’s Throat อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นจุดสำคัญของน้ำตกแห่งนี้ อิสระให้ท่านชมความสวยงามของฝั่งอาร์เจนตินา และถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน แบบบุฟเฟ่ต์ ณ ภัตตาคารในบริเวณอุทยาน

บ่าย จากนั้นนำท่าน ชมน้ำตกอิกัวซุฝั่งบราซิล โดยการล่องเรือชมความสวยงามของน้ำตกอิกัวซุ(ฝั่งบราซิล) ซึ่งกล่าวไว้ว่า ช่วงที่สวยที่สุดของน้ำตกแห่งนี้อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม เพราะมีน้ำมาก และน้ำตกไหลแรง ซึ่งถือเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก โดยเฉพาะน้ำตกที่มีชื่อว่า GARGANTA DO DIABLO ถือได้ว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุด มีปริมาณน้ำมากที่สุด และไหลแรงที่สุดในจำนวนน้ำตก 275 แห่ง และในช่วงหน้าร้อนท่านอาจจะมีปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำให้ชมอีกด้วย นอกจากนี้ที่นี่ยังผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างมหาศาลจากพลังน้ำของน้ำตกแห่งนี้เช่นกัน

 ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ แบบ BBQ BUFFET ณ ภัตตาคารพร้อมชมโชว์พื้นเมือง

นำท่านเข้าสู่ที่พัก BOURBON CATARATAS CONVENTION & SPA RESORT 5 ดาวหรือเทียบเท่า

15

วันที่สิบห้าของการเดินทาง

อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ – เขื่อนอิไตปู – บัวโนส ไอเรส (อาร์เจนติน่า)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่าน ถ่ายภาพกับเขื่อนอิไตปู (ITAIPU DAM) ซึ่งกั้นแม่น้ำปารานา บริเวณเขตแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศปารากวัยเขื่อนนี้เป็นทั้งผนังกันน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองประเทศอีกด้วย และเป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำที่มีกระแสใหญ่ที่สุด คำว่า อีไตปู แปลว่า หินที่ส่งเสียงดัง การตั้งชื่อเขื่อนแห่งนี้ มาจากชื่อของเกาะแห่งหนึ่งในบริเวณลำน้ำพาราน่า ซึ่งน้ำตรงบริเวณเกาะนี้เชี่ยวจนทำให้เกิดเสียงน้ำกระทบกับหินที่ดังมาก (อีไต แปลว่า หิน/ปู แปลว่า เสียงร้อง) ปัจจุบันไม่มีเกาะอีไตปู ปรากฏอยู่เพราะได้จมอยู่ภายใต้อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนแห่งนี้ ท่านจะตื่นตากับความกว้างใหญ่ของเขื่อนอีไตปู ซึ่งถือว่าเป็นฝีมือมนุษย์ที่ใช้งบประมาณในการสร้างมากที่สุดแห่งหนึ่ง จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน (ฝั่งอาร์เจนติน่า)

15.50 น. เดินทางสู่ กรุงบัวโนส ไอเรส โดย สายการบิน แทม แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ LA7511

17.45 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินกรุงบัวโนส ไอเรส เมืองหลวงของประเทศอาร์เจนติน่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร *** ชมการแสดงประจำชาติ การเต้นแทงโก้ที่เร้าใจ ***

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม INTERCONTINENTAL ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

16

วันที่สิบหกของการเดินทาง

บัวโนส ไอเรส – เอล คาลาฟาเต้ – ธารน้ำแข็งเปริโต มอเรโน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

10.15 น. เดินทางสู่ เมืองเอล คาลาฟาเต้ โดย สายการบิน แทม แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ LA7736

*** บริการอาหารว่าง และเครื่องดื่มบนเครื่องบิน ***

13.40 น.  (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง เมืองเอล คาลาฟาเต้ (EL CALAFATE) เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทางใต้ของทะเลสาบอาร์เจนติโน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองซานตา ครูซ ประเทศอาร์เจนติน่า

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ภูเขาธารน้ำแข็ง เปริโต มอเรโน (Perito Moreno Glacier) ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติลอส กลาซิอาเรส (Parque Nacional Los Glaciares)เป็นหนึ่งในหลายๆธารน้ำแข็งที่สวยงามของประเทศอาร์เจนติน่า นอกจากนั้น ภูเขาธารน้ำแข็งเปริโต มอเรโนยังได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ. 1981 อีกด้วย นำท่าน ชมธารน้ำแข็ง เปริโต มอเรโน เป็นธารน้ำแข็งที่เลื่องชื่อมาก ก่อตัวเป็นแนวกำแพงสูงขนาดความกว้าง 5 กิโลเมตร และสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 74 เมตร (240 ฟุต) จากระดับผิวน้ำ เป็นธารน้ำแข็งที่มีการเติบโต และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาหลายพันปีก่อน พื้นที่อุทยานฯ แห่งนี้ ถูกปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งทั้งหมด แต่ด้วยอุณหภูมิที่อุ่นขึ้น จึงทำให้ก้อนน้ำแข็งละลาย และเหลืออยู่ให้เห็นในปัจจุบันมีการแตกลั่นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวตลอดทั้งวัน เนื่องจากก้อนน้ำแข็งมหึมาที่ตกลงในทะเลสาบก่อให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ซัดชายฝั่งอย่างรุนแรง อีกทั้งธารน้ำแข็งจะขยายตัวในทุกๆ รอบสี่ปี เนื่องจากธารน้ำแข็งไปปิดทางออกของน้ำ ระดับน้ำในทะเลสาบจึงมักเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่ทำให้กำแพงน้ำแข็งทลาย กลายเป็นฉากอันน่าตื่นตาตื่นใจ และกินเวลาหลายชั่วโมงจึงจะยุติ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนส่วนใหญ่ จึงต่างเดินทางมาเพื่อมาจดจ่อรอชม และฟังเสียงก้อนน้ำแข็งยักษ์หล่นลงสู่ ทะเลสาบ Argentino อันเป็นไฮไลท์ของโปรแกรมที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (ลิ้มลองเมนูแกะย่างเนื้อนุ่ม สไตล์ปาตาโกเนียอันขึ้นชื่อ เสริฟพร้อมไวน์เลิศรส)

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก ALTO CALAFATE ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

17

วันที่สิบเจ็ดของการเดินทาง

เอล คาลาฟาเต้ – ธารน้ำแข็งอัปซาลา – เอล คาลาฟาเต้

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เปอร์โต บานเดอร่า (PUERTO BANDERA) หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในจังหวัดซานตาครูซซึ่งอยู่ห่างจากเอล คาฟาเต้ไปประมาณ 47 กิโลเมตร เพื่อนำท่าน

ชมธารน้ำแข็งอัปซาลา (UPSALA GLACIER) เป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ถือเป็น 1 ใน 10 สถานที่ในโลกที่เหมาะจะดูธารน้ำแข็ง และเป็นธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดเป็นอันดับสองในอเมริกาใต้ นำท่าน ล่องเรือชมธารน้ำแข็ง โดยเรือจะล่องไปตามทะเลสาบอาร์เจนติน่า (ARGENTINELAKE) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอาร์เจนติน่า และตื่นตาตื่นใจกับธารน้ำแข็งที่มีความยาวกว่า 50 กิโลเมตร กว้างประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้ ได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เอสตันเซีย คริสตินา ฟาร์มเฮ้าส์ (Estancia Cristina)

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร RANCH CRISTINA

บ่าย นำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์เกาโช (Gaucho Museum) เพื่อนำท่านชมวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ และความเป็นมาของชาวอาร์เจนติน่าดั้งเดิม นำท่าน เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งด้วยการนั่งรถโฟร์วีล 4×4 วิ่งขึ้นเขาไป  ตามเส้นทางจนกระทั่งถึง

จุดชมวิวซึ่งเรียกว่าเป็น UPSALA VIEWPOINT เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศของวิวทิวทัศน์แบบ 360 องศา ซึ่งถือเป็นกิจกรรม once in a life time ที่ท่านไม่ควรพลาด กระทั่งได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ เมืองเอล คาลาฟาเต้

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก ALTO CALAFATE ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

18

วันที่สิบแปดของการเดินทาง

เอล คาลาฟาเต้ – ชมเมือง – พิพิธภัณฑ์นํ้าแข็ง – บัวโนส ไอเรส

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่าน ชมเมืองเอล คาลาฟาเต้ ซึ่งปัจจุบันมีประชากร ประมาณ 3,000 คน ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามทางตอนใต้ของ Lago Argentinoสภาพทั่วไปถูกโอบล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี และเทือกเขาสูงใหญ่ สองฟากฝั่งของถนนสายหลักในหมู่บ้าน เรียงรายไปด้วยโรงแรม ร้านขายของที่ระลึกที่ท่านสามารถเดินเที่ยวเล่นได้อย่างสบาย ชมย่านใจกลางเมืองเก่าที่มีอาคาร และ สถาปัตยกรรมแบบเฉพาะตัวในช่วงยุคบุกเบิก กระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่าน เข้าชมพิพิธภัณฑ์นํ้าแข็ง (GLACIARIUM) พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ล่าสุดของเมืองซึ่งภายในแสดงเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับธารนํ้าแข็งที่มีอยู่ในประเทศอาร์เจนติน่าให้ผู้เข้าชมได้ศึกษา ให้ท่านได้ชมบาร์ที่ทุกอย่างทำมาจากน้ำแข็ง ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ เคาน์เตอร์บาร์ แก้วน้ำ ถาด เป็นต้น โดยทางบาร์จะมีเสื้อกันหนาว

เตรียมไว้ให้ทุกท่านสำหรับสวมใส่เมื่อเข้าไปด้านใน ให้ท่านได้ถ่ายภาพด้านในไอซ์บาร์ตามอัธยาศัย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

16.30 น. เดินทางกลับสู่ กรุงบัวโนส ไอเรส โดย สายการบิน แทม แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ LA7737

19.28 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินบัวโนส ไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม INTERCONTINENTAL ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก 

19

วันที่สิบเก้าของการเดินทาง

บัวโนส ไอเรส – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง – แฟรงค์เฟิร์ท

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่าน ชมเมืองบริเวณ Plaza de Mayo จัตุรัสเล็กๆที่อยู่ย่านใจกลางเมือง บริเวณนี้ท่านจะพบกับ ทำเนียบสีชมพู (Casa Rosada) ที่ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่บริเวณนี้ อีกทั้งยังมี     สถานีรถไฟใต้ดินอยู่ใกล้ๆอีกด้วย ผ่านชมสถานที่น่าสนใจรอบๆ อาทิ ถนน 29 de Julio ที่เคยชื่อว่าเป็นถนนที่กว้างที่สุดในโลก และ เป็นที่ตั้งของ Teatro Colon ซึ่งเป็นโรงละครโอเปร่าเก่าแก่ที่สุดของเมือง และที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผ่านชมวิหารประจำเมือง สุสานของเอวิต้า เปรอง สุภาพสตรีที่มีความสำคัญหมายเลขหนึ่งของอาร์เจนตินา กระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินเล่นไปตาม ถนน La Boca อันนี้ห้ามพลาด เนื่องจากเป็นถนนที่ได้ชื่อว่าเป็นถนนสายที่คึกคักที่สุดของเมือง ไม่ว่าจะเป็นการจับจ่ายซื้อสินค้า หรือเดินเล่นชมบรรยากาศเมืองไปตามถนนสายแทงโก้ ตัดกับบ้านที่ทาสีสันฉูดฉาด ศิลปินเปิดหมวก เสียงเพลงแทงโก้เคล้าคลอไป รวมถึงศิลปะมากมายกลากหลาย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งบริเวณถนน Florida ย่านช้อบปิ้งของเมืองที่คลาคล่ำไปด้วยห้างร้านมากมายรวมถึงห้างแฮร์รอท ศูนย์รวมแบรนด์เนมอีกด้วย จนกนะทั่งได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

18.05 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินแฟรงค์เฟิร์ท โดย สายการบินลุฟต์ฮันซา เที่ยวบินที่ LH 511

20

วันที่ยี่สิบของการเดินทาง

สนามบินแฟรงค์เฟิร์ท – กรุงเทพ ฯ

11.20 น. เดินทางถึง สนามบินแฟรงค์เฟิร์ท

13.45 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 921

21

วันที่ยี่สิบเอ็ดของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ

06.20 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..

หมายเหตุ บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 15 ท่าน 

อัตรานี้รวม       ·  ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นทัศนาจรตามที่ระบุในรายการ

  • ค่าโรงแรมที่พักที่ระบุในรายการ / ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ
  • ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงาน คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
  • บัตรเข้าชมคานิวัล แบบ FRONT BOX ติดขอบสนาม : 1 BOX มี 6 ที่นั่ง
  • ค่าทิปคนขับรถ 2 USD / คน / วัน
  • น้ำดื่มบนรถ วันละ 1 ขวด / คน / วัน

อัตรานี้ไม่รวม   ·  ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการ

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %

การจอง และชำระเงิน     กรุณาส่งสำเนา PASSPORT หน้าแรก แฟกซ์มายังบริษัทฯ พร้อมชำระเงินค่ามัดจำ

                                      ท่านละ 100,000 บาท สำหรับส่วนที่เหลือทั้งหมด กรุณาชำระก่อนการเดินทาง 30 วัน

(หากไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ยินดีให้บริษัทฯทำการยกเลิกและยินยอมให้ยึดเงินมัดจำทันที)

การไม่รับจองทัวร์ :  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับจองทัวร์สำหรับลูกค้าดังต่อไปนี้

  • เด็กที่มีอายุระหว่างแรกเกิดถึง 2 ขวบ
  • ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ หรือ ไม้เท้า
  • ผู้เดินทางที่บ่งบอกการเป็นบุคคลไร้ความสามารถ

หมายเหตุ    ·  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย

                          จนไม่อาจแก้ไขได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

  • หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะไม่

     รับผิดชอบต่อค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

  • รายการนี้เป็นเพียงการเสนอราคาที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรอง

ที่นั่งกับสายการบิน และโรงแรมที่พัก อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

  • สตรีมีครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย สำหรับกระเป๋าเดินทาง

    กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง

การยกเลิก *** กรณีที่ท่านจองและจ่ายค่ามัดจำแล้วมีการยกเลิก (ก่อนเงื่อนไขตามกำหนดวันที่ทำการยกเลิก

ด้านล่าง) บริษัทฯ ขอคิดค่าทำงานท่านละ 1,000.- บาท พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามความเป็นจริง (ถ้ามี) ***

  • ยกเลิกก่อน    31-60      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน    15-30      วันทำการ  เก็บค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน 8-14      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่าทัวร์ทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน   1-7       วันทำการ  เก็บ 100% ของค่าทัวร์ทั้งหมด

(หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ยกเว้นเงื่อนไขในการยกเลิกการเดินทางตามกำหนดวันที่ระบุข้างต้น

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ และขอคิดค่าใช้จ่ายในการยกเลิกตามความเป็นจริง

เนื่องจากเป็นช่วง Peak Period ทางโรงแรม, สายการบิน และบริษัทรถโค้ช ฯลฯ ค่อนข้างแน่น

และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 100% ซึ่งไม่สามารถทำการยกเลิกได้)

การโอนเงิน      ผ่านธนาคาร บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด

           ธนาคารกรุงเทพฯ / สาขาโชคชัย 4 / บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 230-0-19191-9

เมื่อท่านจองทัวร์และชำระค่ามัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในเงื่อนไขและรายละเอียดที่ทางบริษัทแจ้งไว้ทั้งหมด

*** บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ อันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง

สภาพดินฟ้าอากาศ การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ โดยการพิจารณาของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ***