03 – 12 กรกฎาคม 2563
วันเดินทาง
การบินไทย (TG)
สายการบิน
อิตาลี, ฝรั่งเศส
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป : อิตาลี (ลิกูเรีย) – ฝรั่งเศสตอนใต้ โพรวองส์ 10 วัน (TG)

กำหนดการเดินทาง :  03 – 12 กรกฎาคม 2563

ประเทศ : อิตาลี, ฝรั่งเศส

สายการบิน : สายการบินไทย (TG)

ราคา : 139,800 บาท

มิลาน – เจนัว– ลา สเปเซีย – ซานเรโม่ – มองเต คาร์โล – นีส – คานส์ – กราสส์ –  หมู่บ้านคาสเทลแลงน์ ช่องแคบแวร์ดง – เส้นทางสายลาเวนเดอร์ – วาลองโซล – มาโนสก์ – กอร์ด – เกรอนอบ

ชาร์โมนิกซ์ – ยอดเขามองบลองก์ – เบิร์น – สนามบินซูริค

Beautiful Lavender ชมไฮไลท์ 2 ทุ่งดอกลาเวนเดอร์  และเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งช่วง  Summer Sales in Europe <<< ลดกระหน่ำ 20 – 50%  ที่ฝรั่งเศส เริ่มตั้งแต่วันที่ 24  มิ.ย. – 21.ค >>> บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด…ภูมิใจนำท่านท่องเที่ยวดินแดนแสนสวยช่วงหน้าร้อนสัมผัสกับเมืองที่ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขา ซึ่งถึงแม้จะเดินทางในหน้าร้อนแต่อากาศก็ยังเย็นสบาย ไม่ร้อนเกินไปและที่ไม่เหมือนใคร ทางบริษัทขอนำท่าน ชมสองทุ่งลาเวนเดอร์ที่เป็นไฮไลท์ มาครั้งเดียวเที่ยวครบพร้อมการบริการที่ดีเยี่ยมจากเรา ที่จะทำให้ท่านประทับใจไปอีกนานแสนนาน

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันแรกของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ – มิลาน

21.30 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 4 แถว เคาน์เตอร์สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่จากบริษัท เร้นจ์ฯ จะคอยต้อนรับ และอำนวยความสะดวก ให้แก่ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

2

วันที่สองของการเดินทาง

มิลาน – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง – ช้อปปิ้งเอาท์เลท – เจนัว – ชมเมือง

00.40 น. เดินทางสู่ กรุงมิลาน โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 940

07.35 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินกรุงมิลาน ประเทศอิตาลี เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ของอิตาลี เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่น หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรแล้ว จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพกับโบสถ์ดูโอโม่แห่ง มิลาน โบสถ์ใหญ่อันดับ 3 ของยุโรป เป็นศิลปะแบบกอธิคที่หรูหรา และใช้เวลาในการสร้างนานเกือบ 500 ปี โดยเริ่มสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1386 และที่น่าทึ่งของโบสถ์ ก็คือการตกแต่งประดับประดาที่เน้นความหรูหราอย่างเต็มที่โดยเฉพาะรูปปั้นรอบตัวอาคาร มีจำนวนกว่า 3,000 ชิ้น ขวามือของโบสถ์มีอาคารทรงกากบาทหลังหนึ่ง และหลังคามุงด้วยกระเบื้องโปร่งใส เรียกกันว่า“อาเขต” สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่กษัตริย์ วิคเตอร์เอมมานูเอลที่ 2 ปฐมกษัตริย์ของอิตาลีในการรวมชาติ 

นำท่าน ช้อปปิ้งภายในอาคารแกลเลอเรีย วิคตอริโอ เอมานูเอล 2 (GALLERIA VITTORIO EMMANUELE II) ช้อปปิ้งอาเขตที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่าเป็นห้องนั่งเล่นของ เมืองมิลาน เพราะนอกจากจะมีสินค้าแบรนด์เนมราคาแพงขายแล้ว ยังมีร้านกาแฟ ที่เรียกกันว่า ไซด์ วอล์ค คาเฟ่ สามารถนั่งจิบคาปูชิโน นั่งดูหนุ่มสาว แต่งกายด้วยเสื้อผ้าทันสมัย อิสระให้ท่านเดินเล่นชมความงดงามของอาคารหลังนี้ หรือเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่  SERRAVALLE DESIGNER OUTLET (100 กิโลเมตร) ตั้งอยู่ห่างจากเมือง มิลานเพียง 60 นาที เป็น outlet ที่มีพื้นที่มากที่สุดของยุโรป และบริหารงานโดย McArthurGlen Group เครือธุรกิจ Outlet ชั้นนำของยุโรป ซึ่งมี 13 แห่งในสหราชอาณาจักรฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย และอิตาลี ร้านค้าใน Serravalle มีทั้งหมดกว่า 180 ร้าน แหล่งช้อปปิ้งที่พร้อมมอบประสบการณ์การ ช้อปปิ้งแบบหรูหรา ด้วยร้านค้าที่นำเสนอแฟชั่นแบรนด์อิตาลีและแบรนด์ระดับโลกอื่นๆ อาทิ Gucci, Prada, Armani, Burberry, Nike, Adidas, Michael Kors, Calvin Klein, Benetton, Guess เป็นต้น ในราคาที่ลดลงสุงสุดถึง 70% นอกจากนั้นยังมีร้านอาหาร และคาเฟ่หลากหลายให้เลือกใช้บริการอีกด้วย อิสระให้ท่านช้อปปิ้งอย่างจุใจตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเจนัว (GENOA) (60 กิโลเมตร) หนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดของอิตาลี ทั้งยังเป็นรัฐอิสระที่ตั้งอยู่ที่ลิกูเรีย ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของฝั่งทะเลอิตาลี  ที่มีความรุ่งเรืองมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 จนถึง ปี ค.ศ. 1797 และด้วยสภาพภูมิประเทศที่เหมาะสมต่อการเดินเรือนี่เอง จึงส่งผลให้เมืองเจนัวกลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญริมฝั่งชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางฝั่งตะวันตกของอิตาลีไปโดยปริยาย เดินทางถึง เมืองเจนัว นำท่าน ชมเมืองเจนัว บริเวณย่านศูนย์กลางที่เรียกว่า เปียซซ่า เดย์ เฟร์รารี่ บริเวณที่ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ชาวยุโรปคนแรกที่ค้นพบทวีปอเมริกา เคยอาศัยอยู่ตอนเด็กๆ ชมย่านเมืองเก่าที่ยังคงบรรยากาศของวันเวลา และกลิ่นอายของชุมชนในสมัยก่อนที่ยังคงมีอาคารโบราณในแบบสถาปัตยกรรมชาวโรมัน ซึ่งล้วนแต่มีอายุมากกว่า 500 ปีขึ้นไป ซึ่งในอดีตเป็นแหล่งรวมของกะลาสี พ่อค้า และผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม NH MARINA COLLECTION ระดับ 4 ดาว (CONFIRMED)

3

วันที่สามของการเดินทาง

เจนัว – ลา สเปเซีย – ชิงเกว่ แตร์เร – ชมเมือง – ลา สเปเซีย

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมือง ลา สเปเซีย (LA SPEZIA) (105 กิโลเมตร) เมืองในเขตลิกูเรียทางตอนเหนือของอิตาลี อยู่ระหว่างเมืองเจนัว และปิซ่า บนทะเลลิกูเรีย และเป็นหนึ่งในอ่าวที่มีความ สำคัญทางด้านการค้าและการทหาร เดินทางถึง เมือง ลา สเปเซีย จากนั้นนำท่าน นั่งรถไฟสู่ชิงเกว่ แตร์เร (CINQUE TERRE) หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี CINQUE TERREมีความหมายว่า “ห้าดินแดน”   (FIVE LANDS) ประกอบด้วย หมู่บ้าน 5 แห่ง ได้แก่ MONTEROSSO AL MARE, VERNAZZA, CORNIGLIA, MANAROLA และ RIOMAGGIORE โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้มีหุบเขาล้อมรอบประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้อีกด้วย จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านชมความงามและบรรยากาศของหมู่บ้านเป็นบางส่วน เฉพาะหมู่บ้านหลักๆที่เป็นไฮไลท์ ซึ่งอาจ          ต้องใช้เวลากันทั้งวันเลยทีเดียว โดยเฉพาะ หมู่บ้านริโอแมกจิโอเร (RIOMAGGIORE) เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีเสน่ห์ และมีบรรยากาศเหมือนเมืองตุ๊กตา บ้านเรือนที่ตั้งลดหลั่นกันบนหน้าผาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจีตัดกับน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีเทอร์ควอยซ์ ทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย ให้ท่านชมและถ่ายรูปตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควร นำท่านกลับสู่ เมือง ลา สเปเซีย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม NH MARINA COLLECTION ระดับ 4 ดาว (CONFIRMED)

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ลา สเปเซีย – ซานเรโม่ – ชมเมือง – มองเต คาร์โล – ชมเมือง – นีส – ช้อปปิ้ง

เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซานเรโม่ (SANREMO) (250 กิโลเมตร) เมืองริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางทิศตะวันตกของแคว้นลิกูเรีย เมืองพักต่างอากาศที่เต็มไปด้วยรีสอร์ทหรูเลียบชายฝั่งทะเลสไตล์เก่าแก่แบบที่ชาวยุโรปนิยมมาเที่ยวพักผ่อน เดินทางถึงเมืองซานเรโม ผ่านชมโบสถ์สไตล์รัสเซียนที่สร้างในช่วงปี 1900 และคาสิโนที่ออกแบบ ให้เหมือนเป็นพระราชวังสีขาวเด่น และท่าเรือยอร์ชของเศรษฐีชาวยุโรปที่นิยมแวะมาพักผ่อนที่เมืองนี้บริเวณย่านการค้าของเมืองที่สินค้าระดับปานกลางไปจนถึงแพงลิบลิ่ว ฉะนั้นหากแค่เลือกชมก็นับว่าคุ้มค่า และเพลิดเพลินอย่างมาก

แล้วที่สำคัญอย่าลืมแวะลิ้มรสไอศกรีมเจลาโต (GELATO) ไอศกรีมขึ้นชื่อของอิตาลีที่เต็มด้วยความอร่อยเข้มข้น และเหมาะอย่างยิ่งกับบรรยากาศเดินเล่นชิลๆริมชายฝั่งทะเล พร้อมเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมองเต คาร์โล (MONTE CARLO) (45 กิโลเมตร) เมืองใหม่ที่ตั้งอยู่ทางตอนปลายของฝรั่งเศส เดินทางถึงเมืองมองเต คาร์โล นำท่าน ถ่ายภาพกับปาเล เดอ แปรงซ์ (PALAIS DE PRINCES) ปราสาทที่ประทับของเจ้าชายแห่งรัฐ จากนั้นให้ท่านชมวิวทิวทัศน์ที่ขนาบด้วยท่าจอดเรือยอร์ชอันหรูหราซึ่งแสดงถึงความมั่งคั่งและร่ำรวยของดินแดนแห่งนี้ แวะถ่ายภาพกับความหรูหราของคาสิโนแห่งมองเต คาร์โล ซึ่งปัจจุบันเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของเมือง จากนั้นนำท่าน ชมเมืองโมนาโค ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางท้องทะเลอันงดงาม ผ่านชมมหาวิหารเซนต์นิโคลัส ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1875 ที่เคยใช้จัดงานพระราชพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าหญิงเกรซ เคลลี ราชธิดาแห่งโมนาโค จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองนีส (NICE) (25 กิโลเมตร) เมืองพักตากอากาศทางทะเลที่เรียกว่า เฟรนช์ ริเวียร่า มีชายทะเลที่สวยงาม ซึ่งเริ่มกลายเป็นสถานตากอากาศยอดนิยมของคนอังกฤษ และชาวยุโรปมาตั้งแต่สมัยวิคทอเรียซึ่งส่วนใหญ่จะเดินทางมานีส เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจชายหาดของนีสไม่ใช่หาดทราย แต่จะเป็นหินก้อนเล็กๆที่ไม่คม ซึ่งคือเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเมืองนีส เดินทางถึง เมืองนีส

จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้ง บริเวณจัตุรัสมาสเซนา (PLACE MASSENA) ตามอัธยาศัยหรือเดินเล่นริมหาดบน ถนนพรอมเมอนาร์ด เดส์ อังเกลส์ (PROMENADE DES ANGLAIS) ซึ่งอาจแปลได้ใจความว่า “ทางเดินของคนอังกฤษ” เนื่องจากเป็นถนนเลียบชายหาดที่สวยงามเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม WEST END NICE ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

นีส – ชมเมือง – คานส์ – ช้อปปิ้ง – โรงงานน้ำหอม – หมู่บ้านคาสเทลแลงน์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่าน ชมเมืองนีส เมืองซึ่งอุดมไปด้วยสถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมชั้นเยี่ยม ซากปรักหักพัง พิพิธภัณฑ์ ร้านเสื้อผ้า ตลาดกลางแจ้ง ภัตตาคาร อันเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม  

ถ่ายภาพกับโบสถ์นอร์ทเทรอดามของเมืองนีส (BASILQUE NOTRE-DAME DE NICE) เป็นโบสถ์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมแบบโกธิคอย่างชัดเจน เคยถูกสร้างขึ้นใหม่จากโครงสร้างเดิมในปี ค.ศ. 1868 ออกแบบโดยสถาปนิก C. Lenormand เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองและเป็นอาคารทางศาสนาแห่งแรกที่มีความทันสมัย ตั้งโดดเด่นสง่างามกลางถนนสายหลักในเมือง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคานส์ (CANNES) (35 กิโลเมตร) เมืองชายทะเลเล็กๆ ที่มีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปีและเป็นเมืองที่ใช้สถานที่ในการประกวดภาพยนตร์นานาชาติที่โด่งดังไปทั่วโลก เดินทางถึง เมืองคานส์ จากนั้น

อิสระให้ท่านได้เก็บภาพกับ PALAIS DES FESTIVALS ที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานประกวดภาพยนตร์ และศูนย์ประชุมนานาชาติ โดยรอบอาคารจะมีรอยฝ่ามือของบรรดาเหล่าศิลปินที่มีชื่อเสียงจากฮอลลีวูดมาประทับเอาไว้บนพื้นซีเมนต์ ผ่านชมวิวทิวทัศน์ของเมืองบริเวณถนนลา กรัว เซต ย่านเดินเที่ยวริมทะเลที่ทันสมัยที่สุดในโลกเรียงรายไปด้วยทิวแถวของต้นปาล์ม ร้านบูติก และร้านค้ามีระดับ จนได้เวลาสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองกราสส์ (GRASSE) (20 กิโลเมตร) เมืองสำคัญอีกแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส ที่มีชื่อเสียงทางการผลิตน้ำหอมเบื้องหลังความหอมแห่ง Chanel No.5 น้ำหอมที่ได้ชื่อว่าเป็นตำนานแห่งความหอมของโลก และมีผู้ซื้อหนึ่งขวดในทุกๆ 55 วินาที ดังนั้นรอบๆเมืองจีงเต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้หอมนานาพันธุ์ที่จะกลายมาเป็นหัวน้ำหอมหลากกลิ่น เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการผลิตน้ำหอมมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ด้วยการริเริ่มนำแฟชั่นการใส่น้ำหอมมาจากพระนางแคเธอรีน เดอเมดิซี เดินทางถึง เมืองกราสส์ นำท่าน เข้าชมโรงงานผลิตน้ำหอม ที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 ชมกระบวนการผลิตน้ำหอมด้วยการสกัด และการกลั่นตลอดจนห้องจัดนิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมาของการผลิตน้ำหอม และคอลเล็กชั่นขวดน้ำหอมมากมาย เพื่อจะได้รู้ว่าน้ำหอมหรูหราจากแบรนด์ดังที่วางจำหน่ายกันอยู่ทั่วโลกมีที่มาอย่างไร จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านคาสเทลแลงน์ (CASTELLANE) (65 กิโลเมตร) หมู่บ้านที่เป็นปากประตูสู่ ช่องแคบแวร์ดง ซึ่งถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นไฮไลท์ของภูมิภาคนี้ ผ่านชมลักษณะอาคารบ้านเมืองในสไตล์ ยุคกลางสิ่งก่อสร้างยุคโบราณ อาทิ หอนาฬิกา สะพานหินและโบสถ์สมัยศตวรรษที่ 12 ที่มีส่วนผสมระหว่างสถาปัตยกรรมสไตล์โรมัน และโกธิคที่งดงาม เดินทางถึง หมู่บ้านคาสเทลแลงน์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก NOUVEL DU COMMERCE โรงแรมระดับ 3 ดาวที่ดีที่สุดของเมือง (CONFIRMED)

** เนื่องจากโรงแรมนี้ไม่มีบริการพนักงานยกกระเป๋า เพื่อความสะดวกของท่าน กรุณาจัดเตรียมกระเป๋าเสื้อผ้า

1 ชุด และของใช้ที่จำเป็นใส่กระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก เพื่อพักค้างคืนในโรงแรม NOUVEL DU COMMERCE 1 คืน **

6

วันที่หกของการเดินทาง

หมู่บ้านคาสเทลแลงน์ – ช่องแคบแวร์ดง – เส้นทางถนนสายลาเวนเดอร์  วาลองโซล – ทุ่งลาเวนเดอร์มาโนสก์ – โรงงาน L’occitane – หมู่บ้านกอร์ด

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ช่องแคบแวร์ดง (LES GORGES DU VERDON) (30 กิโลเมตร) หรือเรียก สั้นๆ กันว่า Grand Canyon ของฝรั่งเศส  มีความลึก 300-700 เมตรเลยทีเดียว เมื่อ มองลงไปด้านล่างมนุษย์จะดูเหมือนมด อีกทั้งแม่น้ำที่ไหลผ่านจะเห็นเป็นริบบิ้น สีเขียว จนนึกไม่ถึงเลยว่าสายน้ำเล็กๆที่มองเห็นอยู่นั้นมีความกว้างถึง 8 เมตร และไหลลงสู่หินด้วยความแรงจนกระทั่งสามารถกัดเซาะหินให้เป็นร่องยาวถึง 25 กิโลเมตร หน้าผาที่ถูกน้ำกัดเซาะกับธารน้ำสีเทอควอยส์นั้น จึงกลายเป็นช่องแคบระหว่างเขาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งถือเป็น One of Europe’s most beautiful ที่ไม่ควรพลาดชม อิสระให้ท่านถ่ายภาพความงดงามตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองวาลองโซล (VALENSOLE) (60 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ของทุ่งลาเวนเดอร์กว้างใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส ทุกย่างก้าวที่เดินผ่านกลิ่นหอมของดอกลาเวนเดอร์ จะแวะมาทักทายเป็นระยะๆ จนท่านแทบจะอดใจไม่ไหวที่อยากจะกระโดดลงไปในท้องทุ่งอันกว้างใหญ่ที่ละลานตาไปด้วยลาเวนเดอร์ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ชูช่อออกมาเป็นแนวทิวแถวเลยทีเดียว อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพกับทุ่งลาเวนเดอร์ และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมาโนสก์ (MANOSQUE) (25 กิโลเมตร) ที่ตั้งของโรงงานผลิตสินค้าชื่อดัง L’occitane en provence ที่ส่งขายไปยัง 85 ประเทศทั่วโลก และ มีร้านค้ากว่า 900 ร้าน ในปัจจุบัน เดินทางถึง เมืองมาโนสก์

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่าน แวะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ L’occitane สินค้านำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสที่ผลิตมาจากธรรมชาติล้วนๆ อาทิเช่น ดอกลาเวนเดอร์ ดอกส้ม มะกอก น้ำผิ้ง อัลมอลล์ La verveine ฯลฯ

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ เส้นทางถนนสายลาเวนเดอร์ในเขตเทือกเขาลูเบอรอง (LUBERON) คือชื่อของอุทยานแห่งชาติที่รัฐบาลฝรั่งเศสได้กำหนดขึ้นในปี ค.ศ. 1977 เพื่อรักษามรดกทางธรรมชาติ และวัฒนธรรม อุทยานแห่งชาติลูเบอรอง ตั้งอยู่ใจกลางของรัฐโปรวองซ์ (Provence) มีพื้นที่ประมาณ 600 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ในหุบเขาทางเหนือและทางใต้ มีเมืองเล็กเมืองน้อย และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางเกษตรกรรม เมืองแต่ละเมืองในลูเบอรองจะอยู่บนหน้าผา แต่ละเมืองมีอายุเก่าแก่ไม่ต่ำกว่า 700 ปี และมีท้องทุ่งที่เต็มไปด้วยลาเวนเดอร์ ดอกไม้สีม่วงที่มีกลิ่นหอมอันเป็นสัญลักษณ์ของเขตโพรวองซ์

จากนั้นนำท่านสู่ โบสถ์แอบบี เดอ ซีนอคค์ (ABBAYE DE SENANQUE) (70 กิโลเมตร) ที่มีทุ่งดอกลาเวนเดอร์สีม่วงปลูกเป็นแปลงสวยงามอยู่ด้านหน้า ซึ่งทุ่งดอกลาเวนเดอร์แห่งนี้จะบานสะพรั่งตั้งแต่เดือนมิถุนายนไปจนถึงวัน ที่ 14 กรกฎาคม จากนั้นทั้งหมดก็จะถูกเก็บเกี่ยวในวันชาติของประเทศฝรั่งเศส อิสระให้ท่านถ่ายภาพตามอัธยาศัยกับทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงละลานตา ได้เวลาอันสมควร

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านกอร์ด (GORDES) (5 กิโลเมตร) เมืองเก่าแก่ที่มากด้วยเสน่ห์น่าหลงใหล เป็นแหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ลักษณะเมืองจะสร้างจากยอดเขา และปลูกลดหลั่นกันมาตามไหล่เขา มีบ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม และบรรยากาศแบบชนบทดั้งเดิมของโพรวองซ์รอบนอกของหมู่บ้านนี้ เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านหิน 6,000 ปี (Le village des Bories) หมู่บ้านหินเก่าแก่ที่สร้างด้วยการน่าหินมาวางเรียงรายโดยไม่ได้ใช้วัสดุเชื่อมใดๆ ความสวยงาม และความเป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้านแห่งนี้ทำให้ได้รับคัดเลือกให้เป็น หนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส”อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าแปรรูปจากดอกลาเวนเดอร์ ทั้งขนม น้ำหอม สบู่ ภาพวาดสวยงาม และเดินเล่นขมเมืองตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม LE PETIE PALAIS D’AGLAEระดับ 4 ดาว (CONFIRMED)

*** โรงแรมสวยระดับ 4 ดาว ล้อมรอบด้วยทัศนียภาพอันงดงามของของเทือกเขาลูเบอรอง

และดื่มด่ำไปกับธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ ที่ท่านจะต้องประทับใจ ***

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

หมู่บ้านกอร์ด – เกรอนอบ – ชมเมือง – ชาโมนิกซ์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเกรอนอบ (GRENOBLE) (250 กิโลเมตร) เมืองศูนย์กลางของเฟรนช์แอลป์ โดยเฉพาะในด้านการคมนาคม เป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่มีชื่อ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนมี “ซัมเมอร์คอร์ส” ที่มีชื่อเสียงมาก และขณะเดียวกันในฤดูหนาวก็ยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเล่นสกีที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย เดินทางถึง เมืองเกรอนอบ นำท่าน ชมเมืองเกรอนอบ ผ่านชมอาคารรัฐสภาโดฟีเน (Palace of the Parliament of dauphiné) อีกหนึ่งอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเมือง โดยตัวอาคารถูกสร้างขึ้นระหว่างปี1500 – 1539 และถูกใช้งานมาจนถึงยุคแห่งการปฏิวัติฝรั่งเศส จนกระทั่งปี 2000 ได้ถูกใช้เป็นศาลจนถึงปี 2002 ปัจจุบันอาคารแห่งนี้ได้กลายเป็นมรดกทางด้านสถาปัตยกรรมที่สำคัญของเมือง ผ่านชมสุสานเซนต์ รอซ (Saint Roch Cemetery) สุสานที่สร้างขึ้นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส อีกทั้งยังเป็นสุสานที่ใหญ่ที่สุดของเมืองและยังมีบุคคลสำคัญถูกฝังในสุสานแห่งนี้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ภายในสุสานยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์ของเซนต์ รอซ โบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1826 โดยสร้างขึ้นเพื่อแทนที่วิหารเก่าที่มีชื่อเดียวกันอีกด้วย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองชาโมนิกซ์ (CHAMONIX) (205 กิโลเมตร) เมืองท่องเที่ยวชื่อดัง และเป็นเมืองพักตากอากาศที่อยู่ติดกับเทือกเขาแอลป์ และสวิสเซอร์แลนด์ที่รายล้อมไปด้วยภูเขาสูงที่มีหิมะปกคลุมตลอดปีเป็นที่นิยมของคนฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก เดินทางถึง เมืองชาโมนิกซ์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก MERCURE CHAMONIX CENTRE (CONFIRMED)

 

8

วันที่แปดของการเดินทาง

ชาโมนิกซ์ – ยอดเขามองบลองก์ – เบิร์น – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สถานีรถกระเช้าลอยฟ้าเอกุยย์ดูมีดี (Aiguilledu Midi สูง 3,842 ม.)ระหว่างขึ้น ท่านสามารถชมทัศนียภาพอันสวยงามที่แวดล้อมไปด้วยหิมะ และต้นไม้ หรือวิวทิวทัศน์ของเมืองชาโมนิกซ์ จนถึง ยอดเขา Aiguille du Midi นำท่านข้ามสะพานลอยเพื่อเดินทางสู่ลิฟท์ เพื่อขึ้นสู่ยอดเขา

นำท่าน ชมยอดเขามองบลองก์ ที่ถือว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับทัศนียภาพของยอดเขามองบลองก์ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร  

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงเบิร์น (BERN) (175 กิโลเมตร) เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นเมืองที่มีน้ำพุมากที่สุดเมืองหนึ่งของยุโรป เดินทางถึง กรุงเบิร์น

จากนั้นนำท่าน เที่ยวชมกรุงเบิร์น เมืองที่ได้รับตำแหน่งมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมที่องค์การยูเนสโกให้อนุรักษ์ไว้ นำท่าน ชมมาร์คกาสเซ ย่านเมืองเก่าที่ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้และร้านเสื้อผ้าบูติคเป็นย่านที่ปลอดรถยนต์จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวชมอาคารเก่าอายุ 200-300 ปี ชมถนนจุงเคอร์นกาสเซ ถนนที่มีระดับสูงสุดๆ ของเมืองนี้ ถนนครัมกาสเซ เต็มไปด้วยร้านภาพวาด และร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ ถ่ายภาพกับนาฬิกา ไซ้ท์ กล็อคเค่น อายุ 800 ปี ที่มี “โชว์” ให้ดูทุกๆชั่วโมงที่นาฬิกาตีบอกเวลาและผ่านชม มหาวิหารเซนต์วินเซนต์รัทเฮ้าส (ทาวน์ฮอลล์) อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม ALLEGRO BERN  (CONFIRMED)

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

เบิร์น – สนามบินเมืองซูริค – กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินเมืองซูริค (ZURICH) (125 กิโลเมตร) เพื่อเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ

13.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 971

10

วันที่สิบของการเดินทาง

กรุงเทพฯ

05.30  น.  เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..