15 – 24 ตุลาคม 2561
วันเดินทาง
การบินไทย (TG)
สายการบิน
เยอรมนี – ออสเตรีย – ฝรั่งเศส
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป : ออสเตรีย – เยอรมนี (บาวาเรียน) – ฝรั่งเศส (อัลซาส) 10 วัน (TG)

กำหนดการเดินทาง : 15 – 24 ตุลาคม 2561

ประเทศ :  เยอรมนี – ออสเตรีย – ฝรั่งเศส 

ราคา : 119,800 บาท

เจาะลึกเมืองเล็กน่ารัก ที่ขึ้นชื่อสุดยอดความโรแมนติก ที่น้อยคนนักจะได้สัมผัสดื่มด่ำกับช่วงเวลาของฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป

มิวนิค – ซาลส์บวร์ก (ออสเตรีย) – ซังคท์ โวล์ฟกัง – ฮัลสตัท – ล่องทะเลสาบโคนิกซี – แบร์กเทสการ์เดน  เหมืองเกลือ – อินน์สบรูก – มิทเทนวาลด์ (เยอรมนี/บาวาเรียน) – การ์มิช พาร์เทนไคร์เช่น ปราสาทนอยชวานสไตน์ – ลินเดา – ไฟรบวร์ก – หมู่บ้านอองกีเชม (ฝรั่งเศส/อัลซาส) – กอลมาร์ หมู่บ้านริควีร์ – สตราสบูร์ก – เทรียร์ – คอคเฮม – ปราสาทไรชส์บวกร์ – แฟรงค์เฟิร์ท – กรุงเทพฯ

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันที่หนึ่งของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ – มิวนิค

21.00 น.  พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 4 แถว D

เคาน์เตอร์ที่สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่จากบริษัท เร้นจ์ฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ท่าน

2

วันที่สองของการเดินทาง

มิวนิค – ชมเมือง – ซาลส์บวร์ก – หมู่บ้านซังคท์ โวล์ฟกัง – ชมเมือง

00.50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงมิวนิค  โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG924

07.05 น. (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึง สนามบินเมืองมิวนิค (MUNICH) มหานครแห่งแคว้นทางตอนใต้  เป็นเมืองที่มีบรรยากาศรื่นรมย์ เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สวยงามมากมาย อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางทาง วัฒนธรรมของภูมิภาค และเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์ที่เด่นที่สุดในประเทศเยอรมนีอีกหลายแห่ง หลังผ่านพิธีการ ตรวจคนเข้าเมือง และตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว

จากนั้นนำท่าน ชมอาคารบ้านเรือนที่เก่าแก่สวยงามจากยุคสมัยอันรุ่งเรืองของราชวงศ์ WITTELSBACH  บริเวณจัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ (MARIENPLATZ) ซึ่งถือเป็นหัวใจของเขตเมืองเก่า และเป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มชมเมือง ในยุคกลางที่นี่เคยเป็นตลาดแต่ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการจัดงานสำคัญทาวัฒนธรรมต่างๆซึ่งมีสิ่งที่น่าชมมากมาย อาทิ Mariensaul รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเสาสูง ศาลาว่าการเมืองใหม่ (Neuse Rathaus) ที่มีจุดเด่นอยู่ที่หอนาฬิกาที่เรียกว่า Glockenspiel มีระฆังและตุ๊กตาซึ่งจะออกมาเต้นระบำ ให้ชมกันในเวลา 11 โมงเช้าในหน้าหนาว และเพิ่มรอบ5 โมงเย็นอีกหนึ่งรอบในหน้าร้อน และมีโบสถ์แม่พระที่งดงาม (Frauenkirche)  ที่มีโดมเป็นรูปทรงหัวหอมคู่เป็นสัญลักษณ์ จนได้เวลาอันสมควร

 

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซาลส์บวร์ก (SALZBURG) (145 กิโลเมตร) เมืองแห่งมนต์ขลังของเสียงดนตรี เป็นเมืองเล็กๆ ของออสเตรียที่คนไทยรู้จักจากการชมภาพยนตร์เพลงอมตะเรื่อง “เดอะ ซาวนด์ ออฟ มิวสิค” เดินทางถึง เมืองซาลส์บวร์ก

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 

บ่าย นำท่านเดินทางต่อสู่ หมู่บ้านซังคท์ โวล์ฟกัง (St. Wolfgang im Salzkammergut) (50 กิโลเมตร)เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบโวล์ฟกัง (Wolfgang see) โดยหมู่บ้านนี้ตั้งชื่อตามนักบุญ Wolfgang ซึ่งเป็นชาวเยอรมันโดยกำเนิด และยังเป็น 1 ใน 3 นักบุญที่โดดเด่นในช่วงศตวรรษที่10อีกด้วย เดินทางถึง หมู่บ้านซังคท์ โวล์ฟกัง

จากนั้นนำท่าน เดินเล่นและถ่ายภาพความงดงาม ซึ่งถือว่า เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สวยงาม และโรแมนติคที่สุดเมืองหนึ่งของออสเตรีย อันเป็นสถานที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวทุกครั้งที่มาเยือน ได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมที่พัก

นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม ROMANTIK IM WEISSEN ROSSL : Markt 74, A-5360 St. Wolfgang. Tel : +43 6138 2306.  https://www.weissesroessl.at/en.html

3

วันที่สามของการเดินทาง

ซังคท์ โวล์ฟกังฮัลสตัชมเมือง ทะเลสาบโคนิกซี – ล่องเรือ – บาด ไรเชนฮาลล์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านฮัลสตัท (HALLSTATT) (35 กิโลเมตร) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวยที่มีอายุเก่าแก่กว่า 4,500 ปี เดินทางถึง หมู่บ้านฮัลสตัท

จากนั้นนำท่าน ชมหมู่บ้านฮัลสตัท เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบที่มีประชากรอาศัยอยู่ไม่ถึงพันคน มีฉากหลังเป็นภูเขาสูงชัน บ้านเรือนในเมืองนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่แคบๆ ริมทะเลสาบ Hallstatter See จึงต้องสร้างลดหลั่นเป็นชั้นๆ ตามแนวเขาเหมือนกับสวนลอยฟ้า เนื่องจากเขาตั้งสูงชันเหนือผืนน้ำจึงไม่มีที่ราบพอที่จะสร้างถนนให้รถวิ่งได้ มีแต่ทางเดินแคบๆผ่านหน้าบ้านที่เรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ขึ้นไปตามไหล่เขาเท่านั้นดินแดนแถบนี้พบร่องรอยผู้คนที่อาศัยมานานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ราวห้าพันปีก่อนคริสตกาล เพราะที่นี่เป็นแหล่งเกลือขนาดใหญ่ ยุคเหล็กช่วงแรกในทวีปยุโรปในราวปี 800-400 ก่อนคริสตกาลได้ชื่อตามที่นี่ว่า Hallstatt Iron Age 

สมัยก่อนใช้เกลือในการถนอมอาหาร ฉะนั้นที่ไหนมีเกลือก็เหมือนมีทองในปัจจุบัน ที่ตรงนี้จึงเกิดเป็นชุมชนขึ้นมา อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทาง โดยรถรางไฟฟ้าสู่ จุดชมวิวแบบพาโนราม่าของเมือง ที่มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมยื่นออกไป เรียกว่า Skywalk plateform ‘Welterbeblick’ มีความสูง 360 เมตรจากตัวเมือง อิสระให้ท่านถ่ายภาพความงดงามตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบโคนิกซี (Konigssee lake) (85 กิโลเมตร) หรือทะเลสาบกษัตริย์ เป็นทะเลสาบในหุบเขา อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของแคว้นบาวาเรีย  เพื่อนำท่าน ล่องเรือชมความงามของทิวทัศน์ที่สวยงามจนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก อีกทั้งยังเป็นทะเลสาบที่ถือว่าลึกที่สุด น้ำใสที่สุด และสะอาดที่สุดในเยอรมนีด้วยเหตุนี้เองจึงอนุญาตให้เฉพาะเรือพาย และเรือที่ใช้ไฟฟ้าเท่านั้นที่สามารถแล่นไปมาในทะเลสาบได้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบาด ไรเชนฮาลล์ (BAD REICHENHALL) (30 กิโลเมตร)

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม AMBER RESIDENZ BAVARIA หรือเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

บาด ไรเชนฮาลล์  – แบร์กเทสการ์เดน – ชมเมือง เหมืองเกลือ – อินน์สบรูก – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองแบร์กเทสการ์เดน (BERCHTESGADEN) (20 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆน่ารักที่ถูกโอบล้อมโดยเทือกเขาแอลป์โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติที่งดงามอีกทั้งเป็นเมืองที่ฮิตเลอร์ได้สร้าง “รังนกอินทรี” อันโด่งดังในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งปัจจุบันยังมีบังเกอร์ และเครื่องป้องกันหลงเหลือให้ชมอยู่ เดินทางถึง เมืองแบร์กเทสการ์เดน อิสระให้ท่านเดินเล่นย่านใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยศิลปะการสร้างอาคารในรูปแบบบาวาเรียตอนบนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร  

นำท่าน เข้าชมเหมืองเกลือเก่าเมืองเบิร์ชเทสการ์เดน (Berchtesgaden Salt Mine) เป็นเหมือง เกลือที่ถูกสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1517 ซึ่งในสมัยอดีต เหมืองเกลือ เป็นสถานที่ต้องห้ามของบุคคลทั่วไป เนื่องจากเกลือมีค่าจนได้ชื่อว่าเป็นทองคำขาว นั่งรถรางลอดอุโมงค์ยาว 700 เมตร ไปยังถ้ำเกลืออันระยิบระยับ และทะเลสาบใต้ภูเขาที่งดงามด้วยแสงเสียง บรรยากาศราวกับอยู่ในเหมืองจริงเมื่อ 500 ปีก่อน ภายใต้อุณหภูมิ 12 องศาเซลเซียส ชื่นชมในความเก่าแก่ของเมืองเกลือโบราณ ซึ่งปัจจุบันยังคงได้รับการบำรุงรักษาเอาไว้เหมือนดังเช่นในอดีตทุกประการ กระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ แคว้นทิโรล (Tirol) อยู่ท่ามวงล้อมของเทือกเขาแอลป์อันสูงตระหง่านและมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของออสเตรีย เพื่อนำท่านเดินทางสู่ เมืองอินน์สบรูก (INNSBRUCK) (160 กิโลเมตร) เมืองหลวงของแคว้นทีโรลตะวันตก ท่านจะได้เห็นความแตกต่างที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวของศิลปะ วัฒนธรรมเก่าแก่ที่สั่งสมมานานกว่า 800 ปี เดินทางถึง เมืองอินน์สบรูก นำท่าน ชมเมือง ที่ตั้งอยู่ในอ้อมกอดของเทือกเขาแอล์ปที่สูงเสียดฟ้า และมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดปีประทับใจไปกับบ้านเรือนที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านสถาปัตยกรรมไว้ได้อย่างงดงามไม่ว่าจะเป็นซุ้มดอกไม้หรือไม้เลื้อยตามประตูบานหน้าต่าง

ถ่ายภาพกับหลังคาทองคำ (Goldenes Dachl) หน้ามุขศิลปะโกธิกตอนปลายประดับด้วยแผ่นทองแดงเคลือบทอง 2,657 ชิ้น ซึ่งสมัยจักรพรรดิมักซิมิเลียนที่ 1 ทรงให้สร้างเพื่อใช้เป็นที่ประทับเพื่อชมการแสดงต่างๆ ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม INNSBRUCK หรือเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

อินน์สบรูก – มิทเทนวาลด์  – การ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น – ชมเมือง ปราสาทนอยชวานสไตน์ – ฟุสเซ่น

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านมิทเทนวาลด์ (MITTENWALD) (40 กิโลเมตร) เป็นหมู่บ้านน้อยที่มีบรรยากาศน่ารัก คล้ายหมู่บ้านตุ๊กตาริมภูเขาสูง และมีประชากรอาศัยอยู่เพียงแค่หลักพันเท่านั้น นอกจากจะเป็นหมู่บ้านที่มีบรรยากาศน่าเดินเล่นแล้ว ยังมีชื่อในเรื่องการทำไวโอลินมาเกือบ 300 ปี อีกด้วย จุดเด่นที่ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นหมู่บ้านสุดแสนโรแมนติก ด้วยองค์ประกอบทุกอย่างรวมกัน ทั้งอาคารบ้านเรือน โบสถ์ ผู้คน และวิถีชีวิต จนเกอเธ่ ศิลปินคนดังแห่งเยอรมัน ต้องบันทึกไว้ว่า นี่คือ A living picture book หนังสือภาพที่มีชีวิต เพราะทุกผนังอาคารถูกวาดไว้ด้วยลวดลายสวยงาม ทั้งเรื่องเกี่ยวกับศาสนา ความเชื่อ และเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งเรียกภาพวาดแบบนี้ว่า Frescoe Painting อิสระให้ท่านเดินเล่น และถ่ายภาพเมืองที่สุดแสนโรแมนติกแห่งนี้ตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองการ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น (Garmisch-Partenkirchen) (20 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆ ที่อยู่ในเทือกเขาแอลป์ ในเขตที่เรียกว่า Wetterstein-Gebirge เป็นเมืองเดียวของเยอรมนีที่ติดอันดับ BEST OF THE ALPS ด้วยตัวเมือง

น่ารักที่เต็มไปด้วยภาพวาดบนกําแพงที่ชมได้อย่างไม่รู้เบื่อ กระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ หมู่บ้านชวานเกา (SCHWANGAU)  (65 กิโลเมตร) ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทนอยชวานสไตน์ เข้าชม ความงามของปราสาทนอยชวานสไตน์ (NEUSCHWANSTEIN CASTLE) ที่แสนงดงามท่ามกลางพันธุ์ไม้นานาพันธุ์ที่ท่านจะประทับใจไปกับความงาม และ  บรรยากาศรอบตัวที่แสนจะโรแมนติกดั่งเทพนิยายซึ่งวอลซ์ ดิสนีย์ ได้จำลองแบบไปสร้างปราสาทไว้ในดิสนีย์แลนด์ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของดิสนีย์แลนด์  ปราสาทนอยชวานสไตน์ ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคผสมยุคกลาง ภายในห้องต่างๆตกแต่งด้วยจิตรกรรมเกี่ยวกับเทพกรีก โรมัน และนิทานเกี่ยวกับอัศวินในยุคกลางซึ่งงดงามมาก ได้เวลาอันสมควร

นำท่านเดินทางสู่ เมืองฟุสเซ่น (FUSSEN)(10 กิโลเมตร) เมืองปลายทางสุดท้ายของถนนสายโรแมนติค เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ครั้งจักรวรรดิโรมัน เป็นที่ตั้งปราสาทของกษัตริย์บาวาเรีย ล้อมรอบไปด้วยทะเลสาบน้อยใหญ่ที่มีความงดงามทางด้านทัศนียภาพ เป็นเมืองที่มีความน่ารัก และมีสิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างคือ ตัวตึกหรืออาคารบ้านช่องของทั้งเมืองจะตกแต่งไปด้วยสีสันที่สวยงาม เดินทางถึง เมืองฟุสเซ่น

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม LUITPOLDPARK หรือเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

ฟุสเซ่น – สไตน์กาเดน – โบสถ์วีสเกอเชอ ลินเดา – ชมเมือง – ไฟรบวร์ก – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสไตน์กาเดน (STEINGADEN) (25 กิโลเมตร) เพื่อนำท่านชมโบสถ์สไตล์ร็อคโคโคที่การันตีความงดงาม และยกย่องให้เป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก เดินทางถึง เมืองสไตน์กาเดน

นำท่าน เข้าชมโบสถ์วีสเกอเชอ (Wieskirche)โบสถ์เล็กๆท่ามกลางธรรมชาติที่ภายในโบสถ์ได้รับการตกแต่งไว้อย่างสวยงามอลังการในสไตล์ร็อคโคโค (Rococo) ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ด้วยบรรดารูปปั้นนักบุญ เหล่าบรรดานางฟ้า รวมถึงภาพวาดบนผนัง และบนเพดานที่สวยงามราวหลงอยู่ในสวรรค์วิมานเลยทีเดียว โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นช่วงปลายปี 1740 มีชื่อเต็มว่า Wallfahrtskirche zum Gegeisselten Heilandauf de Wies หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Pilgrimage Church to Our Tortured Saviour on the Meadow

ซึ่งประมาณว่าเป็นโบสถ์ของผู้แสวงบุญ หรือผู้ไถ่บาป โบสถ์นี้เป็นผลงานของ โดมินิคัส ซิมเมอร์มาน (Dominikus Zimmermann) มีเรื่องเล่าว่าในปี 1738 มีเรื่องอัศจรรย์เกิดขึ้น โดยมีผู้คนจำนวนมากเห็นน้ำตาไหลออกจากตาของรูปปั้นองค์พระผู้ไถ่บาปที่กำลังถูกทรมาน (The Scourged Saviour) จนได้เวลาอันสมควร จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ เมืองลินเดา (Lindau) (110 กิโลเมตร) เมืองเก่าสไตล์บาวาเรียน เมืองที่มีลักษณะเป็นเกาะ โดยมีทะเลสาบคอนสแตนซ์โอบล้อมเอาไว้ อีกทั้งฉากหลังของเมืองมีเทือกเขาแอลป์ ทําให้มีทัศนียภาพอันงดงาม เป็นอีกหนึ่งเมืองที่สวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของเยอรมนี เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยว ผู้คนที่มีสีสนและมีชีวิตชีวา เดินทางถึง เมืองลินเดา

นําท่าน ชมเมืองลินเดาน์ เดินเล่นตามถนนแมกซิมิเลียน ชมบ้านเรือนที่งดงามมากมาย ถ่ายภาพกับศาลาว่าการเมืองเก่า Alte Rathaus (Old Town Hall) ที่สร้างเสร็จในปีค.ศ. 1436 ที่เป็นตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมในแถบหุบเขาไรน์ของเทือกเขาแอลป์ (Alpine Rhine Valley) ที่ผสมผสานกันระหว่างศิลปะสไตล์กอธิค และเรอเนสซองส์ที่งดงาม ได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองไฟรบวร์ก (FREIBURG) (160 กิโลเมตร) เมืองที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในเขตป่าดำ (Sudschwarzwald) อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นบาเดน-เวือร์ทเทมแบร์กใกล้ชายแดนฝรั่งเศสและสวิส นอกจากขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์แบบป่าดำที่สวยงามแล้ว ยังเป็นเมืองที่มีอากาศดีมีแดด และอบอุ่นที่สุดในเยอรมนีอีกด้วย เป็นเมืองเก่าที่ถูกก่อตั้งมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1120และเป็นหนึ่งในเมืองแห่งตลาดเสรีที่มีชื่อเสียง และมีความเก่าแก่มากแห่งหนึ่งของประเทศ เดินทางถึง เมืองไฟรบวร์ก

จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพความสวยงามของโบสถ์แห่งเมืองไฟรบวร์ก (Freiburg Muenster) เป็นโบสถ์ใหญ่ประจำเมืองที่ใช้เวลาสร้างนานถึง 313 ปี และมีความสูงถึง 116 เมตร โบสถ์นี้รอดพ้นจากการทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งที่ตัวเมืองถูกทำลายลงถึง 90% อิสระให้ท่านถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่าน ชมถนนที่สวยสุดของเมืองที่เรียกว่า Konviktstrasse เป็นบริเวณที่มีร้านค้ามากมาย มีไม้เลื้อยขึ้นตามบ้าน ทำให้ถนนเส้นนี้น่ารักยิ่งขึ้นไปอีก ที่ไม่ควรพลาดชม และถือเป็นไฮไลท์ของเมืองแห่งนี้คือ Bächle หรือรางน้ำเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมถนนเกือบทุกเส้นในเมือง สร้างขึ้นในสมัยยุคกลางเป็นที่ระบายของเสีย ดับไฟ และใช้ป้องกันไม่ให้ไฟลามตอนเกิดไฟไหม้ และให้สัตว์ได้ดื่มกิน ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองและเป็นที่นั่งเล่นของเด็กๆในฤดูร้อน มีเรื่องเล่าว่า ถ้าหากมาเที่ยวแล้วตกลงไปในรางน้ำนี้ จะได้แต่งงานกับคนไฟรบวร์กและตั้งรกรากอยู่ที่นี่!!

นำท่าน เดินเล่นชมเมือง และถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม NOVOTEL FREIBURG AM KONZERTHAUS หรือเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

ไฟรบวร์ก – หมู่บ้านอองกีเชม – กอลมาร์ – หมู่บ้านริควีร์ – สตราสบูร์ก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางเข้าสู่ แคว้นอัลซาส (Alsace) อีกหนึ่งแคว้นของฝรั่งเศส ที่หลายคนต่างร่ำลือกันว่า เป็นแคว้นที่ยังคงรักษาวัฒนธรรม และประเพณีท้องถิ่นเอาไว้เป็นอย่างดี ดินแดนที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตและความเป็นอยู่แบบเก่า รวมไปถึงเหล่าอาคารบ้านเรือนที่ยังคงเป็นสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ที่มีความสวยงามไม่เปลี่ยนแปลง ลัดเลาะผ่านเมืองเล็กเมืองน้อยที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามตามแบบฉบับอัลซาสแท้ๆ และขึ้นชื่อในการผลิตไวน์จากองุ่นพันธุ์ Riesling (รีสลิ่ง) หนึ่งในสุดยอดองุ่นที่นำมาผลิตไวน์ขาว

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านอองกีเชม (EGUISHEIM) (60 กิโลเมตร) หมู่บ้านที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อีกหนึ่งหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส”รวมทั้งเป็นหนึ่งในเส้นทางการชิมไวน์ทางตะวันออกของประเทศ อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของแคว้นอัลซาสอีกด้วย เดินทางถึง หมู่บ้านอองกีเชม นำท่านเดินชมความงดงามไปตามถนนก้อนกรวดอันคดเคี้ยวของหมู่บ้าน ตื่นตาไปกับความงดงามของเหล่าอาคารบ้านเรือนที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นยุคกลางไว้เป็นอย่างดี  ชมความเก่าแก่ของอาคารไม้โบราณที่แต่งแต้มด้วยสีสันสีสดใส  และเดินลัดเลาะไปชมหมู่ดอกไม้หลากสีสันที่ออกดอกชูช่อตามระเบียงบ้าน ราวกับจะเชื้อเชิญแขกต่างถิ่นให้เข้าไปชื่นชมความงดงาม และชมลานน้ำพุที่สร้างในแบบเรเนสซองส์ อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่หลายคนอาจบ่นเสียดาย ถ้าหากไม่ได้ไปเยือน ได้เวลาอันสมควร

นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองกอลมาร์ (COLMAR) (10 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆอันเป็นเมืองบ้านเกิดของ จิตรกร และช่างแกะพิมพ์มาร์ติน โชนเกาเออร์ และประติมากรเฟรเดริก โอกุสต์ บาร์ตอลดี ผู้ออกแบบอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ เป็นเมืองที่มีความโรแมนติก เมืองหนึ่งของฝรั่งเศส และเป็นสถานที่ที่คู่รักมัก จะให้คำสัญญาในความรักระหว่างกันและกัน ด้วยบรรยากาศที่สวยงาม สถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ จึงทำให้เมืองกอลมาร์ เป็นอีกหนึ่งในสถานที่โรแมนติกในฝันของใครอีกหลายคน  เดินทางถึง เมืองกอลมาร์ นำท่าน ชมเมืองกอลมาร์ ดินแดนแห่งความงาม ที่มีตึกราบ้านช่องสวยงาม มีจุดเด่นอยู่ที่ความงามของดอกไม้ที่มีอยู่ทั่วเมือง จัดเป็นอีกเมืองที่ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีความโรแมนติก จนได้รับการขนานนามว่า ลิตเติ้ลเวนิซปัจจุบันเมืองเก่าแก่แห่งนี้ได้กลายเป็นเมืองที่น่ามาเยือนเป็นอันดับต้นๆของประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองที่มีลักษณะสถาปัตยกรรม และบรรยากาศของเมืองโบราณมีบ้านเรือนที่สวยงาม และได้รับการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี บ้านเรือนแบบนี้ เรียกว่า Colombage (ฝรั่งเศส) หรือ Fachwerkhaus (เยอรมัน) เป็นบ้านครึ่งไม้ซุงซึ่งเป็นแบบบ้านที่เป็นเอกลักษณ์และเห็นได้ทั่วไปในแคว้นอัลซาส ลักษณะพิเศษของบ้านจะขึ้นโครงบ้านด้วยไม้ทั้งหลังรวมทั้งหลังคาก่อน

จากนั้นก็จะโบกปูนระหว่างช่องไม้แล้วทาทับด้วยสีสันสวยงามตามใจเจ้าของบ้าน เมืองนี้ยังมีคลองน้ำไหลผ่าน ซึ่งบริเวณนี้ถูกเรียกว่า Little Venice เป็นมุมบังคับที่นักท่องเที่ยวส่วนมากต้องมาเก็บภาพเป็นที่ระลึก จนได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านริควีร์ (Riquewihr) (20 กิโลเมตร) เป็นหมู่บ้านเล็กๆในชนบทตั้งอยู่บนเส้นทางไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในแคว้นอัลซาส และเป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส (Les plus beaux villages de France) ลักษณะบ้านเรือนคล้ายๆกับกอลมาร์ แต่บรรยากาศภายในหมู่บ้านจะคล้ายกับเดินเข้าไปเหมือนหลงอยู่ในเมืองแห่งเทพนิยาย เนื่องจากบ้านเกือบทุกหลังจะตกแต่ง และประดับประดาด้วยดอกไม้ ตุ๊กตาหรือของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่น่ารักๆเต็มไปหมด ได้เวลาอันสมควร

นำท่านเดินทางสู่ เมืองสตราสบูร์ก (STRASBOURG) (70 กิโลเมตร) เป็นเมืองหลวงของแคว้นอัลซาส ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำไรน์ บนพรมแดนติดกับประเทศเยอรมนีได้ชื่อว่าเป็นหัวใจของยุโรป เดินทางถึง สตราสบูร์ก จากนั้นนำท่าน เดินเล่นชมย่านเมืองเก่าที่เรียกว่า LE PETITE FRANCE

ผ่านชมมหาวิหารนอทเทรอดามที่ยิ่งใหญ่ (Strasbourg Cathedral) ได้รับการยกย่องให้เป็นมหาวิหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค สร้างด้วยหินทรายสีชมพูทั้งหลังโดยสร้างขึ้นในช่วงกลางถึงปลายศตวรรษที่ 12 ใช้เวลาในการก่อสร้างนานกว่า 260 ปี อิสระให้ท่านถ่ายภาพความประทับใจตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม NOVOTEL STRASBOURG CENTRE HALLES หรือเทียบเท่า

8

วันที่แปดของการเดินทาง

สตราสบูร์ก – เทรียร์ – คอคเฮม – ปราสาทไรชส์บวร์ก – แฟรงค์เฟิร์ท

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม 

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเทรียร์ (TRIER) (220 กิโลเมตร) เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเยอรมนี โดยเมืองถูกก่อตั้งขึ้น 16 ปีก่อนคริสตกาล โดยตัวเมืองทริเออร์นั้นตั้งอยู่ในหุบเขาเตี้ยๆที่ปกคลุมไปด้วยไร่องุ่นบนฝั่งแม่น้ำโมแซลอดีตเคยเป็นเมืองอาณานิคมของโรมันตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 1 และในศตวรรษถัดมาก็กลายเป็นเมืองศูนย์กลางการค้า ที่ยิ่งใหญ่มากแห่งหนึ่งของประเทศเยอรมนี โดยในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 3 เมืองทรียร์ได้กลายเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “โรมที่สอง” (The Second Rome) เนื่องจากจำนวน และคุณภาพของโบราณสถานที่ปรากฏอยู่ เป็นข้อพิสูจน์ที่โดดเด่นของอารยธรรมโรมัน ต่อมาองค์การยูเนสโกได้บรรจุให้เป็นมรดกโลกในปี 1986 เดินทางถึง เมืองเทรียร์

จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพกับมหาวิหารเทรียร์ (Trier Cathedral) หนึ่งในมหาวิหารที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนี และประตูเมืองโรมันโบราณ (Porta Nigra) ประตูเมืองขนาดใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นประตู เมืองโรมันที่ ได้รับการยอมรับว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์ ถูกสร้างขึ้นจากหินทรายสีเทา ในช่วงระหว่างคริสต์ศักราช 186 -200 ประตูเดิมประกอบด้วยสองอาคารสี่ชั้น แต่อย่างไรก็ตามประตูถูกใช้มาหลายศตวรรษจนกระทั่งสิ้นสุดลงในยุคโรมัน อิสระให้ท่านถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคอคเฮม (Cochem) (100 กิโลเมตร) เป็นเมืองเล็กๆ ที่แสนโรแมนติกในหุบเขา มลรัฐไรน์แลนด์ ฟาลซ์ (Rheinland Pfalz) ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีประชากรเพียง 6,000 คนเท่านั้น โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองแห่งนี้เป็นแม่น้ำและเทือกเขาน้อยใหญ่สลับสับเปลี่ยนกัน เดินทางถึง เมืองคอคเฮม

จากนั้นนำท่าน เข้าชมปราสาทไรชส์บวกร์ (Reichsburg Castle) หนึ่งในปราสาท UNSEEN ที่สวยงามราวปราสาทดั่งเทพนิยาย ที่มีอายุเก่าแก่มากกว่าพันปีของเยอรมนี ตั้งอยู่บนยอดเขา เมื่อมองลงมาจากระเบียงของปราสาท ท่านสามารถเห็นวิวทิวทัศน์แบบพาโนราม่าที่แสนงดงาม และดื่มด่ำกับบรรยากาศของแม่น้ำโมเซล (Mosel) ที่มีต้นกำเนิดในประเทศฝรั่งเศส และมาบรรจบกับแม่น้ำไรน์ ในเมืองโคเปลนซ์ประเทศเยอรมนี สายน้ำโมเซลที่คดเคี้ยวตามแนวเขานั้นเป็นเสน่ห์อันโรแมนติก และเป็นภาพงดงามเหนือคำบรรยายแก่ผู้มาเยือนยิ่งนัก กระทั่งได้เวลาอันสมควร

นำท่านเดินทางสู่ เมืองแฟรงค์เฟิร์ท (FRANKFURT) (170 กิโลเมตร) เมืองที่ได้รับการพัฒนาจนกลายมาเป็นเมืองนานาชาติ เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งเป็นเสมือนเส้นตัดกันของถนน รถไฟ และเครื่องบินที่สำคัญๆ เป็นที่ตั้งของโลกทางด้านเศรษฐกิจ ตึกสูงระฟ้าที่มีธนาคารต่างชาติ และสถาบันการเงินต่างๆตั้งอยู่ อาทิ ธนาคารบุนเดส สถาบันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศเยอรมนีรวมไปถึงสถาบันทางการเงินชั้นแนวหน้ามากมาย เดินทางถึง เมืองแฟรงค์เฟิร์ท

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม NH COLLECTION FRANKFURT CITY หรือเทียบเท่า

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

แฟรงค์เฟิร์ท – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง – กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม 

จากนั้นนำท่าน ชมเมืองแฟรงค์เฟิร์ทบริเวณจัตุรัสรือเมอร์ (ROMERBERG) ย่านใจกลางเมืองเก่า อันเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง (THE ROMER)ศิลปะแบบโกธิคที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นในปี 1405 ตรงกันข้ามกับศาลาว่าการเมือง ท่านจะพบกับอาคารกึ่งไม้ซุงอันงดงามแบบฟาคแวร์กเฮ้าส์ที่เรียกว่า “ออสไซเล่อ” (OSTZEILE) ที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นมาใหม่โดยสามารถรักษารายละเอียดของอาคารดั้งเดิมที่เคยถูกทำลายหมดสิ้นเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สองได้ทุกรายละเอียด

นำท่าน ถ่ายภาพความสวยงามของน้ำพุแห่งความยุติธรรม (GERECHTIGKEITSBRUNNEN) ที่ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่กลางลาน ผ่านชมโบส์ถเซนต์พอล และวิหารใหญ่ประจำเมือง

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าหลากหลายบริเวณถนนสายช้อปปิ้ง ย่านถนนซายล์ (ZEIL) ถนนสาย

ช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดของประเทศเยอรมนีที่เต็มไปด้วยร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังเรียงรายอยูมากมายไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Hugo Boss, Chanel, Giorgio Armani เป็นต้น อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

16.30 น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ท

*** อาหารค่ำอิสระตามอัธยาศัย ภายในบริเวณสนามบิน คืนเงินสดท่านละ 20 ยูโร ***

20.40 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพ ฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 923

10

วันที่สิบของการเดินทาง

 กรุงเทพฯ

12.30 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…

 

หมายเหตุ       : บริษัทฯ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคากรณี ผู้ร่วมเดินทางน้อยกว่า 20 ท่าน 

อัตรานี้รวม      ·  ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นทัศนาจรตามที่ระบุในรายการ

  • ค่าโรงแรมที่พักที่ระบุในรายการ / ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ / ค่าวีซ่า
  • ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงาน คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์
  • ค่าทิปคนขับรถ 2 ยูโร / คน / วัน
  • น้ำดื่มบนรถ วันละ 1 ขวด / คน / วัน
  • ค่าพนักงานยกกระเป๋าที่โรงแรมที่พัก IN/OUT @ 1 ใบ / 1 ท่าน

อัตรานี้ไม่รวม   ·  ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการ

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 % / ค่าทิปไกด์คนไทย  

 การจอง และชำระเงิน     กรุณาส่งสำเนา PASSPORT หน้าแรก แฟกซ์มายังบริษัทฯ พร้อมชำระเงินค่ามัดจำ

                                      ท่านละ 30,000 บาท สำหรับส่วนที่เหลือทั้งหมด กรุณาชำระก่อนการเดินทาง 30 วัน

( หากไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ยินดีให้บริษัทฯทำการยกเลิกและยินยอมให้ยึดเงินมัดจำทันที)

***** กรณีที่ยังไม่ทราบผลวีซ่าก่อนการเดินทาง 15 วันทำการ

ทางบริษัทฯ ขออนุญาตเก็บค่าทัวร์ที่เหลือทั้งหมดก่อน ตามเงื่อนไขการชำระเงิน *****

การไม่รับจองทัวร์ :  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับจองทัวร์สำหรับลูกค้าดังต่อไปนี้

  • เด็กที่มีอายุระหว่างแรกเกิดถึง 2 ขวบ
  • ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ หรือ ไม้เท้า
  • ผู้เดินทางที่บ่งบอกการเป็นบุคคลไร้ความสามารถ

หมายเหตุ    ·  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย

                     จนไม่อาจแก้ไขได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

  • หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะไม่

    รับผิดชอบต่อค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

  • รายการนี้เป็นเพียงการเสนอราคาที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรอง

ที่นั่งกับสายการบินและโรงแรมที่พักอย่างไรก็ตามรายการนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

  • สตรีมีครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ เพื่อการตรวจสอบขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย สำหรับกระเป๋าเดินทาง

    กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง

การยกเลิก *** กรณีที่ท่านจองและจ่ายค่ามัดจำแล้วมีการยกเลิก (ก่อนเงื่อนไขตามกำหนดวันที่ทำการยกเลิก

ด้านล่าง) บริษัทฯ ขอคิดค่าทำงานท่านละ 1,000.- บาท พร้อมด้วยค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามความเป็นจริง (ถ้ามี) ***

  • ยกเลิกก่อน    31-60      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน    15-30      วันทำการ  เก็บค่ามัดจำทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน 8-14      วันทำการ  เก็บ 50% ของค่าทัวร์ทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อน   1-7       วันทำการ  เก็บ 100% ของค่าทัวร์ทั้งหมด

( หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ยกเว้นเงื่อนไขในการยกเลิกการเดินทางตามกำหนดวันที่ระบุข้างต้น

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ และขอคิดค่าใช้จ่ายในการยกเลิกตามความเป็นจริง

เนื่องจากเป็นช่วง Peak Period  ทางโรงแรม , สายการบิน และบริษัทรถโค้ช ฯลฯ ค่อนข้างแน่น

และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 100%  ซึ่งไม่สามารถทำการยกเลิกได้ )

การโอนเงิน      ผ่านธนาคาร บริษัท เร้นจ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล จำกัด

           ธนาคารกรุงเทพฯ / สาขาโชคชัย 4 / บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 230-0-19191-9

 

 

เมื่อท่านจองทัวร์และชำระค่ามัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในเงื่อนไขและรายละเอียดที่ทางบริษัทแจ้งไว้ทั้งหมด

 

*** บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ อันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง

สภาพดินฟ้าอากาศ การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ โดยการพิจารณาของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ***

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating