8 – 17 เมษายน 2563
วันเดินทาง
การบินไทย (TG)
สายการบิน
เยอรมนี – ออสเตรีย – ฝรั่งเศส – สวิตเซอร์แลนด์ – เนเธอร์แลนด์ – เบลเยี่ยม
ประเทศ

ทัวร์ยุโรป :  7 WONDERFUL VILLAGES IN EUROPE 10 วัน (TG) 

กำหนดการเดินทาง : 8 – 17 เมษายน 2563

ประเทศ : เยอรมนี – ออสเตรีย – ฝรั่งเศส – สวิตเซอร์แลนด์ – เนเธอร์แลนด์ – เบลเยี่ยม

สายการบิน : การบินไทย (TG)

ราคา : 139,800 บาท

นำท่านเยือน 7 หมู่บ้านเล็กๆ ยอดนิยมในยุโรป ที่ท่านไม่ควรพลาด พร้อมเก็บทุกความประทับใจ พักใน ฮัลสตัท หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อันเป็นที่ใฝ่ฝันของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ล่องเรือชมทะเลสาบโคนิกซี มรดกโลกที่ได้รับยกย่องว่ามีน้ำใสและลึกที่สุดในเยอรมนี ชมเมืองเล็กน่ารัก การ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น และ หมู่บ้านอองกีเชม สัมผัสชีวิตที่สงบเรียบง่าย ณ หมู่บ้านกีธูร์น เวนิสแห่งเนเธอร์แลนด์ หมู่บ้านไร้ถนน เพลิดเพลินกับความสดใสของหมู่ดอกไม้นานาชนิด ณ สวนพฤกษชาติเคอร์เคนฮอฟ เยือนแดนมรดกโลก เมืองบรูจส์ เวนิสแห่งเบลเยี่ยม และมนต์เสน่ห์อารยธรรมยุคกลาง

** รายการทัวร์ทางหน้าเว็บไซต์ เป็นการนำเสนอรายการเบื้องต้นเท่านั้น กรุณาติดต่อแผนกเซลล์ เพื่อขอรายการทัวร์ทุกครั้ง

1

วันที่หนึ่งของการเดินทาง

กรุงเทพฯ – มิวนิค

21.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ทางเข้าที่ 4 แถว D เคาน์เตอร์ สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่จากบริษัทเร้นจ์ฯ จะคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อน การเดินทาง

2

วันที่สองของการเดินทาง

มิวนิค – ชมเมือง – หมู่บ้านซังคท์ โวล์ฟกัง ชมเมือง – ฮัลสตัท

00.50 น.  ออกเดินทางสู่ นครมิวนิค ประเทศเยอรมนี โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 924

 

07.05 น. เดินทางถึง สนามบินเมืองมิวนิค (MUNICH) มหานครแห่งแคว้นทางตอนใต้ เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สวยงามมากมาย หลังผ่านพิธีการ ตรวจคนเข้าเมือง และตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว

จากนั้นนำท่าน ชมอาคารบ้านเรือนที่เก่าแก่สวยงามจากยุคสมัยอันรุ่งเรืองของราชวงศ์ WITTELSBACH  บริเวณจัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ (MARIENPLATZ) ซึ่งถือเป็นหัวใจของเขตเมืองเก่า และเป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มชมเมือง ในยุคกลางที่นี่เคยเป็นตลาด แต่ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการจัดงานสำคัญทางวัฒนธรรมต่างๆ ซึ่งมีสิ่งที่น่าชมมากมาย อาทิ Mariensaule รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเสาสูง ศาลาว่าการเมืองใหม่ (Neuse Rathaus) ที่มีจุดเด่นอยู่ที่หอนาฬิกาที่เรียกว่า Glockenspiel มีระฆังและตุ๊กตาซึ่งจะออกมาเต้นระบำ ให้ชมกันในเวลา 11 โมงเช้าในหน้าหนาว และเพิ่มรอบ 5 โมงเย็นอีกหนึ่งรอบในหน้าร้อน และมีโบสถ์แม่พระที่งดงาม (Frauenkirche)  ที่มีโดมเป็นรูปทรงหัวหอมคู่เป็นสัญลักษณ์ อีกทั้งบริเวณย่านนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังเรียงรายอยูมากมายไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Hugo Boss, Chanel, Giorgio Armani เป็นต้น อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านซังคท์ โวล์ฟกัง (ST.WOLFGANG IM SALZKAMMERGUT) (200 กิโลเมตร) เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบโวล์ฟกัง (Wolfgang see) โดยหมู่บ้านนี้ตั้งชื่อตามนักบุญ Wolfgang ซึ่งเป็นชาวเยอรมันโดยกำเนิด และยังเป็น 1 ใน 3 นักบุญที่โดดเด่นในช่วงศตวรรษที่10 อีกด้วย เดินทางถึง หมู่บ้านซังคท์ โวล์ฟกัง นำท่าน เดินเล่นและถ่ายภาพความงดงาม ซึ่งถือว่า เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สวยงาม และโรแมนติคที่สุดเมืองหนึ่งของออสเตรีย อันเป็นสถานที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวทุกครั้งที่มาเยือน จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านฮัลสตัท (HALLSTATT) (35 กิโลเมตร) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวยที่มีอายุเก่าแก่กว่า 4,500 ปี เดินทางถึง หมู่บ้านฮัลสตัท

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก SEEHOTEL GRUNER BAUM : Boutique-Hotel am Hallstättersee
Marktplatz 104, 4830 Hallstatt, Austria. Tel : +43 (0)6134 8263-0. (Confirmed)

https://www.gruenerbaum.cc/

เนื่องจากโรงแรมนี้ได้รับการคอนเฟิร์มเป็นห้องหลายแบบด้วยกัน จึงมีราคาแตกต่างกัน ดังนี้ :

  • Double room facing to the Church จำนวน 6 ห้อง
  • Small Double room facing to the Market จำนวน 1 ห้อง
  • Double room facing to the Lake

– จำนวน 7 ห้อง : เพิ่มอีกท่านละ 2,800 บาท

3

วันที่สามของการเดินทาง

ฮัลสตัทชมเมือง แบร์กเทสการ์เดน – เหมืองเกลือ – ซาลสบวร์ก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม

จากนั้นนำท่าน ชมหมู่บ้านฮัลสตัท หมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบที่มีประชากรอาศัยอยู่ไม่ถึงพันคน มีฉากหลังเป็นภูเขาสูงชัน บ้านเรือนในเมืองนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่แคบๆ ริมทะเลสาบ Hallstatter See จึงต้องสร้างลดหลั่นเป็นชั้นๆ ตามแนวเขาเหมือนกับสวนลอยฟ้า เนื่องจากเขาตั้งสูงชันเหนือผืนน้ำจึงไม่มีที่ราบพอที่จะสร้างถนนให้รถวิ่งได้ มีแต่ทางเดินแคบๆผ่านหน้าบ้านที่เรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ขึ้นไปตามไหล่เขาเท่านั้นดินแดนแถบนี้พบร่องรอยผู้คนที่อาศัยมานานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ราวห้าพันปีก่อนคริสตกาล เพราะที่นี่เป็นแหล่งเกลือขนาดใหญ่ ยุคเหล็กช่วงแรกในทวีปยุโรปในราวปี 800-400 ก่อนคริสตกาลได้ชื่อตามที่นี่ว่า Hallstatt Iron Age สมัยก่อนใช้เกลือในการถนอมอาหาร ฉะนั้นที่ไหนมีเกลือก็เหมือนมีทองในปัจจุบัน ที่ตรงนี้จึงเกิดเป็นชุมชนขึ้นมา

จากนั้นนำท่านเดินทาง โดยรถรางไฟฟ้าสู่ จุดชมวิวแบบพาโนราม่าของเมือง ที่มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมยื่นออกไป เรียกว่า SKYWALK PLATFORM ‘WELTERBEBLICK’ มีความสูง 360 เมตรจากตัวเมือง อิสระให้ท่านถ่ายภาพความงดงามตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองแบร์กเทสการ์เดน (BERCHTESGADEN)  (75 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆน่ารักที่ถูกโอบล้อมโดยเทือกเขาแอลป์ โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติที่งดงามอีกทั้งเป็นเมืองที่ฮิตเลอร์ได้สร้าง “รังนกอินทรี” อันโด่งดังในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันยังมีบังเกอร์ และเครื่องป้องกันหลงเหลือให้ชมอยู่ เดินทางถึง เมืองแบร์กเทสการ์เดน

จากนั้นนำท่าน เข้าชมเหมืองเกลือเก่าเมืองแบร์กเทสการ์เดน (Berchtesgaden Salt Mine) เป็นเหมืองเกลือที่ถูกสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1517 ซึ่งในสมัยอดีต เหมืองเกลือ เป็นสถานที่ต้องห้ามของบุคคลทั่วไป เนื่องจากเกลือมีค่าจนได้ชื่อว่าเป็นทองคำขาว นั่งรถรางลอดอุโมงค์ยาว 700 เมตร ไปยังถ้ำเกลืออันระยิบระยับ และทะเลสาบใต้ภูเขาที่งดงามด้วยแสงเสียง บรรยากาศราวกับอยู่ในเหมืองจริงเมื่อ 500 ปีก่อน ภายใต้อุณหภูมิ 12 องศาเซลเซียส ชื่นชมในความเก่าแก่ของเมืองเกลือโบราณ ซึ่งปัจจุบันยังคงได้รับการบำรุงรักษาเอาไว้เหมือนดังเช่นในอดีตทุกประการ กระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซาลสบวร์ก (SALZBURG) (30 กิโลเมตร) เมืองแห่งมนต์ขลังของเสียงดนตรี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำซาลส์ซาค (Salzach) มีฉากหลังเป็นเทือกเขาแอลป์ คำว่าซาลส์ (Salz) ในภาษาเยอรมันแปลว่า เกลือ ซาลส์บวร์ก แปลตามตัวได้ว่า ปราสาทเกลือ ซึ่งเป็นคำเปรียบเทียบเรือขนเกลือว่าเหมือนเป็นปราสาทเกลือ ดินแดนแถบนี้เป็นแหล่งค้าเกลือเก่าแก่มาแต่โบราณ เกลือทำหน้าที่ถนอมอาหาร ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในแถบเมืองหนาว ฉะนั้นใครมีเกลือจึงเปรียบเสมือนมีทองคำเลยทีเดียว แถวนี้จึงมั่งคั่งร่ำรวยมาตั้งแต่อดีตยุคโรมัน เดินทางถึง เมืองซาลสบวร์ก

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก NH SALZBURG หรือระดับเทียบเท่า

4

วันที่สี่ของการเดินทาง

ซาลสบวร์ก – ทะเลสาบโคนิกซี – การ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น–ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบโคนิกซี (KONIGSSEE LAKE) (30 กิโลเมตร) หรือทะเลสาบกษัตริย์ เป็นทะเลสาบในหุบเขา อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของแคว้นบาวาเรีย

 เพื่อนำท่าน ล่องเรือชมความงามของทิวทัศน์ที่สวยงามจนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก อีกทั้งยังเป็นทะเลสาบที่ถือว่าลึกที่สุด น้ำใสที่สุด และสะอาดที่สุดในเยอรมนี ด้วยเหตุนี้เองจึงอนุญาตให้เฉพาะเรือพาย และเรือที่ใช้ไฟฟ้าเท่านั้นที่สามารถแล่นไปมาในทะเลสาบได้ กระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองการ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น (GARMISCH-PARTENKIRCHEN) (190 กิโลเมตร) เมืองเล็กๆ ที่อยู่ในเทือกเขาแอลป์ ในเขตที่เรียกว่า Wetterstein-Gebirge เป็นเมืองเดียวของเยอรมนีที่ติดอันดับ BEST OF THE ALPS ด้วยตัวเมืองน่ารักที่เต็มไปด้วยภาพวาดบนกําแพงที่ชมได้อย่างไม่รู้เบื่อ อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมือง จนได้เวลาอันสมควร

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ATLAS GRAND HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

5

วันที่ห้าของการเดินทาง

การ์มิช-พาร์เทนไคร์เช่น – ลินเดา – ชมเมือง – เฟรดดริคฮาฟเฟ่น ไฟรบวร์ก – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ เมืองลินเดา (LINDAU) (155 กิโลเมตร) เมืองเก่าสไตล์บาวาเรียน เมืองที่มีลักษณะเป็นเกาะ โดยมีทะเลสาบคอนสแตนซ์โอบล้อมเอาไว้ อีกทั้งฉากหลังของเมืองมีเทือกเขาแอลป์ ทําให้มีทัศนียภาพอันงดงามเป็นอีกหนึ่งเมืองที่สวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของเยอรมนี เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยว ผู้คนที่มีสีสนและมีชีวิตชีวา เดินทางถึง เมืองลินเดา นําท่าน ชมเมืองลินเดา เดินเล่นตามถนนแมกซิมิเลียน ชมบ้านเรือนที่งดงามมากมาย ถ่ายภาพกับศาลาว่าการเมืองเก่า (ALTE RATHAUS)ที่สร้างเสร็จในปีค.ศ. 1436 ที่เป็นตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมในแถบหุบเขาไรน์ของเทือกเขาแอลป์ (Alpine Rhine Valley) ที่ผสมผสานกันระหว่างศิลปะสไตล์กอธิค และเรอเนสซองส์ที่งดงาม จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองเฟรดดริคฮาฟเฟ่น (FRIEDRICHSHAFEN) (25 กิโลเมตร)

เมืองสวยริมทะเลสาบคอนสแตนซ (Lake Constance) หรือทะเลสาบโบเดน (Bodensee) ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับที่สามของยุโรป โดยทะเลสาบตั้งบนความสูงที่ 400 เมตรเหนือระดับนํ้าทะเลปานกลาง มีขนาดประมาณ 539 ตารางกิโลเมตร เป็นจุดบรรจบกันของประเทศเยอรมนี ออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์ เดินทาง ถึง เมืองเฟรดดริคฮาฟเฟ่น

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองไฟรบวร์ก (FREIBURG) (160 กิโลเมตร) เมืองที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในเขตป่าดำ (SUDSCHWARZWALD) อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นบาเดน-เวือร์ทเทมแบร์กใกล้ชายแดนฝรั่งเศสและสวิส นอกจากขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์แบบป่าดำที่สวยงามแล้ว ยังเป็นเมืองที่มีอากาศดีมีแดด และอบอุ่นที่สุดในเยอรมนีอีกด้วย เป็นเมืองเก่าที่ถูกก่อตั้งมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1120 และเป็นหนึ่งในเมืองแห่งตลาดเสรีที่มีชื่อเสียง และมีความเก่าแก่มากแห่งหนึ่งของประเทศ เดินทางถึง เมืองไฟรบวร์ก

นำท่าน ถ่ายภาพความสวยงามของโบสถ์แห่งเมืองไฟรบวร์ก (FREIBURG MUENSTER) เป็นโบสถ์ใหญ่ประจำเมืองที่ใช้เวลาสร้างนานถึง 313 ปี และมีความสูงถึง 116 เมตร โบสถ์นี้รอดพ้นจากการทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งที่ตัวเมืองถูกทำลายลงถึง 90% อิสระให้ท่านถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย จนได้เวลาอันสมควร

จากนั้นนำท่าน ชมถนนที่สวยสุดของเมืองที่เรียกว่า Konviktstrasse เป็นบริเวณที่มีร้านค้ามากมาย มีไม้เลื้อยขึ้นตามบ้าน ทำให้ถนนเส้นนี้น่ารักยิ่งขึ้นไปอีกที่ไม่ควรพลาดชม และถือเป็นไฮไลท์ของเมืองแห่งนี้คือ Bächle หรือรางน้ำเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมถนนเกือบทุกเส้นในเมือง สร้างขึ้นในสมัยยุค กลางเป็นที่ระบายของเสีย ดับไฟ และใช้ป้องกันไม่ให้ไฟลามตอนเกิดไฟไหม้ และให้สัตว์ได้ดื่มกิน ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองและเป็นที่นั่งเล่นของเด็กๆในฤดูร้อน มีเรื่องเล่าว่า ถ้าหากมาเที่ยวแล้วตกลงไปในรางน้ำนี้ จะได้แต่งงานกับคนไฟรบวร์กและตั้งรกรากอยู่ที่นี่!! นำท่าน เดินเล่นชมเมือง และถ่ายภาพความสวยงามตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม NOVOTEL FREIBURG หรือระดับเทียบเท่า

6

วันที่หกของการเดินทาง

ไฟรบวร์ก – หมู่บ้านอองกีเชม – ซูริค – ช้อปปิ้ง – สนามบิน – อัมสเตอร์ดัม

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางเข้าสู่ แคว้นอัลซาส (ALSACE) อีกหนึ่งแคว้นของฝรั่งเศส ที่หลายคนต่างร่ำลือกันว่า เป็นแคว้นที่ยังคงรักษาวัฒนธรรม และประเพณีท้องถิ่นเอาไว้เป็นอย่างดี ดินแดนที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตและความเป็นอยู่แบบเก่า รวมไปถึงเหล่าอาคารบ้านเรือนที่ยังคงเป็นสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ที่มีความสวยงามไม่เปลี่ยนแปลง ลัดเลาะผ่านเมืองเล็กเมืองน้อยที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามตามแบบฉบับอัลซาสแท้ๆ และขึ้นชื่อในการผลิตไวน์จากองุ่นพันธุ์ Riesling (รีสลิ่ง) หนึ่งในสุดยอดองุ่นที่นำมาผลิตไวน์ขาว

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านอองกีเชม (EGUISHEIM) (60 กิโลเมตร) หมู่บ้านที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อีกหนึ่งหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส” รวมทั้งเป็นหนึ่งในเส้นทางการชิมไวน์ทางตะวันออกของประเทศ อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของแคว้นอัลซาสอีกด้วย เดินทางถึง หมู่บ้านอองกีเชม

นำท่านเดินชมความงดงามของ หมู่บ้านอองกีเชม ไปตามถนนก้อนกรวดอันคดเคี้ยวของหมู่บ้าน ตื่นตาไปกับความงดงามของเหล่าอาคารบ้านเรือนที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นยุคกลางไว้เป็นอย่างดี  ชมความเก่าแก่ของอาคารไม้โบราณที่แต่งแต้มด้วยสีสันสีสดใส  และเดินลัดเลาะไปชมหมู่ดอกไม้หลากสีสันที่ออกดอกชูช่อตามระเบียงบ้าน ราวกับจะเชื้อเชิญแขกต่างถิ่นให้เข้าไปชื่นชมความงดงาม และชมลานน้ำพุที่สร้างในแบบเรเนสซองส์ อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่หลายคนอาจบ่นเสียดาย ถ้าหากไม่ได้ไปเยือน ได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย  นำท่านเดินทางสู่ เมืองซูริค (150 กิโลเมตร) เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสวิส และมีแม่น้ำลิมมัตเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุด เมืองซูริคไม่ใช่เมืองหลวงของประเทศ แต่มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นเมืองศูนย์กลางทางธุรกิจ ธนาคาร และวัฒนธรรมของประเทศอีกด้วยเดินทางถึง เมืองซูริค

จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งบริเวณถนน BAHNHOFSTRASSE ย่านช้อปปิ้งที่หรูหราที่สุดในเมืองซูริค และใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ถนนสายนี้ไม่ใช่ถนนสายที่ดีที่สุดในสวิสอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นถนนที่ดีที่สุดในยุโรปด้วย อิสระท่านช้อปปิ้ง เลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย โดยสองฝั่งของถนนจะเต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์ดังมากมาย ทั้งของสวิสเองและจากนานาชาติ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ขนมต่างๆอีกมากมาย บนสองฝั่งถนนจะมีต้นไม้ใหญ่ปลูกไว้ตลอดทางมีความร่มรื่นสามารถเดินช้อปปิ้งได้อย่างสบายใจ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

ค่ำ *** อาหารค่ำอิสระตามอัธยาศัย ภายในบริเวณสนามบิน คืนเงินสดท่านละ 20 ยูโร ***

20.55 น. ออกเดินทางสู่ กรุงอัมสเตอร์ดัม โดย สายการบินสวิสแอร์ เที่ยวบินที่ LX 736

22.30 น. เดินทางถึง กรุงอัมสเตอร์ดัม (AMSTERDAM) เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอัมสเทล (AMSTEL) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเนเธอร์แลนด์ มีประชากรประมาณ 1.5 ล้านคน เป็นเมืองศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของทวีปยุโรป โดยเฉพาะช่วงคริสต์ศตวรรษที่17 ซึ่งเป็นช่วงยุคทองของเนเธอร์แลนด์

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม DOUBLETREE BY HILTON AMSTERDAM CENTRAAL STATION หรือระดับเทียบเท่า

7

วันที่เจ็ดของการเดินทาง

อัมสเตอร์ดัม – หมู่บ้านกีธูร์น – ซานส์ สคันส์ – อัมสเตอร์ดัม – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านกีธูร์น (GIETHOORN VILLAGE) (135 กิโลเมตร) เยือนเวนิสแห่งเนเธอร์แลนด์ หมู่บ้านเล็กๆน่ารักที่ไม่มีถนนแม้แต่สายเดียวในหมู่บ้าน เป็นหมู่บ้าน UNSEEN ในเนเธอร์แลนด์สำหรับคนไทยเนื่องจากยังไม่มีทัวร์ไทยจัดไปมาก จนกระทั่งเดินทางถึง หมู่บ้านกีธูร์น

นำท่าน ล่องเรือชมหมู่บ้านกีธูร์น ท่านจะได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศของเวนิสแห่งเนเธอร์แลนด์ เอกลักษณะของที่นี่คือไม่มีถนนแม้แต่สายเดียวในหมู่บ้าน แต่จะมีลำคลองล้อมรอบ และการคมนาคมทั้งหมดยังใช้การสัญจรทางน้ำ โดยยานพาหนะหลักที่ใช้จะเป็นเรือทั้งแบบเรือพาย และเรือมีเครื่องยนต์ อิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวชมหมู่บ้านตากอากาศอันเงียบสงบแห่งนี้ พร้อมเก็บภาพความประทับใจ จนกระทั่งสมควรแก่เวลา

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงอัมสเตอร์ดัม (20 กิโลเมตร) นำท่าน ชมเมืองอัมสเตอร์ดัม เดินชม จตุรัสดัมสแควร์ (DAM SQUARE) เป็นศูนย์กลางของเมืองที่มีอนุสรณ์สงครามเพื่อรำลึกถึงทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 และอดีตศาลาว่าการเมืองที่หลุยส์ โบนาปาร์ต (LOUISE BONAPARTE) เคยใช้เป็นพระราชวังหลวงในช่วงที่จักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศสเรืองอำนาจ

นำท่านถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์แห่งเสรีภาพ (NATIONAL MONUMENT) เป็นสิ่งก่อสร้างรูปทรงกรวยสีขาว สูงประมาร 70 ฟุต สร้างขึ้นในปี 1956 เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ผู้ที่เสียชีวิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝั่งตรงข้ามอนุสาวรีย์ยังมีอาคารเก่าแก่ที่สวยงามและสำคัญ คือพระราชวังหลวง (KONINKLIJK PALEIS) สร้างขึ้นในปี 1655 เพื่อใช้เป็นที่ว่าการเมือง แต่ต่อมาในปี 1801 หลังจากที่เนเธอร์แลนด์ตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส พระราชวังแห่งนี้กลายเป็นที่ประทับของพระเจ้าหลุยส์ โบนาปาร์ต(LOUISE BONAPARTE) น้องชายนโปเลียน โบนาปาร์ต (NAPOLEON BONAPARTE) จนถึงปี 1810 เมื่อฝรั่งเศสหมดอํานาจลงก็ยังคงใช้เป็นพระราชวังที่ประทับของกษัตริย์เนเธอร์แลนด์ และในปี 1967 สมเด็จพระราชินีนาถจุเลียนาได้ทรงย้ายไปประทับอยู่ที่เมืองเฮก จึงมีการซ่อมแซมพระราชวังแห่งนี้

จากนั้น อิสระช้อปปิ้งที่ ถนนกาลเวอร์สตราท (KALVERSTRAAT) ถนนช้อปปิ้งสายสําคัญของอัมสเตอร์ดัมอยู่ติดกับจตุรัสดัมสแควร์ ซึ่งรายล้อมไปด้วยร้านรวงของ BRAND NAME และสินค้าของที่ระลึกต่างๆ ให้ท่านได้เลือกซื้อหาเป็นของขวัญของฝากอย่างมากมาย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรม DOUBLE TREE BY HILTON AMSTERDAM CENTRAAL STATION หรือระดับเทียบเท่า

8

วันที่แปดของการเดินทาง

อัมสเตอร์ดัม – สวนพฤกษชาติเคอร์เคนฮอฟ – บรูจส์ – ชมเมือง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนพฤกษชาติเคอร์เคนฮอฟ (KEUKENHOF) (40 กิโลเมตร) ชมสวนดอกทิวลิป ซึ่งบานสะพรั่งหลากหลายสีสันตระการตาที่ยาวนับสิบกิโลเมตร ที่ท่านจะประทับใจไปอีกนาน

ให้ท่านได้เดินเล่น และถ่ายรูปคู่กับดอกทิวลิป ที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีในเรือนกระจกภายในสวนพฤกษชาติ นอกจากนี้ยังมีดอกไม้เมืองหนาวแสนสวยงามน่ารัก เช่น ลิลลี่ ไฮเดรนเยีย ไฮยาซินน์ฯลฯอิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับเหล่าพฤกษชาติมากมาย พร้อมเก็บภาพความประทับใจจนเต็มอิ่ม จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบรูจส์ (BRUGES) (235 กิโลเมตร) เมืองที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นเวนิสแห่งตอนเหนือ เป็นเมืองที่เงียบสงบและมีมนต์เสน่ห์ของอารยธรรมในสมัยยุคกลาง จนรับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO นำท่าน ชมเมืองบรูจน์ เมืองหลวงของแคว้นฟลันเดอร์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดเมืองหนึ่ง ของยุโรป ในอดีตบรูจส์เคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญของเบลเยี่ยม  แต่เมื่อเมืองถูกปิดล้อมไม่มีทางออกทะเล จึงเสียความเป็นเมืองท่าให้แก่แอนต์เวิร์ป ซึ่งกลายมาเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของเบลเยี่ยม

นำท่านเยี่ยมชม ย่านใจกลางเมืองเก่า จัตุรัสมาร์ก (THE MARKT) ซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาดค้าขายและที่จัดงานต่างๆของเมืองรวมถึง จตุรัสเบิร์ก (THE BURG) ลานกว้างหน้าบริเวณวังเก่าสไตล์กอธิคซึ่งกลายเป็นศาลาว่าการของเมืองในปัจจุบัน ผ่านชมหอประชุมสงฆ์และถ่ายภาพกับ หอระฆังประจำเมือง (THE BELFRY) ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองบรูจส์ มีความสูงถึง 83 เมตร และบันได 366 ขั้นเพื่อขึ้นสู่ยอดของหอระฆัง

จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม โบสถ์พระโลหิตศักดิ์สิทธิ์ (BASILICA OF THE  HOLY BLOOD) เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิก สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบรูจส์ เป็นที่เก็บพระโลหิตศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซู นำท่านเข้าชมความงดงามและเก่าแก่ของโบสถ์ จนกระทั่งสมควรแก่เวลา

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรม NH BRUGGE หรือระดับเทียบเท่า

9

วันที่เก้าของการเดินทาง

บรูจส์ – บรัสเซลส์ – สนามบิน – กรุงเทพ ฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินกรุงบรัสเซลส์ (BRUSSELS AIRPORT) (110 กิโลเมตร)

13.30 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพ ฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 935

10

วันที่สิบของการเดินทาง

กรุงเทพ ฯ

05.35 น.  เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

 

Tour Reviews

There are no reviews yet.

Leave a Review

Rating