Hiking หรือ ไฮกิ้ง เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยว “Outdoor” โดยการเดินไปตามเส้นทางในธรรมชาติ ที่คนไทยคนไหนก็สามารถเริ่มต้นทำได้ทันที ด้วยเพราะเป็นกิจกรรมที่ใช้การวางแผน เตรียมตัวน้อย และเป็นวิธีที่ดี่ที่สุดแล้วสำหรับการที่จะรับชม พร้อมซึมซับบรรยากาศธรรมชาติอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังสามารถเก็บภาพที่สวยเหนือคำบรรยายไว้เป็นความทรงจำไว้ได้อีกด้วย ทำให้ไฮกิ้งกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศไทยอีกด้วย และนี้คือ เหล่าประเทศที่สวยสุดสำหรับ “Hiking”

 

1.GREENLAND

ประเทศกรีนแลนด์มีพื้นที่เกือบเท่ากับยุโรปตะวันตก แต่มีประชากรภายในประเทศแค่หนึ่งสเตเดียมฟุตบอลเท่านั้น ทำให้ธรรมชาติในที่แห่งนี้ สมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับนักเดินทางที่จะซึมซับตนเองท่ามกลางธรรมชาติเป็นอย่างมาก เพราะทีนี้จะปลุกความรู้สึกความรู้สึกเป็นอิสระในตัวคุณออกมาด้วยอย่างแน่นอน

Hiking Hotspots :

  • South Greenland
  • Arctic Circle Trail
  • Ilulissat Icefjord, North Greenland
  • East Greenland

 

2.NORWAY

มีสถานที่น้อยมากที่จะผสมผสาน ฟยอร์ด และ หุบเขาให้ลงตัวงดงาม ได้อย่างประเทศนอร์เวย์ เพราะ ณ ที่แห่งนี้นักเดินทางจะได้สัมพัสกับบรรยากาศอันเหลือเชื่อดั่งในนิยายเลยทีเดียว

Hiking Hotspots :

  • Segla Mountain, Senja
  • Preikestolen, Ryfyllke
  • Trolltunga, Hardanger
  • Romsdalseggen, Romsdalen

 

3.SWITZERLAND

สวิตเซอร์แลนด์ เทือกเขาแอลป์ คือบรรยากาศที่คนไทยหลาย ๆ คนใฝ่ฝัน ทั้งยังเป็นประเทศที่ดีสำหรับการเดินชมวิว หรือเริ่มต้นเข้าสู่วงการไฮกิ้งอีกด้วย เพราะมีเส้นทางที่วิวสวยจับใจ แต่ะเดินไม่ลำบากอยู่มาก (แบบ ฮาร์ดคอร์ ก็มี) ทำให้เป็นที่ฝึกเริ่มไฮกิ้งสำหรับผู้สนใจมือใหม่ได้เป็นอย่างดี

Hiking Hotspots :

  • Zermatt Gornergrat Riffelsee Trail, Zermatt
  • Oeschinensee, Interlaken
  • Flims
  • Andermatt
  • Staubbach & Trummelbach waterfalls, Lauterbrunnen

 

4.NEW ZEALAND

นิวซีแลนด์เป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องไปให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต และถึงแม้ได้ไปแล้วก็อาจจะทำให้คิดถึงต้องหวนกลับไปอีกครั้ง เพราะภูมิประเทศของประเทศนี้สวยงามเป็นอย่างมาก และบางครั้งต้องไฮกิ้งเท่านั้นถึงจะได้สัมพัสกับเสน่ห์ของประเทศนี้ได้ นั้นรวมถึงทะเลสาบมรกต หาดเงียบสงบ ป่าอุดมสมบูรณ์ และภูเขาสง่า

Hiking Hotspots :

  • Egmont National Park, Egmont
  • Routeburn Track, Queenstown
  • Rakiura Track, Stewart Island
  • Abel Tasman Coast Track, Abel Tasman
  • Whanganui National Park, Taupo Quay

 

5.ICELAND

การท่องเที่ยวไอซ์แลนด์ด้วยการไฮกิ้ง มีความแตกต่างจากการนั่งรถ แวะชมแต่ละจุด เป็นอย่างมาก ด้วยเพราะตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกเดินจนถึงก้าวสุดท้ายนั้น นักเดินทางจะได้เห็นธรรมชาติจากในแฟนตาซีมีชีวิตขึ้นมาเลยทีเดียว ทุกย่างก้าวเหมือนได้สัมพัสกับธรรมชาติในทุกบรรยากาศที่จินตนาการไว้ได้ครบจบในที่เดียว

Hiking Hotspots :

  • Mount Esja, Reyjavik
  • Glymur Waterfall Hike, Hvalfjorour
  • Reykjadalur Trail, Hveragerdi
  • Hvannadalsnukur Summit

 

6.ENGLAND

นักเดินทางที่วางแผนท่องเที่ยวประเทศอังกฤษโดยส่วนใหญ่แล้วมักมองข้าม การไฮกิ้งในประเทศแห่งนี้ ซึ่งอันที่จริงแล้วมีหลายพื้นที่ที่จะทำให้คุณประทับใจ และเอิบอิ่มที่เกิดขึ้นได้เฉพาะจากการไฮกิ้งในอังกฤษเท่านั้น เพราะภูมิประเทศในอังกฤษนอกจากจะสวยงามอย่างมากแล้ว ในหลาย ๆ จุดจะทำให้รู้สึกสงบได้อย่างดีจนเป็นที่แปลกใจเป็นอย่างมากอีกด้วย

Hiking Hotspots :

  • North Downs Way, Dover
  • The Lizard Coastal Walk, Cornwall
  • Hadrian’s Wall
  • Stone Hedge
  • The Thames Path

 

7.CANADA

ประเทศแคนาดา มีเส้นทาง ไฮกิ้ง มากกว่า 1000 ทาง ตั้งแต่ทางที่ง่าย ถึง ระดับ Hardcore แต่ทุกเส้นทางจะทำให้คุณได้ประทับใจกับธรรมชาติอันสวยงามของประเทศแห่งนี้ ซึ่งไฮไลท์ของการไฮกิ้งที่นี้คือ ทะเลสาบ เทือกเขาสูง ป่าฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เป็นต้น

Hiking Hotspots :

  • Bannf National Park, Alberta
  • Skyline Trail, Alberta
  • Algonquin Provincial Park, Ontario
  • Gros Morne National Park, Newfoundland
  • Cape Breton Highlands National Park, Nova Scotia

 

8.SCOTLAND

จากการเดินเบื้องต้น ถึง ระดับโปร มีหลายประเทศที่ยากจะเทียบเท่ากับภูมิประเทศที่เหมือนหลุดออกมาจากนิยายได้เหมือน สก๊อตแลนด์ ที่นี้คุณจะได้เก็บภาพวิวที่เหนือความคาดหมายว่าจะทำได้มากมาย อย่างเหลือเชื่อ

Hiking Hotspots :

  • Beinn a’Chrulaiste, Glen Coe
  • The Old Man of Storr, Isle of Skye
  • Cairngorms National Park, Cairngorm

 

รวบรวม และเรียบเรียงข้อมูล : Reign International Travel

ขอขอบคุณ : bannf_lakelouise, stunningicelandd, tur.evelinn, solventures_photography, quarkexpeditions, ellina_bivol

สนใจท่องเที่ยว กับ Reign International

Click >>> http://bit.ly/ReignTourPackages

ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :

อ้างอิง :

ผู้คนมากมายทั่วโลกต่างหลงไหลไปกับแสงเหนือ (Aurora Borealis, Northern Light)  ครั้งแรกที่ได้เห็นจากในรูปภาพ หรือจากในสารคดี จนวันหนึ่งถึงกับต้องลุกขึ้นมาวางแผนเพื่อไปประสบปรากฏการณ์อันวิเศษนี้ด้วยตนเองเลยทีเดียว  แต่ก่อนที่จะก้าวเท้าออกเดินทางไปนั้น บางท่านต้องพบกับความผิดหวัง เนื่องจากยังขาดข้อมูล และความเข้าใจเกี่ยวกับปรากฎการณ์ดังกล่าว เช่น แสงเหนือคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร ที่ไหนบรรยากาศเหมาะสมกับการถ่ายรูป เป็นต้น ซึ่งตรงจุดนี้เอง ที่เราได้รวบรวมข้อมูล และคำตอบที่ นักเดินทางต่างต้องทราบเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชม และโอกาศที่จะได้เก็บภาพที่สวยงาม และพบกับมหัศจรรย์ของโลก

 

What is Northern Light ?

ข้อมูลจาก “สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)” และ “National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA)” สามารถสรุปได้ว่า แสงเหนือ (Aurora Borealis) เกิดจากการที่อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าจากพระอาทิตย์ (โปรตรอน และอิเล็กตรอน) ได้เดินทางเข้าสู่ขั่วโลกด้วยความเร็วสูง ซึ่งอนุภาคประจุไฟฟ้าที่ได้เดินทางเข้ามาในขั้วโลกนี้จะถูกเร่งความเร็วขึ้นไปอีกด้วยสนามไฟฟ้าขนาดใหญ่ (ที่มีลักษณะเป็นแผ่นเหนือชั้นบรรยากาศโลก) ทำให้เมื่อเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้านั้นเข้าพุ่งชนพร้อมส่งพลังงานให้กับอะตอมต่าง ๆ ของโลก (อย่างออกซีเจน และไนโตรเจน) ส่งผลให้อะตอมเหล่านี้อยู่ในสภาวะพลังงานสูง  และต้องปลดปล่อยพลังงานนั้นออกมาในรูปแบบ แสง เช่น อะตอมออกซิเจนจะปล่อยแสงสีเขียว และสีแดง ในขณะที่ไนโตรเจนปล่อยแสงสีฟ้าและสีแดงเข้ม เป็นต้น ทั้งนี้ปรากฎการณ์แสงเหนือสามารถเกิดขึ้นเหนือพื้นโลกประมาณ 80 – 500 กม.

 

Where & When to Watch Northern Lights

 แน่นอนว่ายิ่งขึ้นขั้วโลกเหนือไปมากเท่าไรก็ยิ่งมีโอกาศได้รับชมแสงเหนือมากขึ้น แต่นั้นไม่ถูกต้องสะทีเดียว เพราะความเป็นจริงแล้วนั้น ปรากฎการณ์แสงเหนือนั้นจะมีโอกาศปรากฎขึ้นตามค่าพายุแม่เหล็ก KP ในพื้นที่ โดยวัดได้จาก 0 – 9 ซึ่งยิ่งขึ้นเหนือ ค่า KP ที่ต้องวัดได้เพื่อให้รับชมแสงเหนือได้ก็น้อยลงไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น เราวัดค่า KP ได้ เท่ากับหรือน้อยกว่า 7 เราก็มีโอกาศที่จะรับชมแสงเหนือ ณ ประเทศอังกฤษได้ แต่หากเราวัดค่า KP ได้ เท่ากับหรือน้อยกว่า 5 เราจะไม่สามารถรับชมแสงเหนือ ในอังกฤษ ได้ แต่สามารถรับชมได้ในนอร์เวย์ ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ นั้นเอง โดยภาพจาก “NOAA” ข้างล่างนี้จะทำให้เข้าใจในคอนเซปต์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

ด้วยเหตุนี้ เมื่อนำมารวมกับบรรยากาศการท่องเที่ยวต่าง ๆ ด้วยแล้ว พื้นที่ที่ดีที่สุดในการรับชมแสงเหนือ จึงได้แก่ ประเทศ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ ฟินแลนด์ สวีเดน อลาสก้า และแคนาดา ทั้งนี้เราได้รวบรวมเมืองที่ดีที่สุดในการรับชมแสงเหนือ ไว้ให้ท่านแล้ว ดังนี้

  • Tromso : ดังที่สุดในนอร์เวย์สำหรับการรับชมแสงเหนือ ภายในเมืองมีโปรแกรมตามล่าแสงเหนือมากมายให้ท่านได้เลือกรับชม
  • Lofoten Islands : ให้คุณได้ชมแสงเหนือบนทัศนียภาพที่เหนือคำบรรยาย
  • Senja : ให้คุณได้ชมแสงเหนือที่งดงามท่ามกลางเทือกเขาอลังการณ์ พร้อมสะท้อนแสงเหนือบนเหล่าฟยอร์ดของนอร์เวย์

ซึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับความมหัศจรรย์ของโลกนี้เริ่มตั้งแต่ ตุลาคม – มีนาคม เลยที่เดียว และนี้คือตัวอย่างปรากฏการณ์แสงเหนือในนอร์เวย์ในช่วงดังกล่าว

 

 

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Global Gemz (@globalgemz) on

 

Northern Lights Forecast

ถึงแม้ว่าดวงจะเป็นส่วนหนึ่งทีสำคัญเป็นอย่างมากในการตามล่าแสงเหนือ แต่การคุ้นเคยกับเทคโนโลยี และอุปกรณ์ในการพยากรณ์ปรากฏการณ์แสงเหนือ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน (รวมถึงแอปพลิเคชันที่ใช้คาดการณ์เมฆ เพราะเมฆหนาจะบดบังแสงเหนือได้)  และนี้คือแอปพลิเคชัน กับเว็บไซต์อัพเดทอย่าง Real – Time บนระบบแผนที่ “Oval Prediction System”  ที่จะเพิ่มโอกาศให้กับคุณได้ออกไปตามล่าเสียเหนือไม่เสียเที่ยว และไม่ผิดหวัง

Space Weather Prediction Center : เว็บไซต์ทางการจาก NOAA ที่พยากรณ์อากาศ และความเป็นไปได้ที่จะได้รับชมแสงเหนือได้ พร้อมรับชม Aural Oval แบบ Real – Time ได้ เพียงแค่กดเพลย์เท่านั้น

Space Weather Live – Websiteเว็บไซต์นี้เปรียบเสมือนไบเบิ้ลสำหรับนักล่าแสงเหนือเลยก็ว่าได้ เพราะเว็บนี้ได้รวบรวมข้อมูลอย่างละเอียดไว้มากกว่า อย่างการแสดงค่า KP เป็นกราฟต่าง ๆ เลยทีเดียว

My Aurora Forecast : แอปพลิเคชั่นที่นักเดินทางโหวตให้ว่ามีออฟชั่นครบที่สุด ซึ่งจุดเด่นรวมไปถึงการแสดงค่า KP จนถึงความสามารถประมาณการโอกาศที่จะได้เจอแสงเหนือเป็น เปอร์เซนต์ ได้ด้วย

Northern Eye Aurora Forecast : ตัวแอปพลิเคชั่นมีการใช้งานเหมือนกับ My Aurora Forecast แต่มีระบบพิเศษขึ้นมาสองระบบ คือ ความสามารถตั้งค่าแจ้งเตือน และการกำหนดเจาะจงพื้นที่ที่เราต้องการตรวจสอบมากกว่าหนึ่งจุดได้

 

How to Photograph Northern Lights

 

Legends of Northern Lights

แน่นอนว่าแสงเหนือได้มีการปรากฏขึ้นมาเป็นเวลานานมากแล้ว ทำให้มีความเชื่อต่าง ๆ มากมายเกี่ยวกับแสงเหนือด้วยเช่นกัน และการท่องเที่ยวที่ดีนั้นควรมีเรื่องเล่าอยู่เสมอเพื่อเพิ่มอรรถรสของการท่องเที่ยวในแต่ละทริปให้มีความคลาสสิก ซึ่งการที่รู้ถึงตำนานของแสงเหนือจะทำให้การรับชมของคุณกับครอบครัว คู่รัก หรือเพื่อน มีความโรแมนติกเป็นอย่างมากเมื่อรับชมร่วมกัน และตำนานเหล่านั้นมีรายละเอียดดังนี้

  • ชาวกรีกโบราณ : ในอดีตคงมีเหตุการณ์ โซลาร์ ครั้งใหญ่ขึ้น ขนาดที่ทำให้ชาวกรีกโบราณสามารถรับชมแสงเหนือได้  กลายเป็นเหตุให้ชาวกรีกเชื่อว่าแสงเหนือนั้นคือ เทพ Aurora ผู้เป็นน้องสาวของ Helios และ Seline (เทพแห่งพระอาทิตย์ และพระจันทร์) เป็นคนออกวิ่งรถลากหลากสีของนางไปบนท้องฟ้าเพื่อแจ้งเตือนพี่ ๆ ของ ตน ถึง “วันใหม่”
  • ชาวญี่ปุ่น : ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าการมีทายาทร่วมกันภายใต้แสงเหนือนั้น จะทำให้ทายาทของตนหน้าตาดี เฉลียวฉลาด และโชคดีเป็นอย่างมาก
  • ชาวจีนโบราณ : แน่นอนว่าการที่ชาวจีนโบราณจะรับชมแสงเหนือได้นั้น ต้องเกิดเหตุการณ์โซลาร์ที่ใหญ่กว่าครั้งชาวกรีกโบราณ ที่มีโอกาศเกิดขึ้นน้อยมาก ๆ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วนั้นชาวจีนโบราณที่พบเห็นต่างก็เชื่อว่า เป็นมังกร และในบางพื้นที่ก็เชื่อว่าแสงเหนือนั้นแสดงถึงการต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่ว
  • ชาวนอรส์ (Norse) : ชาวนอร์ส เชื่อว่าแสงเหนือคือสะพานไบฟรอสต์ (Bifrost Bridge) ที่จะเปิดขึ้นเพื่อนำทางเหล่านักรบในสงครามได้ขึ้นไปพักผ่อนอย่างสุขสบายใน วัลฮาลล่า (Valhalla)
  • ชาวสวีเดน : ชาวสวีเดนเชื่อเสมอว่าการเห็นแสงเหนือเป็นรางดี ที่แจ้งให้ทราบถึงความอุดมสมบูรณ์ในการประมง และการเกษตร

 

รวบรวม และเรียบเรียงข้อมูล : Reign International Travel

ขอขอบคุณ : globalgemz, capturetheatlas

สนใจท่องเที่ยว ประเทศนอร์เวย์  >>> 📞 02-059-0400-3 

สนใจท่องเที่ยวประเทศนอร์เวย์ คลิ๊กชมตัวอย่าง >>> http://bit.ly/2GY4jIr

ท่องเที่ยวตามใจ ไปตามฝัน กับ เร้นจ์ อินเตอร์ฯ ทราเวล “ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง”

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :

อ้างอิง :

หากท่านเป็นนักเดินทางที่รัก และมุ่งหวังที่จะพักผ่อนอย่างเรียบหรู สงบ รื่นรมย์ ท่ามกลางทัศนีย์สภาพบรรยากาศอลังการเหนือความคาดหมายแล้วละก็  “นอร์เวย์”  คือฝันที่คุณตามหาอยู่ ด้วยเพราะ ณ แดนแห่งอาทิตย์เที่ยงคืนแห่งนี้คุณจะได้สัมพัสกับธรรมชาติ อย่าง ฟยอร์ดต่าง ๆ ที่มีหุบเขารายล้อม รวมไปถึงเหล่าธารน้ำแข็ง (Glaciers) ที่ปกคลุมหุบเขาเหล่านั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทำให้นอร์เวย์เป็นประเทศที่งดงาม และมีเอกลักษณ์ที่พิเศษ ขนาดที่ทำให้นักเดินทางที่ได้มาแล้ว ต้องบอกต่อ ๆ กันอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลกิจกรรม และสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณห้ามพลาดเมื่อเดินทางถึงนอร์เวย์ ไว้ให้คุณแล้วดังต่อไปนี้

 

1. เมืองเคอร์คีเนส (Kirkenes) 

WHY : 

เหนือขึ้นไปของประเทศนอร์เวย์ บริเวณชายแดนรัสเซีย คุณจะได้พบกับเมืองเล็ก เคอร์คีเนส (Kierkenes) เมืองหลวงแดนบาร์เร้นท์ (Barents Region) ที่พร้อมจะทำให้ประสบการณ์ของคุณในนอร์เวย์ทั้งสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ และอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารที่เป็นที่โด่งดังในบ้านเรา และเป็นที่โปรดปรานเป็นอย่างมากสำหรับคนชอบทานปู ซึ่งทั้งหมดมีรายละเอียดดังนี้

  • โรงแรมหิมะ เคอร์คีเนส (Kirkenes Snow Hotel) โรงแรมแห่งนี้มีเอกลักษณ์พิเศษอยู่ที่การก่อสร้างของบริเวณโรงแรมหิมะ ที่ต้องมีการก่อสร้างใหม่เสมอในทุก ๆ ปี ก่อให้เกิดสถาปัตยกรรมใหม่ ๆ ในการสร้าง หรือประดิษฐ์ ปติมากรรมน้ำแข็งใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยทั้งหมดนี้โรงแรมได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเพื่อเก็บภาพบรรยากาศได้อีกด้วย
  • ซาฟารีปูยักษ์ (King Crab Safari) สถานที่ห้ามพลาดเป็นอันขาดสำหรับนักท่องเที่ยวตัวจริง เพราะ ณ กิจกรรมนี้คุณจะได้ประสบกับกิจกรรมแบบ All-in-One เลยที่เดียว (จัดโดย Kirkenes Snow Hotel) เริ่มตั้งแต่ การขับขี่สโนว์โมบิล การนั่งรถเลื่อน หรือ “sledge” เพื่อเดินทาง และปิดท้ายด้วยกิจกรรมที่เด็ดสุดคือการจับปูยักษ์ โดยกิจกรรมนี้คุณจะได้เริ่มตั้งแต่การจับ เตรียม ปรุง กิน ซึ่งการจับปูนี้คุณไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดจับไม่ได้ เพราะกิจกรรมนี้จัดอยู่ภายในอาร์กติก ฟยอร์ด ที่อุดมด้วยปูยักษ์ดังกล่าว ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะจับปูไม่ได้ ดังนั้นแล้วสำหรับคนที่ชอบทานปูจริง ๆ ต้องห้ามพลาดกิจกรรมนี้ และห้ามลืมนำน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรพิเศษของตนไปด้วยเป็นอันขาด  แล้วคุณจะได้ลิ้มรองความฟินในการรับประทานปูยักษ์ในแบบของคุณแน่นอน

WHEN :

  • ต้นเดือนธันวาคม – ปลายเมษายน : ในเวลาดังกล่าวนี้เป็นช่วงฤดูหนาวของเมือง และในเวลานี้คุณจะได้ประสบกับทุกกิจกรรมที่คุณวางแผนไว้ได้ครบมากที่สุดได้

 

2.เซนญ่า (Senja)

WHY : 

เซนญ่า เพชรในตม ของนอร์เวย์แห่งนี้ประกอบด้วยหุบเขาสูงชันที่ถลำลึกไกลออกไปจากชายฝั่ง เป็นหนึ่งในทัศนียภาพที่งดงามอย่างมาก เท่านั้นยังไม่พอ สำหรับนักเดินทางที่ชอบเดินเขาด้วยแล้ว ทัศนียภาพพระอาทิตย์เที่ยงคืนเมื่ออยู่บนยอดเขาเซกลานั้นถือเป็นวิวที่สุดเหนือคำบรรยายเลยทีเดียว ทั้งนี้ สถานที่เหล่านี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการไปเก็บบันทึกภาพวิวสวย ๆ เป็นอย่างยิ่ง

  • จุดชมวิวเบอร์สบอทน์ (Bergsbotn Viewpoint) ณ จุดชมวิวท่านจะได้ชมทัศนียภาพของ “Bergsfjord” บริเวณที่เสมือนว่าท้องฟ้าลงมาแตะท้องทะเล ท่ามกลางหุบเขาที่งดงาม บรรยากาศโรแมนติก
  • จุดพัก “Tungeneset” ตั้งอยู่บริเวณจุดแบ่งแยก “Steinsfjord” และ “Ersfjord” จุดพักแห่งนี้ได้ก่อสร้างทางเดิน (Walkway) สถาปัตยกรรมไซบีเรีย เพื่อให้ท่านได้เดินชมทัศนียภาพริมทะเลไปเหนือโขดหินได้ โดย ณ ที่แห่งนี้เป็นจุดเก็บภาพในเวลาพระอาทิตย์ตก ที่งดงามมากที่หนึ่งอีกด้วย
  • หาด “Ersfjordstranda” หาดแห่งนี้ตั้งอยู่ภายใน “Ersfjord” ซึ่งตัวหาดมีเม็ดทรายขาวสวยงาม ล้อมรอบด้วยหุบเขาสูง และเมื่อนำมารวบกับบรรยากาศโรแมนติกของนอร์เวย์ด้วยแล้ว คุณจะรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ในฉากหนังโรแมนติกฉากหนึ่งเลยทีเดียว
  • หอสังเกตุปรากฎการณ์ ออโรล่า บอเรียลลิส (Aurora Borealis Observatory) ณ หอสังเกตุการณ์แสงเหนือแห่งนี้ นักเดินทางจะสามารถชมแสงเหนือ หรือ ออโรล่า บอเรียลลิส ได้พร้อมกับเพื่อน และ ครอบครัวได้อย่างสงบ ภายในโดมแก้ว ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกับชมแสงเหนือท่ามกลางธรรมชาติ แต่ในบรรยากาศสบาย ๆ
  • หุบเขาเซย์กลา (Segla) สถานที่อันพิเศษแห่งนี้เหมาะสำหรับนักเดินเขา เป็นอย่างยิ่ง โดยใช้เวลาประมาณ 3 – 4 ชั่วโมงเพื่อเดินถึงยอดเขา ซึ่งการเดินเขาที่นี้นั้นไม่ถือเป็นการเดินที่ไม่ยากมากนัก แต่ทั้งหมดคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้ชมพระอาทิตย์ตก หรืออาทิตย์เที่ยงคืนเหนือยอดเขาเซย์กลา

WHEN :

  • ต้นเดือนพฤษภาคม ถึง ปลายกรกฎาคม : เป็นช่วงฤดูร้อนที่เหมาะกับการชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่สุด ทั้งนี้บรรยากาศของเซนญ่ายังเหมาะกับกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเดินเขา ปั่นจักรยาน เป็นต้น
  • ปลายกันยายน ถึง ปลายมีนาคม : เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการชมแสงเหนือให้ได้เป็นอย่างมาก เพราะในช่วงเดือนนี้เป็นช่วงโพลาร์ไนท์ (Polar Night) ที่ระยะกลางคืนมีเวลายาวนาน

 

3.หมู่เกาะโลโฟเทน (Lofoten Islands)

WHY : 

ความสวยงามของ โลโฟเทน (Lofoten) เป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ด้วยเพราะเกาะโลโฟเทนนั้นอุดมไปด้วยธรรมชาติสมบูรณ์บนทะเลนอร์วีเจียน (Norwegian Sea) และทัศนียภาพที่ตระการตาของเหล่า ฟยอร์ดกับหุบเขาที่ล้อมรอบไว้อย่างโออ่า ยิ่งกว่านั้นเมื่อรวมความอลังการเหล่านี้กับ แสงเหนือ และอาทิตย์เที่ยงคืนด้วยแล้ว เกาะแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสวรรค์บนดินก็ว่าได้ ทั้งนี้สถานที่ห้ามพลาดในโลโฟเทนมีรายละเอียดดังนี้

  • สโวลวาร์ (Svolvaer) เมืองใหญ่ที่สุดของเกาะโลโฟเทน และตั้งอยู่ทางชายฝั่ง Austvågøy” แห่งนี้ คือจุดเริ่มต้นที่ดีอย่างมากในการท่องเที่ยวโลโฟเทน เพราะแม้บรรยากาศในเมืองจะสงบแล้ว แต่ท่าเรือของเมืองกลับมีสีสัน และมากมายด้วย คาเฟ่ บาร์ หรือภัตตาคาร ที่มีวิวงดงามตระการตาอย่างมาก ทั้งนี้ยังมีบริเวณที่รู้จักกันว่า “Magic Ice” ที่เล่าเรื่องของชีวิตบนเกาะโลโฟเทนผ่านงานปติมากรรมน้ำแข็ง โดยเปิดให้คุณเข้าชมได้ที่ ศูนย์จิตรกรรมนอร์วีเจียน (Norwegian Artist’s Centre)
  • ไรน์ (Reine) หมู่บ้านที่สวยที่สุดในนอร์เวย์แห่งนี้ เป็นที่โปรดปรานสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายรูป และจิตรกรที่รักในการวาดรูปเป็นอย่างมาก ด้วยเมืองนั้นมีวิวฟยอร์ด และภูเขาที่งดงามเหนือคำบรรยาย ทั้งนี้ยังมีจุดชมน้ำวน “Moskenesstrømmen” ที่โด่งดัง และได้เป็นที่กล่าวถึงในประวัติศาสตร์ไว้มากมายอีกด้วย
  • หมู่บ้าน ออร์ (Å) ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ถนนทุกเส้นบนเกาะต้องมาจบที่ หมู่บ้านออร์แห่งนี้ ซึ่งนอกจากจะมีทัศนียภาพ และบรรยากาศที่งดงามแล้ว ที่นี้ยังเป็นจุดที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมงอีกด้วย และที่ห้ามพลาดกว่านั้นคือน้ำสต็อกปลาคอด ที่ “Lofoten Stockfish Museum” สินค้าส่งออกประวัติกว่าพันปี และเป็นที่นิยมใช้ในการปรุงปลาบนเกาะโลโฟเทนด้วย

WHEN :

  • ต้นเดือนพฤษภาคม ถึง ปลายกรกฎาคม : เป็นช่วงฤดูร้อนของเกาะ ที่เหมาะกับการชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่สุด และยังเป็นช่วงที่ทัศนียภาพของเกาะงดงามเหมาะกับการถ่ายรูปที่สุดอีกด้วย
  • ปลายตุลาคม ถึง ปลายมีนาคม : เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการชมแสงเหนือให้ได้เป็นอย่างมาก เพราะในช่วงเดือนนี้เป็นช่วงโพลาร์ไนท์ (Polar Night) ที่ระยะกลางคืนมีเวลายาวนาน

รวบรวม และเรียบเรียงข้อมูล : Reign International Travel

สนใจท่องเที่ยว นอร์เวย์ เคอร์คีเนส โลโฟเทน เซนญ่า >>> 📞 02-059-0400-3 

สนใจท่องเที่ยวนอร์เวย์ คลิ๊กชมตัวอย่าง >>> ทัวร์ยุโรป : NORWAY LOFOTEN-SENJA 10 วัน (TG)

ท่องเที่ยวตามใจ ไปตามฝัน กับ เร้นจ์ อินเตอร์ฯ ทราเวล “ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง”
ทัวร์ยุโรป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :

อ้างอิง

  • Meroona. (2019). Top 10 Most Beautiful Countries in Europe. Retrieved from https://travelaway.me/most-beautiful-countries-europe/
  • Arctic Adventures by the Russian Border. (n.d.). Retrieved from https://www.visitnorway.com/places-to-go/northern-norway/kirkenes-eastern-finnmark/
  • Senja. (n.d.). Retreived from https://www.nasjonaleturistveger.no/en/routes/senja
  • Discover Norway’s untamed islands. (n.d.). Retrieved from https://www.visitnorway.com/places-to-go/northern-norway/the-lofoten-islands/