หากท่านเป็นนักเดินทางที่รัก และมุ่งหวังที่จะพักผ่อนอย่างเรียบหรู สงบ รื่นรมย์ ท่ามกลางทัศนีย์สภาพบรรยากาศอลังการเหนือความคาดหมายแล้วละก็  “นอร์เวย์”  คือฝันที่คุณตามหาอยู่ ด้วยเพราะ ณ แดนแห่งอาทิตย์เที่ยงคืนแห่งนี้คุณจะได้สัมพัสกับธรรมชาติ อย่าง ฟยอร์ดต่าง ๆ ที่มีหุบเขารายล้อม รวมไปถึงเหล่าธารน้ำแข็ง (Glaciers) ที่ปกคลุมหุบเขาเหล่านั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทำให้นอร์เวย์เป็นประเทศที่งดงาม และมีเอกลักษณ์ที่พิเศษ ขนาดที่ทำให้นักเดินทางที่ได้มาแล้ว ต้องบอกต่อ ๆ กันอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลกิจกรรม และสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณห้ามพลาดเมื่อเดินทางถึงนอร์เวย์ ไว้ให้คุณแล้วดังต่อไปนี้

 

1. เมืองเคอร์คีเนส (Kirkenes) 

WHY : 

เหนือขึ้นไปของประเทศนอร์เวย์ บริเวณชายแดนรัสเซีย คุณจะได้พบกับเมืองเล็ก เคอร์คีเนส (Kierkenes) เมืองหลวงแดนบาร์เร้นท์ (Barents Region) ที่พร้อมจะทำให้ประสบการณ์ของคุณในนอร์เวย์ทั้งสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ และอิ่มหนำสำราญไปกับอาหารที่เป็นที่โด่งดังในบ้านเรา และเป็นที่โปรดปรานเป็นอย่างมากสำหรับคนชอบทานปู ซึ่งทั้งหมดมีรายละเอียดดังนี้

  • โรงแรมหิมะ เคอร์คีเนส (Kirkenes Snow Hotel) โรงแรมแห่งนี้มีเอกลักษณ์พิเศษอยู่ที่การก่อสร้างของบริเวณโรงแรมหิมะ ที่ต้องมีการก่อสร้างใหม่เสมอในทุก ๆ ปี ก่อให้เกิดสถาปัตยกรรมใหม่ ๆ ในการสร้าง หรือประดิษฐ์ ปติมากรรมน้ำแข็งใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยทั้งหมดนี้โรงแรมได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเพื่อเก็บภาพบรรยากาศได้อีกด้วย
  • ซาฟารีปูยักษ์ (King Crab Safari) สถานที่ห้ามพลาดเป็นอันขาดสำหรับนักท่องเที่ยวตัวจริง เพราะ ณ กิจกรรมนี้คุณจะได้ประสบกับกิจกรรมแบบ All-in-One เลยที่เดียว (จัดโดย Kirkenes Snow Hotel) เริ่มตั้งแต่ การขับขี่สโนว์โมบิล การนั่งรถเลื่อน หรือ “sledge” เพื่อเดินทาง และปิดท้ายด้วยกิจกรรมที่เด็ดสุดคือการจับปูยักษ์ โดยกิจกรรมนี้คุณจะได้เริ่มตั้งแต่การจับ เตรียม ปรุง กิน ซึ่งการจับปูนี้คุณไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดจับไม่ได้ เพราะกิจกรรมนี้จัดอยู่ภายในอาร์กติก ฟยอร์ด ที่อุดมด้วยปูยักษ์ดังกล่าว ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะจับปูไม่ได้ ดังนั้นแล้วสำหรับคนที่ชอบทานปูจริง ๆ ต้องห้ามพลาดกิจกรรมนี้ และห้ามลืมนำน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรพิเศษของตนไปด้วยเป็นอันขาด  แล้วคุณจะได้ลิ้มรองความฟินในการรับประทานปูยักษ์ในแบบของคุณแน่นอน

WHEN :

  • ต้นเดือนธันวาคม – ปลายเมษายน : ในเวลาดังกล่าวนี้เป็นช่วงฤดูหนาวของเมือง และในเวลานี้คุณจะได้ประสบกับทุกกิจกรรมที่คุณวางแผนไว้ได้ครบมากที่สุดได้

 

2.เซนญ่า (Senja)

WHY : 

เซนญ่า เพชรในตม ของนอร์เวย์แห่งนี้ประกอบด้วยหุบเขาสูงชันที่ถลำลึกไกลออกไปจากชายฝั่ง เป็นหนึ่งในทัศนียภาพที่งดงามอย่างมาก เท่านั้นยังไม่พอ สำหรับนักเดินทางที่ชอบเดินเขาด้วยแล้ว ทัศนียภาพพระอาทิตย์เที่ยงคืนเมื่ออยู่บนยอดเขาเซกลานั้นถือเป็นวิวที่สุดเหนือคำบรรยายเลยทีเดียว ทั้งนี้ สถานที่เหล่านี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการไปเก็บบันทึกภาพวิวสวย ๆ เป็นอย่างยิ่ง

  • จุดชมวิวเบอร์สบอทน์ (Bergsbotn Viewpoint) ณ จุดชมวิวท่านจะได้ชมทัศนียภาพของ “Bergsfjord” บริเวณที่เสมือนว่าท้องฟ้าลงมาแตะท้องทะเล ท่ามกลางหุบเขาที่งดงาม บรรยากาศโรแมนติก
  • จุดพัก “Tungeneset” ตั้งอยู่บริเวณจุดแบ่งแยก “Steinsfjord” และ “Ersfjord” จุดพักแห่งนี้ได้ก่อสร้างทางเดิน (Walkway) สถาปัตยกรรมไซบีเรีย เพื่อให้ท่านได้เดินชมทัศนียภาพริมทะเลไปเหนือโขดหินได้ โดย ณ ที่แห่งนี้เป็นจุดเก็บภาพในเวลาพระอาทิตย์ตก ที่งดงามมากที่หนึ่งอีกด้วย
  • หาด “Ersfjordstranda” หาดแห่งนี้ตั้งอยู่ภายใน “Ersfjord” ซึ่งตัวหาดมีเม็ดทรายขาวสวยงาม ล้อมรอบด้วยหุบเขาสูง และเมื่อนำมารวบกับบรรยากาศโรแมนติกของนอร์เวย์ด้วยแล้ว คุณจะรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ในฉากหนังโรแมนติกฉากหนึ่งเลยทีเดียว
  • หอสังเกตุปรากฎการณ์ ออโรล่า บอเรียลลิส (Aurora Borealis Observatory) ณ หอสังเกตุการณ์แสงเหนือแห่งนี้ นักเดินทางจะสามารถชมแสงเหนือ หรือ ออโรล่า บอเรียลลิส ได้พร้อมกับเพื่อน และ ครอบครัวได้อย่างสงบ ภายในโดมแก้ว ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกับชมแสงเหนือท่ามกลางธรรมชาติ แต่ในบรรยากาศสบาย ๆ
  • หุบเขาเซย์กลา (Segla) สถานที่อันพิเศษแห่งนี้เหมาะสำหรับนักเดินเขา เป็นอย่างยิ่ง โดยใช้เวลาประมาณ 3 – 4 ชั่วโมงเพื่อเดินถึงยอดเขา ซึ่งการเดินเขาที่นี้นั้นไม่ถือเป็นการเดินที่ไม่ยากมากนัก แต่ทั้งหมดคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้ชมพระอาทิตย์ตก หรืออาทิตย์เที่ยงคืนเหนือยอดเขาเซย์กลา

WHEN :

  • ต้นเดือนพฤษภาคม ถึง ปลายกรกฎาคม : เป็นช่วงฤดูร้อนที่เหมาะกับการชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่สุด ทั้งนี้บรรยากาศของเซนญ่ายังเหมาะกับกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเดินเขา ปั่นจักรยาน เป็นต้น
  • ปลายกันยายน ถึง ปลายมีนาคม : เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการชมแสงเหนือให้ได้เป็นอย่างมาก เพราะในช่วงเดือนนี้เป็นช่วงโพลาร์ไนท์ (Polar Night) ที่ระยะกลางคืนมีเวลายาวนาน

 

3.หมู่เกาะโลโฟเทน (Lofoten Islands)

WHY : 

ความสวยงามของ โลโฟเทน (Lofoten) เป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ด้วยเพราะเกาะโลโฟเทนนั้นอุดมไปด้วยธรรมชาติสมบูรณ์บนทะเลนอร์วีเจียน (Norwegian Sea) และทัศนียภาพที่ตระการตาของเหล่า ฟยอร์ดกับหุบเขาที่ล้อมรอบไว้อย่างโออ่า ยิ่งกว่านั้นเมื่อรวมความอลังการเหล่านี้กับ แสงเหนือ และอาทิตย์เที่ยงคืนด้วยแล้ว เกาะแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสวรรค์บนดินก็ว่าได้ ทั้งนี้สถานที่ห้ามพลาดในโลโฟเทนมีรายละเอียดดังนี้

  • สโวลวาร์ (Svolvaer) เมืองใหญ่ที่สุดของเกาะโลโฟเทน และตั้งอยู่ทางชายฝั่ง Austvågøy” แห่งนี้ คือจุดเริ่มต้นที่ดีอย่างมากในการท่องเที่ยวโลโฟเทน เพราะแม้บรรยากาศในเมืองจะสงบแล้ว แต่ท่าเรือของเมืองกลับมีสีสัน และมากมายด้วย คาเฟ่ บาร์ หรือภัตตาคาร ที่มีวิวงดงามตระการตาอย่างมาก ทั้งนี้ยังมีบริเวณที่รู้จักกันว่า “Magic Ice” ที่เล่าเรื่องของชีวิตบนเกาะโลโฟเทนผ่านงานปติมากรรมน้ำแข็ง โดยเปิดให้คุณเข้าชมได้ที่ ศูนย์จิตรกรรมนอร์วีเจียน (Norwegian Artist’s Centre)
  • ไรน์ (Reine) หมู่บ้านที่สวยที่สุดในนอร์เวย์แห่งนี้ เป็นที่โปรดปรานสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายรูป และจิตรกรที่รักในการวาดรูปเป็นอย่างมาก ด้วยเมืองนั้นมีวิวฟยอร์ด และภูเขาที่งดงามเหนือคำบรรยาย ทั้งนี้ยังมีจุดชมน้ำวน “Moskenesstrømmen” ที่โด่งดัง และได้เป็นที่กล่าวถึงในประวัติศาสตร์ไว้มากมายอีกด้วย
  • หมู่บ้าน ออร์ (Å) ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ถนนทุกเส้นบนเกาะต้องมาจบที่ หมู่บ้านออร์แห่งนี้ ซึ่งนอกจากจะมีทัศนียภาพ และบรรยากาศที่งดงามแล้ว ที่นี้ยังเป็นจุดที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมงอีกด้วย และที่ห้ามพลาดกว่านั้นคือน้ำสต็อกปลาคอด ที่ “Lofoten Stockfish Museum” สินค้าส่งออกประวัติกว่าพันปี และเป็นที่นิยมใช้ในการปรุงปลาบนเกาะโลโฟเทนด้วย

WHEN :

  • ต้นเดือนพฤษภาคม ถึง ปลายกรกฎาคม : เป็นช่วงฤดูร้อนของเกาะ ที่เหมาะกับการชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่สุด และยังเป็นช่วงที่ทัศนียภาพของเกาะงดงามเหมาะกับการถ่ายรูปที่สุดอีกด้วย
  • ปลายตุลาคม ถึง ปลายมีนาคม : เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการชมแสงเหนือให้ได้เป็นอย่างมาก เพราะในช่วงเดือนนี้เป็นช่วงโพลาร์ไนท์ (Polar Night) ที่ระยะกลางคืนมีเวลายาวนาน

รวบรวม และเรียบเรียงข้อมูล : Reign International Travel

สนใจท่องเที่ยว นอร์เวย์ เคอร์คีเนส โลโฟเทน เซนญ่า >>> 📞 02-059-0400-3 

สนใจท่องเที่ยวนอร์เวย์ คลิ๊กชมตัวอย่าง >>> ทัวร์ยุโรป : NORWAY LOFOTEN-SENJA 10 วัน (TG)

ท่องเที่ยวตามใจ ไปตามฝัน กับ เร้นจ์ อินเตอร์ฯ ทราเวล “ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง”
ทัวร์ยุโรป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :

อ้างอิง

  • Meroona. (2019). Top 10 Most Beautiful Countries in Europe. Retrieved from https://travelaway.me/most-beautiful-countries-europe/
  • Arctic Adventures by the Russian Border. (n.d.). Retrieved from https://www.visitnorway.com/places-to-go/northern-norway/kirkenes-eastern-finnmark/
  • Senja. (n.d.). Retreived from https://www.nasjonaleturistveger.no/en/routes/senja
  • Discover Norway’s untamed islands. (n.d.). Retrieved from https://www.visitnorway.com/places-to-go/northern-norway/the-lofoten-islands/

หากคุณเป็นนักเดินทางที่ชอบการเดินทางชมเมืองเก่า ๆ บรรยากาศคลาสสิก แล้วละก็ คุณห้ามพลาดเป็นอันขาดกับเมืองวิสบี้ (Visby) แห่งนี้ เพราะเมืองแห่งนี้เป็นเมืองยุคกลางที่มีสภาพสมบูรณ์มากที่สุดในแถบสแกนดิเนเวีย และเป็นเมืองหลวงของเกาะก๊อตแลนด์  ที่ซึ่งธรรมชาติของเมือง ถนน กระท่อม  ร้านค้า และ วิหารโกธิค (Gothic) ต่าง ๆ ของเมืองนั้นมีความงดงามผสมผสานกันไว้อย่างลงตัว ทำให้ความงามของเมืองเสมือนกับถูกดึงออกมาจากหนังสือนิยายที่เราเคยอ่าน และในปัจจุบันความงามนี้ยังส่งผลให้นักเดินทางเข้ามาเที่ยวคอสเพลย์ สวมชุดยุคกลางต่าง ๆ รวมถึงชุดอัศวิน เพื่อซึมซับบรรยากาศให้สมจริงขณะที่เดินชมเมือง หรือนั่งรับประทานอาหารในภัตตาคาร รวมถึงการเข้าร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ ของเมืองอีกด้วย โดยการเยี่ยมชมเมืองอย่างครบรสนั้นต้องไปให้เห็นกับตาในสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในเมืองวิสบี้ และบนเกาะก๊อตแลนด์ดังนี้

 

1.เมืองฮันเซียติกแห่งวิสบี้ (Hanseatic Town of Visby)

เมืองฮันเซียติกแห่งวิสบี้

เมื่อเดินทางมาถึงเมืองหลวงของเกาะก๊อตแลนด์แห่งนี้ แน่นอนว่าต้องมาเยี่ยมชมเขตที่สวยงามที่สุดของเมือง นั้นคือเขตเมืองฮันเซียติก สถานที่เคยเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของกลุ่มพันธมิตรฮันเซียติก (พันธมิตรสมาคมพ่อค้า และเมืองการค้าในยุโรปเหนือ และยุโรปกลาง) ด้วยเหตุนี้เมื่องแห่งนี้จึงมีกำแพงโบราณล้อมรอบ ซากปราสาท ถนน และอาคารสถาปัตยกรรมยุคกลางที่ยังคงสภาพสมบูรณ์งดงาม จนเมืองแห่งนี้ได้ถูกบันทึกขึ้นเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี 1995 ซึ่งภายในเมืองเองยังมีจัตุรัสคลาสสิก อย่าง จัตุรัส “Stora Torget” ที่รอบล้อมด้วยอาคาร ร้านค้า และร้านอาหารเก่าแก่ ที่ครึกครื้น และแฝงความมีเสน่ห์ไว้มากมายให้นักเดินทางได้หลงใหลเมืองแห่งนี้อีกด้วย

 

2.วิหารซังค์ตา มาเรีย เกิรก์ก้า แห่งวิสบี้ (Visby Sankta Maria Kyrka)

วิหารซังค์ตา มาเรีย เกิรก์ก้า

การเยี่ยมชมวิหาร หรือโบสถ์ ซังค์ตา มาเรีย เกิร์กก้า แห่งนี้ จะทำให้นักเดินทางเข้าใจถึงความเชื่อของคนในยุคกลางเป็นอย่างมาก เพราะตัวโบสถ์แห่งนี้มีความสมบูรณ์ของสถาปัยกรรมที่ถูกก่อสร้างโดยชุมชนชาวเยอรมันในเวลานั้น ซึ่งตัวโบสถ์ได้มีการต่อเติมทั้งในช่วงปี 1200 และในต้นปี 1400 และทัศนียภาพที่สวยงามของโบสถ์นั้นมักถูกถ่ายเก็บไว้จากมุมหลังเป็นอย่างมาก

 

3.กำแพงเมืองวิสบี้ (Visby City Wall)

กำแพงเมืองวิสบี้

สถาปัตยกรรมอีกแห่งที่ห้ามพลาดไปถ่ายรูปคู่ด้วยอีกแห่ง คือกำแพงเมืองวิสบี้ ที่รอบล้อม และปกป้องเมืองหลวงแห่งนี้ไว้มาหลายร้อยปี ซึ่งตัวกำแพงนั้นมีความสวยงาม แข็งแกร่ง ตั้งสง่าเป็นแนวยาวรอบเมือง และมีความสมบูรณ์จากการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ทั้งนี้ตัวกำแพงยังมีการต่อเติมที่สำคัญในช่วงปี 1800 เพิ่อให้เหมาะสมกับการติดตั้งปืนใหญ่อีกด้วย โดยตัวกำแพงเองมีหลายจุดให้เดินชมมากมาย รวมถึงจุดที่แสดงถึงสถาปัตยกรรม และทัศนียภาพที่ตระการตาของกำแพงอีกด้วย

 

4.หมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ จยับวิค  (Old Fishing Village Djupvik)

หมู่บ้านชาวประมงจยับวิค ในบรรยากาสเงียบสงบ

ห่างออกจากเมืองวิสบี้ไปรอบ ๆ เกาะ คือหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ อย่างหมู่บ้านจยับวิค (Djupvik) ซึ่งเป็นเมืองที่เหมาะกับนักเดินทางที่เบื่อหน่ายความวุ่นวายในเมือง และกำลังมองหาความเงียบสงบ เป็นอย่างมาก เพราะหมู่บ้านแห่งนี้จะทำให้ผู้มาเยือนได้รู้สึกผ่อนคลายไปเรื่อย ๆ กับทัศนียภาพ และบรรยากาศคลาสสิกอันสงบจนทำให้คุณลืมความวุ่นวาย  และชำระล้างความเครียดของคุณไปได้อย่างสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้หมู่บ้านเหล่านี้จึงมีความโด่งดังเป็นอย่างมากในหมู่นักเดินทางนานาชาติที่กำลังมองหาสถานที่ ที่เงียบสงบ เพื่อหนีจากชีวิตในเมืองเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามนักเดินทางยังสามารถเข้านั่งในภัตตาคารของหมู่บ้านได้ เพื่อนั่งดื่มด่ำไปกับธรรมชาติของหมู่บ้าน พร้อมนั่งจิบไวน์ไปด้วยได้ ดังนั้นแล้วหากนักเดินทางท่านใดได้ไปเยือนวิสบี้เมื่อไรก็ไม่ควรพลาดหมู่บ้านเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

 

5.หินดึกดำบรรพ์ (FOLHAMMAR)

หินดึกดำบรรพ์ (Folhammar)

เมื่อมายังวิสบี้ ทัศนียภาพของหินดึกดำบรรพ์ “Folhammar” ที่เรียงรายอยู่ทางตะวันออกของเกาะก๊อตแลนด์ เป็นอีกอย่างที่นักเดินทางต้องไปสัมพัสด้วยตนเองให้ได้เช่นกัน ซึ่งหินเหล่านี้ตั้งเรียงรายอยู่ในเขตสงวนธรรมชาติที่บรรยากาศเหมาะกับการปิกนิค และการเดินไปตามชายหาดที่หินเหล่านี้เรียงรายอยู่นั้นเอง ทั้งนี้หินดึกดำบรรพ์เหล่านี้เป็นหินปูนตั้งเป็นแท่น และกักเก็บฟอสซิลไว้ข้างในอีกด้วย ทำให้สถานที่แห่งนี้เหมาะกับการถ่ายรูปเป็นอย่างยิ่ง แค่ได้คิดว่าจะได้เดินริมชายหาด ถ่ายรูปไปด้วยกับทัศนียภาพที่ตระการตาของเหล่าหินพวกนี้ ก็ทำให้รู้สึกได้แล้วว่าภาพที่ออกมานั้นจะต้องมีความงดงามมากอย่างแน่นอน

 

6.โรงแรม แคร์เรียน วิสบี้ (Clarion Wisby Hotel)

โรงแรม “Clarion Wisby”

การท่องเที่ยวในแต่ละครั้งก็ต้องมีที่พักที่เราสามารถเข้าพักผ่อนได้อย่างสบายใจ และเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างสะดวก เหมือนกับ โรงแรม แคร์เรียน วิสบี้ (Clarion Wisby Hotel) แห่งนี้ ที่ตั้งอยู่กลางใจเมืองวิสบี้ ซึ่งโรงแรมแห่งนี้เป็นที่พักแบบ “Full – Service” ที่มีห้องพักมากกว่า 200 ห้อง และยังเป็นโรงแรมที่มีสถาปัตยกรรมช่วงปี 1200 ทำให้ตัวโรงแรมมีความกลมกลืนกับตัวเมือง และมีความโรแมนติกในตัวของมันเอง นอกจากนี้ห้องสูท (Suites) ยังมีความหรูหรา สะดวกสบาย รวมไปถึงภัตตาคารที่เสริฟอาหาร และเครื่องดื่มหลากหลาย ยิ่งกว่านั้นยังมี สปา แบบยุคกลาง “Selma City Spa” ให้พักผ่อนจากการชมเมืองทั้งวันอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมที่เป็นที่แนะนำอย่างมากในหมู่นักเดินทาง และ ชาวเมืองนั้นเอง

 

รวบรวม และเรียบเรียงข้อมูล : Reign International Travel
สนใจท่องเที่ยวสวีเดน คลิ๊ก >>> ทัวร์ยุโรป : CROWN OF SWEDEN 10 วัน (TG)

ท่องเที่ยวตามใจ ไปตามฝัน กับ เร้นจ์ อินเตอร์ฯ ทราเวล “ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง”
ทัวร์ยุโรป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :

อ้างอิง :

  •  Visby is a medieval delight. (n.d.). Retrieved from https://www.lonelyplanet.com/sweden/gotland/visby
  • Hanseatic Town of Visby. (n.d.) Retrieved from https://gotland.com/en/products/185105/149/
  • Hanseatic League. (n.d.). Retrieved from https://en.wikipedia.org/wiki/Hanseatic_League
  • Visby Cathedral. (n.d.). Retrieved from https://travelguide.michelin.com/europe/sweden/gotland-county/visby/cathedral
  • Visby City Wall. (n.d.). Retrieved from https://en.wikipedia.org/wiki/Visby_City_Wall
  • Wogan, J. (2018). A Guide to Gotland, a Rural Paradise off the Swedish Coast. Retrieved from https://www.nytimes.com/2018/03/12/t-magazine/travel/gotland-sweden-guide.html
  • Folhammar. (n.d.). Retrieved from https://sweden.nordicvisitor.com/travel-deals/self-drive-tours/gotland-in-a-holiday-cottage/122/#folhammar
  • Clarion Hotel® Wisby. (n.d.). Retrieved from https://www.nordicchoicehotels.com/hotels/sweden/visby/clarion-hotel-wisby/

เมื่อหลายศตวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่ตอนที่จิตรกรชื่อดัง อ็องรี มาติส (Henri Matisse) ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรงานจิตรกรรมจากความสวยงามของเกาะคอร์ซิก้าแห่งนี้ ตัวเกาะก็ได้เปลี่ยนผันตัวเองเป็นที่พักผ่อนที่มีระดับ และหรูหราเป็นอย่างมากมาหลายศตวรรษสำหรับนักเดินทาง เพราะนักเดินทางผู้ใดที่ได้มาเยือนเกาะแห่งนี้จะได้พักผ่อนไปกับน้ำทะเลใส หาดทรายขาว ภูเขาเขียวขจี และบรรยากาศคลาสสิคของหมู่บ้าน หรือชาเล่ต์ (Chalets) ต่าง ๆ บนเกาะ นอกเหนือจากนี้นักเดินทางยังสามารถเข้าถึงโรงแรมชั้นนำ ภัตตารคารระดับ Michelin ได้อย่างง่ายดาย  แต่แน่นอนว่าบนเกาะนั้นยังมีสถานที่หลายแห่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมากให้ได้เดินชมเพื่อซึมซับความหรูหราตลอดการเดินทางด้วยเช่นกัน

1.เมืองป้อมโบราณ โบนิฟาซิโอ (Bonifacio)

เมืองป้อมโบราณริมผา “Bonifacio”

เมืองป้อมโบราณ โบนิฟาซิโอ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่นักเดินทางต้องมาที่นี้สักครั้งเมื่อมาเกาะคอร์ซิก้า เพราะความสวยงามของเมืองไม่สามารถบรรยายได้ด้วยคำพูดได้ชัดเจนมากนัก เพราะการมาที่แห่งนี้นั้นรวมถึงการได้เข้าชมทัศนียภาพของเมืองที่ตั้งเป็นแนวยาวอยู่บนริมผา พร้อมสัมพัสถึงบรรยากาศโรแมนติกของเมือง ขณะที่เดินไปตามตรอกซอกซอยของถนน “Rue des Deux Empereurs” ที่ล้อมรอบไปด้วยบ้านยุคกลางสีพาสเทล ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นเมืองแห่งนี้มีไว้ให้นักเดินทางทุกท่านแล้ว

 

2. เมืองท่า ปอร์โต – เวจจิโอ้ (Porto-Veggio)

เมืองท่า “Porto-Veggio”

หลังจากที่ได้ดื่มด่ำไปกับความคลาสสิคของ โบนิฟาซิโอ แล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปแวะพักผ่อนย่อนใจได้ที่เมืองท่า “Porto – Veggio” แห่งนี้ เพราะเมืองแห่งนี้เป็นเมืองท่าที่งดงามอุดมด้วยธรรชาติ ทำให้บรรยากาศร่มรื่น เหมาะกับการพักผ่อน จิบไวน์ชั้นเลิศเป็นอย่างมาก ซึ่งตัวเมืองเองมีเขตเมืองเก่าที่ขึ้นชื่อในเรื่องของอาหาร คาเฟ่ กลางจัตรัสของเมือง หรือจะเลือกเข้าภัตตาคารหรูของโรงแรมริมทะเลก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

 

3. เมืองหลวง อาจักชิโอ (Ajaccio)

เมืองหลวงของเกาะคอร์ซิก้าแห่งนี้มีประวัติที่ยาวนาน รวมทั้งเมืองยังอบอวลด้วยความคลาสสิกของเมืองเก่าที่กักเก็บประวัติศาสตร์อันสำคัญไว้มากมาย ซึ่งเมืองแห่งนี้มีหลายสถานที่ให้เดินมากมายจนอาจจะทำให้หลงได้ แต่นักเดินทางที่มาเมืองนี้จะพลาดไม่ได้เป็นอันขาดกับสถานที่ต่อไปนี้

3.1 บ้านเกิดจักรพรรดิ์นโปเลียนที่ 1 “Maison Bonaparte”

“Musée de la maison Bonaparte à Ajaccio”

ด้วยจักรพรรดิ์ นโปเลียน โบนาปาร์ต ได้ประสูติในเมือง อาจักซิโอ ในปี 1769 กับครอบครัวเชื้อสายขุนนางทัสคัน ทำให้ทุกวันนี้เมื่อเราเดินไปในถนนสายเล็กของเมืองเราอาจจะได้เจอกับบ้านเกิดของที่จักรพรรดิ์ฯ ก็เป็นได้ ซึ่งแน่นอนว่าปัจจุบันบ้านหลังนี้ได้กลายเป็นเป็นพิพิธภัณฑ์แบบเปิดไปแล้ว ชื่อว่า “Musée de la maison Bonaparte à Ajaccio” เพื่อให้นักเดินทางได้เข้าชมถึงความเป็นอยู่ของท่านในสมัยนั้น และเข้าถึงความเป็นอยู่ของท่านในวัยเด็ก

3.2 จัตุรัส “Place Foch”

รูปปั้นจักรพรรดิ์ นโปเลียน ที่ 1

ก่อนจะจบทริปภายในเมืองแห่งนี้ นักเดินทางควรแวะพักผ่อนที่จัตุรัสอันงดงาม “Place Foch” ก่อนกลับ เพราะที่แห่งนี้นอกจากจะมีน้ำพุหินแกรนิตที่งดงาม และรูปปั้นหินอ่อนของจักรพรรดิ์นโปเลียนในชุดคลุมโรมัน พร้อมสิงโต 4 ตัวทรงสง่าล้อมรอบไว้ 4 ทิศ สำหรับถ่ายรูปแล้ว ตัวจัตุรัสแห่งนี้ยังมีร้านค้าพื้นเมือง ภัตตาคาร คาเฟ่ ที่มีทั้ง แยม ชีส และไวน์ให้นักเดินทางได้ลิ้มลองมากมายหลายแบบอีกด้วย

รวบรวม และเรียบเรียงข้อมูล : Reign International Travel
สนใจท่องเที่ยวฝรั่งเศส คลิ๊ก >>> ทัวร์ยุโรป : ฝรั่งเศส (โบนิฟาซิโอ – อาจักชิโอ – มาร์กเซย – ปารีส)

ท่องเที่ยวตามใจ ไปตามฝัน กับ เร้นจ์ อินเตอร์ฯ ทราเวล “ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง”
ทัวร์ยุโรป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :

อ้างอิง :

  • Travel Guide to Corsica. (n.d.). Retrieved from https://www.cntraveller.com/article/travel-guide-corsica
  • Mcmullen, M. R. (n.d.). Henri Matisse. Retrieved from https://www.britannica.com/biography/Henri-Matisse
  • Welcome to Bonifacio. (n.d.).  Retrieved from https://www.lonelyplanet.com/france/corsica/bonifacio
  • Maison Bonaparte. (n.d.). Retrieved from https://www.atlasobscura.com/places/maison-bonaparte

 

 

 

          คิตส์บูเอล (Kitzbühel) เมืองรีสอร์ตอันดับต้น ๆ ของโลกแห่งนี้ตั้งอยู่ในแคว้นทิโรลที่มีทัศนียภาพสวยงามล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอล์ป ทำให้บรรยากาศของเมืองหรูหา และมากด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในฤดูร้อน และฤดูหนาว นอกจากนี้ตัวเมืองเองมีความเก่าแก่ พร้อมที่จะทำให้การเดินทางไปทุกครั้งเป็นการเดินทางที่คลาสสิก ด้วยเพราะตั้งแต่จักรพรรดิ ฟรานส์ โยเซฟ ได้คลี่คลายปัญหารัฐธรรมนูญที่ซับซ้อน และประสบความสำเร็จในการก่อสร้างรางรถไฟ ซัลส์เบิร์ก – ทิโรล แล้วเสร็จในปี 1875 ตัวเมืองนั้นก็มีการก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านการค้า และอุตสาหกรรม แต่ที่เปลี่ยนโฉมเมืองแห่งนี้ไปโดยสิ้นเชิงนั้นเริ่มขึ้นเมื่อใน ปี 1894 เมืองคิตส์บูเอลแห่งนี้ได้จัดการแข่งขันสกีครั้งแรกนั้นเอง ซึ่งการแข่งนี้เองที่เป็นก้าวแรกสู่ความรุ่งโรจน์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไม่เพียงเท่านี้ เมืองแห่งนี้นั้นมีประวัติไม่เคยได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2 จนหลาย ๆ คนเชื่อว่าเมืองแห่งนี้เป็นเมืองแห่งโชคลาภอีกด้วย

          อย่างไรก็ตามเพื่อซึมซับ และเข้าถึงความคลาสสิกของเมือง นักเดินทางต้องหาโอกาสมาทั้งใน ฤดูหนาว และ ฤดูร้อน ให้ได้ เพราะบรรยากาศ ทัศนียภาพ และกิจกรรมในแต่ฤดูนั้นแตกต่างกัน อย่างเห็นได้ชัด ดังที่จะยกเป็นตัวอย่างต่อไปนี้

1. Winter Kitzbühel

ในช่วงฤดูหนาว เมืองแห่งเป็นเมืองที่นักเดินทาง และนักสกีทั่วโลกใฝ่ฝันถึงทั้งสถานที่บรรยากาศหรูหรา และ กิจกรรมน่าตื่นเต้นที่หลากหลาย ต่อไปนี้

 

1.1 ซาฟารีสกี (Ski Safari)

ซาฟารีสกี ณ คิตส์บูเอล

          ด้วยสถาปัตยกรรม โครงสร้างมาตรฐาน ระบบขนส่งที่สะดวกสบาย และความหลากหลายในกิจกรรม ทำให้คิตส์บูเอลสกีรีสอร์ตแห่งนี้ได้รรับรางวัล สกีรีสอร์ตยอดเยี่ยมของโลกในปี 2015 (World’s Best Ski Resort 2015) ทั้งนี้สถานที่แห่งนี้ยังชนะรางวัลลักษณะนี้ติดต่อกัน 5 ครั้งซ้อนภายในประเทศออสเตรีย อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังมีการลงทุนโดย Kitzski เพื่อก่อสร้างโครงสร้างอื่น ๆ หรือ ซ่อมแซมลิฟท์ และเคเบิ้ลคาร์ อย่างต่อเนื่อง และเมื่อประกอบกับประวัติการสกีมากกว่า 125 ปี สถานที่แห่งนี้จึงเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก และเปรียบเสมือนเมืองในตำนานบนเทือกเขาแอลป์เลยทีเดียว

 

1.2 ฮาเนนคาม (Hahnenkamm)

สกีฮัทบนฮาเนนคาม

            ฮาเนนคาม ยอดเขาสูง 1,712 เมตร เหนือเมืองคิตส์บูเอล มีบรรยากาศที่สดใส และอากาศเทือกเขาที่สะอาด ทั้งยังเป็นจุดที่เหมาะกับการเดินชมทัศนียภาพเทือกเขาที่งดงามเป็นอย่างมาก โดยการเดินทางไปนั้นสามารถเดินทางโดยนั่งแชร์ลิฟท์ และคาร์เคเบิ้ลขึ้นไปได้อย่างง่ายได้ และที่แห่งนี้ยังโด่งดังเป็นอย่างมากสำหรับนักเดินเขาในช่วงฤดูร้อนอีกด้วย

 

1.3 สกีฮัท (Ski Huts)

บรรยากาศกระท่อมสกี (Ski Huts)

            อาหารเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเดินทางทุกท่าน เพราะอย่างนั้นชาวคิตส์บูเอลเองจึงให้ความสำคัญกับอาหารเป็นอย่างมากเช่นกัน จะเห็นได้จากพื้นที่โดยรอบซาฟารีสกีนั้นประกอบด้วยกระท่อมสกี (Ski Huts) บนเทือกเขาแห่งนี้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้คุณได้พักผ่อนจากกิจกรรมต่าง ๆ  ซึ่งคุณสามารถเลือกรับประทานอาหารพื้นเมือง หรือ Gault & Millau อาหารรางวัลดีเด่น หรือก๋วยเตี๋ยว Krautfleckerl พร้อมกับซึมซับทัศนียภาพที่ตระการตารอบ ๆ ซึ่งทางเลือกนั้นเป็นของคุณใน กระท่อมเหล่านี้

 

2. Summer Kitzbühel

ในช่วงฤดูร้อน ณ เมืองแห่งนี้เปรียบเสมือนสวนสวรรค์ อิลีเซียม (Elysium) เลยก็ว่าได้ ด้วยเพราะเวลานี้ทุ่งกว้างเต็มไปด้วยความเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา ทุ่งดอกไม้งดงาม ซึ่งทั้งหมดนี้ยังปกคลุมด้วยทัศนียภาพเทือกเขาแอลป์เป็นพื้นหลัง ที่พร้อมจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในอิลีเซียมจริง ๆ  อีกทั้งยังเต็มไปด้วยกิจกรรมมากมาย เช่น การเดินเขา ปั่นจักรยาน และ กีฬาแนวผจญภัย ต่าง ๆ หรือถ้าหากต้องการพักผ่อนย่อนใจแบบสบาย ๆ หรูหราท่ามกลางธรรมชาติยังสถานที่ต่อไปนี้ก็ได้

 

2.1 ภูเขาไวด์ซีโลเดอร์ และบ้านบนเนินเขา (Wildseeloder and House on the Hill)

“House on the Hill” บนภูเขาไวด์ซีโลเดอร์

               สถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักเป็นอย่างมากสำหรับนักเดินเขา ในนาม “House on the Hill” ซึ่งที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1892 เพื่อเป็นบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว และนักเดินเขา รวมถึงเป็นจุดพักสำหรับการเดินทางชั่วคราว หรือค้างคืนก็ได้ อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวเทือกเขาที่งดงามตระการตาเป็นอย่างมากจุดหนึ่ง และที่ดีที่สุดคือการเดินทางไปนั้นสามารถขึ้นรถเคเบิ้ลไปถึงได้ ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ณ ที่แห่งนี้ยังรวมไปถึงการลงเล่น หรือพายเรือกลางทะเลสาบ ไวด์ซี (Wildsee Lake) ที่งดงามด้วย

 

2.2 ทะเลสาบ ชวาร์สซี (The Schwarzsee)

ทัศนียภาพทะเลสาบชวาร์สซี

              ถ้าหากคุณกำลังคิดว่าพักร้อนนี้จะไปไหนดี ? อีกทั้งกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนในที่ ๆ จะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นขึ้นในช่วงวันหยุดนี้ หากเป็นเช่นนั้นคุณไม่ควรพลาดทะเลสาบ ชวาร์สซี เป็นอันขาด เพราะทะเลสาบแห่งนี้มีสีน้ำที่สามารถสะท้อนทัศนียภาพรอบ ๆ ทะเลสาบได้ชัดเจน อีกทั้งยังประกอบด้วยพื้นหลังอย่างเทือกเขา ไคเซอร์เบริก์ (Kaisergebirge Mountain Range) ดังนั้นทุกวินาทีที่คุณพักผ่อนที่นี้คุณจะรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามตระการตาตลอดเวลาเหมือนในนิยาย สงบ ให้คุณผ่อนคลายพร้อมรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที

 

2.3 สนามกอล์ฟ “Kitzbuhel – Schwarzsee – Reith”

Kitzbühel – Schwarzsee – Reith Golf Course

             สนามกอล์ฟแห่งนี้ตั้งอยูกลางใจเทือกเขาคิตส์บูเอล (Kitzbühel Alps) และอยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองเพียง 4 กม. ซึ่งสนามกอล์ฟแห่งนี้นั้นเหมาะกับผู้เล่นทุกระดับฝีมือ โดยมีสนามกอล์ฟแห่งนี้มีจุดเด่นทั้งในความสวยงามของแฟร์เวย์ราบของหลุมที่ 1 – 9 ตามด้วยแนวเนินเขางดงามของหลุมที่ 10 – 18 และจบด้วยอุปสรรคต่าง ๆ ที่ได้ถูกวางแพลนไว้อย่างเหมาะสม (ขึ้นชื่อเรื่อง “Water Hazards” หรืออุปสรรคน้ำ) เพื่อให้นักกอล์ฟทุกท่านได้รับความสนุกเป็นอย่างมากแน่นอน

นอกจากนี้ยังประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ตากอากาศที่มีทัศนียภาพของ ภูเขาแอสเบิร์ก (The Astberg) อันตระการตาเป็นบรรยากาศพื้นหลัง พร้อมกับบริการอาหาร และเครื่องดื่มหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ท่านได้ผ่อนคลายไปกับทัศนียภาพรอบ ๆ ขณะพักจากการตีกอล์ฟอย่างแท้จริง ทั้งนี้คลับเฮ้าส์แห่งนี้ยังตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบชวาร์สซีที่กล่าวไว้เมื่อข้างต้นอีกด้วย ทำให้การเดินทางนี้เหมาะสำหรับการไปแบบครอบครัว และคุณพ่อบ้านที่รักกอล์ฟเป็นอย่างยิ่ง

 

3. Austria Trend Hotel Schloss Lebenber

Austria Trend Hotel Schloss Lebenber

“Schloss Lebenberg” แห่งนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขาคิตส์บูเอลมาแล้วกว่า 400 ปี แต่ได้เปิดบริการเป็นโรงแรมจริง ๆ ในปี 1967 พร้อมกับทำการรีโนเวทตกแต่งใหม่ด้วยความปรานีต เมื่อปี 2008 เพื่อให้การบริการในแต่งละครั้งนั้นเป็นไปตามมาตรฐานสูงสุด และด้วยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความมหัศจรรย์ของสถาปัตยกรรมยุคกลาง และไลฟ์สไตล์หรูหรามอเดิร์น โรงแรมแห่งนี้จะทำให้คุณหลงใหลไปกับการบริการชั้นนำ ห้องนอนเรียบหรู ตั้งแต่ก้าวแรกที่คุณได้เดินเข้ามา

 

 

รวบรวม และเรียบเรียงข้อมูล : Reign International Travel
สนใจท่องเที่ยวออสเตรีย คลิ๊ก >>> ทัวร์ยุโรป : เจาะลึกเมืองเล็กน่ารัก ออสเตรีย (ทิโรล) – เยอรมนี (บาวาเรียน) – ฝรั่งเศส (อัลซาส) 10 วัน

ท่องเที่ยวตามใจ ไปตามฝัน กับ เร้นจ์ อินเตอร์ฯ ทราเวล “ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง”
ทัวร์ยุโรป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : Kitzbuhel | the Legend, Urlaubsparadies, Austria : The Official Travel Guide, World of Leading Golf, Austria Trend Hotel Schloss Lebenberg

อ้างอิง :

              คุณเคยสงสัยหรือไหมว่าทำไมใคร ๆ จะต้องย้อนกลับไปพักผ่อน เที่ยว และผจญภัยที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อยู่เสมอ นั้นเพราะ นอกจากประเทศแห่งนี้จะมีทัศนียภาพสวยงาม และมีเสน่ห์แล้วนั้น สวิตเซอร์แลนด์เองยังมีสถานที่ให้ออกไปผจญภัย ชมสถาปัตยกรรมตระการตา และศึกษาวัฒนธรรมต่าง ๆ อีกเยอะแยะมากมาย ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาเหล่านี้ไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลย ด้วยเพราะ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้นได้รับอิทธิพลต่าง ๆ จากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเยอรมนีทางตอนเหนือ ฝรั่งเศษทางตะวันตก อิตาลีทางตอนใต้ และออสเตรียทางตะวันออก ทำให้นักท่องเที่ยวที่มานั้นรู้สึกเหมือนได้เที่ยว 5 ประเทศ ในครั้งเดียวเลยก็ว่าได้ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถพลาดสถานที่ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งหนึ่งได้เหมือนกัน และสถานที่ใหม่ดังต่อไปนี้เปรียบเสมือนเพชรในตมที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง เมื่อไปสวิตเซอร์แลนด์

 

1. เขตฟลิมส์ (Flims Graubunden)

            แม้ภูมิประเทศของเขตจะเกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ (Flims Rockslide) แต่ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เป็นปลายทางที่สวยงาม และพร้อมไปด้วยกิจกรรมเยอะแยะมากมายที่ปลอดภัย เหมาะสำหรับพาครอบครัวมาพักผ่อนเป็นอย่างมาก เช่น เด็ก ๆ สามารถออกเดินทางศึกษาธรรมชาติกับ Ami Sabi เพื่อนวิเศษจากแดนมหัศจรรย์ เป็นต้น ทั้งนี้ยังเป็นปลายทางที่โดดเด่น น่าตื่นเต้นสำหรับ นักปีนเขา นักปั่นจักรยาน และนักผจญภัยด้วยเช่นกัน

 

2. หุบเขาเวียมาลา (Viamala Gorge)

          เมื่อนานมาแล้วนั้นหุบเขาแห่งนี้เป็นอุปสรรคอย่างมากสำหรับนักเดินทางที่มุ่งหวังจะเดินทางไปยังภูเขาแอลป์ ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นปลายทางท่องเที่ยวที่สวยงาม และเป็นแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญที่ย้อนไปก่อนคริสต์ศักราช อย่างสถานปฏิบัติทางศาสนายุคโบราณกาล โบสถ์  สะพาน และปราสาทต่าง ๆ อีกทั้งยังเพรียมพร้อมไปด้วยกิจกรรมน่าตื่นเต้นหลายรูปแบบ เช่น กิจกรรมล่าสมบัติไปตามแนวเทือกเขา อีกด้วย

 

3. รถไฟ กลาเซียร์ เอ็กซเพลส  (Glacier Express Excellence Class)

           ด้วยมอเดิร์นเทคโนโลยี คุณจะได้ชมเทือกเขาแอลป์อย่างหรูหราอย่างที่ไม่เคยได้ประสบที่ไหนมาก่อน เพราะไฮไลต์สำคัญของรถไฟ ชั้นหนึ่ง (First Class) สายนี้ประกอบด้วยที่นั่งที่โอ่อ่าหรูหรา สบาย ติดริมหน้าต่างให้คุณไม่พลาดทัศนียภาพเทือกเขาแอลป์แน่นอน พร้อมด้วยเซอร์วิสอาหารชั้นนำที่มาพร้อมกับไวน์ให้คุณ และที่โดดเด่นกว่านั้นคือพนักงานต้อนรับ (Concierge) ที่จะดูแลคุณ แนะนำอาหาร และคอยตอบคำถามที่คุณสงสัยตลอดการเดินทาง

Click >> ทัศนียภาพ 360 องศา ภายในห้อง Excellence Class

 

4. ปราสาทโอเบอร์โฮเฟน (Oberhofen Castle)

             โอเบอร์โฮเฟน ปราสาทที่สถาปัตยกรรม และทัศนียภาพล้อมรอบงดงามสบายตานี้ ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบทุน (Lake Thun) ทั้งนี้ปราสาท ศตวรรษที่ 13 แห่งนี้ ยังเป็นแหล่งรวบรวมสถาปัตยกรรมจากวัฒนธรรมอื่น ๆ ไว้หลากหลาย ซึ่งสถาปัตยกรรมที่สำคัญในปราสาทรวมถึง ห้องรับประทานอาหารยุคฟื้นฟูกอทิค ห้องสูบยาแบบตุรกี วิหารสะสมศิลปะศตวรรษที่ 15 และสวนที่จัดเก็บดอกไม้ และพืชพันธ์แปลกตาต่าง ๆ อันงดงามที่จัดแต่งตามประวัติแฟชั่นสวนของยุคนั้น และเมื่อรวมกับหอคอย กับทัศนียภาพทะเลทราบไว้ด้วยกันแล้วนั้น ปราสาทแห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในปลายทางยอดนิยมที่วิเศษสุดในสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งยังเป็นสถานที่วาดฝันสำหรับการถ่ายรูปพรีเวดดิ้งของเจ้าบ่าวเจ้าสาวทุกคู่ทั่วโลก

 

5. โรงแรมโฮเน็กวิลล่า (Honegg Hotel Villa)

            สุดท้ายหากคุณต้องการให้ทริปสวิตเซอร์แลนด์ของคุณเหมือนกับฝัน แฟนตาซี คุณต้องห้ามพลาดที่จะมาพัก ณ โรงแรมโฮเน็กวิลล่า เป็นอันขาด เระา แมนชั่นสุดวิเศษที่ตั้งอยู่บนเนินเขานี้ จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอาศัยอยู่ในบ้านพักตากอากาศส่วนตัวมากกว่าจะเป็นโรงแรม รวมทั้งทัศนียภาพรอบล้อมที่จะทำให้คุณหยุดหายใจเลยก็ว่าได้ ไม่เพียงเท่านี้ห้องพักยังหรูหราสบาย พิถีพิถันในการทำอาหาร พร้อมไปด้วยกิจกรรมเอ็กซคลูซีฟ (Exclusive Event) ที่จะให้คุณได้ดื่มดำไปกับบรรยากาศสงบของสวิตเซอร์แลนด์ เช่น สปาส่วนตัวริมผา เดินชมทะเลสาบลูเซิรน (Lake Lucern) กอล์ฟ และปั่นจักรยานวิบาก

 

เขียนและเรียบเรียงโดย : Reign International Travel
ขอบคุณภาพประกอบจาก : myswitzerlandGlacier ExpressHonegg Hotel Villa

ท่องเที่ยวตามใจ ไปตามฝัน กับ เร้นจ์ อินเตอร์ฯ ทราเวล “ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง”
ทัวร์ยุโรป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :