10 อันดับที่ไม่ควรพลาดเมื่อไป…สวิสเซอร์แลนด์

10 อันดับที่ไม่ควรพลาดเมื่อไป...สวิสเซอร์แลนด์

สวิสเซอร์แลนด์ เป็นประเทศที่แปลกและมีเอกลักษณ์มาก ประเทศเล็กๆ แต่มีภาษาราชการถึงสี่ภาษานั่นก็คือ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยน และโรมาเนสก์ จึงเป็นที่มาของประเทศที่มีชื่อเรียกถึง 4 แบบซึ่งก็คือ Schweiz, Suisse, Svizzera และ svizra

หวังว่า 10 อันดับดังต่อไปนี้ จะพอเป็น Guide ฉบับรวบรัดให้กับทุกคนที่กำลังจะไปเที่ยวหรือใครก็ตามที่สนใจ

Switzerland-2

1. Local Eating: จิ้มจุ่มชีส Swiss Fondue
สวิสฟองดู คือต้นตระกูลของฟองดูทั้งปวงซึ่งคำว่าฟองดูนั้นเพี้ยนมาจากภาษาฝรั่งเศส (Fondre) ที่แปลว่าละลายนั่นเอง เมื่อเอ่ยถึงฟองดูคนไทยอาจนึกไปถึงฟองดูแบบญี่ปุ่นที่เป็นการเอาเนื้อชิ้นๆ ไปจุ่มในกระทะมากกว่า อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเข้าใจอย่างไหนมันก็คือกริยาการ “จุ่ม” เหมือนๆ กัน ต่างกันที่ของต้นตำรับนั้นเค้าจุ่มในหม้อต้มชีสล้วนๆ

ฟองดูสวิสเป็นอาหารที่เกิดจากการผสมสุดยอดของชีสเนื้อแข็งของสวิสอย่างชีสเอมเมนทาล (Emmental) และชีสกรูริแยร์ (Gruyere) เข้ากับเหล้าเชอรรี่ (Kirsch) หรือไวน์ขาว นำทั้งหมดมาผสมผสานกันแล้วต้มด้วยไฟอ่อนๆ ในหม้อทองเหลือง พอเริ่มร้อน ส่วนผสมทุกอย่างก็จะละลายคละเคล้ากลายเป็นของเหลวสีเหลืองทอง วิธีการรับประทานก็คือให้ใช้ส้อมจิ้มขนมปังหั่นลูกเต๋าลงไปจุ่มชีสแล้วเอา ขึ้นมาทานได้เลย

Guide: หลังกินฟองดูจนอืดได้ที่ ปิดท้ายด้วยการจิบเหล้าเคียร์ชที่มีดีกรีแอลกอฮลล์ 40% สักหนึ่งชอต… รับรองหลับสบายทั้งคืน

How to go: ร้านอาหารทั่วไป หรือทำกินเองที่บ้านก็ได้ง่ายจัง ที่ซูริคก็มีร้านฟองดูดีๆ หลายร้าน

Switzerland-3    

Switzerland-4
2. Tour Cheesy ที่มาของชีส
Gruyeres เป็นชื่อของหมู่บ้านเล็กๆ ในจังหวัดไฟร์บอร์กที่สามารถส่งออกชีสกรูแยร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกได้เมืองกรูแยร์มี ประชากรไม่ถึง 2000 คนซึ่งส่วนใหญ่ก็ทำอาชีพเกี่ยวกับอุตสาหกรรมชีสตั้งแต่ผู้เลี้ยงวัวไปจนถึง คนทำชีส บรรยากาศนั้นดูเป็นแบบชาวบ้านแสนคลาสสิกจริงๆ ถึงแม้คนที่มาเที่ยวกรูแยร์ส่วน ใหญ่นั้นจะตามกลิ่นชีสมา หวังว่าอยากมาสัมผัสวิธีการผลิตที่มาของรสชาติชีสนุ่มละมุนลิ้น แต่ไม่เพียงแค่พิพิธภัณฑ์และโรงงานผลิตชีส กรูแยร์ยังเป็นเมืองยุคกลางขนาดย่อมเยาที่มีทิวทัศน์อันทรงเสน่ห์ และมีกลิ่นชีสโชยในอากาศตลอดเวลาที่เราเดินไปตามถนนหินกรวดกลางเมืองอีกด้วยHow to go : นั่งรถไฟมาลงที่ Fribourg แล้วต่อรถประจำทาง ไปลงเมือง Bulle จากนั้น ขึ้นรถประจำทางสาย 263 หรือ 2A อีกหนึ่งต่อ หรือจากเมือง Bulle ไปได้อีกทางด้วยรถไฟท้องถิ่นด้วย

Switzerland-5    Switzerland-6

3. Chocolate factory
สวิส ไม่ได้ผลิตช็อคโกแลตเป็นอันดับหนึ่งของโลกและสวิสก็ไม่ได้ปลูกโกโก้ซะด้วย แต่เพราะคนสวิสบริโภคช็อคโกแลตมากติดอันดับต้นๆของโลกต่างหาก

อย่างที่เกริ่นไว้ตอนแรกว่าสวิสไม่ได้ผลิตช็อคโกแลตเป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่ใครก็รู้ว่าถ้าเอ่ยถึง Swiss chocolate นั่นหมายถึงช็อคโกแลตชั้นเยี่ยม รสชาติดี สวิสได้ผลิตช็อคโกแลตออกสู่ตลาดโลกอย่างที่เรารู้จักกันดีเช่น ช็อคโกแลตสามเหลี่ยม Toblerone, Nestle, Lindt & Sprungli, Wernli และ Frey เป็นต้น

โรงงาน Lindt and Sprungli – เข้าชมฟรีแต่เค้าจัดเป็น museum เล็กๆไม่ใช่ทัวร์โรงงาน ข้อดีคือเข้าฟรีและได้ชิมช็อคโกแลตด้วย

Switzerland-7

Switzerland-8
4. ล่องทะเลสาบ 4 แคว้น Lake Lucerne Crusing
เรือนำเที่ยว 20 ลำ รวมทั้งหมดจุคนได้กว่า 13,000 คน และจุดแวะชมกว่า 30 สถานีรอบทะเลสาบลูเซิร์นแห่งนี้ บ่งบอกถึงความอลังการและความยอดนิยมของที่นี่ได้เป็นอย่างดีทะเลสาบลูเซิร์นหรือชื่อภาษาเยอรมันเรียกว่า Vierwaldstattersee ซึ่ง vier แปลว่า สี่ หมายถึงการที่ทะเลสาบมีอาณาเขตเชื่อมต่อกันของสี่แคว้นภาคกลางของสวิส (แคว้นลูเซิร์น, แคว้นชวิซ,แคว้นยูริ และแคว้นอุนเทอร์วาลเด็น) นั่นบ่งเป็นนัยถึงความสำคัญของสายน้ำกับการดำรงชีวิตของผู้คนท้องถิ่นในภาคกลางนี้อีกด้วย รอบทะเลสาบลูเซิร์นนี้โอบล้อมไปด้วยสวิสแอลป์ ซึ่งน้ำในทะเลสาบก็เกิดจากการละลายของหิมะบนยอดเขาในแถบนี้นั่นเอง น้ำสีฟ้าใสราวกับกระจกรายล้อมด้วยความเขียวขจีของป่าเขาในหน้าร้อนหรือขาว ราวกับสำลีในหน้าหนาว กับไออากาศแสนบริสุทธ์จากธรรมชาติ หมู่นกนางนวลโผบิน บรรยากาศสุดยอดอย่างนี้ ที่เราสามารถใช้เวลาผ่อนคลายได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกเบื่อแม้แต่น้อย

Switzerland-9    Switzerland-10

5. The broken chair
เก้าอี้สามขาถูกสร้างขึ้นในปี 1997 ตั้งอยู่ที่จัตุรัส Place des Nations ด้วย ตัวเก้าอี้ตั้งประชันหน้าประตูทางเข้าสำนักงานสหประชาชาติ สร้างขึ้นโดย Daniel Berset ซึ่ง Paul Vermeulenอดีตประธานสมาคม Handicap international ที่ให้สร้างขึ้นหลังจากการประชุมนานาชาติที่เมือง Ottawa แคนาดา ความหมายของมันก็เพื่อเป็นการต่อต้านสงครามและเก้าอี้สามขาก็เปรียบเสมือน ผู้เคราะห์ร้ายจากสงครามนั่นเอง ตอนแรกเก้าอี้ตั้งใจจะวางอยู่แค่ 3 เดือนแต่ด้วยเพราะความสำคัญจึงกลายเป็นตั้งอยู่ที่จัตุรัส Place des Nations ตลอดไป

นี่แค่ตัวอย่างที่หยิบยกกันขึ้นมาเท่านั้น ความเป็นศูนย์กลางของนานาชาติยังมีองค์กรชื่อย่อต่างๆอีกมากเช่น UNHCHR, ILO, WIPO, WEF, EBU, GEN,UIT, AELE หรือ EFTA, ISO, OMPIเป็นต้น เท่านี้คงไม่ต้องสงสัยว่า เมื่อคนทั้งโลกต้องมาที่นี่ แล้วเราจะพลาดไปได้อย่างไร

Switzerland-11  

6. Take a Italien Taste
Lugano มีเสน่ห์เป็นเมืองตากอากาศชื่อดังของสวิส มีทะเลสาบทอดยาวเป็นองค์ประกอบ ผู้คนส่วนใหญ่นิยมเดินเลียบเลาะไปตามแนวโค้งทอดยาวของทะเลสาบ หรือจะเลือกล่องเรือชิวๆก็ยังได้ ในขณะที่อีกกลุ่มอาจเลือกนั่งจิบกาแฟเอสเพรสโซพร้อมดื่มด่ำความมีชิวิ ตชีวาสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนกลางจัตุรัส Piazza Della Riforma เสร็จแล้วก็ออกสำรวจสถาปัตยกรรมลัดเลี้ยวไปตามซอกตึก ครั้นหลุดปากเผลอทักทายหนุ่มเป็นภาษาอิตาเลี่ยนก็ไม่ว่ากัน

Switzerland-14

7. แซงค์ มอริทซ์ St Moritz สถานที่พักผ่อนของมหาเศรษฐี
ดิน แดนติดอันดับรีสอร์ตฤดูหนาวที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลก เป็นสถานที่โปรดปรานของมหาเศรษฐีและดาราฮอลลีวูด แม้แต่เจ้าฟ้าชายชาลส์ก็มีบ้านพักตากอากาศอยู่ที่นี่เช่นกัน

แซงค์มอริทซ์เป็นเมืองมีภูมิทัศน์ที่งดงามปกคลุมไปด้วยภูเขาหิมะตลอดทั้งปี มีเส้นทางสกีที่ยาวและตื่นเต้นแสนดึงดูดใจ ใจกลางเมืองประดับด้วยทะเลสาบแซงค์มอริทซ์อัน ใสสะอาด (ถึงแม้จะแข็งกลายเป็นน้ำแข็งอยู่บ่อยครั้งก็ตาม) ซึ่งนอกจากภูมิทัศน์ทางธรรมชาติ แซงค์มอริทซ์ยังมีบรรยากาศความเป็นเมืองซึ่งมีร้านค้า Brand Name ระดับโลกมากมายที่ยก collection ขึ้นเขามาให้ช๊อปกันถึงที่และยังขึ้นชื่อเรื่อง nightlife ที่แสนสนุกสนานเร้าใจอีกด้วย

เอกลักษณ์ของแซงค์มอริทซ์ อีกอย่างหนึ่งที่จะลืมไปไม่ได้ก็คือ ที่นี่คือหนึ่งในดินแดนส่วนน้อยขอสวิสที่ยังคงใช้ภาษาโรมาเนสก์ในการสื่อสาร (ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่ที่นี่จะพูดภาษาเยอรมันได้)ทำให้เราได้อีกอรรสรสหนึ่งของการเที่ยวสวิสด้วยค่ะ

Switzerland-15

8. เมืองหลวงในอ้อมกอดของสายน้ำ Capital in a hug
เมืองหลวงของสวิสเซอร์แลนด์ไม่ใช่เมืองซูริค อย่างที่หลายคนเข้าใจ แท้จริงคือ “เมืองเบิร์น” ต่างหาก

Switzerland-16

เมืองเบิร์นยัง มีเสน่ห์ต้องตาเพราะเป็นเมืองยุคกลางที่ยังคงความงามไว้ได้อย่างน่าทึ่งสม กับตำแหน่งเมืองมรดกโลกของยูเนสโกที่ได้รับมาตั้งแต่ 30 ปีก่อน

ตำแหน่งที่ตั้งของเมืองเบิร์นนั้นโอบล้อมด้วยแม่น้ำแอร์ (Aare) ซึ่งการจะชมเมืองเบิร์นให้ได้งดงามที่สุดนั้นจะต้องชมวิวจากมุมสูง ซึ่งมองลงมาจากสวนพฤกษชาติ (Botanical garden) ทางตอนเหนือหรือที่สวนกุหลาบ (Rosengarten) ทางตะวันออกของเมือง เท่านี้ คุณก็จะได้ภาพเมืองยุคกลางในคุ้งน้ำ ที่สวยเริดกลับมาอวดคนอื่นให้อิจฉาจนตาร้อนผ่าว และยังกลับมาอวดคนอื่นได้อีกว่ามาเมืองเบิร์นไม่ได้เห็นแค่ “บ่อหมี” เท่านั้น

Switzerland-17
9. เที่ยวสวิสด้วยรถไฟ

เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่า “รถไฟสวิส” เป็นระบบที่ดีเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

Switzerland-18

ที่ ไม่ว่าเราจะไปแห่งหนตำบลใดของสวิส เราก็สามารถใช้บริการรถไฟนี้เพื่อไปถึงยังจุดหมายได้อย่างสะดวกรวดเร็วหรือ แม้แต่การเชื่อมต่อไปยังรสบัส เรือ รถกระเช้าขึ้นเขาก็ทำได้อย่างสะดวกสบาย ดังนั้นไปเที่ยวสวิสเมื่อใด พกสวิสพาส (Swiss pass) ไว้ สะดวกสบายไปกว่าครึ่ง

Switzerland-19

การ นั่งรถไฟที่สวิสนั้นก็ไม่น่าเบื่อเลยเพราะตลอดเส้นทางยังได้เพลิดเพลินกับ วิวทิวทัศน์สองข้างสุดอลังการ ภาพทุ่งหญ้าเขียวขจีแต้มด้วยสีขาวของดอกหญ้าประดับด้วยวัวนมตัวใหญ่และภูเขา หิมะสีขาวโพลนที่ตัดกับความเขียวของทุ่งหญ้าเป็นฉากหลัง วิวสวยสุดๆ

Switzerland-20 
Switzerland-21

10. สกีกับหิมะ

สวิสเซอร์แลนด์ประเทศ ที่มียอดเขาสูงปกคลุมอยู่ทั่วประเทศ ฉะนั้นไม่ว่าจะไปมุมไหนของประเทศก็มีหิมะให้เล่นทั้งนั้น ฤดูเล่นสกี จริงๆ แล้วจะเริ่มในหน้าหนาวช่วงประมาณต้นเดือนธันวาคมไปจนถึงปลายๆ มีนาคมหรือก็เมื่อหิมะหนาตัวพอประมาณ แต่จริงๆแล้วที่สวิสนั้นสามารถเล่นสกีได้ทั้งปีแม้กระทั่งในหน้าร้อน ขึ้นอยู่กับว่าหิมะที่อยู่บนยอดยังหนาตัวพอรึเปล่าซึ่งจะเป็นภูเขาลูกไหนอาจ ต้องสอบถามเป็นช่วงๆไป

แต่ยังไงก็ตาม ขอให้มาให้ถึงสวิสเหอะไม่ว่ามาฤดูกาลไหน ก็ได้เห็นหิมะ..สัมผัสสกีแน่นอน!!!

ขอบคุณข้อมูลจาก : fwdder.com/topic/309998


ท่องเที่ยวตามใจ ไปตามฝัน กับ เร้นจ์ อินเตอร์ฯ ทราเวล “ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง”
ทัวร์ยุโรป ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02 931 5699

Comments

October 8, 2017
These are very beautiful locations. I am very crazy them.They like as heaven.

Leave a Reply