ใครจะไปเชื่อว่า เยอรมนี นั้นก็สามารถเป็นประเทศแห่งความรักเหมือนเขาได้ เพราะเมื่อพูดถึงเยอรมนี แว๊บแรกก็คงนึกถึงรถยนต์ วิศวกรรม และอุตสาหกรรมกัน แต่อันที่จริงแล้วนั้น ลงไปทางตอนใต้ของเยอรมนีนี้เองที่ได้ซ่อนเทรนด์การท่องเที่ยวเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก มาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1950 จนถือเป็นเส้นทาง “All Time Classic” ที่คู่รัก หรือครอบครัว ต้องมาให้ได้สักครั้งเลยที่เดียว

เส้นทาง “Romantic Road”

เส้นทางแห่งนี้ของเยอรมนีได้ถูกตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Romantic Road” และมีระยะทางยาวประมาณ 220 ไมล์ ที่ประกอบด้วยเมือง และ ปราสาทต่าง ๆ มากมาย ซึ่งไฮไลท์ของเส้นทางนี้ จะทำให้นักเดินทางได้สัมผัสกับความงดงามของสถาปัตยกรรมเยอรมนี และบรรยากาศที่เสมือนหลุดออกมาจากนิยาย “Fairy Tale” อย่าง ซินเดอเรล่า ให้ความโรแมนติกอย่างที่สุด จนนักเดินทางคู่รักหลายท่านต้องเผลอใช้เวลาไปมากมายในพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้ผิดแผน และต้องปรับแผนการเดินทางกันบ้างอยู่ตลอดเวลา และนี้คือสถานที่/กิจกรรมที่ต้องไปสัมผัสให้ได้บนเส้นทางนี้

 

1.  สำนัก วูร์ซบวร์ก

(Würzburg Residence)

 

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Marina (@maru_see_) on

เริ่มต้นเส้นทางบนถนนแห่งความรักนี้ด้วยการเยียมชม สำนักวูรซ์บวร์ (Würzburg Residence) ณ เมืองวูรซ์บวร์ก ที่ถูกสร้างขึ้นมาใน ศตวรรษที่ 18 และเป็นหนึ่งในพระราชวังบาโรค (Baroque Palace) ที่สำคัญของเยอรมนี และตรงจุดนี้เองที่ทำให้สถานที่แห่งนี้วิเศษ จนทำให้หลายต่อหลายคนมักมาถ่ายพรีเวดดิ้ง หรือเก็บภาพโรแมนติกตามจุดต่าง ๆ ในสวน และภายในตัวสำนัก ฯ (ที่มีภาพวาด โดยจิตรกรชื่อดัง Giovanni Battista Tepolo วาดอยู่บนเพดาน) อีกด้วย 

 

2.  ชิมไวน์สไตล์บาวาเรียน

(Bavarian Wine Tasting)

ขอให้ท่านได้ลองจินตนาการ วาดฝันถึงช่วงเวลาที่เราได้นั่งอยู่กับครอบครัว ท่ามกลางบรรยากาศที่สุดคลาสสิก และโรแมนติกที่สุดสักประมาณ 1 นาที ก่อนออกเดินทางไปร่วม กิจกรรม ณ โรงกลั่นไวน์บนเส้นทางแห่งนี้ เพราะโรงกลั่นไวน์ต่าง ๆ บนเส้นทางนี้จะทำให้ฝันของคุณอันนั้นเป็นจริง เพราะนอกจากไวน์รสเลิศแล้ว โรงกลั่นไวน์บนเส้นทางนี้ ยังตั้งอยู่บนสถานที่ที่ทัศนียภาพงดงาม และภัตตาคารบรรยากาศสุดคลาสสิก เหมาะสำหรับทั้งการเดินทางไปแบบครอบครัว หรือส่วนตัวกับคนรักอย่างที่คุณได้วาดฝันไว้ (และนี้คือไวน์ที่ท่านห้ามพลาด : ilvaner, Riesling, Müller-Thurgau and Pinot Blanc)

 

3.  โรเทนเบิร์ก : เมืองแห่งนิยาย

(Rothenburg: the Fairy Tale Town)

 

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Guia de Viagem | Viajar Melhor (@guiaviajarmelhor) on

เมืองโรเทนเบิร์ก คือเมืองเก่าธีมยุคกลางที่คลาสสิกเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ด้วยเพราะตัวเมืองให้บรรยากาศที่เหมือนกับหลุดออกมาจากเทพนิยายเลยจริง ๆ จนขนาดที่ดิสนีย์ ใช้เมืองแห่งนี้เป็นต้นแบบในเมืองต่าง ๆ ในเรื่อง “Pinocchio” ทั้งนี้เมืองยังมีกิจกรรมทัวร์เมืองไปกับ “Night Watchman” ผู้เฝ้าดูแลเมืองแห่งนี้มาตั้งยุคกลาง และกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะผู้เฝ้าเมืองแห่งนี้มักพาเดินไปจุดที่เป็นไฮไลท์ห้ามพลาดของเมืองนั้นเอง

 

4.  ค้างคืนที่เมืองยุคกลาง นอร์ดลิงเก้น

(Spend a night in Nördlingen)

 

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 🌎 Travel Mum Blogger (@ociokids) on

แน่นอนว่าบนเส้นทางนี้มีที่พักเมืองยุคกลางมากมายให้ท่านได้เลือก แต่ถ้าคุณต้องการพักผ่อนแหวกแนว และมีเอกลักษณ์แล้วละก็ ให้คุณเลือกพักผ่อนที่เมืองนอร์ดลิงเก้น เพราะเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ในแอ่งรายส์ (Ries Basin) ที่เกิดจากดาวตกเมื่อ 15 ล้านปีก่อน อีกทั้งทัศนียภาพเมืองจากด้านบนยังได้ถูกนำไปใช้ในหนังเรื่อง “Willy Wonka and the Chocolate Factory” (1970) ในตอนท้ายอีกด้วย

 

5.  ชมโถงทองคำที่ เอ้าท์สบวร์ก

(Augsburg’s Goldener Saal)

ออกเดินทางไปต่อบนเส้นทางนี้ จนมาถึงเอ้าท์สบวร์ก เมืองที่เป็นที่ตั้งของห้องโถงทองคำ ห้องอันวิจิตรที่เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความมั่งคั่งของชนชั้นกลางในช่วง ปี
ค.ศ.1615-1620 ซึ่งภายในห้องนั้นเหลืองอร่ามไปด้วยทอง และเด่นที่สุดคือเพดานข้างบนที่เป็นภาพวาดเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมือง ทั้งนี้ยังสามารถไปเยี่ยมชมสวนสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนีได้ภายในเมืองนี้อีกด้วย (คลิ๊ก ชมตัวอย่าง >>> https://www.instagram.com/p/BzYfAbjo9gg/?utm_source=ig_web_copy_link)

 

6.  ปราสาท นอยส์วานสไตน์

(Neuschwanstein Castle)

 

 

View this post on Instagram

 

A post shared by DFDS UK (@dfdsuk) on

พร้อมปิดเส้นทางด้วยภาพปราสาทที่ทำให้เห็นแล้วรู้สึกคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง ? นั้นเพราะปราสาทนอยส์วานสไตน์ แห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจในภาพยนตร์เรื่อง “Sleeping Beauty” ของดิสนีย์นั้นเอง อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความโรแมนติกของโลกอีกด้วย  ซึ่งไม่เป็นที่น่าแปลกใจ เพราะ กษัตริย์ ลุดวิก ที่ สอง (King Ludwig II) ได้ทรงวางแผนสร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นมาด้วยตนเอง โดยได้รับความช่วยเหลือจากนักออกแบบละครเวที มากกว่าที่จะเป็นสถาปนิกนั้นเอง

รวบรวม และเรียบเรียงข้อมูล : Reign International Travel

ขอขอบคุณ : maru_see_ , guiaviajarmelhor , ociokids ,dfdsuk

สนใจท่องเที่ยว ประเทศเยอรมนี  >>> 📞 02-059-0400-3 

สนใจท่องเที่ยวประเทศเยอรมนี คลิ๊กชมตัวอย่าง >>> http://bit.ly/2KiGNYH

ท่องเที่ยวตามใจ ไปตามฝัน กับ เร้นจ์ อินเตอร์ฯ ทราเวล “ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง”
ทัวร์เอเชีย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :

อ้างอิง :

Comments

Leave a Reply