คุณเคยสงสัยหรือไหมว่าทำไมใคร ๆ จะต้องย้อนกลับไปพักผ่อน เที่ยว และผจญภัยที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อยู่เสมอ นั้นเพราะ นอกจากประเทศแห่งนี้จะมีทัศนียภาพสวยงาม และมีเสน่ห์แล้วนั้น สวิตเซอร์แลนด์เองยังมีสถานที่ให้ออกไปผจญภัย ชมสถาปัตยกรรมตระการตา และศึกษาวัฒนธรรมต่าง ๆ อีกเยอะแยะมากมาย ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาเหล่านี้ไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลย ด้วยเพราะ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้นได้รับอิทธิพลต่าง ๆ จากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเยอรมนีทางตอนเหนือ ฝรั่งเศษทางตะวันตก อิตาลีทางตอนใต้ และออสเตรียทางตะวันออก ทำให้นักท่องเที่ยวที่มานั้นรู้สึกเหมือนได้เที่ยว 5 ประเทศ ในครั้งเดียวเลยก็ว่าได้ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถพลาดสถานที่ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งหนึ่งได้เหมือนกัน และสถานที่ใหม่ดังต่อไปนี้เปรียบเสมือนเพชรในตมที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง เมื่อไปสวิตเซอร์แลนด์

 

1. เขตฟลิมส์ (Flims Graubunden)

            แม้ภูมิประเทศของเขตจะเกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ (Flims Rockslide) แต่ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เป็นปลายทางที่สวยงาม และพร้อมไปด้วยกิจกรรมเยอะแยะมากมายที่ปลอดภัย เหมาะสำหรับพาครอบครัวมาพักผ่อนเป็นอย่างมาก เช่น เด็ก ๆ สามารถออกเดินทางศึกษาธรรมชาติกับ Ami Sabi เพื่อนวิเศษจากแดนมหัศจรรย์ เป็นต้น ทั้งนี้ยังเป็นปลายทางที่โดดเด่น น่าตื่นเต้นสำหรับ นักปีนเขา นักปั่นจักรยาน และนักผจญภัยด้วยเช่นกัน

 

2. หุบเขาเวียมาลา (Viamala Gorge)

          เมื่อนานมาแล้วนั้นหุบเขาแห่งนี้เป็นอุปสรรคอย่างมากสำหรับนักเดินทางที่มุ่งหวังจะเดินทางไปยังภูเขาแอลป์ ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นปลายทางท่องเที่ยวที่สวยงาม และเป็นแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญที่ย้อนไปก่อนคริสต์ศักราช อย่างสถานปฏิบัติทางศาสนายุคโบราณกาล โบสถ์  สะพาน และปราสาทต่าง ๆ อีกทั้งยังเพรียมพร้อมไปด้วยกิจกรรมน่าตื่นเต้นหลายรูปแบบ เช่น กิจกรรมล่าสมบัติไปตามแนวเทือกเขา อีกด้วย

 

3. รถไฟ กลาเซียร์ เอ็กซเพลส  (Glacier Express Excellence Class)

           ด้วยมอเดิร์นเทคโนโลยี คุณจะได้ชมเทือกเขาแอลป์อย่างหรูหราอย่างที่ไม่เคยได้ประสบที่ไหนมาก่อน เพราะไฮไลต์สำคัญของรถไฟ ชั้นหนึ่ง (First Class) สายนี้ประกอบด้วยที่นั่งที่โอ่อ่าหรูหรา สบาย ติดริมหน้าต่างให้คุณไม่พลาดทัศนียภาพเทือกเขาแอลป์แน่นอน พร้อมด้วยเซอร์วิสอาหารชั้นนำที่มาพร้อมกับไวน์ให้คุณ และที่โดดเด่นกว่านั้นคือพนักงานต้อนรับ (Concierge) ที่จะดูแลคุณ แนะนำอาหาร และคอยตอบคำถามที่คุณสงสัยตลอดการเดินทาง

Click >> ทัศนียภาพ 360 องศา ภายในห้อง Excellence Class

 

4. ปราสาทโอเบอร์โฮเฟน (Oberhofen Castle)

             โอเบอร์โฮเฟน ปราสาทที่สถาปัตยกรรม และทัศนียภาพล้อมรอบงดงามสบายตานี้ ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบทุน (Lake Thun) ทั้งนี้ปราสาท ศตวรรษที่ 13 แห่งนี้ ยังเป็นแหล่งรวบรวมสถาปัตยกรรมจากวัฒนธรรมอื่น ๆ ไว้หลากหลาย ซึ่งสถาปัตยกรรมที่สำคัญในปราสาทรวมถึง ห้องรับประทานอาหารยุคฟื้นฟูกอทิค ห้องสูบยาแบบตุรกี วิหารสะสมศิลปะศตวรรษที่ 15 และสวนที่จัดเก็บดอกไม้ และพืชพันธ์แปลกตาต่าง ๆ อันงดงามที่จัดแต่งตามประวัติแฟชั่นสวนของยุคนั้น และเมื่อรวมกับหอคอย กับทัศนียภาพทะเลทราบไว้ด้วยกันแล้วนั้น ปราสาทแห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในปลายทางยอดนิยมที่วิเศษสุดในสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งยังเป็นสถานที่วาดฝันสำหรับการถ่ายรูปพรีเวดดิ้งของเจ้าบ่าวเจ้าสาวทุกคู่ทั่วโลก

 

5. โรงแรมโฮเน็กวิลล่า (Honegg Hotel Villa)

            สุดท้ายหากคุณต้องการให้ทริปสวิตเซอร์แลนด์ของคุณเหมือนกับฝัน แฟนตาซี คุณต้องห้ามพลาดที่จะมาพัก ณ โรงแรมโฮเน็กวิลล่า เป็นอันขาด เระา แมนชั่นสุดวิเศษที่ตั้งอยู่บนเนินเขานี้ จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอาศัยอยู่ในบ้านพักตากอากาศส่วนตัวมากกว่าจะเป็นโรงแรม รวมทั้งทัศนียภาพรอบล้อมที่จะทำให้คุณหยุดหายใจเลยก็ว่าได้ ไม่เพียงเท่านี้ห้องพักยังหรูหราสบาย พิถีพิถันในการทำอาหาร พร้อมไปด้วยกิจกรรมเอ็กซคลูซีฟ (Exclusive Event) ที่จะให้คุณได้ดื่มดำไปกับบรรยากาศสงบของสวิตเซอร์แลนด์ เช่น สปาส่วนตัวริมผา เดินชมทะเลสาบลูเซิรน (Lake Lucern) กอล์ฟ และปั่นจักรยานวิบาก

 

เขียนและเรียบเรียงโดย : Reign International Travel
ขอบคุณภาพประกอบจาก : myswitzerlandGlacier ExpressHonegg Hotel Villa

ท่องเที่ยวตามใจ ไปตามฝัน กับ เร้นจ์ อินเตอร์ฯ ทราเวล “ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง”
ทัวร์ยุโรป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :

ทวีปแอฟริกา เป็นทวีปที่มีเสน่ห์ พร้อมไปด้วยการผจญภัยใหม่ ๆ อยู่เสมอ อีกทั้งยังมีหลายประเทศที่น่าสนใจ ซึ่งหนึ่งในนั้น “ประเทศนามิเบีย” อาจจะถือว่าเป็นประเทศที่จะทำให้คุณได้รู้สึกเติมเต็ม และเพลิดเพลิน เสมือนกับว่าได้เที่ยวแอฟริกาทั้งทวีปเลยก็ว่าได้ เพราะที่ประเทศนามิเบียนี้เองประกอบไปด้วย บรรยากาศเมืองเก่า เมืองตากอากาศ อุทยาน เขตสงวน และธรรมชาติที่ทัศนียภาพตระการตาเป็นอย่างมาก ซึ่งนามิเบียยังเป็นแหล่งของเหล่าเสือชีต้าเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และอาจจะเป็นประเทศสุดท้ายที่จะได้เห็นแรดดำที่อาศัยอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอีกด้วย ทั้งนี้ประเทศนามิเบียเองยังเป็นประเทศที่มีการจัดระบบ อุทยาน เขตสงวน และ บ้านพักซาฟารี ได้เสถียร และมีคุณภาพ ทำให้ผู้ใดก็ตามที่ได้มาเยือนประเทศแห่งนี้มักจะต้องถ่ายรูป สัตว์ป่าท่ามกลางธรรมชาติ, ชายฝั่งทะเล, และเนินทะเลทราย กลับกันไปเต็มไม้เต็มมือทุกครั้ง ด้วยเหตุนี้ประเทศนามิเบียจึงเป็นประเทศที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หวนกลับคืนมายังสถานที่ดังต่อไปนี้อยู่เสมอ  :

1. ทะเลทรายนามิบ (Namib Desert)
ทะเลทรายนามิบ ทะเลทรายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีอายุประมาณ 55 ล้านปี มีพื้นที่ประมาณ 81,000 ตร.ม. ตั้งเป็นแนวทอดยาว 2,000 กม. ตั้งแต่ แองโกลา ผ่านนามิเบีย ไปจนถึงแอฟริกาใต้ ซึ่งเนินทราย มีสีแดงสวยงาม และสามารถมีความสูงได้จนคาดไม่ถึง ทำให้ที่แห่งนี้เป็นที่นิยมชมชอบสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จนขนาดที่หนังดังอย่าง Mad Max : Fury Road เลือกที่จะถ่ายทำฉากไล่ล่าในทะเลทราย ณ ทะเลทรายแห่งนี้มาแล้ว

 

2.  เมืองตากอากาศชายทะเล สวากอปมุนด์ (Swakopmund : Seaside resort town)
สวากอปมุนด์ เป็นเมือกตากอากาศ ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ ซึ่งเมืองแห่งนี้เปรียบเสมือนเมืองในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยเพราะตัวเมืองประกอบด้วยสถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมชาวเยอรมันที่สวยงดงาม จนเมืองแห่งนี้ถูกเข้าใจว่าเป็นเยอรมันมากกว่าประเทศเยอรมันเองเสียอีก อีกทั้งตัวเมืองยังตั้งติดกับทะเลแอตแลนติก และอยู่บนปลายทะเลทรายนามิบ ทำให้บรรยากาศโดยรอบเหมือนกับอยู่ในหนังเลยก็ว่าได้

 

3. เมืองหลวงวินด์ฮุก (Windhoek)
ตั้งอยู่กลางประเทศนาบิเมีย คือเมืองหลวงวินด์ฮุก ที่เป็นแหล่งของภัตรคารชั้นนำ ร้านค้า สถานที่ท่องเที่ยว และที่พักชั้นนำต่าง ๆ ทั้งนี้ตัวเมืองมีความสะอาด ปลอดภัย และวางระเบียบเป็นอย่างดี เพราะได้รับอิทธิผลการวางผังเมืองมาจากประเทศเยอรมัน ซึ่งภาษาที่ใช้โดยส่วนใหญ่ก็เป็นภาษาเยอรมันด้วยเช่นกัน ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมรู้สึกสบาย และเพลิดเพลินไปกับสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เช่น ปราการ อัลเต
เฟสเต (Alte Feste Fort), โบสถ์ คริสต์อูเคอร์ช (Christuskirche Christ Chruch) และ อาคารศาลสูงเป็นต้น

 

4. ที่กว้าง ดามาราแลนด์ (Damaraland)
ดามาราแลนด์ ที่กว้างแห่งนี้เป็นอีกสถานที่ที่งดงามเป็นอันดับต้น ๆ ของนามิเบีย ทั้งกว้าง บรรยากาศเงียบ และสวยงาม ซึ่งยังประกอบไปด้วย ป่าหิน (ไม้กลายเป็นหินจริง) หุบเขาโบราณ และแนวหินที่ตระการตา ทั้งยังเป็นจุดชมดาว และ มีเนินผาที่สูงงดงามเป็นอย่างมาก

 

5. บ้านพัก วิงเกอร์คลิป (Vingerklip Lodge)
ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาอันงดงามคือบ้านพักวิงเกอร์คลิป  ห้องพักหรู Heavens Gate และ ภัตตาคาร Eagles Nest   บนผาอูกับ ที่จะยกระดับการรับประทานอาหาร และพักผ่อนของคุณไปสู่อีกระดับ เพราะว่าห้องพัก และภัตตาคารตั้งอยู่ใกล้กัน บนผาแห่งนี้ จึงทำให้คุณรู้สึกดื่มดำไปกับทัศนียภาพอันงดงาม และบรรยากาศสงบอยู่ตลอดเวลาที่พักอาศัย อีกทั้งบรรยากาศยังเหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น และตกบนผาอูกับแห่งนี้อีกด้วย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังเป็นกันเอง บริการดี และ ทำอาหารอร่อย จนทำให้นักเดินทางรู้สึกผ่อนคลายเหมือนกับอาศัยอยู่ในบ้านของตนเอง ในขณะที่รับชมทัศนียภาพที่ตระการตา โดยไม่ต้องกังวลอะไรเลยแม้แต่น้อย

6. น้ำพุแห่งความฉงนสนเท่ห์ ทวีเฟลฟอนไทน์ (Twyfelfontein : Fountain of doubt)
ทวีเฟลฟอนไทน์ หรือ น้ำพุแห่งความฉงนสนเทห์ เดิมที่แห่งนี้เป็นแอ่งน้ำสวยงามที่ดึงดูดนักล่ายุคหินเมื่อ 6,000 ปีก่อน ให้เข้ามาตั้งรกรากบริเวณแอ่งน้ำนี้ และในช่วงเวลานี้เองที่ทำให้บริเวณแห่งนี้ในปัจจุบันกลายเป็นเขตอนุรักษ์ที่เต็มไปด้วยภาพวาดโบราณมากมาย ซึ่งภาพวาดเล่านี้มีความสวยงาม และเล่าเรื่องเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในช่วงยุคหินไว้อย่างมากมายจนน่าฉงน

 

7. เขตสงวน อิรินดี เกมส์ (Erindi Game Reserve)
อีรินดี (Erindi) หมายถึงสถานที่ที่น้ำอุดมสมบูรณ์ และเขียวชอุ่ม ที่แห่งนี้เป็นเขตสงวนที่ประกอบไปด้วยความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ และหลากหลายด้วยสัตว์ป่า ซึ่งเขตสงวน ฯ แห่งนี้เองเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมาเพื่อเที่ยวชมระบบนิเวศน์ธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมกับร่วมกิจกรรมกับชนพื้นเมือง และ ศึกษาสัตว์ป่าต่าง ๆ เช่น เสือชีต้า แรดดำ สิงห์โต ยีราฟ ช้าง วัวป่า (Wildebeest) เป็นต้น

 

เขียนและเรียบเรียงโดย : Reign International Travel
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Erindi Private Game Reserve, Namibia Tourism Board, Trust for African Rock Art, Platz Am Meer, Vingerklip Lodge

ท่องเที่ยวตามใจ ไปตามฝัน กับ เร้นจ์ อินเตอร์ฯ ทราเวล “ท่องเที่ยวกับเร้นจ์ฯ มั่นใจไม่ผิดหวัง”
ทัวร์ยุโรป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :